Home

ข่าว

ติดตามโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลสงขลา

ที่มา: Facebook page กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ กรม ทช. โดยศูนย์วิจัย ทช. อ่าวไทยตอนล่าง ติดตามสภาพระบบนิเวศชายหาดและสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศหาดทรายบริเวณพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล หาดทรายแก้ว หาดม่วงงาม และหาดมหาราช จ.สงขลา ผลการตรวจสอบที่หาดทรายแก้วยังคงพบเศษหินจากการก่อสร้างถูกทับถมอยู่ใต้ชั้นผิวทรายลึกลงไป ๑๕ ซม. ชั้นเศษหินมีความหนาประมาณ ๑๒ ซม. และพบสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศหาดทรายน้อยมาก ส่วนพื้นที่หาดม่วงงาม บริเวณหน้าหาดเริ่มมีตะกอนทรายธรรมชาติถูกคลื่นซัดมาทับถมตลอดแนว และจากการเก็บตะกอนดินโดยใช้ท่อเจาะมาวิเคราะห์ไม่พบเศษหินจากการก่อสร้างแต่สภาพชายหาดทั่วไปยังพบเศษวัสดุก่อสร้างเป็นระยะๆ (เหล็กเสาเข็ม) ส่วนพื้นที่ชายฝั่งในทะเลก็ยังมีกองหินจากการก่อสร้างจมอยู่ใต้น้ำ และเริ่มจะพบจำนวนสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศหาดทราย แสดงถึงการเริ่มคืนสภาพระบบนิเวศหาดทรายหลังจากถูกระงับการก่อสร้าง ส่วนพื้นที่ชายหาดมหาราช ยังคงมีงานก่อสร้าง แม้จะไม่พบเศษหินจากการก่อสร้างปนเปื้อนในระบบนิเวศหาดทรายในพื้นที่ข้างเคียง แต่พบสิ่งมีชีวิตได้น้อยมาก

ร่วมประชุมรับฟังผลกระทบสิ่งแวดล้อม นครศรีธรรมราช

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๕ (สงขลา) เข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ ๑ โครงการออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม เขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล พื้นที่ชายฝั่งทะเล ต.ท่าขึ้น และ ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ณ อาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนวัดทางขึ้น ม.๑ ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช จัดโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อชี้แจงรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้มีแผนการก่อสร้างโครงการดังกล่าวในพื้นที่ ม.๓ ต.ท่าขึ้น ความยาว ๗๐๐ ม. และ ม.๑ ต.ท่าขึ้น และ ม.๑๐ ต.ท่าศาลา ความยาว ๒,๔๐๐ ม. รวมระยะทางการก่อสร้างทั้งสิ้น ๓,๑๐๐ ม. มีผู้เข้าร่วมประมาณ ๑๐๐ คน ประกอบด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานราชการ ทั้งส่วนภูมิภาค […]

สุดทน! นักท่องเที่ยวเก็บขยะลอยเกลื่อนหน้าหาดพัทยา

ที่มา: https://siamrath.co.th/ วันที่ 18 พ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีขยะลอยมาตามชายหาดพัทยาจำนวนมาก จึงได้ลงตรวจสอบที่ชายหาดพัทยาบริเวณแยกพัทยากลาง จ.ชลบุรี โดยพบว่าบริเวณชายหาดมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเล่นน้ำจำนวนมาก แต่บริเวณชายหาดพัทยานั้นพบขยะจำนวนมากลอยเกยเต็มหาดพัทยา ตั้งแต่พัทยาใต้จนถึงหาดพัทยาเหนือ ทั้งไม้ ถุงพลาสติก ขวด เศษโฟม โดยพบว่าขยะทั้งหมดนั้นลอยมาตามชายหาดพัทยา โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชายหาดพัทยาหลายคนทนไม่ไหวต่างช่วยกันเดินเก็บขยะเพื่อให้ทะเลที่เมืองพัทยาสะอาด นอกจากนี้เพื่อให้ลูกหลานสามารถลงเล่นน้ำโดยไม่มีขยะอีกด้วย อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวบางส่วนได้แจ้งให้ทางเมืองพัทยาให้มาช่วยกันเก็บขยะที่ลอยเต็มหาดพัทยา

คลื่นทะเลแรงกัดเซาะ “หาดชลาทัศน์” พัง

ที่มา: https://www.facebook.com/MGR.Online.South/ คลื่นทะเลแรงกัดเซาะ “หาดชลาทัศน์” พัง ซัดทรายถมหายลามลึกเข้าฝั่งต่อเนื่อง. ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ – ชายหาดชลาทัศน์แหล่งท่องเที่ยวแหลมสมิหลา จ.สงขลาเริ่มได้รับผลกระทบจากการถูกคลื่นกัดเซาะชายฝั่งจนกลายเป็นหน้าผาย่อมๆ หลังจากต้องเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวนคลื่นลมในทะเลแรง. วันนี้ (10 พ.ย.) ที่บริเวณชายหาดชลาทัศน์ แหลมสมิหลา แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของ จ.สงขลา เริ่มได้รับผลกระทบจากคลื่นลมในทะเลที่มีกำลังแรงขึ้น คลื่นกัดเซาะจนกลายเป็นหน้าผาขนาดย่อมๆ โดยเฉพาะบริเวณบ้านเก้าเส้งจนถึงบริเวณหน้าสนามมวยฐานทัพเรือสงขลา และมีแนวโน้มที่จะถูกคลื่นกัดเซาะกินพื้นที่ชายหาดลึกเข้ามาอย่างต่อเนื่อง.จุดที่ถูกคลื่นกัดเซาะจนเสียหายเป็นบริเวณที่มีการดูดทรายจากทะเลขึ้นมาถมชายหาดเพื่อแก้ปัญหาคลื่นกัดเซาะชายหาด แต่ขณะนี้ปรากฎว่ากลับถูกคลื่นกัดเซาะชายฝั่งขึ้นอีกครั้งและเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูมรสุมของทุกปี .นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวบริเวณดังกล่าวต้องระวังเพราะอาจจะไม่ได้รับความสะดวกเนื่องจากพื้นที่ที่ถูกคลื่นกัดเซาะกลายเป็นหน้าผาย่อมเดินขึ้นลงชายทะเลลำบาก

สำรวจพื้นที่กัดเซาะชายฝั่งวัดเทสก์ธรรมนาวา พังงา

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 กรม ทช. โดยกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง สำรวจพื้นที่ชายฝั่ง บริเวณวัดเทสก์ธรรมนาวา (วัดท่าไทร) ต.ท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา อยู่ในระบบหาดท้ายเหมือง (T7E201) โดยติดตั้งรั้วดักทรายความยาวตามแนวชายฝั่ง 210 เมตร เพื่อเป็นการลดผลกระทบจากการกัดเซาะบริเวณจุดสิ้นสุดของโครงสร้างเขื่อนหินทิ้ง (Revetment) พบว่าบริเวณรั้วดักทรายมีความลาดชันชายหาดน้อยกว่าบริเวณหน้าโครงสร้างเขื่อนหินทิ้ง

ตะลึง! พบท่อปริศนาโผล่ใกล้หาดกระทิงลาย

ที่มา: https://www.facebook.com/PattayaWatchdog ตะลึงพบท่อปริศนาโผล่ใกล้หาด บริเวณโดยรอบไม่พบว่ามีการติดตั้งป้ายบอกชื่อโครงการ แถมติดป้ายห้ามถ่ายรูป! เหตุใดสวนสาธารณะหาดกระทิงลาย ห้ามถ่ายรูป??? ประชาชนคนพัทยาสงสัย ท่ออะไร ขนาดใหญ่ วางพาดทาง คล้ายจะมีการวางท่อระบายน้ำ ส่งลงทะเล ข้างๆ แนววางท่อ มีป้ายกำกับห้ามสูบบุหรี่ อันนี้ เข้าใจได้ห้ามถ่ายรูป??? ห้ามทำไม มีอะไรที่ต้องปิดบังซ่อนเร้น? หรือเป็นข้อมูลที่ต้องคุ้มครอง ความลับ ทรัพย์สินทางปัญญา? อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกา การถ่ายภาพในที่สาธารณะ ไม่มีความผิด เมืองพัทยา ควรชี้แจง ว่า ใช้อำนาจอะไรในการวางป้ายห้ามถ่ายรูป มีกฎหมายรองรับหรือไม่? สวนสาธารณะ เป็นพื้นที่สาธารณะ ที่ประชาชน ใช้ประโยชน์ ร่วมกัน ในทางกลับการ การนำท่อ ไปวางไว้เช่นนี้ คือการลิดรอนสิทธิ์ของประชาชนผู้ใช้บริการสวนสาธารณะ หากมีโครงการก่อสร้าง เมืองพัทยาจำเป็นต้องชี้แจง ว่า กำลังดำเนินโครงการอะไร ซึ่งควรติดป้ายแจ้งรายละเอียดโครงการ ตามแนวนโยบายมหาดไทยสะอาด แต่หากไม่มีการดำเนินโครงการก่อสร้าง ใครคือผู้ใช้สถานที่สวนสาธารณะ วางท่อเช่นนี้? ละเมิดสิทธิ์สาธารณะหรือไม่? ผู้บริหารเมืองพัทยา โปรดชี้แจง ตามแนวทางความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ

น้ำท่วมริมถนนเลียบหาดพัทยา (อีกแล้ว)

ที่มา: https://www.facebook.com/PattayaWatchdog นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ในช่วงเวลา 25 เดือนของการทำหน้าที่นายกเมืองพัทยาได้ช่วยยกภูเขาออกจากอกพี่น้องชาวเมืองพัทยาไปได้เกือบ 100% ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งบรรเทาไปได้แล้วประมาณ 80% ถูกแก้ไขด้วยการปรับปรุงระบบระบายน้ำที่มีอยู่เดิมให้มีขีดความสามารถในการระบายน้ำได้ดีขึ้น เร็วขึ้น ทำให้น้ำที่เคยท่วมขังนานเป็นชั่วโมงสองชั่วโมง เหลือไม่เกิน 45 นาที

ตรวจติดตามผลการแก้ไขปัญหากัดเซาะชายฝั่งอ่าวปัตตานี

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๓ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๙ (ปัตตานี) ตรวจสอบสถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่อ่าวปัตตานี ต.ตันหยงลุโละ และ ต.บาราโหม อ.เมือง จ.ปัตตานี เพื่อนำข้อมูลสถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งจัดทำรายละเอียดคำขอโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง โดยวิธีปักไม้ไผ่ชะลอคลื่นในพื้นที่หาดโคลน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งต่อไป

