Home

ข่าว

ติดตามสถานการณ์กัดเซาะชายฝั่งหาดปะนาเระ จ.ปัตตานี

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 9 โดยส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ลงพื้นที่สำรวจและตรวจสอบบริเวณ หาดปะนาเระ ตำบลปะนาเระ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ซึ่งอยู่ในระบบหาดบางแหลมโพธิ์–บางมะรวด จากการสำรวจพบว่า ช่วงที่ผ่านมาเกิดฝนฟ้าคะนองและคลื่นลมแรงสูงมากกว่า 2 เมตร ส่งผลให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่ง และทำให้ถนนเลียบชายทะเลบางช่วงได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ ยังพบโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ เขื่อนหินทิ้งริมชายฝั่ง รอดักทรายรูปตัวไอ ทั้งนี้ สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 9 จะดำเนินการติดตามสถานภาพพื้นที่และโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบและวางแนวทางบริหารจัดการอย่างเหมาะสมต่อไป

ติดตามสถานภาพชายฝั่งปัตตานี พบหาดทรายเริ่มฟื้นตัวอย่างสมดุล

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 3–6 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 9 (สทช.9) โดยส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ลงพื้นที่สำรวจ เก็บข้อมูล และติดตามสถานภาพชายฝั่งทะเลในพื้นที่ อำเภอหนองจิก อำเภอเมืองปัตตานี และอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ครอบคลุมระบบหาด เทพา–แหลมโพธิ์, แหลมโพธิ์–บางมะรวด และบางนรา ผลการสำรวจพบว่า ชายฝั่งในพื้นที่ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็น หาดทรายสมดุล เริ่มมีการสะสมตัวของตะกอนทราย และบางพื้นที่มีการปรับตัวเป็น เนินทรายชายฝั่ง ซึ่งสะท้อนแนวโน้มการฟื้นตัวของระบบชายฝั่งอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ แนวปักไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่น บริเวณ ตำบลตันหยงลุโละ อำเภอเมืองปัตตานี ยังมีประสิทธิภาพในการลดแรงคลื่นและช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สทช.9 จะนำข้อมูลที่ได้ไปรวบรวม วิเคราะห์ และจัดทำรายงานสถานภาพชายฝั่งทะเลประจำปี 2569 จังหวัดปัตตานี เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการวางแผนอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการชายฝั่งทะเลอย่างยั่งยืนต่อไป

เร่งสำรวจชายฝั่งประจวบฯ หลังมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ประเมินความเสี่ยงการกัดเซาะชายฝั่ง

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 15 มกราคม 2569 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 โดยส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ลงพื้นที่สำรวจและติดตามสถานการณ์ชายฝั่งทะเลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายหลังได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลให้บางช่วงของแนวชายฝั่งเกิดการกัดเซาะ โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ติดถนนเลียบชายฝั่ง ซึ่งอาจกระทบต่อความปลอดภัย การคมนาคม และทรัพย์สินของประชาชน ในการสำรวจครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ใช้ อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เพื่อสำรวจแนวตะกอนนอกชายฝั่ง ควบคู่กับการตรวจสอบสภาพพื้นที่จริง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความละเอียด ถูกต้อง และครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ข้อมูลจากการสำรวจจะถูกนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญ ในการประเมินความเปราะบางของพื้นที่ชายฝั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ช่วยสนับสนุนการวางแผนบริหารจัดการและกำหนดแนวทางป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ และมุ่งสู่ความยั่งยืนในระยะยาว การติดตามและประเมินสถานการณ์ชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นภารกิจสำคัญของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ และสร้างความมั่นคงให้กับชุมชนชายฝั่งของประเทศ

ติดตามแนวรั้วไม้ดักทรายหาดปากเมง

ที่มา: https://www.facebook.com/mnperc3 วันที่ 9 มกราคม 2569 ศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 (ตรัง) สำรวจติดตามเก็บข้อมูลการสะสมตัวของมวลทรายและติดตามการเจริญเติบโตของสังคมพืชป่าชายหาด บริเวณแนวรั้วไม้ดักทรายหาดปากเมง อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง ประจำเดือนมกราคม แนวรั้วไม้ดักทราย 2 รูปแบบ ได้แก่ แนวตรง และแนวซิกแซก เบื้องต้นพบว่า มีการสะสมตัวของมวลทรายเฉลี่ย 15.5 และ 33.7 เชนติเมตร ตามลำดับ และพบพันธุ์ไม้ทั้งหมด 14 ชนิด จำนวน 364 ต้น พันธุ์ไม้เด่นที่พบคือ ต้นปอทะเล (Hibiscus tiliaceus L.) จำนวน 117 ต้น เทพี (Caesalpinia crista L.) จำนวน 69 ต้น และหูกวาง (Terminalia catappa L.) จ่านาน 51 ต้น […]

คลื่นซัด”หาดสามพระยา” กัดเซาะชายฝั่งพังยับ ต้นสนล้มระนาว

ที่มา: https://www.facebook.com/prachuappost (วันที่ 9 มกราคม 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างวันที่7-8 มกราคม ที่ผ่านมา นายเอกฤทธิ์ ดวงมาลา หน.อช เขาสามร้อยยอด กล่าวว่า หาดสามพระยา และ หาดแหลมศาลา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เกิดมวลน้ำทะเลหนุนสูงประกอบกับคลื่นลมแรงในอ่าวไทย ทะยานเข้าซัดชายหาดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะแนวต้นสนขนาดใหญ่มีอายุมากกว่า30ปี ที่เป็นสัญลักษณ์ของหาด ถูกกระแสคลื่นสูงเกือบ3เมตรกัดเซาะจนรากถอนโคน ล้มระนาวเกือบ 20 ต้น ซึ่งทั้ง2หาดรวมแล้วเกือบ40ต้น กลายเป็นภาพที่น่าตกใจ ทั้งนี้จากสภาพอากาศที่แปรปรวนส่งผลให้คลื่นที่มีความแรงโถมเข้าใส่ชายหาดอย่างต่อเนื่อง พลังของน้ำได้ขุดรากถอนโคนต้นสนขนาดใหญ่ที่ยืนต้นมานานนับสิบปีให้ล้มลงในพริบตา พื้นที่ที่เคยร่มรื่นสวยงามกลับกลายเป็นแนวดินที่พังทลายและซากต้นไม้ที่ล้มระเนระนาด สร้างความตะลึงให้กับเจ้าหน้าที่ฯและนักท่องเที่ยวในพื้นที่เป็นอย่างมาก ​เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ย่อย หาดสามพระยา (อช เขาสามร้อยยอด)ได้ประเมินสถานการณ์พร้อมงดให้บริการลานกางเต้นท์ เป็นการชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย” โดยเบื้องต้นมีการติดธงแดง และ​ปิดกั้นพื้นที่เสี่ยง ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำโดยเด็ดขาด ​ซึ่ง​ความรุนแรงของธรรมชาติที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดครั้งหนึ่งในต้นปีนี้ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำลายทัศนียภาพอันสวยงาม แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างรุนแรง ​ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวติดตามประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาและอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดอย่างใกล้ชิด

สำรวจเก็บข้อมูลและติดตามสถานภาพชายฝั่งช่วงมรสุม บริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเล อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 โดยเจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ลงพื้นที่สำรวจเก็บข้อมูลและติดตามสถานภาพชายฝั่งช่วงมรสุม รวมถึงรวบรวมข้อมูลส่งให้กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง เพื่อเป็นข้อมูลพิจารณากลั่นกรองโครงการด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเล ม.6 ต.หน้าสตน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช จากการลงพื้นที่ พบการกัดเซาะชายฝั่งในช่วงฤดูมรสุม และทางด้านทิศเหนือชายฝั่งมีความสมดุล มีตะกอนทรายสะสมมากและหน้าหาดกว้าง ทั้งนี้ สทช.5 จะดำเนินการรวบรวมข้อมูล เพื่อนำไปประกอบการจัดทำรายงานสถานภาพชายฝั่งทะเลประจำปี 2569 พร้อมทั้งรวบรวมรายงานกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของคณะทำงานกลั่นกรองโครงการฯ ต่อไป

สำรวจข้อมูลแนวรั้วไม้ดักทราย หาดปากเมง

ที่มา: https://www.facebook.com/mnperc3 วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 (ตรัง) สำรวจติดตามเก็บข้อมูลการสะสมตัวของมวลทรายและติดตามการเจริญเติบโตของสังคมพืชป่าชายหาด บริเวณแนวรั้วไม้ดักทรายหาดปากเมง อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรังประจำเดือนกันยายน แนวรั้วไม้ดักทราย 2 รูปแบบ ได้แก่ แนวตรง และแนวซิกแซก เบื้องต้นพบว่า มีการสะสมตัวของมวลทรายเฉลี่ย 8.3 และ -21.3 เซนติเมตร ตามลำดับ และพบพันธุ์ไม้ทั้งหมด 15 ชนิด จำนวน 337 ต้น มีพันธุ์ไม้เด่นที่พบคือ ต้นปอทะเล (Hibiscus tiliaceus L.) จำนวน 141 ต้น รักทะเล 80 ต้น และ ต้นเตยทะเล (Pandanus odoratissimus L.f.) จำนวน 33 ต้น และซึ่งเมื่อเปรียบเทียบข้อมูลเบื้องต้น ในเดือนที่ผ่านมา พบว่า มีจำนวนกล้าไม้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เร่งหาแนวทางแก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่งบ้านปูลาโต๊ะบีซู

