Home

ข่าว

เร่งสำรวจชายฝั่งประจวบฯ หลังมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ประเมินความเสี่ยงการกัดเซาะชายฝั่ง

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 15 มกราคม 2569 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 โดยส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ลงพื้นที่สำรวจและติดตามสถานการณ์ชายฝั่งทะเลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายหลังได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลให้บางช่วงของแนวชายฝั่งเกิดการกัดเซาะ โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ติดถนนเลียบชายฝั่ง ซึ่งอาจกระทบต่อความปลอดภัย การคมนาคม และทรัพย์สินของประชาชน ในการสำรวจครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ใช้ อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เพื่อสำรวจแนวตะกอนนอกชายฝั่ง ควบคู่กับการตรวจสอบสภาพพื้นที่จริง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความละเอียด ถูกต้อง และครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ข้อมูลจากการสำรวจจะถูกนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญ ในการประเมินความเปราะบางของพื้นที่ชายฝั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ช่วยสนับสนุนการวางแผนบริหารจัดการและกำหนดแนวทางป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ และมุ่งสู่ความยั่งยืนในระยะยาว การติดตามและประเมินสถานการณ์ชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นภารกิจสำคัญของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ และสร้างความมั่นคงให้กับชุมชนชายฝั่งของประเทศ

ติดตามแนวรั้วไม้ดักทรายหาดปากเมง

ที่มา: https://www.facebook.com/mnperc3 วันที่ 9 มกราคม 2569 ศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 (ตรัง) สำรวจติดตามเก็บข้อมูลการสะสมตัวของมวลทรายและติดตามการเจริญเติบโตของสังคมพืชป่าชายหาด บริเวณแนวรั้วไม้ดักทรายหาดปากเมง อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง ประจำเดือนมกราคม แนวรั้วไม้ดักทราย 2 รูปแบบ ได้แก่ แนวตรง และแนวซิกแซก เบื้องต้นพบว่า มีการสะสมตัวของมวลทรายเฉลี่ย 15.5 และ 33.7 เชนติเมตร ตามลำดับ และพบพันธุ์ไม้ทั้งหมด 14 ชนิด จำนวน 364 ต้น พันธุ์ไม้เด่นที่พบคือ ต้นปอทะเล (Hibiscus tiliaceus L.) จำนวน 117 ต้น เทพี (Caesalpinia crista L.) จำนวน 69 ต้น และหูกวาง (Terminalia catappa L.) จ่านาน 51 ต้น […]

คลื่นซัด”หาดสามพระยา” กัดเซาะชายฝั่งพังยับ ต้นสนล้มระนาว

ที่มา: https://www.facebook.com/prachuappost (วันที่ 9 มกราคม 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างวันที่7-8 มกราคม ที่ผ่านมา นายเอกฤทธิ์ ดวงมาลา หน.อช เขาสามร้อยยอด กล่าวว่า หาดสามพระยา และ หาดแหลมศาลา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เกิดมวลน้ำทะเลหนุนสูงประกอบกับคลื่นลมแรงในอ่าวไทย ทะยานเข้าซัดชายหาดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะแนวต้นสนขนาดใหญ่มีอายุมากกว่า30ปี ที่เป็นสัญลักษณ์ของหาด ถูกกระแสคลื่นสูงเกือบ3เมตรกัดเซาะจนรากถอนโคน ล้มระนาวเกือบ 20 ต้น ซึ่งทั้ง2หาดรวมแล้วเกือบ40ต้น กลายเป็นภาพที่น่าตกใจ ทั้งนี้จากสภาพอากาศที่แปรปรวนส่งผลให้คลื่นที่มีความแรงโถมเข้าใส่ชายหาดอย่างต่อเนื่อง พลังของน้ำได้ขุดรากถอนโคนต้นสนขนาดใหญ่ที่ยืนต้นมานานนับสิบปีให้ล้มลงในพริบตา พื้นที่ที่เคยร่มรื่นสวยงามกลับกลายเป็นแนวดินที่พังทลายและซากต้นไม้ที่ล้มระเนระนาด สร้างความตะลึงให้กับเจ้าหน้าที่ฯและนักท่องเที่ยวในพื้นที่เป็นอย่างมาก ​เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ย่อย หาดสามพระยา (อช เขาสามร้อยยอด)ได้ประเมินสถานการณ์พร้อมงดให้บริการลานกางเต้นท์ เป็นการชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย” โดยเบื้องต้นมีการติดธงแดง และ​ปิดกั้นพื้นที่เสี่ยง ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำโดยเด็ดขาด ​ซึ่ง​ความรุนแรงของธรรมชาติที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดครั้งหนึ่งในต้นปีนี้ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำลายทัศนียภาพอันสวยงาม แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างรุนแรง ​ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวติดตามประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาและอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดอย่างใกล้ชิด

สำรวจเก็บข้อมูลและติดตามสถานภาพชายฝั่งช่วงมรสุม บริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเล อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 โดยเจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ลงพื้นที่สำรวจเก็บข้อมูลและติดตามสถานภาพชายฝั่งช่วงมรสุม รวมถึงรวบรวมข้อมูลส่งให้กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง เพื่อเป็นข้อมูลพิจารณากลั่นกรองโครงการด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเล ม.6 ต.หน้าสตน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช จากการลงพื้นที่ พบการกัดเซาะชายฝั่งในช่วงฤดูมรสุม และทางด้านทิศเหนือชายฝั่งมีความสมดุล มีตะกอนทรายสะสมมากและหน้าหาดกว้าง ทั้งนี้ สทช.5 จะดำเนินการรวบรวมข้อมูล เพื่อนำไปประกอบการจัดทำรายงานสถานภาพชายฝั่งทะเลประจำปี 2569 พร้อมทั้งรวบรวมรายงานกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของคณะทำงานกลั่นกรองโครงการฯ ต่อไป

สำรวจข้อมูลแนวรั้วไม้ดักทราย หาดปากเมง

ที่มา: https://www.facebook.com/mnperc3 วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 (ตรัง) สำรวจติดตามเก็บข้อมูลการสะสมตัวของมวลทรายและติดตามการเจริญเติบโตของสังคมพืชป่าชายหาด บริเวณแนวรั้วไม้ดักทรายหาดปากเมง อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรังประจำเดือนกันยายน แนวรั้วไม้ดักทราย 2 รูปแบบ ได้แก่ แนวตรง และแนวซิกแซก เบื้องต้นพบว่า มีการสะสมตัวของมวลทรายเฉลี่ย 8.3 และ -21.3 เซนติเมตร ตามลำดับ และพบพันธุ์ไม้ทั้งหมด 15 ชนิด จำนวน 337 ต้น มีพันธุ์ไม้เด่นที่พบคือ ต้นปอทะเล (Hibiscus tiliaceus L.) จำนวน 141 ต้น รักทะเล 80 ต้น และ ต้นเตยทะเล (Pandanus odoratissimus L.f.) จำนวน 33 ต้น และซึ่งเมื่อเปรียบเทียบข้อมูลเบื้องต้น ในเดือนที่ผ่านมา พบว่า มีจำนวนกล้าไม้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เร่งหาแนวทางแก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่งบ้านปูลาโต๊ะบีซู

ที่มา: https://www.facebook.com/DPT.PR.GO.TH วันที่ 16 ตุลาคม 2568 กรมโยธาธิการและผังเมือง เดินหน้าแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลอย่างเป็นระบบ จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 3 โครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดฯ บริเวณบ้านปูลาโต๊ะบีซู ต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ณ โรงเรียนบ้านปูลาเจ๊ะมูดอ โดยมีนายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานการประชุม เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์จากทุกภาคส่วน ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณบ้านปูลาโต๊ะบีซู ได้ทวีความรุนแรงในระดับสูง ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อบ้านเรือน ที่ดินทำกิน และทรัพย์สินของทางราชการ รวมถึงโรงเรียนและสถานีประมงชายฝั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างป้องกันปัจจุบันไม่สามารถต้านทานการถดถอยของแนวชายฝั่งจากคลื่นกัดเซาะในช่วงฤดูมรสุมได้ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนอย่างมาก นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้กล่าวถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว พร้อมเน้นย้ำให้ประชาชนที่เข้าร่วมประชุมสะท้อนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำไปบูรณาการร่วมกับการศึกษาด้านอื่น ๆ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาสนองตอบต่อความต้องการของชุมชนและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ​สำหรับโครงการดังกล่าว กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท แมคโคร คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท เอส ที เอส กรีน จำกัด เข้ามาดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียด […]