เครือข่ายอ่าวบ้านดอน จี้ยุติเขื่อนหินทิ้งทำลายชายฝั่งท่าชนะ

ที่มา: https://www.csitereport.com/#!/newsfeed?id=0000015102 วันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2563 เวลา 09.00 น. เครือข่ายอ่าวบ้านดอน และกลุ่มองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นตำบลวัง อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ร่วมกันยื่นหนังสือร้องเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผอ.กอ.รมน.สุราษฎร์ธานี และโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผ่านศูนย์ดำรงธรรม ให้ยุติโครงการก่อสร้างเขื่อนหินทิ้งป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งอำเภอท่าชนะ เหตุเพราะไม่มีการกัดเซาะชายฝั่งมากกว่า 9 ปี โดยมีเนื้อหาในหนังสือ ดังนี้ เรื่อง ขอให้ยุติโครงการก่อสร้างเขื่อนหินทิ้งเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง อำเภอท่าชนะ เรียน ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตามที่ กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้มีโครงการสร้างเขื่อนหินทิ้งเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง อำเภอท่าชนะ บริเวณชายหาดบ้านหาดสมบูรณ์ หมู่ที่ ๓ ตำบลวัง โดยผู้แทนชุมชนบ้านหาดสมบูรณ์ ให้ข้อมูลว่าโครงการดังกล่าวได้มีการจัดเวทีประชาคมขึ้นภายหลังเหตุมหาอุทกภัย พ.ศ.๒๕๕๔ เหตุเพราะชายหาดบ้านหาดสมบูรณ์เกิดการกัดเซาะเสียหาย และต่อมา พ.ศ.๒๕๖๐ ได้มีการจัดเวทีประชาคม ครั้งที่ ๒ ไปแล้วนั้น ทั้งนี้ จากการจัดเวทีประชาคมของกรมโยธาธิการและผังเมืองที่ผ่านมา พบว่า มีการให้ข้อมูลเพียงด้านเดียว คือข้อดีของการสร้างเขื่อนหินทิ้ง โดยไม่มีการให้ข้อมูลผลกระทบที่ชุมชนชายฝั่งจะได้รับ ในขณะเดียวกันภายหลังเหตุอุทกภัย ชายหาดบริเวณดังกล่าวมีการทับถมของทรายทำให้เกิดแผ่นดินงอกใหม่ ยื่นออกไปจากชายหาดเดิมประมาณ […]

ชาวบ้านมีมติ ไม่เอากำแพงป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง เขารูปช้าง จ.สงขลา

ที่มา:https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๓ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๕ (สงขลา) ร่วมกับกรมเจ้าท่า ที่ปรึกษาโครงการก่อสร้างกำแพงป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ทสจ.สงขลา สิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๖ และประชาชนในพื้นที่ ๑๕๐ คน เข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และชี้แจงข้อมูลโครงการก่อสร้างกำแพงป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณ ม.๓–๗ ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา เนื่องจากได้รับข้อร้องเรียนและข้อกังวลจากประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับโครงการก่อสร้างฯ ที่ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงการทำประชาพิจารณ์ให้ก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่ง เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง แต่ได้กำแพงป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งชาวบ้านเกรงว่าหาดทรายจะหายไป วิถีประมงพื้นบ้านต้องเปลี่ยนไป ทรัพยากรสัตว์น้ำอาจจะสูญหายไปด้วย ซึ่งในที่ประชุมมีมติไม่รับโครงการก่อสร้างกำแพงป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง โดยให้เจ้าของโครงการและผู้รับจ้างหยุดการก่อสร้างจนกว่าจะมีข้อสรุปจากเจ้าของโครงการฯ

see more…

สถานการณ์ชายฝั่งทะเล

ความคืบหน้า งานก่อสร้างกำแพงกันคลื่น ณ หาดสวนสน ระยอง

Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของชายหาดสวนสน จ.ระยอง ไปบ้างแล้ว ทั้งงานก่อสร้างกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได [https://beachlover.net/กำแพงกันคลื่น-ไปต่อหรือพอแค่นี้/] ความเสียหายของพื้นที่ด้านบนของกำแพงกันคลื่นแบบตั้งตรงที่มีอยู่เดิม [https://beachlover.net/ปรักหักพัง-หาดสวนสน/] ครั้งนี้ Beach Lover ได้ลงสำรวจพื้นที่อีกครั้งเมื่อปลายเดือน พ.ย.2563 พบว่า กำแพงกันคลื่นนี้อาจจะไม่เสร็จตามแผนที่วางไว้ในอีกไม่ถึงเดือนคือ เดือนธันวาคม 2563 พบว่าพื้นที่ทางทิศตะวันตกของแนวกำแพง โครงสร้างหลักคือขั้นบันไดนั้นสร้างเกือบเสร็จแล้ว ยังคงเหลือโครงสร้างด้านบนสุดตรงสันกำแพงและการปรับภูมิทัศน์ ส่วนพื้นที่ทางทิศตะวันออกของแนวกำแพงพบเพียงงานขึ้นโครงเหล็กและหล่อโครงสร้างหลักทิ้งไว้เท่านั้น สภาพโดยรวมมีคนงานทำงานอยู่ไม่มาก กำแพงกันคลื่นที่ปรากฏ ณ หาดสวนสนนี้ นับว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการป้องกันตลิ่งริมทะเล โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองที่ใช้รูปแบบกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได้เหมือนกับในอีกหลายๆพื้นที่ ที่ดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้ว และกำลังสร้างอยู่ รวมถึงที่กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นไปบ้างแล้ว ก็ออกมาเป็นรูปแบบเดียวกันนี้ โดยทางกรมโยธาธิการและผังเมืองได้เคยชี้แจงเหตุผลในที่ประชุมหลายๆเวทีไว้ว่า “รูปแบบนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันชายฝั่งได้ดี หยุดการขยับของตลิ่ง ทำให้ชายฝั่งมีเสถียรภาพ สามารถลดความรุนแรงของคลื่นและลดการสะท้อนของคลื่นได้ ทำให้ลดปัญหาการคุ้ยทราย ลดการพัดพาทรายด้านหน้าหาดได้ในระดับหนึ่ง โครงสร้างได้ออกแบบให้มีความลาดชันเพียงพอต่อการให้ทรายไต่ขึ้นมาสะสมบริเวณหน้าโครงสร้างได้ นอกจากนั้น ระดับโครงสร้างถูกออกแบบให้มีความสูงเพียงพอในการป้องกันคลื่นซัดกระเซ็นข้ามสันคลื่นในฤดูมรสุมได้” หลังงานก่อสร้างแล้วเสร็จ Beach Lover จะลงสำรวจอีกครั้งและกลับมานำเสนอในโอกาสต่อไป

การเปิด-ปิด ของสันทรายปากคลองสำโรง

คลองสำโรงเป็นคลองที่เชื่อมระหว่างทะเลในเขตเทศบาลนครสงขลากับเทศบาลเมืองเขารูปช้าง ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นเส้นทางสัญจรมาตั้งแต่สมัยโบราณกาลแล้ว และเชื่อมระหว่างทะเลอ่าวไทยกับทะเลสาบสงขลา ทำให้ซึ่งคลองสำโรงนี้มีความเป็นมายาวนานคู่กับประวัติศาสตร์เมืองสงขลา ซึ่งเดิมได้ใช้เส้นคลองสายนี้เป็นเส้นทางการค้าขายหรือการเข้ามาของเรือสำเภา เมื่อชุมชนมีมากขึ้น เส้นทางแห่งนี้ก็เริ่มมีปัญหาในเขตชุมชนหนาแน่นขึ้น ประกอบกับระบบระบายน้ำเสียที่ไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็นในคลอง อีกปัญหาหนึ่งที่เกี่ยวเนื่องกันคือ ปากคลองสำโรงฝั่งทะเลอ่าวไทยมักถูกปิดตามธรรมชาติ จากการพัดพาของทรายมาปิดปากคลองในบางฤดูกาล ยิ่งส่งผลให้น้ำในคลองไหลถ่ายเทไม่สะดวก ชาวบ้านในชุมชนเก้าเส้งผู้ใช้ประโยชน์จากคลองได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบหลายวาระโอกาส เช่น https://siamrath.co.th/n/161620 และ https://beachlover.net/ชุมชนเก้าแสนเดือดร้อน-ทช-สงขลาเร่งช่วยแก้ปัญหา/ Beach Lover เองก็เคยนำเสนอเรื่องราวนี้ไปแล้วตามโพส https://beachlover.net/ปากคลองสำโรง-7-ต-ค-2562/ จากการตรวจสอบเบื้องต้นโดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียม Google Earth ทั้งหมด 28 ช่วงเวลาตั้งแต่ ธันวาคม 2014 ถึง กรกฎาคม 2020 พบว่า ปากคลองสำโรงถูกปิด 18 ครั้ง และเปิด 10 ครั้ง ตลอดระยะเวลาเท่าที่มีข้อมูลกว่า 6 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นทั้งจากธรรมชาติที่กระบวนการชายฝั่งทะเลพัดพาเอาทรายมาทับถมที่ปากคลอง และเกิดจากการเปิดปากร่องน้ำโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อบรรเทาปัญหาให้ชาวบ้านในชุมชน Beach Lover ได้ลงสำรวจปากคลองสำโรงเมื่อวันที่ 18 พ.ย.2563 พบว่าปากคลองสำโรงได้ถูกเปิดออก โดยพบกองทรายขนาดใหญ่อยู่ริมชายหาดหน้าชุมชนเก้าเส้ง […]

บางขุนเทียน ทะเลกรุงเทพ

“ทะเลกรุงเทพ” ของจริงอยู่ที่นี่ ไม่ใช่ “สวนสยาม” อย่างที่ใครเค้ากล่าวอ้างแต่อย่างใด! กรุงเทพมหานครมีอาณาเขตติดทะเลประมาณ 5 กิโลเมตร ในเขตบางขุนเทียน ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี ชายฝั่งทะเลถูกกัดกินลึกเข้าไปแล้วกว่า 1 กิโลเมตร กรุงเทพมหานครพยายามต่อสู้กับธรรมชาติโดยการปักเสาไฟฟ้า ปลูกป่าชายเลน ปักไม้ไผ่มาอย่างต่อเนื่อง แม้กิจกรรมหลักจะไม่ได้ใช้งบประมาณประจำปีของกรุงเทพฯ แต่ก็เป็นงบประมาณที่มหาศาลมากจากภาคเอกชนผ่านทางมูลนิธิเพื่อปลูกป่าชายเลน ล่าสุดได้วางแผนใช้งบประมาณ 1,400 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่ง (Breakwater) ท่าเรือ ทางเดินธรรมชาติ และศูนย์การเรียนรู้เรื่องการกัดเซาะชายฝั่ง โดยโครงการทั้งหมดนั้นผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เรียบร้อยแล้ว เมื่อหลายเดือนก่อนงบก้อนนี้ถูกตีตกไปในการพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 แต่กรุงเทพมหานครยังคงไม่ลดละความพยายาม ปัจจุบันอยู่ระหว่างการของบประมาณปี 2565 เพื่อการดำเนินโครงการนี้ งบประมาณที่ใช้กว่า 1,400 ล้านบาท นั้น เท่ากับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เพื่อการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งของ 2 กรมรวมกันคือกรมเจ้าท่าและกรมโยธาธิการและผังเมือง แต่ครั้งนี้จะใช้เพื่อป้องกันชายฝั่งกรุงเทพมหานครระยะทางเพียง 5 กิโลเมตร ?!?!?