ที่มา: https://www.facebook.com/DPT.PR.GO.TH วันที่ 16 ตุลาคม 2568 กรมโยธาธิการและผังเมือง เดินหน้าแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลอย่างเป็นระบบ จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 3 โครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดฯ บริเวณบ้านปูลาโต๊ะบีซู ต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ณ โรงเรียนบ้านปูลาเจ๊ะมูดอ โดยมีนายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานการประชุม เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์จากทุกภาคส่วน ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณบ้านปูลาโต๊ะบีซู ได้ทวีความรุนแรงในระดับสูง ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อบ้านเรือน ที่ดินทำกิน และทรัพย์สินของทางราชการ รวมถึงโรงเรียนและสถานีประมงชายฝั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างป้องกันปัจจุบันไม่สามารถต้านทานการถดถอยของแนวชายฝั่งจากคลื่นกัดเซาะในช่วงฤดูมรสุมได้ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนอย่างมาก นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้กล่าวถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว พร้อมเน้นย้ำให้ประชาชนที่เข้าร่วมประชุมสะท้อนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำไปบูรณาการร่วมกับการศึกษาด้านอื่น ๆ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาสนองตอบต่อความต้องการของชุมชนและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ​สำหรับโครงการดังกล่าว กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท แมคโคร คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท เอส ที เอส กรีน จำกัด เข้ามาดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียด […]

ชาวบ้านหาดทรายรี คัดค้านการปักเสาไม้กันคลื่น

ที่มา: https://www.facebook.com/SouthernThaiPBS เมื่อวานนี้ (29 ส.ค. 68) ที่วัดสุวรรณคูหาวารีวงศ์ (วัดถ้ำโพงพาง) ต.หาดทรายรี อ.เมือง จ.ชุมพร ผู้นำชุมชน เจ้าอาวาสวัด และชาวบ้านกว่า 300 คน จาก 7 หมู่บ้าน ร่วมประชาคมแสดงจุดยืนคัดค้านการปักเสาไม้กันคลื่น หลังใช้งานมา 3 ปีไม่แก้ปัญหายั่งยืน แถมเสาไม้ผุหักเป็นตอฝังดิน อันตรายต่อชาวบ้านและนักท่องเที่ยว อีกทั้งทำให้ภูมิทัศน์ชายหาดเสื่อมโทรม ชาวบ้านเรียกร้องหน่วยงานรัฐเลิกปักไม้ซ่อมแซมเพิ่มเติม พร้อมเร่งดำเนินการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งถาวรตามแบบวิศวกรโยธา ควบคู่กับการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม และจัดเวทีประชาคมเพื่อฟังเสียงประชาชนโดยเร็วที่สุด นางสกุลตลา ไมตรีจิตร นายก อบต.หาดทรายรี ยืนยันว่า การใช้เสาไม้ที่ผ่านมาไม่ช่วยแก้ปัญหาน้ำกัดเซาะชายฝั่ง แต่กลับสร้างปัญหาเพิ่ม จึงต้องหามาตรการถาวรเพื่อคุ้มครองพื้นที่และการท่องเที่ยวในระยะยาว

งานปักไม้ หาดม่วงงาม

ที่มา: https://web.facebook.com/kprame.garden Beach Lover ยังไม่มีข้อมูลว่าเจ้าของโครงการคือหน่วยงานใด รวมถึงที่ไปที่มาของโครงการด้วย หากทราบข้อมูลจะนำมาแจ้งข่าวในโอกาสถัดไป

see more…

สถานการณ์ชายฝั่งทะเล

หาดชะอำเหนือ-ใต้ ยามน้ำขึ้น-น้ำลง

Beach Lover ชวนไปศึกษาชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี ในจังหวะน้ำลงและจังหวะน้ำขึ้น Beach Lover ยืนที่จุดเดิมใช้ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ใช้เสาไฟและทางลงชายหาดเป็นตำแหน่งอ้างอิง แล้วถ่ายภาพซ้ำเพื่อเทียบการเปลี่ยนแปลงยามน้ำขึ้น-ลง พบว่า หาดที่มีกำแพงกันคลื่นแบบนี้ “มีหาด” เฉพาะบางเวลา และ “ไม่มีหาด” ในบางเวลา ตอนน้ำลง ผืนทรายยังโผล่ให้เห็นพอสมควร หลายคนมองแล้วอาจรู้สึกว่าก็ยังมีหาดอยู่ เดินเล่นได้ ถ่ายรูปได้ ลงไปแช่น้ำได้บ้าง แต่ถ้ามองด้วยสายตาคนทำงานชายฝั่ง จะพบว่าชายหาดถูกบีบให้แคบ ด้วยโครงสร้างกำแพงกันคลื่นตลอดแนวพื้นที่ว่างที่ควรเป็นชายหาดธรรมชาติถูกแทนที่ด้วยผิวคอนกรีตแบบขั้นบันได และสิ่งที่สะดุดตาที่สุดในช่วงน้ำลงคือสีเขียวๆ ที่เกาะตามขั้นบันไดคอนกรีต แผ่นเขียวนี้ไม่ใช่เรื่องสวยงามแบบธรรมชาติ แต่มันคือสัญญาณของพื้นที่ที่โดนน้ำทะเลสาดซ้ำๆ ชื้น เค็ม มีแสงแดด และเหมาะกับการเกิดคราบชีวภาพ/สาหร่าย ปัญหาคือมันลื่นมาก ลื่นชนิดที่คนทั่วไปมักประเมินต่ำกว่าความจริง ยิ่งถ้ามีคลื่นบางๆ เคลือบผิวไว้ หรือมีน้ำขังตามร่องขั้นบันได ความลื่นจะเพิ่มขึ้นทันที และเมื่อพื้นลื่นอยู่บนขอบเหลี่ยมคอนกรีต การล้มไม่ได้จบแค่เปียก แต่จบได้ด้วยการกระแทก ฟกช้ำ แตกหัก หรือแผลฉีกได้ง่ายกว่าการล้มบนทราย ช่วงน้ำลงแม้ว่ายังพอมีชายหาดอยู่บ้าง แต่เป็นหาดที่คนลงไปใช้งานแบบต้องระวังภัยตลอดเวลา โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และคนที่ใส่รองเท้าไม่เหมาะกับพื้นลื่น สิ่งที่เห็นชัดจากการลงพื้นที่ครั้งนี้คือ เมื่อชะอำใต้น้ำขึ้นแล้วหาดหาย บรรยากาศการท่องเที่ยวนั้นเปลี่ยนไปจากแต่ก่อนสร้างกำแพงกันคลื่นมาก แม้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ยังซบเซา […]

รั้วไม้ดักทรายหน้าสตน ยังสบายดี?

Beach Lover ลงสำรวจภาคสนามที่ชายหาดหน้าสตน จ.นครศรีธรรมราช ในช่วงที่ทะเลมีกำลังแรงในเดือนกุมภาพันธ์ ช่วงฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพอดี ภาพที่เห็นตรงหน้าให้บทเรียนที่ชัดมากเรื่องหนึ่งคือ มาตรการปักไม้/ทำรั้วไม้ดักทราย ที่หลายคนเชื่อว่าจะช่วยลดการกัดเซาะได้ แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงคลื่นลมรุนแรงจริงๆ มันไม่ทำงานอย่างที่หวัง จากสภาพพื้นที่ที่พบ รั้วไม้ถูกปักเรียงเป็นแนวขนานชายฝั่งต่อเนื่องยาวพอสมควร มีการเสริมฐานด้วยวัสดุชั่วคราวหลายชนิด เช่น กระสอบ/ถุงบิ๊กแบ็ก วัสดุผ้า (ลักษณะคล้ายจีโอเท็กซ์ไทล์) และซากวัสดุแตกหัก กระจายอยู่บริเวณโคนแนวไม้และพื้นที่ด้านใน แนวไม้หลายช่วง เอียง บิด แตกหัก หรือถูกถอน/พังจนเหลือเป็นซี่  ให้เห็นว่าคลื่นไม่ได้มาแค่ซัดผ่าน แต่มาแบบมีพลังพอจะทำลายได้ ขณะเดียวกัน บริเวณด้านในที่ควรจะเป็นพื้นที่ได้ประโยชน์จากการดักทรายจากรั้วไม้ ก็ยังเห็นร่องรอยการถูกกระทำจากคลื่น ทั้งการชะล้าง และพังทลายอย่างต่อเนื่อง ประเด็นคือ ต้องเข้าใจก่อนว่า รั้วไม้ดักทราย (sand fence ตามนิยามของกรมทรัพยากรทางทะเลแและชายฝั่ง) โดยหลักการไม่ใช่กำแพงกันคลื่น มันถูกออกแบบให้เป็นโครงสร้าง โปร่ง (porous) เพื่อลดความเร็วของกระแสน้ำ และช่วยให้ทรายตกทับถมทีละน้อย เหมาะกับสภาพพลังงานคลื่นต่ำถึงปานกลาง หรือใช้เป็นมาตรการเสริมในพื้นที่ที่เป้าหมายคือ ฟื้นรูปทรงชายหาด/สันทราย/เนินทราย แบบค่อยเป็นค่อยไป แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูมรสุมของอ่าวไทยตอนล่าง คลื่นสูงขึ้น คาบคลื่นยาวขึ้น น้ำหนุนสูงขึ้น และเกิดการกัดเซาะเชิงฤดูกาลอย่างเด่นชัด สภาพแวดล้อมในช่วงนี้เปลี่ยนจาก “ระบบสะสมตะกอน” เป็น “ระบบพังทลายตะกอน” ทันที Beach Lover ได้เคยตั้งคำถามและชวนคิดผ่านการนำเสนอภาพและเรื่องราวของรั้วไม้ดักทรายมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่อยากชวนสังคมคิดต่อว่า  รั้วไม้ดักทรายนั้น ‘ได้ผล’ […]

หาดหาย… ท้ายกำแพง!!!

