Home

ข่าว

กลุ่มประมงพื้นบ้านดอนสัก ร่วมเรียนรู้ระบบ ติดตามชายหาดโดยชุมชน

ที่มา: https://www.facebook.com/LaetaLaeTai/ กลุ่มประมงพื้นบ้านอำเภอดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี สำรวจการกัดเซาะชายฝั่งช่วงฤดูมรสุม เพื่อบันทึกข้อมูลการติดตามชายหาดโดยชุมชน หวังใช้เป็นประโยชน์ในการจัดทำแผนพัฒนาชายหาดร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ. วันอาทิตย์ที่ผ่านมา (7 พ.ย.2564) กลุ่มประมงพื้นบ้านจาก 3 ตำบล ในอำเภอดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี รวม 30 คน ร่วมเรียนรู้ข้อมูลการกัดเซาะชายฝั่ง และแนวทางการแก้ปัญหา ณ โรงเรียนวัดนทีวัฒนาราม ต.ชลคราม อ.ดอนสัก เพื่อทำความเข้าใจสภาพปัญหาพื้นที่ จากการแลกเปลี่ยนข้อมูล พบว่า ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งของ อ.ดอนสัก เริ่มต้นตั้งแต่มีนโยบายสัมปทานป่าชายเลน และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง ช่วง พ.ศ.2530 ทำให้เกิดการทำลายพื้นที่ป่ายเลน แปรสภาพเป็นบ่อเพาะเลี้ยงกุ้ง จนมาถึงยุทธศาสตร์ด้านการเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวและขนส่งน้ำมันทางทะเลระหว่างแผ่นดินใหญ่ กับ อ.เกาะสมุย อ.เกาะพงัน ส่งผลกระทบต่อการกัดเซาะชายฝั่งมาจนปัจจุบัน. จากนั้น ได้รวมกลุ่มกันทำการสำรวจพื้นที่ชายหาดบริเวณชายหาดบ้านพอด ต.ชลคราม ซึ่งใกล้กับพื้นที่กำแพงกันคลื่นแบบเรียงหิน รวมระยะทาง 1,800 เมตร จากคลองตั้ว ถึง The Tamarind รีสอร์ท มีเป้าหมายในการก่อสร้างเพื่อป้องกันชุมชน และพื้นที่จอดเรือของชุมชนบ้านพอด ปัจจุบันการกัดเซาะชายฝั่งนั้นเกิดขึ้นบริเวณด้านท้ายของกำเเพงกันคลื่นตั้งเเต่ […]

เชิญชวนประชุมเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ หาดวอนนภา ชลบุรี [11 พ.ย.2564]

ที่มา: กรมโยธาธิการและผังเมือง โครงการฟื้นฟูบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์เขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล พื้นที่ชายฝั่งทะเลชุมชนวอนนภา เทศบาลเมืองแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัด ชลบุรี

ผู้ทรงคุณวุฒิฯ ระบุชัดชายหาดชุมพรไม่มีพื้นที่กัดเซาะรุนแรง

ที่มา: https://news1live.com จากกรณีที่มีกลุ่มนักอนุรักษ์คนรักอ่าวชุมพร และชาวบ้านออกมาคัดค้านกรมโยธาธิการและผังเมือง ก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตป้องกันตลิ่งกัดเซาะชายฝั่งริมทะเล ความยาว 630 เมตร ด้วยงบประมาณ 80 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 700 วัน สิ้นสุดสัญญาวันที่ 16 ตุลาคม 2565 บนพื้นที่หาดทรายรี ต.หาดทรายรี อ.เมือง จ.ชุมพร ไม่มีการจัดทำรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งจะส่งผลเสียระยะยาว เนื่องจากจุดก่อสร้างดังกล่าวเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับประเทศ และเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์เนื่องจากมีพระตำหนักที่ประทับพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือเสด็จเตี่ย หรือหมอพร และเป็นแหล่งเรียนรู้ยาสมุนไพรตำรับหมอพร และเป็นสถานที่สวรรคตของพระองค์ ปัจจุบันได้มีการสร้างพระบรมรูปของพลเรือเอกเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดศักดิ์ มีประชาชนจากทั่วสารทิศมากราบไหว้สักการะอย่างไม่ขาดสาย ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว นายธนเทพ กมศิลป์ ผู้ทรงคุณวุฒิกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งด้านสิ่งแวดล้อม จ.ชุมพร กล่าวว่าหลังจากที่กลุ่มอนุรักษ์คนรักอ่าวชุมพร และ แกนนำชาวบ้านในพื้นที่ยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และล่าสุดตนได้มีหนังสือ ที่พิเศษ 1/2564 ลงวันที่ 3 พ.ย.2564 ถึงประธานคณะอนุกรรมการบูรณาการด้านการจัดการการกัดเซาะชายฝั่งทะเล […]

ติดตามการเปลี่ยนแปลงแนวกัดเซาะชายฝั่งหลังสวน ทะเลชุมพร

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH/ วันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง สำรวจโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลด้วยอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ๔ พื้นที่ ประกอบด้วย ๑. โครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลพร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ พื้นที่ชายฝั่งเลียบทางหลวงชนบท ชพ.๔๐๑๒ บริเวณด้านเหนือสำนักสงฆ์เขาไทรทอง (รูปปั่นพระสีวลี) ต.บางน้ำจืด อ.หลังสวน จ.ชุมพร ของกรมโยธาธิการและผังเมือง มีระยะก่อสร้างความยาว ๕๒๐ เมตร ผลการสำรวจไม่พบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ๒. โครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลพร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ พื้นที่ชายฝั่งเลียบทางหลวงชนบท ชพ.๔๐๑๒ บริเวณ ม..๔ บ้านหินสามก้อน ต.ปากน้ำ อ.หลังสวน จ.ชุมพร ของกรมโยธาธิการ มีระยะก่อสร้างความยาว ๑,๑๔๐ เมตร ผลการสำรวจไม่พบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ๓. โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งบ้านราษฎร์บำรุง ม.๑๐ ต.บางมะพร้าว อ.หลังสวน จ.ชุมพร ของ อบต.บางมะพร้าว มีระยะก่อสร้างความยาว ๑,๒๔๓ เมตร ผลการสำรวจไม่พบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง […]

ติดตามการเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่งท่าศาลา-ปากพนัง-หัวไทร

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH/ วันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง สำรวจพื้นที่โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลด้วยอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ๓ พื้นที่ ประกอบด้วย ๑. โครงการก่อสร้างกำแพงป้องกันคลื่นกัดเซาะชายทะเล/ริมหาด หาดทรายแก้ว-หาดเราะ ม.๑ – ม.๓ ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ของ อบต.ท่าขึ้น มีระยะก่อสร้างความยาว ๖.๕ กม. ผลการสำรวจมีการทิ้งหินตลอดแนว และพบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งเป็นบางช่วงในจุดที่ไม่มีหินทิ้ง ๒. โครงการก่อสร้างแนวเขื่อนหินใหญ่ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล บริเวณพื้นที่ ม.๖ ต.ปากพนังตะวันออก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ของ อบต.ปากพนังฝั่งตะวันออก ขนาดพื้นที่โครงการระยะทางยาว ๔.๒๘ กม. ผลการสำรวจพบว่าด้านทิศใต้ของโครงการฯ มีหินทิ้งตลอดแนวชายฝั่ง ๓. งานก่อสร้างแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง บริเวณ ม.๕ ๖ และ ๙ ต.เกาะเพชร อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ของกรมเจ้าท่า […]

ติดตามการเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่ง หาดทรายเม็ดแรกทะเลเพชรบุรี

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH/ วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๓ (เพชรบุรี) สำรวจพื้นที่ชายฝั่งแหลมหลวง เพื่อเก็บข้อมูลในการติดตามสถานภาพการเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่ง บริเวณแหลมหลวง(หาดทรายเม็ดแรก) ต.แหลมผักเบี้ย อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ทั้งนี้ เพื่อใช้ในการพิจารณากลั่นกรองและความเหมาะสมโครงการด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ โดยการดำเนินงานเป็นไปตามหลักเกณฑ์ประกอบการจัดทำแผนงาน/โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ภายใต้คณะอนุกรรมการบูรณาการด้านการจัดการการกัดเซาะชายฝั่งทะเล

เครือข่ายฯกัดเซาะชายฝั่งปัตตานี เรียกร้องให้รัฐบาลเเก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

ที่มา: https://www.facebook.com/Beachforlife.BFL วันนี้ 29 ตุลาคม 2564 องค์กรนักศึกษา เยาวชน เเละภาคประชาชน ในจังหวัดปัตตานี 23 องค์การ ในนามเครือข่ายประชาชนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืน จังหวัดปัตตานี ยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัด เเละตัวเเทนสมาชิกสภาผู้เเทนราษฎร ในจังหวัดปัตตานี ผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี โดยมี 8 ข้อเรียกร้องสำคัญ 1. ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำโครงการหรือกิจการประเภทกำแพงกันคลื่น กลับเข้าไปเป็นโครงการที่ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) เพื่อเป็นหลักประกันสิทธิตามรัฐธรรมนูญให้แก่ประชาชน และเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม และชุมชนชายฝั่ง 2. ให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระงับการดำเนินการโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ชายหาดทั่วประเทศไทย ที่กำลังมีการดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน เพื่อป้องการทำลายชายหาดด้วยโครงสร้างป้องกันชายฝั่งของรัฐ และไม่ให้เกิดการใช้งบประมาณอย่างฟุ่มเฟือย ไม่ได้เกิดประโยชน์ในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง แต่เป็นการซ้ำเติมเพิ่มปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งให้ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น 3.รัฐบาลต้องผลักดันให้เกิดการใช้มาตรการชั่วคราว ที่สามารถรื้อถอนได้เมื่อผ่านมรสุมไป อย่างที่ปรากฏชัดเจนในหลายพื้นที่ชายหาดของประเทศไทยว่า การกัดเซาะชายฝั่งในหลายพื้นที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว การใช้มาตรการชั่วคราว ที่เหมาะสมกับสภาพการณ์และสิ่งแวดล้อม จึงเป็นทางออกที่เหมาะสมเพื่อการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืน โดยส่งเสริมให้เกิดการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งชั่วคราวในช่วงมรสุม 4. รัฐบาลต้องส่งเสริม และผลักดันให้มีการใช้มาตรการที่เป็นมิตรกับชายหาด เช่น การเติมทราย การกำหนดแนวถอยร่น การรื้อถอนโครงสร้างป้องกันชายฝั่งที่ไม่จำเป็น และการป้องกันการกัดเซาะตามวิถีภูมิปัญญาดั้งเดิม เพื่อให้ชายฝั่งได้ฟื้นคืนและเกิดความสมดุล […]

