Home

ข่าว

หาดพังรับฝนหนัก (อีกแล้ว)!

ที่มา: https://www.facebook.com/PattayaWatchdog หาดพังเหมือนทุกครั้ง ชายหาดพัทยา เมื่อเช้านี้ (12 ก.ย.2565) เมืองพัทยา ไม่เคยแก้ไขปัญหา น้ำฝนปนน้ำเสียกัดเซาะทรายชายหาด วางท่อระบายน้ำไป 100 ล้านบาท เกิดประโยชน์หรือไม่ นี่จะปรับปรุงภูมิทัศน์ อีก 160 ล้านบาท เริ่มตัดต้นไม้อีกแล้ว ยั่งยืนหรือย่อยยับ?

ประชุมรับฟังความเห็น แก้ไขปัญหากัดเซาะ เกาะสมุย 27ก.ย.65

ที่มา: กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมืองจัดรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 โครงการฟื้นฟูบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง พื้นที่ชายฝั่งทะเลตำบลแม่น้ำ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ในวันที่ 27 กันยายน 2565

พาสำรวจและทำความรู้จัก หาดราชรักษ์ ทะเลปัตตานี

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๕ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๙ (ปัตตานี) สำรวจและติดตามสถานภาพชายฝั่ง พื้นที่หาดราชรักษ์ ต.บ้านกลาง และ ต.บ้านน้ำบ่อ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ซึ่งอยู่ในระบบหาดแฆแฆ มีพื้นที่ชายฝั่งทะเลเป็นหาดทราย ความยาวประมาณ ๒,๗๕๐ เมตร ซึ่งหาดราชรักษ์ มีลักษณะธรณีสัณฐานชายฝั่งแบบหาดก้นอ่าว (Pocket beach) โดยทั้งสองด้านของอ่าวเป็นหาดหิน/หัวหาด (Head Land) โดยด้านทิศเหนือและทิศใต้มีลักษณะเป็นหัวหาด/หาดหิน และมีคลองพรุแฆแฆอยู่บริเวณด้านทิศใต้ของหาด ผลการสำรวจชายฝั่งส่วนใหญ่สมดุล พบร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่งระยะทางประมาณ ๗๔๐ เมตร ส่งผลกระทบทำให้เกิดการสูญเสียตะกอนทรายชายฝั่งและชายหาด ชายฝั่งมีความลาดชันเป็นหน้าผา ต้นสนล้มตายกีดขวางบนชายหาด อีกทั้งหาดราชรักษ์ ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชายหาดและพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจทั้งของประชาชนในพื้นที่ และพื้นที่ใกล้เคียงของ จ.ปัตตานี

มติเอกฉันท์ ผลประชาคมไม่เอากำแพงกันคลื่นหาดม่วงงาม

ที่มา: https://dxc.thaipbs.or.th/news/มตเอกฉนท-ผลประชาคมช/ เทศบาลเมืองม่วงงาม อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา จัดเวทีประชาคมประชาชนในพื้นที่ชายหาดม่วงงาม   เพื่อแสดงความคิดเห็นลงมตินำรายชื่อไปยื่นต่อกรมโยธาธิการและผังเมือง  เพื่อประกอบการยกเลิกโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นหาดม่วงงาม  จ.สงขลา  หลังจากเกิดความขัดแย้งมาตลอดระยะ 2 ปี  กระทั่งศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งชะลอโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นของกรมโยธาธิการและผังเมือง  เพื่อให้เทศบาลเมืองม่วงงาม  ดำเนินการสอบถามกรมโยธาธิการและผังเมือง  จนได้ข้อสรุปว่าการยกเลิกโครงการฯ ต้องมีการจัดทำประชาคมเพื่อประกอบการยกเลิกโครงการโดยให้ท้องถิ่นรวบรวมผลการทำประชาคม และนำส่งให้กรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อประกอบการยกเลิกโครงการต่อไป จึงนำมาสู่การจัดเวทีประชาคมในวันนี้  โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวน 328 คน  ผลการทำประชาคม พบว่า มีชาวบ้าน 4 คน เห็นด้วยกับโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นหาดม่วงงาม และ 324 คน ไม่เห็นด้วยกับโครงการฯ โดยมีการลงชื่อประชาชนที่เข้าร่วมเวทีทุกคน และมีการนับคะแนนต่อหน้าประชาชนที่มาร่วมประชาคม  ซึ่งหลังจากนี้เทศบาลเมืองม่วงงาม จะนำผลการทำประชาคมครั้งนี้ เสนอต่อกรมโยธาธิการพร้อมกับเหตุผลในการขอยกเลิกโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นหาดม่วงงามต่อไป  นายอภิศักดิ์ ทัศนี ผู้ก่อตั้งกลุ่ม Beach for life กลุ่มคนรุ่นใหม่ผู้อยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์การลุกขึ้นมา #saveหาดทราย จากโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกรณีนี้ ระบุว่า หากนับการรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ผ่านมาของกรมโยธาฯในโครงการหาดม่วงงาม เมื่อปี พ.ศ.2561 มีชาวบ้านเข้าร่วมเพียงไม่ถึง200 คน โดยในสัดส่วนเหล่านั้นพบเกือบครึ่งเป็นข้าราชการ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เเละครู   ทำให้ผลสรุปในอดีตนำไปสู่การดำเนินโครงการกำเเพงกันคลื่นหาดม่วงงาม  จนทำให้เป็นเหตุผลที่กรมโยธาธิการและผังเมืองอ้างว่าในอดีตชาวบ้านมีการร้องขอกำแพงกันคลื่นผ่านหน่วยงานท้องถิ่น จึงไม่ยอมถอนโครงการ  “วันนี้ประชาชนม่วงงามที่เป็นคนม่วงงามจริง ๆ 324 คน ได้มาเเสดงพลัง ลงชื่อทำประชาคม เเละผลสรุปเป็นเอกฉันท์ว่าไม่เอาโครงการกำเเพงกันคลื่นหาดม่วงงาม  จึงนับเป็นความชัดเจนว่าสิ่งที่กรมโยธาธิการและผังเมืองเคยนำมาอ้างไม่เป็นความจริง ซึ่งเป็นการสะท้อนพลังของภาคประชาชนและยังเป็นการแสดงให้เห็นว่าภาคประชาชนเกิดการตื่นรู้ต่อถึงผลกระทบของกำแพงกันคลื่นที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศริมชายหาด”  นายอภิศักดิ์  กล่าวด้วยว่า   สิ่งที่ต้องจับตามองต่อไปคือกรมโยธาธิการและผังเมืองจะเดินหน้าดึงดันโครงการนี้ต่อไปหรือไม่เพราะโครงการฯ ถือว่าไม่มีความชอบธรรมทั้งในเชิงข้อเท็จจริงทางวิชาการที่ปรากฏชัดว่าสภาพของชายหาดไม่ได้เกิดการกัดเซาะอย่างรุนแรง และประชาชนในพื้นที่ก็ไม่ได้ยินยอมแต่อย่างใด

สำรวจสถานภาพ แนวชายฝั่งหาดรูสะมิแล จ.ปัตตานี

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๕ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๙ (ปัตตานี) สำรวจเก็บข้อมูลและติดตามสถานภาพชายฝั่ง ร่วมกับการใช้อากาศยานไร้คนขับ (Drone) เพื่อบันทึกภาพมุมสูงโดยรอบพื้นที่แนวชายฝั่งหาดรูสะมิแล ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี ซึ่งอยู่ในระบบหาดเทพา-แหลมโพธิ์ ผลการสำรวจพบว่า มีลักษณะทางกายภาพชายฝั่งเป็นหาดโคลน พื้นที่แนวชายฝั่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งรูปแบบเขื่อนหินทิ้ง และเขื่อนกำแพงกันทรายและคลื่นปากร่องแม่น้ำปัตตานี พบการชำรุดเล็กน้อยของโครงสร้างดังกล่าวทั้ง ๒ ประเภท และด้านหลังแนวโครงสร้างเป็นลานอเนกประสงค์สาธารณะ สำหรับการท่องเที่ยวชายหาดและพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนในพื้นที่

สำรวจชนิดพันธุ์พืชที่มีความเหมาะสมต่อการฟื้นฟูชายหาดพังงา

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง สำรวจพื้นที่ระบบหาดบางสัก (T7D192) ระบบหาดคึกคัก (T7D195) ระบบหาดหาดท้ายเหมือง (T7E201) จ.พังงา เพื่อสำรวจชนิดพันธุ์พืชชายหาดที่มีความเหมาะสมต่อการฟื้นฟูเสถียรภาพชายหาด โดยการพิจารณาจากคุณสมบัติในการยึดเกาะเม็ดทราย การทนต่อสภาพแวดล้อม การกระจายตัวบริเวณชายหาด การทนต่อแรงลมทะเล การทนต่อความเค็มของน้ำทะเล ผลการสำรวจพบพืชชายหาดที่กระจายตัวตั้งแต่แนวชายฝั่งลึกเข้าไป ๓๐ เมตร ได้แก่ ผักบุ้งทะเล ถั่วผีทะเล ถั่วคล้าทะเล หญ้าไหวทาม เบญจมาศน้ำเค็ม เข็มเลื้อย เตยทะเล รักทะเล จิกทะเล เป็นต้น ส่วนพืชชายหาดที่คาดว่ามีศักยภาพที่เหมาะสมต่อการฟื้นฟูเสถียรภาพชายหาดมี ๔ ชนิด ได้แก่ ผักบุ้งทะเล (Ipomoea pes-caprae) หญ้าไหวทาม (Ischaemum muticum) ถั่วผีทะเล (Vigna marina) ถั่วคล้าทะเล (Canavalia maritima)