กำแพงกันคลื่นหน้าหาดแก้วยามมรสุม

โรงแรมหาดแก้วรีสอร์ท ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของทางเข้าทะเลสาบสงขลาและท่าเทียบเรือน้ำลึกสงขลา ในอดีตเคยมีหาดทรายกว้างด้านหน้าโรงแรม บางฤดูกาลก็เกิดชายหาดสองชั้น คือด้านในเป็นแอ่งน้ำและมีสันทรายด้านนอกอีกชั้นหนึ่ง Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของพื้นที่ชายฝั่งแถบหาดแก้วรีสอร์ทไปหลายครั้งแล้ว ติดตามบางส่วนได้จาก https://beachlover.net/หาดหน้าโรงแรมหาดแก้ว/. ครั้งนี้ Beach Lover ได้มีโอกาสติดตามการเปลี่ยนแปลงของชายหาดด้านหน้าโรงแรมอีกครั้ง ในช่วงเริ่มต้นฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพอดี พบหาดทรายด้านหน้ารีสอร์ท ซึ่งอยู่ด้านหลังกำแพงกันคลื่นบัดนี้เป็นทรายค่อนข้างหยาบผสมกับทรายก่อสร้างและพบเศษวัสดุขนาดเล็กที่หลงเหลือจากงานก่อสร้างกำแพงกันคลื่นด้านหน้าปะปน นอกจากนี้ยังไม่พบชายหาดด้านหน้ากำแพงกันคลื่น เนื่องจากผลกระทบของกำแพงกันคลื่นจะทำให้ชายหาดด้านหน้ากำแพงค่อยๆหดหายไป [อ่านเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/กำแพงกันคลื่น-ไปต่อหรือพอแค่นี้/] แม้ช่วงเวลาที่ลงสำรวจนั้นเป็นช่วงที่น้ำเพิ่งลงต่ำสุดไปไม่นาน แต่มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือก็ส่งผลให้ระดับน้ำยกตัวสูงขึ้นกว่าปกติ และยังส่งผลให้คลื่นสูงและมีกำลังแรงกว่าปกติด้วย พบว่าคลื่นกระโจนข้ามสันกำแพงกันคลื่นในทุกตำแหน่งตลอดแนวชายฝั่งหน้าโรงแรม และเข้าท่วมขังในพื้นที่หาดทรายด้านหลังกำแพงจนเกิดเป็นแอ่ง แม้หน่วยงานผู้รับผิดชอบจะออกแบบระบบระบายน้ำด้านหลังกำแพงไว้แล้ว แต่ไม่สามารถระบายน้ำทะเลที่กระโจนข้ามสันโครงสร้างมาด้านหลังกำแพงได้ทัน หาดแก้วยามนี้ … ไม่หลงเหลือความสวยงามตามธรรมชาติอย่างที่เคยมีมาในอดีต สิ้นชื่อหาดแก้ว หาดที่เม็ดทรายสวยงามดั่งแก้วเป็นการถาวร

กำแพงกันคลื่นราคา 175 ล้านบาทต่อกิโลเมตร!

จ.สมุทรปราการตั้งอยู่บริเวณปากอ่าวไทย ชายฝั่งมีลักษณะเป็นหาดโคลนมีความยาวตามแนวชายฝั่งประมาณ 44 กิโลเมตร ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้เผชิญปัญหาการกัดเซาะเรื่อยมา ในส่วนของเทศบาลตำบลบางปูนั้นมีความยาวชายฝั่งประมาณ 20 กิโลเมตร ประกอบด้วย ต.ท้ายบ้าน ต.บางปูใหม่ และ ต.บางปู โดยเกือบทั้งหมดได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลด้วยการก่อสร้างเขื่อนหินเรียงริมชายฝั่งความยาวประมาณ 14 กิโลเมตร ภาพด้านล่างฝั่งซ้าย เป็นภาพเมื่อปี 2551 เทศบาลตำบลบางปูได้ดำเนินการปรับปรุงเสริมแนวเขื่อนเรียงหินเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณท้านซอยบางเมฆขาว-บริเวณคลองตำหรุ ส่วนภาพฝั่งขวา คือ สภาพหลังการปรับปรุงเขื่อนเรียงหินเดิมให้มีความแข็งแรงมากขึ้น โดยการเพิ่ม side slope และขยายความกว้างของสันเขื่อน ทำการปูยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีตบนแนวสันเขื่อน เพื่อใช้ประโยชน์ในการออกกำลังกายและการพักผ่อนหย่อนใจของประชาชน อีกทั้งยังมีการสร้างกำแพงเพื่อเสริมความสูงของเขื่อนเพื่อป้องกันการซัดของคลื่นที่รุนแรงในช่วงมรสุม (ที่มา: เทศบาลตำบลบางปู) ลักษณะของโครงสร้างแบบนี้ หากสร้างในคราวเดียวกัน ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ประเมินไว้ว่าใช้งบประมาณ 175 ล้านบาทต่อกิโลเมตร ซึ่งนับว่าเป็นกำแพงกันคลื่นริมชายฝั่งทะเลที่ราคาสูงที่สุดเท่าที่ Beach Lover เคยสำรวจข้อมูลมีตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

หาดชลาทัศน์กัดเซาะตามข่าว จริงหรือ?!?

จากข่าวการกัดเซาะชายหาดชลาทัศน์ที่สื่อท้องถิ่นนำเสนอภาพไปเมื่อวันที่ 10 พ.ย.2563 และ Beach Lover ได้นำมาแชร์ต่อไว้ใน https://beachlover.net/คลื่นทะเลแรงกัดเซาะ-หาดชลาทัศน์-พัง/ นั้น พบประเด็นที่อยากนำเสนอเพื่อความเข้าใจเพิ่มเติมตามนี้ บริเวณที่เห็นตามภาพข่าวนั้นคือพื้นที่ทางทิศใต้ของชายหาดชลาทัศน์ ที่ทางกรมเจ้าท่าได้เคยทำการเติมทรายชายหาดค้างไว้ ยังไม่แล้วเสร็จจวบจนถึงปัจจุบัน โดยใช้ทรายใต้ทะเลนอกฝั่งแถบแหลมสนอ่อนลำเลียงผ่านท่อเหล็กยาวประมาณ 4 กิโลเมตรกว่ามาเติมให้ชายหาดบริเวณนี้ โดยทาง Beach Lover และเครือข่ายได้ติดตามการทำงานของกรมเจ้าท่า ณ ชายหาดชลาทัศน์มาอย่างยาวนาน อ่านเพิ่มเติมถึงเรื่องราวนี้ได้จาก https://beachlover.net/หาดชลาทัศน์-ยามนี้-ยังสบายดีอยู่ไหม/ จากบทความที่ได้โพสไว้เมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2563 [https://beachlover.net/หาดชลาทัศน์-ยามนี้-ยังสบายดีอยู่ไหม/] แม้จะเป็นช่วงปลอดมรสุม แต่พบว่าชายหาดมีสภาพเหมือนที่ลงข่าวตามสื่อเมื่อวันที่ 10 พ.ย.2563 หากสาเหตุหลักเกิดการคลื่นลมแรงช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ภาพเมื่อเดือนสิงหาคม 2563 ซึ่งเป็นช่วงปลอดมรุสมคงจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้ การกัดเซาะแบบที่เราเห็นตามภาพนี้เกิดทรายที่นำมาเติมลงบนชายหาดนั้นมิได้ถูกปรับแต่งความลาดชันด้านหน้าหาดให้ลาดเอียงเหมาะกับการใช้ประโยชน์พื้นที่ ประกอบกับวัสดุที่นำมาเติมนั้นมีขนาดคละที่ไม่ถูกต้องตามหลัก [อ่านบทความวิชาการเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/การเติมทรายชายหาด/] จึงเกิดการแยกชั้นของวัสดุอย่างชัดเจนและเกิดการตัดเป็นหน้าผาชัน ส่วนการกัดเซาะที่มีลักษณะคล้ายทางระบายน้ำจากบนชายหาดลงสู่ทะเลนั้น เกิดจากน้ำที่ไหลลงจากบนฝั่งทั้งน้ำฝนและน้ำส่วนเกินจากทางระบายน้ำริมถนนไหลจากที่สูงไปสู่ที่ต่ำ เมื่อมีความแรงก็ไหลบ่ากัดเซาะเอาส่วนของทรายที่เติมอยู่ด้านบนซึ่งเป็นส่วนของตะกอนขนาดเล็กและเบา ซึ่งตามปกติจะถูกพัดพาและกัดเซาะง่ายอยู่แล้ว ไหลตามน้ำออกไปด้านนอกฝั่ง จึงเห็นเป็นลักษณะคล้ายช่องเปิดเลี้ยวไปมาบนชายหาด การเติมทรายชายหาดนั้นแม้จะเป็นมาตรการที่ส่งผลกระทบด้านลบน้อยต่อพื้นที่ที่ต้องการป้องกันและพื้นที่ข้างเคียงก็จริง [https://beachlover.net/เติมทรายชายหาด/] แต่มาตรการนี้มิใช่จะปฏิบัติได้ง่ายนัก ต้องคำนึงถึงแหล่งทราย วิธีการลำเลียง วิธีการเติม บดอัด และอื่นๆอีกมากมาย [บทความวิชาการ […]

ถึงคิวเกาะลิบง กับ หาดกำแพง ?!?