หาดทรายแก้ว ชิงโค จังหวัดสงขลา เป็นหาดที่เป็นทั้งพื้นที่พักผ่อน พื้นที่ทำกิจกรรมชายหาด และที่สำคัญคือเป็นแนวกันชนธรรมชาติที่คอยรับแรงคลื่นแทนถนนด้านหลังมานาน เมื่อไรที่หาดยังกว้างพอ ถนนริมทะเลก็ยังพอมีระยะปลอดภัย แต่เมื่อไรที่หาดเริ่มหาย ความเสี่ยงจะตรงเข้าหาโครงสร้างพื้นฐานทันที และนี่คือบริบทที่ทำให้ Beach Lover หยิบยกเรื่องกำแพงกันคลื่นที่นี่มาเล่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า (ติดตามได้จากโพสเก่าๆ) เมื่อมีการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นเพื่อป้องกันชายฝั่งในพื้นที่ชิงโค ฟังดูเหมือนเป็นคำตอบตรงไปตรงมาสำหรับการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังการก่อสร้างกลับเป็นภาพความเสียหายในพื้นที่ทางทิศเหนือที่ชัดเจนมาก ด้านทิศเหนือของกำแพงถูกกัดเซาะอย่างรุนแรง และวันนี้ถนนริมทะเลที่เคยห่างจากชายฝั่งโดยมีป่าสนและชายหาดเป็นพื้นที่กันชนนั้นขาดไปแล้ว ภาพถนนที่ถูกคลื่นกัดเซาะจนหาย เหลือเพียงขอบแอสฟัลต์แตกหักและเศษวัสดุพังทลายไหลลงทะเล ไม่ได้เป็นแค่ภาพความเสียหายเฉพาะหน้า เราตรึงแนวชายฝั่งไว้ด้วยกำแพง ณ จุดหนึ่ง ความเสียหายมักถูกผลักให้ไปปะทุอีกที่หนึ่งเสมอ โดยเฉพาะบริเวณท้ายโครงสร้าง ตรงนี้ต้องพูดให้ชัดว่า คำว่าป้องกันชายฝั่งในทางปฏิบัติมักถูกใช้กันอยู่สองความหมาย ความหมายแรกคือป้องกันทรัพย์สินด้านหลัง เช่น ถนน บ้าน รีสอร์ต ไม่ให้ถูกคลื่นซัดจนพังเสียหาย ความหมายที่สองคือป้องกันให้ชายหาดยังอยู่ต่อไปในฐานะพื้นที่ธรรมชาติและพื้นที่สาธารณะ ซึ่งสองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน โดยกำแพงกันคลื่นจำนวนมากทำงานได้ดีในความหมายแรก แต่กลับทำให้ความหมายที่สองแย่ลง เพราะกำแพงไม่ได้สร้างหาดทราย และไม่ได้ทำให้ระบบตะกอนกลับมาสมดุล มันเพียงแค่ขวางคลื่น ณ ตำแหน่งที่เราสร้าง ส่วนพลังงานและการขนส่งตะกอนตามธรรมชาติยังคงทำงานต่อ และมักไปแสดงผลที่ท้ายโครงสร้างหรือพื้นที่ข้างเคียงแทน กลไกที่ทำให้ชายหาดด้านท้ายน้ำของกำแพงกันคลื่นถูกกัดเซาะอย่างรุนแรงนั้น Beach Lover ได้เขียนไว้แล้วในหลายๆโพส ตามอ่านได้จากโพสเก่าๆ เมื่อมองในภาพใหญ่ สงขลาคือหนึ่งในจังหวัดที่มีการถกเถียงเรื่องกำแพงกันคลื่นมาอย่างต่อเนื่อง เพราะหลายพื้นที่ต้องการความปลอดภัยของถนนและทรัพย์สิน […]

งานก่อสร้างกำแพง หาดบางเกตุ เพชรบุรี

หาดบางเกตุตั้งอยู่หมู่ 7  บ้านบางเกตุ  อ.ชะอำ  จ.เพชรบุรี   ซึ่งมีความสวยงามมีสวนสาธารณะไว้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของคนในชุมชนและนักท่องเที่ยว  โดยมีแนวทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติในแง่การพักผ่อนอยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริง  ที่หาดบางเกตุมีทั้งโรงแรมหรือจะกางเต็นท์ก็ได้ เป็นชายหาดที่มีความร่มรื่น เงียบสงบ และสะอาด ตลอดแนวชายหาดจะมีต้นไม้ขึ้นเรียงราย จึงเหมาะสำหรับครอบครัวและนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะมาเล่นน้ำและพักผ่อน และบริเวณใกล้ชายหาดมีน้อยหน่าที่มีรสชาติดีที่สุดในจังหวัดเพชรบุรีสามารถหาซื้อได้บริเวณริมถนนบ้านบางเกตุเท่านั้น ในช่วงเดือนมิถุนายน- กันยายน ของทุกปี (http://www.bangkao.go.th) หาดบางเกตุมีบรรยากาศแบบชายฝั่งชุมชนมากกว่าหาดท่องเที่ยว มีบ้านเรือน ร้านเล็กๆ ทางลงหาดที่คนท้องถิ่นคุ้นเคย และชายหาดที่ทำหน้าที่เป็นทั้งที่พักผ่อน ที่ทำกิจกรรม และที่รับแรงกระแทกจากมรสุมแทนชุมชนมาโดยตลอด “หาด” จึงไม่ใช่แค่ภูมิทัศน์ แต่เป็นพื้นที่กันชน แม้ไม่ได้คึกคักแบบแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้ๆอย่างหาดชะอำก็ตาม Beach Lover เคยพาสำรวจหาดแห่งนี้ไปแล้วเมื่อ 6 ปีก่อน ตามอ่านได้จาก https://beachlover.net/ต้นสนล้ม-ณ-หาดบางเกตุ/ ครั้งนี้ Beach Lover พาเดินสำรวจหาดบางเกตุอีกครั้งช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ พบงานก่อสร้างกำแพงตามภาพ กำแพงหินก่อที่กำลังก่อสร้างยาวตามแนวชายฝั่ง จากการสอบถามพบว่าสร้างเพื่อ “กันเขตที่ดินเอกชน” ซึ่งหากสังเกตจากภาพที่ Beach Lover ถ่ายและเขียนไว้เพื่อ 6 ปีก่อน ก็คือมาทดแทนรั้วเสาคอนกรีตและลวดหนามที่น่าจะพังทลายไปก่อนหน้านั่นเอง ถ้ามองผ่านสายตาคนทั่วไป กำแพงลักษณะนี้ดูมั่นคง แข็งแรง แต่ถ้ามองด้วยสายตาของวิศวกรชายฝั่ง […]

พาชมงานปักไม้ หาดม่วงงาม

Beach Lover ได้เคยเล่าถึงชายหาดม่วงงามไปแล้วในหลายๆโพส ติดตามได้จาก Search icon มุมขวาบน ช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือต้นปี 2569 นี้ Beach Lover ได้มีโอกาสลงมาสำรวจหาดม่วงงามอีกครั้ง บริเวณตำแหน่งที่มีการปักไม้สนเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 ตามที่ได้เขียนไว้ในโพส https://beachlover.net/sand-fence-muangngam-july2025/ พบว่า ด้านทิศเหนือของแนวไม้ตำแหน่งที่เป็นรอยต่อกับแนวเกเบี้ยนเดิมนั้นเสียหายบางส่วนตามภาพ ส่วนบริเวณอื่นๆยังอยู่ในสภาพปกติ โดยเมื่อเดินสำรวจตลอดทั้งแนว ไม่พบความแตกต่างของพื้นที่ชายหาดด้านหลังของแนวรั้วไม้ และพื้นที่ชายหาดบริเวณข้างเคียงที่ไม่มีแนวรั้วไม้