โยธาฯ บูรณาการทุกภาคส่วน แก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่งทะเลไทย

ที่มา: https://www.facebook.com/DPT.PR.GO.TH กรมโยธาธิการและผังเมือง บูรณาการทุกภาคส่วนเชิงพื้นที่ ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านใช้โครงสร้างทางวิศวกรรม แก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่งทะเลไทย

ติดตามชายฝั่งหาดโคลน หลังแนวไม้ไผ่ชะลอคลื่นบ้านแหลม

ที่มา: https://www.facebook.com วันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๕ กรม ทช. โดยกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง สำรวจพื้นที่ดำเนินโครงการป้องกันแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่หาดโคลน จ.เพชรบุรี บริเวณ ต.บางแก้ว อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ที่ดำเนินการในปี ๒๕๖๔ ระยะทางไม้ไผ่ประมาณ ๑,๗๕๐ เมตร เป็นการติดตามพื้นที่ป่าชายเลนบริเวณพื้นที่ปักไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่น ในพื้นที่หาดโคลน โดยอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ผลการสำรวจพบว่ามีกล้าไม้ ได้แก่ แสมทะเล เริ่มขึ้นบริเวณหลังแนวไม้ไผ่จำนวนมาก ทั้งนี้ จะนำข้อมูลดังกล่าวจัดทำเป็นแผนที่เปรียบเทียบการเพิ่มขึ้น-ลดลง ของป่าชายเลน เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าชายเลนหลังดำเนินโครงการฯ ต่อไป

พาสำรวจการเปลี่ยนแปลงชายหาดกะตะ

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๕ กรม ทช. โดยกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง สำรวจหาดกะตะ ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งอยู่ในระบบหาดกะตะใหญ่ (T7E222) โดยใช้เครื่องหาพิกัดดาวเทียมแบบ RTK GNSS เป็นเทคนิคการสำรวจรังวัดด้วยระบบโครงข่ายรังวัดดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) ผลสำรวจพบว่า หาดกะตะด้านทิศเหนือมีความกว้างชายหาดมากที่สุด ๑๒๐ เมตร และมีความลาดชันต่ำกว่าบริเวณตอนกลาง และด้านทิศใต้ของหาด ความลาดชันที่ได้จากการสำรวจคือ ๐-๒๐ องศา โดยความลาดชันด้านทิศเหนือของหาดมีค่าต่ำที่สุด เมื่อเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงชายหาดในเดือนมีนาคม ๒๕๖๕ โดยพบว่า หาดด้านทิศใต้มีปริมาณตะกอนทรายเพิ่มมากขึ้น และไม่พบร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่

see more…

สถานการณ์ชายฝั่งทะเล

กำแพงล้อมหาด! @ บางละมุง

Beach Lover เคยพาไปชมชายหาดแถบนี้มาแล้วจากโพส https://beachlover.net/หาดบางละมุง-กำลังจะมีกำแพง/ จะพบว่าหาดบางละมุงโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางทิศใต้เต็มไปด้วยกำแพงริมทะเลที่สร้างโดยเอกชนจนเกือบหมดแล้ว ในรูปแบบที่แตกต่างกันไป แต่โดยส่วนมากแล้วเราจะพบกำแพงแบบตั้งตรง (แนวดิ่ง) เป็นส่วนใหญ่ พบว่าตลอดแนวกว่า 2 กิโลเมตร ที่ริมทะเลพบเห็นได้แต่กำแพงนั้น มีชายหาดธรรมชาติยาวประมาณ 90 เมตร ที่ปราศจากโครงสร้างป้องกันใดๆ แทรกตัวอยู่ระหว่างกำแพงตามภาพ และจากการสืบค้นข้อมูลภาพถ่ายย้อนหลังกลับไปในอดีต (ถึงปี ค.ศ.2003) ก็พบว่า พื้นที่นี้ไม่เคยมีการสร้างโครงสร้างป้องกันใดๆริมชายฝั่งทะเลเลย พบว่าแนวนอกสุดของโครงสร้างถาวรซึ่งก็คือทางเดินอยู่พ้นจากระดับน้ำสูงสุด (ตามภาพปัจจุบัน) ขึ้นไปประมาณ 30 เมตร ด้วยเหตุที่มีระยะถอยร่นขึ้นไปบนฝั่งค่อนข้างเพียงพอ จึงไม่พบร่องรอยความเสียหายจากคลื่นเหมือนพื้นที่อื่นๆที่อยู่บริเวณข้างเคียง

ดงตาล กับ ชายหาดที่หายไป

Beach Lover เคยพาสำรวจอ่าวดงตาลเมื่อสองปีก่อนไปแล้วจากโพส https://beachlover.net/อ่าวดงตาล-ถูกขลิบ/ และ https://beachlover.net/รื้อกำแพง-อ่าวดงตาล/ โดยในเวลานั้นพื้นที่หาดดงตาลทางทิศตะวันออกติดกับหัวเขายังคงเป็นหาดทรายธรรมชาติ และถูกเปิดเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าใช้พื้นที่ได้แบบจำกัดเวลา วันนี้ Beach Lover ได้สำรวจพื้นที่นี้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้พบว่าพื้นที่หาดทรายที่เคยนำเสนอไปในโพสก่อนหน้านี้ถูกปิดพื้นที่เพื่องานก่อสร้างกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง พื้นที่นี้กำลังก่อสร้างกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได พร้อมงานปรับภูมิทัศน์ ระยะทาง 808 เมตร ด้วยงบประมาณ 134.9 ล้านบาท โดยใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ 2 ปี จากการเดินสำรวจพบว่า มีการนำผ้าตาข่ายมาขึงเพื่อปิดพื้นที่ก่อสร้างเกือบตลอดทั้งแนว ตั้งแต่แนวกำแพงหินเรียงตัวเดิมถัดเรื่อยไปทางทิศตะวันออกของหาดทางฝั่งหัวเขาระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร และพบว่ามีการตอกเข็มจนครบระยะทางก่อสร้างแล้ว จากภาพพบว่า เสาเข็มต้นนอกสุดนั้นยื่นล้ำลงไปในทะเลค่อนข้างมาก และเป็นพื้นที่ที่ระดับน้ำทะเลท่วมถึง หมายความว่ากำแพงนี้ทับลงไปบนพื้นที่ชายหาดอย่างแน่นอน เมื่อกำแพงนี้แล้วเสร็จ ชายหาดบางส่วนจะหายไปอย่างน้อยก็เท่ากับความกว้างของกำแพงนี้ ยังไม่รวมถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นด้านหน้ากำแพงที่อาจส่งผลให้เมื่อเวลาผ่านไปชายหาดจะหดหายไปเพิ่มขึ้นอีก จากการเดินสำรวจ ยังพบว่าบริเวณจุดเริ่มต้นโครงการได้เห็นการขึ้นรูปของแนวขั้นบันไดบ้างแล้ว เมื่อโครงการนี้แล้วเสร็จ อ่าวดงตาลระยะทางกว่า 3.5 กิโลเมตรนี้ จะถูกขลิบด้วยกำแพงกันคลื่นตลอดทั้งแนว เมื่อนั้น “อ่าวดงตาล” ชายหาดเลื่องชื่อสำหรับกีฬาทางน้ำคงเหลือเพียงตำนาน

ส่องงานเติมทรายชายหาดจอมเทียนกันอีกรอบ

ที่ผ่านมา Beach Lover ได้พาสำรวจชายหาดจอมเทียนทั้งก่อนและหลังการเติมทรายมาแล้วหลายรอบ เช่น https://beachlover.net/พาชม-เติมทรายชายหาดจอมเทียน-อีกครั้ง/ รวมถึงสืบค้นได้จาก Icon search คำว่า “จอมเทียน” มาวันที่งานเติมทรายยังคงเดินหน้า บนชายหาดจอมเทียนส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบของเมืองพัทยา (ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของหาด) Beach Lover ขอพาชมการเติมทรายชายหาดจอมเทียนมุมสูงกันอีกครั้ง จากภาพจะพบว่า งานเติมทรายของกรมเจ้าท่าคืบหน้าไปพอสมควรเมื่อเปรียบเทียบกับการลงสำรวจพื้นที่เดียวกันเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา (ค้นหาจากโพสเก่าๆ) โดยสามารถเห็นความแตกต่างของความกว้างชายหาดส่วนที่เติมและยังไม่เติมทรายได้อย่างชัดเจน กรมเจ้าท่าได้ทำการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้เข้าใช้ประโยชน์ในส่วนที่แล้วเสร็จ และปิดพื้นที่เพื่องานก่อสร้างทีละ Step โดยครั้งนี้ไม่พบเรือดูดทราย และเรือพ่นทราย ที่เคยมาจอดอยู่นอกชายฝั่งเหมือนทุกครั้ง ไม่แน่ใจว่าด้วยสาเหตุใด พบเพียงเครื่องจักรกำลังทำงานบนชายหาดเท่านั้น จากการเดินสำรวจพบประชาชนเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่เติมทรายแล้วเสร็จตามปกติแล้ว แม้ยามพระอาทิตย์ลับขอบฟ้ายามค่ำคืนก็ยังมีการใช้พื้นที่เพื่อนั่งกินดื่ม รับลม เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ Beach Lover จะพยายามลงสำรวจพื้นที่นี้ให้บ่อยครั้ง เพื่อนำข้อมูลมาเล่าสู่กันฟังถึงโครงการเติมทรายชายหาดที่ยาวและใช้งบประมาณสูงที่สุดในประเทศไทย …. โปรดติดตาม

หาดสนกระซิบ กำลังจะมีกำแพง ?!?

