Home

ข่าว

พบน้ำทะเลเป็นสีดำบริเวณแหลมบาลีฮาย

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม หลังได้รับแจ้งเหตุพบน้ำทะเลเป็นสีดำบริเวณแหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี วันที่ 16 มิถุนายน 2567 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยได้รับการประสานงานสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 (ชลบุรี) กรณีแจ้งเหตุพบน้ำทะเลเป็นสีดำบริเวณแหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2567 จาการสอบถามเจ้าหน้าที่เทศบาลพัทยาเพิ่มเติม ทราบว่าท่อส่งน้ำเสียด้วยแรงดันสถานีสูบน้ำเสียพัทยารั่ว และได้ดำเนินการซ่อมแซมเรียบร้อยแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ได้สำรวจเบื้องต้น 3 สถานี ได้แก่ ประภาคาร ท่าเรือแหลมบาลีฮาย และหาดพัทยา โดยสถานีประภาคารสภาพน้ำทะเลกลับคืนสู่สภาพปกติ ไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่พบสัตว์น้ำตาย ส่วนแหลมบาลีฮาย และหาดพัทยา สภาพน้ำทะเลเป็นปกติ ไม่มีกลิ่นเหม็น จากนั้นทำการตรวจวัดคุณภาพน้ำเบื้องต้น พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างน้ำทะเล โดยมีค่าความเป็นกรดและด่าง 7.86-8.00 อุณหภูมิ 31.7-32.7 องศาเซลเซียส ความเค็ม 30.8-31.2 ส่วนในพันส่วน และปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ 5.20-5.80 […]

สำรวจการเปลี่ยนแปลงชายหาด อุทยานแห่งชาติตะรุเตา จังหวัดสตูล

ที่มา: https://www.facebook.com/mnpoc.trang3 วันที่ 24 – 31 พฤษภาคม 2567 ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 จังหวัดตรัง ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา สำรวจติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพชายหาด บริเวณอุทยานแห่งชาติตะรุเตา จังหวัดสตูล จำนวน 2 สถานี ได้แก่ หาดแหลมสน เกาะอาดัง จำนวน 17 แนวสำรวจ และหาดทรายขาว เกาะราวี จำนวน 6 แนวสำรวจ เบื้องต้นพบว่า บริเวณหาดแหลมสน เกาะอาดัง สภาพชายฝั่งส่วนใหญ่มีลักษณะคงสภาพ พบชายฝั่งถูกกัดเซาะบริเวณฝั่งทิศตะวันตกของแหลมสน เนื่องจากเป็นบริเวณที่ได้รับอิทธิพลจากคลื่นลมมากกว่าบริเวณอื่น ๆ บริเวณหาดทรายขาว เกาะราวี สภาพชายฝั่งส่วนใหญ่มีลักษณะถูกกัดเซาะ โดยเฉพาะบริเวณด้านทิศตะวันออกของหาด พบชายฝั่งคงสภาพบางส่วน บริเวณทิศใต้ของหาดทรายขาว โดยจะนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์เชิงลึกต่อไป

สำรวจการเปลี่ยนแปลงเส้นแนวชายฝั่งหลังการปักไม้ไผ่ชะลอคลื่น ห้วงน้ำขาว จังหวัดตราด

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 27 เมษายน 2567 กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง โดยส่วนอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ชายฝั่ง ลงพื้นที่ตำบลห้วงน้ำขาว อำเภอเมือง จังหวัดตราด ซึ่งอยู่ในระบบหาดบ้านแหลมศอก (T1D009) เพื่อสำรวจการเปลี่ยนแปลงเส้นแนวชายฝั่งหลังการปักไม้ไผ่ชะลอคลื่น โดยสำรวจพื้นที่ดังกล่าว ด้วยอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ครอบคลุมระยะทางไม้ไผ่ประมาณ 3,200 เมตร พื้นที่ประมาณ 180 ไร่ ผลจากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า บริเวณหลังแนวไม้ไผ่ชะลอคลื่น มีพรรณไม้ป่าชายเลน ได้แก่ ต้นโกงกาง และแสมทะเล ทั้งนี้ กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง จะนำข้อมูลดังกล่าว มาวิเคราะห์ผลการเปลี่ยนแปลงหลังดำเนินโครงการปักไม้ไผ่ชะลอคลื่น ต่อไป

ศาลปกครองยกฟ้อง คดีคัดค้านการสร้างกำแพงชายหาด Katoku เกาะ Amami จ.Kagoshima ประเทศญี่ปุ่น

อ่านข่าวฉบับภาษาญี่ปุ่นได้จาก: https://www3.nhk.or.jp/lnews/kagoshima/20240424/5050026677.html ภาพประกอบโดย: Beach Lover เมื่อ พ.ย.2566 วันที่ 24 เมษายน 2567 ศาลอุทธรณ์ได้ยกฟ้องกรณีที่ชาวบ้าน 10 คน ยื่นเรื่องฟ้องหน่วยงานของรัฐให้ยุติการก่อสร้างโครงสร้างกำแพงกันคลื่น ป้องกันชายหาด Katoku ที่ใช้งบประมาณกว่า 340 ล้านเยน โดยระบุว่าจะเป็นการทำลายทรัพยากรชายหาดที่มีคุณค่า เนื่องจากหาดนี้อยู่ติดกับเขตที่ถูก Unesco ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ทั้งนี้ในอดีต ศาลชั้นต้นได้ยกฟ้องกรณีนี้ไปแล้ว 1 รอบ แต่ชาวบ้านได้รวมตัวกันยื่นอุทธรณ์พร้อมจัดกิจกรรมเพื่อปกป้องชายหาดแห่งนี้หลายครั้ง รวมถึงสำรวจข้อมูล beach profile นำส่งต่อศาลเพื่อแสดงให้เห็นว่าชายหาดแห่งนี้ไม่มีความจำเป็นต้องสร้างกำแพงกันคลื่น เนื่องจากไม่มีการกัดเซาะอย่างรุนแรง การกัดเซาะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจากพายุรุนแรงเมื่อ 10 ปีก่อน และไม่เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นอีกเลย จากเสียงคัดค้านจากผู้คนที่ต้องการปกป้องธรรมชาติ ทางจังหวัดจึงลดขนาดของเขื่อนลงจาก 530 เมตร เหลือเพียง 180 เมตร เมื่อ 6 ปีก่อน และเมื่อสองปีก่อน มีการนำรถขุด เครื่องจักรหนัก และวัสดุก่อสร้างมาวางไว้ที่ชายฝั่ง แต่ไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากชาวบ้านต่อต้านจนถึงปัจจุบัน ในคำตัดสินของศาลชั้นสองเมื่อวันที่ 24 […]

สำรวจหาค่าระดับความลึกท้องน้ำบริเวณพื้นที่แหล่งหญ้าทะเล เกาะลิบง จังหวัดตรัง

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 12 มีนาคม 2567 กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง โดยส่วนธรณีวิทยาชายฝั่ง ร่วมกับศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่าง และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลงพื้นที่สำรวจหาค่าระดับความลึกท้องน้ำบริเวณพื้นที่แหล่งหญ้าทะเล เกาะลิบง จังหวัดตรัง โดยเรือสำรวจหยั่งน้ำอัตโนมัติ โดยมีเป้าหมายในการสำรวจ 12 แนว จากทั้งหมด 28 แนว มีระยะห่างระหว่างแนวประมาณ 300 เมตร ทั้งนี้ กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง จะส่งมอบข้อมูลที่ได้จากการสำรวจในครั้งนี้ให้คณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงานและแก้ไขปัญหาการเสื่อมโทรมของแหล่งหญ้าทะเลในบริเวณจังหวัดตรังและจังหวัดกระบี่ เพื่อไปใช้ในการวิเคราะห์หาสาเหตุการเสื่อมโทรมของแนวหญ้าทะเลในพื้นที่ต่อไป

สำรวจและติดตามการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งหลังการติดตั้งรั้วดักทราย ชายหาดตำบลกลาย

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำรวจและติดตามการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งหลังการติดตั้งรั้วดักทราย (Sand fence) บริเวณชายหาดบ้านบางสาร ตำบลกลาย อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช วันที่ 12 มีนาคม 2567 กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง โดยส่วนวิศวกรรมชายฝั่ง ลงพื้นที่บริเวณชายหาดบ้านบางสาร ตำบลกลาย อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อสำรวจและติดตามการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งหลังการติดตั้งรั้วดักทราย (Sand fence) ด้วยเครื่องมือหาพิกัดดาวเทียมRTK GNSS Network โดยรั้วดักทรายมีความยาว 570 เมตร ปักรูปแบบซิกแซก ใช้ไม้ความยาว 3 เมตร ปักลึกลงดิน 2 เมตร (ดำเนินการติดตั้งในปี พ.ศ. 2565) มีแนวสำรวจทั้งหมด 21 แนว ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งประมาณ 1,000 เมตร เป็นการสำรวจในช่วงหลังฤดูมรสุม ผลสำรวจพบว่าด้านทิศใต้ใกล้เขื่อนป้องกันคลื่นนอกชายฝั่ง รั้วดักทรายหลุดพังเสียหายจากคลื่นในช่วงฤดูมรสุมเป็นระยะทาง 180 เมตร และช่วงถัดมา แนวไม้อยู่ในสภาพล้มเอียงเข้าหาฝั่ง ระยะทาง 50 เมตร […]

ปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี อ่างศิลา

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 7 มีนาคม 2567 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ได้รับแจ้งจากศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน รายงานการเกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี บริเวณอ่างศิลา อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบบริเวณดังกล่าว และสัมภาษณ์ชาวบ้านบริเวณอ่างศิลา ทราบว่าน้ำทะเลมีสีเขียวและมีกลิ่น เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2567 เจ้าหน้าที่ได้ทำการสำรวจและตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเล จำนวน 3 สถานี ได้แก่ สถานี AS1-AS3 ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าสภาพน้ำเป็นสีเขียว มีกลิ่นเล็กน้อย และไม่พบสัตว์น้ำตาย ผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำทั่วไป มีค่าความเป็นกรดและด่าง 8.33-8.50 อุณหภูมิ 32.4-33.1 องศาเซลเซียส และความเค็ม 31.9-32.2 ส่วนในพันส่วน ซึ่งอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่ 3 เพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยสาเหตุจากการสะพรั่งของไดโนแฟลกเจลเลตชนิด Noctiluca scintillans ซึ่งแพลงก์ตอนชนิดนี้ไม่สร้างสารชีวพิษ และมักพบว่าเป็นสาเหตุทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีในหลายพื้นที่ ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยฯ จะติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป

สำรวจสัณฐานชายหาด แหลมพันวา

ที่มาข่าว: https://www.facebook.com/DMCRTH กรมทะเลชายฝั่ง ลงพื้นที่บริเวณแหลมพันวาตะวันออก ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต เพื่อสำรวจสัณฐานชายหาด ด้วยเครื่องมือหาพิกัดดาวเทียมแบบ GNSS วันที่ 21 มกราคม 2567 กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง โดยส่วนธรณีวิทยาชายฝั่ง ลงพื้นที่บริเวณแหลมพันวาตะวันออก ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต เพื่อสำรวจสัณฐานชายหาด ด้วยเครื่องมือหาพิกัดดาวเทียมแบบ GNSS โดยการรังวัดผ่านระบบโครงข่ายการรังวัดด้วยดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) โดยมีระยะทางตามแนวชายฝั่งประมาณ 950 เมตร กำหนดแนวสำรวจสัณฐานชายหาด รวม 13 แนว ผลการสำรวจเบื้องต้น พบว่า พื้นที่สำรวจมีความลาดชันชายหาดประมาณ 0.06 – 8.52 องศา มีความกว้างของหาด ประมาณ 10 – 13 เมตร เมื่อนำผลการสำรวจครั้งนี้เปรียบเทียบกับผลการสำรวจในช่วงฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พบว่า บริเวณพื้นที่แหลมพันวาตะวันออกมีตะกอนสะสมเพิ่มขึ้นประมาณ 197.48 ลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ข้อมูลที่ได้จะนำไปวิเคราะห์อัตราการเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่งทะเล ความลาดชันชายหาด ความกว้างของหาด […]

ปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี ท่าศาลา

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH กรมทะเลชายฝั่ง ติดตามปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีพื้นที่หาดท่าสูงบน อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช วันที่ 16 มกราคม 2567 ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง กลุ่มงานสมุทรศาสตร์และสิ่งแวดล้อม ได้รับการแจ้งเหตุการณ์เกิดน้ำทะเลเปลี่ยนสี บริเวณพื้นที่หาดท่าสูงบน ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช สำรวจพื้นที่เบื้องต้นไม่พบผลกระทบต่อสัตว์น้ำ ลักษณะสีน้ำทะเลเป็นสีเขียวเข้ม สาเหตุเกิดจากการสะพรั่งของแพลงก์ตอนพืชกลุ่มไดโนแฟลกเจลเลต ชนิด Noctiluca scintillans มีความหนาแน่นเฉลี่ย 19,203 เซลล์ต่อลิตร ซึ่งแพลงก์ตอนชนิดนี้ไม่สร้างสารชีวพิษ ตรวจวัดปัจจัยคุณภาพน้ำทะเลเบื้องต้น ดังนี้ ความเป็นกรด-ด่าง 7.63-7.88 ความเค็ม 31.6-31.8 ppt อุณหภูมิน้ำทะเล 30.4-30.9 °C และปริมาณออกซิเจนละลาย 7.14-7.22 mg/l ตัวอย่างน้ำทะเลสำหรับวิเคราะห์ปริมาณสารอาหาร เก็บรักษาที่อุณหภูมิ 4 °C นำกลับมาวิเคราะห์ห้องปฏิบัติการ ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยฯ จะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องต่อไป

สำรวจและติดตามสถานภาพชายฝั่ง พื้นที่ ต.ท้องเนียน

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH กรมทะเลชายฝั่ง สำรวจและเก็บข้อมูลและติดตามสถานภาพชายฝั่ง บริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเล ต.ท้องเนียน และต.ขนอม อำเภอขนอม จ.นครศรีธรรมราช วันที่ 9 มกราคม 2567 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 โดย ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ลงพื้นที่เพื่อสำรวจและเก็บข้อมูลและติดตามสถานภาพชายฝั่ง บริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเล ต.ท้องเนียน และต.ขนอม อำเภอขนอม จ.นครศรีธรรมราช ชายฝั่งทะเลมีระยะทางยาวประมาณ 48.03 กม. จากการสำรวจพบว่าพื้นที่ชายฝั่งทะเล ต.ท้องเนียน และ ต.ขนอม อ.ขนอม มีลักษณะเป็นหาดทรายและธรณีสัณฐานชายฝั่งแบบหาดก้นอ่าว (Pocket beach) โดยทั้งสองด้านของอ่าวเป็นหาดหิน/หัวหาด (Head Land) โดยด้านทิศเหนือและทิศใต้มีลักษณะเป็นหัวหาด/หาดหิน ชายฝั่งส่วนใหญ่มีสถานภาพสมดุล และมีการสะสมของตะกอนทราย จากการสำรวจไม่พบการกัดเซาะชายฝั่ง อีกทั้งพื้นที่ชายหาดของ อ.ขนอมยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญเชิงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งนี้ จะดำเนินการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล ดังกล่าว เพื่อนำไปประกอบการจัดทำรายงานสถานภาพชายฝั่งทะเลประจำปี 2567 จังหวัดนครศรีธรรมราช ต่อไป

see more…

สถานการณ์ชายฝั่งทะเล

กำแพงกันคลื่นหลากหลายแบบ ณ อ่าวประจวบ ช่วง ถ.ปิ่นอนุสรณ์

กำแพงกันคลื่น อ่าวประจวบบริเวณนีั (ปากคลองบางนางรม ถึง เขาตาม่องล่าย) มีการดำเนินการสร้างและซ่อมแซมมาในหลายวาระโอกาส ด้วยโครงสร้างที่มีรูปแบบแตกต่างกัน ตั้งแต่ปี ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะทางประมาณ 3.1 กิโลเมตร บางส่วนของสันด้านบนกำแพง ถูกออกแบบให้กว้างและพัฒนาเป็นลานกิจกรรม ทางเดินออกกำลังกาย และทางจักรยาน จากการเดินเท้าสำรวจพบว่า มีรูปแบบที่แตกต่างกัน แม้จะเป็นกำแพงแบบขั้นบันไดเหมือนกัน ก็มีลักษณะของขั้นบันไดที่แตกต่างกัน คาดว่าถูกสร้างในช่วงเวลาที่ต่างกัน และพบบางส่วนของโครงสร้างที่ชำรุดเสียหายบริเวณใกล้กับเขาตาม่องล่าย ซึ่งชาวบ้านมักใช้เป็นที่จอดเรือประมงขนาดเล็ก กำแพงกันคลื่นตลอดแนวตั้งแต่ปากคลองบางนางรม ถึง เขาตาม่องล่าย ที่เห็นอย่างหลากหลายรูปแบบนี้ ยามน้ำลงจะพบชายหาดด้านหน้ากำแพงอยู่บ้าง มากน้อยแตกต่างกันไปในแต่ละโซนพื้นที่

ไม่หลงเหลือความเป็นชายหาดแล้วที่คลองวาฬ

หาดคลองวาฬ เป็นชายหาดที่ติดกับอ่าวมะนาวมีคลองวาฬเชื่อมต่อกับทะเลสองฝั่งคลองเป็นป่าชายเลน  บริเวณหาดคลองวาฬเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมง มีความเงียบสงบ ความยาวของหาดประมาณ 4 กม. เป็นชายหาดทรายผสมเลน มีร้านอาหาร ที่พัก   ชุมชนชายฝั่ง  โครงการป้องกันชายฝั่งบริเเวณนี้ในอดีตมีองค์ประกอบคือ (1)  เขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็กป้องกันตลิ่งยาว 300  ม. บนชายหาด สร้างเมื่อ ก.ย.2547 (2)  สวนสาธารณะบนชายหาดคลองวาฬ ซึ่งประกอบด้วยลานเอนกประสงค์   ถนนคอนกรีตเสริม  เหล็ก ลานจอดรถ รางระบายน้ำ    ทางดินถมพร้อมเกรดปรับแต่ง   พร้อมปรับภูมิทัศน์ ดำเนินการพร้อมเขื่อนป้องกันตลิ่งเมื่อปี  2547 (3)  เขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่งแบบหินทิ้งจำนวน 11 ตัว ความยาวตัวละ 50 ม. จำนวน 5 ตัว และยาวตัวละ 100 ม. จำนวน 6 ตัว ตลอดแนวชายฝั่งยาวประมาณ 1.3 ก.ม. สร้างเมื่อปี 2548 แสดงดังรูปที่ 1 เมื่อมีการสร้างกำแพงป้องกันชายฝั่งชายหาดด้านหน้ากำแพงจะค่อยๆหดหายได้ เนื่องมาจากแรงปะทะของคลื่นที่วิ่งเข้ากระทบกำแพงแล้วสะท้อนออก ส่งผลให้ทรายด้านหน้ากำแพงถูกดึงหายออกไปด้านนอกฝั่ง ยังคงเห็นชายหาดโผล่พ้นน้ำบ้างยามน้ำลงบางครั้งเท่านั้น เรือประมงชาวบ้านที่เคยใช้พื้นที่ชายหาดเป็นที่จอดเรือจึงไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้แบบเดิม ในส่วนของเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่งนั้น ได้ส่งผลให้คลื่นที่เข้ามาปะทะอ่อนกำลังลงด้านหลังเขื่อนกันคลื่นและเกิดการทับถมของตะกอนทรายด้านหลัง  ซึ่งทำให้ชายหาดระหว่างช่องเปิดของเขื่อนแต่ละตัวนั้นเกิดการกัดเซาะเว้าโค้งเป็นวงเสี้ยวพระจันทร์  พื้นที่ชายหาดด้านหน้าบริเวณที่มีการปรับภูมิทัศน์ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการสร้างกำแพงคอนกรีตป้องกันคลื่นนั้น สามารถมองเห็นหาดได้ยามน้ำลงบางครั้ง การขึ้นลงชายหาดเป็นไปได้ยากยิ่งเพราะต้องปีนข้ามสันและแนวลาดของกำแพงซึ่งอยู่สูงกว่าชายหาดมาก ส่วนในฤดูมรสุมคลื่นที่วิ่งเข้ามาปะทะกำแพงแนวดิ่งส่งผลให้มีน้ำทะเลกระเซ็นข้ามสันกำแพงขึ้นมาบนทางเดินริมกำแพงบ้าง แสดงดังรูปที่ […]