พ่อเมืองสงขลา นำแก้ปัญหากัดเซาะพื้นที่ชายฝั่งเพื่อความยั่งยืน

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๕ (สงขลา) ร่วมกับ ทสจ. เจ้าท่าภูมิภาคสาขาสงขลา โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด และกลุ่ม Beach for life รวม ๒o คน ร่วมประชุมรับฟังข้อคิดเห็นและแนวทางการทำงาน ตามคำสั่งจังหวัดสงขลาที่ ๕๑๒๓/๒๕๖๔ เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ลงวันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ โดยมีนายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธาน ณ ห้องประชุมชั้น ๕ ศาลากลางจังหวัดสงขลา ทั้งนี้ เนื่องจากเมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา ผู้ประสานงานกลุ่ม Beach for life และเครือข่ายประชาชนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืน จังหวัดสงขลา ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เพื่อยื่นข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืน และผู้ว่าราชการจังหวัดได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืนของชายฝั่งจังหวัดสงขลา จึงได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นมาโดยให้แล้วเสร็จภายใน […]

ชาวบ้านยื่นหนังสือผู้ว่าฯหนุนสร้างเขื่อนหาดทรายรี

ที่มา: https://www.nationtv.tv/news/378848432 25 ตุลาคม 2564  ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดชุมพร มีกลุ่มประชาชน จำนวนกว่า 30 คน รวมตัวเพื่อยื่นหนังสือสนับสนุนโครงการเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล พื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร โดยนายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรได้รับหนังสือ โดยใจความสำคัญหนังสือที่ยื่นครั้งนี้ ระบุว่า  พวกเราในฐานะประชาชนหมู่ที่ 1 หมู่ที่ 5 และหมู่ 7 ตำบลหาดทรายรี ซึ่งเป็นประชาชน ที่อาศัยอยู่ในเป็นบริเวณริมชายฝั่งทะเลและบริเวณใกล้เคียง และล้วนเป็นผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งแก่ ทรัพย์สิน และวิถีชีวิตโดยตรงจากการโดนคลื่นซัดกัดเซาะมาเป็นระยะเวลานานแล้ว โดยเฉพาะในช่วงฤดูมรสุม พวกเราได้ติดตามและร้องขอความช่วยเหลือจากภาครัฐมาแล้วหลายต่อหลายครั้งแต่ปัญหาก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข  จนมาถึงปัจจุบันทางจังหวัดชุมพรโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดชุมพร ได้มีโครงการเขื่อนป้องกัน การกัดเซาะชายฝั่งทะเลพื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลหาดทรายรีขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาและแก้ไขปัญหาความ เดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ พวกเราในฐานะประชาชนผู้มีส่วนได้เสียกับโครงการดังกล่าวโดยตรง และเป็น ผู้ที่อาศัยทำมาหากินอยู่กับธรรมชาติ คือ ท้องทะเลหาดทรายรีมาตั้งแต่เกิด จึง ขอขอบคุณและสนับสนุน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างสูงที่มีส่วนช่วยผลักดันและสนับสนุนให้เกิดโครงการเขื่อนป้องกันการกัดเซาะ ชายฝั่งทะเล พื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลหาดทรายรี […]

เครือข่ายประชาชนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง อย่างยั่งยืน เข้าพบผู้ว่าราชการสงขลา

ที่มา: https://www.facebook.com/songkhlasatun/ ตัวเเทนเครือข่ายประชาชนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืนจังหวัดสงขลา เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา โดยมีตัวเเทนหน่วยงานได้เเก่ เจ้าท่าส่วนภูมิภาคสาขาสงขลา โยธาธิการเเละผังเมืองจังหวัดสงขลา สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลเเละชายฝั่ง จ.สงขลา สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อม เข้าร่วมโดยเครือข่ายภาคประชาชนฯ ได้ยื่นข้อเสนอ 3 ข้อต่อการเเก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งจังหวัดสงขลา ดังนี้ 1. ขอให้ยุติการดำเนินการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นในพื้นที่ชายหาดของจังหวัดสงขลาต่อไปเรื่อยๆ และขอให้จำกัดความเสียหายของผลกระทบจากกำแพงกันคลื่นด้วยมาตรการอื่นๆที่เหมาะสม ไม่ใช่การสร้างโครงสร้างกำแพงกันคลื่นไปเรื่อย เนื่องจากบทเรียนที่ผ่านมาพิสูจน์ชัดเจนแล้วว่า การสร้างกำแพงกันคลื่นต่อไปนั้นทำให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่ง และความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพย์สินของประชาชนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด 2. ต้องผลักดันให้เกิดการใช้มาตรการชั่วคราว ที่สามารถรื้อถอนได้เมื่อผ่านมรสุมไป อย่างที่ปรากฏชัดเจนในหลายพื้นที่ชายหาดของประเทศไทยว่า การกัดเซาะชายฝั่งในหลายพื้นที่เกิดขึ้น เพียงชั่วคราว การใช้มาตรการชั่วคราว ที่เหมาะสมกับสภาพการณ์และสิ่งแวดล้อม จึงเป็นทางออกที่เหมาะสมเพื่อการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืน โดยส่งเสริมให้เกิดการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งชั่วคราวในช่วงมรสุม 3. รัฐบาลต้องส่งเสริม และผลักดันให้มีการใช้มาตรการที่เป็นมิตรกับชายหาด เช่น การเติมทราย การกำหนดแนวถอยร่น การรื้อถอนโครงสร้างป้องกันชายฝั่งที่ไม่จ าเป็น และการป้องกันการกัดเซาะตามวิถีภูมิปัญญาดั้งเดิม เพื่อให้ชายฝั่งได้ฟื้นคืนและเกิดความสมดุล โดยที่มาตรการเหล่านี้เป็นมาตรการที่ก่อให้เกิดความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรชายฝั่ง จากข้อเสนอ ทางผู้ว่าฯ ได้เเต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกัดเซาะชายฝั่ง โดยมีหน่วยราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเเละให้ตัวเเทนเครือข่ายประชาชนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ร่วมด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ยืนยันว่า การเเก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ต้องจัดการอย่างยั่งยืน […]

see more…

สถานการณ์ชายฝั่งทะเล

ติดตามสภาพชายฝั่ง อ.หลังสวน ชุมพร

ชายฝั่งทะเล อ.หลังสวน จ.ชุมพร มีความยาวประมาณ 35.35 กิโลเมตร มีตำบลติดชายฝั่งทั้งหมด 4 ตำบลได้แก่ ต.บางน้ำจืด ต.ปากน้ำ ต.บางมะพร้าว และ ต.นาพญา โดย ในปี 2564 นี้ กรมโยธาธิการและผังเมืองได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นโครงการป้องกันชายฝั่งจำนวน 4 โครงการ ใน 4 ตำบลชายฝั่งของ อ.หลังสวน (ค้นอ่านประกาศประชุมรับฟังความคิดเห็นได้จาก Search icon) ระยะทางรวม 6.14 กิโลเมตร หรือ คิดเป็น 17.4% ของความยาวชายฝั่งใน อ.หลังสวน โดยทั้ง 4 โครงการได้แก่ 1.ชายทะเลบ้านบางมั่น ต.นาพญา ความยาว 2,000 เมตร 2.ชายฝั่งบ้านหนองทองดี 1 ถึงบ้านจมูกโพรง ต.บางมะพร้าว ความยาว 2,520 เมตร 3.ชายฝั่งเลียบ ถ.ทางหลวงชนบท ด้านเหนือสำนักสงฆ์เขาไทรทอง ต.บางน้ำจืด […]

8 เดือนผ่านไป กับ “หาดกัดเพราะรัฐสร้าง” @ หน้าสตน

Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของหาดบ้านหน้าสตน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ไปแล้วในเดือน ก.พ.2564 ติดตามได้จาก https://beachlover.net/หาดกัดเพราะรัฐสร้าง-หน้าสตน/ Beach Lover ได้ลงพื้นที่ติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพชายหาดพื้นที่นี้อีกครั้งในเดือน ต.ค.2564 พบว่า จะงอยของกำแพงหินที่เป็นเหตุให้พื้นที่ทางทิศเหนือเกิดการกัดเซาะอย่างรุนแรงนั้นถูกรื้ออกไป และเกิดกำแพงหินเรียงแนวใหม่กระเถิบประชิดชายฝั่งมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมยาวต่อเนื่องไปทางทิศเหนือจากตำแหน่งสิ้นสุดโครงสร้างเดิม ด้วยวัสดุและรูปแบบหินเรียงตามเดิม สิ้นสุดปลายกำแพงหินเรียงนี้ พบการกัดเซาะกินลึกเข้ามาในพื้นที่เอกชน โดยชาวบ้านต้องนำกระสอบใส่ทรายช่วยเหลือตัวเองไปพลางในช่วงมรสุม แม้ว่าจะเป็นพื้นที่เล็กๆที่ได้รับผลกระทบจากแนวกำแพงกันคลื่นของรัฐ แต่ได้ฉายภาพใหญ่ของผลกระทบทั้งหมดให้เห็นอย่างชัดเจนมากว่า เมื่อเกิดกำแพงกันคลื่นเพื่อป้องกันชายฝั่งขึ้นที่ใด ที่สุดปลายโครงสร้างก็จะส่งต่อผลกระทบต่อเนื่องแบบโดมิโน่ไปเรื่อยๆ โดยรัฐก็จะใช้วิธีการซ้ำแบบเดิมเพื่อป้องกันชายฝั่งส่วนถัดไปอย่างต่อเนื่อง และเมื่อส่วนถัดไปสร้างเสร็จก็จะส่งต่อผลกระทบชิ่งต่อพื้นที่ใกล้เคียงถัดไปภายในเวลาอันรวดเร็ว โดยวงจรนี้จะเป็นภาพวนซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้จักจบสิ้นตราบเท่าที่รัฐยังคงแก้ปัญหาแบบเดิมเหมือนอย่างอดีตต่อเนื่องมายังปัจจุบัน และไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนแปลงในอนาคตอันใกล้

เติมทรายหาดชลาทัศน์ ถึงไหน ยังไง?