5 คำถาม “เช็กกึ๋น” ผู้สมัคร สส. เรื่องชายหาด

ชายหาดไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่คือ “ระบบนิเวศ” และ “โครงสร้างพื้นฐานธรรมชาติ” ที่ลดพลังงานคลื่น รองรับภัยพิบัติ เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต และเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อคุณภาพชีวิต แต่ในทางปฏิบัติ สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับชายหาดขึ้นอยู่กับ “การตัดสินใจเชิงนโยบาย” เช่น 1.จะสร้างกำแพงกันคลื่น/เขื่อนกันคลื่น/รอดักทราย หรือเลือกทางเลือกอื่นดี 2.จะจัดการพื้นที่ชายหาดเป็นพื้นที่สาธารณะหรือปล่อยให้ถูกใช้ประโยชน์จนเต็มขีดความสามารถ 3.จะกำหนดเขตถอยร่น/แนวกันชน เพื่อลดความเสี่ยงระยะยาวหรือไม่ 4.จะมีระบบติดตามประเมินผลโครงการชายฝั่งแบบโปร่งใสหรือไม่ และอื่นๆอีกมากมาย ประเด็นเหล่านี้เป็น “การเมือง” เพราะเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณ การออกกฎระเบียบ การอนุมัติโครงการ และการกำกับดูแล ซึ่งอยู่ในมือรัฐและนักการเมืองโดยตรง การจัดการชายหาดจึงอาจแยกออกจากการเมืองได้ Beach Lover เคยเขียนบทความ “การเมืองเรื่องเม็ดทราย” มาแล้วเมื่อปีก่อน ตามอ่านได้จาก https://beachlover.net/sand-politics-october2025/ ช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง สส. (กำหนดวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569) คือหน้าต่างนโยบายที่หาได้ยาก เพราะผู้สมัครและพรรคการเมืองพร้อมรับฟังข้อเสนอมากกว่าช่วงปกติ ขณะเดียวกันชายหาด พื้นที่สาธารณะของคนทั้งประเทศ มักถูกตัดสินชะตาโดย “นโยบายรัฐและการเมือง” มากพอๆ กับแรงคลื่นลมในทะเล Beach Lover ชวนตั้งคำถามกับผู้ที่รับอาสาดูแลประเทศด้วยงบประมาณแผ่นดินปีละกว่า 3.X ล้าน ล้านบาท […]

พาชมรากโกงกางเทียมกันอีกรอบ ณ หาดสามร้อยยอด

Beach Lover เคยพาชม “แนวกันคลื่นแบบโปร่ง” หรือที่มีการเรียกขานกันว่า รากโกงกางเทียม  (C-Aoss) มาแล้วในหลายพื้นที่ ติดตามอ่านได้จากไอคอน Search มุมขวาบน นอกจากนั้ยังสามารถติดตาม Clip พาเดินชมได้จาก Youtube (1) โกงกางเทียมซีออส (C-Aoss) หาดนางทอง เขาหลัก พังงาและ (2) โกงกางเทียมซีออส (C-Aoss) ณ หาดนางทอง จ พังงา และ (3) รากโกงกางเทียม เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ณ หาดนางทอง (4) รากไม้โกงกางเทียม (ตำแหน่งหน้าครัวลุงระ) ณ หาดแสงจันทร์ จ.ระยอง C-Aoss  ประกอบด้วย เสาหลักซึ่งทำจากไม้ผสมพลาสติก HDPE และ รากเทียมที่ออกแบบให้คล้ายรากโกงกาง โดยมีส่วนผสมยางพาราธรรมชาติ ตามเอกสารที่ค้นคว้าได้พบว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้คลื่นเสียพลังงานบางส่วน และลดการพัดพาตะกอนบริเวณด้านหลังแนว เพื่อเอื้อต่อการสะสมตะกอน/ฟื้นตัวของพื้นที่ชายฝั่ง โครงสร้างโกงกางเทียมเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ณ หาดสามร้อยยอดนี้ วางแนวต่อกับกำแพงกันคลื่นแบบหินเรียงของเดิมที่สร้างโดยสำนักโยธาธิการและผังเมือง จ.ประจวบฯ เมื่อปี 2560 โดยจากการเดินเท้าสำรวจครั้งนี้ พบว่าสภาพของโครงสร้างทั้ง 6 แถว ยังอยู่ในสภาพดี ยังไม่มีบางส่วนของโครงสร้างหลุดออกจากที่ตั้งเหมือนอย่างในพื้นที่อื่นๆที่ […]

ท้ายกำแพงกันคลื่น หาดแม่รำพึง

Beach Lover ลงสำรวจพื้นที่ชายฝั่งหาดแม่รำพึง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังจากโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองแล้วเสร็จ พบความเปลี่ยนแปลงของชายฝั่งที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณด้านทิศเหนือของปลายกำแพง ซึ่งเริ่มปรากฏร่องรอยการกัดเซาะชัดเจนมากขึ้น ทั้งจากสภาพชายหาดที่แคบลง ระดับทรายที่ลดต่ำลง ภาพถ่ายจากการสำรวจภาคสนามช่วยยืนยันว่ากระบวนการกัดเซาะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นเป็น “ผลพวง” จากโครงสร้างที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องพื้นที่ด้านหลังของชายฝั่งบริเวณทิศใต้ของหาด กำแพงกันคลื่นที่แม่รำพึงมีความสูงมากกว่า 2 เมตรและทอดยาวไปตามแนวชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง เมื่อคลื่นเดินทางเข้าปะทะชายหาด พลังงานส่วนหนึ่งถูกกำแพงสะท้อนกลับ ส่งผลให้ทรายหน้ากำแพงถูกพัดพาออกไปทีละน้อย ระดับหาดจึงค่อยๆ ลดลงจนสามารถเห็นฐานโครงสร้างได้ชัดเจนขึ้น ภาพที่เห็นในปัจจุบันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาอันสั้น แต่เป็นผลสะสมจากการปะทะซ้ำของคลื่นกับโครงสร้างแข็งตลอดช่วงเวลาหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ ขณะเดียวกัน ความต่อเนื่องของกำแพงยังทำให้ทิศทางของกระแสน้ำเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะบริเวณปลายสุดกำแพงทางด้านทิศเหนือ ซึ่งตรงกับตำแหน่งที่พบการกัดเซาะมากที่สุดในการสำรวจครั้งนี้

5 เรื่องราวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในปี 2568

Beach Lover ได้นำเสนอเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชายหาดทั้งในไทยและต่างประเทศ ทั้งข่าว สถานการณ์ และข้อมูลทางวิชาการ ที่เกี่ยวข้องมาตั้งแต่ปี 2562 รวมถึงคลิป VDO ที่น่าสนใจผ่านทาง Youtube: Coastal Research Group (https://www.youtube.com/channel/UC1TN-_GH8ZOu2qjTlh_9CSQ) มาตั้งแต่ปี 2561 ในวันสุดท้ายก่อนปี 2568 จะผ่านพ้นไป Beach Lover ขอประมวล 5 เรื่องราวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในรอบปี 2568 ตามนี้ อันดับ 1: ปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลยังไง (https://beachlover.net/king-tide/) อันดับ 2: ปากร่อง “ปานาเระ” ปิด (อีกแล้ว) (https://beachlover.net/tidal-inlet-panare-closed-nov2025/) อันดับ 3: เทคโนโลยีที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานคลื่นน้ำทะเล (https://beachlover.net/wave-energy/) อันดับ 4: เที่ยวไหนดี…ชะอำเหนือ หรือ ใต้? (https://beachlover.net/cha-am-north-south-where-to-go/) อันดับ 5: จากต้นน้ำถึงทะเล (From ridge […]

สถานีวิจัยฯ สุดหาดประพาส ถูกกัดเซาะ?

Beach Lover ได้นำเสนอสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งบริเวณหาดประพาสไปแล้วในโพสก่อนหน้านี้ ติดตามได้จาก https://beachlover.net/praphat-ranong-dec2025/ เมื่อเดินสำรวจไปทางทิศเหนือเรื่อยๆสุดหาดประพาส จะเป็นที่ตั้งของสถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามันของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยเชื่อมต่อกับปากคลองกำพวนทางด้านเหนือสุด พบว่าชายหาดของสถานีวิจัยฯ มีโครงสร้างป้องกันชายฝั่งลักษณะเป็นบล็อคคอนกรีต เพื่อป้องกันริมถนนของสถานีวิจัยเองตลอดแนวประมาณ 320 เมตร จากปากทางเข้าสถานีฯไปทางทิศหนือ เนื่องจากระดับถนนสูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่มาก จึงพบทรายจำนวนมากอยู่บนถนน คาดว่าเกิดจากคลื่นซัดขึ้นมาด้านบนและพาทรายมาด้วย จากโพสก่อนหน้า ที่ Beach Lover ได้พาสำรวจหาดประพาสไปแล้วนั้นพบว่า หาดทางทิศใต้ของสถานีวิจัยฯ ที่ไม่มีโครงสร้างป้องกันชายฝั่งใดๆ ถูกกัดเซาะจนถนนเสียหายเกือบตลอดทั้งแนว เมื่อเทียบกับถนนเส้นเดียวกันที่วิ่งเข้าสู่สถานีวิจัยฯทางทิศเหนือของหาด ที่ยังคงสภาพใช้การได้อยู่นั้น จึงเป็นเหตุผลให้จังหวัดระนองประชุมพิจารณาโมเดลการวางแนวกันคลื่นแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่อำเภอสุขสำราญ โดยให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาวิศวกรรมปฐพีและฐานราก คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้นำรูปแบบมาเสนอ (https://share.google/4vY2OrGhsNmpRDGwH) รอติดตามอย่างใจเย็น…..