สำรวจงานเติมทรายหาดจอมเทียน มิ.ย.2567

ที่ผ่านมา Beach Lover ได้พาสำรวจชายหาดจอมเทียนทั้งก่อนและหลังการเติมทรายมาแล้วหลายรอบ เช่น https://beachlover.net/พาชม-เติมทรายชายหาดจอมเทียน-อีกครั้ง/ , https://beachlover.net/พาชม-เติมทรายชายหาดจอมเ/, https://beachlover.net/ส่องงานเติมทรายชายหาดจ/ รวมถึงสืบค้นได้จาก Icon search คำว่า “จอมเทียน” Beach Lover ได้มีโอกาสสำรวจหาดจอมเทียนอีกครั้งในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2567 ตลอดทั้งแนว ทั้งนี้ไม่แน่ใจเลยว่า งานเติมทรายของชายหาดนี้ที่ดำเนินการโดยกรมเจ้าท่านั้นเสร็จสิ้นตลอดทุกเฟสทั้งแนวชายฝั่งหรือยัง เนื่องจากไม่เห็นรั้วเพื่อปิดพื้นที่ก่อสร้างอีกแล้ว แต่ยังพบเรือขุดและพ่นทรายจอดอยู่นอกชายฝั่ง เมื่อเดินเท้าสำรวจชายหาดตั้งแต่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตั้งแต่หาดยินยอม หาดดงตาล เรื่องลงมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของหาดจอมเทียนจนเข้าเขตพื้นที่นาจอมเทียนถึงร้านอาหารลุงไสว ที่เป็นเขตสิ้นสุดงานก่อสร้าง มีสภาพชายหาดดังรูป พบว่า มีการทำทางขึ้นลงบันได และป้ายชื่อหาด เพิ่มเติมจากครั้งก่อนที่ Beach Lover ได้ลงมาสำรวจ พบว่าชายหาดจอมเทียนที่ถูกเติมทรายในระยะแรกๆยังมีสภาพไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก ชายหาดยังคงกว้างประมาณ 40-50 เมตร โดยพบว่าการตัด Slope ชายหาดเป็นสองระดับตามที่ได้ก่อสร้างไว้นั้นหายไปจนหมด หาดทรายกลืนกันเป็น Slope เดียวไม่ต่างจากหาดพัทยา ที่ Beach Lover พาสำรวจในช่วงเวลาใกล้ๆกัน (https://beachlover.net/pataya-after-sunset/)

พาสำรวจกำแพงแนวดิ่ง อ่าวประจวบ ยามน้ำลงต่ำ

ประจวบฯเมืองสามอ่าว ได้แก่ อ่าวน้อย อ่าวมะนาว และอ่าวประจวบฯ ในสามอ่าวนี้มีเพียงอ่าวเดียวที่มีกำแพงกันคลื่นเกือบตลอดทั้งแนว (เว้นปากคลองบางนางรม) คือ อ่าวประจวบฯ Beach Lover ของพาสำรวจกำแพงกันคลื่นในโซนปากคลองบางนางรมถึงกองบินที่ 5 อ่าวมะนาว ซึ่งมีลักษณะเป็นแบบแนวดิ่งเหมือนกันตลอดทั้งแนว ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน ยามน้ำลงต่ำ จะเผยให้เห็นชายหาดด้านหน้ากำแพงอยู่บ้าง โดยมีระดับต่ำกว่าสันกำแพงแตกต่างกันในแต่ละตำแหน่ง โดยเฉลี่ยแล้วชายหาดมีระดับต่ำกว่าสันกำแพงประมาณ 1.8 เมตร และเมื่อสังเกตจากคราบน้ำบนชายหาดแล้วพบว่า ยามน้ำขึ้นสูงสุด ระดับน้ำจะขึ้นไปจนแตะตีนกำแพงเลย กำแพงกันคลื่นอ่าวประจวบนี้ สร้างแบบตั้งตรง (แนวดิ่ง) เมื่อ 2545 โดยสำนักโยธาธิการและผังเมือง จ.ประจวบฯ รวมระยะทางของโครงสร้าง 2,429 เมตร ตั้งแต่ปากคลองบางนางรม จนถึงขอบเขตรั้วทางทิศเหนือของกองบินที่ 5 อ่าวมะนาว พื้นที่ด้านบนของกำแพงแนวดิ่งนี้ ทำเป็นทางเดินเท้าขนาดใหญ่ ถัดไปเป็นถนนที่สามารถจอดรถริมทะเลได้เลย โดยในช่วงฤดูมรสุมของทุกปี น้ำทะเลจะยกระดับสูงขึ้นมาก รวมถึงคลื่นก็มักจะทวีความรุนแรงมากกว่าช่วงเวลาปกติ สภาพของกำแพงและถนนเลียบหาดแห่งนี้ จะถูกคลื่นที่วิ่งเข้าปะทะกำแพงกันคลื่นกระโจนข้ามมายังถนน จนน้ำระบายไม่ทันตามภาพด้านล่าง และก่อให้เกิดความเสียหายกับระบบระบายน้ำเนื่องจากทรายที่มากับคลื่นบางส่วนได้เข้าไปอุดตันในระบบ รวมถึงทางเดินเท้าเลียบทะเลก็เกิดความเสียหายตามภาพด้านล่าง เนื่องจากแรงของคลื่นที่เข้ากระแทก เมื่อเดินเท้าสำรวจตลอดทั้งแนว พบท่อระบบน้ำออกสู่ทะเลหลายตำแหน่ง โดยพบว่า เกิดการเป็นร่อง […]

หาดดงตาล … ที่ไร้ต้นตาลในวันนี้

หากกล่าวถึงหาดดงตาล อาจมีหลายคนสับสนกับหาดดงตาลในฐานทัพเรือสัตหีบที่มีชื่อเรียกขานเดียวกัน แต่หาดดงตาลที่ Beach Lover จะพาสำรวจนี้ หมายถึงหาดดงตาล รอยต่อระหว่าง เขาพระตำหนัก กับ หาดจอมเทียน พัทยา จ.ชลบุรี หาดดงตาลเป็นชายหาดแนวตรง ทอดยาวระหว่างหาดยินยอม กับ หาดจอมเทียน มีถนนขนาดเล็กเลาะเลียบริมหาดสามารถเข้าถึงได้ง่าย มีร่มเตียง ร้านค้า ร้านอาหารไม่มากเท่ากับจอมเทียนหรือพัทยา แต่ก็ถือว่ามีครบอย่างเพียงพอทีเดียว จากการเดินเท้าสำรวจ ชายหาดกว้างประมาณ 30-40 เมตร และยังไม่พบร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่ง หรือ โครงสร้างป้องกันชายฝั่งบริเวณนี้

หาดยินยอม…ต้องยอมมา

หาดยินยอม พัทยา จ.ชลบุรี อยู่ระหว่างเขาพระตำหนักกับหาดดงตาล เป็นเวิ้งของชายหาดที่ค่อนข้างเงียบ สงบ คนไม่พลุกพล่าน หากใครต้องการนั่งเล่น ชมวิว กินอาหาร เล่นน้ำ แบบที่ไม่ต้องการผู้คนวุ่นวาย ต้องยอมขับรถออกมาจากพัทยาสัก 10 นาที แล้วจะรู้ว่าบรรยากาศนั้นช่างแตกต่างกันมากเหลือเกิน การเข้าถึง การจอดรถรา สามารถทำได้สะดวกกว่าหาดพัทยามาก เพียงแต่ถนนเลียบชายหาดจะค่อนข้างแคบ และไม่มีร้านค้าบริการมากมายนัก ริมหาดเป็นสวนหย่อมขนาดเล็กพร้อมทางเดิน มีต้นไม้พอให้ร่มเงาได้บ้าง เท่าที่เดินเท้าสำรวจ ยังไม่พบร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณนี้

หาดพัทยา (ยามใกล้ค่ำ)…ยังสบายดี ?