หาดสมิหลา-ชลาทัศน์ ชายหาดทรายขาวยาว 7.8 กิโลเมตร ใจกลางเมืองสงขลา มีความพยายามเพื่อป้องกันชายฝั่งอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2545 ทั้งกระสอบเล็กใหญ่ ยางรถยนต์ รอดักทราย กำแพงกันคลื่นแบบหิ้งทิ้ง กำแพงกันคลื่นแบบกระสอบทรายขนาดใหญ่ รวมถึงการเติมทรายชายหาดจำนวน 3 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา ซึ่งมีทั้งที่ประสบผลสำเร็จ มีทั้งที่ล้มเหลว และมีทั้งที่นำเรื่องขึ้นสู่ชั้นศาลเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดี กรมเจ้าท่ากำลังดำเนินการเติมทรายชายหาดเพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ณ บริเวณหาดสมิหลา-ชลาทัศน์ จ.สงขลา ตั้งแต่ชุมชนเก้าเส้งถึงสนามกีฬาติณสูลานนท์ระยะทางเกือบ 5 กิโลเมตร โดยเริ่มมาตั้งแต่ มิถุนายน 2559 ด้วยงบประมาณ 269,600,000 บาท จวบจนถึงปัจจุบัน (ต.ค.2564) ยังไม่แล้วเสร็จ โดยมีการปรับเปลี่ยนวิธีการไปเพื่อแก้ไขปัญหาเชิงเทคนิคที่เกิดขึ้น (ติดตามได้จากโพสเก่าๆ) Beach Lover ได้สำรวจภาคสนามติดตามความคืบหน้างานเติมทรายชายหาดชลาทัศน์มาอย่างต่อเนื่อง ในครั้งนี้ได้ลงพื้นที่ติดตามในวันที่ 21 ต.ค.2564 พบสภาพชายหาดทางตอนใต้ที่ผ่านการเติมทรายชายหาดไปแล้วบางส่วนตัดเป็นหน้าผาชัน โดยมีระดับแตกต่างกันไปตามแต่ละบริเวณ โดยมีระยะตัดแนวดิ่งที่มากที่สุดประมาณ 1.2 เมตรจากระดับพื้นทรายเดิม โดยยังคงพบการแยกชั้นของทรายเดิมและทรายที่นำมาถมอย่างชัดเจน และยังคงพบการพังทลายเป็นร่องตามแนวการไหลของน้ำฝนลงทะเลเหมือนเช่นเดิม จากการสังเกตไม่พบเครื่องจักรหนัก ท่อส่งทราย หรือการดำเนินงานก่อสร้างใดๆบนชายหาดส่วนนี้ […]

หาดชะอำช่วงโควิด ยังสบายดี?

Beach Lover ได้เคยนำเสนอสถานการณ์ของชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี ไปแล้วหลายครั้ง ติดตามได้จากโพสเก่าๆโดยใช้ Icon search ด้านขวาบน เครือข่ายของ Beach Lover ได้ลงพื้นที่ชายหาดชะอำในต้นเดือนตุลาคม 2564 พบชายหาดชะอำใต้ในหลากหลายสภาพ ทั้งกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดที่สร้างเสร็จแล้ว โดยพบว่าชายหาดด้านหน้ากำแพงบางตำแหน่งลดระดับต่ำลงจนเกิดเป็นแอ่งน้ำขัง รวมถึงยังพบเศษวัสดุก่อสร้างโดยเฉพาะเศษหินระเกะระกะด้านหน้ากำแพงอีกด้วย ในส่วนของโครงสร้างกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดที่ยังไม่แล้วเสร็จนั้น พบเสาเข็ม เหล็ก กองหิน และเศษวัสดุก่อสร้าง บนชายหาดโดยไม่มีการกันเขตพื้นที่ก่อสร้าง ส่งผลต่อความปลอดภัยในการเข้าใช้ประโยชน์ของหาดท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นอย่างยิ่ง น่าจับตามองส่วนของชายหาดถัดไปด้านทิศใต้ ที่กำลังจะมีโครงการในอนาคต ว่าจะดำเนินการอย่างไร ภายใต้งบประมาณของกรมโยธาธิการและผังเมืองรวมทั้งสิ้นกว่า 102.924 ล้านบาท ความคืบหน้าต่อจากนี้ Beach Lover จะนำมาเสนอในโอกาสถัดไป

ปรับภูมิทัศน์หาดพัทยากันอีกรอบ?!

Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของโครงการปรับภูมิทัศน์ชายหาดพัทยาไปแล้ว หาอ่านได้จาก https://beachlover.net/กังขาตัดต้นไม้หาดพัทยารับโฉมปรับภูมิทัศน์-166-ล้าน/ จากการลงพื้นที่ติดตามโครงการนี้ พบว่าชายหาดพัทยาเกือบตลอดทั้งแนวระยะทางกว่า 2.8 กิโลเมตร มีต้นไม้เดิมซึ่งคือต้นหูกวางหลงเหลืออยู่น้อยกว่าปกติมาก โดยพบว่ามีการนำเชือกมากั้นในบางพื้นที่ พร้อมป้ายห้ามเข้าใช้พื้นที่ชายหาดตามประกาศของจังหวัด เรื่องราวการตัดต้นหูกวางซึ่งเป็นต้นไม้คู่ชายหาดพัทยามาเนิ่นนานถูกคัดค้านจากประชาชนเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุผลหลายประการซึ่งสามารถติดตามได้จาก Link ของข่าวด้านบน แม้ช่วงที่กรมเจ้าท่าได้ดำเนินโครงการเติมทรายชายหาดพัทยาในปี 2561-2562 ก็พยายามอย่างยิ่งที่จะหลีกเลี่ยงการตัดต้นไม้บนพื้นที่ชายหาดและริมทางเดิน จากภาพถ่ายมุมสูงยังพบอีกว่า มีการวางโครงสร้างบางอย่างล้ำลงไปในทะเล คาดว่าจะเป็นขอบเขตทางเดินริมทะเลใหม่ที่ทางเมืองพัทยาตั้งใจจะเพิ่มพื้นที่ทางเดินพร้อมปรับภูมิทัศน์ โดยขยายล้ำลงไปบนชายหาดที่ทางกรมเจ้าท่าได้เติมทรายเอาไว้กว่า 45 เมตร (ออกแบบไว้ 35 เมตร) หากมีการขยายทางเดินริมทะเลจริง ระบบชะลอน้ำริมชายหาดที่กรมเจ้าท่าได้ก่อสร้างไว้ก็จะต้องถูกรื้อทิ้ง หรือถูกทำให้หมดฟังก์ชั่นไปโดยปริยาย ทั้งที่เพิ่งก่อสร้างแล้วเสร็จไปในช่วงต้นปี 2562 อย่างไรก็ตามโครงการขยายทางเดินริมทะเลนี้ถูกระงับชั่วคราวเพราะอาจถูกตีความว่าเป็นสิ่งล่วงล้ำบนชายหาด จำเป็นต้องขออนุญาตกรมเจ้าท่าก่อน (https://beachlover.net/ส่อเค้ายุ่ง-โครงการปรับภูมิทัศน์หาดพัทยา-เสี่ยงผิด/) น่าติดตามต่ออย่างใกล้ชิดว่า โครงการปรับภูมิทัศน์มูลค่ากว่า 166 ล้านบาทที่จะเนรมิตชายหาดพัทยาให้เป็นดั่งหาดไมอามี่โดยการนำต้นปาล์มและอินทผาลัมมาปลูกทดแทนต้นไม้เดิม พร้อมการขยายทางเดินริมชายหาดนั้นจะหน้าตาออกมาอย่างไร ชาวเมืองพัทยาจะพึงพอใจหรือไม่ และที่สำคัญเอกลักษณ์ดั้งเดิมของความเป็นหาดพัทยาจะยังคงหลงเหลืออยู่หรือไม่หลังจากนั้น … ร่วมติดตามต่อไปอย่างใจเย็น

ติดตามสถานการณ์เติมทรายชายหาดจอมเทียน

หาดจอมเทียนตั้งอยู่ทางทิศใต้ของชายหาดพัทยา มีความยาวตลอดแนวชายหาดประมาณ 6 กิโลเมตร สภาพของชายหาดจอมเทียนตั้งแต่หัวจรดท้ายหาดมีความกว้างค่อนข้างแตกต่างกันไป โดยทางตอนใต้ของชายหาดพบชายหาดที่ค่อนข้างแคบ มีโครงสร้างป้องกันแกบตลอดทั้งแนว ในช่วงเวลาน้ำลงบางฤดูกาลนั้นแทบจะมองไม่เห็นชายหาดเลย (อ่านเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/ปลายหาดจอมเทียน-2-ก-ค-2562/ และ https://beachlover.net/สวยแบบเหงาๆ-ณ-หาดจอมเทีย/) ด้วยความกว้างชายหาดที่ค่อนข้างแคบ เมื่อคลื่นเข้าปะทะย่อมมีโอกาสที่จะกระแทกกับกำแพงกันดินริมทางเดิน รวมถึงกองหินทิ้งที่นำมาป้องกันถนน และยกระดับซัดข้ามถนนขึ้นมาบนชายหาดได้ในบางฤดูกาล นอกจากนั้น ชายหาดจอมเทียนยังเป็นชายหาดท่องเที่ยวใกล้เมืองพัทยาที่มีชื่อเสียงติดระดับโลก และยังเป็นที่รองรับนักท่องเที่ยวที่หนาแน่นจากพัทยามาที่หาดจอมเทียนได้ดี เนื่องจากค่าใช้จ่ายทั้งที่พักและอาหารราคาถูกกว่าบริเวณหาดพัทยา กรมเจ้าท่าจึงได้เริ่มโครงการเติมทรายชายหาดจอมเทียนในปีต้น 2564 โดยคาดหมายว่าจะสามารถป้องกันชายฝั่งและเพิ่มพื้นที่การใช้ประโยชน์บริเวณชายหาดจอมเทียนได้ ตามที่ได้เคยดำเนินการสำเร็จมาแล้วที่ชายหาดพัทยาเมื่อปี 2561-2562 ด้วยงบประมาณ 429.185 ล้านบาท (https://beachlover.net/หาดพัทยา-น่าเที่ยวแค่ไหน/) กรมเจ้าท่าได้เริ่มโครงการศึกษาวางแผนแม่บทและสำรวจออกแบบเพื่อเสริมทรายป้องกันการกัดเซาะชายหาดจอมเทียน มาตั้งแต่ปี 2558-2559 แล้ว ศึกษาโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่เพิ่งเริ่มปฏิบัติงานกันในช่วงต้นปี 2564 นี้ โดยมีแผนจะเติมทรายตลอดแนวชายหาดระยะทาง 3,575 เมตร (ระยะที่ 1) ด้วยงบประมาณ 586.047 ล้านบาท ผูกพันตั้งแต่ปี 2563-2566 โดยมีผู้รับจ้างคือ บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน) ภาพมุมสูงจากงานสำรวจภาคสนามได้แสดงให้เห็นพื้นที่ชายหาดที่เพิ่มมากขึ้นด้านทิศใต้ของหาดจอมเทียน (ทิศเหนือของร้านอาหารครัวลุงไสว หน้าซอยนาจอมเทียน 2) […]