หาดสนกระซิบเป็นชายหาดทรายขาวยาวต่อเนื่องประมาณ 620 เมตร อยู่ติดต่อกับเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง เป็นหาดสาธารณะ มีต้นสนบริเวณชายหาด ร่มรื่น เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ แต่เนื่องจากเป็นชายหาดสั้นๆและไม่มีป้ายบอกทางที่ชัดเจนนัก หาดที่นี่จึงค่อนข้างเงียบสงบ มีร้านค้าร้านอาหารบางตามากๆ Beach Lover ได้เคยพาชมสภาพของหาดสนกระซิบไปแล้วเมื่อสองปีก่อน ติดตามได้จาก https://beachlover.net/หาดสนกระซิบกัดเซาะจนต้องสร้างกำแพงกันคลื่น/ ด้วยสภาพชายหาดแบบนี้ ไม่น่าเชื่อว่ากำลังจะเกิดโครงการป้องกันชายหาดด้วยกำแพงกันคลื่น ระยะทาง 890 เมตร ด้วยงบประมาณ จำนวน 59.375 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาก่อสร้างตั้งแต่ 15 พฤศจิกายน 2564-30 ตุลาคม 2566 โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง (รวมเอาโครงการหาดหนองแฟบเข้าไปผนวกด้วยในงบตัวเดียวกัน) ผ่านไปแล้วสองปี ได้มีป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ วัสดุก่อสร้าง และแคมป์คนงานมาก่อสร้างบ้างแล้ว แต่โครงสร้างหลักยังไม่เริ่มดำเนินการ แม้จะเริ่มต้นสัญญามาแล้วกว่า 10 เดือน Beach Lover ขอตั้งข้อสังเกตว่า หากชายหาดแห่งนี้ถูกกัดเซาะอย่างรุนแรงจริงจนเป็นเหตุให้ต้องสร้างโครงสร้างป้องกัน ระยะเวลาสองปีผ่านไป ที่ยังไม่มีมาตรการป้องกันโดยใช้โครงสร้างกำแพงกันคลื่น เราน่าจะพบเห็นร่องรอยของความเสียหายบนผิวถนนหรือขอบทางเท้าบ้าง แต่ภาพเชิงประจักษ์นั้นพบเพียงรากของต้นไม้ที่ลอยอยู่บางส่วน ต้นหูกวางล้ม 1 ต้น ซึ่งเป็นไปตามปกติของการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงเดือนสิงหาคมซึ่งเป็นช่วงปลายมรสุมของพื้นที่แถบนี้ […]

หัวหาด Elastocoast หาดพัทยา

Elastocoast คือวัสดุที่ใช้เพื่อเททับแนวเขื่อนป้องกันการกัดเซาะตลิ่งแม่น้ำและทะเล ประกอบด้วยหินกรวดขนาดเล็กที่ถูกยึดติดกันด้วยโพรียูรีเทน 2 องค์ประกอบ (https://beachlover.net/elastocoast-คืออะไร/) Beach Lover เคยพาชมโครงสร้างหัวหาด (Headland) ที่ใช้ Elastocoast ณ ชายหาดชะอำ บริเวณทิศใต้ติดกับหน้าชายหาดของโรงแรม Vala โรงแรมระดับ Small Luxury Hotels ในเครือ The Regent Cha Am (https://beachlover.net/พาชมโครงสร้าง-elastocoast-ชะอำ/) และ กำแพงกันคลื่นแบบ Elastocoast ณ หาดกระทิงลาย จ.ชลบุรี (https://beachlover.net/elastocoast-หาดกระทิงลาย-ยังสบายดี/) ซึ่งเป็นสองพื้นที่ที่ใช้ Elastocoast เพื่อป้องกันชายฝั่ง วันนี้ของพาชมโครงสร้างหัวหาด (Headland) ที่ใช้ Elastocoast ณ ชายหาดพัทยาเหนือ จ.ชลบุรี หรือที่คนมักเรียกว่าโค้งดุสิต ซึ่งหมายถึงชายหาดสาธารณะที่ติดกับโรงแรมดุสิตธานี พัทยาเหนือ ที่ได้สร้างพร้อมกับงานเติมทรายชายหาดพัทยาแล้วเสร็จไปเมื่อ กุมภาพันธ์ 2562 ด้วยงบประมาณรวม 420 ล้านบาท โดยหัวหาดนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อล็อคทรายที่เติมไม่ให้ไหลออกจากระบบรวดเร็วนัก เมื่อครั้งที่ Beach […]

พาชมกำแพงริมทะเล ณ หาดบ้านเพ

Beach Lover เคยพาสำรวจชายหาดบ้านเพไปแล้วหลายครั้งตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ติดตามได้จากโพสเก่าๆ ผ่าน icon search มุมขวาบน ครั้งนี้ขอพาสำรวจกำแพงริมทะเลหาดบ้านเพว่ายังสบายดีอยู่ไหม หาดบ้านเพที่ Beach Lover พาสำรวจในที่นี้คือหาดสาธารณะใน ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง บางส่วนอยู่ในเขตอุทยานสวนสน ก็จะเรียกว่าหาดสวนสน ส่วนถัดจากหาดสวนสนไปทางปากน้ำแกลงจะเรียกว่าหาดบ้านเพ มีระยะทางประมาณ 5.2 กิโลเมตร ชายหาดแถบนี้เป็นหาดสาธารณะ มีการใช้ประโยชน์เพื่อการท่องเที่ยวเป็นหลัก มีร้านอาหาร กิจกรรม Water Sport ที่จอดเรือประมง ที่พัก เกือบตลอดทั้งแนวยาวกว่า 5.2 กิโลเมตร โดยพบโครงสร้างกำแพงริมทะเลตลอดทั้งแนว บางส่วนเป็นกำแพงกันคลื่น และมีบางส่วนเป็นกำแพงกันดิน (1) กำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดระยะทางประมาณ 500 เมตร ทางทิศตะวันตกของหาดสวนสนนี้แล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์ไปเมื่อต้นปี 2564 โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง (https://beachlover.net/ความคืบหน้า-งานก่อสร้างกำแพงกันคลื่น-หาดสวนสน-ระยอง/) ปัจจุบัน พบร่องรอยการซัดข้ามของทรายมาบนพื้นที่ด้านหลังกำแพงบ้าง เนื่องจากในช่วงน้ำขึ้น น้ำทะเลจะขึ้นมาถึงตัวกำแพง (https://beachlover.net/พาชมหาดขั้นบันไดแห่งบ้านเพ-ระยอง/) ส่งผลให้คลื่นที่ซัดข้ามหอบทรายมายังพื้นที่ด้านหลังกำแพงด้วย แต่โดยภาพรวมตัวโครงสร้างกำแพงยังคงอยู่ในสภาพดี (2) ถัดมาในเขตอุทยานสวนสนพบกำแพงแบบตั้งตรง […]

Elastocoast หาดกระทิงลาย ยังสบายดี ?

Beach Lover ได้เคยนำเสนอข้อมูลเชิงวิชาการที่เกี่ยวข้องกับ Elastocoast ไปแล้ว ติดตามได้จาก https://beachlover.net/elastocoast-คืออะไร/ นอกจากนั้นยังได้พาสำรวจชายฝั่งที่ใช้ Elastocoast เพื่องานป้องกันชายฝั่งในพื้นที่ชะอำ (https://beachlover.net/พาชมโครงสร้าง-elastocoast-ชะอำ/) และท่าบอน จ. สงขลา ไปแล้ว ในครั้งนี้ของพาชมงานป้องกันชายฝั่งที่ใช้ Elastocoast แถบฝั่งตะวันออกกันบ้าง Beach Lover ได้เคยพาชมภาพมุมสูงของพื้นที่สวนสาธารณะหาดกระทิงลายไปเมื่อสองปีก่อนตามโพส https://beachlover.net/สวนสาธารณะหาดกระทิงลาย/ มาวันนี้ของพาสำรวจสภาพของ Elastocoast ณ ตำแหน่งเดิมในมุมสูงกันอีกครั้ง ถึงปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าดำเนินการโดยหน่วยงานใด จะพบว่าภาพในมุมใกล้เคียงกัน ณ ตำแหน่งเดิมของโครงสร้างในเดือนมีนาคม 2563 สภาพของ Elastocoast ยังอยู่ดี แต่ภาพของเดือนสิงหาคม 2565 พบว่า มีบางตำแหน่งหลุดล่อนเสียหาย โดยมีสภาพความเสียหายคล้ายกับที่เกิดขึ้นบริเวณหาดชะอำตามโพส https://beachlover.net/พาชมโครงสร้าง-elastocoast-ชะอำ/ สำหรับการใช้ Elastocoast เพื่องานป้องกันชายฝั่งในประเทศไทย ไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัดนักว่านำเข้ามาใช้เมื่อไหร่ และพื้นที่ใดเป็นที่แรกๆ จากข้อมูลกรมเจ้าท่าพบว่ามีการดำเนินการไปเมื่อ 6 ปีก่อน ณ หาดปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และจากการสำรวจภาคสนามโดย Beach Lover พบ […]