Beach Lover เคยพาสำรวจหาดพัทยามาหลายครั้งแล้ว ตั้งแต่ช่วงเริ่มเติมทรายใหม่ๆจนถึงปัจจุบัน หาอ่านเพิ่มเติมได้จากโพสเก่าๆ โดยค้นหาจาก Search Icon มุมขวาของ Web ครั้งนี้ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2567 Beach Lover ได้กลับมาสำรวจการใช้ประโยชน์ชายหาดแห่งนี้อีกครั้ง โดยครั้งนี้เป็นช่วงเวลาหลังพระอาทิตย์ตกได้ไม่นาน ในวันธรรมดาที่อากาศดีมากๆไม่ร้อน และไม่มีฝน จากการเดินเท้าสำรวจตั้งแต่หาดพัทยาเหนือ (วงเวียนปลาโลมา) ลงไปถึงพัทยากลาง (Central) พบผู้ใช้ชายหาดที่ส่วนมากมากันเป็นกลุ่ม นำเสื่อมาปู นำอาหารเครื่องดื่มมารับประทานกันบนหาดทราย มีการนำเก้าอี้สนามและโต๊ะแบบพับได้มาวางบนชายหาด บ้างก็มานั่งเล่นดูตะวันตกดิน มีการลงเล่นน้ำค่อนข้างน้อย อาจเป็นเพราะเมื่อพระอาทิตย์ลาขอบฟ้า ฟ้าก็เริ่มมืดและดูจะไม่ค่อยปลอดภัยหากลงเล่นน้ำทะเล พ่อค้าแม่ค้า นำอาหารเครื่องดื่มเดินตระเวนขายไปตามจุดที่มีนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะที่เป็นกลุ่มใหญ่ๆ หวังว่าจะมีอะไรขาดเหลือให้พอได้ขายของที่แบกมาทั้งวันได้บ้าง เท่าที่สังเกตด้วยสายตาพอประมาณได้ว่า ชายหาดพัทยายามนี้น่าจะมีความกว้างประมาณ 60-70 เมตรเลยทีเดียว จากข้อมูลที่กรมเจ้าท่าเคยระบุไว้ในช่วงเริ่มต้นโครงการว่าจะเติมทรายให้หาดมีความกว้างประมาณ 35 เมตร แล้วตัด Slope ลาดลงทะเล แต่เอาเข้าจริงๆหลังโครงการแล้วเสร็จพบว่ามีการเติมทรายมากกว่าที่ระบุไว้ในตอนต้นมาก จากการสำรวจไม่พบระดับของชายหาดที่แตกต่างกันตามที่กรมเจ้าท่าได้ทำการตัด slope เดิมไว้เป็นสองระดับ (ดูจากรูปด้านบน) โดยพบว่าชายหาดกลืนกันเป็น slope เดียวกันหมดแล้ว เมืองพัทยาได้เปิดไฟส่องสว่างกำลังค่อนข้างแรงริมชายหาดอย่างเพียงพอในระดับที่สามารถเห็นหาดทราย เห็นน้ำทะเล ได้อย่างชัดเจนตลอดทั้งชายหาด จนทำให้ผู้มาเยี่ยมเยือนนั่งกันอยู่บนชายหาดได้จนถึงค่ำมืดดึกดื่นได้เลย […]

พาสำรวจ “เกาะแรต” เกาะเล็กๆริมฝั่ง

ชุมชนบ้านเกาะแรต เป็นเกาะเล็ก ๆ อยู่ในอ่าวบ้านดอน จากคำบอกเล่าเมื่อประมาณ 200 กว่าปี ได้มีชาวจีนอพยพมาจากเกาะไหหลำ ประเทศจีน โดยใช้เรือสำเภาขนาดใหญ่และขนาดเล็กเป็นพาหนะในการเดินทาง มีชาวจีนกลุ่มหนึ่งประมาณ 60 คน ใช้เรือสำเภาประมาณ 10 ลำ แวะพักที่เกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ และได้สำรวจดูความเหมาะสมเพื่อใช้เป็นที่พักพิงทำมาหากิน  มีเกาะแก่งมากมายสภาพคล้ายบ้านเกิดที่ประเทศจีน ชาวจีนจึงตั้งรกรากอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว และยึดอาชีพการประมงทั้งหมู่บ้านจนถึงปัจจุบัน (https://www.suratthanitourism.com/tour/ko-raet/) เกาะแรต มาจากคำว่า “แรด” ที่สะกดด้วย ด ที่หมายถึงชื่อสัตว์ ชาวจีนได้ขนานนามเกาะแห่งนี้ว่า “ฮีเด้ง” หมายถึง ตะเกียงสวรรค์ และต่อมาชาวจีนเขียนด้วย “ต” สะกดแทน “ด”  นอกจากนี้ยังมีการสันนิษฐานได้ว่าบริเวณเกาะมีต้นขี้แรดมาก จึงได้ชื่อว่า “เกาะแรต” ดังคำบอกเล่าของชาวบ้านว่ามาจากต้นขี้แรดที่มีอยู่ในชุมชน (https://www.suratthanitourism.com/tour/ko-raet/) สมัยก่อนการเดินทางต้องนั่งเรือมาจากฝั่งดอนสัก แต่ในปัจจุบันมีสะพานข้ามชื่อว่า “สะพานเฉลิมสิริราช” เชื่อมเกาะกับแผ่นดินใหญ่ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ชุมชนบ้านเกาะแรต อยู่ในทำเลที่มีทิวทัศน์ที่สวยงาม มีทางเดินคอนกรีตรอบเกาะเพื่อชมธรรมชาติ ชมวิถีชีวิตของชาวบ้าน โดยสามารถเดินรอบเกาะได้ในเวลาประมาณ 15 นาที โดยส่วนใหญ่เป็นหาดหิน มีหาดทรายอยู่ส่วนบนเพียงเล็กน้อย แม้เกาะจะเล็ก แต่ก็พบว่ามีบริการโฮมสเตย์ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวอยู่อย่างเพียงพอ […]

เกาะไข่…ทางผ่านไปหลีเป๊ะ

หากใครไปเยี่ยมเยือนเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล โดยขึ้นเรือ Speed boat จากท่าเรือปากบารา เรือเกือบทุกเที่ยวจะพาแวะชมเกาะไข่ประมาณ 20 – 30 นาที ก่อนพาเราไปถึงจุดหมายปลายทางที่เกาะหลีเป๊ะ เกาะไข่ เป็นเกาะขนาดเล็ก เกาะหนึ่งในอุทยานแห่งชาติตะรุเตาตั้งอยู่ระหว่าง เกาะตะรุเตา กับ เกาะอาดัง เสน่ห์ของเกาะไข่อยู่ที่ซุ้มประตูหินประติมากรรมธรรมชาติ อันเป็นสัญลักษณ์ของอุทธยานแห่งชาติตะรุเตา คู่รักคู่ใดได้ลอดซุ้มประตูหินนี้มีความเชื่อว่า จะสมหวังในความรัก และครองคู่กันไปอย่างมีความสุข (https://www.satun.go.th/travel/detail/3) ตามจริงแล้ว หาดทรายบนเกาะไข่นั้นก็สวยงามมาก ทรายขาวเนียนละเอียด น้ำทะเลสีสันสวยสดใสไม่แพ้ที่ใด เพียงแต่ผู้มาเยือนมักถูกเหนี่ยวนำให้ไปสนใจซุ้มประตูหินที่เป็นสัญลักษณ์ของเกาะไข่ จนละเลยความสนใจไปจากหาดทรายขาวตรงหน้า หากใครได้มาเยือนเกาะแห่งนี้ (ส่วนใหญ่เรือรอบสายถึงบ่ายจะพาแวะที่นี่เฉพาะขาไป ปากบารา-เกาะหลีเป๊ะ) ขอให้ละสายตาจากซุ้มประตูหินมา Enjoy หาดทรายขาวเนียนละเอียดตรงหน้าสักนิด จะรู้ว่าสวยไม่แพ้สิมิลันเลยทีเดียว

สำรวจสภาพหาดบางเบน จ.ระนอง ต้นมรสุม

หาดบางเบน เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติแหลมสน จ.ระนอง นับว่าเป็นหาดทรายเพียงไม่กี่แห่งของ จ.ระนอง ที่ส่วนใหญ่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยหาดทรายปนโคลนและป่าชายเลน บรรยากาศของหาดนี้เงียบสงบมาก พื้นที่ด้านในเป็นป่าสนกว้าง จากลานจอดรถเดินไปถึงชายทะเลระยะทางประมาณ 500 เมตร  ทรายบนชายหาดแห่งนี้สีไม่สวย แต่ขนาดค่อนข้างละเอียด โดยมีขนาดเฉลี่ยของเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.22 มิลลิเมตร (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ) และมีความลาดชันชายหาด 2.7 องศา (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ) จากการลงพื้นที่สำรวจช่วงต้นฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในเดือนพฤษภาคม 2567 พบว่า หาดมีความกว้างจากระดับทะเลปานกลางถึงสันหาดด้านในประมาณ 80 เมตร โดยมีเนินทรายสองระดับ แต่ละระดับมีระยะห่างกันประมาณ 40 เมตร  จากการเดินเท้าสำรวจ ยังไม่พบร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่งบนหาดนี้ หาดยังคงสมบูรณ์ด้วยเนินทรายและป่าชายหาด

see more…

สถานการณ์ชายฝั่งทะเล

กำแพงกันคลื่นหลากหลายแบบ ณ อ่าวประจวบ ช่วง ถ.ปิ่นอนุสรณ์

กำแพงกันคลื่น อ่าวประจวบบริเวณนีั (ปากคลองบางนางรม ถึง เขาตาม่องล่าย) มีการดำเนินการสร้างและซ่อมแซมมาในหลายวาระโอกาส ด้วยโครงสร้างที่มีรูปแบบแตกต่างกัน ตั้งแต่ปี ปี 2550 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะทางประมาณ 3.1 กิโลเมตร บางส่วนของสันด้านบนกำแพง ถูกออกแบบให้กว้างและพัฒนาเป็นลานกิจกรรม ทางเดินออกกำลังกาย และทางจักรยาน จากการเดินเท้าสำรวจพบว่า มีรูปแบบที่แตกต่างกัน แม้จะเป็นกำแพงแบบขั้นบันไดเหมือนกัน ก็มีลักษณะของขั้นบันไดที่แตกต่างกัน คาดว่าถูกสร้างในช่วงเวลาที่ต่างกัน และพบบางส่วนของโครงสร้างที่ชำรุดเสียหายบริเวณใกล้กับเขาตาม่องล่าย ซึ่งชาวบ้านมักใช้เป็นที่จอดเรือประมงขนาดเล็ก กำแพงกันคลื่นตลอดแนวตั้งแต่ปากคลองบางนางรม ถึง เขาตาม่องล่าย ที่เห็นอย่างหลากหลายรูปแบบนี้ ยามน้ำลงจะพบชายหาดด้านหน้ากำแพงอยู่บ้าง มากน้อยแตกต่างกันไปในแต่ละโซนพื้นที่