ชาวบ้านหาดทรายรี คัดค้านการปักเสาไม้กันคลื่น

ที่มา: https://www.facebook.com/SouthernThaiPBS เมื่อวานนี้ (29 ส.ค. 68) ที่วัดสุวรรณคูหาวารีวงศ์ (วัดถ้ำโพงพาง) ต.หาดทรายรี อ.เมือง จ.ชุมพร ผู้นำชุมชน เจ้าอาวาสวัด และชาวบ้านกว่า 300 คน จาก 7 หมู่บ้าน ร่วมประชาคมแสดงจุดยืนคัดค้านการปักเสาไม้กันคลื่น หลังใช้งานมา 3 ปีไม่แก้ปัญหายั่งยืน แถมเสาไม้ผุหักเป็นตอฝังดิน อันตรายต่อชาวบ้านและนักท่องเที่ยว อีกทั้งทำให้ภูมิทัศน์ชายหาดเสื่อมโทรม ชาวบ้านเรียกร้องหน่วยงานรัฐเลิกปักไม้ซ่อมแซมเพิ่มเติม พร้อมเร่งดำเนินการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งถาวรตามแบบวิศวกรโยธา ควบคู่กับการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม และจัดเวทีประชาคมเพื่อฟังเสียงประชาชนโดยเร็วที่สุด นางสกุลตลา ไมตรีจิตร นายก อบต.หาดทรายรี ยืนยันว่า การใช้เสาไม้ที่ผ่านมาไม่ช่วยแก้ปัญหาน้ำกัดเซาะชายฝั่ง แต่กลับสร้างปัญหาเพิ่ม จึงต้องหามาตรการถาวรเพื่อคุ้มครองพื้นที่และการท่องเที่ยวในระยะยาว

งานปักไม้ หาดม่วงงาม

ที่มา: https://web.facebook.com/kprame.garden Beach Lover ยังไม่มีข้อมูลว่าเจ้าของโครงการคือหน่วยงานใด รวมถึงที่ไปที่มาของโครงการด้วย หากทราบข้อมูลจะนำมาแจ้งข่าวในโอกาสถัดไป

สำรวจหาดแหลมสน และหาดอ่าวมะขามป้อม จังหวัดระยอง

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 11-13 กรกฎาคม 2568 กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง (กอช.) โดยส่วนวิจัย พัฒนา และธรณีวิทยาชายฝั่ง ร่วมกับส่วนจัดการพื้นที่ชายฝั่ง และส่วนแผนและยุทธศาสตร์ ลงพื้นที่บริเวณหาดแหลมสน ตำบลเนินฆ้อ และหาดอ่าวมะขามป้อม ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เพื่อดำเนินการสำรวจสัณฐานชายฝั่ง แนวชายฝั่งทะเล (Coastline) ความลาดชัน และความกว้างชายหาด ในช่วงฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ การสำรวจดำเนินการโดยใช้เครื่องมือหาพิกัดด้วยดาวเทียมระบบ GNSS ผ่านเครือข่ายการรังวัดด้วยดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) และระบบอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ที่ติดตั้งระบบนำทางด้วยดาวเทียม RTK ครอบคลุมแนวชายฝั่งระยะทางประมาณ 3,000 เมตร จากการสำรวจพบว่า พื้นที่มีความลาดชันชายหาดประมาณ 0–14 องศา ระดับความสูงของพื้นที่อยู่ระหว่าง -0.40 ถึง 2.55 เมตร โดยบริเวณดังกล่าวมีโครงสร้างกำแพงกันคลื่นริมชายฝั่ง ประเภทตั้งตรง (Vertical Seawall) ความยาวประมาณ 750 เมตร และเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล […]

สำรวจสถานการณ์ของทรัพยากรชายฝั่ง คลองด่าน สมุทรปราการ

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 โดยส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ลงพื้นที่ติดตามสำรวจสถานการณ์ของทรัพยากรชายฝั่ง ท้องที่จังหวัดสมุทรปราการ บริเวณตำบลคลองด่าน อ.บางบ่อ เพื่อสำรวจสถานภาพพื้นที่ปัจจุบัน พร้อมทั้งบันทึกภาพ ลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดินชายฝั่งทะเลและสถานการณ์ชายฝั่ง ด้วยอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ซึ่งบริเวณที่สำรวจอยู่ในระบบหาดบางปะกง-เจ้าพระยา(T3A061) ความยาวระบบหาด 33.87 กม. โดยการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นชุมชน ที่อยู่อาศัย เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และประมงชายฝั่ง มีโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งตลอดแนวชายฝั่ง เช่น การปักไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่นที่มีสภาพชำรุด เขื่อนหินริมชายฝั่ง เขื่อนหินนอกชายฝั่ง ทั้งนี้จะดำเนินการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการวางแผนดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง และจัดทำรายงานสถานภาพชายฝั่งทะเลประจำปี 2568 ต่อไป

see more…

สถานการณ์ชายฝั่งทะเล

5 คำถาม “เช็กกึ๋น” ผู้สมัคร สส. เรื่องชายหาด

ชายหาดไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่คือ “ระบบนิเวศ” และ “โครงสร้างพื้นฐานธรรมชาติ” ที่ลดพลังงานคลื่น รองรับภัยพิบัติ เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต และเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อคุณภาพชีวิต แต่ในทางปฏิบัติ สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับชายหาดขึ้นอยู่กับ “การตัดสินใจเชิงนโยบาย” เช่น 1.จะสร้างกำแพงกันคลื่น/เขื่อนกันคลื่น/รอดักทราย หรือเลือกทางเลือกอื่นดี 2.จะจัดการพื้นที่ชายหาดเป็นพื้นที่สาธารณะหรือปล่อยให้ถูกใช้ประโยชน์จนเต็มขีดความสามารถ 3.จะกำหนดเขตถอยร่น/แนวกันชน เพื่อลดความเสี่ยงระยะยาวหรือไม่ 4.จะมีระบบติดตามประเมินผลโครงการชายฝั่งแบบโปร่งใสหรือไม่ และอื่นๆอีกมากมาย ประเด็นเหล่านี้เป็น “การเมือง” เพราะเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณ การออกกฎระเบียบ การอนุมัติโครงการ และการกำกับดูแล ซึ่งอยู่ในมือรัฐและนักการเมืองโดยตรง การจัดการชายหาดจึงอาจแยกออกจากการเมืองได้ Beach Lover เคยเขียนบทความ “การเมืองเรื่องเม็ดทราย” มาแล้วเมื่อปีก่อน ตามอ่านได้จาก https://beachlover.net/sand-politics-october2025/ ช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง สส. (กำหนดวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569) คือหน้าต่างนโยบายที่หาได้ยาก เพราะผู้สมัครและพรรคการเมืองพร้อมรับฟังข้อเสนอมากกว่าช่วงปกติ ขณะเดียวกันชายหาด พื้นที่สาธารณะของคนทั้งประเทศ มักถูกตัดสินชะตาโดย “นโยบายรัฐและการเมือง” มากพอๆ กับแรงคลื่นลมในทะเล Beach Lover ชวนตั้งคำถามกับผู้ที่รับอาสาดูแลประเทศด้วยงบประมาณแผ่นดินปีละกว่า 3.X ล้าน ล้านบาท […]

พาชมรากโกงกางเทียมกันอีกรอบ ณ หาดสามร้อยยอด

Beach Lover เคยพาชม “แนวกันคลื่นแบบโปร่ง” หรือที่มีการเรียกขานกันว่า รากโกงกางเทียม  (C-Aoss) มาแล้วในหลายพื้นที่ ติดตามอ่านได้จากไอคอน Search มุมขวาบน นอกจากนั้ยังสามารถติดตาม Clip พาเดินชมได้จาก Youtube (1) โกงกางเทียมซีออส (C-Aoss) หาดนางทอง เขาหลัก พังงาและ (2) โกงกางเทียมซีออส (C-Aoss) ณ หาดนางทอง จ พังงา และ (3) รากโกงกางเทียม เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ณ หาดนางทอง (4) รากไม้โกงกางเทียม (ตำแหน่งหน้าครัวลุงระ) ณ หาดแสงจันทร์ จ.ระยอง C-Aoss  ประกอบด้วย เสาหลักซึ่งทำจากไม้ผสมพลาสติก HDPE และ รากเทียมที่ออกแบบให้คล้ายรากโกงกาง โดยมีส่วนผสมยางพาราธรรมชาติ ตามเอกสารที่ค้นคว้าได้พบว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้คลื่นเสียพลังงานบางส่วน และลดการพัดพาตะกอนบริเวณด้านหลังแนว เพื่อเอื้อต่อการสะสมตะกอน/ฟื้นตัวของพื้นที่ชายฝั่ง โครงสร้างโกงกางเทียมเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ณ หาดสามร้อยยอดนี้ วางแนวต่อกับกำแพงกันคลื่นแบบหินเรียงของเดิมที่สร้างโดยสำนักโยธาธิการและผังเมือง จ.ประจวบฯ เมื่อปี 2560 โดยจากการเดินเท้าสำรวจครั้งนี้ พบว่าสภาพของโครงสร้างทั้ง 6 แถว ยังอยู่ในสภาพดี ยังไม่มีบางส่วนของโครงสร้างหลุดออกจากที่ตั้งเหมือนอย่างในพื้นที่อื่นๆที่ […]