งานเติมทรายชายหาด อยู่ตรงไหนกันบ้าง

สำหรับประเทศไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงใช้มาตรการป้องกันชายฝั่งที่มีอยู่ในปัจจุบันเพื่อรับมือกับการกัดเซาะชายฝั่ง ได้แก่ กำแพงกันคลื่น เขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่ง รอดักทราย และการเติมทรายชายหาด โดยที่ชายหาดท่องเที่ยวนั้น มาตรการเติมทรายชายหาดกำลังถูกนำมาใช้เพิ่มมากขึ้นเนื่องจากเป็นการเพิ่มพื้นที่ ชายหาด ซึ่งส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของมูลค่าทางเศรษฐกิจของชายหาด ถือได้ว่าเป็นมาตรการที่ส่งผลกระทบทางลบต่อเนื่องไปยังพื้นที่ข้างเคียงน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับมาตรการที่ใช้โครงสร้างทางวิศวกรรมเพื่อป้องกันชายฝั่งประเภทอื่น การเติมทรายชายหาด มีประโยชน์หลักที่เห็นเด่นชัดคือเพิ่มพื้นที่สาธารณะประโยชน์เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ เสริมสร้างเกราะป้องกันชายฝั่ง นอกจากนั้นยังมีผลประโยชน์แฝงอื่นเช่น เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ เสริมสร้างความสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ริมชายหาด ลดการสร้างโครงสร้างทางวิศวกรรมซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ใกล้เคียง เพิ่มศักยภาพการเข้าถึงพื้นที่ชายหาด เสริมสร้างสุขภาพกายใจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ตลอดจนเป็นวิธีการที่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลในอนาคต ดังจะเห็นได้ว่าประเทศที่ได้รับผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวทางทะเลและมีมูลค่าของหาดทรายสูง แม้ต้องเผชิญกับปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งแต่มักหลีกเลี่ยงการใช้โครงสร้างเพื่อป้องกันชายฝั่ง เช่น  หาดไวกิกิในฮาวาย หาดไมอามี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา หาดแคนคูนประเทศเม็กซิโก โดยวิธีการหนึ่งที่นิยมนำมาปรับใช้กับชายหาดเหล่านี้คือมาตรการเติมทรายชายหาด (https://beachlover.net/การเติมทรายชายหาด/)  ในส่วนของประเทศไทยนั้นหาดจอมเทียม จ.ชลบุรี ก็เผชิญกับปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งเช่นกัน โดยในขณะนี้อยู่ระหว่างการเติมทรายเช่นเดียวกันกับที่สำเร็จลุล่วงไปแล้วคือชายหาดพัทยา จ.ชลบุรี โดยพบว่าเมื่อประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ด้วย B/C ratio แล้วมีค่า 3.32 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่าต่อการลงทุนเป็นอย่างยิ่ง  ปัจจุบันในประเทศไทยมีโครงการเติมทรายชายหาดที่ก่อสร้างแล้วเสร็จเพียง 1 โครงการ ณ หาดพัทยา จ.ชลบุรี (https://beachlover.net/หาดพัทยา-น่าเที่ยวแค่ไหน/) และมีที่กำลังดำเนินการอยู่ที่หาดจอมเทียน จ.ชลบุรี (https://beachlover.net/พาชม-เติมทรายชายหาดจอมเทียน-อีกครั้ง/) และหาดชลาทัศน์ จ.สงขลา (https://beachlover.net/หาดชลาทัศน์-ยามนี้-ยังสบ/) ทั้ง 3 โครงการนี้ เมื่อประเมินมูลค่าของการเติมทรายจากค่าเฉลี่ยต่อลูกบาศก์เมตรของการเติมทรายจากทั้ง 3 โครงการ พบว่ามีมูลค่าเฉลี่ย 803.108 บาท/ลบ.ม. ซึ่งได้รวมทั้งค่า ขุด […]

หาดบางละมุง กำลังจะมีกำแพง ?!?

หาดบางละมุง เป็นพื้นที่ชายหาดส่วนถัดไปทางทิศใต้ของท่าเรือและนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง มีการใช้ประโยชน์ที่ดินทั้งเป็นที่อยู่อาศัย โรงแรม ร้านอาหาร และชุมชนประมง หาดทรายบริเวณนี้มีความยาวต่อเนื่องเป็นทรงโค้งด้วยระยะทางตามแนวชายฝั่งประมาณ 10 กิโลเมตร จากท่าเทียบเรือแหลมฉบังถึงสะพานปลานาเกลือ พื้นที่แถบกลางอ่าวระยะทาง 2.3 กิโลเมตร ประสบปัญหาคลื่นกัดเซาะชายฝั่งจนเป็นเหตุให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาแก้ไขปัญหา และนำมาซึ่งมาตรการต่างๆที่ได้นำมาเสนอประชาชนในพื้นที่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับทราบและร่วมกันแสดงความคิดเห็น หน่วยงานที่เข้ามาดำเนินการคือกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นรวม 3 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดจัดไปเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2565 โดยได้นำรูปแบบที่คาดว่าจะเกิดผลดีต่อชายหาดบริเวณนี้มานำเสนอต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยโครงการในพื้นที่นี้อันที่จริงแล้วเป็นหนึ่งใน “โครงการศึกษาเพื่อกําหนดแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ระยะที่ 2” มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบรายละเอียดของพื้นที่ที่ได้รับการคัดเลือกอย่างน้อย 4 พื้นที่ โดยพื้นที่ชายหาดที่นี้คือหนึ่งใน 4 ของพื้นที่ที่หน่วยงานจะนำไปออกแบบรายละเอียดเพื่อสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่งต่อไป โดยรูปแบบที่นำมาเสนอเพื่อให้แสดงความคิดเห็นครั้งล่าสุดในเดือนสิงหาคมคือการสร้าง “กำแพงกันคลื่นแบบหินเรียงและการเติมทราย” Beach Lover ได้ทำการสำรวจภาพมุมสูงภายในพื้นที่โครงการตลอดแนวชายฝั่งประมาณ 2.3 กิโลเมตร ในวันที่ 18 สิงหาคม 2565 พบว่ามีโครงสร้างริมชายหาดเสียหายจากคลื่นมรสุม มีกำแพงกันคลื่นของเอกชนที่ส่วนมากยังคงมีสภาพดี มีการก่อสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่งของเอกชน และยังคงมีพื้นที่บางส่วนที่ยังไม่มีโครงสร้างป้องกัน ดังรูป จากการสอบถามชาวประมงได้ความว่า พื้นที่แถบนี้จะประสบกับปัญหาน้ำทะเลยกตัวสูงและคลื่นลมแรงจนส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายหาดเฉพาะช่วงมิถุนายนถึงสิงหาคมของทุกปีเท่านั้น และไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน อย่างเช่นในวันที่ […]

กำแพงริมทะเลเกาะภูเก็ต ยังสบายดี?

ตามที่ Beach Lover ได้พาสำรวจสภาพชายฝั่ง รวมถึงโครงสร้างป้องกัน บริเวณชายฝั่งตะวันตกของเกาะภูเก็ตไปแล้วตามโพสก่อนหน้านี้ ครั้งนี้ขอพาสำรวจโครงสร้างป้องกันชายฝั่งที่ชำรุดเสียหายกันบ้าง ทั้งนี้เพื่อประเมินความสามารถในการป้องกันพื้นที่หลังโครงสร้าง สภาพและความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อโครงสร้าง และผลที่กระทบที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ท้ายน้ำ จากการสอบถามประชาชนในพื้นที่และการลงสำรวจภาคสนาม พบว่าโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งโดยส่วนมากยังคงอยู่ในสภาพดี สามารถป้องกันการกัดเซาะพื้นที่หลังโครงสร้างได้ และไม่พบร่องรอยผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ แต่พบโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งที่เกิดการชำรุดเสียหายจำนวน 4 ตำแหน่ง ได้แก่บริเวณริมถนนกมลาป่าตอง 1 ตำแหน่ง และบริเวณหาดราไวย์ 3 ตำแหน่ง ดังนี้ (1) กำแพงดูราโฮลด์ริมถนนกมลาป่าตอง ความยาว 70 เมตร พบว่าก้อนดูราโฮลด์ของกำแพงชั้นบนสุดเกิดการเลื่อนหลุดออกจากกำแพงและหล่นลงมาด้านหน้ากำแพง และก้อนดูราโฮลด์บางก้อนแตกหักเสียหาย (2) กำแพงตั้งตรงบริเวณทิศเหนือของหาดราไวย์ 1 ความยาว 130 เมตร พบการกัดเซาะด้านหลังกำแพงส่งผลให้เกิดโพรงหลังกำแพงและกำแพงเกิดการแตกหักและเอียง นอกจากนี้ยังพบว่ามีพื้นที่ของหาดทรายเหลือน้อยมากในบริเวณนี้เนื่องจากน้ำขึ้นถึงฐานกำแพง (3) กำแพงกันคลื่นแบบหินทิ้งและกำแพงกันคลื่นแบบตั้งตรงบริเวณทิศใต้ของหาดราไวย์ 2 ความยาว 400 เมตร พบว่ากำแพงหินทิ้งด้านหน้ากำแพงกันคลื่น มีบางส่วนจมอยู่ใต้น้ำ และกำแพงกันคลื่นแบบตั้งตรงมีร่องรอยการแตกหัก นอกจากนี้บริเวณด้านหน้าโครงสร้างป้องกันชายฝั่งไม่มีชายหาดและไม่สามารถมองเห็นชายหาดด้านล่างได้ (4) กำแพงกันคลื่นแบบตั้งตรงบริเวณหาดราไวย์ 3 ความยาว 150 เมตร พบว่าสภาพกำแพงชำรุดเสียหาย แผ่นคอนกรีตแตกร้าว รวมถึงแนวกำแพงแตกและทรุดตัวลง 

see more…

สถานการณ์ชายฝั่งทะเล

กำแพงล้อมหาด! @ บางละมุง

Beach Lover เคยพาไปชมชายหาดแถบนี้มาแล้วจากโพส https://beachlover.net/หาดบางละมุง-กำลังจะมีกำแพง/ จะพบว่าหาดบางละมุงโดยเฉพาะอย่างยิ่งทางทิศใต้เต็มไปด้วยกำแพงริมทะเลที่สร้างโดยเอกชนจนเกือบหมดแล้ว ในรูปแบบที่แตกต่างกันไป แต่โดยส่วนมากแล้วเราจะพบกำแพงแบบตั้งตรง (แนวดิ่ง) เป็นส่วนใหญ่ พบว่าตลอดแนวกว่า 2 กิโลเมตร ที่ริมทะเลพบเห็นได้แต่กำแพงนั้น มีชายหาดธรรมชาติยาวประมาณ 90 เมตร ที่ปราศจากโครงสร้างป้องกันใดๆ แทรกตัวอยู่ระหว่างกำแพงตามภาพ และจากการสืบค้นข้อมูลภาพถ่ายย้อนหลังกลับไปในอดีต (ถึงปี ค.ศ.2003) ก็พบว่า พื้นที่นี้ไม่เคยมีการสร้างโครงสร้างป้องกันใดๆริมชายฝั่งทะเลเลย พบว่าแนวนอกสุดของโครงสร้างถาวรซึ่งก็คือทางเดินอยู่พ้นจากระดับน้ำสูงสุด (ตามภาพปัจจุบัน) ขึ้นไปประมาณ 30 เมตร ด้วยเหตุที่มีระยะถอยร่นขึ้นไปบนฝั่งค่อนข้างเพียงพอ จึงไม่พบร่องรอยความเสียหายจากคลื่นเหมือนพื้นที่อื่นๆที่อยู่บริเวณข้างเคียง

