ข่าว
see more…
สถานการณ์ชายฝั่งทะเล
5 คำถาม “เช็กกึ๋น” ผู้สมัคร สส. เรื่องชายหาด
ชายหาดไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่คือ “ระบบนิเวศ” และ “โครงสร้างพื้นฐานธรรมชาติ” ที่ลดพลังงานคลื่น รองรับภัยพิบัติ เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต และเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อคุณภาพชีวิต แต่ในทางปฏิบัติ สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับชายหาดขึ้นอยู่กับ “การตัดสินใจเชิงนโยบาย” เช่น 1.จะสร้างกำแพงกันคลื่น/เขื่อนกันคลื่น/รอดักทราย หรือเลือกทางเลือกอื่นดี 2.จะจัดการพื้นที่ชายหาดเป็นพื้นที่สาธารณะหรือปล่อยให้ถูกใช้ประโยชน์จนเต็มขีดความสามารถ 3.จะกำหนดเขตถอยร่น/แนวกันชน เพื่อลดความเสี่ยงระยะยาวหรือไม่ 4.จะมีระบบติดตามประเมินผลโครงการชายฝั่งแบบโปร่งใสหรือไม่ และอื่นๆอีกมากมาย ประเด็นเหล่านี้เป็น “การเมือง” เพราะเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณ การออกกฎระเบียบ การอนุมัติโครงการ และการกำกับดูแล ซึ่งอยู่ในมือรัฐและนักการเมืองโดยตรง การจัดการชายหาดจึงอาจแยกออกจากการเมืองได้ Beach Lover เคยเขียนบทความ “การเมืองเรื่องเม็ดทราย” มาแล้วเมื่อปีก่อน ตามอ่านได้จาก https://beachlover.net/sand-politics-october2025/ ช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง สส. (กำหนดวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569) คือหน้าต่างนโยบายที่หาได้ยาก เพราะผู้สมัครและพรรคการเมืองพร้อมรับฟังข้อเสนอมากกว่าช่วงปกติ ขณะเดียวกันชายหาด พื้นที่สาธารณะของคนทั้งประเทศ มักถูกตัดสินชะตาโดย “นโยบายรัฐและการเมือง” มากพอๆ กับแรงคลื่นลมในทะเล Beach Lover ชวนตั้งคำถามกับผู้ที่รับอาสาดูแลประเทศด้วยงบประมาณแผ่นดินปีละกว่า 3.X ล้าน ล้านบาท […]
พาชมรากโกงกางเทียมกันอีกรอบ ณ หาดสามร้อยยอด
Beach Lover เคยพาชม “แนวกันคลื่นแบบโปร่ง” หรือที่มีการเรียกขานกันว่า รากโกงกางเทียม (C-Aoss) มาแล้วในหลายพื้นที่ ติดตามอ่านได้จากไอคอน Search มุมขวาบน นอกจากนั้ยังสามารถติดตาม Clip พาเดินชมได้จาก Youtube (1) โกงกางเทียมซีออส (C-Aoss) หาดนางทอง เขาหลัก พังงาและ (2) โกงกางเทียมซีออส (C-Aoss) ณ หาดนางทอง จ พังงา และ (3) รากโกงกางเทียม เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ณ หาดนางทอง (4) รากไม้โกงกางเทียม (ตำแหน่งหน้าครัวลุงระ) ณ หาดแสงจันทร์ จ.ระยอง C-Aoss ประกอบด้วย เสาหลักซึ่งทำจากไม้ผสมพลาสติก HDPE และ รากเทียมที่ออกแบบให้คล้ายรากโกงกาง โดยมีส่วนผสมยางพาราธรรมชาติ ตามเอกสารที่ค้นคว้าได้พบว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้คลื่นเสียพลังงานบางส่วน และลดการพัดพาตะกอนบริเวณด้านหลังแนว เพื่อเอื้อต่อการสะสมตะกอน/ฟื้นตัวของพื้นที่ชายฝั่ง โครงสร้างโกงกางเทียมเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ณ หาดสามร้อยยอดนี้ วางแนวต่อกับกำแพงกันคลื่นแบบหินเรียงของเดิมที่สร้างโดยสำนักโยธาธิการและผังเมือง จ.ประจวบฯ เมื่อปี 2560 โดยจากการเดินเท้าสำรวจครั้งนี้ พบว่าสภาพของโครงสร้างทั้ง 6 แถว ยังอยู่ในสภาพดี ยังไม่มีบางส่วนของโครงสร้างหลุดออกจากที่ตั้งเหมือนอย่างในพื้นที่อื่นๆที่ […]
ท้ายกำแพงกันคลื่น หาดแม่รำพึง
Beach Lover ลงสำรวจพื้นที่ชายฝั่งหาดแม่รำพึง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังจากโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองแล้วเสร็จ พบความเปลี่ยนแปลงของชายฝั่งที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณด้านทิศเหนือของปลายกำแพง ซึ่งเริ่มปรากฏร่องรอยการกัดเซาะชัดเจนมากขึ้น ทั้งจากสภาพชายหาดที่แคบลง ระดับทรายที่ลดต่ำลง ภาพถ่ายจากการสำรวจภาคสนามช่วยยืนยันว่ากระบวนการกัดเซาะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นเป็น “ผลพวง” จากโครงสร้างที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องพื้นที่ด้านหลังของชายฝั่งบริเวณทิศใต้ของหาด กำแพงกันคลื่นที่แม่รำพึงมีความสูงมากกว่า 2 เมตรและทอดยาวไปตามแนวชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง เมื่อคลื่นเดินทางเข้าปะทะชายหาด พลังงานส่วนหนึ่งถูกกำแพงสะท้อนกลับ ส่งผลให้ทรายหน้ากำแพงถูกพัดพาออกไปทีละน้อย ระดับหาดจึงค่อยๆ ลดลงจนสามารถเห็นฐานโครงสร้างได้ชัดเจนขึ้น ภาพที่เห็นในปัจจุบันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาอันสั้น แต่เป็นผลสะสมจากการปะทะซ้ำของคลื่นกับโครงสร้างแข็งตลอดช่วงเวลาหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ ขณะเดียวกัน ความต่อเนื่องของกำแพงยังทำให้ทิศทางของกระแสน้ำเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะบริเวณปลายสุดกำแพงทางด้านทิศเหนือ ซึ่งตรงกับตำแหน่งที่พบการกัดเซาะมากที่สุดในการสำรวจครั้งนี้
5 เรื่องราวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในปี 2568
Beach Lover ได้นำเสนอเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชายหาดทั้งในไทยและต่างประเทศ ทั้งข่าว สถานการณ์ และข้อมูลทางวิชาการ ที่เกี่ยวข้องมาตั้งแต่ปี 2562 รวมถึงคลิป VDO ที่น่าสนใจผ่านทาง Youtube: Coastal Research Group (https://www.youtube.com/channel/UC1TN-_GH8ZOu2qjTlh_9CSQ) มาตั้งแต่ปี 2561 ในวันสุดท้ายก่อนปี 2568 จะผ่านพ้นไป Beach Lover ขอประมวล 5 เรื่องราวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในรอบปี 2568 ตามนี้ อันดับ 1: ปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลยังไง (https://beachlover.net/king-tide/) อันดับ 2: ปากร่อง “ปานาเระ” ปิด (อีกแล้ว) (https://beachlover.net/tidal-inlet-panare-closed-nov2025/) อันดับ 3: เทคโนโลยีที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานคลื่นน้ำทะเล (https://beachlover.net/wave-energy/) อันดับ 4: เที่ยวไหนดี…ชะอำเหนือ หรือ ใต้? (https://beachlover.net/cha-am-north-south-where-to-go/) อันดับ 5: จากต้นน้ำถึงทะเล (From ridge […]
สถานีวิจัยฯ สุดหาดประพาส ถูกกัดเซาะ?