ไม่หลงเหลือความเป็นชายหาดแล้วที่คลองวาฬ

หาดคลองวาฬ เป็นชายหาดที่ติดกับอ่าวมะนาวมีคลองวาฬเชื่อมต่อกับทะเลสองฝั่งคลองเป็นป่าชายเลน  บริเวณหาดคลองวาฬเป็นที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมง มีความเงียบสงบ ความยาวของหาดประมาณ 4 กม. เป็นชายหาดทรายผสมเลน มีร้านอาหาร ที่พัก   ชุมชนชายฝั่ง  โครงการป้องกันชายฝั่งบริเเวณนี้ในอดีตมีองค์ประกอบคือ (1)  เขื่อนคอนกรีตเสริมเหล็กป้องกันตลิ่งยาว 300  ม. บนชายหาด สร้างเมื่อ ก.ย.2547 (2)  สวนสาธารณะบนชายหาดคลองวาฬ ซึ่งประกอบด้วยลานเอนกประสงค์   ถนนคอนกรีตเสริม  เหล็ก ลานจอดรถ รางระบายน้ำ    ทางดินถมพร้อมเกรดปรับแต่ง   พร้อมปรับภูมิทัศน์ ดำเนินการพร้อมเขื่อนป้องกันตลิ่งเมื่อปี  2547 (3)  เขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่งแบบหินทิ้งจำนวน 11 ตัว ความยาวตัวละ 50 ม. จำนวน 5 ตัว และยาวตัวละ 100 ม. จำนวน 6 ตัว ตลอดแนวชายฝั่งยาวประมาณ 1.3 ก.ม. สร้างเมื่อปี 2548 แสดงดังรูปที่ 1 เมื่อมีการสร้างกำแพงป้องกันชายฝั่งชายหาดด้านหน้ากำแพงจะค่อยๆหดหายได้ เนื่องมาจากแรงปะทะของคลื่นที่วิ่งเข้ากระทบกำแพงแล้วสะท้อนออก ส่งผลให้ทรายด้านหน้ากำแพงถูกดึงหายออกไปด้านนอกฝั่ง ยังคงเห็นชายหาดโผล่พ้นน้ำบ้างยามน้ำลงบางครั้งเท่านั้น เรือประมงชาวบ้านที่เคยใช้พื้นที่ชายหาดเป็นที่จอดเรือจึงไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้แบบเดิม ในส่วนของเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่งนั้น ได้ส่งผลให้คลื่นที่เข้ามาปะทะอ่อนกำลังลงด้านหลังเขื่อนกันคลื่นและเกิดการทับถมของตะกอนทรายด้านหลัง  ซึ่งทำให้ชายหาดระหว่างช่องเปิดของเขื่อนแต่ละตัวนั้นเกิดการกัดเซาะเว้าโค้งเป็นวงเสี้ยวพระจันทร์  พื้นที่ชายหาดด้านหน้าบริเวณที่มีการปรับภูมิทัศน์ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีการสร้างกำแพงคอนกรีตป้องกันคลื่นนั้น สามารถมองเห็นหาดได้ยามน้ำลงบางครั้ง การขึ้นลงชายหาดเป็นไปได้ยากยิ่งเพราะต้องปีนข้ามสันและแนวลาดของกำแพงซึ่งอยู่สูงกว่าชายหาดมาก ส่วนในฤดูมรสุมคลื่นที่วิ่งเข้ามาปะทะกำแพงแนวดิ่งส่งผลให้มีน้ำทะเลกระเซ็นข้ามสันกำแพงขึ้นมาบนทางเดินริมกำแพงบ้าง แสดงดังรูปที่ […]

สำรวจงานเติมทรายหาดจอมเทียน มิ.ย.2567

ที่ผ่านมา Beach Lover ได้พาสำรวจชายหาดจอมเทียนทั้งก่อนและหลังการเติมทรายมาแล้วหลายรอบ เช่น https://beachlover.net/พาชม-เติมทรายชายหาดจอมเทียน-อีกครั้ง/ , https://beachlover.net/พาชม-เติมทรายชายหาดจอมเ/, https://beachlover.net/ส่องงานเติมทรายชายหาดจ/ รวมถึงสืบค้นได้จาก Icon search คำว่า “จอมเทียน” Beach Lover ได้มีโอกาสสำรวจหาดจอมเทียนอีกครั้งในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2567 ตลอดทั้งแนว ทั้งนี้ไม่แน่ใจเลยว่า งานเติมทรายของชายหาดนี้ที่ดำเนินการโดยกรมเจ้าท่านั้นเสร็จสิ้นตลอดทุกเฟสทั้งแนวชายฝั่งหรือยัง เนื่องจากไม่เห็นรั้วเพื่อปิดพื้นที่ก่อสร้างอีกแล้ว แต่ยังพบเรือขุดและพ่นทรายจอดอยู่นอกชายฝั่ง เมื่อเดินเท้าสำรวจชายหาดตั้งแต่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือตั้งแต่หาดยินยอม หาดดงตาล เรื่องลงมาทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของหาดจอมเทียนจนเข้าเขตพื้นที่นาจอมเทียนถึงร้านอาหารลุงไสว ที่เป็นเขตสิ้นสุดงานก่อสร้าง มีสภาพชายหาดดังรูป พบว่า มีการทำทางขึ้นลงบันได และป้ายชื่อหาด เพิ่มเติมจากครั้งก่อนที่ Beach Lover ได้ลงมาสำรวจ พบว่าชายหาดจอมเทียนที่ถูกเติมทรายในระยะแรกๆยังมีสภาพไม่แตกต่างจากเดิมมากนัก ชายหาดยังคงกว้างประมาณ 40-50 เมตร โดยพบว่าการตัด Slope ชายหาดเป็นสองระดับตามที่ได้ก่อสร้างไว้นั้นหายไปจนหมด หาดทรายกลืนกันเป็น Slope เดียวไม่ต่างจากหาดพัทยา ที่ Beach Lover พาสำรวจในช่วงเวลาใกล้ๆกัน (https://beachlover.net/pataya-after-sunset/)

พาสำรวจกำแพงแนวดิ่ง อ่าวประจวบ ยามน้ำลงต่ำ

ประจวบฯเมืองสามอ่าว ได้แก่ อ่าวน้อย อ่าวมะนาว และอ่าวประจวบฯ ในสามอ่าวนี้มีเพียงอ่าวเดียวที่มีกำแพงกันคลื่นเกือบตลอดทั้งแนว (เว้นปากคลองบางนางรม) คือ อ่าวประจวบฯ Beach Lover ของพาสำรวจกำแพงกันคลื่นในโซนปากคลองบางนางรมถึงกองบินที่ 5 อ่าวมะนาว ซึ่งมีลักษณะเป็นแบบแนวดิ่งเหมือนกันตลอดทั้งแนว ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน ยามน้ำลงต่ำ จะเผยให้เห็นชายหาดด้านหน้ากำแพงอยู่บ้าง โดยมีระดับต่ำกว่าสันกำแพงแตกต่างกันในแต่ละตำแหน่ง โดยเฉลี่ยแล้วชายหาดมีระดับต่ำกว่าสันกำแพงประมาณ 1.8 เมตร และเมื่อสังเกตจากคราบน้ำบนชายหาดแล้วพบว่า ยามน้ำขึ้นสูงสุด ระดับน้ำจะขึ้นไปจนแตะตีนกำแพงเลย กำแพงกันคลื่นอ่าวประจวบนี้ สร้างแบบตั้งตรง (แนวดิ่ง) เมื่อ 2545 โดยสำนักโยธาธิการและผังเมือง จ.ประจวบฯ รวมระยะทางของโครงสร้าง 2,429 เมตร ตั้งแต่ปากคลองบางนางรม จนถึงขอบเขตรั้วทางทิศเหนือของกองบินที่ 5 อ่าวมะนาว พื้นที่ด้านบนของกำแพงแนวดิ่งนี้ ทำเป็นทางเดินเท้าขนาดใหญ่ ถัดไปเป็นถนนที่สามารถจอดรถริมทะเลได้เลย โดยในช่วงฤดูมรสุมของทุกปี น้ำทะเลจะยกระดับสูงขึ้นมาก รวมถึงคลื่นก็มักจะทวีความรุนแรงมากกว่าช่วงเวลาปกติ สภาพของกำแพงและถนนเลียบหาดแห่งนี้ จะถูกคลื่นที่วิ่งเข้าปะทะกำแพงกันคลื่นกระโจนข้ามมายังถนน จนน้ำระบายไม่ทันตามภาพด้านล่าง และก่อให้เกิดความเสียหายกับระบบระบายน้ำเนื่องจากทรายที่มากับคลื่นบางส่วนได้เข้าไปอุดตันในระบบ รวมถึงทางเดินเท้าเลียบทะเลก็เกิดความเสียหายตามภาพด้านล่าง เนื่องจากแรงของคลื่นที่เข้ากระแทก เมื่อเดินเท้าสำรวจตลอดทั้งแนว พบท่อระบบน้ำออกสู่ทะเลหลายตำแหน่ง โดยพบว่า เกิดการเป็นร่อง […]