ดงตาล กับ ชายหาดที่หายไป

Beach Lover เคยพาสำรวจอ่าวดงตาลเมื่อสองปีก่อนไปแล้วจากโพส https://beachlover.net/อ่าวดงตาล-ถูกขลิบ/ และ https://beachlover.net/รื้อกำแพง-อ่าวดงตาล/ โดยในเวลานั้นพื้นที่หาดดงตาลทางทิศตะวันออกติดกับหัวเขายังคงเป็นหาดทรายธรรมชาติ และถูกเปิดเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าใช้พื้นที่ได้แบบจำกัดเวลา วันนี้ Beach Lover ได้สำรวจพื้นที่นี้อีกครั้ง แต่ครั้งนี้พบว่าพื้นที่หาดทรายที่เคยนำเสนอไปในโพสก่อนหน้านี้ถูกปิดพื้นที่เพื่องานก่อสร้างกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง พื้นที่นี้กำลังก่อสร้างกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได พร้อมงานปรับภูมิทัศน์ ระยะทาง 808 เมตร ด้วยงบประมาณ 134.9 ล้านบาท โดยใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างประมาณ 2 ปี จากการเดินสำรวจพบว่า มีการนำผ้าตาข่ายมาขึงเพื่อปิดพื้นที่ก่อสร้างเกือบตลอดทั้งแนว ตั้งแต่แนวกำแพงหินเรียงตัวเดิมถัดเรื่อยไปทางทิศตะวันออกของหาดทางฝั่งหัวเขาระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร และพบว่ามีการตอกเข็มจนครบระยะทางก่อสร้างแล้ว จากภาพพบว่า เสาเข็มต้นนอกสุดนั้นยื่นล้ำลงไปในทะเลค่อนข้างมาก และเป็นพื้นที่ที่ระดับน้ำทะเลท่วมถึง หมายความว่ากำแพงนี้ทับลงไปบนพื้นที่ชายหาดอย่างแน่นอน เมื่อกำแพงนี้แล้วเสร็จ ชายหาดบางส่วนจะหายไปอย่างน้อยก็เท่ากับความกว้างของกำแพงนี้ ยังไม่รวมถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นด้านหน้ากำแพงที่อาจส่งผลให้เมื่อเวลาผ่านไปชายหาดจะหดหายไปเพิ่มขึ้นอีก จากการเดินสำรวจ ยังพบว่าบริเวณจุดเริ่มต้นโครงการได้เห็นการขึ้นรูปของแนวขั้นบันไดบ้างแล้ว เมื่อโครงการนี้แล้วเสร็จ อ่าวดงตาลระยะทางกว่า 3.5 กิโลเมตรนี้ จะถูกขลิบด้วยกำแพงกันคลื่นตลอดทั้งแนว เมื่อนั้น “อ่าวดงตาล” ชายหาดเลื่องชื่อสำหรับกีฬาทางน้ำคงเหลือเพียงตำนาน

ส่องงานเติมทรายชายหาดจอมเทียนกันอีกรอบ

ที่ผ่านมา Beach Lover ได้พาสำรวจชายหาดจอมเทียนทั้งก่อนและหลังการเติมทรายมาแล้วหลายรอบ เช่น https://beachlover.net/พาชม-เติมทรายชายหาดจอมเทียน-อีกครั้ง/ รวมถึงสืบค้นได้จาก Icon search คำว่า “จอมเทียน” มาวันที่งานเติมทรายยังคงเดินหน้า บนชายหาดจอมเทียนส่วนที่อยู่ในความรับผิดชอบของเมืองพัทยา (ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของหาด) Beach Lover ขอพาชมการเติมทรายชายหาดจอมเทียนมุมสูงกันอีกครั้ง จากภาพจะพบว่า งานเติมทรายของกรมเจ้าท่าคืบหน้าไปพอสมควรเมื่อเปรียบเทียบกับการลงสำรวจพื้นที่เดียวกันเมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา (ค้นหาจากโพสเก่าๆ) โดยสามารถเห็นความแตกต่างของความกว้างชายหาดส่วนที่เติมและยังไม่เติมทรายได้อย่างชัดเจน กรมเจ้าท่าได้ทำการเปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้เข้าใช้ประโยชน์ในส่วนที่แล้วเสร็จ และปิดพื้นที่เพื่องานก่อสร้างทีละ Step โดยครั้งนี้ไม่พบเรือดูดทราย และเรือพ่นทราย ที่เคยมาจอดอยู่นอกชายฝั่งเหมือนทุกครั้ง ไม่แน่ใจว่าด้วยสาเหตุใด พบเพียงเครื่องจักรกำลังทำงานบนชายหาดเท่านั้น จากการเดินสำรวจพบประชาชนเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่เติมทรายแล้วเสร็จตามปกติแล้ว แม้ยามพระอาทิตย์ลับขอบฟ้ายามค่ำคืนก็ยังมีการใช้พื้นที่เพื่อนั่งกินดื่ม รับลม เพื่อพักผ่อนหย่อนใจ Beach Lover จะพยายามลงสำรวจพื้นที่นี้ให้บ่อยครั้ง เพื่อนำข้อมูลมาเล่าสู่กันฟังถึงโครงการเติมทรายชายหาดที่ยาวและใช้งบประมาณสูงที่สุดในประเทศไทย …. โปรดติดตาม

หาดสนกระซิบ กำลังจะมีกำแพง ?!?

หาดสนกระซิบเป็นชายหาดทรายขาวยาวต่อเนื่องประมาณ 620 เมตร อยู่ติดต่อกับเขตนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด จ.ระยอง เป็นหาดสาธารณะ มีต้นสนบริเวณชายหาด ร่มรื่น เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจ แต่เนื่องจากเป็นชายหาดสั้นๆและไม่มีป้ายบอกทางที่ชัดเจนนัก หาดที่นี่จึงค่อนข้างเงียบสงบ มีร้านค้าร้านอาหารบางตามากๆ Beach Lover ได้เคยพาชมสภาพของหาดสนกระซิบไปแล้วเมื่อสองปีก่อน ติดตามได้จาก https://beachlover.net/หาดสนกระซิบกัดเซาะจนต้องสร้างกำแพงกันคลื่น/ ด้วยสภาพชายหาดแบบนี้ ไม่น่าเชื่อว่ากำลังจะเกิดโครงการป้องกันชายหาดด้วยกำแพงกันคลื่น ระยะทาง 890 เมตร ด้วยงบประมาณ จำนวน 59.375 ล้านบาท ใช้ระยะเวลาก่อสร้างตั้งแต่ 15 พฤศจิกายน 2564-30 ตุลาคม 2566 โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง (รวมเอาโครงการหาดหนองแฟบเข้าไปผนวกด้วยในงบตัวเดียวกัน) ผ่านไปแล้วสองปี ได้มีป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ วัสดุก่อสร้าง และแคมป์คนงานมาก่อสร้างบ้างแล้ว แต่โครงสร้างหลักยังไม่เริ่มดำเนินการ แม้จะเริ่มต้นสัญญามาแล้วกว่า 10 เดือน Beach Lover ขอตั้งข้อสังเกตว่า หากชายหาดแห่งนี้ถูกกัดเซาะอย่างรุนแรงจริงจนเป็นเหตุให้ต้องสร้างโครงสร้างป้องกัน ระยะเวลาสองปีผ่านไป ที่ยังไม่มีมาตรการป้องกันโดยใช้โครงสร้างกำแพงกันคลื่น เราน่าจะพบเห็นร่องรอยของความเสียหายบนผิวถนนหรือขอบทางเท้าบ้าง แต่ภาพเชิงประจักษ์นั้นพบเพียงรากของต้นไม้ที่ลอยอยู่บางส่วน ต้นหูกวางล้ม 1 ต้น ซึ่งเป็นไปตามปกติของการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงเดือนสิงหาคมซึ่งเป็นช่วงปลายมรสุมของพื้นที่แถบนี้ […]