บทสรุปเรื่องราว หาดดอนทะเล

หาดดอนทะเล ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 6 ตำบลคันธุลี อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี  จากการสำรวจสภาพชายหาดเบื้องต้นพบว่า ยังมีชายหาดที่สมบูรณ์ พบผักบุ้งทะเล คนทีสอทะเล และพืชอื่นๆที่ปกคลุมหน้าชายหาด ที่มีความกว้างประมาณ  70-100 เมตร (รูปที่ 1) ชุมชนแถบนี้ได้มีการรวมกลุ่มกันใช้ประโยชน์พื้นที่ชายหาดทำตลาดหนองน้ำดอนทะเล บ้านคันธุลี เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของชุมชน  พบว่ามีการหาหอยเสียบ หอยขาว หอยตลับ ตามแนวชายหาด ใช้ชายหาดเพื่อตากสัตว์น้ำ รวมถึงใช้จอดเรือประมงกว่า 20 ลำ และใช้เพื่อการซ่อมแซมเรือและอุปกรณ์ประมง (รูปที่ 2) จากการสำรวจสภาพทั่วไปของชายหาดในเดือนกรกฎาคม 2564 พบว่าชายหาดตลอดแนวยาวกว่า 1.2 กิโลเมตร มีความสมบูรณ์และไร้ร่องรอยของการกัดเซาะชายฝั่ง แสดงดังรูปที่ 3  แม้ไร้ร่องรอยของการกัดเซาะชายฝั่งให้พบเห็นจากการสำรวจภาคสนามครั้งนี้ แต่ชายหาดดอนทะเลเป็นหนึ่งในหลายๆชายหาดที่กำลังจะเกิดโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ระยะทาง 1.291 กิโลเมตร (กรอบสีฟ้าในรูปที่ 3) ด้วยงบประมาณ 70.23 ล้านบาท โดยผูกพัน 4 ปี ตั้งแต่ปี 2563-2566 แสดงรายละเอียดดังรูปที่ 4 แม้จะล่วงเข้าปลายปีงบประมาณ 2564 แล้ว โครงการนี้ก็ยังไม่มีสัญญาณของการเริ่มดำเนินการก่อสร้างแต่อย่างใด […]

หาดดอนทะเล ยังสบายดี ?! – ตอนที่ 4

อ่านความเดิม ตอนที่ 1 ตอนที่ 2 และ ตอนที่ 3 ได้จาก https://beachlover.net/หาดดอนทะเล-ยังสบายดี/ และ https://beachlover.net/หาดดอนทะเล-ยังสบายดี-ตอนที่-2/ และ https://beachlover.net/หาดดอนทะเล-ยังสบายดี-ตอนที่-3/ หาดดอนทะเลกำลังจะมีโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งยาว 1,290 เมตร โดยใช้กำแพงกันคลื่นแบบเรียงหินใหญ่ โดยตลอดแนวยาวของกำแพงกันคลื่นนี้ มีบันไดทางลงกว้าง 3 เมตร 5 จุด และทางลงเรือกว้าง 5 เมตร 2 จุดด้วยงบประมาณกว่า 70 ล้านบาท โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง เมื่อครั้งที่หน่วยงานเข้ามาเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนเมื่อปี 2560 นั้น โครงการนี้มีระยะทางเพียง 800 เมตร ตามรูปด้านล่าง (อ้างอิงจากเอกสารรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 ในเดือนกันยายน 2560) หลังจากนั้น พบว่าได้มีการปรับรูปแบบโครงสร้างและระยะทาง จากเดิม 800 เมตร และสันเขื่อนกว้าง 3.5 เมตร เป็นระยะทาง 1,290 เมตร และเพิ่มความกว้างของสันเขื่อนเป็น 5.5 เมตร โดยสันเขื่อนด้านในสุดนั้นห่างจากขอบเขตที่ดินริมทะเลประมาณ 14.5 […]

หาดดอนทะเล ยังสบายดี ?! – ตอนที่ 3

อ่านความเดิม ตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2 ได้จาก https://beachlover.net/หาดดอนทะเล-ยังสบายดี/ และ https://beachlover.net/หาดดอนทะเล-ยังสบายดี-ตอนที่-2/ เมื่อวิเคราะห์ถึงการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชายฝั่งของหาดดอนทะเล อ.คันธุลี โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียม Google earth ที่นำไปผ่านการปรับพิกัดภูมิศาสตร์แล้ว และใช้แนว Permanent vegetation line เป็นแนวชายฝั่งตามนิยาม (ศึกษาเพิ่มเติมเรื่องนิยามชายฝั่งได้จาก https://beachlover.net/นิยามของแนวชายฝั่งทะเล-shoreline/) พบว่ามีแนวชายฝั่งเปลี่ยนแปลงในลักษณะของการทับถมและการกัดเซาะสลับไปมาตามรูป เมื่อวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงรายปีพบว่า หาดดอนทะเลเกิดการกัดเซาะในช่วงปี 2557-2558 ในอัตรา -0.415 เมตร/ปี, ช่วงปี 2558-2559 ในอัตรา -4.67 เมตร/ปี, ช่วงปี 2560-2561 ในอัตรา -2.84 เมตร/ปี, และ ช่วงปี 2562-2563 ในอัตรา -1.06 เมตร/ปี ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรง ที่เกิดขึ้นสองช่วงเวลาคือ ประมาณวันที่ 25-26 มกราคม 2559 และ 7-8 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ส่งผลให้ชายหาดภาคใต้ตอนล่างเกิดการกัดเซาะหลายพื้นที่ สำหรับหาดดอนทะเลพบอัตราการกัดเซาะในช่วงเวลานี้ 4.67 เมตร/ปี ผลจากเหตุการณ์นี้เองทำให้เกิดการริเริ่มโครงการป้องกันชายฝั่งหาดดอนทะเลแห่งนี้ ตลอดแนวยาว […]

20 ปี บ้านหน้าศาลกับชายหาดที่หายไป

20 ปีก่อน สมัย Beach Lover ลงพื้นที่สำรวจชายฝั่งทะเล ต้องแบกกล้องฟิล์มตัวใหญ่ กล้องถ่าย VDO ขนาดเท่าเครื่องชงกาแฟสมัยนี้ แผนที่กระดาษมาตราส่วน 1:50,000 ม้วนเขื่องทุกระวางติดทะเล พร้อมสัมภาระพะรุงพะรัง โทรศัพท์ที่ไม่มีสัญญาณจีพีเอสและอินเตอร์เนท ไม่อาจรู้ได้เลยว่าเราอยู่ตรงไหนในแผนที่นอกจากการสังเกตสภาพแวดล้อมรอบๆ คอยอ่านป้ายข้างๆทาง ร่วมกับการไถ่ถามจากคนรอบตัว 20 ปีก่อน ชายหาดภาคใต้แม้มีร่องรอยการกัดเซาะอย่างชัดเจนจากการแทรกแซงของมนุษย์ แต่ยังพอเสพความสมบูรณ์ของชายหาดสวยๆได้มากมาย ระหว่างทาง 20 ปีก่อน ณ หาดแห่งนี้ “บ้านหน้าศาล” คือตำแหน่งที่แวะเข้ามานั่งพักหาอะไรเย็นๆดื่ม ณ ชุมชนที่อยู่ประชิดชายฝั่ง และเป็นตำแหน่งที่คาดเดาได้ไม่ยากว่าจะเกิดผลกระทบอย่างไรจากการสร้าง Jetty ของกรมชลประทานทางทิศใต้ สมัยนั้น ไม่มีใครฟังเรื่องอะไรแบบนี้ และไม่มีใครเชื่อว่า “ความวิบัติ” ของชายหาดจะเกิดขึ้นจริง 20 ปีต่อมา ชุมชนบ้านหน้าศาลเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งความเป็นชุมชนมุสลิมที่เคยจัดประเพณีมัสยิดบนชายหาดและในทะเล เมื่อพื้นที่ชายหาดเปลี่ยนแปลงไปประเพณีนั้นก็ถูกยกเลิกไปโดยปริยาย การอพยพย้ายถิ่นฐานของชาวบ้านออกจากที่เดิมเพราะปัญหาการกัดเซาะและน้ำทะเลเข้าท่วมหมู่บ้าน 20 ปี ที่เทคโนโลยีก้าวล้ำพัฒนาไปไกล เราสามารถลงพื้นที่สำรวจชายหาดได้อย่างตัวเบาด้วยโทรศัพท์มือถือพร้อม Application ที่พร้อมใช้เพื่องานสำรวจอัดแน่นอยู่ในเครื่องเดียว … แต่บัดนี้ ชายหาดเมื่อ 20 […]

see more…

สถานการณ์ชายฝั่งทะเล

ติดตามสภาพชายฝั่ง อ.หลังสวน ชุมพร

ชายฝั่งทะเล อ.หลังสวน จ.ชุมพร มีความยาวประมาณ 35.35 กิโลเมตร มีตำบลติดชายฝั่งทั้งหมด 4 ตำบลได้แก่ ต.บางน้ำจืด ต.ปากน้ำ ต.บางมะพร้าว และ ต.นาพญา โดย ในปี 2564 นี้ กรมโยธาธิการและผังเมืองได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นโครงการป้องกันชายฝั่งจำนวน 4 โครงการ ใน 4 ตำบลชายฝั่งของ อ.หลังสวน (ค้นอ่านประกาศประชุมรับฟังความคิดเห็นได้จาก Search icon) ระยะทางรวม 6.14 กิโลเมตร หรือ คิดเป็น 17.4% ของความยาวชายฝั่งใน อ.หลังสวน โดยทั้ง 4 โครงการได้แก่ 1.ชายทะเลบ้านบางมั่น ต.นาพญา ความยาว 2,000 เมตร 2.ชายฝั่งบ้านหนองทองดี 1 ถึงบ้านจมูกโพรง ต.บางมะพร้าว ความยาว 2,520 เมตร 3.ชายฝั่งเลียบ ถ.ทางหลวงชนบท ด้านเหนือสำนักสงฆ์เขาไทรทอง ต.บางน้ำจืด […]