หาดดงตาล … ที่ไร้ต้นตาลในวันนี้

หากกล่าวถึงหาดดงตาล อาจมีหลายคนสับสนกับหาดดงตาลในฐานทัพเรือสัตหีบที่มีชื่อเรียกขานเดียวกัน แต่หาดดงตาลที่ Beach Lover จะพาสำรวจนี้ หมายถึงหาดดงตาล รอยต่อระหว่าง เขาพระตำหนัก กับ หาดจอมเทียน พัทยา จ.ชลบุรี หาดดงตาลเป็นชายหาดแนวตรง ทอดยาวระหว่างหาดยินยอม กับ หาดจอมเทียน มีถนนขนาดเล็กเลาะเลียบริมหาดสามารถเข้าถึงได้ง่าย มีร่มเตียง ร้านค้า ร้านอาหารไม่มากเท่ากับจอมเทียนหรือพัทยา แต่ก็ถือว่ามีครบอย่างเพียงพอทีเดียว จากการเดินเท้าสำรวจ ชายหาดกว้างประมาณ 30-40 เมตร และยังไม่พบร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่ง หรือ โครงสร้างป้องกันชายฝั่งบริเวณนี้

หาดยินยอม…ต้องยอมมา

หาดยินยอม พัทยา จ.ชลบุรี อยู่ระหว่างเขาพระตำหนักกับหาดดงตาล เป็นเวิ้งของชายหาดที่ค่อนข้างเงียบ สงบ คนไม่พลุกพล่าน หากใครต้องการนั่งเล่น ชมวิว กินอาหาร เล่นน้ำ แบบที่ไม่ต้องการผู้คนวุ่นวาย ต้องยอมขับรถออกมาจากพัทยาสัก 10 นาที แล้วจะรู้ว่าบรรยากาศนั้นช่างแตกต่างกันมากเหลือเกิน การเข้าถึง การจอดรถรา สามารถทำได้สะดวกกว่าหาดพัทยามาก เพียงแต่ถนนเลียบชายหาดจะค่อนข้างแคบ และไม่มีร้านค้าบริการมากมายนัก ริมหาดเป็นสวนหย่อมขนาดเล็กพร้อมทางเดิน มีต้นไม้พอให้ร่มเงาได้บ้าง เท่าที่เดินเท้าสำรวจ ยังไม่พบร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณนี้

หาดพัทยา (ยามใกล้ค่ำ)…ยังสบายดี ?

Beach Lover เคยพาสำรวจหาดพัทยามาหลายครั้งแล้ว ตั้งแต่ช่วงเริ่มเติมทรายใหม่ๆจนถึงปัจจุบัน หาอ่านเพิ่มเติมได้จากโพสเก่าๆ โดยค้นหาจาก Search Icon มุมขวาของ Web ครั้งนี้ในช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2567 Beach Lover ได้กลับมาสำรวจการใช้ประโยชน์ชายหาดแห่งนี้อีกครั้ง โดยครั้งนี้เป็นช่วงเวลาหลังพระอาทิตย์ตกได้ไม่นาน ในวันธรรมดาที่อากาศดีมากๆไม่ร้อน และไม่มีฝน จากการเดินเท้าสำรวจตั้งแต่หาดพัทยาเหนือ (วงเวียนปลาโลมา) ลงไปถึงพัทยากลาง (Central) พบผู้ใช้ชายหาดที่ส่วนมากมากันเป็นกลุ่ม นำเสื่อมาปู นำอาหารเครื่องดื่มมารับประทานกันบนหาดทราย มีการนำเก้าอี้สนามและโต๊ะแบบพับได้มาวางบนชายหาด บ้างก็มานั่งเล่นดูตะวันตกดิน มีการลงเล่นน้ำค่อนข้างน้อย อาจเป็นเพราะเมื่อพระอาทิตย์ลาขอบฟ้า ฟ้าก็เริ่มมืดและดูจะไม่ค่อยปลอดภัยหากลงเล่นน้ำทะเล พ่อค้าแม่ค้า นำอาหารเครื่องดื่มเดินตระเวนขายไปตามจุดที่มีนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะที่เป็นกลุ่มใหญ่ๆ หวังว่าจะมีอะไรขาดเหลือให้พอได้ขายของที่แบกมาทั้งวันได้บ้าง เท่าที่สังเกตด้วยสายตาพอประมาณได้ว่า ชายหาดพัทยายามนี้น่าจะมีความกว้างประมาณ 60-70 เมตรเลยทีเดียว จากข้อมูลที่กรมเจ้าท่าเคยระบุไว้ในช่วงเริ่มต้นโครงการว่าจะเติมทรายให้หาดมีความกว้างประมาณ 35 เมตร แล้วตัด Slope ลาดลงทะเล แต่เอาเข้าจริงๆหลังโครงการแล้วเสร็จพบว่ามีการเติมทรายมากกว่าที่ระบุไว้ในตอนต้นมาก จากการสำรวจไม่พบระดับของชายหาดที่แตกต่างกันตามที่กรมเจ้าท่าได้ทำการตัด slope เดิมไว้เป็นสองระดับ (ดูจากรูปด้านบน) โดยพบว่าชายหาดกลืนกันเป็น slope เดียวกันหมดแล้ว เมืองพัทยาได้เปิดไฟส่องสว่างกำลังค่อนข้างแรงริมชายหาดอย่างเพียงพอในระดับที่สามารถเห็นหาดทราย เห็นน้ำทะเล ได้อย่างชัดเจนตลอดทั้งชายหาด จนทำให้ผู้มาเยี่ยมเยือนนั่งกันอยู่บนชายหาดได้จนถึงค่ำมืดดึกดื่นได้เลย […]

พาสำรวจ “เกาะแรต” เกาะเล็กๆริมฝั่ง

ชุมชนบ้านเกาะแรต เป็นเกาะเล็ก ๆ อยู่ในอ่าวบ้านดอน จากคำบอกเล่าเมื่อประมาณ 200 กว่าปี ได้มีชาวจีนอพยพมาจากเกาะไหหลำ ประเทศจีน โดยใช้เรือสำเภาขนาดใหญ่และขนาดเล็กเป็นพาหนะในการเดินทาง มีชาวจีนกลุ่มหนึ่งประมาณ 60 คน ใช้เรือสำเภาประมาณ 10 ลำ แวะพักที่เกาะเล็ก ๆ แห่งนี้ และได้สำรวจดูความเหมาะสมเพื่อใช้เป็นที่พักพิงทำมาหากิน  มีเกาะแก่งมากมายสภาพคล้ายบ้านเกิดที่ประเทศจีน ชาวจีนจึงตั้งรกรากอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว และยึดอาชีพการประมงทั้งหมู่บ้านจนถึงปัจจุบัน (https://www.suratthanitourism.com/tour/ko-raet/) เกาะแรต มาจากคำว่า “แรด” ที่สะกดด้วย ด ที่หมายถึงชื่อสัตว์ ชาวจีนได้ขนานนามเกาะแห่งนี้ว่า “ฮีเด้ง” หมายถึง ตะเกียงสวรรค์ และต่อมาชาวจีนเขียนด้วย “ต” สะกดแทน “ด”  นอกจากนี้ยังมีการสันนิษฐานได้ว่าบริเวณเกาะมีต้นขี้แรดมาก จึงได้ชื่อว่า “เกาะแรต” ดังคำบอกเล่าของชาวบ้านว่ามาจากต้นขี้แรดที่มีอยู่ในชุมชน (https://www.suratthanitourism.com/tour/ko-raet/) สมัยก่อนการเดินทางต้องนั่งเรือมาจากฝั่งดอนสัก แต่ในปัจจุบันมีสะพานข้ามชื่อว่า “สะพานเฉลิมสิริราช” เชื่อมเกาะกับแผ่นดินใหญ่ระยะทางประมาณ 1 กิโลเมตร ชุมชนบ้านเกาะแรต อยู่ในทำเลที่มีทิวทัศน์ที่สวยงาม มีทางเดินคอนกรีตรอบเกาะเพื่อชมธรรมชาติ ชมวิถีชีวิตของชาวบ้าน โดยสามารถเดินรอบเกาะได้ในเวลาประมาณ 15 นาที โดยส่วนใหญ่เป็นหาดหิน มีหาดทรายอยู่ส่วนบนเพียงเล็กน้อย แม้เกาะจะเล็ก แต่ก็พบว่ามีบริการโฮมสเตย์ ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ร้านขายของที่ระลึก เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวอยู่อย่างเพียงพอ […]