หัวหาด Elastocoast หาดพัทยา

Elastocoast คือวัสดุที่ใช้เพื่อเททับแนวเขื่อนป้องกันการกัดเซาะตลิ่งแม่น้ำและทะเล ประกอบด้วยหินกรวดขนาดเล็กที่ถูกยึดติดกันด้วยโพรียูรีเทน 2 องค์ประกอบ (https://beachlover.net/elastocoast-คืออะไร/) Beach Lover เคยพาชมโครงสร้างหัวหาด (Headland) ที่ใช้ Elastocoast ณ ชายหาดชะอำ บริเวณทิศใต้ติดกับหน้าชายหาดของโรงแรม Vala โรงแรมระดับ Small Luxury Hotels ในเครือ The Regent Cha Am (https://beachlover.net/พาชมโครงสร้าง-elastocoast-ชะอำ/) และ กำแพงกันคลื่นแบบ Elastocoast ณ หาดกระทิงลาย จ.ชลบุรี (https://beachlover.net/elastocoast-หาดกระทิงลาย-ยังสบายดี/) ซึ่งเป็นสองพื้นที่ที่ใช้ Elastocoast เพื่อป้องกันชายฝั่ง วันนี้ของพาชมโครงสร้างหัวหาด (Headland) ที่ใช้ Elastocoast ณ ชายหาดพัทยาเหนือ จ.ชลบุรี หรือที่คนมักเรียกว่าโค้งดุสิต ซึ่งหมายถึงชายหาดสาธารณะที่ติดกับโรงแรมดุสิตธานี พัทยาเหนือ ที่ได้สร้างพร้อมกับงานเติมทรายชายหาดพัทยาแล้วเสร็จไปเมื่อ กุมภาพันธ์ 2562 ด้วยงบประมาณรวม 420 ล้านบาท โดยหัวหาดนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อล็อคทรายที่เติมไม่ให้ไหลออกจากระบบรวดเร็วนัก เมื่อครั้งที่ Beach […]

พาชมกำแพงริมทะเล ณ หาดบ้านเพ

Beach Lover เคยพาสำรวจชายหาดบ้านเพไปแล้วหลายครั้งตลอด 2 ปีที่ผ่านมา ติดตามได้จากโพสเก่าๆ ผ่าน icon search มุมขวาบน ครั้งนี้ขอพาสำรวจกำแพงริมทะเลหาดบ้านเพว่ายังสบายดีอยู่ไหม หาดบ้านเพที่ Beach Lover พาสำรวจในที่นี้คือหาดสาธารณะใน ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง บางส่วนอยู่ในเขตอุทยานสวนสน ก็จะเรียกว่าหาดสวนสน ส่วนถัดจากหาดสวนสนไปทางปากน้ำแกลงจะเรียกว่าหาดบ้านเพ มีระยะทางประมาณ 5.2 กิโลเมตร ชายหาดแถบนี้เป็นหาดสาธารณะ มีการใช้ประโยชน์เพื่อการท่องเที่ยวเป็นหลัก มีร้านอาหาร กิจกรรม Water Sport ที่จอดเรือประมง ที่พัก เกือบตลอดทั้งแนวยาวกว่า 5.2 กิโลเมตร โดยพบโครงสร้างกำแพงริมทะเลตลอดทั้งแนว บางส่วนเป็นกำแพงกันคลื่น และมีบางส่วนเป็นกำแพงกันดิน (1) กำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดระยะทางประมาณ 500 เมตร ทางทิศตะวันตกของหาดสวนสนนี้แล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์ไปเมื่อต้นปี 2564 โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง (https://beachlover.net/ความคืบหน้า-งานก่อสร้างกำแพงกันคลื่น-หาดสวนสน-ระยอง/) ปัจจุบัน พบร่องรอยการซัดข้ามของทรายมาบนพื้นที่ด้านหลังกำแพงบ้าง เนื่องจากในช่วงน้ำขึ้น น้ำทะเลจะขึ้นมาถึงตัวกำแพง (https://beachlover.net/พาชมหาดขั้นบันไดแห่งบ้านเพ-ระยอง/) ส่งผลให้คลื่นที่ซัดข้ามหอบทรายมายังพื้นที่ด้านหลังกำแพงด้วย แต่โดยภาพรวมตัวโครงสร้างกำแพงยังคงอยู่ในสภาพดี (2) ถัดมาในเขตอุทยานสวนสนพบกำแพงแบบตั้งตรง […]

Elastocoast หาดกระทิงลาย ยังสบายดี ?

Beach Lover ได้เคยนำเสนอข้อมูลเชิงวิชาการที่เกี่ยวข้องกับ Elastocoast ไปแล้ว ติดตามได้จาก https://beachlover.net/elastocoast-คืออะไร/ นอกจากนั้นยังได้พาสำรวจชายฝั่งที่ใช้ Elastocoast เพื่องานป้องกันชายฝั่งในพื้นที่ชะอำ (https://beachlover.net/พาชมโครงสร้าง-elastocoast-ชะอำ/) และท่าบอน จ. สงขลา ไปแล้ว ในครั้งนี้ของพาชมงานป้องกันชายฝั่งที่ใช้ Elastocoast แถบฝั่งตะวันออกกันบ้าง Beach Lover ได้เคยพาชมภาพมุมสูงของพื้นที่สวนสาธารณะหาดกระทิงลายไปเมื่อสองปีก่อนตามโพส https://beachlover.net/สวนสาธารณะหาดกระทิงลาย/ มาวันนี้ของพาสำรวจสภาพของ Elastocoast ณ ตำแหน่งเดิมในมุมสูงกันอีกครั้ง ถึงปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานแน่ชัดว่าดำเนินการโดยหน่วยงานใด จะพบว่าภาพในมุมใกล้เคียงกัน ณ ตำแหน่งเดิมของโครงสร้างในเดือนมีนาคม 2563 สภาพของ Elastocoast ยังอยู่ดี แต่ภาพของเดือนสิงหาคม 2565 พบว่า มีบางตำแหน่งหลุดล่อนเสียหาย โดยมีสภาพความเสียหายคล้ายกับที่เกิดขึ้นบริเวณหาดชะอำตามโพส https://beachlover.net/พาชมโครงสร้าง-elastocoast-ชะอำ/ สำหรับการใช้ Elastocoast เพื่องานป้องกันชายฝั่งในประเทศไทย ไม่มีหลักฐานปรากฏแน่ชัดนักว่านำเข้ามาใช้เมื่อไหร่ และพื้นที่ใดเป็นที่แรกๆ จากข้อมูลกรมเจ้าท่าพบว่ามีการดำเนินการไปเมื่อ 6 ปีก่อน ณ หาดปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ และจากการสำรวจภาคสนามโดย Beach Lover พบ […]

งานเติมทรายชายหาด อยู่ตรงไหนกันบ้าง

สำหรับประเทศไทย หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงใช้มาตรการป้องกันชายฝั่งที่มีอยู่ในปัจจุบันเพื่อรับมือกับการกัดเซาะชายฝั่ง ได้แก่ กำแพงกันคลื่น เขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่ง รอดักทราย และการเติมทรายชายหาด โดยที่ชายหาดท่องเที่ยวนั้น มาตรการเติมทรายชายหาดกำลังถูกนำมาใช้เพิ่มมากขึ้นเนื่องจากเป็นการเพิ่มพื้นที่ ชายหาด ซึ่งส่งผลต่อการเพิ่มขึ้นของมูลค่าทางเศรษฐกิจของชายหาด ถือได้ว่าเป็นมาตรการที่ส่งผลกระทบทางลบต่อเนื่องไปยังพื้นที่ข้างเคียงน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับมาตรการที่ใช้โครงสร้างทางวิศวกรรมเพื่อป้องกันชายฝั่งประเภทอื่น การเติมทรายชายหาด มีประโยชน์หลักที่เห็นเด่นชัดคือเพิ่มพื้นที่สาธารณะประโยชน์เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ เสริมสร้างเกราะป้องกันชายฝั่ง นอกจากนั้นยังมีผลประโยชน์แฝงอื่นเช่น เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ เสริมสร้างความสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ริมชายหาด ลดการสร้างโครงสร้างทางวิศวกรรมซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ใกล้เคียง เพิ่มศักยภาพการเข้าถึงพื้นที่ชายหาด เสริมสร้างสุขภาพกายใจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ตลอดจนเป็นวิธีการที่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลในอนาคต ดังจะเห็นได้ว่าประเทศที่ได้รับผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวทางทะเลและมีมูลค่าของหาดทรายสูง แม้ต้องเผชิญกับปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งแต่มักหลีกเลี่ยงการใช้โครงสร้างเพื่อป้องกันชายฝั่ง เช่น  หาดไวกิกิในฮาวาย หาดไมอามี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา หาดแคนคูนประเทศเม็กซิโก โดยวิธีการหนึ่งที่นิยมนำมาปรับใช้กับชายหาดเหล่านี้คือมาตรการเติมทรายชายหาด (https://beachlover.net/การเติมทรายชายหาด/)  ในส่วนของประเทศไทยนั้นหาดจอมเทียม จ.ชลบุรี ก็เผชิญกับปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งเช่นกัน โดยในขณะนี้อยู่ระหว่างการเติมทรายเช่นเดียวกันกับที่สำเร็จลุล่วงไปแล้วคือชายหาดพัทยา จ.ชลบุรี โดยพบว่าเมื่อประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ด้วย B/C ratio แล้วมีค่า 3.32 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่าต่อการลงทุนเป็นอย่างยิ่ง  ปัจจุบันในประเทศไทยมีโครงการเติมทรายชายหาดที่ก่อสร้างแล้วเสร็จเพียง 1 โครงการ ณ หาดพัทยา จ.ชลบุรี (https://beachlover.net/หาดพัทยา-น่าเที่ยวแค่ไหน/) และมีที่กำลังดำเนินการอยู่ที่หาดจอมเทียน จ.ชลบุรี (https://beachlover.net/พาชม-เติมทรายชายหาดจอมเทียน-อีกครั้ง/) และหาดชลาทัศน์ จ.สงขลา (https://beachlover.net/หาดชลาทัศน์-ยามนี้-ยังสบ/) ทั้ง 3 โครงการนี้ เมื่อประเมินมูลค่าของการเติมทรายจากค่าเฉลี่ยต่อลูกบาศก์เมตรของการเติมทรายจากทั้ง 3 โครงการ พบว่ามีมูลค่าเฉลี่ย 803.108 บาท/ลบ.ม. ซึ่งได้รวมทั้งค่า ขุด […]

หาดบางละมุง กำลังจะมีกำแพง ?!?