8 เดือนผ่านไป กับ “หาดกัดเพราะรัฐสร้าง” @ หน้าสตน

Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของหาดบ้านหน้าสตน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ไปแล้วในเดือน ก.พ.2564 ติดตามได้จาก https://beachlover.net/หาดกัดเพราะรัฐสร้าง-หน้าสตน/ Beach Lover ได้ลงพื้นที่ติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพชายหาดพื้นที่นี้อีกครั้งในเดือน ต.ค.2564 พบว่า จะงอยของกำแพงหินที่เป็นเหตุให้พื้นที่ทางทิศเหนือเกิดการกัดเซาะอย่างรุนแรงนั้นถูกรื้ออกไป และเกิดกำแพงหินเรียงแนวใหม่กระเถิบประชิดชายฝั่งมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมยาวต่อเนื่องไปทางทิศเหนือจากตำแหน่งสิ้นสุดโครงสร้างเดิม ด้วยวัสดุและรูปแบบหินเรียงตามเดิม สิ้นสุดปลายกำแพงหินเรียงนี้ พบการกัดเซาะกินลึกเข้ามาในพื้นที่เอกชน โดยชาวบ้านต้องนำกระสอบใส่ทรายช่วยเหลือตัวเองไปพลางในช่วงมรสุม แม้ว่าจะเป็นพื้นที่เล็กๆที่ได้รับผลกระทบจากแนวกำแพงกันคลื่นของรัฐ แต่ได้ฉายภาพใหญ่ของผลกระทบทั้งหมดให้เห็นอย่างชัดเจนมากว่า เมื่อเกิดกำแพงกันคลื่นเพื่อป้องกันชายฝั่งขึ้นที่ใด ที่สุดปลายโครงสร้างก็จะส่งต่อผลกระทบต่อเนื่องแบบโดมิโน่ไปเรื่อยๆ โดยรัฐก็จะใช้วิธีการซ้ำแบบเดิมเพื่อป้องกันชายฝั่งส่วนถัดไปอย่างต่อเนื่อง และเมื่อส่วนถัดไปสร้างเสร็จก็จะส่งต่อผลกระทบชิ่งต่อพื้นที่ใกล้เคียงถัดไปภายในเวลาอันรวดเร็ว โดยวงจรนี้จะเป็นภาพวนซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้จักจบสิ้นตราบเท่าที่รัฐยังคงแก้ปัญหาแบบเดิมเหมือนอย่างอดีตต่อเนื่องมายังปัจจุบัน และไม่มีทีท่าว่าจะเปลี่ยนแปลงในอนาคตอันใกล้

เติมทรายหาดชลาทัศน์ ถึงไหน ยังไง?

หาดสมิหลา-ชลาทัศน์ ชายหาดทรายขาวยาว 7.8 กิโลเมตร ใจกลางเมืองสงขลา มีความพยายามเพื่อป้องกันชายฝั่งอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2545 ทั้งกระสอบเล็กใหญ่ ยางรถยนต์ รอดักทราย กำแพงกันคลื่นแบบหิ้งทิ้ง กำแพงกันคลื่นแบบกระสอบทรายขนาดใหญ่ รวมถึงการเติมทรายชายหาดจำนวน 3 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา ซึ่งมีทั้งที่ประสบผลสำเร็จ มีทั้งที่ล้มเหลว และมีทั้งที่นำเรื่องขึ้นสู่ชั้นศาลเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดี กรมเจ้าท่ากำลังดำเนินการเติมทรายชายหาดเพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ณ บริเวณหาดสมิหลา-ชลาทัศน์ จ.สงขลา ตั้งแต่ชุมชนเก้าเส้งถึงสนามกีฬาติณสูลานนท์ระยะทางเกือบ 5 กิโลเมตร โดยเริ่มมาตั้งแต่ มิถุนายน 2559 ด้วยงบประมาณ 269,600,000 บาท จวบจนถึงปัจจุบัน (ต.ค.2564) ยังไม่แล้วเสร็จ โดยมีการปรับเปลี่ยนวิธีการไปเพื่อแก้ไขปัญหาเชิงเทคนิคที่เกิดขึ้น (ติดตามได้จากโพสเก่าๆ) Beach Lover ได้สำรวจภาคสนามติดตามความคืบหน้างานเติมทรายชายหาดชลาทัศน์มาอย่างต่อเนื่อง ในครั้งนี้ได้ลงพื้นที่ติดตามในวันที่ 21 ต.ค.2564 พบสภาพชายหาดทางตอนใต้ที่ผ่านการเติมทรายชายหาดไปแล้วบางส่วนตัดเป็นหน้าผาชัน โดยมีระดับแตกต่างกันไปตามแต่ละบริเวณ โดยมีระยะตัดแนวดิ่งที่มากที่สุดประมาณ 1.2 เมตรจากระดับพื้นทรายเดิม โดยยังคงพบการแยกชั้นของทรายเดิมและทรายที่นำมาถมอย่างชัดเจน และยังคงพบการพังทลายเป็นร่องตามแนวการไหลของน้ำฝนลงทะเลเหมือนเช่นเดิม จากการสังเกตไม่พบเครื่องจักรหนัก ท่อส่งทราย หรือการดำเนินงานก่อสร้างใดๆบนชายหาดส่วนนี้ […]

หาดชะอำช่วงโควิด ยังสบายดี?

Beach Lover ได้เคยนำเสนอสถานการณ์ของชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี ไปแล้วหลายครั้ง ติดตามได้จากโพสเก่าๆโดยใช้ Icon search ด้านขวาบน เครือข่ายของ Beach Lover ได้ลงพื้นที่ชายหาดชะอำในต้นเดือนตุลาคม 2564 พบชายหาดชะอำใต้ในหลากหลายสภาพ ทั้งกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดที่สร้างเสร็จแล้ว โดยพบว่าชายหาดด้านหน้ากำแพงบางตำแหน่งลดระดับต่ำลงจนเกิดเป็นแอ่งน้ำขัง รวมถึงยังพบเศษวัสดุก่อสร้างโดยเฉพาะเศษหินระเกะระกะด้านหน้ากำแพงอีกด้วย ในส่วนของโครงสร้างกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดที่ยังไม่แล้วเสร็จนั้น พบเสาเข็ม เหล็ก กองหิน และเศษวัสดุก่อสร้าง บนชายหาดโดยไม่มีการกันเขตพื้นที่ก่อสร้าง ส่งผลต่อความปลอดภัยในการเข้าใช้ประโยชน์ของหาดท่องเที่ยวแห่งนี้เป็นอย่างยิ่ง น่าจับตามองส่วนของชายหาดถัดไปด้านทิศใต้ ที่กำลังจะมีโครงการในอนาคต ว่าจะดำเนินการอย่างไร ภายใต้งบประมาณของกรมโยธาธิการและผังเมืองรวมทั้งสิ้นกว่า 102.924 ล้านบาท ความคืบหน้าต่อจากนี้ Beach Lover จะนำมาเสนอในโอกาสถัดไป

ปรับภูมิทัศน์หาดพัทยากันอีกรอบ?!

Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของโครงการปรับภูมิทัศน์ชายหาดพัทยาไปแล้ว หาอ่านได้จาก https://beachlover.net/กังขาตัดต้นไม้หาดพัทยารับโฉมปรับภูมิทัศน์-166-ล้าน/ จากการลงพื้นที่ติดตามโครงการนี้ พบว่าชายหาดพัทยาเกือบตลอดทั้งแนวระยะทางกว่า 2.8 กิโลเมตร มีต้นไม้เดิมซึ่งคือต้นหูกวางหลงเหลืออยู่น้อยกว่าปกติมาก โดยพบว่ามีการนำเชือกมากั้นในบางพื้นที่ พร้อมป้ายห้ามเข้าใช้พื้นที่ชายหาดตามประกาศของจังหวัด เรื่องราวการตัดต้นหูกวางซึ่งเป็นต้นไม้คู่ชายหาดพัทยามาเนิ่นนานถูกคัดค้านจากประชาชนเป็นอย่างมาก ด้วยเหตุผลหลายประการซึ่งสามารถติดตามได้จาก Link ของข่าวด้านบน แม้ช่วงที่กรมเจ้าท่าได้ดำเนินโครงการเติมทรายชายหาดพัทยาในปี 2561-2562 ก็พยายามอย่างยิ่งที่จะหลีกเลี่ยงการตัดต้นไม้บนพื้นที่ชายหาดและริมทางเดิน จากภาพถ่ายมุมสูงยังพบอีกว่า มีการวางโครงสร้างบางอย่างล้ำลงไปในทะเล คาดว่าจะเป็นขอบเขตทางเดินริมทะเลใหม่ที่ทางเมืองพัทยาตั้งใจจะเพิ่มพื้นที่ทางเดินพร้อมปรับภูมิทัศน์ โดยขยายล้ำลงไปบนชายหาดที่ทางกรมเจ้าท่าได้เติมทรายเอาไว้กว่า 45 เมตร (ออกแบบไว้ 35 เมตร) หากมีการขยายทางเดินริมทะเลจริง ระบบชะลอน้ำริมชายหาดที่กรมเจ้าท่าได้ก่อสร้างไว้ก็จะต้องถูกรื้อทิ้ง หรือถูกทำให้หมดฟังก์ชั่นไปโดยปริยาย ทั้งที่เพิ่งก่อสร้างแล้วเสร็จไปในช่วงต้นปี 2562 อย่างไรก็ตามโครงการขยายทางเดินริมทะเลนี้ถูกระงับชั่วคราวเพราะอาจถูกตีความว่าเป็นสิ่งล่วงล้ำบนชายหาด จำเป็นต้องขออนุญาตกรมเจ้าท่าก่อน (https://beachlover.net/ส่อเค้ายุ่ง-โครงการปรับภูมิทัศน์หาดพัทยา-เสี่ยงผิด/) น่าติดตามต่ออย่างใกล้ชิดว่า โครงการปรับภูมิทัศน์มูลค่ากว่า 166 ล้านบาทที่จะเนรมิตชายหาดพัทยาให้เป็นดั่งหาดไมอามี่โดยการนำต้นปาล์มและอินทผาลัมมาปลูกทดแทนต้นไม้เดิม พร้อมการขยายทางเดินริมชายหาดนั้นจะหน้าตาออกมาอย่างไร ชาวเมืองพัทยาจะพึงพอใจหรือไม่ และที่สำคัญเอกลักษณ์ดั้งเดิมของความเป็นหาดพัทยาจะยังคงหลงเหลืออยู่หรือไม่หลังจากนั้น … ร่วมติดตามต่อไปอย่างใจเย็น