ลิบง เป็นชื่อของเกาะซึ่งตั้งอยู่ในน่านน้ำทะเลตรัง บริเวณปากแม่น้ำตรังและแม่น้ำปะเหลียน ห่างจากฝั่งบ้านเจ้าไหมไปทางทิศใต้ประมาณ 2 กิโลเมตร และมีขนาดพื้นที่ใหญ่กว่าเกาะใด ๆ ที่อยู่เขตปกครองของจังหวัดนี้ เกาะลิบงที่มีฐานะเป็นตำบล ที่อยู่ในเขตปกครองของอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง มีพื้นที่ประมาณ 35 ตารางกิโลเมตร (https://th.wikipedia.org/wiki/เกาะลิบง) เกาะลิบงเมื่อปีก่อนเริ่มเป็นที่กล่าวถึงกันอย่างกว้างขวางและเป็นที่รู้จักต่อสาธารณะมากขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากเป็นแหล่งพักรักษาตัวของพยูนมาเรียม อันที่จริงแล้วเกาะลิบงมีชื่อเสียงเรื่องพยูนมาเนิ่นนานแล้วด้วยเป็นแหล่งหญ้าทะเลซึ่งเป็นอาหารของพยูน จึงเป็นพื้นที่แหล่งหากินของพยูนมาแต่ครั้งอดีต ปัจจุบันประกาศเป็นเขตอนุรักษ์ Beach Lover ได้สำรวจความสมบูรณ์ของทรัพยากรบนเกาะลิบงและพื้นที่ชายหาดรอบๆเกาะ พบทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันหลากหลาย บางโซนของเกาะเป็นหาดทรายขาวยาวสวย บางโซนเป็นหาดโคลนบนทราย บางโซนเป็นท้องทุ่งหญ้าทะเล บางโซนเป็นโขดหินรูปร่างแปลกตา งานสำรวจเกิดขึ้นมาตั้งแต่ต้นปี 2563 แต่ไม่ได้มีโอกาสหยิบยกมาเล่าสู่กันฟัง จนถึงวันนี้ วันที่บางส่วนของชายหาดบนเกาะลิบงกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลง รอบๆเกาะไร้ร่องรอยของการกัดเซาะชายฝั่งยกเว้นเพียงพื้นที่เดียวคือพื้นที่หมู่ 5 บ้านหลังเขา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะซึ่งเป็นทะเลเปิด เป็นพื้นที่ของชุมชนประมงที่ตั้งอยู่ด้านหลังเกาะกวาง ช่วงที่ Beach Lover ลงสำรวจพื้นที่เป็นช่วงปลอดมรสุม คลื่นลมสงบยังไม่พบร่องรอยการกัดเซาะใดๆ แต่พบซากปรักหักพังของเศษวัสดุมากมายรวมถึงเศษซากแห่งความพยายามป้องกันพื้นที่ชายฝั่งนี้ให้รอดพ้นจากการกัดเซาะในอดีต ชาวบ้านเล่าให้เราฟังว่า หาดแถบนี้เริ่มเปลี่ยนแปลงไปหลังเกิด Tsunami เมื่อปี 2547 หลังจากนั้นทางท้องถิ่นก็ได้ก่อสร้างกำแพงกันคลื่นและถนนเลียบหาดแบบไม่ได้มาตรฐานนัก ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพเชิงกายภาพครั้งใหญ่ของหาดในหมู่ที่ 5 นี้ โดยระยะต่อมาโครงสร้างเกือบทั้งหมดได้พังทลายลงและส่งผลกระทบให้หาดกัดเซาะไปเรื่อยๆจวบจนถึงปัจจุบัน ทางท้องถิ่นได้ประสานไปหลายหน่วยงานรวมถึงนักวิชาการหลายสำนัก […]

ความคืบหน้างานก่อสร้างหาดขั้นบันได @ หาดชะอำใต้

Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของงานก่อสร้างกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได ณ หาดชะอำใต้ไปแล้วตามนี้ https://beachlover.net/หาดขั้นบันได-ชะอำ/ และ https://beachlover.net/กัดเซาะ-ชะอำ-เอาไงดี/ งานก่อสร้างกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ณ ชายหาดชะอำปัจจุบันประกอบด้วย 3 ระยะ (1) งบประมาณปี 2562 ช่วง กม.0+780-2+228 ยาว 1.438 กิโลเมตร งบประมาณ 102.974 ล้านบาท (2) งบประมาณปี 2563 ช่วง กม.2+228 – 2+985 ยาว 1.219 กิโลเมตร งบประมาณ 74.963 ล้านบาท (3) งบประมาณปี 2564 ช่วง กม.0+000 – 0+318 ยาว 0.318 กิโลเมตร งบประมาณ 48.5 ล้านบาท รวมระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร ตั้งแต่สามแยกที่เป็นลานเอนกประสงค์เรื่อยลงไปทางทิศใต้ของหาดชะอำใต้ โครงสร้างบริเวณนี้ออกแบบไว้เป็นกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได […]

ด่วน! พบการขุดบ่อบนหาดม่วงงาม ?

Beach Lover ได้นำเสนอเรื่องราวของชายหาดม่วงงาม จ.สงขลา กรณีที่ชาวบ้านฟ้องร้องการดำเนินงานของภาครัฐจนนำเรื่องขึ้นสู่ศาลปกครองไปแล้วหลายครั้ง ติดตามได้จากโพสเก่าๆ (ใช้ Icon ค้นหา รูปแว่นขยายบนหน้าหลักของ Website ค้นหาคำว่า “ม่วงงาม”) ศาลปกครองจังหวัดสงขลาได้ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวไปแล้วเมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2563 [https://beachlover.net/คุ้มครอง-ม่วงงาม/] นับจนถึงวันนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบก็ได้ยุติการดำเนินงานทั้งหมดและได้ทำการรื้อถอนเครื่องจักรหนักออกจากชายหาดจนหมด มาวันนี้พบว่า มีการขุดหลุมทรายบนชายหาดหน้าพื้นที่ที่ชาวบ้านเคยใช้เพื่อจัดกิจกรรม Save หาดม่วงงาม อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดก่อนและระหว่างการฟ้องคดี ขนาดประมาณ 5X3 เมตร และลึกไม่เกิน 1 เมตร ดังรูป เท่าที่สังเกตพบว่าไม่ปรากฏป้ายประชาสัมพันธ์โครงการว่ามีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร และดำเนินการโดยหน่วยงานใด คาดเดาเอาเองว่าน่าจะเป็นหน่วยงานรัฐเพราะพื้นที่สาธารณะแบบนี้ไม่อนุญาตให้เอกชนดำเนินการลักษณะนี้ได้ แม้จะมีขนาดไม่ใหญ่มาก และอาจไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ประโยชน์บริเวณชายหาดมากนัก แต่การดำเนินการใดๆบนชายหาดซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์แบบนี้ จำเป็นต้องระบุถึงที่มา วัตถุประสงค์ หน่วยงานที่รับผิดชอบ และงบประมาณให้ชัดเจน เพราะหน่วยงานรัฐกำลังใช้ภาษีของประชาชนเพื่อประชาชน คำถามสำคัญที่เจ้าของโครงการต้องตอบจากการขุดหลุมทรายบนชายหาดสาธารณะก็คือ ทำไปเพื่อวัตถุประสงค์ใด และสมควรแก่เหตุหรือไม่ หรือเป็นมาตรการที่เกินจำเป็น ซึ่งเป็นประเด็นเดียวกันกับที่เคยตั้งคำถามกับโครงการกำแพงกันคลื่นชายหาดม่วงงามที่เคยเกิดขึ้นที่นี้และได้ถูกศาลยับยั้งชั่วคราวไป เนื่องจากการขุดหลุมทรายลักษณะนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงสัณฐานชายหาด และถือเป็นการทำลายพื้นที่ชายหาดโดยตรง เจ้าของโครงการจำเป็นต้องขออนุญาตขุดทรายบนชายหาดต่อกรมเจ้าท่า ตาม พรบ การเดินเรือของกรมเจ้าท่า [https://beachlover.net/พระราชบัญญัติเจ้าท่า/] และขออนุญาตเปลี่ยนแปลงสัณฐานชายฝั่งต่อกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งตาม พรบ ของกรม […]

คดีประวัติศาสตร์ “หาดกัดเพราะรัฐสร้าง” คาบสมุทรตากใบ นราธิวาส

ริมชายฝั่งบริเวณนี้ถูกกัดเซาะไปแล้วกว่า 18 ไร่ หลังการก่อสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่งตลอดแนวกว่า 20 กิโลเมตรบนคาบสมุทรตากใบ โดยกรมชลประทาน ชัยชนะจากการต่อสู้โดยลำพังของผู้หญิงคนนึงมาตลอดเกือบ 20 ปี ด้วยความเชื่ออย่างสุดใจว่า “ความจริงจะชนะทุกสิ่งแม้แต่ผู้ถืออำนาจรัฐ” จะถูกส่งต่อเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับนัก (อยาก) สู้ ทุกคน โครงการศึกษาเพื่อพัฒนาลุ่มน้ำโกลก เป็นหนึ่งในโครงการความร่วมมือกันระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แห่งประเทศไทยกับกระทรวงเกษตรแห่งมาเลเซียที่ตกลงความร่วมมือกันเมื่อ กุมภาพันธ์ 2522 โดยรัฐบาลออสเตรเลียได้ส่งคณะที่ปรึกษาคือ บริษัท Snowy Mountain Engineering Corporation Limited (SMEC, https://www.smec.com/en_au) และ Mc Gowan International Pty Ltd. (MGI) มาดำเนินการศึกษาความเหมาะสมโครงการในช่วงกันยายน 2526-กันยายน 2528 โดยองค์ประกอบของโครงการนั้นมีหลายส่วน มีระยะเวลาก่อสร้างตามแผนในปีงบประมาณ 2538-2548 แต่ส่วนที่สำคัญอันเป็นเหตุแห่งคดีนี้คือ การสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำโกลก (Jetty, https://beachlover.net/wp-content/uploads/2019/07/Jetty.pdf) และ รอดักทราย (Groin, https://beachlover.net/wp-content/uploads/2019/07/Groin.pdf) เรื่อยมาทางทิศเหนือตลอดแนวกว่า 20 กิโลเมตร บนคาบสมุทรตากใบ เหตุแห่งการสร้างรอดักทรายตลอดแนวกว่า […]