Beach Lover ได้นำเสนอสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งบริเวณหาดประพาสไปแล้วในโพสก่อนหน้านี้ ติดตามได้จาก https://beachlover.net/praphat-ranong-dec2025/ เมื่อเดินสำรวจไปทางทิศเหนือเรื่อยๆสุดหาดประพาส จะเป็นที่ตั้งของสถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามันของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยเชื่อมต่อกับปากคลองกำพวนทางด้านเหนือสุด พบว่าชายหาดของสถานีวิจัยฯ มีโครงสร้างป้องกันชายฝั่งลักษณะเป็นบล็อคคอนกรีต เพื่อป้องกันริมถนนของสถานีวิจัยเองตลอดแนวประมาณ 320 เมตร จากปากทางเข้าสถานีฯไปทางทิศหนือ เนื่องจากระดับถนนสูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่มาก จึงพบทรายจำนวนมากอยู่บนถนน คาดว่าเกิดจากคลื่นซัดขึ้นมาด้านบนและพาทรายมาด้วย จากโพสก่อนหน้า ที่ Beach Lover ได้พาสำรวจหาดประพาสไปแล้วนั้นพบว่า หาดทางทิศใต้ของสถานีวิจัยฯ ที่ไม่มีโครงสร้างป้องกันชายฝั่งใดๆ ถูกกัดเซาะจนถนนเสียหายเกือบตลอดทั้งแนว เมื่อเทียบกับถนนเส้นเดียวกันที่วิ่งเข้าสู่สถานีวิจัยฯทางทิศเหนือของหาด ที่ยังคงสภาพใช้การได้อยู่นั้น จึงเป็นเหตุผลให้จังหวัดระนองประชุมพิจารณาโมเดลการวางแนวกันคลื่นแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่อำเภอสุขสำราญ โดยให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาวิศวกรรมปฐพีและฐานราก คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้นำรูปแบบมาเสนอ (https://share.google/4vY2OrGhsNmpRDGwH) รอติดตามอย่างใจเย็น…..
พบร่องรอยการกัดเซาะ หาดทุ่งวัวแล่น
จากโพสก่อนหน้านี้ (https://beachlover.net/thungwualaen-coconut-signature-dec2025/) ที่ Beach Lover ได้เกริ่นไว้ว่า เมื่อเดินเท้าสำรวจชายหาดกว่า 3 กิโลเมตร พบว่า ทิศเหนือของชายหาดมีร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่ง โดยพบความพยายามในการป้องกันชายฝั่งโดยใช้กระสอบทรายขนาดเล็กตามภาพ บางตำแหน่งที่เราพบร่องรอยการกัดเซาะนั้น เป็นการกัดเซาะลานปูนริมทะเล ที่ไม่แน่ใจว่าตั้งใจทำไว้เพื่อจอดรถ หรือว่าเพื่อวัตถุประสงค์ใด โดยพบว่ามีการนำกระสอบทรายขนาดเล็กมาอุดร่องรอยนี้เพื่อบรรเทาปัญหา เท่าที่ Beach Lover พอคาดคะเนด้วยสายตาพบว่า ตลอดระยะทาง 2.78 กิโลเมตร ของหาดทุ่งวัวแล่นนั้น พบร่องรอยการกัดเซาะตามภาพที่นำเสนอมานี้ระยะทางรวมประมาณ 70-80 เมตร ส่วนอื่นๆของชายหาดพบว่ายังมีความสมบูรณ์ และสวยงามอยู่มาก
มะพร้าวโอนเอียง @ ทุ่งวัวแล่น
หาดทุ่งวัวแล่นมีความยาวประมาณ 2.78 กิโลเมตร วางแนวในทิศเหนือ-ใต้ เป็นชายหาดชื่อดังของจังหวัดชุมพร ตั้งอยู่บริเวณตำบลสะพลี อำเภอปะทิว เป็นแนวชายหาดที่พัฒนาเพื่อการท่องเที่ยวพอสมควร แต่ยังคงบรรยากาศชายฝั่งแบบธรรมชาติให้เห็นได้ชัด โดยมีแนวต้นไม้ชายหาด ร้านค้า ร้านอาหาร และที่พัก ที่เป็นระดับกลางๆไม่หรูหรา กระจายตัวอยู่ในหลายบริเวณ หาดนี้โดดเด่นด้วยเม็ดทรายสีอ่อนค่อนข้างละเอียด และหน้าหาดที่มีความลาดเอียงน้อยประมาณ 3.38 องศา (ข้อมูลจากการสำรวจภาคสนาม) พร้อมเขตน้ำตื้นที่ค่อย ๆ ลึกลงไปทีละน้อย ส่งผลให้ชายหาดเหมาะกับกิจกรรมริมทะเลและการลงเล่นน้ำ เพราะความลาดชันต่ำช่วยลดความชันของคลื่นแตกและทำให้พื้นที่น้ำตื้นมีบทบาทเป็นกันชนธรรมชาติดูดซับพลังงานคลื่นก่อนถึงฝั่ง Signature หรือเอกลักษณ์ของหาดทุ่งวัวแล่น คือแนวต้นมะพร้าวริมชายหาดที่หลายต้นมีลำต้นโอนเอียงไปทิศทางเดียวกัน จนเกิดเส้นสายภูมิทัศน์ที่ดูเหมือนชายหาดกำลังเอนตัวเข้าหาทะเล Beach Lover ได้เคยเขียนเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับต้นมะพร้าวที่โอนเอนออกทะเลไปแล้ว หาอ่านได้จาก https://beachlover.net/coconut-tree-bending/ ในช่วงปลายปีแบบนี้ พบนักท่องเที่ยวต่างชาติหนีหนาวมาเยือนหาดทุ่งวัวแล่นจำนวนมาก และเท่าที่คาดการณ์ด้วยสายตาในวันหยุดยาวช่วง Christmas ต่อเทศกาลปีใหม่สากลนั้นพบว่า มีจำนวนมากกว่านักท่องเที่ยวชาวไทยเสียอีก อย่างไรก็ตาม หาดแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งหาดที่เลื่องชื่อถึงกระแสน้ำกินคน หรือ Rip current ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงฤดูมรสุมที่ความลาดชันชายหาด และความชันของคลื่นได้สัดส่วนกันอย่างพอเหมาะจนส่งผลให้เกิดกระแสน้ำย้อนกลับดูดออกจากฝั่ง Beach Lover เคยเขียนเรื่องนี้ไว้แล้ว ตามอ่านได้จาก https://beachlover.net/rip-current/ เมื่อเดินเท้าสำรวจตลอดความยาวกว่า 3 กิโลเมตร […]