ติดตามสถานการณ์เติมทรายชายหาดจอมเทียน

หาดจอมเทียนตั้งอยู่ทางทิศใต้ของชายหาดพัทยา มีความยาวตลอดแนวชายหาดประมาณ 6 กิโลเมตร สภาพของชายหาดจอมเทียนตั้งแต่หัวจรดท้ายหาดมีความกว้างค่อนข้างแตกต่างกันไป โดยทางตอนใต้ของชายหาดพบชายหาดที่ค่อนข้างแคบ มีโครงสร้างป้องกันแกบตลอดทั้งแนว ในช่วงเวลาน้ำลงบางฤดูกาลนั้นแทบจะมองไม่เห็นชายหาดเลย (อ่านเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/ปลายหาดจอมเทียน-2-ก-ค-2562/ และ https://beachlover.net/สวยแบบเหงาๆ-ณ-หาดจอมเทีย/) ด้วยความกว้างชายหาดที่ค่อนข้างแคบ เมื่อคลื่นเข้าปะทะย่อมมีโอกาสที่จะกระแทกกับกำแพงกันดินริมทางเดิน รวมถึงกองหินทิ้งที่นำมาป้องกันถนน และยกระดับซัดข้ามถนนขึ้นมาบนชายหาดได้ในบางฤดูกาล นอกจากนั้น ชายหาดจอมเทียนยังเป็นชายหาดท่องเที่ยวใกล้เมืองพัทยาที่มีชื่อเสียงติดระดับโลก และยังเป็นที่รองรับนักท่องเที่ยวที่หนาแน่นจากพัทยามาที่หาดจอมเทียนได้ดี เนื่องจากค่าใช้จ่ายทั้งที่พักและอาหารราคาถูกกว่าบริเวณหาดพัทยา กรมเจ้าท่าจึงได้เริ่มโครงการเติมทรายชายหาดจอมเทียนในปีต้น 2564 โดยคาดหมายว่าจะสามารถป้องกันชายฝั่งและเพิ่มพื้นที่การใช้ประโยชน์บริเวณชายหาดจอมเทียนได้ ตามที่ได้เคยดำเนินการสำเร็จมาแล้วที่ชายหาดพัทยาเมื่อปี 2561-2562 ด้วยงบประมาณ 429.185 ล้านบาท (https://beachlover.net/หาดพัทยา-น่าเที่ยวแค่ไหน/) กรมเจ้าท่าได้เริ่มโครงการศึกษาวางแผนแม่บทและสำรวจออกแบบเพื่อเสริมทรายป้องกันการกัดเซาะชายหาดจอมเทียน มาตั้งแต่ปี 2558-2559 แล้ว ศึกษาโดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ แต่เพิ่งเริ่มปฏิบัติงานกันในช่วงต้นปี 2564 นี้ โดยมีแผนจะเติมทรายตลอดแนวชายหาดระยะทาง 3,575 เมตร (ระยะที่ 1) ด้วยงบประมาณ 586.047 ล้านบาท ผูกพันตั้งแต่ปี 2563-2566 โดยมีผู้รับจ้างคือ บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน) ภาพมุมสูงจากงานสำรวจภาคสนามได้แสดงให้เห็นพื้นที่ชายหาดที่เพิ่มมากขึ้นด้านทิศใต้ของหาดจอมเทียน (ทิศเหนือของร้านอาหารครัวลุงไสว หน้าซอยนาจอมเทียน 2) […]

บทสรุปเรื่องราว หาดดอนทะเล

หาดดอนทะเล ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 6 ตำบลคันธุลี อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี  จากการสำรวจสภาพชายหาดเบื้องต้นพบว่า ยังมีชายหาดที่สมบูรณ์ พบผักบุ้งทะเล คนทีสอทะเล และพืชอื่นๆที่ปกคลุมหน้าชายหาด ที่มีความกว้างประมาณ  70-100 เมตร (รูปที่ 1) ชุมชนแถบนี้ได้มีการรวมกลุ่มกันใช้ประโยชน์พื้นที่ชายหาดทำตลาดหนองน้ำดอนทะเล บ้านคันธุลี เพื่อเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ของชุมชน  พบว่ามีการหาหอยเสียบ หอยขาว หอยตลับ ตามแนวชายหาด ใช้ชายหาดเพื่อตากสัตว์น้ำ รวมถึงใช้จอดเรือประมงกว่า 20 ลำ และใช้เพื่อการซ่อมแซมเรือและอุปกรณ์ประมง (รูปที่ 2) จากการสำรวจสภาพทั่วไปของชายหาดในเดือนกรกฎาคม 2564 พบว่าชายหาดตลอดแนวยาวกว่า 1.2 กิโลเมตร มีความสมบูรณ์และไร้ร่องรอยของการกัดเซาะชายฝั่ง แสดงดังรูปที่ 3  แม้ไร้ร่องรอยของการกัดเซาะชายฝั่งให้พบเห็นจากการสำรวจภาคสนามครั้งนี้ แต่ชายหาดดอนทะเลเป็นหนึ่งในหลายๆชายหาดที่กำลังจะเกิดโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ระยะทาง 1.291 กิโลเมตร (กรอบสีฟ้าในรูปที่ 3) ด้วยงบประมาณ 70.23 ล้านบาท โดยผูกพัน 4 ปี ตั้งแต่ปี 2563-2566 แสดงรายละเอียดดังรูปที่ 4 แม้จะล่วงเข้าปลายปีงบประมาณ 2564 แล้ว โครงการนี้ก็ยังไม่มีสัญญาณของการเริ่มดำเนินการก่อสร้างแต่อย่างใด […]

หาดดอนทะเล ยังสบายดี ?! – ตอนที่ 4

อ่านความเดิม ตอนที่ 1 ตอนที่ 2 และ ตอนที่ 3 ได้จาก https://beachlover.net/หาดดอนทะเล-ยังสบายดี/ และ https://beachlover.net/หาดดอนทะเล-ยังสบายดี-ตอนที่-2/ และ https://beachlover.net/หาดดอนทะเล-ยังสบายดี-ตอนที่-3/ หาดดอนทะเลกำลังจะมีโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งยาว 1,290 เมตร โดยใช้กำแพงกันคลื่นแบบเรียงหินใหญ่ โดยตลอดแนวยาวของกำแพงกันคลื่นนี้ มีบันไดทางลงกว้าง 3 เมตร 5 จุด และทางลงเรือกว้าง 5 เมตร 2 จุดด้วยงบประมาณกว่า 70 ล้านบาท โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง เมื่อครั้งที่หน่วยงานเข้ามาเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนเมื่อปี 2560 นั้น โครงการนี้มีระยะทางเพียง 800 เมตร ตามรูปด้านล่าง (อ้างอิงจากเอกสารรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 2 ในเดือนกันยายน 2560) หลังจากนั้น พบว่าได้มีการปรับรูปแบบโครงสร้างและระยะทาง จากเดิม 800 เมตร และสันเขื่อนกว้าง 3.5 เมตร เป็นระยะทาง 1,290 เมตร และเพิ่มความกว้างของสันเขื่อนเป็น 5.5 เมตร โดยสันเขื่อนด้านในสุดนั้นห่างจากขอบเขตที่ดินริมทะเลประมาณ 14.5 […]

หาดดอนทะเล ยังสบายดี ?! – ตอนที่ 3

อ่านความเดิม ตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2 ได้จาก https://beachlover.net/หาดดอนทะเล-ยังสบายดี/ และ https://beachlover.net/หาดดอนทะเล-ยังสบายดี-ตอนที่-2/ เมื่อวิเคราะห์ถึงการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชายฝั่งของหาดดอนทะเล อ.คันธุลี โดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียม Google earth ที่นำไปผ่านการปรับพิกัดภูมิศาสตร์แล้ว และใช้แนว Permanent vegetation line เป็นแนวชายฝั่งตามนิยาม (ศึกษาเพิ่มเติมเรื่องนิยามชายฝั่งได้จาก https://beachlover.net/นิยามของแนวชายฝั่งทะเล-shoreline/) พบว่ามีแนวชายฝั่งเปลี่ยนแปลงในลักษณะของการทับถมและการกัดเซาะสลับไปมาตามรูป เมื่อวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงรายปีพบว่า หาดดอนทะเลเกิดการกัดเซาะในช่วงปี 2557-2558 ในอัตรา -0.415 เมตร/ปี, ช่วงปี 2558-2559 ในอัตรา -4.67 เมตร/ปี, ช่วงปี 2560-2561 ในอัตรา -2.84 เมตร/ปี, และ ช่วงปี 2562-2563 ในอัตรา -1.06 เมตร/ปี ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังแรง ที่เกิดขึ้นสองช่วงเวลาคือ ประมาณวันที่ 25-26 มกราคม 2559 และ 7-8 กุมภาพันธ์ 2559 ที่ส่งผลให้ชายหาดภาคใต้ตอนล่างเกิดการกัดเซาะหลายพื้นที่ สำหรับหาดดอนทะเลพบอัตราการกัดเซาะในช่วงเวลานี้ 4.67 เมตร/ปี ผลจากเหตุการณ์นี้เองทำให้เกิดการริเริ่มโครงการป้องกันชายฝั่งหาดดอนทะเลแห่งนี้ ตลอดแนวยาว […]