see more…

สถานการณ์ชายฝั่งทะเล

ความคืบหน้า งานก่อสร้างกำแพงกันคลื่น ณ หาดสวนสน ระยอง

Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของชายหาดสวนสน จ.ระยอง ไปบ้างแล้ว ทั้งงานก่อสร้างกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได [https://beachlover.net/กำแพงกันคลื่น-ไปต่อหรือพอแค่นี้/] ความเสียหายของพื้นที่ด้านบนของกำแพงกันคลื่นแบบตั้งตรงที่มีอยู่เดิม [https://beachlover.net/ปรักหักพัง-หาดสวนสน/] ครั้งนี้ Beach Lover ได้ลงสำรวจพื้นที่อีกครั้งเมื่อปลายเดือน พ.ย.2563 พบว่า กำแพงกันคลื่นนี้อาจจะไม่เสร็จตามแผนที่วางไว้ในอีกไม่ถึงเดือนคือ เดือนธันวาคม 2563 พบว่าพื้นที่ทางทิศตะวันตกของแนวกำแพง โครงสร้างหลักคือขั้นบันไดนั้นสร้างเกือบเสร็จแล้ว ยังคงเหลือโครงสร้างด้านบนสุดตรงสันกำแพงและการปรับภูมิทัศน์ ส่วนพื้นที่ทางทิศตะวันออกของแนวกำแพงพบเพียงงานขึ้นโครงเหล็กและหล่อโครงสร้างหลักทิ้งไว้เท่านั้น สภาพโดยรวมมีคนงานทำงานอยู่ไม่มาก กำแพงกันคลื่นที่ปรากฏ ณ หาดสวนสนนี้ นับว่าเป็นอีกหนึ่งโครงการป้องกันตลิ่งริมทะเล โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองที่ใช้รูปแบบกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได้เหมือนกับในอีกหลายๆพื้นที่ ที่ดำเนินการก่อสร้างเสร็จแล้ว และกำลังสร้างอยู่ รวมถึงที่กำลังเปิดรับฟังความคิดเห็นไปบ้างแล้ว ก็ออกมาเป็นรูปแบบเดียวกันนี้ โดยทางกรมโยธาธิการและผังเมืองได้เคยชี้แจงเหตุผลในที่ประชุมหลายๆเวทีไว้ว่า “รูปแบบนี้มีประสิทธิภาพในการป้องกันชายฝั่งได้ดี หยุดการขยับของตลิ่ง ทำให้ชายฝั่งมีเสถียรภาพ สามารถลดความรุนแรงของคลื่นและลดการสะท้อนของคลื่นได้ ทำให้ลดปัญหาการคุ้ยทราย ลดการพัดพาทรายด้านหน้าหาดได้ในระดับหนึ่ง โครงสร้างได้ออกแบบให้มีความลาดชันเพียงพอต่อการให้ทรายไต่ขึ้นมาสะสมบริเวณหน้าโครงสร้างได้ นอกจากนั้น ระดับโครงสร้างถูกออกแบบให้มีความสูงเพียงพอในการป้องกันคลื่นซัดกระเซ็นข้ามสันคลื่นในฤดูมรสุมได้” หลังงานก่อสร้างแล้วเสร็จ Beach Lover จะลงสำรวจอีกครั้งและกลับมานำเสนอในโอกาสต่อไป

การเปิด-ปิด ของสันทรายปากคลองสำโรง

คลองสำโรงเป็นคลองที่เชื่อมระหว่างทะเลในเขตเทศบาลนครสงขลากับเทศบาลเมืองเขารูปช้าง ระยะทางประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นเส้นทางสัญจรมาตั้งแต่สมัยโบราณกาลแล้ว และเชื่อมระหว่างทะเลอ่าวไทยกับทะเลสาบสงขลา ทำให้ซึ่งคลองสำโรงนี้มีความเป็นมายาวนานคู่กับประวัติศาสตร์เมืองสงขลา ซึ่งเดิมได้ใช้เส้นคลองสายนี้เป็นเส้นทางการค้าขายหรือการเข้ามาของเรือสำเภา เมื่อชุมชนมีมากขึ้น เส้นทางแห่งนี้ก็เริ่มมีปัญหาในเขตชุมชนหนาแน่นขึ้น ประกอบกับระบบระบายน้ำเสียที่ไม่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสียและส่งกลิ่นเหม็นในคลอง อีกปัญหาหนึ่งที่เกี่ยวเนื่องกันคือ ปากคลองสำโรงฝั่งทะเลอ่าวไทยมักถูกปิดตามธรรมชาติ จากการพัดพาของทรายมาปิดปากคลองในบางฤดูกาล ยิ่งส่งผลให้น้ำในคลองไหลถ่ายเทไม่สะดวก ชาวบ้านในชุมชนเก้าเส้งผู้ใช้ประโยชน์จากคลองได้ร้องเรียนไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบหลายวาระโอกาส เช่น https://siamrath.co.th/n/161620 และ https://beachlover.net/ชุมชนเก้าแสนเดือดร้อน-ทช-สงขลาเร่งช่วยแก้ปัญหา/ Beach Lover เองก็เคยนำเสนอเรื่องราวนี้ไปแล้วตามโพส https://beachlover.net/ปากคลองสำโรง-7-ต-ค-2562/ จากการตรวจสอบเบื้องต้นโดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียม Google Earth ทั้งหมด 28 ช่วงเวลาตั้งแต่ ธันวาคม 2014 ถึง กรกฎาคม 2020 พบว่า ปากคลองสำโรงถูกปิด 18 ครั้ง และเปิด 10 ครั้ง ตลอดระยะเวลาเท่าที่มีข้อมูลกว่า 6 ปีที่ผ่านมา ซึ่งเกิดขึ้นทั้งจากธรรมชาติที่กระบวนการชายฝั่งทะเลพัดพาเอาทรายมาทับถมที่ปากคลอง และเกิดจากการเปิดปากร่องน้ำโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อบรรเทาปัญหาให้ชาวบ้านในชุมชน Beach Lover ได้ลงสำรวจปากคลองสำโรงเมื่อวันที่ 18 พ.ย.2563 พบว่าปากคลองสำโรงได้ถูกเปิดออก โดยพบกองทรายขนาดใหญ่อยู่ริมชายหาดหน้าชุมชนเก้าเส้ง […]

บางขุนเทียน ทะเลกรุงเทพ

“ทะเลกรุงเทพ” ของจริงอยู่ที่นี่ ไม่ใช่ “สวนสยาม” อย่างที่ใครเค้ากล่าวอ้างแต่อย่างใด! กรุงเทพมหานครมีอาณาเขตติดทะเลประมาณ 5 กิโลเมตร ในเขตบางขุนเทียน ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี ชายฝั่งทะเลถูกกัดกินลึกเข้าไปแล้วกว่า 1 กิโลเมตร กรุงเทพมหานครพยายามต่อสู้กับธรรมชาติโดยการปักเสาไฟฟ้า ปลูกป่าชายเลน ปักไม้ไผ่มาอย่างต่อเนื่อง แม้กิจกรรมหลักจะไม่ได้ใช้งบประมาณประจำปีของกรุงเทพฯ แต่ก็เป็นงบประมาณที่มหาศาลมากจากภาคเอกชนผ่านทางมูลนิธิเพื่อปลูกป่าชายเลน ล่าสุดได้วางแผนใช้งบประมาณ 1,400 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่ง (Breakwater) ท่าเรือ ทางเดินธรรมชาติ และศูนย์การเรียนรู้เรื่องการกัดเซาะชายฝั่ง โดยโครงการทั้งหมดนั้นผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เรียบร้อยแล้ว เมื่อหลายเดือนก่อนงบก้อนนี้ถูกตีตกไปในการพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 แต่กรุงเทพมหานครยังคงไม่ลดละความพยายาม ปัจจุบันอยู่ระหว่างการของบประมาณปี 2565 เพื่อการดำเนินโครงการนี้ งบประมาณที่ใช้กว่า 1,400 ล้านบาท นั้น เท่ากับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เพื่อการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งของ 2 กรมรวมกันคือกรมเจ้าท่าและกรมโยธาธิการและผังเมือง แต่ครั้งนี้จะใช้เพื่อป้องกันชายฝั่งกรุงเทพมหานครระยะทางเพียง 5 กิโลเมตร ?!?!?

กำแพงกันคลื่นหน้าหาดแก้วยามมรสุม

โรงแรมหาดแก้วรีสอร์ท ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของทางเข้าทะเลสาบสงขลาและท่าเทียบเรือน้ำลึกสงขลา ในอดีตเคยมีหาดทรายกว้างด้านหน้าโรงแรม บางฤดูกาลก็เกิดชายหาดสองชั้น คือด้านในเป็นแอ่งน้ำและมีสันทรายด้านนอกอีกชั้นหนึ่ง Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของพื้นที่ชายฝั่งแถบหาดแก้วรีสอร์ทไปหลายครั้งแล้ว ติดตามบางส่วนได้จาก https://beachlover.net/หาดหน้าโรงแรมหาดแก้ว/. ครั้งนี้ Beach Lover ได้มีโอกาสติดตามการเปลี่ยนแปลงของชายหาดด้านหน้าโรงแรมอีกครั้ง ในช่วงเริ่มต้นฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพอดี พบหาดทรายด้านหน้ารีสอร์ท ซึ่งอยู่ด้านหลังกำแพงกันคลื่นบัดนี้เป็นทรายค่อนข้างหยาบผสมกับทรายก่อสร้างและพบเศษวัสดุขนาดเล็กที่หลงเหลือจากงานก่อสร้างกำแพงกันคลื่นด้านหน้าปะปน นอกจากนี้ยังไม่พบชายหาดด้านหน้ากำแพงกันคลื่น เนื่องจากผลกระทบของกำแพงกันคลื่นจะทำให้ชายหาดด้านหน้ากำแพงค่อยๆหดหายไป [อ่านเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/กำแพงกันคลื่น-ไปต่อหรือพอแค่นี้/] แม้ช่วงเวลาที่ลงสำรวจนั้นเป็นช่วงที่น้ำเพิ่งลงต่ำสุดไปไม่นาน แต่มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือก็ส่งผลให้ระดับน้ำยกตัวสูงขึ้นกว่าปกติ และยังส่งผลให้คลื่นสูงและมีกำลังแรงกว่าปกติด้วย พบว่าคลื่นกระโจนข้ามสันกำแพงกันคลื่นในทุกตำแหน่งตลอดแนวชายฝั่งหน้าโรงแรม และเข้าท่วมขังในพื้นที่หาดทรายด้านหลังกำแพงจนเกิดเป็นแอ่ง แม้หน่วยงานผู้รับผิดชอบจะออกแบบระบบระบายน้ำด้านหลังกำแพงไว้แล้ว แต่ไม่สามารถระบายน้ำทะเลที่กระโจนข้ามสันโครงสร้างมาด้านหลังกำแพงได้ทัน หาดแก้วยามนี้ … ไม่หลงเหลือความสวยงามตามธรรมชาติอย่างที่เคยมีมาในอดีต สิ้นชื่อหาดแก้ว หาดที่เม็ดทรายสวยงามดั่งแก้วเป็นการถาวร

กำแพงกันคลื่นราคา 175 ล้านบาทต่อกิโลเมตร!