ท้ายกำแพงกันคลื่น หาดแม่รำพึง

Beach Lover ลงสำรวจพื้นที่ชายฝั่งหาดแม่รำพึง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังจากโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองแล้วเสร็จ พบความเปลี่ยนแปลงของชายฝั่งที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณด้านทิศเหนือของปลายกำแพง ซึ่งเริ่มปรากฏร่องรอยการกัดเซาะชัดเจนมากขึ้น ทั้งจากสภาพชายหาดที่แคบลง ระดับทรายที่ลดต่ำลง ภาพถ่ายจากการสำรวจภาคสนามช่วยยืนยันว่ากระบวนการกัดเซาะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นเป็น “ผลพวง” จากโครงสร้างที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องพื้นที่ด้านหลังของชายฝั่งบริเวณทิศใต้ของหาด กำแพงกันคลื่นที่แม่รำพึงมีความสูงมากกว่า 2 เมตรและทอดยาวไปตามแนวชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง เมื่อคลื่นเดินทางเข้าปะทะชายหาด พลังงานส่วนหนึ่งถูกกำแพงสะท้อนกลับ ส่งผลให้ทรายหน้ากำแพงถูกพัดพาออกไปทีละน้อย ระดับหาดจึงค่อยๆ ลดลงจนสามารถเห็นฐานโครงสร้างได้ชัดเจนขึ้น ภาพที่เห็นในปัจจุบันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาอันสั้น แต่เป็นผลสะสมจากการปะทะซ้ำของคลื่นกับโครงสร้างแข็งตลอดช่วงเวลาหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ ขณะเดียวกัน ความต่อเนื่องของกำแพงยังทำให้ทิศทางของกระแสน้ำเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะบริเวณปลายสุดกำแพงทางด้านทิศเหนือ ซึ่งตรงกับตำแหน่งที่พบการกัดเซาะมากที่สุดในการสำรวจครั้งนี้

5 เรื่องราวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในปี 2568

Beach Lover ได้นำเสนอเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชายหาดทั้งในไทยและต่างประเทศ ทั้งข่าว สถานการณ์ และข้อมูลทางวิชาการ ที่เกี่ยวข้องมาตั้งแต่ปี 2562 รวมถึงคลิป VDO ที่น่าสนใจผ่านทาง Youtube: Coastal Research Group (https://www.youtube.com/channel/UC1TN-_GH8ZOu2qjTlh_9CSQ) มาตั้งแต่ปี 2561 ในวันสุดท้ายก่อนปี 2568 จะผ่านพ้นไป Beach Lover ขอประมวล 5 เรื่องราวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในรอบปี 2568 ตามนี้ อันดับ 1: ปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลยังไง (https://beachlover.net/king-tide/) อันดับ 2: ปากร่อง “ปานาเระ” ปิด (อีกแล้ว) (https://beachlover.net/tidal-inlet-panare-closed-nov2025/) อันดับ 3: เทคโนโลยีที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานคลื่นน้ำทะเล (https://beachlover.net/wave-energy/) อันดับ 4: เที่ยวไหนดี…ชะอำเหนือ หรือ ใต้? (https://beachlover.net/cha-am-north-south-where-to-go/) อันดับ 5: จากต้นน้ำถึงทะเล (From ridge […]

สถานีวิจัยฯ สุดหาดประพาส ถูกกัดเซาะ?

Beach Lover ได้นำเสนอสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งบริเวณหาดประพาสไปแล้วในโพสก่อนหน้านี้ ติดตามได้จาก https://beachlover.net/praphat-ranong-dec2025/ เมื่อเดินสำรวจไปทางทิศเหนือเรื่อยๆสุดหาดประพาส จะเป็นที่ตั้งของสถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามันของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยเชื่อมต่อกับปากคลองกำพวนทางด้านเหนือสุด พบว่าชายหาดของสถานีวิจัยฯ มีโครงสร้างป้องกันชายฝั่งลักษณะเป็นบล็อคคอนกรีต เพื่อป้องกันริมถนนของสถานีวิจัยเองตลอดแนวประมาณ 320 เมตร จากปากทางเข้าสถานีฯไปทางทิศหนือ เนื่องจากระดับถนนสูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่มาก จึงพบทรายจำนวนมากอยู่บนถนน คาดว่าเกิดจากคลื่นซัดขึ้นมาด้านบนและพาทรายมาด้วย จากโพสก่อนหน้า ที่ Beach Lover ได้พาสำรวจหาดประพาสไปแล้วนั้นพบว่า หาดทางทิศใต้ของสถานีวิจัยฯ ที่ไม่มีโครงสร้างป้องกันชายฝั่งใดๆ ถูกกัดเซาะจนถนนเสียหายเกือบตลอดทั้งแนว เมื่อเทียบกับถนนเส้นเดียวกันที่วิ่งเข้าสู่สถานีวิจัยฯทางทิศเหนือของหาด ที่ยังคงสภาพใช้การได้อยู่นั้น จึงเป็นเหตุผลให้จังหวัดระนองประชุมพิจารณาโมเดลการวางแนวกันคลื่นแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่อำเภอสุขสำราญ โดยให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาวิศวกรรมปฐพีและฐานราก คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้นำรูปแบบมาเสนอ (https://share.google/4vY2OrGhsNmpRDGwH) รอติดตามอย่างใจเย็น…..

พบร่องรอยการกัดเซาะ หาดทุ่งวัวแล่น

จากโพสก่อนหน้านี้ (https://beachlover.net/thungwualaen-coconut-signature-dec2025/) ที่ Beach Lover ได้เกริ่นไว้ว่า เมื่อเดินเท้าสำรวจชายหาดกว่า 3 กิโลเมตร พบว่า ทิศเหนือของชายหาดมีร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่ง โดยพบความพยายามในการป้องกันชายฝั่งโดยใช้กระสอบทรายขนาดเล็กตามภาพ บางตำแหน่งที่เราพบร่องรอยการกัดเซาะนั้น เป็นการกัดเซาะลานปูนริมทะเล ที่ไม่แน่ใจว่าตั้งใจทำไว้เพื่อจอดรถ หรือว่าเพื่อวัตถุประสงค์ใด โดยพบว่ามีการนำกระสอบทรายขนาดเล็กมาอุดร่องรอยนี้เพื่อบรรเทาปัญหา เท่าที่ Beach Lover พอคาดคะเนด้วยสายตาพบว่า ตลอดระยะทาง 2.78 กิโลเมตร ของหาดทุ่งวัวแล่นนั้น พบร่องรอยการกัดเซาะตามภาพที่นำเสนอมานี้ระยะทางรวมประมาณ 70-80 เมตร ส่วนอื่นๆของชายหาดพบว่ายังมีความสมบูรณ์ และสวยงามอยู่มาก

มะพร้าวโอนเอียง @ ทุ่งวัวแล่น

หาดทุ่งวัวแล่นมีความยาวประมาณ 2.78 กิโลเมตร วางแนวในทิศเหนือ-ใต้ เป็นชายหาดชื่อดังของจังหวัดชุมพร ตั้งอยู่บริเวณตำบลสะพลี อำเภอปะทิว เป็นแนวชายหาดที่พัฒนาเพื่อการท่องเที่ยวพอสมควร แต่ยังคงบรรยากาศชายฝั่งแบบธรรมชาติให้เห็นได้ชัด โดยมีแนวต้นไม้ชายหาด ร้านค้า ร้านอาหาร และที่พัก ที่เป็นระดับกลางๆไม่หรูหรา กระจายตัวอยู่ในหลายบริเวณ หาดนี้โดดเด่นด้วยเม็ดทรายสีอ่อนค่อนข้างละเอียด และหน้าหาดที่มีความลาดเอียงน้อยประมาณ 3.38 องศา (ข้อมูลจากการสำรวจภาคสนาม) พร้อมเขตน้ำตื้นที่ค่อย ๆ ลึกลงไปทีละน้อย ส่งผลให้ชายหาดเหมาะกับกิจกรรมริมทะเลและการลงเล่นน้ำ เพราะความลาดชันต่ำช่วยลดความชันของคลื่นแตกและทำให้พื้นที่น้ำตื้นมีบทบาทเป็นกันชนธรรมชาติดูดซับพลังงานคลื่นก่อนถึงฝั่ง  Signature หรือเอกลักษณ์ของหาดทุ่งวัวแล่น คือแนวต้นมะพร้าวริมชายหาดที่หลายต้นมีลำต้นโอนเอียงไปทิศทางเดียวกัน จนเกิดเส้นสายภูมิทัศน์ที่ดูเหมือนชายหาดกำลังเอนตัวเข้าหาทะเล Beach Lover ได้เคยเขียนเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับต้นมะพร้าวที่โอนเอนออกทะเลไปแล้ว หาอ่านได้จาก https://beachlover.net/coconut-tree-bending/ ในช่วงปลายปีแบบนี้ พบนักท่องเที่ยวต่างชาติหนีหนาวมาเยือนหาดทุ่งวัวแล่นจำนวนมาก และเท่าที่คาดการณ์ด้วยสายตาในวันหยุดยาวช่วง Christmas ต่อเทศกาลปีใหม่สากลนั้นพบว่า มีจำนวนมากกว่านักท่องเที่ยวชาวไทยเสียอีก อย่างไรก็ตาม หาดแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งหาดที่เลื่องชื่อถึงกระแสน้ำกินคน หรือ Rip current ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงฤดูมรสุมที่ความลาดชันชายหาด และความชันของคลื่นได้สัดส่วนกันอย่างพอเหมาะจนส่งผลให้เกิดกระแสน้ำย้อนกลับดูดออกจากฝั่ง Beach Lover เคยเขียนเรื่องนี้ไว้แล้ว ตามอ่านได้จาก https://beachlover.net/rip-current/ เมื่อเดินเท้าสำรวจตลอดความยาวกว่า 3 กิโลเมตร […]