รากสนโผล่ ที่อ่าวมะนาว
อ่าวมะนาว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นชายหาดทรายในบริบทของอ่าวโค้งกึ่งปิด ซึ่งมีแนวแหลมและภูมิประเทศด้านข้างช่วยกำหนดรูปทรงของอ่าว ทำให้การกระจายพลังงานคลื่นและทิศทางกระแสบริเวณใกล้ฝั่งมีความเฉพาะตัวมากกว่าชายฝั่งที่เปิดโล่ง แนวชายหาดมีลักษณะโค้งรับทะเลต่อเนื่อง ส่งผลให้บางช่วงของอ่าวได้รับคลื่นมากกว่าช่วงใกล้หัวอ่าวที่ถูกบังคลื่นไปบางส่วน ลักษณะทางสัณฐานเช่นนี้ทำให้ตะกอนทรายจำนวนหนึ่งมีแนวโน้มหมุนเวียนอยู่ภายในอ่าวภายใต้อิทธิพลของคลื่นตามฤดูกาล แทนที่จะถูกพัดพาออกไปไกลแบบชายฝั่งเปิด อย่างไรก็ดี เมื่อเกิดช่วงคลื่นแรง เช่น ในฤดูมรสุมหรือเหตุการณ์พายุ ชายหาดทรายยังสามารถถูกกัดเซาะ ได้ชั่วคราว ทำให้หน้าตัดชายหาดเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว อ่าวมะนาวเป็นหาดทรายที่โดยภาพรวมมีลักษณะทรายละเอียดถึงปานกลางปะปนเศษเปลือกหอยตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นชนิดตะกอนที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงคลื่นได้ไว กล่าวคือ เมื่อสภาวะคลื่นแรงขึ้น ทรายบริเวณหน้าหาดอาจถูกดึงออกไปสะสมในเขตน้ำตื้นด้านนอก เกิดสัณฐานอย่างสันทรายใต้น้ำหรือการเปลี่ยนความชันของหน้าหาด และเมื่อเข้าสู่ช่วงคลื่นสงบ ทรายบางส่วนจึงค่อย ๆ เคลื่อนกลับเข้าหาดเกิดการฟื้นตัวตามฤดูกาล อย่างไรก็ตาม หากระบบตะกอนเกิดภาวะขาดดุล หรือทรายออกมากกว่าเข้าอย่างต่อเนื่อง การฟื้นตัวจะไม่เต็มที่และระดับผิวหาดมีแนวโน้มต่ำลงสะสม ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการกัดเซาะในเชิงปริมาตร แม้แนวชายฝั่งอาจไม่ได้ถูกกัดเซาะอย่างเด่นชัดในระยะสั้นก็ตาม Beach Lover สำรวจอ่าวมะนาวในช่วงปลายปี ยังไม่พบร่องรอยการกัดเซาะอย่างรุนแรง พบเพียงรากของต้นสนที่ลอย หรือ ทรายที่ปกคลุมรากสนถูกพัดพาออกไป เผยให้เห็นรากสนอย่างชัดเจน โดยได้เขียนเรื่องราวนี้ไว้แล้วใน “รากสนโผล่=กัดเซาะ” ตามอ่านได้จาก LINK
หาดคอเขา หาดลับแห่งนาพญา
หาดคอเขาเป็นชายหาดขนาดไม่ใหญ่ในพื้นที่ ตำบลนาพญา อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างสงบ เหมาะกับการเดินเล่น นั่งพัก อ่านหนังสือ พื้นที่ชายฝั่งอำเภอหลังสวนมีความยาวราว 35.35 กม. (https://beachlover.net/ติดตามสภาพชายฝั่ง-อ-หลัง/) และตำบลนาพญาเป็นหนึ่งในตำบลติดทะเลของอำเภอนี้ (https://www.opsmoac.go.th/chumphon-dwl-files-411691791804) หาดคอเขามีลักษณะเด่นคือ แนวหาดทรายสลับโขดหินและหัวแหลม ทำให้แนวชายฝั่งเกิดการโค้งเว้าเป็นอ่าวย่อย และมีช่วงที่เป็นหาดทรายต่อเนื่องสลับกับช่วงที่หินโผล่ชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณปลายหาด/เชิงเขา ในเชิงธรณีสัณฐาน หาดที่อยู่ระหว่างหัวแหลมหรือโขดหินมักจัดอยู่ในกลุ่ม หาดก้นอ่าว (pocket beach / headland-bay beach) ซึ่งต่างจากหาดแนวยาว (mainland beach) ที่พาดขนานแผ่นดินต่อเนื่องหลายกิโลเมตร (https://www.tei.or.th/file/events/190208-book_177.pdf) นัยสำคัญทางวิศวกรรมชายฝั่ง คือ หาดลักษณะนี้มักมีขอบเขตการแลกเปลี่ยนตะกอนค่อนข้างจำกัดอยู่ภายในอ่าวย่อย หมายความว่า ทรายจะหมุนเวียนในระบบเดียวกันมากกว่าหลุดไกลออกนอกระบบ สีทรายออกโทน ทอง/น้ำตาลอ่อน และเห็นเม็ดทรายค่อนข้างหยาบ อีกทั้งมีเศษหิน/ก้อนหินกระจายบนหน้าหาดและในเขตน้ำตื้น สิ่งนี้บอกเป็นนัยว่า หาดมีอิทธิพลจากหินพื้นฐานชายฝั่งและการผุพังของหินให้เศษตะกอนขนาดหยาบผสมในระบบ ช่วงน้ำลง/คลื่นสงบ จะเห็นแนวหินและพื้นหินมากขึ้น ทำให้หน้าหาดดูเป็นหาดทรายแคบสลับลานหิน ตัวหาดมีแนวไม้ชายฝั่งให้ร่มเงาและช่วยดักทรายบางส่วนตามธรรมชาติ ขณะที่แลนด์มาร์กใกล้เคียงคือบริเวณสำนักสงฆ์ที่มองเห็นแนวหาดได้ ทางทิศเหนือของชายหาดที่ติดกับโขดหินพบว่าเกิดหาดสองชั้น หรือเกิดสันทรายยาวยื่นจากทิศเหนือไปทิศใต้ สะท้อนถึงทิศทางการเคลื่นที่ของตะกอนชายหาดแถบนี้ได้ดี เท่าที่ Beach Lover เดินเท้าสำรวจ ยังไม่พบร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่งแต่อย่างใด
ถึงถนนแล้ว!!! @หาดประพาส ระนอง