จ.สมุทรปราการตั้งอยู่บริเวณปากอ่าวไทย ชายฝั่งมีลักษณะเป็นหาดโคลนมีความยาวตามแนวชายฝั่งประมาณ 44 กิโลเมตร ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้เผชิญปัญหาการกัดเซาะเรื่อยมา ในส่วนของเทศบาลตำบลบางปูนั้นมีความยาวชายฝั่งประมาณ 20 กิโลเมตร ประกอบด้วย ต.ท้ายบ้าน ต.บางปูใหม่ และ ต.บางปู โดยเกือบทั้งหมดได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลด้วยการก่อสร้างเขื่อนหินเรียงริมชายฝั่งความยาวประมาณ 14 กิโลเมตร ภาพด้านล่างฝั่งซ้าย เป็นภาพเมื่อปี 2551 เทศบาลตำบลบางปูได้ดำเนินการปรับปรุงเสริมแนวเขื่อนเรียงหินเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณท้านซอยบางเมฆขาว-บริเวณคลองตำหรุ ส่วนภาพฝั่งขวา คือ สภาพหลังการปรับปรุงเขื่อนเรียงหินเดิมให้มีความแข็งแรงมากขึ้น โดยการเพิ่ม side slope และขยายความกว้างของสันเขื่อน ทำการปูยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีตบนแนวสันเขื่อน เพื่อใช้ประโยชน์ในการออกกำลังกายและการพักผ่อนหย่อนใจของประชาชน อีกทั้งยังมีการสร้างกำแพงเพื่อเสริมความสูงของเขื่อนเพื่อป้องกันการซัดของคลื่นที่รุนแรงในช่วงมรสุม (ที่มา: เทศบาลตำบลบางปู) ลักษณะของโครงสร้างแบบนี้ หากสร้างในคราวเดียวกัน ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ประเมินไว้ว่าใช้งบประมาณ 175 ล้านบาทต่อกิโลเมตร ซึ่งนับว่าเป็นกำแพงกันคลื่นริมชายฝั่งทะเลที่ราคาสูงที่สุดเท่าที่ Beach Lover เคยสำรวจข้อมูลมีตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

หาดชลาทัศน์กัดเซาะตามข่าว จริงหรือ?!?

จากข่าวการกัดเซาะชายหาดชลาทัศน์ที่สื่อท้องถิ่นนำเสนอภาพไปเมื่อวันที่ 10 พ.ย.2563 และ Beach Lover ได้นำมาแชร์ต่อไว้ใน https://beachlover.net/คลื่นทะเลแรงกัดเซาะ-หาดชลาทัศน์-พัง/ นั้น พบประเด็นที่อยากนำเสนอเพื่อความเข้าใจเพิ่มเติมตามนี้ บริเวณที่เห็นตามภาพข่าวนั้นคือพื้นที่ทางทิศใต้ของชายหาดชลาทัศน์ ที่ทางกรมเจ้าท่าได้เคยทำการเติมทรายชายหาดค้างไว้ ยังไม่แล้วเสร็จจวบจนถึงปัจจุบัน โดยใช้ทรายใต้ทะเลนอกฝั่งแถบแหลมสนอ่อนลำเลียงผ่านท่อเหล็กยาวประมาณ 4 กิโลเมตรกว่ามาเติมให้ชายหาดบริเวณนี้ โดยทาง Beach Lover และเครือข่ายได้ติดตามการทำงานของกรมเจ้าท่า ณ ชายหาดชลาทัศน์มาอย่างยาวนาน อ่านเพิ่มเติมถึงเรื่องราวนี้ได้จาก https://beachlover.net/หาดชลาทัศน์-ยามนี้-ยังสบายดีอยู่ไหม/ จากบทความที่ได้โพสไว้เมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2563 [https://beachlover.net/หาดชลาทัศน์-ยามนี้-ยังสบายดีอยู่ไหม/] แม้จะเป็นช่วงปลอดมรสุม แต่พบว่าชายหาดมีสภาพเหมือนที่ลงข่าวตามสื่อเมื่อวันที่ 10 พ.ย.2563 หากสาเหตุหลักเกิดการคลื่นลมแรงช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ภาพเมื่อเดือนสิงหาคม 2563 ซึ่งเป็นช่วงปลอดมรุสมคงจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้ การกัดเซาะแบบที่เราเห็นตามภาพนี้เกิดทรายที่นำมาเติมลงบนชายหาดนั้นมิได้ถูกปรับแต่งความลาดชันด้านหน้าหาดให้ลาดเอียงเหมาะกับการใช้ประโยชน์พื้นที่ ประกอบกับวัสดุที่นำมาเติมนั้นมีขนาดคละที่ไม่ถูกต้องตามหลัก [อ่านบทความวิชาการเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/การเติมทรายชายหาด/] จึงเกิดการแยกชั้นของวัสดุอย่างชัดเจนและเกิดการตัดเป็นหน้าผาชัน ส่วนการกัดเซาะที่มีลักษณะคล้ายทางระบายน้ำจากบนชายหาดลงสู่ทะเลนั้น เกิดจากน้ำที่ไหลลงจากบนฝั่งทั้งน้ำฝนและน้ำส่วนเกินจากทางระบายน้ำริมถนนไหลจากที่สูงไปสู่ที่ต่ำ เมื่อมีความแรงก็ไหลบ่ากัดเซาะเอาส่วนของทรายที่เติมอยู่ด้านบนซึ่งเป็นส่วนของตะกอนขนาดเล็กและเบา ซึ่งตามปกติจะถูกพัดพาและกัดเซาะง่ายอยู่แล้ว ไหลตามน้ำออกไปด้านนอกฝั่ง จึงเห็นเป็นลักษณะคล้ายช่องเปิดเลี้ยวไปมาบนชายหาด การเติมทรายชายหาดนั้นแม้จะเป็นมาตรการที่ส่งผลกระทบด้านลบน้อยต่อพื้นที่ที่ต้องการป้องกันและพื้นที่ข้างเคียงก็จริง [https://beachlover.net/เติมทรายชายหาด/] แต่มาตรการนี้มิใช่จะปฏิบัติได้ง่ายนัก ต้องคำนึงถึงแหล่งทราย วิธีการลำเลียง วิธีการเติม บดอัด และอื่นๆอีกมากมาย [บทความวิชาการ […]

ถึงคิวเกาะลิบง กับ หาดกำแพง ?!?

ลิบง เป็นชื่อของเกาะซึ่งตั้งอยู่ในน่านน้ำทะเลตรัง บริเวณปากแม่น้ำตรังและแม่น้ำปะเหลียน ห่างจากฝั่งบ้านเจ้าไหมไปทางทิศใต้ประมาณ 2 กิโลเมตร และมีขนาดพื้นที่ใหญ่กว่าเกาะใด ๆ ที่อยู่เขตปกครองของจังหวัดนี้ เกาะลิบงที่มีฐานะเป็นตำบล ที่อยู่ในเขตปกครองของอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง มีพื้นที่ประมาณ 35 ตารางกิโลเมตร (https://th.wikipedia.org/wiki/เกาะลิบง) เกาะลิบงเมื่อปีก่อนเริ่มเป็นที่กล่าวถึงกันอย่างกว้างขวางและเป็นที่รู้จักต่อสาธารณะมากขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากเป็นแหล่งพักรักษาตัวของพยูนมาเรียม อันที่จริงแล้วเกาะลิบงมีชื่อเสียงเรื่องพยูนมาเนิ่นนานแล้วด้วยเป็นแหล่งหญ้าทะเลซึ่งเป็นอาหารของพยูน จึงเป็นพื้นที่แหล่งหากินของพยูนมาแต่ครั้งอดีต ปัจจุบันประกาศเป็นเขตอนุรักษ์ Beach Lover ได้สำรวจความสมบูรณ์ของทรัพยากรบนเกาะลิบงและพื้นที่ชายหาดรอบๆเกาะ พบทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันหลากหลาย บางโซนของเกาะเป็นหาดทรายขาวยาวสวย บางโซนเป็นหาดโคลนบนทราย บางโซนเป็นท้องทุ่งหญ้าทะเล บางโซนเป็นโขดหินรูปร่างแปลกตา งานสำรวจเกิดขึ้นมาตั้งแต่ต้นปี 2563 แต่ไม่ได้มีโอกาสหยิบยกมาเล่าสู่กันฟัง จนถึงวันนี้ วันที่บางส่วนของชายหาดบนเกาะลิบงกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลง รอบๆเกาะไร้ร่องรอยของการกัดเซาะชายฝั่งยกเว้นเพียงพื้นที่เดียวคือพื้นที่หมู่ 5 บ้านหลังเขา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะซึ่งเป็นทะเลเปิด เป็นพื้นที่ของชุมชนประมงที่ตั้งอยู่ด้านหลังเกาะกวาง ช่วงที่ Beach Lover ลงสำรวจพื้นที่เป็นช่วงปลอดมรสุม คลื่นลมสงบยังไม่พบร่องรอยการกัดเซาะใดๆ แต่พบซากปรักหักพังของเศษวัสดุมากมายรวมถึงเศษซากแห่งความพยายามป้องกันพื้นที่ชายฝั่งนี้ให้รอดพ้นจากการกัดเซาะในอดีต ชาวบ้านเล่าให้เราฟังว่า หาดแถบนี้เริ่มเปลี่ยนแปลงไปหลังเกิด Tsunami เมื่อปี 2547 หลังจากนั้นทางท้องถิ่นก็ได้ก่อสร้างกำแพงกันคลื่นและถนนเลียบหาดแบบไม่ได้มาตรฐานนัก ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพเชิงกายภาพครั้งใหญ่ของหาดในหมู่ที่ 5 นี้ โดยระยะต่อมาโครงสร้างเกือบทั้งหมดได้พังทลายลงและส่งผลกระทบให้หาดกัดเซาะไปเรื่อยๆจวบจนถึงปัจจุบัน ทางท้องถิ่นได้ประสานไปหลายหน่วยงานรวมถึงนักวิชาการหลายสำนัก […]

ความคืบหน้างานก่อสร้างหาดขั้นบันได @ หาดชะอำใต้

Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของงานก่อสร้างกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได ณ หาดชะอำใต้ไปแล้วตามนี้ https://beachlover.net/หาดขั้นบันได-ชะอำ/ และ https://beachlover.net/กัดเซาะ-ชะอำ-เอาไงดี/ งานก่อสร้างกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ณ ชายหาดชะอำปัจจุบันประกอบด้วย 3 ระยะ (1) งบประมาณปี 2562 ช่วง กม.0+780-2+228 ยาว 1.438 กิโลเมตร งบประมาณ 102.974 ล้านบาท (2) งบประมาณปี 2563 ช่วง กม.2+228 – 2+985 ยาว 1.219 กิโลเมตร งบประมาณ 74.963 ล้านบาท (3) งบประมาณปี 2564 ช่วง กม.0+000 – 0+318 ยาว 0.318 กิโลเมตร งบประมาณ 48.5 ล้านบาท รวมระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร ตั้งแต่สามแยกที่เป็นลานเอนกประสงค์เรื่อยลงไปทางทิศใต้ของหาดชะอำใต้ โครงสร้างบริเวณนี้ออกแบบไว้เป็นกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได […]

ด่วน! พบการขุดบ่อบนหาดม่วงงาม ?