see more…

สถานการณ์ชายฝั่งทะเล

หาดชะอำเหนือ-ใต้ ยามน้ำขึ้น-น้ำลง

Beach Lover ชวนไปศึกษาชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี ในจังหวะน้ำลงและจังหวะน้ำขึ้น Beach Lover ยืนที่จุดเดิมใช้ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ใช้เสาไฟและทางลงชายหาดเป็นตำแหน่งอ้างอิง แล้วถ่ายภาพซ้ำเพื่อเทียบการเปลี่ยนแปลงยามน้ำขึ้น-ลง พบว่า หาดที่มีกำแพงกันคลื่นแบบนี้ “มีหาด” เฉพาะบางเวลา และ “ไม่มีหาด” ในบางเวลา ตอนน้ำลง ผืนทรายยังโผล่ให้เห็นพอสมควร หลายคนมองแล้วอาจรู้สึกว่าก็ยังมีหาดอยู่ เดินเล่นได้ ถ่ายรูปได้ ลงไปแช่น้ำได้บ้าง แต่ถ้ามองด้วยสายตาคนทำงานชายฝั่ง จะพบว่าชายหาดถูกบีบให้แคบ ด้วยโครงสร้างกำแพงกันคลื่นตลอดแนวพื้นที่ว่างที่ควรเป็นชายหาดธรรมชาติถูกแทนที่ด้วยผิวคอนกรีตแบบขั้นบันได และสิ่งที่สะดุดตาที่สุดในช่วงน้ำลงคือสีเขียวๆ ที่เกาะตามขั้นบันไดคอนกรีต แผ่นเขียวนี้ไม่ใช่เรื่องสวยงามแบบธรรมชาติ แต่มันคือสัญญาณของพื้นที่ที่โดนน้ำทะเลสาดซ้ำๆ ชื้น เค็ม มีแสงแดด และเหมาะกับการเกิดคราบชีวภาพ/สาหร่าย ปัญหาคือมันลื่นมาก ลื่นชนิดที่คนทั่วไปมักประเมินต่ำกว่าความจริง ยิ่งถ้ามีคลื่นบางๆ เคลือบผิวไว้ หรือมีน้ำขังตามร่องขั้นบันได ความลื่นจะเพิ่มขึ้นทันที และเมื่อพื้นลื่นอยู่บนขอบเหลี่ยมคอนกรีต การล้มไม่ได้จบแค่เปียก แต่จบได้ด้วยการกระแทก ฟกช้ำ แตกหัก หรือแผลฉีกได้ง่ายกว่าการล้มบนทราย ช่วงน้ำลงแม้ว่ายังพอมีชายหาดอยู่บ้าง แต่เป็นหาดที่คนลงไปใช้งานแบบต้องระวังภัยตลอดเวลา โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และคนที่ใส่รองเท้าไม่เหมาะกับพื้นลื่น สิ่งที่เห็นชัดจากการลงพื้นที่ครั้งนี้คือ เมื่อชะอำใต้น้ำขึ้นแล้วหาดหาย บรรยากาศการท่องเที่ยวนั้นเปลี่ยนไปจากแต่ก่อนสร้างกำแพงกันคลื่นมาก แม้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ยังซบเซา […]

รั้วไม้ดักทรายหน้าสตน ยังสบายดี?

Beach Lover ลงสำรวจภาคสนามที่ชายหาดหน้าสตน จ.นครศรีธรรมราช ในช่วงที่ทะเลมีกำลังแรงในเดือนกุมภาพันธ์ ช่วงฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพอดี ภาพที่เห็นตรงหน้าให้บทเรียนที่ชัดมากเรื่องหนึ่งคือ มาตรการปักไม้/ทำรั้วไม้ดักทราย ที่หลายคนเชื่อว่าจะช่วยลดการกัดเซาะได้ แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงคลื่นลมรุนแรงจริงๆ มันไม่ทำงานอย่างที่หวัง จากสภาพพื้นที่ที่พบ รั้วไม้ถูกปักเรียงเป็นแนวขนานชายฝั่งต่อเนื่องยาวพอสมควร มีการเสริมฐานด้วยวัสดุชั่วคราวหลายชนิด เช่น กระสอบ/ถุงบิ๊กแบ็ก วัสดุผ้า (ลักษณะคล้ายจีโอเท็กซ์ไทล์) และซากวัสดุแตกหัก กระจายอยู่บริเวณโคนแนวไม้และพื้นที่ด้านใน แนวไม้หลายช่วง เอียง บิด แตกหัก หรือถูกถอน/พังจนเหลือเป็นซี่  ให้เห็นว่าคลื่นไม่ได้มาแค่ซัดผ่าน แต่มาแบบมีพลังพอจะทำลายได้ ขณะเดียวกัน บริเวณด้านในที่ควรจะเป็นพื้นที่ได้ประโยชน์จากการดักทรายจากรั้วไม้ ก็ยังเห็นร่องรอยการถูกกระทำจากคลื่น ทั้งการชะล้าง และพังทลายอย่างต่อเนื่อง ประเด็นคือ ต้องเข้าใจก่อนว่า รั้วไม้ดักทราย (sand fence ตามนิยามของกรมทรัพยากรทางทะเลแและชายฝั่ง) โดยหลักการไม่ใช่กำแพงกันคลื่น มันถูกออกแบบให้เป็นโครงสร้าง โปร่ง (porous) เพื่อลดความเร็วของกระแสน้ำ และช่วยให้ทรายตกทับถมทีละน้อย เหมาะกับสภาพพลังงานคลื่นต่ำถึงปานกลาง หรือใช้เป็นมาตรการเสริมในพื้นที่ที่เป้าหมายคือ ฟื้นรูปทรงชายหาด/สันทราย/เนินทราย แบบค่อยเป็นค่อยไป แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูมรสุมของอ่าวไทยตอนล่าง คลื่นสูงขึ้น คาบคลื่นยาวขึ้น น้ำหนุนสูงขึ้น และเกิดการกัดเซาะเชิงฤดูกาลอย่างเด่นชัด สภาพแวดล้อมในช่วงนี้เปลี่ยนจาก “ระบบสะสมตะกอน” เป็น “ระบบพังทลายตะกอน” ทันที Beach Lover ได้เคยตั้งคำถามและชวนคิดผ่านการนำเสนอภาพและเรื่องราวของรั้วไม้ดักทรายมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่อยากชวนสังคมคิดต่อว่า  รั้วไม้ดักทรายนั้น ‘ได้ผล’ […]

หาดหาย… ท้ายกำแพง!!!

หาดทรายแก้ว ชิงโค จังหวัดสงขลา เป็นหาดที่เป็นทั้งพื้นที่พักผ่อน พื้นที่ทำกิจกรรมชายหาด และที่สำคัญคือเป็นแนวกันชนธรรมชาติที่คอยรับแรงคลื่นแทนถนนด้านหลังมานาน เมื่อไรที่หาดยังกว้างพอ ถนนริมทะเลก็ยังพอมีระยะปลอดภัย แต่เมื่อไรที่หาดเริ่มหาย ความเสี่ยงจะตรงเข้าหาโครงสร้างพื้นฐานทันที และนี่คือบริบทที่ทำให้ Beach Lover หยิบยกเรื่องกำแพงกันคลื่นที่นี่มาเล่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า (ติดตามได้จากโพสเก่าๆ) เมื่อมีการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นเพื่อป้องกันชายฝั่งในพื้นที่ชิงโค ฟังดูเหมือนเป็นคำตอบตรงไปตรงมาสำหรับการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังการก่อสร้างกลับเป็นภาพความเสียหายในพื้นที่ทางทิศเหนือที่ชัดเจนมาก ด้านทิศเหนือของกำแพงถูกกัดเซาะอย่างรุนแรง และวันนี้ถนนริมทะเลที่เคยห่างจากชายฝั่งโดยมีป่าสนและชายหาดเป็นพื้นที่กันชนนั้นขาดไปแล้ว ภาพถนนที่ถูกคลื่นกัดเซาะจนหาย เหลือเพียงขอบแอสฟัลต์แตกหักและเศษวัสดุพังทลายไหลลงทะเล ไม่ได้เป็นแค่ภาพความเสียหายเฉพาะหน้า เราตรึงแนวชายฝั่งไว้ด้วยกำแพง ณ จุดหนึ่ง ความเสียหายมักถูกผลักให้ไปปะทุอีกที่หนึ่งเสมอ โดยเฉพาะบริเวณท้ายโครงสร้าง ตรงนี้ต้องพูดให้ชัดว่า คำว่าป้องกันชายฝั่งในทางปฏิบัติมักถูกใช้กันอยู่สองความหมาย ความหมายแรกคือป้องกันทรัพย์สินด้านหลัง เช่น ถนน บ้าน รีสอร์ต ไม่ให้ถูกคลื่นซัดจนพังเสียหาย ความหมายที่สองคือป้องกันให้ชายหาดยังอยู่ต่อไปในฐานะพื้นที่ธรรมชาติและพื้นที่สาธารณะ ซึ่งสองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน โดยกำแพงกันคลื่นจำนวนมากทำงานได้ดีในความหมายแรก แต่กลับทำให้ความหมายที่สองแย่ลง เพราะกำแพงไม่ได้สร้างหาดทราย และไม่ได้ทำให้ระบบตะกอนกลับมาสมดุล มันเพียงแค่ขวางคลื่น ณ ตำแหน่งที่เราสร้าง ส่วนพลังงานและการขนส่งตะกอนตามธรรมชาติยังคงทำงานต่อ และมักไปแสดงผลที่ท้ายโครงสร้างหรือพื้นที่ข้างเคียงแทน กลไกที่ทำให้ชายหาดด้านท้ายน้ำของกำแพงกันคลื่นถูกกัดเซาะอย่างรุนแรงนั้น Beach Lover ได้เขียนไว้แล้วในหลายๆโพส ตามอ่านได้จากโพสเก่าๆ เมื่อมองในภาพใหญ่ สงขลาคือหนึ่งในจังหวัดที่มีการถกเถียงเรื่องกำแพงกันคลื่นมาอย่างต่อเนื่อง เพราะหลายพื้นที่ต้องการความปลอดภัยของถนนและทรัพย์สิน […]

