ต๊ะเป็นคนพาไป เขานั่งข้างคนขับอยู่เงียบๆตลอดทาง ไม่ได้คุยเรื่องอื่น แค่บอกว่า “มีที่นึงอยากให้ดู ไม่ไกลจากหน้าสตน” แล้วก็ไม่พูดอะไรอีก
หยกและเม็ดทรายก็ไม่ได้ถาม พอรถจอด เม็ดทรายก้าวลงมาแล้วหยุดนิ่ง
หาดที่เห็นอยู่ตรงหน้าไม่เหมือนหาดที่เคยเห็นที่ไหน ไม่ใช่หาดยาวเรียบอย่างที่หาดควรจะเป็น แต่เป็นกระเปาะเล็กๆสลับกันไป คั่นด้วยเขื่อนกันคลื่นคอนกรีตที่ตั้งเรียงรายตลอดแนวชายฝั่ง เหมือนมีคนเอากำแพงมาปักแบ่งทะเลออกเป็นช่องๆ
“นี่คือหาดเหรอ” หยกถามเบาๆ
“เคยเป็นค่ะ” เม็ดทรายตอบ

บนสะพานคอนกรีตที่ยื่นออกไปในทะเล มีเด็กผู้ชายอายุสักสิบห้าปีนั่งห้อยขาตกปลาอยู่คนเดียว เขาหันมายิ้มเมื่อเห็นคนแปลกหน้าเดินเข้ามา บอกชื่อว่าก้อง และบอกว่าบ้านอยู่แถวนี้
“ก้องรู้ไหมว่าเมื่อก่อนตรงนี้เป็นยังไง” เม็ดทรายถาม
เขาส่ายหัวโดยไม่ได้คิดนาน “ไม่รู้ครับ ผมเกิดมามันก็เป็นแบบนี้แล้ว มีเขื่อน กระสอบ มีหาดเล็กๆอยู่ตรงนี้”
“ยี่สิบปีก่อนตรงนี้มันเป็นหาดยาวเรียบ ทรายขาว เล่นน้ำได้ทั้งแนว” เม็ดทรายพูด
ก้องฟังแล้วพยักหน้า ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ เพราะมันคือเรื่องของโลกที่เขาไม่เคยรู้จัก เพราะเกิดมาก็เห็นแบบนี้แล้ว
ต๊ะเดินตามแนวเขื่อนอยู่สักพักแล้วหยุด
“มันเริ่มยังไงอ่ะทรายรู้ไหม” เขาถามเม็ดทราย น้ำเสียงอยากรู้จริงๆ ในฐานะคนที่เกิดในจังหวัดนี้แต่ไม่เคยรู้เรื่องนี้ทั้งหมด
“เริ่มจาก jetty ของกรมชลประทานทางทิศใต้” เม็ดทรายอธิบาย “โครงสร้างที่ยื่นออกไปในทะเลนั้นดักทรายที่ควรจะไหลขึ้นมาเลี้ยงหาดทางเหนือ พอทรายขาด คลื่นก็กัดเอาพื้นที่ออกไปเรื่อยๆ หาดบ้านหน้าศาลก็โดนหนัก ชาวบ้านบางส่วนต้องย้ายออก ประเพณีที่เคยจัดบนชายหาดก็เลิกไปโดยปริยาย” (https://beachlover.net/20-ปี-บ้านหน้าศาลกับชายหา/)

“แล้วเขื่อนพวกนี้ล่ะ” หยกชี้ไปที่โครงสร้างที่เรียงรายอยู่
“รัฐสร้างมาเพื่อหยุดการกัดเซาะค่ะพี่” เม็ดทรายตอบ “และมันได้ผล หาดไม่กัดเซาะอีกแล้ว ชุมชนมั่นคงขึ้น”
“แต่…” ต๊ะพูดขึ้นมาเองก่อนที่เม็ดทรายจะพูดต่อ
“แต่หาดธรรมชาติมันหายไปอย่างสิ้นเชิง”
ก้องนั่งฟังบทสนทนาอยู่ด้วยความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ จนวางเบ็ดลงบนสะพาน
“แล้วเล่นน้ำที่หาดกระเปาะพวกนี้ได้ไหมครับ”
“บางช่องเล่นได้” เม็ดทรายตอบ “แต่บางช่องอันตราย โดยเฉพาะตรงช่องเปิดระหว่างเขื่อน กระแสน้ำมันแรงมากเพราะน้ำที่ถูกขังในกระเปาะมันหาทางออก พอน้ำลงมันจะวิ่งออกทางช่องนั้นแรงมาก ถ้าไม่รู้ก็อันตราย”
ก้องนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง “เพื่อนผมเคยว่ายน้ำแล้วถูกกระแสน้ำดึงออกไปเลยครับ ตอนนั้นไม่รู้ว่าทำไม ตอนนี้รู้ละ”
ไม่มีใครพูดอะไรต่อสักพัก

“หาดเดิมมันปลอดภัยกว่านี้ไหมครับพี่” ก้องถาม
“ปลอดภัยกว่า และเล่นได้ทั้งแนวค่ะ” หยกตอบแทนเม็ดทราย เสียงเธอเรียบแต่มีน้ำหนัก
“สรุปคือ” ต๊ะพูดช้าๆ ราวกับกำลังจัดเรียงความคิดของตัวเอง “เขื่อนและแนวกำแพงที่เราเห็น มันแก้ปัญหาการกัดเซาะได้จริง แต่หาดที่ได้กลับมามันไม่ใช่หาดเดิม”
“ถูกต้องที่สุด” เม็ดทรายพูด “มันปลอดภัย มันมั่นคง แต่คุณภาพชีวิตที่อยู่กับหาดธรรมชาติหายไปหมดแล้ว เหลือแต่หาดประดิษฐ์”
ก้องมองไปที่ช่องน้ำที่เพื่อนของเขาเคยถูกดึงออกไป แล้วมองไปที่หาดกระเปาะเล็กๆที่เขาโตมากับมันตั้งแต่จำความได้
“ผมไม่รู้เลยนะครับ ว่าตรงนี้เคยเป็นหาดยาวๆ” เขาพูดเงียบๆ ครั้งนี้น้ำเสียงต่างออกไป ราวกับเพิ่งเข้าใจบางอย่างที่ไม่เคยตั้งคำถามมาก่อน “ไม่มีใครเคยเล่าให้ฟัง”
หยกได้ยินแล้วเบือนหน้าออกไปมองทะเล เธอไม่พูดอะไร
เม็ดทรายเข้าใจว่าทำไม
เม็ดทรายเดินลงจากสะพาน หาจุดที่พอมีทรายหลงเหลือบ้าง พบเพียงทรายที่ถูกขังอยู่ในหาดกระเปาะช่องที่ใกล้ที่สุด ก้มลงหยิบขึ้นมาหนึ่งกำมือ
ทรายมีอยู่ แต่เป็นทรายที่ไปไหนไม่ได้ วนอยู่ในช่องที่คอนกรีตล้อมรอบ
เธอปล่อยให้มันไหลผ่านนิ้วช้าๆ ร่วงลงไปตรงๆ ลมไม่พัดมัน คลื่นก็เข้าไม่ถึง
“รัฐหยุดการกัดเซาะได้ แต่หยุดไม่ได้ว่าสิ่งที่หายไปพร้อมกับหาดนั้นคืออะไร”