Beach Lover ได้นำเสนอเรื่องราวของชายหาดม่วงงาม จ.สงขลา กรณีที่ชาวบ้านฟ้องร้องการดำเนินงานของภาครัฐจนนำเรื่องขึ้นสู่ศาลปกครองไปแล้วหลายครั้ง ติดตามได้จากโพสเก่าๆ (ใช้ Icon ค้นหา รูปแว่นขยายบนหน้าหลักของ Website ค้นหาคำว่า “ม่วงงาม”) ศาลปกครองจังหวัดสงขลาได้ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวไปแล้วเมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2563 [https://beachlover.net/คุ้มครอง-ม่วงงาม/] นับจนถึงวันนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบก็ได้ยุติการดำเนินงานทั้งหมดและได้ทำการรื้อถอนเครื่องจักรหนักออกจากชายหาดจนหมด มาวันนี้พบว่า มีการขุดหลุมทรายบนชายหาดหน้าพื้นที่ที่ชาวบ้านเคยใช้เพื่อจัดกิจกรรม Save หาดม่วงงาม อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดก่อนและระหว่างการฟ้องคดี ขนาดประมาณ 5X3 เมตร และลึกไม่เกิน 1 เมตร ดังรูป เท่าที่สังเกตพบว่าไม่ปรากฏป้ายประชาสัมพันธ์โครงการว่ามีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร และดำเนินการโดยหน่วยงานใด คาดเดาเอาเองว่าน่าจะเป็นหน่วยงานรัฐเพราะพื้นที่สาธารณะแบบนี้ไม่อนุญาตให้เอกชนดำเนินการลักษณะนี้ได้ แม้จะมีขนาดไม่ใหญ่มาก และอาจไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ประโยชน์บริเวณชายหาดมากนัก แต่การดำเนินการใดๆบนชายหาดซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์แบบนี้ จำเป็นต้องระบุถึงที่มา วัตถุประสงค์ หน่วยงานที่รับผิดชอบ และงบประมาณให้ชัดเจน เพราะหน่วยงานรัฐกำลังใช้ภาษีของประชาชนเพื่อประชาชน คำถามสำคัญที่เจ้าของโครงการต้องตอบจากการขุดหลุมทรายบนชายหาดสาธารณะก็คือ ทำไปเพื่อวัตถุประสงค์ใด และสมควรแก่เหตุหรือไม่ หรือเป็นมาตรการที่เกินจำเป็น ซึ่งเป็นประเด็นเดียวกันกับที่เคยตั้งคำถามกับโครงการกำแพงกันคลื่นชายหาดม่วงงามที่เคยเกิดขึ้นที่นี้และได้ถูกศาลยับยั้งชั่วคราวไป เนื่องจากการขุดหลุมทรายลักษณะนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงสัณฐานชายหาด และถือเป็นการทำลายพื้นที่ชายหาดโดยตรง เจ้าของโครงการจำเป็นต้องขออนุญาตขุดทรายบนชายหาดต่อกรมเจ้าท่า ตาม พรบ การเดินเรือของกรมเจ้าท่า [https://beachlover.net/พระราชบัญญัติเจ้าท่า/] และขออนุญาตเปลี่ยนแปลงสัณฐานชายฝั่งต่อกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งตาม พรบ ของกรม […]

คดีประวัติศาสตร์ “หาดกัดเพราะรัฐสร้าง” คาบสมุทรตากใบ นราธิวาส

ริมชายฝั่งบริเวณนี้ถูกกัดเซาะไปแล้วกว่า 18 ไร่ หลังการก่อสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่งตลอดแนวกว่า 20 กิโลเมตรบนคาบสมุทรตากใบ โดยกรมชลประทาน ชัยชนะจากการต่อสู้โดยลำพังของผู้หญิงคนนึงมาตลอดเกือบ 20 ปี ด้วยความเชื่ออย่างสุดใจว่า “ความจริงจะชนะทุกสิ่งแม้แต่ผู้ถืออำนาจรัฐ” จะถูกส่งต่อเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับนัก (อยาก) สู้ ทุกคน โครงการศึกษาเพื่อพัฒนาลุ่มน้ำโกลก เป็นหนึ่งในโครงการความร่วมมือกันระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แห่งประเทศไทยกับกระทรวงเกษตรแห่งมาเลเซียที่ตกลงความร่วมมือกันเมื่อ กุมภาพันธ์ 2522 โดยรัฐบาลออสเตรเลียได้ส่งคณะที่ปรึกษาคือ บริษัท Snowy Mountain Engineering Corporation Limited (SMEC, https://www.smec.com/en_au) และ Mc Gowan International Pty Ltd. (MGI) มาดำเนินการศึกษาความเหมาะสมโครงการในช่วงกันยายน 2526-กันยายน 2528 โดยองค์ประกอบของโครงการนั้นมีหลายส่วน มีระยะเวลาก่อสร้างตามแผนในปีงบประมาณ 2538-2548 แต่ส่วนที่สำคัญอันเป็นเหตุแห่งคดีนี้คือ การสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำโกลก (Jetty, https://beachlover.net/wp-content/uploads/2019/07/Jetty.pdf) และ รอดักทราย (Groin, https://beachlover.net/wp-content/uploads/2019/07/Groin.pdf) เรื่อยมาทางทิศเหนือตลอดแนวกว่า 20 กิโลเมตร บนคาบสมุทรตากใบ เหตุแห่งการสร้างรอดักทรายตลอดแนวกว่า […]

see more…

ข่าว

ติดตามโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลสงขลา

ที่มา: Facebook page กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ กรม ทช. โดยศูนย์วิจัย ทช. อ่าวไทยตอนล่าง ติดตามสภาพระบบนิเวศชายหาดและสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศหาดทรายบริเวณพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล หาดทรายแก้ว หาดม่วงงาม และหาดมหาราช จ.สงขลา ผลการตรวจสอบที่หาดทรายแก้วยังคงพบเศษหินจากการก่อสร้างถูกทับถมอยู่ใต้ชั้นผิวทรายลึกลงไป ๑๕ ซม. ชั้นเศษหินมีความหนาประมาณ ๑๒ ซม. และพบสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศหาดทรายน้อยมาก ส่วนพื้นที่หาดม่วงงาม บริเวณหน้าหาดเริ่มมีตะกอนทรายธรรมชาติถูกคลื่นซัดมาทับถมตลอดแนว และจากการเก็บตะกอนดินโดยใช้ท่อเจาะมาวิเคราะห์ไม่พบเศษหินจากการก่อสร้างแต่สภาพชายหาดทั่วไปยังพบเศษวัสดุก่อสร้างเป็นระยะๆ (เหล็กเสาเข็ม) ส่วนพื้นที่ชายฝั่งในทะเลก็ยังมีกองหินจากการก่อสร้างจมอยู่ใต้น้ำ และเริ่มจะพบจำนวนสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศหาดทราย แสดงถึงการเริ่มคืนสภาพระบบนิเวศหาดทรายหลังจากถูกระงับการก่อสร้าง ส่วนพื้นที่ชายหาดมหาราช ยังคงมีงานก่อสร้าง แม้จะไม่พบเศษหินจากการก่อสร้างปนเปื้อนในระบบนิเวศหาดทรายในพื้นที่ข้างเคียง แต่พบสิ่งมีชีวิตได้น้อยมาก

ร่วมประชุมรับฟังผลกระทบสิ่งแวดล้อม นครศรีธรรมราช

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๕ (สงขลา) เข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ ๑ โครงการออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม เขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล พื้นที่ชายฝั่งทะเล ต.ท่าขึ้น และ ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ณ อาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนวัดทางขึ้น ม.๑ ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช จัดโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อชี้แจงรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้มีแผนการก่อสร้างโครงการดังกล่าวในพื้นที่ ม.๓ ต.ท่าขึ้น ความยาว ๗๐๐ ม. และ ม.๑ ต.ท่าขึ้น และ ม.๑๐ ต.ท่าศาลา ความยาว ๒,๔๐๐ ม. รวมระยะทางการก่อสร้างทั้งสิ้น ๓,๑๐๐ ม. มีผู้เข้าร่วมประมาณ ๑๐๐ คน ประกอบด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานราชการ ทั้งส่วนภูมิภาค […]

สุดทน! นักท่องเที่ยวเก็บขยะลอยเกลื่อนหน้าหาดพัทยา

ที่มา: https://siamrath.co.th/ วันที่ 18 พ.ย. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่ามีขยะลอยมาตามชายหาดพัทยาจำนวนมาก จึงได้ลงตรวจสอบที่ชายหาดพัทยาบริเวณแยกพัทยากลาง จ.ชลบุรี โดยพบว่าบริเวณชายหาดมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาเล่นน้ำจำนวนมาก แต่บริเวณชายหาดพัทยานั้นพบขยะจำนวนมากลอยเกยเต็มหาดพัทยา ตั้งแต่พัทยาใต้จนถึงหาดพัทยาเหนือ ทั้งไม้ ถุงพลาสติก ขวด เศษโฟม โดยพบว่าขยะทั้งหมดนั้นลอยมาตามชายหาดพัทยา โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชายหาดพัทยาหลายคนทนไม่ไหวต่างช่วยกันเดินเก็บขยะเพื่อให้ทะเลที่เมืองพัทยาสะอาด นอกจากนี้เพื่อให้ลูกหลานสามารถลงเล่นน้ำโดยไม่มีขยะอีกด้วย อย่างไรก็ตามนักท่องเที่ยวบางส่วนได้แจ้งให้ทางเมืองพัทยาให้มาช่วยกันเก็บขยะที่ลอยเต็มหาดพัทยา