งานก่อสร้างกำแพง หาดบางเกตุ เพชรบุรี

หาดบางเกตุตั้งอยู่หมู่ 7  บ้านบางเกตุ  อ.ชะอำ  จ.เพชรบุรี   ซึ่งมีความสวยงามมีสวนสาธารณะไว้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของคนในชุมชนและนักท่องเที่ยว  โดยมีแนวทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติในแง่การพักผ่อนอยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริง  ที่หาดบางเกตุมีทั้งโรงแรมหรือจะกางเต็นท์ก็ได้ เป็นชายหาดที่มีความร่มรื่น เงียบสงบ และสะอาด ตลอดแนวชายหาดจะมีต้นไม้ขึ้นเรียงราย จึงเหมาะสำหรับครอบครัวและนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะมาเล่นน้ำและพักผ่อน และบริเวณใกล้ชายหาดมีน้อยหน่าที่มีรสชาติดีที่สุดในจังหวัดเพชรบุรีสามารถหาซื้อได้บริเวณริมถนนบ้านบางเกตุเท่านั้น ในช่วงเดือนมิถุนายน- กันยายน ของทุกปี (http://www.bangkao.go.th) หาดบางเกตุมีบรรยากาศแบบชายฝั่งชุมชนมากกว่าหาดท่องเที่ยว มีบ้านเรือน ร้านเล็กๆ ทางลงหาดที่คนท้องถิ่นคุ้นเคย และชายหาดที่ทำหน้าที่เป็นทั้งที่พักผ่อน ที่ทำกิจกรรม และที่รับแรงกระแทกจากมรสุมแทนชุมชนมาโดยตลอด “หาด” จึงไม่ใช่แค่ภูมิทัศน์ แต่เป็นพื้นที่กันชน แม้ไม่ได้คึกคักแบบแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้ๆอย่างหาดชะอำก็ตาม Beach Lover เคยพาสำรวจหาดแห่งนี้ไปแล้วเมื่อ 6 ปีก่อน ตามอ่านได้จาก https://beachlover.net/ต้นสนล้ม-ณ-หาดบางเกตุ/ ครั้งนี้ Beach Lover พาเดินสำรวจหาดบางเกตุอีกครั้งช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ พบงานก่อสร้างกำแพงตามภาพ กำแพงหินก่อที่กำลังก่อสร้างยาวตามแนวชายฝั่ง จากการสอบถามพบว่าสร้างเพื่อ “กันเขตที่ดินเอกชน” ซึ่งหากสังเกตจากภาพที่ Beach Lover ถ่ายและเขียนไว้เพื่อ 6 ปีก่อน ก็คือมาทดแทนรั้วเสาคอนกรีตและลวดหนามที่น่าจะพังทลายไปก่อนหน้านั่นเอง ถ้ามองผ่านสายตาคนทั่วไป กำแพงลักษณะนี้ดูมั่นคง แข็งแรง แต่ถ้ามองด้วยสายตาของวิศวกรชายฝั่ง […]

พาชมงานปักไม้ หาดม่วงงาม

Beach Lover ได้เคยเล่าถึงชายหาดม่วงงามไปแล้วในหลายๆโพส ติดตามได้จาก Search icon มุมขวาบน ช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือต้นปี 2569 นี้ Beach Lover ได้มีโอกาสลงมาสำรวจหาดม่วงงามอีกครั้ง บริเวณตำแหน่งที่มีการปักไม้สนเมื่อเดือนกรกฎาคม 2568 ตามที่ได้เขียนไว้ในโพส https://beachlover.net/sand-fence-muangngam-july2025/ พบว่า ด้านทิศเหนือของแนวไม้ตำแหน่งที่เป็นรอยต่อกับแนวเกเบี้ยนเดิมนั้นเสียหายบางส่วนตามภาพ ส่วนบริเวณอื่นๆยังอยู่ในสภาพปกติ โดยเมื่อเดินสำรวจตลอดทั้งแนว ไม่พบความแตกต่างของพื้นที่ชายหาดด้านหลังของแนวรั้วไม้ และพื้นที่ชายหาดบริเวณข้างเคียงที่ไม่มีแนวรั้วไม้

5 คำถาม “เช็กกึ๋น” ผู้สมัคร สส. เรื่องชายหาด

ชายหาดไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่คือ “ระบบนิเวศ” และ “โครงสร้างพื้นฐานธรรมชาติ” ที่ลดพลังงานคลื่น รองรับภัยพิบัติ เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต และเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อคุณภาพชีวิต แต่ในทางปฏิบัติ สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับชายหาดขึ้นอยู่กับ “การตัดสินใจเชิงนโยบาย” เช่น 1.จะสร้างกำแพงกันคลื่น/เขื่อนกันคลื่น/รอดักทราย หรือเลือกทางเลือกอื่นดี 2.จะจัดการพื้นที่ชายหาดเป็นพื้นที่สาธารณะหรือปล่อยให้ถูกใช้ประโยชน์จนเต็มขีดความสามารถ 3.จะกำหนดเขตถอยร่น/แนวกันชน เพื่อลดความเสี่ยงระยะยาวหรือไม่ 4.จะมีระบบติดตามประเมินผลโครงการชายฝั่งแบบโปร่งใสหรือไม่ และอื่นๆอีกมากมาย ประเด็นเหล่านี้เป็น “การเมือง” เพราะเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณ การออกกฎระเบียบ การอนุมัติโครงการ และการกำกับดูแล ซึ่งอยู่ในมือรัฐและนักการเมืองโดยตรง การจัดการชายหาดจึงอาจแยกออกจากการเมืองได้ Beach Lover เคยเขียนบทความ “การเมืองเรื่องเม็ดทราย” มาแล้วเมื่อปีก่อน ตามอ่านได้จาก https://beachlover.net/sand-politics-october2025/ ช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง สส. (กำหนดวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569) คือหน้าต่างนโยบายที่หาได้ยาก เพราะผู้สมัครและพรรคการเมืองพร้อมรับฟังข้อเสนอมากกว่าช่วงปกติ ขณะเดียวกันชายหาด พื้นที่สาธารณะของคนทั้งประเทศ มักถูกตัดสินชะตาโดย “นโยบายรัฐและการเมือง” มากพอๆ กับแรงคลื่นลมในทะเล Beach Lover ชวนตั้งคำถามกับผู้ที่รับอาสาดูแลประเทศด้วยงบประมาณแผ่นดินปีละกว่า 3.X ล้าน ล้านบาท […]

พาชมรากโกงกางเทียมกันอีกรอบ ณ หาดสามร้อยยอด

Beach Lover เคยพาชม “แนวกันคลื่นแบบโปร่ง” หรือที่มีการเรียกขานกันว่า รากโกงกางเทียม  (C-Aoss) มาแล้วในหลายพื้นที่ ติดตามอ่านได้จากไอคอน Search มุมขวาบน นอกจากนั้ยังสามารถติดตาม Clip พาเดินชมได้จาก Youtube (1) โกงกางเทียมซีออส (C-Aoss) หาดนางทอง เขาหลัก พังงาและ (2) โกงกางเทียมซีออส (C-Aoss) ณ หาดนางทอง จ พังงา และ (3) รากโกงกางเทียม เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ณ หาดนางทอง (4) รากไม้โกงกางเทียม (ตำแหน่งหน้าครัวลุงระ) ณ หาดแสงจันทร์ จ.ระยอง C-Aoss  ประกอบด้วย เสาหลักซึ่งทำจากไม้ผสมพลาสติก HDPE และ รากเทียมที่ออกแบบให้คล้ายรากโกงกาง โดยมีส่วนผสมยางพาราธรรมชาติ ตามเอกสารที่ค้นคว้าได้พบว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้คลื่นเสียพลังงานบางส่วน และลดการพัดพาตะกอนบริเวณด้านหลังแนว เพื่อเอื้อต่อการสะสมตะกอน/ฟื้นตัวของพื้นที่ชายฝั่ง โครงสร้างโกงกางเทียมเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ณ หาดสามร้อยยอดนี้ วางแนวต่อกับกำแพงกันคลื่นแบบหินเรียงของเดิมที่สร้างโดยสำนักโยธาธิการและผังเมือง จ.ประจวบฯ เมื่อปี 2560 โดยจากการเดินเท้าสำรวจครั้งนี้ พบว่าสภาพของโครงสร้างทั้ง 6 แถว ยังอยู่ในสภาพดี ยังไม่มีบางส่วนของโครงสร้างหลุดออกจากที่ตั้งเหมือนอย่างในพื้นที่อื่นๆที่ […]