เกาะไข่…ทางผ่านไปหลีเป๊ะ

หากใครไปเยี่ยมเยือนเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล โดยขึ้นเรือ Speed boat จากท่าเรือปากบารา เรือเกือบทุกเที่ยวจะพาแวะชมเกาะไข่ประมาณ 20 – 30 นาที ก่อนพาเราไปถึงจุดหมายปลายทางที่เกาะหลีเป๊ะ เกาะไข่ เป็นเกาะขนาดเล็ก เกาะหนึ่งในอุทยานแห่งชาติตะรุเตาตั้งอยู่ระหว่าง เกาะตะรุเตา กับ เกาะอาดัง เสน่ห์ของเกาะไข่อยู่ที่ซุ้มประตูหินประติมากรรมธรรมชาติ อันเป็นสัญลักษณ์ของอุทธยานแห่งชาติตะรุเตา คู่รักคู่ใดได้ลอดซุ้มประตูหินนี้มีความเชื่อว่า จะสมหวังในความรัก และครองคู่กันไปอย่างมีความสุข (https://www.satun.go.th/travel/detail/3) ตามจริงแล้ว หาดทรายบนเกาะไข่นั้นก็สวยงามมาก ทรายขาวเนียนละเอียด น้ำทะเลสีสันสวยสดใสไม่แพ้ที่ใด เพียงแต่ผู้มาเยือนมักถูกเหนี่ยวนำให้ไปสนใจซุ้มประตูหินที่เป็นสัญลักษณ์ของเกาะไข่ จนละเลยความสนใจไปจากหาดทรายขาวตรงหน้า หากใครได้มาเยือนเกาะแห่งนี้ (ส่วนใหญ่เรือรอบสายถึงบ่ายจะพาแวะที่นี่เฉพาะขาไป ปากบารา-เกาะหลีเป๊ะ) ขอให้ละสายตาจากซุ้มประตูหินมา Enjoy หาดทรายขาวเนียนละเอียดตรงหน้าสักนิด จะรู้ว่าสวยไม่แพ้สิมิลันเลยทีเดียว

สำรวจสภาพหาดบางเบน จ.ระนอง ต้นมรสุม

หาดบางเบน เป็นส่วนหนึ่งของอุทยานแห่งชาติแหลมสน จ.ระนอง นับว่าเป็นหาดทรายเพียงไม่กี่แห่งของ จ.ระนอง ที่ส่วนใหญ่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยหาดทรายปนโคลนและป่าชายเลน บรรยากาศของหาดนี้เงียบสงบมาก พื้นที่ด้านในเป็นป่าสนกว้าง จากลานจอดรถเดินไปถึงชายทะเลระยะทางประมาณ 500 เมตร  ทรายบนชายหาดแห่งนี้สีไม่สวย แต่ขนาดค่อนข้างละเอียด โดยมีขนาดเฉลี่ยของเส้นผ่าศูนย์กลาง 0.22 มิลลิเมตร (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ) และมีความลาดชันชายหาด 2.7 องศา (ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ) จากการลงพื้นที่สำรวจช่วงต้นฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในเดือนพฤษภาคม 2567 พบว่า หาดมีความกว้างจากระดับทะเลปานกลางถึงสันหาดด้านในประมาณ 80 เมตร โดยมีเนินทรายสองระดับ แต่ละระดับมีระยะห่างกันประมาณ 40 เมตร  จากการเดินเท้าสำรวจ ยังไม่พบร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่งบนหาดนี้ หาดยังคงสมบูรณ์ด้วยเนินทรายและป่าชายหาด

see more…

ข่าว

พบน้ำทะเลเป็นสีดำบริเวณแหลมบาลีฮาย

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม หลังได้รับแจ้งเหตุพบน้ำทะเลเป็นสีดำบริเวณแหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี วันที่ 16 มิถุนายน 2567 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ลงพื้นที่ตรวจสอบคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยได้รับการประสานงานสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 (ชลบุรี) กรณีแจ้งเหตุพบน้ำทะเลเป็นสีดำบริเวณแหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2567 จาการสอบถามเจ้าหน้าที่เทศบาลพัทยาเพิ่มเติม ทราบว่าท่อส่งน้ำเสียด้วยแรงดันสถานีสูบน้ำเสียพัทยารั่ว และได้ดำเนินการซ่อมแซมเรียบร้อยแล้ว โดยเจ้าหน้าที่ได้สำรวจเบื้องต้น 3 สถานี ได้แก่ ประภาคาร ท่าเรือแหลมบาลีฮาย และหาดพัทยา โดยสถานีประภาคารสภาพน้ำทะเลกลับคืนสู่สภาพปกติ ไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่พบสัตว์น้ำตาย ส่วนแหลมบาลีฮาย และหาดพัทยา สภาพน้ำทะเลเป็นปกติ ไม่มีกลิ่นเหม็น จากนั้นทำการตรวจวัดคุณภาพน้ำเบื้องต้น พร้อมทั้งเก็บตัวอย่างน้ำทะเล โดยมีค่าความเป็นกรดและด่าง 7.86-8.00 อุณหภูมิ 31.7-32.7 องศาเซลเซียส ความเค็ม 30.8-31.2 ส่วนในพันส่วน และปริมาณออกซิเจนละลายน้ำ 5.20-5.80 […]

สำรวจการเปลี่ยนแปลงชายหาด อุทยานแห่งชาติตะรุเตา จังหวัดสตูล

ที่มา: https://www.facebook.com/mnpoc.trang3 วันที่ 24 – 31 พฤษภาคม 2567 ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 จังหวัดตรัง ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติตะรุเตา สำรวจติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพชายหาด บริเวณอุทยานแห่งชาติตะรุเตา จังหวัดสตูล จำนวน 2 สถานี ได้แก่ หาดแหลมสน เกาะอาดัง จำนวน 17 แนวสำรวจ และหาดทรายขาว เกาะราวี จำนวน 6 แนวสำรวจ เบื้องต้นพบว่า บริเวณหาดแหลมสน เกาะอาดัง สภาพชายฝั่งส่วนใหญ่มีลักษณะคงสภาพ พบชายฝั่งถูกกัดเซาะบริเวณฝั่งทิศตะวันตกของแหลมสน เนื่องจากเป็นบริเวณที่ได้รับอิทธิพลจากคลื่นลมมากกว่าบริเวณอื่น ๆ บริเวณหาดทรายขาว เกาะราวี สภาพชายฝั่งส่วนใหญ่มีลักษณะถูกกัดเซาะ โดยเฉพาะบริเวณด้านทิศตะวันออกของหาด พบชายฝั่งคงสภาพบางส่วน บริเวณทิศใต้ของหาดทรายขาว โดยจะนำข้อมูลที่ได้ไปวิเคราะห์เชิงลึกต่อไป

สำรวจการเปลี่ยนแปลงเส้นแนวชายฝั่งหลังการปักไม้ไผ่ชะลอคลื่น ห้วงน้ำขาว จังหวัดตราด

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 27 เมษายน 2567 กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง โดยส่วนอนุรักษ์และฟื้นฟูพื้นที่ชายฝั่ง ลงพื้นที่ตำบลห้วงน้ำขาว อำเภอเมือง จังหวัดตราด ซึ่งอยู่ในระบบหาดบ้านแหลมศอก (T1D009) เพื่อสำรวจการเปลี่ยนแปลงเส้นแนวชายฝั่งหลังการปักไม้ไผ่ชะลอคลื่น โดยสำรวจพื้นที่ดังกล่าว ด้วยอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ครอบคลุมระยะทางไม้ไผ่ประมาณ 3,200 เมตร พื้นที่ประมาณ 180 ไร่ ผลจากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า บริเวณหลังแนวไม้ไผ่ชะลอคลื่น มีพรรณไม้ป่าชายเลน ได้แก่ ต้นโกงกาง และแสมทะเล ทั้งนี้ กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง จะนำข้อมูลดังกล่าว มาวิเคราะห์ผลการเปลี่ยนแปลงหลังดำเนินโครงการปักไม้ไผ่ชะลอคลื่น ต่อไป

ศาลปกครองยกฟ้อง คดีคัดค้านการสร้างกำแพงชายหาด Katoku เกาะ Amami จ.Kagoshima ประเทศญี่ปุ่น

อ่านข่าวฉบับภาษาญี่ปุ่นได้จาก: https://www3.nhk.or.jp/lnews/kagoshima/20240424/5050026677.html ภาพประกอบโดย: Beach Lover เมื่อ พ.ย.2566 วันที่ 24 เมษายน 2567 ศาลอุทธรณ์ได้ยกฟ้องกรณีที่ชาวบ้าน 10 คน ยื่นเรื่องฟ้องหน่วยงานของรัฐให้ยุติการก่อสร้างโครงสร้างกำแพงกันคลื่น ป้องกันชายหาด Katoku ที่ใช้งบประมาณกว่า 340 ล้านเยน โดยระบุว่าจะเป็นการทำลายทรัพยากรชายหาดที่มีคุณค่า เนื่องจากหาดนี้อยู่ติดกับเขตที่ถูก Unesco ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ทั้งนี้ในอดีต ศาลชั้นต้นได้ยกฟ้องกรณีนี้ไปแล้ว 1 รอบ แต่ชาวบ้านได้รวมตัวกันยื่นอุทธรณ์พร้อมจัดกิจกรรมเพื่อปกป้องชายหาดแห่งนี้หลายครั้ง รวมถึงสำรวจข้อมูล beach profile นำส่งต่อศาลเพื่อแสดงให้เห็นว่าชายหาดแห่งนี้ไม่มีความจำเป็นต้องสร้างกำแพงกันคลื่น เนื่องจากไม่มีการกัดเซาะอย่างรุนแรง การกัดเซาะเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจากพายุรุนแรงเมื่อ 10 ปีก่อน และไม่เกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นอีกเลย จากเสียงคัดค้านจากผู้คนที่ต้องการปกป้องธรรมชาติ ทางจังหวัดจึงลดขนาดของเขื่อนลงจาก 530 เมตร เหลือเพียง 180 เมตร เมื่อ 6 ปีก่อน และเมื่อสองปีก่อน มีการนำรถขุด เครื่องจักรหนัก และวัสดุก่อสร้างมาวางไว้ที่ชายฝั่ง แต่ไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากชาวบ้านต่อต้านจนถึงปัจจุบัน ในคำตัดสินของศาลชั้นสองเมื่อวันที่ 24 […]