คลื่นทะเลแรงกัดเซาะ “หาดชลาทัศน์” พัง

ที่มา: https://www.facebook.com/MGR.Online.South/ คลื่นทะเลแรงกัดเซาะ “หาดชลาทัศน์” พัง ซัดทรายถมหายลามลึกเข้าฝั่งต่อเนื่อง. ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ – ชายหาดชลาทัศน์แหล่งท่องเที่ยวแหลมสมิหลา จ.สงขลาเริ่มได้รับผลกระทบจากการถูกคลื่นกัดเซาะชายฝั่งจนกลายเป็นหน้าผาย่อมๆ หลังจากต้องเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวนคลื่นลมในทะเลแรง. วันนี้ (10 พ.ย.) ที่บริเวณชายหาดชลาทัศน์ แหลมสมิหลา แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของ จ.สงขลา เริ่มได้รับผลกระทบจากคลื่นลมในทะเลที่มีกำลังแรงขึ้น คลื่นกัดเซาะจนกลายเป็นหน้าผาขนาดย่อมๆ โดยเฉพาะบริเวณบ้านเก้าเส้งจนถึงบริเวณหน้าสนามมวยฐานทัพเรือสงขลา และมีแนวโน้มที่จะถูกคลื่นกัดเซาะกินพื้นที่ชายหาดลึกเข้ามาอย่างต่อเนื่อง.จุดที่ถูกคลื่นกัดเซาะจนเสียหายเป็นบริเวณที่มีการดูดทรายจากทะเลขึ้นมาถมชายหาดเพื่อแก้ปัญหาคลื่นกัดเซาะชายหาด แต่ขณะนี้ปรากฎว่ากลับถูกคลื่นกัดเซาะชายฝั่งขึ้นอีกครั้งและเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูมรสุมของทุกปี .นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวบริเวณดังกล่าวต้องระวังเพราะอาจจะไม่ได้รับความสะดวกเนื่องจากพื้นที่ที่ถูกคลื่นกัดเซาะกลายเป็นหน้าผาย่อมเดินขึ้นลงชายทะเลลำบาก

สำรวจพื้นที่กัดเซาะชายฝั่งวัดเทสก์ธรรมนาวา พังงา

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 กรม ทช. โดยกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง สำรวจพื้นที่ชายฝั่ง บริเวณวัดเทสก์ธรรมนาวา (วัดท่าไทร) ต.ท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา อยู่ในระบบหาดท้ายเหมือง (T7E201) โดยติดตั้งรั้วดักทรายความยาวตามแนวชายฝั่ง 210 เมตร เพื่อเป็นการลดผลกระทบจากการกัดเซาะบริเวณจุดสิ้นสุดของโครงสร้างเขื่อนหินทิ้ง (Revetment) พบว่าบริเวณรั้วดักทรายมีความลาดชันชายหาดน้อยกว่าบริเวณหน้าโครงสร้างเขื่อนหินทิ้ง

ตะลึง! พบท่อปริศนาโผล่ใกล้หาดกระทิงลาย

ที่มา: https://www.facebook.com/PattayaWatchdog ตะลึงพบท่อปริศนาโผล่ใกล้หาด บริเวณโดยรอบไม่พบว่ามีการติดตั้งป้ายบอกชื่อโครงการ แถมติดป้ายห้ามถ่ายรูป! เหตุใดสวนสาธารณะหาดกระทิงลาย ห้ามถ่ายรูป??? ประชาชนคนพัทยาสงสัย ท่ออะไร ขนาดใหญ่ วางพาดทาง คล้ายจะมีการวางท่อระบายน้ำ ส่งลงทะเล ข้างๆ แนววางท่อ มีป้ายกำกับห้ามสูบบุหรี่ อันนี้ เข้าใจได้ห้ามถ่ายรูป??? ห้ามทำไม มีอะไรที่ต้องปิดบังซ่อนเร้น? หรือเป็นข้อมูลที่ต้องคุ้มครอง ความลับ ทรัพย์สินทางปัญญา? อ้างอิงคำพิพากษาศาลฎีกา การถ่ายภาพในที่สาธารณะ ไม่มีความผิด เมืองพัทยา ควรชี้แจง ว่า ใช้อำนาจอะไรในการวางป้ายห้ามถ่ายรูป มีกฎหมายรองรับหรือไม่? สวนสาธารณะ เป็นพื้นที่สาธารณะ ที่ประชาชน ใช้ประโยชน์ ร่วมกัน ในทางกลับการ การนำท่อ ไปวางไว้เช่นนี้ คือการลิดรอนสิทธิ์ของประชาชนผู้ใช้บริการสวนสาธารณะ หากมีโครงการก่อสร้าง เมืองพัทยาจำเป็นต้องชี้แจง ว่า กำลังดำเนินโครงการอะไร ซึ่งควรติดป้ายแจ้งรายละเอียดโครงการ ตามแนวนโยบายมหาดไทยสะอาด แต่หากไม่มีการดำเนินโครงการก่อสร้าง ใครคือผู้ใช้สถานที่สวนสาธารณะ วางท่อเช่นนี้? ละเมิดสิทธิ์สาธารณะหรือไม่? ผู้บริหารเมืองพัทยา โปรดชี้แจง ตามแนวทางความโปร่งใสในการก่อสร้างภาครัฐ

น้ำท่วมริมถนนเลียบหาดพัทยา (อีกแล้ว)

ที่มา: https://www.facebook.com/PattayaWatchdog นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี กล่าวว่า ในช่วงเวลา 25 เดือนของการทำหน้าที่นายกเมืองพัทยาได้ช่วยยกภูเขาออกจากอกพี่น้องชาวเมืองพัทยาไปได้เกือบ 100% ปัญหาน้ำท่วม ซึ่งบรรเทาไปได้แล้วประมาณ 80% ถูกแก้ไขด้วยการปรับปรุงระบบระบายน้ำที่มีอยู่เดิมให้มีขีดความสามารถในการระบายน้ำได้ดีขึ้น เร็วขึ้น ทำให้น้ำที่เคยท่วมขังนานเป็นชั่วโมงสองชั่วโมง เหลือไม่เกิน 45 นาที

ตรวจติดตามผลการแก้ไขปัญหากัดเซาะชายฝั่งอ่าวปัตตานี

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๓ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๙ (ปัตตานี) ตรวจสอบสถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่อ่าวปัตตานี ต.ตันหยงลุโละ และ ต.บาราโหม อ.เมือง จ.ปัตตานี เพื่อนำข้อมูลสถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งจัดทำรายละเอียดคำขอโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง โดยวิธีปักไม้ไผ่ชะลอคลื่นในพื้นที่หาดโคลน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งต่อไป

เครือข่ายอ่าวบ้านดอน จี้ยุติเขื่อนหินทิ้งทำลายชายฝั่งท่าชนะ

ที่มา: https://www.csitereport.com/#!/newsfeed?id=0000015102 วันอังคารที่ 27 ตุลาคม 2563 เวลา 09.00 น. เครือข่ายอ่าวบ้านดอน และกลุ่มองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่นตำบลวัง อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี ร่วมกันยื่นหนังสือร้องเรียนผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผอ.กอ.รมน.สุราษฎร์ธานี และโยธาธิการและผังเมืองจังหวัดสุราษฎร์ธานี ผ่านศูนย์ดำรงธรรม ให้ยุติโครงการก่อสร้างเขื่อนหินทิ้งป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งอำเภอท่าชนะ เหตุเพราะไม่มีการกัดเซาะชายฝั่งมากกว่า 9 ปี โดยมีเนื้อหาในหนังสือ ดังนี้ เรื่อง ขอให้ยุติโครงการก่อสร้างเขื่อนหินทิ้งเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง อำเภอท่าชนะ เรียน ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี ตามที่ กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้มีโครงการสร้างเขื่อนหินทิ้งเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง อำเภอท่าชนะ บริเวณชายหาดบ้านหาดสมบูรณ์ หมู่ที่ ๓ ตำบลวัง โดยผู้แทนชุมชนบ้านหาดสมบูรณ์ ให้ข้อมูลว่าโครงการดังกล่าวได้มีการจัดเวทีประชาคมขึ้นภายหลังเหตุมหาอุทกภัย พ.ศ.๒๕๕๔ เหตุเพราะชายหาดบ้านหาดสมบูรณ์เกิดการกัดเซาะเสียหาย และต่อมา พ.ศ.๒๕๖๐ ได้มีการจัดเวทีประชาคม ครั้งที่ ๒ ไปแล้วนั้น ทั้งนี้ จากการจัดเวทีประชาคมของกรมโยธาธิการและผังเมืองที่ผ่านมา พบว่า มีการให้ข้อมูลเพียงด้านเดียว คือข้อดีของการสร้างเขื่อนหินทิ้ง โดยไม่มีการให้ข้อมูลผลกระทบที่ชุมชนชายฝั่งจะได้รับ ในขณะเดียวกันภายหลังเหตุอุทกภัย ชายหาดบริเวณดังกล่าวมีการทับถมของทรายทำให้เกิดแผ่นดินงอกใหม่ ยื่นออกไปจากชายหาดเดิมประมาณ […]

ชาวบ้านมีมติ ไม่เอากำแพงป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง เขารูปช้าง จ.สงขลา

ที่มา:https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๓ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๕ (สงขลา) ร่วมกับกรมเจ้าท่า ที่ปรึกษาโครงการก่อสร้างกำแพงป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ทสจ.สงขลา สิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๖ และประชาชนในพื้นที่ ๑๕๐ คน เข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และชี้แจงข้อมูลโครงการก่อสร้างกำแพงป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณ ม.๓–๗ ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา เนื่องจากได้รับข้อร้องเรียนและข้อกังวลจากประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับโครงการก่อสร้างฯ ที่ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงการทำประชาพิจารณ์ให้ก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่ง เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง แต่ได้กำแพงป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งชาวบ้านเกรงว่าหาดทรายจะหายไป วิถีประมงพื้นบ้านต้องเปลี่ยนไป ทรัพยากรสัตว์น้ำอาจจะสูญหายไปด้วย ซึ่งในที่ประชุมมีมติไม่รับโครงการก่อสร้างกำแพงป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง โดยให้เจ้าของโครงการและผู้รับจ้างหยุดการก่อสร้างจนกว่าจะมีข้อสรุปจากเจ้าของโครงการฯ

see more…