รากสนโผล่ ที่อ่าวมะนาว

อ่าวมะนาว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นชายหาดทรายในบริบทของอ่าวโค้งกึ่งปิด ซึ่งมีแนวแหลมและภูมิประเทศด้านข้างช่วยกำหนดรูปทรงของอ่าว ทำให้การกระจายพลังงานคลื่นและทิศทางกระแสบริเวณใกล้ฝั่งมีความเฉพาะตัวมากกว่าชายฝั่งที่เปิดโล่ง แนวชายหาดมีลักษณะโค้งรับทะเลต่อเนื่อง ส่งผลให้บางช่วงของอ่าวได้รับคลื่นมากกว่าช่วงใกล้หัวอ่าวที่ถูกบังคลื่นไปบางส่วน ลักษณะทางสัณฐานเช่นนี้ทำให้ตะกอนทรายจำนวนหนึ่งมีแนวโน้มหมุนเวียนอยู่ภายในอ่าวภายใต้อิทธิพลของคลื่นตามฤดูกาล แทนที่จะถูกพัดพาออกไปไกลแบบชายฝั่งเปิด อย่างไรก็ดี เมื่อเกิดช่วงคลื่นแรง เช่น ในฤดูมรสุมหรือเหตุการณ์พายุ ชายหาดทรายยังสามารถถูกกัดเซาะ ได้ชั่วคราว ทำให้หน้าตัดชายหาดเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว อ่าวมะนาวเป็นหาดทรายที่โดยภาพรวมมีลักษณะทรายละเอียดถึงปานกลางปะปนเศษเปลือกหอยตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นชนิดตะกอนที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงคลื่นได้ไว กล่าวคือ เมื่อสภาวะคลื่นแรงขึ้น ทรายบริเวณหน้าหาดอาจถูกดึงออกไปสะสมในเขตน้ำตื้นด้านนอก เกิดสัณฐานอย่างสันทรายใต้น้ำหรือการเปลี่ยนความชันของหน้าหาด และเมื่อเข้าสู่ช่วงคลื่นสงบ ทรายบางส่วนจึงค่อย ๆ เคลื่อนกลับเข้าหาดเกิดการฟื้นตัวตามฤดูกาล อย่างไรก็ตาม หากระบบตะกอนเกิดภาวะขาดดุล หรือทรายออกมากกว่าเข้าอย่างต่อเนื่อง การฟื้นตัวจะไม่เต็มที่และระดับผิวหาดมีแนวโน้มต่ำลงสะสม ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการกัดเซาะในเชิงปริมาตร แม้แนวชายฝั่งอาจไม่ได้ถูกกัดเซาะอย่างเด่นชัดในระยะสั้นก็ตาม Beach Lover สำรวจอ่าวมะนาวในช่วงปลายปี ยังไม่พบร่องรอยการกัดเซาะอย่างรุนแรง พบเพียงรากของต้นสนที่ลอย หรือ ทรายที่ปกคลุมรากสนถูกพัดพาออกไป เผยให้เห็นรากสนอย่างชัดเจน โดยได้เขียนเรื่องราวนี้ไว้แล้วใน “รากสนโผล่=กัดเซาะ” ตามอ่านได้จาก LINK

หาดคอเขา หาดลับแห่งนาพญา

หาดคอเขาเป็นชายหาดขนาดไม่ใหญ่ในพื้นที่ ตำบลนาพญา อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างสงบ เหมาะกับการเดินเล่น นั่งพัก อ่านหนังสือ พื้นที่ชายฝั่งอำเภอหลังสวนมีความยาวราว 35.35 กม. (https://beachlover.net/ติดตามสภาพชายฝั่ง-อ-หลัง/) และตำบลนาพญาเป็นหนึ่งในตำบลติดทะเลของอำเภอนี้ (https://www.opsmoac.go.th/chumphon-dwl-files-411691791804) หาดคอเขามีลักษณะเด่นคือ แนวหาดทรายสลับโขดหินและหัวแหลม ทำให้แนวชายฝั่งเกิดการโค้งเว้าเป็นอ่าวย่อย และมีช่วงที่เป็นหาดทรายต่อเนื่องสลับกับช่วงที่หินโผล่ชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณปลายหาด/เชิงเขา ในเชิงธรณีสัณฐาน หาดที่อยู่ระหว่างหัวแหลมหรือโขดหินมักจัดอยู่ในกลุ่ม หาดก้นอ่าว (pocket beach / headland-bay beach) ซึ่งต่างจากหาดแนวยาว (mainland beach) ที่พาดขนานแผ่นดินต่อเนื่องหลายกิโลเมตร (https://www.tei.or.th/file/events/190208-book_177.pdf) นัยสำคัญทางวิศวกรรมชายฝั่ง คือ หาดลักษณะนี้มักมีขอบเขตการแลกเปลี่ยนตะกอนค่อนข้างจำกัดอยู่ภายในอ่าวย่อย หมายความว่า ทรายจะหมุนเวียนในระบบเดียวกันมากกว่าหลุดไกลออกนอกระบบ สีทรายออกโทน ทอง/น้ำตาลอ่อน และเห็นเม็ดทรายค่อนข้างหยาบ อีกทั้งมีเศษหิน/ก้อนหินกระจายบนหน้าหาดและในเขตน้ำตื้น สิ่งนี้บอกเป็นนัยว่า หาดมีอิทธิพลจากหินพื้นฐานชายฝั่งและการผุพังของหินให้เศษตะกอนขนาดหยาบผสมในระบบ ช่วงน้ำลง/คลื่นสงบ จะเห็นแนวหินและพื้นหินมากขึ้น ทำให้หน้าหาดดูเป็นหาดทรายแคบสลับลานหิน ตัวหาดมีแนวไม้ชายฝั่งให้ร่มเงาและช่วยดักทรายบางส่วนตามธรรมชาติ ขณะที่แลนด์มาร์กใกล้เคียงคือบริเวณสำนักสงฆ์ที่มองเห็นแนวหาดได้ ทางทิศเหนือของชายหาดที่ติดกับโขดหินพบว่าเกิดหาดสองชั้น หรือเกิดสันทรายยาวยื่นจากทิศเหนือไปทิศใต้ สะท้อนถึงทิศทางการเคลื่นที่ของตะกอนชายหาดแถบนี้ได้ดี เท่าที่ Beach Lover เดินเท้าสำรวจ ยังไม่พบร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่งแต่อย่างใด