สำรวจหาค่าระดับความลึกท้องน้ำบริเวณพื้นที่แหล่งหญ้าทะเล เกาะลิบง จังหวัดตรัง

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 12 มีนาคม 2567 กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง โดยส่วนธรณีวิทยาชายฝั่ง ร่วมกับศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามันตอนล่าง และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ลงพื้นที่สำรวจหาค่าระดับความลึกท้องน้ำบริเวณพื้นที่แหล่งหญ้าทะเล เกาะลิบง จังหวัดตรัง โดยเรือสำรวจหยั่งน้ำอัตโนมัติ โดยมีเป้าหมายในการสำรวจ 12 แนว จากทั้งหมด 28 แนว มีระยะห่างระหว่างแนวประมาณ 300 เมตร ทั้งนี้ กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง จะส่งมอบข้อมูลที่ได้จากการสำรวจในครั้งนี้ให้คณะทำงานขับเคลื่อนการดำเนินงานและแก้ไขปัญหาการเสื่อมโทรมของแหล่งหญ้าทะเลในบริเวณจังหวัดตรังและจังหวัดกระบี่ เพื่อไปใช้ในการวิเคราะห์หาสาเหตุการเสื่อมโทรมของแนวหญ้าทะเลในพื้นที่ต่อไป

สำรวจและติดตามการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งหลังการติดตั้งรั้วดักทราย ชายหาดตำบลกลาย

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำรวจและติดตามการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งหลังการติดตั้งรั้วดักทราย (Sand fence) บริเวณชายหาดบ้านบางสาร ตำบลกลาย อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช วันที่ 12 มีนาคม 2567 กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง โดยส่วนวิศวกรรมชายฝั่ง ลงพื้นที่บริเวณชายหาดบ้านบางสาร ตำบลกลาย อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อสำรวจและติดตามการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งหลังการติดตั้งรั้วดักทราย (Sand fence) ด้วยเครื่องมือหาพิกัดดาวเทียมRTK GNSS Network โดยรั้วดักทรายมีความยาว 570 เมตร ปักรูปแบบซิกแซก ใช้ไม้ความยาว 3 เมตร ปักลึกลงดิน 2 เมตร (ดำเนินการติดตั้งในปี พ.ศ. 2565) มีแนวสำรวจทั้งหมด 21 แนว ครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งประมาณ 1,000 เมตร เป็นการสำรวจในช่วงหลังฤดูมรสุม ผลสำรวจพบว่าด้านทิศใต้ใกล้เขื่อนป้องกันคลื่นนอกชายฝั่ง รั้วดักทรายหลุดพังเสียหายจากคลื่นในช่วงฤดูมรสุมเป็นระยะทาง 180 เมตร และช่วงถัดมา แนวไม้อยู่ในสภาพล้มเอียงเข้าหาฝั่ง ระยะทาง 50 เมตร […]

ปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี อ่างศิลา

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 7 มีนาคม 2567 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก ได้รับแจ้งจากศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน รายงานการเกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี บริเวณอ่างศิลา อ.เมืองชลบุรี จ.ชลบุรี เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบบริเวณดังกล่าว และสัมภาษณ์ชาวบ้านบริเวณอ่างศิลา ทราบว่าน้ำทะเลมีสีเขียวและมีกลิ่น เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2567 เจ้าหน้าที่ได้ทำการสำรวจและตรวจสอบคุณภาพน้ำทะเล จำนวน 3 สถานี ได้แก่ สถานี AS1-AS3 ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าสภาพน้ำเป็นสีเขียว มีกลิ่นเล็กน้อย และไม่พบสัตว์น้ำตาย ผลการตรวจวัดคุณภาพน้ำทั่วไป มีค่าความเป็นกรดและด่าง 8.33-8.50 อุณหภูมิ 32.4-33.1 องศาเซลเซียส และความเค็ม 31.9-32.2 ส่วนในพันส่วน ซึ่งอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานคุณภาพน้ำทะเลประเภทที่ 3 เพื่อการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยสาเหตุจากการสะพรั่งของไดโนแฟลกเจลเลตชนิด Noctiluca scintillans ซึ่งแพลงก์ตอนชนิดนี้ไม่สร้างสารชีวพิษ และมักพบว่าเป็นสาเหตุทำให้เกิดปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีในหลายพื้นที่ ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยฯ จะติดตามสถานการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป

สำรวจสัณฐานชายหาด แหลมพันวา

ที่มาข่าว: https://www.facebook.com/DMCRTH กรมทะเลชายฝั่ง ลงพื้นที่บริเวณแหลมพันวาตะวันออก ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต เพื่อสำรวจสัณฐานชายหาด ด้วยเครื่องมือหาพิกัดดาวเทียมแบบ GNSS วันที่ 21 มกราคม 2567 กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง โดยส่วนธรณีวิทยาชายฝั่ง ลงพื้นที่บริเวณแหลมพันวาตะวันออก ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต จ.ภูเก็ต เพื่อสำรวจสัณฐานชายหาด ด้วยเครื่องมือหาพิกัดดาวเทียมแบบ GNSS โดยการรังวัดผ่านระบบโครงข่ายการรังวัดด้วยดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) โดยมีระยะทางตามแนวชายฝั่งประมาณ 950 เมตร กำหนดแนวสำรวจสัณฐานชายหาด รวม 13 แนว ผลการสำรวจเบื้องต้น พบว่า พื้นที่สำรวจมีความลาดชันชายหาดประมาณ 0.06 – 8.52 องศา มีความกว้างของหาด ประมาณ 10 – 13 เมตร เมื่อนำผลการสำรวจครั้งนี้เปรียบเทียบกับผลการสำรวจในช่วงฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ พบว่า บริเวณพื้นที่แหลมพันวาตะวันออกมีตะกอนสะสมเพิ่มขึ้นประมาณ 197.48 ลูกบาศก์เมตร ทั้งนี้ข้อมูลที่ได้จะนำไปวิเคราะห์อัตราการเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่งทะเล ความลาดชันชายหาด ความกว้างของหาด […]

ปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสี ท่าศาลา

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH กรมทะเลชายฝั่ง ติดตามปรากฏการณ์น้ำทะเลเปลี่ยนสีพื้นที่หาดท่าสูงบน อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช วันที่ 16 มกราคม 2567 ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง กลุ่มงานสมุทรศาสตร์และสิ่งแวดล้อม ได้รับการแจ้งเหตุการณ์เกิดน้ำทะเลเปลี่ยนสี บริเวณพื้นที่หาดท่าสูงบน ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช สำรวจพื้นที่เบื้องต้นไม่พบผลกระทบต่อสัตว์น้ำ ลักษณะสีน้ำทะเลเป็นสีเขียวเข้ม สาเหตุเกิดจากการสะพรั่งของแพลงก์ตอนพืชกลุ่มไดโนแฟลกเจลเลต ชนิด Noctiluca scintillans มีความหนาแน่นเฉลี่ย 19,203 เซลล์ต่อลิตร ซึ่งแพลงก์ตอนชนิดนี้ไม่สร้างสารชีวพิษ ตรวจวัดปัจจัยคุณภาพน้ำทะเลเบื้องต้น ดังนี้ ความเป็นกรด-ด่าง 7.63-7.88 ความเค็ม 31.6-31.8 ppt อุณหภูมิน้ำทะเล 30.4-30.9 °C และปริมาณออกซิเจนละลาย 7.14-7.22 mg/l ตัวอย่างน้ำทะเลสำหรับวิเคราะห์ปริมาณสารอาหาร เก็บรักษาที่อุณหภูมิ 4 °C นำกลับมาวิเคราะห์ห้องปฏิบัติการ ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยฯ จะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องต่อไป

สำรวจและติดตามสถานภาพชายฝั่ง พื้นที่ ต.ท้องเนียน

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH กรมทะเลชายฝั่ง สำรวจและเก็บข้อมูลและติดตามสถานภาพชายฝั่ง บริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเล ต.ท้องเนียน และต.ขนอม อำเภอขนอม จ.นครศรีธรรมราช วันที่ 9 มกราคม 2567 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 โดย ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ลงพื้นที่เพื่อสำรวจและเก็บข้อมูลและติดตามสถานภาพชายฝั่ง บริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเล ต.ท้องเนียน และต.ขนอม อำเภอขนอม จ.นครศรีธรรมราช ชายฝั่งทะเลมีระยะทางยาวประมาณ 48.03 กม. จากการสำรวจพบว่าพื้นที่ชายฝั่งทะเล ต.ท้องเนียน และ ต.ขนอม อ.ขนอม มีลักษณะเป็นหาดทรายและธรณีสัณฐานชายฝั่งแบบหาดก้นอ่าว (Pocket beach) โดยทั้งสองด้านของอ่าวเป็นหาดหิน/หัวหาด (Head Land) โดยด้านทิศเหนือและทิศใต้มีลักษณะเป็นหัวหาด/หาดหิน ชายฝั่งส่วนใหญ่มีสถานภาพสมดุล และมีการสะสมของตะกอนทราย จากการสำรวจไม่พบการกัดเซาะชายฝั่ง อีกทั้งพื้นที่ชายหาดของ อ.ขนอมยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญเชิงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งนี้ จะดำเนินการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล ดังกล่าว เพื่อนำไปประกอบการจัดทำรายงานสถานภาพชายฝั่งทะเลประจำปี 2567 จังหวัดนครศรีธรรมราช ต่อไป

see more…