หาดประพาสเป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติแหลมสน ด้านทิศใต้เป็นภูเขาหินซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยาน ส่วนด้านทิศเหนือเป็นที่ตั้งของสถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามันของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เชื่อมต่อกับปากคลองกำพวน ส่วนด้านในเป็นป่าชายเลนที่ค่อนข้างสมบูรณ์ บริบทแบบ “ชายหาด–ปากคลอง–ป่าชายเลน” นี้สำคัญมาก เพราะเป็นตัวกำหนดทั้งแหล่งตะกอนและการเปลี่ยนรูปของปากร่องน้ำ/สันทราย หาดประพาสจึงถือเป็นระบบผสมระหว่าง ชายหาดเปิด (open coast) กับ ปากคลอง (inlet) ทำให้รูปชายหาดเปลี่ยนได้ทั้งจากคลื่นและจากพลวัตของปากคลอง ชายหาดมีความยาวประมาณ 2.7 กม. วางตัวแนว เหนือ–ใต้ เป็นหาดทรายละเอียด โดยด้านเหนือเชื่อมกับคลองกำพวน ซึ่งบริเวณปากคลองมีแนวสันทรายขนาดใหญ่ ขณะที่ด้านในคลองเป็นป่าชายเลนและชุมชนประมง ด้านทิศใต้มีแนวกองหิน/หัวแหลมขนาดเล็ก ทำหน้าที่ช่วยบังคลื่นบางส่วนในช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมบางโซนของชายหาด อาจมีเสถียรภาพมากกว่าอีกโซน ทั้งที่เป็นชายหาดเดียวกัน Beach Lover ได้เดินเท้าสำรวจหาดประพาสในช่วงปลอดมรสุมในเดือนธันวาคม พบว่าขอบถนนเลียบหาดถูกกัดเซาะจนเกิดหน้าตัดดินและแผ่นแอสฟัลต์ทรุดแตกเป็นช่วง ๆ ชายฝั่งอันดามันแถบนี้ได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เป็นหลัก ในช่วงเวลายาวระดับหลายเดือนตั้งแต่ช่วงกลางเดือน พ.ค. จนถึงช่วงปลายเดือน ต.ค. โดยระดับน้ำทะเลและคลื่นในช่วงเวลานี้จะส่งผลต่อการกัดเซาะเป็นสำคัญ หากมีพายุร่วมด้วยยิ่งทำให้หาดกัดเซาะมากยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อหน้าหาดแคบลง ระยะกันชนระหว่างคลื่นกับขอบถนนจึงลดลง เมื่อระดับน้ำทะเลสูงขึ้นชั่วคราวในช่วงมรสุม คลื่นจะวิ่งขึ้นถึงตีนคันทางบ่อยขึ้น เกิดการกัดเซาะฐาน (undercutting) ทำให้ดินคันทางถูกเซาะเป็นโพรง/รอยเว้า จนเกิดการพังของแผ่นแอสฟัลต์แตกทรุดลงเป็นช่วง ๆ ตามที่เห็นในภาพ นี่คือเหตุผลที่บางครั้งเราเห็นความเสียหายดูเหมือนเกิดขึ้นเร็ว ทั้งที่จริงอาจสะสมมานาน และถูกเร่งให้พังในไม่กี่วันของเหตุการณ์คลื่นแรง มีข่าวรายงานว่าจังหวัดระนองได้ประชุมพิจารณาแนวทางแก้ปัญหาการกัดเซาะในพื้นที่อำเภอสุขสำราญ รวมถึงหาดประพาส ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมีการพิจารณาโมเดลการวางกำแพงกันคลื่นเพื่อแก้ปัญหาระยะยาว (https://ranongcities.com/2561/news/detail/8520) รอติดตาม…อย่างใจเย็น
see more…
สถานการณ์ชายฝั่งทะเล
5 คำถาม “เช็กกึ๋น” ผู้สมัคร สส. เรื่องชายหาด
ชายหาดไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่คือ “ระบบนิเวศ” และ “โครงสร้างพื้นฐานธรรมชาติ” ที่ลดพลังงานคลื่น รองรับภัยพิบัติ เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต และเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อคุณภาพชีวิต แต่ในทางปฏิบัติ สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับชายหาดขึ้นอยู่กับ “การตัดสินใจเชิงนโยบาย” เช่น 1.จะสร้างกำแพงกันคลื่น/เขื่อนกันคลื่น/รอดักทราย หรือเลือกทางเลือกอื่นดี 2.จะจัดการพื้นที่ชายหาดเป็นพื้นที่สาธารณะหรือปล่อยให้ถูกใช้ประโยชน์จนเต็มขีดความสามารถ 3.จะกำหนดเขตถอยร่น/แนวกันชน เพื่อลดความเสี่ยงระยะยาวหรือไม่ 4.จะมีระบบติดตามประเมินผลโครงการชายฝั่งแบบโปร่งใสหรือไม่ และอื่นๆอีกมากมาย ประเด็นเหล่านี้เป็น “การเมือง” เพราะเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณ การออกกฎระเบียบ การอนุมัติโครงการ และการกำกับดูแล ซึ่งอยู่ในมือรัฐและนักการเมืองโดยตรง การจัดการชายหาดจึงอาจแยกออกจากการเมืองได้ Beach Lover เคยเขียนบทความ “การเมืองเรื่องเม็ดทราย” มาแล้วเมื่อปีก่อน ตามอ่านได้จาก https://beachlover.net/sand-politics-october2025/ ช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง สส. (กำหนดวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569) คือหน้าต่างนโยบายที่หาได้ยาก เพราะผู้สมัครและพรรคการเมืองพร้อมรับฟังข้อเสนอมากกว่าช่วงปกติ ขณะเดียวกันชายหาด พื้นที่สาธารณะของคนทั้งประเทศ มักถูกตัดสินชะตาโดย “นโยบายรัฐและการเมือง” มากพอๆ กับแรงคลื่นลมในทะเล Beach Lover ชวนตั้งคำถามกับผู้ที่รับอาสาดูแลประเทศด้วยงบประมาณแผ่นดินปีละกว่า 3.X ล้าน ล้านบาท […]