ถึงถนนแล้ว!!! @หาดประพาส ระนอง

หาดประพาสเป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติแหลมสน ด้านทิศใต้เป็นภูเขาหินซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยาน ส่วนด้านทิศเหนือเป็นที่ตั้งของสถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามันของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เชื่อมต่อกับปากคลองกำพวน ส่วนด้านในเป็นป่าชายเลนที่ค่อนข้างสมบูรณ์  บริบทแบบ “ชายหาด–ปากคลอง–ป่าชายเลน” นี้สำคัญมาก เพราะเป็นตัวกำหนดทั้งแหล่งตะกอนและการเปลี่ยนรูปของปากร่องน้ำ/สันทราย หาดประพาสจึงถือเป็นระบบผสมระหว่าง ชายหาดเปิด (open coast) กับ ปากคลอง (inlet) ทำให้รูปชายหาดเปลี่ยนได้ทั้งจากคลื่นและจากพลวัตของปากคลอง ชายหาดมีความยาวประมาณ 2.7 กม. วางตัวแนว เหนือ–ใต้ เป็นหาดทรายละเอียด โดยด้านเหนือเชื่อมกับคลองกำพวน ซึ่งบริเวณปากคลองมีแนวสันทรายขนาดใหญ่ ขณะที่ด้านในคลองเป็นป่าชายเลนและชุมชนประมง ด้านทิศใต้มีแนวกองหิน/หัวแหลมขนาดเล็ก ทำหน้าที่ช่วยบังคลื่นบางส่วนในช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมบางโซนของชายหาด อาจมีเสถียรภาพมากกว่าอีกโซน ทั้งที่เป็นชายหาดเดียวกัน Beach Lover ได้เดินเท้าสำรวจหาดประพาสในช่วงปลอดมรสุมในเดือนธันวาคม พบว่าขอบถนนเลียบหาดถูกกัดเซาะจนเกิดหน้าตัดดินและแผ่นแอสฟัลต์ทรุดแตกเป็นช่วง ๆ ชายฝั่งอันดามันแถบนี้ได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เป็นหลัก ในช่วงเวลายาวระดับหลายเดือนตั้งแต่ช่วงกลางเดือน พ.ค. จนถึงช่วงปลายเดือน ต.ค. โดยระดับน้ำทะเลและคลื่นในช่วงเวลานี้จะส่งผลต่อการกัดเซาะเป็นสำคัญ หากมีพายุร่วมด้วยยิ่งทำให้หาดกัดเซาะมากยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อหน้าหาดแคบลง  ระยะกันชนระหว่างคลื่นกับขอบถนนจึงลดลง เมื่อระดับน้ำทะเลสูงขึ้นชั่วคราวในช่วงมรสุม คลื่นจะวิ่งขึ้นถึงตีนคันทางบ่อยขึ้น เกิดการกัดเซาะฐาน (undercutting) ทำให้ดินคันทางถูกเซาะเป็นโพรง/รอยเว้า จนเกิดการพังของแผ่นแอสฟัลต์แตกทรุดลงเป็นช่วง ๆ ตามที่เห็นในภาพ นี่คือเหตุผลที่บางครั้งเราเห็นความเสียหายดูเหมือนเกิดขึ้นเร็ว ทั้งที่จริงอาจสะสมมานาน และถูกเร่งให้พังในไม่กี่วันของเหตุการณ์คลื่นแรง มีข่าวรายงานว่าจังหวัดระนองได้ประชุมพิจารณาแนวทางแก้ปัญหาการกัดเซาะในพื้นที่อำเภอสุขสำราญ รวมถึงหาดประพาส ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  และมีการพิจารณาโมเดลการวางกำแพงกันคลื่นเพื่อแก้ปัญหาระยะยาว (https://ranongcities.com/2561/news/detail/8520) รอติดตาม…อย่างใจเย็น

see more…

สถานการณ์ชายฝั่งทะเล

5 คำถาม “เช็กกึ๋น” ผู้สมัคร สส. เรื่องชายหาด

ชายหาดไม่ใช่แค่สถานที่ท่องเที่ยว แต่คือ “ระบบนิเวศ” และ “โครงสร้างพื้นฐานธรรมชาติ” ที่ลดพลังงานคลื่น รองรับภัยพิบัติ เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิต และเป็นพื้นที่สาธารณะเพื่อคุณภาพชีวิต แต่ในทางปฏิบัติ สิ่งที่จะเกิดขึ้นกับชายหาดขึ้นอยู่กับ “การตัดสินใจเชิงนโยบาย” เช่น 1.จะสร้างกำแพงกันคลื่น/เขื่อนกันคลื่น/รอดักทราย หรือเลือกทางเลือกอื่นดี 2.จะจัดการพื้นที่ชายหาดเป็นพื้นที่สาธารณะหรือปล่อยให้ถูกใช้ประโยชน์จนเต็มขีดความสามารถ 3.จะกำหนดเขตถอยร่น/แนวกันชน เพื่อลดความเสี่ยงระยะยาวหรือไม่ 4.จะมีระบบติดตามประเมินผลโครงการชายฝั่งแบบโปร่งใสหรือไม่ และอื่นๆอีกมากมาย ประเด็นเหล่านี้เป็น “การเมือง” เพราะเกี่ยวกับการจัดสรรงบประมาณ การออกกฎระเบียบ การอนุมัติโครงการ และการกำกับดูแล ซึ่งอยู่ในมือรัฐและนักการเมืองโดยตรง การจัดการชายหาดจึงอาจแยกออกจากการเมืองได้ Beach Lover เคยเขียนบทความ “การเมืองเรื่องเม็ดทราย” มาแล้วเมื่อปีก่อน ตามอ่านได้จาก https://beachlover.net/sand-politics-october2025/ ช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังเข้าสู่โหมดเลือกตั้ง สส. (กำหนดวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569) คือหน้าต่างนโยบายที่หาได้ยาก เพราะผู้สมัครและพรรคการเมืองพร้อมรับฟังข้อเสนอมากกว่าช่วงปกติ ขณะเดียวกันชายหาด พื้นที่สาธารณะของคนทั้งประเทศ มักถูกตัดสินชะตาโดย “นโยบายรัฐและการเมือง” มากพอๆ กับแรงคลื่นลมในทะเล Beach Lover ชวนตั้งคำถามกับผู้ที่รับอาสาดูแลประเทศด้วยงบประมาณแผ่นดินปีละกว่า 3.X ล้าน ล้านบาท […]

พาชมรากโกงกางเทียมกันอีกรอบ ณ หาดสามร้อยยอด

Beach Lover เคยพาชม “แนวกันคลื่นแบบโปร่ง” หรือที่มีการเรียกขานกันว่า รากโกงกางเทียม  (C-Aoss) มาแล้วในหลายพื้นที่ ติดตามอ่านได้จากไอคอน Search มุมขวาบน นอกจากนั้ยังสามารถติดตาม Clip พาเดินชมได้จาก Youtube (1) โกงกางเทียมซีออส (C-Aoss) หาดนางทอง เขาหลัก พังงาและ (2) โกงกางเทียมซีออส (C-Aoss) ณ หาดนางทอง จ พังงา และ (3) รากโกงกางเทียม เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ณ หาดนางทอง (4) รากไม้โกงกางเทียม (ตำแหน่งหน้าครัวลุงระ) ณ หาดแสงจันทร์ จ.ระยอง C-Aoss  ประกอบด้วย เสาหลักซึ่งทำจากไม้ผสมพลาสติก HDPE และ รากเทียมที่ออกแบบให้คล้ายรากโกงกาง โดยมีส่วนผสมยางพาราธรรมชาติ ตามเอกสารที่ค้นคว้าได้พบว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้คลื่นเสียพลังงานบางส่วน และลดการพัดพาตะกอนบริเวณด้านหลังแนว เพื่อเอื้อต่อการสะสมตะกอน/ฟื้นตัวของพื้นที่ชายฝั่ง โครงสร้างโกงกางเทียมเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ณ หาดสามร้อยยอดนี้ วางแนวต่อกับกำแพงกันคลื่นแบบหินเรียงของเดิมที่สร้างโดยสำนักโยธาธิการและผังเมือง จ.ประจวบฯ เมื่อปี 2560 โดยจากการเดินเท้าสำรวจครั้งนี้ พบว่าสภาพของโครงสร้างทั้ง 6 แถว ยังอยู่ในสภาพดี ยังไม่มีบางส่วนของโครงสร้างหลุดออกจากที่ตั้งเหมือนอย่างในพื้นที่อื่นๆที่ […]

ท้ายกำแพงกันคลื่น หาดแม่รำพึง

Beach Lover ลงสำรวจพื้นที่ชายฝั่งหาดแม่รำพึง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังจากโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองแล้วเสร็จ พบความเปลี่ยนแปลงของชายฝั่งที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณด้านทิศเหนือของปลายกำแพง ซึ่งเริ่มปรากฏร่องรอยการกัดเซาะชัดเจนมากขึ้น ทั้งจากสภาพชายหาดที่แคบลง ระดับทรายที่ลดต่ำลง ภาพถ่ายจากการสำรวจภาคสนามช่วยยืนยันว่ากระบวนการกัดเซาะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นเป็น “ผลพวง” จากโครงสร้างที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องพื้นที่ด้านหลังของชายฝั่งบริเวณทิศใต้ของหาด กำแพงกันคลื่นที่แม่รำพึงมีความสูงมากกว่า 2 เมตรและทอดยาวไปตามแนวชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง เมื่อคลื่นเดินทางเข้าปะทะชายหาด พลังงานส่วนหนึ่งถูกกำแพงสะท้อนกลับ ส่งผลให้ทรายหน้ากำแพงถูกพัดพาออกไปทีละน้อย ระดับหาดจึงค่อยๆ ลดลงจนสามารถเห็นฐานโครงสร้างได้ชัดเจนขึ้น ภาพที่เห็นในปัจจุบันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาอันสั้น แต่เป็นผลสะสมจากการปะทะซ้ำของคลื่นกับโครงสร้างแข็งตลอดช่วงเวลาหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ ขณะเดียวกัน ความต่อเนื่องของกำแพงยังทำให้ทิศทางของกระแสน้ำเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะบริเวณปลายสุดกำแพงทางด้านทิศเหนือ ซึ่งตรงกับตำแหน่งที่พบการกัดเซาะมากที่สุดในการสำรวจครั้งนี้