หาดบางละมุง เป็นพื้นที่ชายหาดส่วนถัดไปทางทิศใต้ของท่าเรือและนิคมอุตสาหกรรมแหลมฉบัง มีการใช้ประโยชน์ที่ดินทั้งเป็นที่อยู่อาศัย โรงแรม ร้านอาหาร และชุมชนประมง หาดทรายบริเวณนี้มีความยาวต่อเนื่องเป็นทรงโค้งด้วยระยะทางตามแนวชายฝั่งประมาณ 10 กิโลเมตร จากท่าเทียบเรือแหลมฉบังถึงสะพานปลานาเกลือ พื้นที่แถบกลางอ่าวระยะทาง 2.3 กิโลเมตร ประสบปัญหาคลื่นกัดเซาะชายฝั่งจนเป็นเหตุให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเข้ามาแก้ไขปัญหา และนำมาซึ่งมาตรการต่างๆที่ได้นำมาเสนอประชาชนในพื้นที่ ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้รับทราบและร่วมกันแสดงความคิดเห็น หน่วยงานที่เข้ามาดำเนินการคือกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้จัดเวทีรับฟังความคิดเห็นรวม 3 ครั้ง โดยครั้งล่าสุดจัดไปเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2565 โดยได้นำรูปแบบที่คาดว่าจะเกิดผลดีต่อชายหาดบริเวณนี้มานำเสนอต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย โดยโครงการในพื้นที่นี้อันที่จริงแล้วเป็นหนึ่งใน “โครงการศึกษาเพื่อกําหนดแนวทางการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ระยะที่ 2” มีวัตถุประสงค์เพื่อออกแบบรายละเอียดของพื้นที่ที่ได้รับการคัดเลือกอย่างน้อย 4 พื้นที่ โดยพื้นที่ชายหาดที่นี้คือหนึ่งใน 4 ของพื้นที่ที่หน่วยงานจะนำไปออกแบบรายละเอียดเพื่อสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่งต่อไป โดยรูปแบบที่นำมาเสนอเพื่อให้แสดงความคิดเห็นครั้งล่าสุดในเดือนสิงหาคมคือการสร้าง “กำแพงกันคลื่นแบบหินเรียงและการเติมทราย” Beach Lover ได้ทำการสำรวจภาพมุมสูงภายในพื้นที่โครงการตลอดแนวชายฝั่งประมาณ 2.3 กิโลเมตร ในวันที่ 18 สิงหาคม 2565 พบว่ามีโครงสร้างริมชายหาดเสียหายจากคลื่นมรสุม มีกำแพงกันคลื่นของเอกชนที่ส่วนมากยังคงมีสภาพดี มีการก่อสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่งของเอกชน และยังคงมีพื้นที่บางส่วนที่ยังไม่มีโครงสร้างป้องกัน ดังรูป จากการสอบถามชาวประมงได้ความว่า พื้นที่แถบนี้จะประสบกับปัญหาน้ำทะเลยกตัวสูงและคลื่นลมแรงจนส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายหาดเฉพาะช่วงมิถุนายนถึงสิงหาคมของทุกปีเท่านั้น และไม่ได้เกิดขึ้นทุกวัน อย่างเช่นในวันที่ […]

กำแพงริมทะเลเกาะภูเก็ต ยังสบายดี?

ตามที่ Beach Lover ได้พาสำรวจสภาพชายฝั่ง รวมถึงโครงสร้างป้องกัน บริเวณชายฝั่งตะวันตกของเกาะภูเก็ตไปแล้วตามโพสก่อนหน้านี้ ครั้งนี้ขอพาสำรวจโครงสร้างป้องกันชายฝั่งที่ชำรุดเสียหายกันบ้าง ทั้งนี้เพื่อประเมินความสามารถในการป้องกันพื้นที่หลังโครงสร้าง สภาพและความเสียหายที่เกิดขึ้นต่อโครงสร้าง และผลที่กระทบที่เกิดขึ้นกับพื้นที่ท้ายน้ำ จากการสอบถามประชาชนในพื้นที่และการลงสำรวจภาคสนาม พบว่าโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งโดยส่วนมากยังคงอยู่ในสภาพดี สามารถป้องกันการกัดเซาะพื้นที่หลังโครงสร้างได้ และไม่พบร่องรอยผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ แต่พบโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งที่เกิดการชำรุดเสียหายจำนวน 4 ตำแหน่ง ได้แก่บริเวณริมถนนกมลาป่าตอง 1 ตำแหน่ง และบริเวณหาดราไวย์ 3 ตำแหน่ง ดังนี้ (1) กำแพงดูราโฮลด์ริมถนนกมลาป่าตอง ความยาว 70 เมตร พบว่าก้อนดูราโฮลด์ของกำแพงชั้นบนสุดเกิดการเลื่อนหลุดออกจากกำแพงและหล่นลงมาด้านหน้ากำแพง และก้อนดูราโฮลด์บางก้อนแตกหักเสียหาย (2) กำแพงตั้งตรงบริเวณทิศเหนือของหาดราไวย์ 1 ความยาว 130 เมตร พบการกัดเซาะด้านหลังกำแพงส่งผลให้เกิดโพรงหลังกำแพงและกำแพงเกิดการแตกหักและเอียง นอกจากนี้ยังพบว่ามีพื้นที่ของหาดทรายเหลือน้อยมากในบริเวณนี้เนื่องจากน้ำขึ้นถึงฐานกำแพง (3) กำแพงกันคลื่นแบบหินทิ้งและกำแพงกันคลื่นแบบตั้งตรงบริเวณทิศใต้ของหาดราไวย์ 2 ความยาว 400 เมตร พบว่ากำแพงหินทิ้งด้านหน้ากำแพงกันคลื่น มีบางส่วนจมอยู่ใต้น้ำ และกำแพงกันคลื่นแบบตั้งตรงมีร่องรอยการแตกหัก นอกจากนี้บริเวณด้านหน้าโครงสร้างป้องกันชายฝั่งไม่มีชายหาดและไม่สามารถมองเห็นชายหาดด้านล่างได้ (4) กำแพงกันคลื่นแบบตั้งตรงบริเวณหาดราไวย์ 3 ความยาว 150 เมตร พบว่าสภาพกำแพงชำรุดเสียหาย แผ่นคอนกรีตแตกร้าว รวมถึงแนวกำแพงแตกและทรุดตัวลง 

see more…

ข่าว

หาดพังรับฝนหนัก (อีกแล้ว)!

ที่มา: https://www.facebook.com/PattayaWatchdog หาดพังเหมือนทุกครั้ง ชายหาดพัทยา เมื่อเช้านี้ (12 ก.ย.2565) เมืองพัทยา ไม่เคยแก้ไขปัญหา น้ำฝนปนน้ำเสียกัดเซาะทรายชายหาด วางท่อระบายน้ำไป 100 ล้านบาท เกิดประโยชน์หรือไม่ นี่จะปรับปรุงภูมิทัศน์ อีก 160 ล้านบาท เริ่มตัดต้นไม้อีกแล้ว ยั่งยืนหรือย่อยยับ?

ประชุมรับฟังความเห็น แก้ไขปัญหากัดเซาะ เกาะสมุย 27ก.ย.65

ที่มา: กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมืองจัดรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 โครงการฟื้นฟูบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง พื้นที่ชายฝั่งทะเลตำบลแม่น้ำ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ในวันที่ 27 กันยายน 2565

พาสำรวจและทำความรู้จัก หาดราชรักษ์ ทะเลปัตตานี

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๕ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๙ (ปัตตานี) สำรวจและติดตามสถานภาพชายฝั่ง พื้นที่หาดราชรักษ์ ต.บ้านกลาง และ ต.บ้านน้ำบ่อ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ซึ่งอยู่ในระบบหาดแฆแฆ มีพื้นที่ชายฝั่งทะเลเป็นหาดทราย ความยาวประมาณ ๒,๗๕๐ เมตร ซึ่งหาดราชรักษ์ มีลักษณะธรณีสัณฐานชายฝั่งแบบหาดก้นอ่าว (Pocket beach) โดยทั้งสองด้านของอ่าวเป็นหาดหิน/หัวหาด (Head Land) โดยด้านทิศเหนือและทิศใต้มีลักษณะเป็นหัวหาด/หาดหิน และมีคลองพรุแฆแฆอยู่บริเวณด้านทิศใต้ของหาด ผลการสำรวจชายฝั่งส่วนใหญ่สมดุล พบร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่งระยะทางประมาณ ๗๔๐ เมตร ส่งผลกระทบทำให้เกิดการสูญเสียตะกอนทรายชายฝั่งและชายหาด ชายฝั่งมีความลาดชันเป็นหน้าผา ต้นสนล้มตายกีดขวางบนชายหาด อีกทั้งหาดราชรักษ์ ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชายหาดและพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจทั้งของประชาชนในพื้นที่ และพื้นที่ใกล้เคียงของ จ.ปัตตานี