พาชมรากโกงกางเทียมกันอีกรอบ ณ หาดสามร้อยยอด
Beach Lover เคยพาชม “แนวกันคลื่นแบบโปร่ง” หรือที่มีการเรียกขานกันว่า รากโกงกางเทียม (C-Aoss) มาแล้วในหลายพื้นที่ ติดตามอ่านได้จากไอคอน Search มุมขวาบน นอกจากนั้ยังสามารถติดตาม Clip พาเดินชมได้จาก Youtube (1) โกงกางเทียมซีออส (C-Aoss) หาดนางทอง เขาหลัก พังงาและ (2) โกงกางเทียมซีออส (C-Aoss) ณ หาดนางทอง จ พังงา และ (3) รากโกงกางเทียม เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ณ หาดนางทอง (4) รากไม้โกงกางเทียม (ตำแหน่งหน้าครัวลุงระ) ณ หาดแสงจันทร์ จ.ระยอง C-Aoss ประกอบด้วย เสาหลักซึ่งทำจากไม้ผสมพลาสติก HDPE และ รากเทียมที่ออกแบบให้คล้ายรากโกงกาง โดยมีส่วนผสมยางพาราธรรมชาติ ตามเอกสารที่ค้นคว้าได้พบว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้คลื่นเสียพลังงานบางส่วน และลดการพัดพาตะกอนบริเวณด้านหลังแนว เพื่อเอื้อต่อการสะสมตะกอน/ฟื้นตัวของพื้นที่ชายฝั่ง โครงสร้างโกงกางเทียมเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ณ หาดสามร้อยยอดนี้ วางแนวต่อกับกำแพงกันคลื่นแบบหินเรียงของเดิมที่สร้างโดยสำนักโยธาธิการและผังเมือง จ.ประจวบฯ เมื่อปี 2560 โดยจากการเดินเท้าสำรวจครั้งนี้ พบว่าสภาพของโครงสร้างทั้ง 6 แถว ยังอยู่ในสภาพดี ยังไม่มีบางส่วนของโครงสร้างหลุดออกจากที่ตั้งเหมือนอย่างในพื้นที่อื่นๆที่ […]
ท้ายกำแพงกันคลื่น หาดแม่รำพึง
Beach Lover ลงสำรวจพื้นที่ชายฝั่งหาดแม่รำพึง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังจากโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองแล้วเสร็จ พบความเปลี่ยนแปลงของชายฝั่งที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณด้านทิศเหนือของปลายกำแพง ซึ่งเริ่มปรากฏร่องรอยการกัดเซาะชัดเจนมากขึ้น ทั้งจากสภาพชายหาดที่แคบลง ระดับทรายที่ลดต่ำลง ภาพถ่ายจากการสำรวจภาคสนามช่วยยืนยันว่ากระบวนการกัดเซาะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นเป็น “ผลพวง” จากโครงสร้างที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องพื้นที่ด้านหลังของชายฝั่งบริเวณทิศใต้ของหาด กำแพงกันคลื่นที่แม่รำพึงมีความสูงมากกว่า 2 เมตรและทอดยาวไปตามแนวชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง เมื่อคลื่นเดินทางเข้าปะทะชายหาด พลังงานส่วนหนึ่งถูกกำแพงสะท้อนกลับ ส่งผลให้ทรายหน้ากำแพงถูกพัดพาออกไปทีละน้อย ระดับหาดจึงค่อยๆ ลดลงจนสามารถเห็นฐานโครงสร้างได้ชัดเจนขึ้น ภาพที่เห็นในปัจจุบันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาอันสั้น แต่เป็นผลสะสมจากการปะทะซ้ำของคลื่นกับโครงสร้างแข็งตลอดช่วงเวลาหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ ขณะเดียวกัน ความต่อเนื่องของกำแพงยังทำให้ทิศทางของกระแสน้ำเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะบริเวณปลายสุดกำแพงทางด้านทิศเหนือ ซึ่งตรงกับตำแหน่งที่พบการกัดเซาะมากที่สุดในการสำรวจครั้งนี้
5 เรื่องราวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในปี 2568
Beach Lover ได้นำเสนอเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชายหาดทั้งในไทยและต่างประเทศ ทั้งข่าว สถานการณ์ และข้อมูลทางวิชาการ ที่เกี่ยวข้องมาตั้งแต่ปี 2562 รวมถึงคลิป VDO ที่น่าสนใจผ่านทาง Youtube: Coastal Research Group (https://www.youtube.com/channel/UC1TN-_GH8ZOu2qjTlh_9CSQ) มาตั้งแต่ปี 2561 ในวันสุดท้ายก่อนปี 2568 จะผ่านพ้นไป Beach Lover ขอประมวล 5 เรื่องราวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในรอบปี 2568 ตามนี้ อันดับ 1: ปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลยังไง (https://beachlover.net/king-tide/) อันดับ 2: ปากร่อง “ปานาเระ” ปิด (อีกแล้ว) (https://beachlover.net/tidal-inlet-panare-closed-nov2025/) อันดับ 3: เทคโนโลยีที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานคลื่นน้ำทะเล (https://beachlover.net/wave-energy/) อันดับ 4: เที่ยวไหนดี…ชะอำเหนือ หรือ ใต้? (https://beachlover.net/cha-am-north-south-where-to-go/) อันดับ 5: จากต้นน้ำถึงทะเล (From ridge […]
สถานีวิจัยฯ สุดหาดประพาส ถูกกัดเซาะ?