5 เรื่องราวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในปี 2568

Beach Lover ได้นำเสนอเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับชายหาดทั้งในไทยและต่างประเทศ ทั้งข่าว สถานการณ์ และข้อมูลทางวิชาการ ที่เกี่ยวข้องมาตั้งแต่ปี 2562 รวมถึงคลิป VDO ที่น่าสนใจผ่านทาง Youtube: Coastal Research Group (https://www.youtube.com/channel/UC1TN-_GH8ZOu2qjTlh_9CSQ) มาตั้งแต่ปี 2561 ในวันสุดท้ายก่อนปี 2568 จะผ่านพ้นไป Beach Lover ขอประมวล 5 เรื่องราวที่มีผู้อ่านมากที่สุดในรอบปี 2568 ตามนี้ อันดับ 1: ปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลยังไง (https://beachlover.net/king-tide/) อันดับ 2: ปากร่อง “ปานาเระ” ปิด (อีกแล้ว) (https://beachlover.net/tidal-inlet-panare-closed-nov2025/) อันดับ 3: เทคโนโลยีที่ใช้ผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานคลื่นน้ำทะเล (https://beachlover.net/wave-energy/) อันดับ 4: เที่ยวไหนดี…ชะอำเหนือ หรือ ใต้? (https://beachlover.net/cha-am-north-south-where-to-go/) อันดับ 5: จากต้นน้ำถึงทะเล (From ridge […]

สถานีวิจัยฯ สุดหาดประพาส ถูกกัดเซาะ?

Beach Lover ได้นำเสนอสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งบริเวณหาดประพาสไปแล้วในโพสก่อนหน้านี้ ติดตามได้จาก https://beachlover.net/praphat-ranong-dec2025/ เมื่อเดินสำรวจไปทางทิศเหนือเรื่อยๆสุดหาดประพาส จะเป็นที่ตั้งของสถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามันของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยเชื่อมต่อกับปากคลองกำพวนทางด้านเหนือสุด พบว่าชายหาดของสถานีวิจัยฯ มีโครงสร้างป้องกันชายฝั่งลักษณะเป็นบล็อคคอนกรีต เพื่อป้องกันริมถนนของสถานีวิจัยเองตลอดแนวประมาณ 320 เมตร จากปากทางเข้าสถานีฯไปทางทิศหนือ เนื่องจากระดับถนนสูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่มาก จึงพบทรายจำนวนมากอยู่บนถนน คาดว่าเกิดจากคลื่นซัดขึ้นมาด้านบนและพาทรายมาด้วย จากโพสก่อนหน้า ที่ Beach Lover ได้พาสำรวจหาดประพาสไปแล้วนั้นพบว่า หาดทางทิศใต้ของสถานีวิจัยฯ ที่ไม่มีโครงสร้างป้องกันชายฝั่งใดๆ ถูกกัดเซาะจนถนนเสียหายเกือบตลอดทั้งแนว เมื่อเทียบกับถนนเส้นเดียวกันที่วิ่งเข้าสู่สถานีวิจัยฯทางทิศเหนือของหาด ที่ยังคงสภาพใช้การได้อยู่นั้น จึงเป็นเหตุผลให้จังหวัดระนองประชุมพิจารณาโมเดลการวางแนวกันคลื่นแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่อำเภอสุขสำราญ โดยให้ศูนย์วิจัยและพัฒนาวิศวกรรมปฐพีและฐานราก คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นผู้นำรูปแบบมาเสนอ (https://share.google/4vY2OrGhsNmpRDGwH) รอติดตามอย่างใจเย็น…..

พบร่องรอยการกัดเซาะ หาดทุ่งวัวแล่น

จากโพสก่อนหน้านี้ (https://beachlover.net/thungwualaen-coconut-signature-dec2025/) ที่ Beach Lover ได้เกริ่นไว้ว่า เมื่อเดินเท้าสำรวจชายหาดกว่า 3 กิโลเมตร พบว่า ทิศเหนือของชายหาดมีร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่ง โดยพบความพยายามในการป้องกันชายฝั่งโดยใช้กระสอบทรายขนาดเล็กตามภาพ บางตำแหน่งที่เราพบร่องรอยการกัดเซาะนั้น เป็นการกัดเซาะลานปูนริมทะเล ที่ไม่แน่ใจว่าตั้งใจทำไว้เพื่อจอดรถ หรือว่าเพื่อวัตถุประสงค์ใด โดยพบว่ามีการนำกระสอบทรายขนาดเล็กมาอุดร่องรอยนี้เพื่อบรรเทาปัญหา เท่าที่ Beach Lover พอคาดคะเนด้วยสายตาพบว่า ตลอดระยะทาง 2.78 กิโลเมตร ของหาดทุ่งวัวแล่นนั้น พบร่องรอยการกัดเซาะตามภาพที่นำเสนอมานี้ระยะทางรวมประมาณ 70-80 เมตร ส่วนอื่นๆของชายหาดพบว่ายังมีความสมบูรณ์ และสวยงามอยู่มาก

มะพร้าวโอนเอียง @ ทุ่งวัวแล่น

หาดทุ่งวัวแล่นมีความยาวประมาณ 2.78 กิโลเมตร วางแนวในทิศเหนือ-ใต้ เป็นชายหาดชื่อดังของจังหวัดชุมพร ตั้งอยู่บริเวณตำบลสะพลี อำเภอปะทิว เป็นแนวชายหาดที่พัฒนาเพื่อการท่องเที่ยวพอสมควร แต่ยังคงบรรยากาศชายฝั่งแบบธรรมชาติให้เห็นได้ชัด โดยมีแนวต้นไม้ชายหาด ร้านค้า ร้านอาหาร และที่พัก ที่เป็นระดับกลางๆไม่หรูหรา กระจายตัวอยู่ในหลายบริเวณ หาดนี้โดดเด่นด้วยเม็ดทรายสีอ่อนค่อนข้างละเอียด และหน้าหาดที่มีความลาดเอียงน้อยประมาณ 3.38 องศา (ข้อมูลจากการสำรวจภาคสนาม) พร้อมเขตน้ำตื้นที่ค่อย ๆ ลึกลงไปทีละน้อย ส่งผลให้ชายหาดเหมาะกับกิจกรรมริมทะเลและการลงเล่นน้ำ เพราะความลาดชันต่ำช่วยลดความชันของคลื่นแตกและทำให้พื้นที่น้ำตื้นมีบทบาทเป็นกันชนธรรมชาติดูดซับพลังงานคลื่นก่อนถึงฝั่ง  Signature หรือเอกลักษณ์ของหาดทุ่งวัวแล่น คือแนวต้นมะพร้าวริมชายหาดที่หลายต้นมีลำต้นโอนเอียงไปทิศทางเดียวกัน จนเกิดเส้นสายภูมิทัศน์ที่ดูเหมือนชายหาดกำลังเอนตัวเข้าหาทะเล Beach Lover ได้เคยเขียนเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับต้นมะพร้าวที่โอนเอนออกทะเลไปแล้ว หาอ่านได้จาก https://beachlover.net/coconut-tree-bending/ ในช่วงปลายปีแบบนี้ พบนักท่องเที่ยวต่างชาติหนีหนาวมาเยือนหาดทุ่งวัวแล่นจำนวนมาก และเท่าที่คาดการณ์ด้วยสายตาในวันหยุดยาวช่วง Christmas ต่อเทศกาลปีใหม่สากลนั้นพบว่า มีจำนวนมากกว่านักท่องเที่ยวชาวไทยเสียอีก อย่างไรก็ตาม หาดแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งหาดที่เลื่องชื่อถึงกระแสน้ำกินคน หรือ Rip current ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงฤดูมรสุมที่ความลาดชันชายหาด และความชันของคลื่นได้สัดส่วนกันอย่างพอเหมาะจนส่งผลให้เกิดกระแสน้ำย้อนกลับดูดออกจากฝั่ง Beach Lover เคยเขียนเรื่องนี้ไว้แล้ว ตามอ่านได้จาก https://beachlover.net/rip-current/ เมื่อเดินเท้าสำรวจตลอดความยาวกว่า 3 กิโลเมตร […]