มติเอกฉันท์ ผลประชาคมไม่เอากำแพงกันคลื่นหาดม่วงงาม

ที่มา: https://dxc.thaipbs.or.th/news/มตเอกฉนท-ผลประชาคมช/ เทศบาลเมืองม่วงงาม อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา จัดเวทีประชาคมประชาชนในพื้นที่ชายหาดม่วงงาม   เพื่อแสดงความคิดเห็นลงมตินำรายชื่อไปยื่นต่อกรมโยธาธิการและผังเมือง  เพื่อประกอบการยกเลิกโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นหาดม่วงงาม  จ.สงขลา  หลังจากเกิดความขัดแย้งมาตลอดระยะ 2 ปี  กระทั่งศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งชะลอโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นของกรมโยธาธิการและผังเมือง  เพื่อให้เทศบาลเมืองม่วงงาม  ดำเนินการสอบถามกรมโยธาธิการและผังเมือง  จนได้ข้อสรุปว่าการยกเลิกโครงการฯ ต้องมีการจัดทำประชาคมเพื่อประกอบการยกเลิกโครงการโดยให้ท้องถิ่นรวบรวมผลการทำประชาคม และนำส่งให้กรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อประกอบการยกเลิกโครงการต่อไป จึงนำมาสู่การจัดเวทีประชาคมในวันนี้  โดยมีผู้เข้าร่วมจำนวน 328 คน  ผลการทำประชาคม พบว่า มีชาวบ้าน 4 คน เห็นด้วยกับโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นหาดม่วงงาม และ 324 คน ไม่เห็นด้วยกับโครงการฯ โดยมีการลงชื่อประชาชนที่เข้าร่วมเวทีทุกคน และมีการนับคะแนนต่อหน้าประชาชนที่มาร่วมประชาคม  ซึ่งหลังจากนี้เทศบาลเมืองม่วงงาม จะนำผลการทำประชาคมครั้งนี้ เสนอต่อกรมโยธาธิการพร้อมกับเหตุผลในการขอยกเลิกโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นหาดม่วงงามต่อไป  นายอภิศักดิ์ ทัศนี ผู้ก่อตั้งกลุ่ม Beach for life กลุ่มคนรุ่นใหม่ผู้อยู่เบื้องหลังปรากฏการณ์การลุกขึ้นมา #saveหาดทราย จากโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกรณีนี้ ระบุว่า หากนับการรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ผ่านมาของกรมโยธาฯในโครงการหาดม่วงงาม เมื่อปี พ.ศ.2561 มีชาวบ้านเข้าร่วมเพียงไม่ถึง200 คน โดยในสัดส่วนเหล่านั้นพบเกือบครึ่งเป็นข้าราชการ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เเละครู   ทำให้ผลสรุปในอดีตนำไปสู่การดำเนินโครงการกำเเพงกันคลื่นหาดม่วงงาม  จนทำให้เป็นเหตุผลที่กรมโยธาธิการและผังเมืองอ้างว่าในอดีตชาวบ้านมีการร้องขอกำแพงกันคลื่นผ่านหน่วยงานท้องถิ่น จึงไม่ยอมถอนโครงการ  “วันนี้ประชาชนม่วงงามที่เป็นคนม่วงงามจริง ๆ 324 คน ได้มาเเสดงพลัง ลงชื่อทำประชาคม เเละผลสรุปเป็นเอกฉันท์ว่าไม่เอาโครงการกำเเพงกันคลื่นหาดม่วงงาม  จึงนับเป็นความชัดเจนว่าสิ่งที่กรมโยธาธิการและผังเมืองเคยนำมาอ้างไม่เป็นความจริง ซึ่งเป็นการสะท้อนพลังของภาคประชาชนและยังเป็นการแสดงให้เห็นว่าภาคประชาชนเกิดการตื่นรู้ต่อถึงผลกระทบของกำแพงกันคลื่นที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศริมชายหาด”  นายอภิศักดิ์  กล่าวด้วยว่า   สิ่งที่ต้องจับตามองต่อไปคือกรมโยธาธิการและผังเมืองจะเดินหน้าดึงดันโครงการนี้ต่อไปหรือไม่เพราะโครงการฯ ถือว่าไม่มีความชอบธรรมทั้งในเชิงข้อเท็จจริงทางวิชาการที่ปรากฏชัดว่าสภาพของชายหาดไม่ได้เกิดการกัดเซาะอย่างรุนแรง และประชาชนในพื้นที่ก็ไม่ได้ยินยอมแต่อย่างใด

สำรวจสถานภาพ แนวชายฝั่งหาดรูสะมิแล จ.ปัตตานี

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๕ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๙ (ปัตตานี) สำรวจเก็บข้อมูลและติดตามสถานภาพชายฝั่ง ร่วมกับการใช้อากาศยานไร้คนขับ (Drone) เพื่อบันทึกภาพมุมสูงโดยรอบพื้นที่แนวชายฝั่งหาดรูสะมิแล ต.รูสะมิแล อ.เมือง จ.ปัตตานี ซึ่งอยู่ในระบบหาดเทพา-แหลมโพธิ์ ผลการสำรวจพบว่า มีลักษณะทางกายภาพชายฝั่งเป็นหาดโคลน พื้นที่แนวชายฝั่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งรูปแบบเขื่อนหินทิ้ง และเขื่อนกำแพงกันทรายและคลื่นปากร่องแม่น้ำปัตตานี พบการชำรุดเล็กน้อยของโครงสร้างดังกล่าวทั้ง ๒ ประเภท และด้านหลังแนวโครงสร้างเป็นลานอเนกประสงค์สาธารณะ สำหรับการท่องเที่ยวชายหาดและพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจของประชาชนในพื้นที่

สำรวจชนิดพันธุ์พืชที่มีความเหมาะสมต่อการฟื้นฟูชายหาดพังงา

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง สำรวจพื้นที่ระบบหาดบางสัก (T7D192) ระบบหาดคึกคัก (T7D195) ระบบหาดหาดท้ายเหมือง (T7E201) จ.พังงา เพื่อสำรวจชนิดพันธุ์พืชชายหาดที่มีความเหมาะสมต่อการฟื้นฟูเสถียรภาพชายหาด โดยการพิจารณาจากคุณสมบัติในการยึดเกาะเม็ดทราย การทนต่อสภาพแวดล้อม การกระจายตัวบริเวณชายหาด การทนต่อแรงลมทะเล การทนต่อความเค็มของน้ำทะเล ผลการสำรวจพบพืชชายหาดที่กระจายตัวตั้งแต่แนวชายฝั่งลึกเข้าไป ๓๐ เมตร ได้แก่ ผักบุ้งทะเล ถั่วผีทะเล ถั่วคล้าทะเล หญ้าไหวทาม เบญจมาศน้ำเค็ม เข็มเลื้อย เตยทะเล รักทะเล จิกทะเล เป็นต้น ส่วนพืชชายหาดที่คาดว่ามีศักยภาพที่เหมาะสมต่อการฟื้นฟูเสถียรภาพชายหาดมี ๔ ชนิด ได้แก่ ผักบุ้งทะเล (Ipomoea pes-caprae) หญ้าไหวทาม (Ischaemum muticum) ถั่วผีทะเล (Vigna marina) ถั่วคล้าทะเล (Canavalia maritima)

โยธาฯ บูรณาการทุกภาคส่วน แก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่งทะเลไทย

ที่มา: https://www.facebook.com/DPT.PR.GO.TH กรมโยธาธิการและผังเมือง บูรณาการทุกภาคส่วนเชิงพื้นที่ ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านใช้โครงสร้างทางวิศวกรรม แก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่งทะเลไทย

ติดตามชายฝั่งหาดโคลน หลังแนวไม้ไผ่ชะลอคลื่นบ้านแหลม

ที่มา: https://www.facebook.com วันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๕ กรม ทช. โดยกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง สำรวจพื้นที่ดำเนินโครงการป้องกันแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่หาดโคลน จ.เพชรบุรี บริเวณ ต.บางแก้ว อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ที่ดำเนินการในปี ๒๕๖๔ ระยะทางไม้ไผ่ประมาณ ๑,๗๕๐ เมตร เป็นการติดตามพื้นที่ป่าชายเลนบริเวณพื้นที่ปักไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่น ในพื้นที่หาดโคลน โดยอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ผลการสำรวจพบว่ามีกล้าไม้ ได้แก่ แสมทะเล เริ่มขึ้นบริเวณหลังแนวไม้ไผ่จำนวนมาก ทั้งนี้ จะนำข้อมูลดังกล่าวจัดทำเป็นแผนที่เปรียบเทียบการเพิ่มขึ้น-ลดลง ของป่าชายเลน เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าชายเลนหลังดำเนินโครงการฯ ต่อไป

พาสำรวจการเปลี่ยนแปลงชายหาดกะตะ

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๕ กรม ทช. โดยกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง สำรวจหาดกะตะ ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งอยู่ในระบบหาดกะตะใหญ่ (T7E222) โดยใช้เครื่องหาพิกัดดาวเทียมแบบ RTK GNSS เป็นเทคนิคการสำรวจรังวัดด้วยระบบโครงข่ายรังวัดดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) ผลสำรวจพบว่า หาดกะตะด้านทิศเหนือมีความกว้างชายหาดมากที่สุด ๑๒๐ เมตร และมีความลาดชันต่ำกว่าบริเวณตอนกลาง และด้านทิศใต้ของหาด ความลาดชันที่ได้จากการสำรวจคือ ๐-๒๐ องศา โดยความลาดชันด้านทิศเหนือของหาดมีค่าต่ำที่สุด เมื่อเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงชายหาดในเดือนมีนาคม ๒๕๖๕ โดยพบว่า หาดด้านทิศใต้มีปริมาณตะกอนทรายเพิ่มมากขึ้น และไม่พบร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่

see more…