ท้ายกำแพงกันคลื่น หาดแม่รำพึง

Beach Lover ลงสำรวจพื้นที่ชายฝั่งหาดแม่รำพึง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังจากโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองแล้วเสร็จ พบความเปลี่ยนแปลงของชายฝั่งที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณด้านทิศเหนือของปลายกำแพง ซึ่งเริ่มปรากฏร่องรอยการกัดเซาะชัดเจนมากขึ้น ทั้งจากสภาพชายหาดที่แคบลง ระดับทรายที่ลดต่ำลง ภาพถ่ายจากการสำรวจภาคสนามช่วยยืนยันว่ากระบวนการกัดเซาะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นเป็น “ผลพวง” จากโครงสร้างที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องพื้นที่ด้านหลังของชายฝั่งบริเวณทิศใต้ของหาด กำแพงกันคลื่นที่แม่รำพึงมีความสูงมากกว่า 2 เมตรและทอดยาวไปตามแนวชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง เมื่อคลื่นเดินทางเข้าปะทะชายหาด พลังงานส่วนหนึ่งถูกกำแพงสะท้อนกลับ ส่งผลให้ทรายหน้ากำแพงถูกพัดพาออกไปทีละน้อย ระดับหาดจึงค่อยๆ ลดลงจนสามารถเห็นฐานโครงสร้างได้ชัดเจนขึ้น ภาพที่เห็นในปัจจุบันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาอันสั้น แต่เป็นผลสะสมจากการปะทะซ้ำของคลื่นกับโครงสร้างแข็งตลอดช่วงเวลาหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ ขณะเดียวกัน ความต่อเนื่องของกำแพงยังทำให้ทิศทางของกระแสน้ำเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะบริเวณปลายสุดกำแพงทางด้านทิศเหนือ ซึ่งตรงกับตำแหน่งที่พบการกัดเซาะมากที่สุดในการสำรวจครั้งนี้

5 เรื่องราวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในปี 2568

Beach Lover ได้นำเสนอเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชายหาดทั้งในไทยและต่างประเทศ ทั้งข่าว สถานการณ์ และข้อมูลทางวิชาการ ที่เกี่ยวข้องมาตั้งแต่ปี 2562 รวมถึงคลิป VDO ที่น่าสนใจผ่านทาง Youtube: Coastal Research Group (https://www.youtube.com/channel/UC1TN-_GH8ZOu2qjTlh_9CSQ) มาตั้งแต่ปี 2561 ในวันสุดท้ายก่อนปี 2568 จะผ่านพ้นไป Beach Lover ขอประมวล 5 เรื่องราวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในรอบปี 2568 ตามนี้ อันดับ 1: ปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลยังไง (https://beachlover.net/king-tide/) อันดับ 2: ปากร่อง “ปานาเระ” ปิด (อีกแล้ว) (https://beachlover.net/tidal-inlet-panare-closed-nov2025/) อันดับ 3: เทคโนโลยีที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานคลื่นน้ำทะเล (https://beachlover.net/wave-energy/) อันดับ 4: เที่ยวไหนดี…ชะอำเหนือ หรือ ใต้? (https://beachlover.net/cha-am-north-south-where-to-go/) อันดับ 5: จากต้นน้ำถึงทะเล (From ridge […]

สถานีวิจัยฯ สุดหาดประพาส ถูกกัดเซาะ?

Beach Lover ได้นำเสนอสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งบริเวณหาดประพาสไปแล้วในโพสก่อนหน้านี้ ติดตามได้จาก https://beachlover.net/praphat-ranong-dec2025/ เมื่อเดินสำรวจไปทางทิศเหนือเรื่อยๆสุดหาดประพาส จะเป็นที่ตั้งของสถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามันของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยเชื่อมต่อกับปากคลองกำพวนทางด้านเหนือสุด พบว่าชายหาดของสถานีวิจัยฯ มีโครงสร้างป้องกันชายฝั่งลักษณะเป็นบล็อคคอนกรีต เพื่อป้องกันริมถนนของสถานีวิจัยเองตลอดแนวประมาณ 320 เมตร จากปากทางเข้าสถานีฯไปทางทิศหนือ เนื่องจากระดับถนนสูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่มาก จึงพบทรายจำนวนมากอยู่บนถนน คาดว่าเกิดจากคลื่นซัดขึ้นมาด้านบนและพาทรายมาด้วย จากโพสก่อนหน้า ที่ Beach Lover ได้พาสำรวจหาดประพาสไปแล้วนั้นพบว่า หาดทางทิศใต้ของสถานีวิจัยฯ ที่ไม่มีโครงสร้างป้องกันชายฝั่งใดๆ ถูกกัดเซาะจนถนนเสียหายเกือบตลอดทั้งแนว เมื่อเทียบกับถนนเส้นเดียวกันที่วิ่งเข้าสู่สถานีวิจัยฯทางทิศเหนือของหาด ที่ยังคงสภาพใช้การได้อยู่นั้น จึงเป็นเหตุผลให้จังหวัดระนองประชุมพิจารณาโมเดลการวางแนวกันคลื่นแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่อำเภอสุขสำราญ โดยให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาวิศวกรรมปฐพีและฐานราก คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้นำรูปแบบมาเสนอ (https://share.google/4vY2OrGhsNmpRDGwH) รอติดตามอย่างใจเย็น…..

see more…

ข่าว

ติดตามสถานการณ์กัดเซาะชายฝั่งหาดปะนาเระ จ.ปัตตานี

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 9 โดยส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ลงพื้นที่สำรวจและตรวจสอบบริเวณ หาดปะนาเระ ตำบลปะนาเระ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ซึ่งอยู่ในระบบหาดบางแหลมโพธิ์–บางมะรวด จากการสำรวจพบว่า ช่วงที่ผ่านมาเกิดฝนฟ้าคะนองและคลื่นลมแรงสูงมากกว่า 2 เมตร ส่งผลให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่ง และทำให้ถนนเลียบชายทะเลบางช่วงได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ ยังพบโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ เขื่อนหินทิ้งริมชายฝั่ง รอดักทรายรูปตัวไอ ทั้งนี้ สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 9 จะดำเนินการติดตามสถานภาพพื้นที่และโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบและวางแนวทางบริหารจัดการอย่างเหมาะสมต่อไป

ติดตามสถานภาพชายฝั่งปัตตานี พบหาดทรายเริ่มฟื้นตัวอย่างสมดุล

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 3–6 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 9 (สทช.9) โดยส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ลงพื้นที่สำรวจ เก็บข้อมูล และติดตามสถานภาพชายฝั่งทะเลในพื้นที่ อำเภอหนองจิก อำเภอเมืองปัตตานี และอำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ครอบคลุมระบบหาด เทพา–แหลมโพธิ์, แหลมโพธิ์–บางมะรวด และบางนรา ผลการสำรวจพบว่า ชายฝั่งในพื้นที่ส่วนใหญ่มีลักษณะเป็น หาดทรายสมดุล เริ่มมีการสะสมตัวของตะกอนทราย และบางพื้นที่มีการปรับตัวเป็น เนินทรายชายฝั่ง ซึ่งสะท้อนแนวโน้มการฟื้นตัวของระบบชายฝั่งอย่างเป็นธรรมชาติ นอกจากนี้ แนวปักไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่น บริเวณ ตำบลตันหยงลุโละ อำเภอเมืองปัตตานี ยังมีประสิทธิภาพในการลดแรงคลื่นและช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งได้อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ สทช.9 จะนำข้อมูลที่ได้ไปรวบรวม วิเคราะห์ และจัดทำรายงานสถานภาพชายฝั่งทะเลประจำปี 2569 จังหวัดปัตตานี เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการวางแผนอนุรักษ์ ฟื้นฟู และบริหารจัดการชายฝั่งทะเลอย่างยั่งยืนต่อไป

เร่งสำรวจชายฝั่งประจวบฯ หลังมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ประเมินความเสี่ยงการกัดเซาะชายฝั่ง

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 15 มกราคม 2569 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 โดยส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ลงพื้นที่สำรวจและติดตามสถานการณ์ชายฝั่งทะเลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายหลังได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลให้บางช่วงของแนวชายฝั่งเกิดการกัดเซาะ โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ติดถนนเลียบชายฝั่ง ซึ่งอาจกระทบต่อความปลอดภัย การคมนาคม และทรัพย์สินของประชาชน ในการสำรวจครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ใช้ อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เพื่อสำรวจแนวตะกอนนอกชายฝั่ง ควบคู่กับการตรวจสอบสภาพพื้นที่จริง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความละเอียด ถูกต้อง และครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ข้อมูลจากการสำรวจจะถูกนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญ ในการประเมินความเปราะบางของพื้นที่ชายฝั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ช่วยสนับสนุนการวางแผนบริหารจัดการและกำหนดแนวทางป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ และมุ่งสู่ความยั่งยืนในระยะยาว การติดตามและประเมินสถานการณ์ชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นภารกิจสำคัญของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ และสร้างความมั่นคงให้กับชุมชนชายฝั่งของประเทศ