รากสนโผล่ ที่อ่าวมะนาว

อ่าวมะนาว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นชายหาดทรายในบริบทของอ่าวโค้งกึ่งปิด ซึ่งมีแนวแหลมและภูมิประเทศด้านข้างช่วยกำหนดรูปทรงของอ่าว ทำให้การกระจายพลังงานคลื่นและทิศทางกระแสบริเวณใกล้ฝั่งมีความเฉพาะตัวมากกว่าชายฝั่งที่เปิดโล่ง แนวชายหาดมีลักษณะโค้งรับทะเลต่อเนื่อง ส่งผลให้บางช่วงของอ่าวได้รับคลื่นมากกว่าช่วงใกล้หัวอ่าวที่ถูกบังคลื่นไปบางส่วน ลักษณะทางสัณฐานเช่นนี้ทำให้ตะกอนทรายจำนวนหนึ่งมีแนวโน้มหมุนเวียนอยู่ภายในอ่าวภายใต้อิทธิพลของคลื่นตามฤดูกาล แทนที่จะถูกพัดพาออกไปไกลแบบชายฝั่งเปิด อย่างไรก็ดี เมื่อเกิดช่วงคลื่นแรง เช่น ในฤดูมรสุมหรือเหตุการณ์พายุ ชายหาดทรายยังสามารถถูกกัดเซาะ ได้ชั่วคราว ทำให้หน้าตัดชายหาดเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว อ่าวมะนาวเป็นหาดทรายที่โดยภาพรวมมีลักษณะทรายละเอียดถึงปานกลางปะปนเศษเปลือกหอยตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นชนิดตะกอนที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงคลื่นได้ไว กล่าวคือ เมื่อสภาวะคลื่นแรงขึ้น ทรายบริเวณหน้าหาดอาจถูกดึงออกไปสะสมในเขตน้ำตื้นด้านนอก เกิดสัณฐานอย่างสันทรายใต้น้ำหรือการเปลี่ยนความชันของหน้าหาด และเมื่อเข้าสู่ช่วงคลื่นสงบ ทรายบางส่วนจึงค่อย ๆ เคลื่อนกลับเข้าหาดเกิดการฟื้นตัวตามฤดูกาล อย่างไรก็ตาม หากระบบตะกอนเกิดภาวะขาดดุล หรือทรายออกมากกว่าเข้าอย่างต่อเนื่อง การฟื้นตัวจะไม่เต็มที่และระดับผิวหาดมีแนวโน้มต่ำลงสะสม ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการกัดเซาะในเชิงปริมาตร แม้แนวชายฝั่งอาจไม่ได้ถูกกัดเซาะอย่างเด่นชัดในระยะสั้นก็ตาม Beach Lover สำรวจอ่าวมะนาวในช่วงปลายปี ยังไม่พบร่องรอยการกัดเซาะอย่างรุนแรง พบเพียงรากของต้นสนที่ลอย หรือ ทรายที่ปกคลุมรากสนถูกพัดพาออกไป เผยให้เห็นรากสนอย่างชัดเจน โดยได้เขียนเรื่องราวนี้ไว้แล้วใน “รากสนโผล่=กัดเซาะ” ตามอ่านได้จาก LINK

หาดคอเขา หาดลับแห่งนาพญา

หาดคอเขาเป็นชายหาดขนาดไม่ใหญ่ในพื้นที่ ตำบลนาพญา อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร บรรยากาศโดยรวมค่อนข้างสงบ เหมาะกับการเดินเล่น นั่งพัก อ่านหนังสือ พื้นที่ชายฝั่งอำเภอหลังสวนมีความยาวราว 35.35 กม. (https://beachlover.net/ติดตามสภาพชายฝั่ง-อ-หลัง/) และตำบลนาพญาเป็นหนึ่งในตำบลติดทะเลของอำเภอนี้ (https://www.opsmoac.go.th/chumphon-dwl-files-411691791804) หาดคอเขามีลักษณะเด่นคือ แนวหาดทรายสลับโขดหินและหัวแหลม ทำให้แนวชายฝั่งเกิดการโค้งเว้าเป็นอ่าวย่อย และมีช่วงที่เป็นหาดทรายต่อเนื่องสลับกับช่วงที่หินโผล่ชัดเจน โดยเฉพาะบริเวณปลายหาด/เชิงเขา ในเชิงธรณีสัณฐาน หาดที่อยู่ระหว่างหัวแหลมหรือโขดหินมักจัดอยู่ในกลุ่ม หาดก้นอ่าว (pocket beach / headland-bay beach) ซึ่งต่างจากหาดแนวยาว (mainland beach) ที่พาดขนานแผ่นดินต่อเนื่องหลายกิโลเมตร (https://www.tei.or.th/file/events/190208-book_177.pdf) นัยสำคัญทางวิศวกรรมชายฝั่ง คือ หาดลักษณะนี้มักมีขอบเขตการแลกเปลี่ยนตะกอนค่อนข้างจำกัดอยู่ภายในอ่าวย่อย หมายความว่า ทรายจะหมุนเวียนในระบบเดียวกันมากกว่าหลุดไกลออกนอกระบบ สีทรายออกโทน ทอง/น้ำตาลอ่อน และเห็นเม็ดทรายค่อนข้างหยาบ อีกทั้งมีเศษหิน/ก้อนหินกระจายบนหน้าหาดและในเขตน้ำตื้น สิ่งนี้บอกเป็นนัยว่า หาดมีอิทธิพลจากหินพื้นฐานชายฝั่งและการผุพังของหินให้เศษตะกอนขนาดหยาบผสมในระบบ ช่วงน้ำลง/คลื่นสงบ จะเห็นแนวหินและพื้นหินมากขึ้น ทำให้หน้าหาดดูเป็นหาดทรายแคบสลับลานหิน ตัวหาดมีแนวไม้ชายฝั่งให้ร่มเงาและช่วยดักทรายบางส่วนตามธรรมชาติ ขณะที่แลนด์มาร์กใกล้เคียงคือบริเวณสำนักสงฆ์ที่มองเห็นแนวหาดได้ ทางทิศเหนือของชายหาดที่ติดกับโขดหินพบว่าเกิดหาดสองชั้น หรือเกิดสันทรายยาวยื่นจากทิศเหนือไปทิศใต้ สะท้อนถึงทิศทางการเคลื่นที่ของตะกอนชายหาดแถบนี้ได้ดี เท่าที่ Beach Lover เดินเท้าสำรวจ ยังไม่พบร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่งแต่อย่างใด

ถึงถนนแล้ว!!! @หาดประพาส ระนอง

หาดประพาสเป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติแหลมสน ด้านทิศใต้เป็นภูเขาหินซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยาน ส่วนด้านทิศเหนือเป็นที่ตั้งของสถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามันของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เชื่อมต่อกับปากคลองกำพวน ส่วนด้านในเป็นป่าชายเลนที่ค่อนข้างสมบูรณ์  บริบทแบบ “ชายหาด–ปากคลอง–ป่าชายเลน” นี้สำคัญมาก เพราะเป็นตัวกำหนดทั้งแหล่งตะกอนและการเปลี่ยนรูปของปากร่องน้ำ/สันทราย หาดประพาสจึงถือเป็นระบบผสมระหว่าง ชายหาดเปิด (open coast) กับ ปากคลอง (inlet) ทำให้รูปชายหาดเปลี่ยนได้ทั้งจากคลื่นและจากพลวัตของปากคลอง ชายหาดมีความยาวประมาณ 2.7 กม. วางตัวแนว เหนือ–ใต้ เป็นหาดทรายละเอียด โดยด้านเหนือเชื่อมกับคลองกำพวน ซึ่งบริเวณปากคลองมีแนวสันทรายขนาดใหญ่ ขณะที่ด้านในคลองเป็นป่าชายเลนและชุมชนประมง ด้านทิศใต้มีแนวกองหิน/หัวแหลมขนาดเล็ก ทำหน้าที่ช่วยบังคลื่นบางส่วนในช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมบางโซนของชายหาด อาจมีเสถียรภาพมากกว่าอีกโซน ทั้งที่เป็นชายหาดเดียวกัน Beach Lover ได้เดินเท้าสำรวจหาดประพาสในช่วงปลอดมรสุมในเดือนธันวาคม พบว่าขอบถนนเลียบหาดถูกกัดเซาะจนเกิดหน้าตัดดินและแผ่นแอสฟัลต์ทรุดแตกเป็นช่วง ๆ ชายฝั่งอันดามันแถบนี้ได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เป็นหลัก ในช่วงเวลายาวระดับหลายเดือนตั้งแต่ช่วงกลางเดือน พ.ค. จนถึงช่วงปลายเดือน ต.ค. โดยระดับน้ำทะเลและคลื่นในช่วงเวลานี้จะส่งผลต่อการกัดเซาะเป็นสำคัญ หากมีพายุร่วมด้วยยิ่งทำให้หาดกัดเซาะมากยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อหน้าหาดแคบลง  ระยะกันชนระหว่างคลื่นกับขอบถนนจึงลดลง เมื่อระดับน้ำทะเลสูงขึ้นชั่วคราวในช่วงมรสุม คลื่นจะวิ่งขึ้นถึงตีนคันทางบ่อยขึ้น เกิดการกัดเซาะฐาน (undercutting) ทำให้ดินคันทางถูกเซาะเป็นโพรง/รอยเว้า จนเกิดการพังของแผ่นแอสฟัลต์แตกทรุดลงเป็นช่วง ๆ ตามที่เห็นในภาพ นี่คือเหตุผลที่บางครั้งเราเห็นความเสียหายดูเหมือนเกิดขึ้นเร็ว ทั้งที่จริงอาจสะสมมานาน และถูกเร่งให้พังในไม่กี่วันของเหตุการณ์คลื่นแรง มีข่าวรายงานว่าจังหวัดระนองได้ประชุมพิจารณาแนวทางแก้ปัญหาการกัดเซาะในพื้นที่อำเภอสุขสำราญ รวมถึงหาดประพาส ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  และมีการพิจารณาโมเดลการวางกำแพงกันคลื่นเพื่อแก้ปัญหาระยะยาว (https://ranongcities.com/2561/news/detail/8520) รอติดตาม…อย่างใจเย็น

see more…

ข่าว

เร่งสำรวจชายฝั่งประจวบฯ หลังมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ประเมินความเสี่ยงการกัดเซาะชายฝั่ง