Beach Lover ได้นำเสนอสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งบริเวณหาดประพาสไปแล้วในโพสก่อนหน้านี้ ติดตามได้จาก https://beachlover.net/praphat-ranong-dec2025/ เมื่อเดินสำรวจไปทางทิศเหนือเรื่อยๆสุดหาดประพาส จะเป็นที่ตั้งของสถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามันของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยเชื่อมต่อกับปากคลองกำพวนทางด้านเหนือสุด พบว่าชายหาดของสถานีวิจัยฯ มีโครงสร้างป้องกันชายฝั่งลักษณะเป็นบล็อคคอนกรีต เพื่อป้องกันริมถนนของสถานีวิจัยเองตลอดแนวประมาณ 320 เมตร จากปากทางเข้าสถานีฯไปทางทิศหนือ เนื่องจากระดับถนนสูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่มาก จึงพบทรายจำนวนมากอยู่บนถนน คาดว่าเกิดจากคลื่นซัดขึ้นมาด้านบนและพาทรายมาด้วย จากโพสก่อนหน้า ที่ Beach Lover ได้พาสำรวจหาดประพาสไปแล้วนั้นพบว่า หาดทางทิศใต้ของสถานีวิจัยฯ ที่ไม่มีโครงสร้างป้องกันชายฝั่งใดๆ ถูกกัดเซาะจนถนนเสียหายเกือบตลอดทั้งแนว เมื่อเทียบกับถนนเส้นเดียวกันที่วิ่งเข้าสู่สถานีวิจัยฯทางทิศเหนือของหาด ที่ยังคงสภาพใช้การได้อยู่นั้น จึงเป็นเหตุผลให้จังหวัดระนองประชุมพิจารณาโมเดลการวางแนวกันคลื่นแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่อำเภอสุขสำราญ โดยให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาวิศวกรรมปฐพีและฐานราก คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้นำรูปแบบมาเสนอ (https://share.google/4vY2OrGhsNmpRDGwH) รอติดตามอย่างใจเย็น…..
พบร่องรอยการกัดเซาะ หาดทุ่งวัวแล่น
จากโพสก่อนหน้านี้ (https://beachlover.net/thungwualaen-coconut-signature-dec2025/) ที่ Beach Lover ได้เกริ่นไว้ว่า เมื่อเดินเท้าสำรวจชายหาดกว่า 3 กิโลเมตร พบว่า ทิศเหนือของชายหาดมีร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่ง โดยพบความพยายามในการป้องกันชายฝั่งโดยใช้กระสอบทรายขนาดเล็กตามภาพ บางตำแหน่งที่เราพบร่องรอยการกัดเซาะนั้น เป็นการกัดเซาะลานปูนริมทะเล ที่ไม่แน่ใจว่าตั้งใจทำไว้เพื่อจอดรถ หรือว่าเพื่อวัตถุประสงค์ใด โดยพบว่ามีการนำกระสอบทรายขนาดเล็กมาอุดร่องรอยนี้เพื่อบรรเทาปัญหา เท่าที่ Beach Lover พอคาดคะเนด้วยสายตาพบว่า ตลอดระยะทาง 2.78 กิโลเมตร ของหาดทุ่งวัวแล่นนั้น พบร่องรอยการกัดเซาะตามภาพที่นำเสนอมานี้ระยะทางรวมประมาณ 70-80 เมตร ส่วนอื่นๆของชายหาดพบว่ายังมีความสมบูรณ์ และสวยงามอยู่มาก
มะพร้าวโอนเอียง @ ทุ่งวัวแล่น
หาดทุ่งวัวแล่นมีความยาวประมาณ 2.78 กิโลเมตร วางแนวในทิศเหนือ-ใต้ เป็นชายหาดชื่อดังของจังหวัดชุมพร ตั้งอยู่บริเวณตำบลสะพลี อำเภอปะทิว เป็นแนวชายหาดที่พัฒนาเพื่อการท่องเที่ยวพอสมควร แต่ยังคงบรรยากาศชายฝั่งแบบธรรมชาติให้เห็นได้ชัด โดยมีแนวต้นไม้ชายหาด ร้านค้า ร้านอาหาร และที่พัก ที่เป็นระดับกลางๆไม่หรูหรา กระจายตัวอยู่ในหลายบริเวณ หาดนี้โดดเด่นด้วยเม็ดทรายสีอ่อนค่อนข้างละเอียด และหน้าหาดที่มีความลาดเอียงน้อยประมาณ 3.38 องศา (ข้อมูลจากการสำรวจภาคสนาม) พร้อมเขตน้ำตื้นที่ค่อย ๆ ลึกลงไปทีละน้อย ส่งผลให้ชายหาดเหมาะกับกิจกรรมริมทะเลและการลงเล่นน้ำ เพราะความลาดชันต่ำช่วยลดความชันของคลื่นแตกและทำให้พื้นที่น้ำตื้นมีบทบาทเป็นกันชนธรรมชาติดูดซับพลังงานคลื่นก่อนถึงฝั่ง Signature หรือเอกลักษณ์ของหาดทุ่งวัวแล่น คือแนวต้นมะพร้าวริมชายหาดที่หลายต้นมีลำต้นโอนเอียงไปทิศทางเดียวกัน จนเกิดเส้นสายภูมิทัศน์ที่ดูเหมือนชายหาดกำลังเอนตัวเข้าหาทะเล Beach Lover ได้เคยเขียนเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับต้นมะพร้าวที่โอนเอนออกทะเลไปแล้ว หาอ่านได้จาก https://beachlover.net/coconut-tree-bending/ ในช่วงปลายปีแบบนี้ พบนักท่องเที่ยวต่างชาติหนีหนาวมาเยือนหาดทุ่งวัวแล่นจำนวนมาก และเท่าที่คาดการณ์ด้วยสายตาในวันหยุดยาวช่วง Christmas ต่อเทศกาลปีใหม่สากลนั้นพบว่า มีจำนวนมากกว่านักท่องเที่ยวชาวไทยเสียอีก อย่างไรก็ตาม หาดแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งหาดที่เลื่องชื่อถึงกระแสน้ำกินคน หรือ Rip current ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงฤดูมรสุมที่ความลาดชันชายหาด และความชันของคลื่นได้สัดส่วนกันอย่างพอเหมาะจนส่งผลให้เกิดกระแสน้ำย้อนกลับดูดออกจากฝั่ง Beach Lover เคยเขียนเรื่องนี้ไว้แล้ว ตามอ่านได้จาก https://beachlover.net/rip-current/ เมื่อเดินเท้าสำรวจตลอดความยาวกว่า 3 กิโลเมตร […]
รากสนโผล่ ที่อ่าวมะนาว
อ่าวมะนาว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นชายหาดทรายในบริบทของอ่าวโค้งกึ่งปิด ซึ่งมีแนวแหลมและภูมิประเทศด้านข้างช่วยกำหนดรูปทรงของอ่าว ทำให้การกระจายพลังงานคลื่นและทิศทางกระแสบริเวณใกล้ฝั่งมีความเฉพาะตัวมากกว่าชายฝั่งที่เปิดโล่ง แนวชายหาดมีลักษณะโค้งรับทะเลต่อเนื่อง ส่งผลให้บางช่วงของอ่าวได้รับคลื่นมากกว่าช่วงใกล้หัวอ่าวที่ถูกบังคลื่นไปบางส่วน ลักษณะทางสัณฐานเช่นนี้ทำให้ตะกอนทรายจำนวนหนึ่งมีแนวโน้มหมุนเวียนอยู่ภายในอ่าวภายใต้อิทธิพลของคลื่นตามฤดูกาล แทนที่จะถูกพัดพาออกไปไกลแบบชายฝั่งเปิด อย่างไรก็ดี เมื่อเกิดช่วงคลื่นแรง เช่น ในฤดูมรสุมหรือเหตุการณ์พายุ ชายหาดทรายยังสามารถถูกกัดเซาะ ได้ชั่วคราว ทำให้หน้าตัดชายหาดเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว อ่าวมะนาวเป็นหาดทรายที่โดยภาพรวมมีลักษณะทรายละเอียดถึงปานกลางปะปนเศษเปลือกหอยตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นชนิดตะกอนที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงคลื่นได้ไว กล่าวคือ เมื่อสภาวะคลื่นแรงขึ้น ทรายบริเวณหน้าหาดอาจถูกดึงออกไปสะสมในเขตน้ำตื้นด้านนอก เกิดสัณฐานอย่างสันทรายใต้น้ำหรือการเปลี่ยนความชันของหน้าหาด และเมื่อเข้าสู่ช่วงคลื่นสงบ ทรายบางส่วนจึงค่อย ๆ เคลื่อนกลับเข้าหาดเกิดการฟื้นตัวตามฤดูกาล อย่างไรก็ตาม หากระบบตะกอนเกิดภาวะขาดดุล หรือทรายออกมากกว่าเข้าอย่างต่อเนื่อง การฟื้นตัวจะไม่เต็มที่และระดับผิวหาดมีแนวโน้มต่ำลงสะสม ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการกัดเซาะในเชิงปริมาตร แม้แนวชายฝั่งอาจไม่ได้ถูกกัดเซาะอย่างเด่นชัดในระยะสั้นก็ตาม Beach Lover สำรวจอ่าวมะนาวในช่วงปลายปี ยังไม่พบร่องรอยการกัดเซาะอย่างรุนแรง พบเพียงรากของต้นสนที่ลอย หรือ ทรายที่ปกคลุมรากสนถูกพัดพาออกไป เผยให้เห็นรากสนอย่างชัดเจน โดยได้เขียนเรื่องราวนี้ไว้แล้วใน “รากสนโผล่=กัดเซาะ” ตามอ่านได้จาก LINK
หาดคอเขา หาดลับแห่งนาพญา
หาดคอเขาเป็นชายหาดขนาดไม่ใหญ่ในพื้นที่ ตำบลนาพญา อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างสงบ เหมาะกับการเดินเล่น นั่งพัก อ่านหนังสือ พื้นที่ชายฝั่งอำเภอหลังสวนมีความยาวราว 35.35 กม. (https://beachlover.net/ติดตามสภาพชายฝั่ง-อ-หลัง/) และตำบลนาพญาเป็นหนึ่งในตำบลติดทะเลของอำเภอนี้ (https://www.opsmoac.go.th/chumphon-dwl-files-411691791804) หาดคอเขามีลักษณะเด่นคือ แนวหาดทรายสลับโขดหินและหัวแหลม ทำให้แนวชายฝั่งเกิดการโค้งเว้าเป็นอ่าวย่อย และมีช่วงที่เป็นหาดทรายต่อเนื่องสลับกับช่วงที่หินโผล่ชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณปลายหาด/เชิงเขา ในเชิงธรณีสัณฐาน หาดที่อยู่ระหว่างหัวแหลมหรือโขดหินมักจัดอยู่ในกลุ่ม หาดก้นอ่าว (pocket beach / headland-bay beach) ซึ่งต่างจากหาดแนวยาว (mainland beach) ที่พาดขนานแผ่นดินต่อเนื่องหลายกิโลเมตร (https://www.tei.or.th/file/events/190208-book_177.pdf) นัยสำคัญทางวิศวกรรมชายฝั่ง คือ หาดลักษณะนี้มักมีขอบเขตการแลกเปลี่ยนตะกอนค่อนข้างจำกัดอยู่ภายในอ่าวย่อย หมายความว่า ทรายจะหมุนเวียนในระบบเดียวกันมากกว่าหลุดไกลออกนอกระบบ สีทรายออกโทน ทอง/น้ำตาลอ่อน และเห็นเม็ดทรายค่อนข้างหยาบ อีกทั้งมีเศษหิน/ก้อนหินกระจายบนหน้าหาดและในเขตน้ำตื้น สิ่งนี้บอกเป็นนัยว่า หาดมีอิทธิพลจากหินพื้นฐานชายฝั่งและการผุพังของหินให้เศษตะกอนขนาดหยาบผสมในระบบ ช่วงน้ำลง/คลื่นสงบ จะเห็นแนวหินและพื้นหินมากขึ้น ทำให้หน้าหาดดูเป็นหาดทรายแคบสลับลานหิน ตัวหาดมีแนวไม้ชายฝั่งให้ร่มเงาและช่วยดักทรายบางส่วนตามธรรมชาติ ขณะที่แลนด์มาร์กใกล้เคียงคือบริเวณสำนักสงฆ์ที่มองเห็นแนวหาดได้ ทางทิศเหนือของชายหาดที่ติดกับโขดหินพบว่าเกิดหาดสองชั้น หรือเกิดสันทรายยาวยื่นจากทิศเหนือไปทิศใต้ สะท้อนถึงทิศทางการเคลื่นที่ของตะกอนชายหาดแถบนี้ได้ดี เท่าที่ Beach Lover เดินเท้าสำรวจ ยังไม่พบร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่งแต่อย่างใด
ถึงถนนแล้ว!!! @หาดประพาส ระนอง
หาดประพาสเป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติแหลมสน ด้านทิศใต้เป็นภูเขาหินซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยาน ส่วนด้านทิศเหนือเป็นที่ตั้งของสถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามันของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เชื่อมต่อกับปากคลองกำพวน ส่วนด้านในเป็นป่าชายเลนที่ค่อนข้างสมบูรณ์ บริบทแบบ “ชายหาด–ปากคลอง–ป่าชายเลน” นี้สำคัญมาก เพราะเป็นตัวกำหนดทั้งแหล่งตะกอนและการเปลี่ยนรูปของปากร่องน้ำ/สันทราย หาดประพาสจึงถือเป็นระบบผสมระหว่าง ชายหาดเปิด (open coast) กับ ปากคลอง (inlet) ทำให้รูปชายหาดเปลี่ยนได้ทั้งจากคลื่นและจากพลวัตของปากคลอง ชายหาดมีความยาวประมาณ 2.7 กม. วางตัวแนว เหนือ–ใต้ เป็นหาดทรายละเอียด โดยด้านเหนือเชื่อมกับคลองกำพวน ซึ่งบริเวณปากคลองมีแนวสันทรายขนาดใหญ่ ขณะที่ด้านในคลองเป็นป่าชายเลนและชุมชนประมง ด้านทิศใต้มีแนวกองหิน/หัวแหลมขนาดเล็ก ทำหน้าที่ช่วยบังคลื่นบางส่วนในช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมบางโซนของชายหาด อาจมีเสถียรภาพมากกว่าอีกโซน ทั้งที่เป็นชายหาดเดียวกัน Beach Lover ได้เดินเท้าสำรวจหาดประพาสในช่วงปลอดมรสุมในเดือนธันวาคม พบว่าขอบถนนเลียบหาดถูกกัดเซาะจนเกิดหน้าตัดดินและแผ่นแอสฟัลต์ทรุดแตกเป็นช่วง ๆ ชายฝั่งอันดามันแถบนี้ได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เป็นหลัก ในช่วงเวลายาวระดับหลายเดือนตั้งแต่ช่วงกลางเดือน พ.ค. จนถึงช่วงปลายเดือน ต.ค. โดยระดับน้ำทะเลและคลื่นในช่วงเวลานี้จะส่งผลต่อการกัดเซาะเป็นสำคัญ หากมีพายุร่วมด้วยยิ่งทำให้หาดกัดเซาะมากยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อหน้าหาดแคบลง ระยะกันชนระหว่างคลื่นกับขอบถนนจึงลดลง เมื่อระดับน้ำทะเลสูงขึ้นชั่วคราวในช่วงมรสุม คลื่นจะวิ่งขึ้นถึงตีนคันทางบ่อยขึ้น เกิดการกัดเซาะฐาน (undercutting) ทำให้ดินคันทางถูกเซาะเป็นโพรง/รอยเว้า จนเกิดการพังของแผ่นแอสฟัลต์แตกทรุดลงเป็นช่วง ๆ ตามที่เห็นในภาพ นี่คือเหตุผลที่บางครั้งเราเห็นความเสียหายดูเหมือนเกิดขึ้นเร็ว ทั้งที่จริงอาจสะสมมานาน และถูกเร่งให้พังในไม่กี่วันของเหตุการณ์คลื่นแรง มีข่าวรายงานว่าจังหวัดระนองได้ประชุมพิจารณาแนวทางแก้ปัญหาการกัดเซาะในพื้นที่อำเภอสุขสำราญ รวมถึงหาดประพาส ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และมีการพิจารณาโมเดลการวางกำแพงกันคลื่นเพื่อแก้ปัญหาระยะยาว (https://ranongcities.com/2561/news/detail/8520) รอติดตาม…อย่างใจเย็น