20 ปี บ้านหน้าศาลกับชายหาดที่หายไป

20 ปีก่อน สมัย Beach Lover ลงพื้นที่สำรวจชายฝั่งทะเล ต้องแบกกล้องฟิล์มตัวใหญ่ กล้องถ่าย VDO ขนาดเท่าเครื่องชงกาแฟสมัยนี้ แผนที่กระดาษมาตราส่วน 1:50,000 ม้วนเขื่องทุกระวางติดทะเล พร้อมสัมภาระพะรุงพะรัง โทรศัพท์ที่ไม่มีสัญญาณจีพีเอสและอินเตอร์เนท ไม่อาจรู้ได้เลยว่าเราอยู่ตรงไหนในแผนที่นอกจากการสังเกตสภาพแวดล้อมรอบๆ คอยอ่านป้ายข้างๆทาง ร่วมกับการไถ่ถามจากคนรอบตัว 20 ปีก่อน ชายหาดภาคใต้แม้มีร่องรอยการกัดเซาะอย่างชัดเจนจากการแทรกแซงของมนุษย์ แต่ยังพอเสพความสมบูรณ์ของชายหาดสวยๆได้มากมาย ระหว่างทาง 20 ปีก่อน ณ หาดแห่งนี้ “บ้านหน้าศาล” คือตำแหน่งที่แวะเข้ามานั่งพักหาอะไรเย็นๆดื่ม ณ ชุมชนที่อยู่ประชิดชายฝั่ง และเป็นตำแหน่งที่คาดเดาได้ไม่ยากว่าจะเกิดผลกระทบอย่างไรจากการสร้าง Jetty ของกรมชลประทานทางทิศใต้ สมัยนั้น ไม่มีใครฟังเรื่องอะไรแบบนี้ และไม่มีใครเชื่อว่า “ความวิบัติ” ของชายหาดจะเกิดขึ้นจริง 20 ปีต่อมา ชุมชนบ้านหน้าศาลเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งความเป็นชุมชนมุสลิมที่เคยจัดประเพณีมัสยิดบนชายหาดและในทะเล เมื่อพื้นที่ชายหาดเปลี่ยนแปลงไปประเพณีนั้นก็ถูกยกเลิกไปโดยปริยาย การอพยพย้ายถิ่นฐานของชาวบ้านออกจากที่เดิมเพราะปัญหาการกัดเซาะและน้ำทะเลเข้าท่วมหมู่บ้าน 20 ปี ที่เทคโนโลยีก้าวล้ำพัฒนาไปไกล เราสามารถลงพื้นที่สำรวจชายหาดได้อย่างตัวเบาด้วยโทรศัพท์มือถือพร้อม Application ที่พร้อมใช้เพื่องานสำรวจอัดแน่นอยู่ในเครื่องเดียว … แต่บัดนี้ ชายหาดเมื่อ 20 […]

see more…

ข่าว

กลุ่มประมงพื้นบ้านดอนสัก ร่วมเรียนรู้ระบบ ติดตามชายหาดโดยชุมชน

ที่มา: https://www.facebook.com/LaetaLaeTai/ กลุ่มประมงพื้นบ้านอำเภอดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี สำรวจการกัดเซาะชายฝั่งช่วงฤดูมรสุม เพื่อบันทึกข้อมูลการติดตามชายหาดโดยชุมชน หวังใช้เป็นประโยชน์ในการจัดทำแผนพัฒนาชายหาดร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ. วันอาทิตย์ที่ผ่านมา (7 พ.ย.2564) กลุ่มประมงพื้นบ้านจาก 3 ตำบล ในอำเภอดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี รวม 30 คน ร่วมเรียนรู้ข้อมูลการกัดเซาะชายฝั่ง และแนวทางการแก้ปัญหา ณ โรงเรียนวัดนทีวัฒนาราม ต.ชลคราม อ.ดอนสัก เพื่อทำความเข้าใจสภาพปัญหาพื้นที่ จากการแลกเปลี่ยนข้อมูล พบว่า ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งของ อ.ดอนสัก เริ่มต้นตั้งแต่มีนโยบายสัมปทานป่าชายเลน และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำชายฝั่ง ช่วง พ.ศ.2530 ทำให้เกิดการทำลายพื้นที่ป่ายเลน แปรสภาพเป็นบ่อเพาะเลี้ยงกุ้ง จนมาถึงยุทธศาสตร์ด้านการเชื่อมโยงเส้นทางการท่องเที่ยวและขนส่งน้ำมันทางทะเลระหว่างแผ่นดินใหญ่ กับ อ.เกาะสมุย อ.เกาะพงัน ส่งผลกระทบต่อการกัดเซาะชายฝั่งมาจนปัจจุบัน. จากนั้น ได้รวมกลุ่มกันทำการสำรวจพื้นที่ชายหาดบริเวณชายหาดบ้านพอด ต.ชลคราม ซึ่งใกล้กับพื้นที่กำแพงกันคลื่นแบบเรียงหิน รวมระยะทาง 1,800 เมตร จากคลองตั้ว ถึง The Tamarind รีสอร์ท มีเป้าหมายในการก่อสร้างเพื่อป้องกันชุมชน และพื้นที่จอดเรือของชุมชนบ้านพอด ปัจจุบันการกัดเซาะชายฝั่งนั้นเกิดขึ้นบริเวณด้านท้ายของกำเเพงกันคลื่นตั้งเเต่ […]

เชิญชวนประชุมเพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ หาดวอนนภา ชลบุรี [11 พ.ย.2564]

ที่มา: กรมโยธาธิการและผังเมือง โครงการฟื้นฟูบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์เขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล พื้นที่ชายฝั่งทะเลชุมชนวอนนภา เทศบาลเมืองแสนสุข อำเภอเมืองชลบุรี จังหวัด ชลบุรี

ผู้ทรงคุณวุฒิฯ ระบุชัดชายหาดชุมพรไม่มีพื้นที่กัดเซาะรุนแรง

ที่มา: https://news1live.com จากกรณีที่มีกลุ่มนักอนุรักษ์คนรักอ่าวชุมพร และชาวบ้านออกมาคัดค้านกรมโยธาธิการและผังเมือง ก่อสร้างเขื่อนคอนกรีตป้องกันตลิ่งกัดเซาะชายฝั่งริมทะเล ความยาว 630 เมตร ด้วยงบประมาณ 80 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 700 วัน สิ้นสุดสัญญาวันที่ 16 ตุลาคม 2565 บนพื้นที่หาดทรายรี ต.หาดทรายรี อ.เมือง จ.ชุมพร ไม่มีการจัดทำรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ซึ่งจะส่งผลเสียระยะยาว เนื่องจากจุดก่อสร้างดังกล่าวเป็นแหล่งท่องเที่ยวระดับประเทศ และเป็นสถานที่ประวัติศาสตร์เนื่องจากมีพระตำหนักที่ประทับพลเรือเอก พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาภากรเกียรติวงศ์ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ หรือเสด็จเตี่ย หรือหมอพร และเป็นแหล่งเรียนรู้ยาสมุนไพรตำรับหมอพร และเป็นสถานที่สวรรคตของพระองค์ ปัจจุบันได้มีการสร้างพระบรมรูปของพลเรือเอกเสด็จในกรมหลวงชุมพรเขตอุดศักดิ์ มีประชาชนจากทั่วสารทิศมากราบไหว้สักการะอย่างไม่ขาดสาย ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว นายธนเทพ กมศิลป์ ผู้ทรงคุณวุฒิกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งด้านสิ่งแวดล้อม จ.ชุมพร กล่าวว่าหลังจากที่กลุ่มอนุรักษ์คนรักอ่าวชุมพร และ แกนนำชาวบ้านในพื้นที่ยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และล่าสุดตนได้มีหนังสือ ที่พิเศษ 1/2564 ลงวันที่ 3 พ.ย.2564 ถึงประธานคณะอนุกรรมการบูรณาการด้านการจัดการการกัดเซาะชายฝั่งทะเล […]

ติดตามการเปลี่ยนแปลงแนวกัดเซาะชายฝั่งหลังสวน ทะเลชุมพร

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH/ วันที่ ๒ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง สำรวจโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลด้วยอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ๔ พื้นที่ ประกอบด้วย ๑. โครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลพร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ พื้นที่ชายฝั่งเลียบทางหลวงชนบท ชพ.๔๐๑๒ บริเวณด้านเหนือสำนักสงฆ์เขาไทรทอง (รูปปั่นพระสีวลี) ต.บางน้ำจืด อ.หลังสวน จ.ชุมพร ของกรมโยธาธิการและผังเมือง มีระยะก่อสร้างความยาว ๕๒๐ เมตร ผลการสำรวจไม่พบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ๒. โครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลพร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ พื้นที่ชายฝั่งเลียบทางหลวงชนบท ชพ.๔๐๑๒ บริเวณ ม..๔ บ้านหินสามก้อน ต.ปากน้ำ อ.หลังสวน จ.ชุมพร ของกรมโยธาธิการ มีระยะก่อสร้างความยาว ๑,๑๔๐ เมตร ผลการสำรวจไม่พบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ๓. โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งบ้านราษฎร์บำรุง ม.๑๐ ต.บางมะพร้าว อ.หลังสวน จ.ชุมพร ของ อบต.บางมะพร้าว มีระยะก่อสร้างความยาว ๑,๒๔๓ เมตร ผลการสำรวจไม่พบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง […]

ติดตามการเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่งท่าศาลา-ปากพนัง-หัวไทร

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH/ วันที่ ๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง สำรวจพื้นที่โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลด้วยอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ๓ พื้นที่ ประกอบด้วย ๑. โครงการก่อสร้างกำแพงป้องกันคลื่นกัดเซาะชายทะเล/ริมหาด หาดทรายแก้ว-หาดเราะ ม.๑ – ม.๓ ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ของ อบต.ท่าขึ้น มีระยะก่อสร้างความยาว ๖.๕ กม. ผลการสำรวจมีการทิ้งหินตลอดแนว และพบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งเป็นบางช่วงในจุดที่ไม่มีหินทิ้ง ๒. โครงการก่อสร้างแนวเขื่อนหินใหญ่ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล บริเวณพื้นที่ ม.๖ ต.ปากพนังตะวันออก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ของ อบต.ปากพนังฝั่งตะวันออก ขนาดพื้นที่โครงการระยะทางยาว ๔.๒๘ กม. ผลการสำรวจพบว่าด้านทิศใต้ของโครงการฯ มีหินทิ้งตลอดแนวชายฝั่ง ๓. งานก่อสร้างแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง บริเวณ ม.๕ ๖ และ ๙ ต.เกาะเพชร อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช ของกรมเจ้าท่า […]

ติดตามการเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่ง หาดทรายเม็ดแรกทะเลเพชรบุรี

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH/ วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๓ (เพชรบุรี) สำรวจพื้นที่ชายฝั่งแหลมหลวง เพื่อเก็บข้อมูลในการติดตามสถานภาพการเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่ง บริเวณแหลมหลวง(หาดทรายเม็ดแรก) ต.แหลมผักเบี้ย อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ทั้งนี้ เพื่อใช้ในการพิจารณากลั่นกรองและความเหมาะสมโครงการด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๖ โดยการดำเนินงานเป็นไปตามหลักเกณฑ์ประกอบการจัดทำแผนงาน/โครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ภายใต้คณะอนุกรรมการบูรณาการด้านการจัดการการกัดเซาะชายฝั่งทะเล

เครือข่ายฯกัดเซาะชายฝั่งปัตตานี เรียกร้องให้รัฐบาลเเก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน

ที่มา: https://www.facebook.com/Beachforlife.BFL วันนี้ 29 ตุลาคม 2564 องค์กรนักศึกษา เยาวชน เเละภาคประชาชน ในจังหวัดปัตตานี 23 องค์การ ในนามเครือข่ายประชาชนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืน จังหวัดปัตตานี ยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัด เเละตัวเเทนสมาชิกสภาผู้เเทนราษฎร ในจังหวัดปัตตานี ผ่านไปยังนายกรัฐมนตรี โดยมี 8 ข้อเรียกร้องสำคัญ 1. ให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นำโครงการหรือกิจการประเภทกำแพงกันคลื่น กลับเข้าไปเป็นโครงการที่ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) เพื่อเป็นหลักประกันสิทธิตามรัฐธรรมนูญให้แก่ประชาชน และเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อสิ่งแวดล้อม และชุมชนชายฝั่ง 2. ให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ระงับการดำเนินการโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ชายหาดทั่วประเทศไทย ที่กำลังมีการดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน เพื่อป้องการทำลายชายหาดด้วยโครงสร้างป้องกันชายฝั่งของรัฐ และไม่ให้เกิดการใช้งบประมาณอย่างฟุ่มเฟือย ไม่ได้เกิดประโยชน์ในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง แต่เป็นการซ้ำเติมเพิ่มปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งให้ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น 3.รัฐบาลต้องผลักดันให้เกิดการใช้มาตรการชั่วคราว ที่สามารถรื้อถอนได้เมื่อผ่านมรสุมไป อย่างที่ปรากฏชัดเจนในหลายพื้นที่ชายหาดของประเทศไทยว่า การกัดเซาะชายฝั่งในหลายพื้นที่เกิดขึ้นเพียงชั่วคราว การใช้มาตรการชั่วคราว ที่เหมาะสมกับสภาพการณ์และสิ่งแวดล้อม จึงเป็นทางออกที่เหมาะสมเพื่อการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืน โดยส่งเสริมให้เกิดการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งชั่วคราวในช่วงมรสุม 4. รัฐบาลต้องส่งเสริม และผลักดันให้มีการใช้มาตรการที่เป็นมิตรกับชายหาด เช่น การเติมทราย การกำหนดแนวถอยร่น การรื้อถอนโครงสร้างป้องกันชายฝั่งที่ไม่จำเป็น และการป้องกันการกัดเซาะตามวิถีภูมิปัญญาดั้งเดิม เพื่อให้ชายฝั่งได้ฟื้นคืนและเกิดความสมดุล […]

พ่อเมืองสงขลา นำแก้ปัญหากัดเซาะพื้นที่ชายฝั่งเพื่อความยั่งยืน

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๕ (สงขลา) ร่วมกับ ทสจ. เจ้าท่าภูมิภาคสาขาสงขลา โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด และกลุ่ม Beach for life รวม ๒o คน ร่วมประชุมรับฟังข้อคิดเห็นและแนวทางการทำงาน ตามคำสั่งจังหวัดสงขลาที่ ๕๑๒๓/๒๕๖๔ เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ลงวันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ โดยมีนายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธาน ณ ห้องประชุมชั้น ๕ ศาลากลางจังหวัดสงขลา ทั้งนี้ เนื่องจากเมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา ผู้ประสานงานกลุ่ม Beach for life และเครือข่ายประชาชนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืน จังหวัดสงขลา ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เพื่อยื่นข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืน และผู้ว่าราชการจังหวัดได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืนของชายฝั่งจังหวัดสงขลา จึงได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นมาโดยให้แล้วเสร็จภายใน […]

ชาวบ้านยื่นหนังสือผู้ว่าฯหนุนสร้างเขื่อนหาดทรายรี

ที่มา: https://www.nationtv.tv/news/378848432 25 ตุลาคม 2564  ที่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดชุมพร มีกลุ่มประชาชน จำนวนกว่า 30 คน รวมตัวเพื่อยื่นหนังสือสนับสนุนโครงการเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล พื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลหาดทรายรี อำเภอเมือง จังหวัดชุมพร โดยนายสมพร ปัจฉิมเพ็ชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพรได้รับหนังสือ โดยใจความสำคัญหนังสือที่ยื่นครั้งนี้ ระบุว่า  พวกเราในฐานะประชาชนหมู่ที่ 1 หมู่ที่ 5 และหมู่ 7 ตำบลหาดทรายรี ซึ่งเป็นประชาชน ที่อาศัยอยู่ในเป็นบริเวณริมชายฝั่งทะเลและบริเวณใกล้เคียง และล้วนเป็นผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งแก่ ทรัพย์สิน และวิถีชีวิตโดยตรงจากการโดนคลื่นซัดกัดเซาะมาเป็นระยะเวลานานแล้ว โดยเฉพาะในช่วงฤดูมรสุม พวกเราได้ติดตามและร้องขอความช่วยเหลือจากภาครัฐมาแล้วหลายต่อหลายครั้งแต่ปัญหาก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข  จนมาถึงปัจจุบันทางจังหวัดชุมพรโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดชุมพร ได้มีโครงการเขื่อนป้องกัน การกัดเซาะชายฝั่งทะเลพื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลหาดทรายรีขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อบรรเทาและแก้ไขปัญหาความ เดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ พวกเราในฐานะประชาชนผู้มีส่วนได้เสียกับโครงการดังกล่าวโดยตรง และเป็น ผู้ที่อาศัยทำมาหากินอยู่กับธรรมชาติ คือ ท้องทะเลหาดทรายรีมาตั้งแต่เกิด จึง ขอขอบคุณและสนับสนุน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นอย่างสูงที่มีส่วนช่วยผลักดันและสนับสนุนให้เกิดโครงการเขื่อนป้องกันการกัดเซาะ ชายฝั่งทะเล พื้นที่หมู่ที่ 5 ตำบลหาดทรายรี […]

เครือข่ายประชาชนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง อย่างยั่งยืน เข้าพบผู้ว่าราชการสงขลา

ที่มา: https://www.facebook.com/songkhlasatun/ ตัวเเทนเครือข่ายประชาชนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืนจังหวัดสงขลา เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา โดยมีตัวเเทนหน่วยงานได้เเก่ เจ้าท่าส่วนภูมิภาคสาขาสงขลา โยธาธิการเเละผังเมืองจังหวัดสงขลา สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลเเละชายฝั่ง จ.สงขลา สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อม เข้าร่วมโดยเครือข่ายภาคประชาชนฯ ได้ยื่นข้อเสนอ 3 ข้อต่อการเเก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งจังหวัดสงขลา ดังนี้ 1. ขอให้ยุติการดำเนินการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นในพื้นที่ชายหาดของจังหวัดสงขลาต่อไปเรื่อยๆ และขอให้จำกัดความเสียหายของผลกระทบจากกำแพงกันคลื่นด้วยมาตรการอื่นๆที่เหมาะสม ไม่ใช่การสร้างโครงสร้างกำแพงกันคลื่นไปเรื่อย เนื่องจากบทเรียนที่ผ่านมาพิสูจน์ชัดเจนแล้วว่า การสร้างกำแพงกันคลื่นต่อไปนั้นทำให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่ง และความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพย์สินของประชาชนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด 2. ต้องผลักดันให้เกิดการใช้มาตรการชั่วคราว ที่สามารถรื้อถอนได้เมื่อผ่านมรสุมไป อย่างที่ปรากฏชัดเจนในหลายพื้นที่ชายหาดของประเทศไทยว่า การกัดเซาะชายฝั่งในหลายพื้นที่เกิดขึ้น เพียงชั่วคราว การใช้มาตรการชั่วคราว ที่เหมาะสมกับสภาพการณ์และสิ่งแวดล้อม จึงเป็นทางออกที่เหมาะสมเพื่อการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืน โดยส่งเสริมให้เกิดการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งชั่วคราวในช่วงมรสุม 3. รัฐบาลต้องส่งเสริม และผลักดันให้มีการใช้มาตรการที่เป็นมิตรกับชายหาด เช่น การเติมทราย การกำหนดแนวถอยร่น การรื้อถอนโครงสร้างป้องกันชายฝั่งที่ไม่จ าเป็น และการป้องกันการกัดเซาะตามวิถีภูมิปัญญาดั้งเดิม เพื่อให้ชายฝั่งได้ฟื้นคืนและเกิดความสมดุล โดยที่มาตรการเหล่านี้เป็นมาตรการที่ก่อให้เกิดความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรชายฝั่ง จากข้อเสนอ ทางผู้ว่าฯ ได้เเต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกัดเซาะชายฝั่ง โดยมีหน่วยราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเเละให้ตัวเเทนเครือข่ายประชาชนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ร่วมด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ยืนยันว่า การเเก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ต้องจัดการอย่างยั่งยืน […]

see more…