ติดตามแนวรั้วไม้ดักทรายหาดปากเมง

ที่มา: https://www.facebook.com/mnperc3 วันที่ 9 มกราคม 2569 ศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 (ตรัง) สำรวจติดตามเก็บข้อมูลการสะสมตัวของมวลทรายและติดตามการเจริญเติบโตของสังคมพืชป่าชายหาด บริเวณแนวรั้วไม้ดักทรายหาดปากเมง อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง ประจำเดือนมกราคม แนวรั้วไม้ดักทราย 2 รูปแบบ ได้แก่ แนวตรง และแนวซิกแซก เบื้องต้นพบว่า มีการสะสมตัวของมวลทรายเฉลี่ย 15.5 และ 33.7 เชนติเมตร ตามลำดับ และพบพันธุ์ไม้ทั้งหมด 14 ชนิด จำนวน 364 ต้น พันธุ์ไม้เด่นที่พบคือ ต้นปอทะเล (Hibiscus tiliaceus L.) จำนวน 117 ต้น เทพี (Caesalpinia crista L.) จำนวน 69 ต้น และหูกวาง (Terminalia catappa L.) จ่านาน 51 ต้น […]

คลื่นซัด”หาดสามพระยา” กัดเซาะชายฝั่งพังยับ ต้นสนล้มระนาว

ที่มา: https://www.facebook.com/prachuappost (วันที่ 9 มกราคม 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างวันที่7-8 มกราคม ที่ผ่านมา นายเอกฤทธิ์ ดวงมาลา หน.อช เขาสามร้อยยอด กล่าวว่า หาดสามพระยา และ หาดแหลมศาลา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เกิดมวลน้ำทะเลหนุนสูงประกอบกับคลื่นลมแรงในอ่าวไทย ทะยานเข้าซัดชายหาดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะแนวต้นสนขนาดใหญ่มีอายุมากกว่า30ปี ที่เป็นสัญลักษณ์ของหาด ถูกกระแสคลื่นสูงเกือบ3เมตรกัดเซาะจนรากถอนโคน ล้มระนาวเกือบ 20 ต้น ซึ่งทั้ง2หาดรวมแล้วเกือบ40ต้น กลายเป็นภาพที่น่าตกใจ ทั้งนี้จากสภาพอากาศที่แปรปรวนส่งผลให้คลื่นที่มีความแรงโถมเข้าใส่ชายหาดอย่างต่อเนื่อง พลังของน้ำได้ขุดรากถอนโคนต้นสนขนาดใหญ่ที่ยืนต้นมานานนับสิบปีให้ล้มลงในพริบตา พื้นที่ที่เคยร่มรื่นสวยงามกลับกลายเป็นแนวดินที่พังทลายและซากต้นไม้ที่ล้มระเนระนาด สร้างความตะลึงให้กับเจ้าหน้าที่ฯและนักท่องเที่ยวในพื้นที่เป็นอย่างมาก ​เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ย่อย หาดสามพระยา (อช เขาสามร้อยยอด)ได้ประเมินสถานการณ์พร้อมงดให้บริการลานกางเต้นท์ เป็นการชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย” โดยเบื้องต้นมีการติดธงแดง และ​ปิดกั้นพื้นที่เสี่ยง ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำโดยเด็ดขาด ​ซึ่ง​ความรุนแรงของธรรมชาติที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดครั้งหนึ่งในต้นปีนี้ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำลายทัศนียภาพอันสวยงาม แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างรุนแรง ​ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวติดตามประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาและอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดอย่างใกล้ชิด

สำรวจเก็บข้อมูลและติดตามสถานภาพชายฝั่งช่วงมรสุม บริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเล อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 โดยเจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ลงพื้นที่สำรวจเก็บข้อมูลและติดตามสถานภาพชายฝั่งช่วงมรสุม รวมถึงรวบรวมข้อมูลส่งให้กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง เพื่อเป็นข้อมูลพิจารณากลั่นกรองโครงการด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเล ม.6 ต.หน้าสตน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช จากการลงพื้นที่ พบการกัดเซาะชายฝั่งในช่วงฤดูมรสุม และทางด้านทิศเหนือชายฝั่งมีความสมดุล มีตะกอนทรายสะสมมากและหน้าหาดกว้าง ทั้งนี้ สทช.5 จะดำเนินการรวบรวมข้อมูล เพื่อนำไปประกอบการจัดทำรายงานสถานภาพชายฝั่งทะเลประจำปี 2569 พร้อมทั้งรวบรวมรายงานกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของคณะทำงานกลั่นกรองโครงการฯ ต่อไป

สำรวจข้อมูลแนวรั้วไม้ดักทราย หาดปากเมง

ที่มา: https://www.facebook.com/mnperc3 วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 (ตรัง) สำรวจติดตามเก็บข้อมูลการสะสมตัวของมวลทรายและติดตามการเจริญเติบโตของสังคมพืชป่าชายหาด บริเวณแนวรั้วไม้ดักทรายหาดปากเมง อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรังประจำเดือนกันยายน แนวรั้วไม้ดักทราย 2 รูปแบบ ได้แก่ แนวตรง และแนวซิกแซก เบื้องต้นพบว่า มีการสะสมตัวของมวลทรายเฉลี่ย 8.3 และ -21.3 เซนติเมตร ตามลำดับ และพบพันธุ์ไม้ทั้งหมด 15 ชนิด จำนวน 337 ต้น มีพันธุ์ไม้เด่นที่พบคือ ต้นปอทะเล (Hibiscus tiliaceus L.) จำนวน 141 ต้น รักทะเล 80 ต้น และ ต้นเตยทะเล (Pandanus odoratissimus L.f.) จำนวน 33 ต้น และซึ่งเมื่อเปรียบเทียบข้อมูลเบื้องต้น ในเดือนที่ผ่านมา พบว่า มีจำนวนกล้าไม้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เร่งหาแนวทางแก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่งบ้านปูลาโต๊ะบีซู

ที่มา: https://www.facebook.com/DPT.PR.GO.TH วันที่ 16 ตุลาคม 2568 กรมโยธาธิการและผังเมือง เดินหน้าแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลอย่างเป็นระบบ จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 3 โครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดฯ บริเวณบ้านปูลาโต๊ะบีซู ต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ณ โรงเรียนบ้านปูลาเจ๊ะมูดอ โดยมีนายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานการประชุม เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์จากทุกภาคส่วน ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณบ้านปูลาโต๊ะบีซู ได้ทวีความรุนแรงในระดับสูง ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อบ้านเรือน ที่ดินทำกิน และทรัพย์สินของทางราชการ รวมถึงโรงเรียนและสถานีประมงชายฝั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างป้องกันปัจจุบันไม่สามารถต้านทานการถดถอยของแนวชายฝั่งจากคลื่นกัดเซาะในช่วงฤดูมรสุมได้ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนอย่างมาก นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้กล่าวถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว พร้อมเน้นย้ำให้ประชาชนที่เข้าร่วมประชุมสะท้อนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำไปบูรณาการร่วมกับการศึกษาด้านอื่น ๆ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาสนองตอบต่อความต้องการของชุมชนและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ​สำหรับโครงการดังกล่าว กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท แมคโคร คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท เอส ที เอส กรีน จำกัด เข้ามาดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียด […]

ชาวบ้านหาดทรายรี คัดค้านการปักเสาไม้กันคลื่น

ที่มา: https://www.facebook.com/SouthernThaiPBS เมื่อวานนี้ (29 ส.ค. 68) ที่วัดสุวรรณคูหาวารีวงศ์ (วัดถ้ำโพงพาง) ต.หาดทรายรี อ.เมือง จ.ชุมพร ผู้นำชุมชน เจ้าอาวาสวัด และชาวบ้านกว่า 300 คน จาก 7 หมู่บ้าน ร่วมประชาคมแสดงจุดยืนคัดค้านการปักเสาไม้กันคลื่น หลังใช้งานมา 3 ปีไม่แก้ปัญหายั่งยืน แถมเสาไม้ผุหักเป็นตอฝังดิน อันตรายต่อชาวบ้านและนักท่องเที่ยว อีกทั้งทำให้ภูมิทัศน์ชายหาดเสื่อมโทรม ชาวบ้านเรียกร้องหน่วยงานรัฐเลิกปักไม้ซ่อมแซมเพิ่มเติม พร้อมเร่งดำเนินการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งถาวรตามแบบวิศวกรโยธา ควบคู่กับการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม และจัดเวทีประชาคมเพื่อฟังเสียงประชาชนโดยเร็วที่สุด นางสกุลตลา ไมตรีจิตร นายก อบต.หาดทรายรี ยืนยันว่า การใช้เสาไม้ที่ผ่านมาไม่ช่วยแก้ปัญหาน้ำกัดเซาะชายฝั่ง แต่กลับสร้างปัญหาเพิ่ม จึงต้องหามาตรการถาวรเพื่อคุ้มครองพื้นที่และการท่องเที่ยวในระยะยาว

งานปักไม้ หาดม่วงงาม

ที่มา: https://web.facebook.com/kprame.garden Beach Lover ยังไม่มีข้อมูลว่าเจ้าของโครงการคือหน่วยงานใด รวมถึงที่ไปที่มาของโครงการด้วย หากทราบข้อมูลจะนำมาแจ้งข่าวในโอกาสถัดไป

see more…