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 15 มกราคม 2569 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 โดยส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ลงพื้นที่สำรวจและติดตามสถานการณ์ชายฝั่งทะเลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายหลังได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือและภาวะน้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลให้บางช่วงของแนวชายฝั่งเกิดการกัดเซาะ โดยเฉพาะพื้นที่ที่อยู่ติดถนนเลียบชายฝั่ง ซึ่งอาจกระทบต่อความปลอดภัย การคมนาคม และทรัพย์สินของประชาชน ในการสำรวจครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ใช้ อากาศยานไร้คนขับ (โดรน) เพื่อสำรวจแนวตะกอนนอกชายฝั่ง ควบคู่กับการตรวจสอบสภาพพื้นที่จริง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มีความละเอียด ถูกต้อง และครอบคลุมมากยิ่งขึ้น ข้อมูลจากการสำรวจจะถูกนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญ ในการประเมินความเปราะบางของพื้นที่ชายฝั่งจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ช่วยสนับสนุนการวางแผนบริหารจัดการและกำหนดแนวทางป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งอย่างเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพพื้นที่ และมุ่งสู่ความยั่งยืนในระยะยาว การติดตามและประเมินสถานการณ์ชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นภารกิจสำคัญของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ ลดความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ และสร้างความมั่นคงให้กับชุมชนชายฝั่งของประเทศ

ติดตามแนวรั้วไม้ดักทรายหาดปากเมง

ที่มา: https://www.facebook.com/mnperc3 วันที่ 9 มกราคม 2569 ศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 (ตรัง) สำรวจติดตามเก็บข้อมูลการสะสมตัวของมวลทรายและติดตามการเจริญเติบโตของสังคมพืชป่าชายหาด บริเวณแนวรั้วไม้ดักทรายหาดปากเมง อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง ประจำเดือนมกราคม แนวรั้วไม้ดักทราย 2 รูปแบบ ได้แก่ แนวตรง และแนวซิกแซก เบื้องต้นพบว่า มีการสะสมตัวของมวลทรายเฉลี่ย 15.5 และ 33.7 เชนติเมตร ตามลำดับ และพบพันธุ์ไม้ทั้งหมด 14 ชนิด จำนวน 364 ต้น พันธุ์ไม้เด่นที่พบคือ ต้นปอทะเล (Hibiscus tiliaceus L.) จำนวน 117 ต้น เทพี (Caesalpinia crista L.) จำนวน 69 ต้น และหูกวาง (Terminalia catappa L.) จ่านาน 51 ต้น […]

คลื่นซัด”หาดสามพระยา” กัดเซาะชายฝั่งพังยับ ต้นสนล้มระนาว

ที่มา: https://www.facebook.com/prachuappost (วันที่ 9 มกราคม 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างวันที่7-8 มกราคม ที่ผ่านมา นายเอกฤทธิ์ ดวงมาลา หน.อช เขาสามร้อยยอด กล่าวว่า หาดสามพระยา และ หาดแหลมศาลา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เกิดมวลน้ำทะเลหนุนสูงประกอบกับคลื่นลมแรงในอ่าวไทย ทะยานเข้าซัดชายหาดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะแนวต้นสนขนาดใหญ่มีอายุมากกว่า30ปี ที่เป็นสัญลักษณ์ของหาด ถูกกระแสคลื่นสูงเกือบ3เมตรกัดเซาะจนรากถอนโคน ล้มระนาวเกือบ 20 ต้น ซึ่งทั้ง2หาดรวมแล้วเกือบ40ต้น กลายเป็นภาพที่น่าตกใจ ทั้งนี้จากสภาพอากาศที่แปรปรวนส่งผลให้คลื่นที่มีความแรงโถมเข้าใส่ชายหาดอย่างต่อเนื่อง พลังของน้ำได้ขุดรากถอนโคนต้นสนขนาดใหญ่ที่ยืนต้นมานานนับสิบปีให้ล้มลงในพริบตา พื้นที่ที่เคยร่มรื่นสวยงามกลับกลายเป็นแนวดินที่พังทลายและซากต้นไม้ที่ล้มระเนระนาด สร้างความตะลึงให้กับเจ้าหน้าที่ฯและนักท่องเที่ยวในพื้นที่เป็นอย่างมาก ​เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ย่อย หาดสามพระยา (อช เขาสามร้อยยอด)ได้ประเมินสถานการณ์พร้อมงดให้บริการลานกางเต้นท์ เป็นการชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย” โดยเบื้องต้นมีการติดธงแดง และ​ปิดกั้นพื้นที่เสี่ยง ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำโดยเด็ดขาด ​ซึ่ง​ความรุนแรงของธรรมชาติที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดครั้งหนึ่งในต้นปีนี้ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำลายทัศนียภาพอันสวยงาม แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างรุนแรง ​ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวติดตามประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาและอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดอย่างใกล้ชิด

สำรวจเก็บข้อมูลและติดตามสถานภาพชายฝั่งช่วงมรสุม บริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเล อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 โดยเจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ลงพื้นที่สำรวจเก็บข้อมูลและติดตามสถานภาพชายฝั่งช่วงมรสุม รวมถึงรวบรวมข้อมูลส่งให้กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง เพื่อเป็นข้อมูลพิจารณากลั่นกรองโครงการด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเล ม.6 ต.หน้าสตน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช จากการลงพื้นที่ พบการกัดเซาะชายฝั่งในช่วงฤดูมรสุม และทางด้านทิศเหนือชายฝั่งมีความสมดุล มีตะกอนทรายสะสมมากและหน้าหาดกว้าง ทั้งนี้ สทช.5 จะดำเนินการรวบรวมข้อมูล เพื่อนำไปประกอบการจัดทำรายงานสถานภาพชายฝั่งทะเลประจำปี 2569 พร้อมทั้งรวบรวมรายงานกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของคณะทำงานกลั่นกรองโครงการฯ ต่อไป

สำรวจข้อมูลแนวรั้วไม้ดักทราย หาดปากเมง

ที่มา: https://www.facebook.com/mnperc3 วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 (ตรัง) สำรวจติดตามเก็บข้อมูลการสะสมตัวของมวลทรายและติดตามการเจริญเติบโตของสังคมพืชป่าชายหาด บริเวณแนวรั้วไม้ดักทรายหาดปากเมง อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรังประจำเดือนกันยายน แนวรั้วไม้ดักทราย 2 รูปแบบ ได้แก่ แนวตรง และแนวซิกแซก เบื้องต้นพบว่า มีการสะสมตัวของมวลทรายเฉลี่ย 8.3 และ -21.3 เซนติเมตร ตามลำดับ และพบพันธุ์ไม้ทั้งหมด 15 ชนิด จำนวน 337 ต้น มีพันธุ์ไม้เด่นที่พบคือ ต้นปอทะเล (Hibiscus tiliaceus L.) จำนวน 141 ต้น รักทะเล 80 ต้น และ ต้นเตยทะเล (Pandanus odoratissimus L.f.) จำนวน 33 ต้น และซึ่งเมื่อเปรียบเทียบข้อมูลเบื้องต้น ในเดือนที่ผ่านมา พบว่า มีจำนวนกล้าไม้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

เร่งหาแนวทางแก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่งบ้านปูลาโต๊ะบีซู

ที่มา: https://www.facebook.com/DPT.PR.GO.TH วันที่ 16 ตุลาคม 2568 กรมโยธาธิการและผังเมือง เดินหน้าแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลอย่างเป็นระบบ จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 3 โครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดฯ บริเวณบ้านปูลาโต๊ะบีซู ต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ณ โรงเรียนบ้านปูลาเจ๊ะมูดอ โดยมีนายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานการประชุม เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์จากทุกภาคส่วน ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณบ้านปูลาโต๊ะบีซู ได้ทวีความรุนแรงในระดับสูง ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อบ้านเรือน ที่ดินทำกิน และทรัพย์สินของทางราชการ รวมถึงโรงเรียนและสถานีประมงชายฝั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างป้องกันปัจจุบันไม่สามารถต้านทานการถดถอยของแนวชายฝั่งจากคลื่นกัดเซาะในช่วงฤดูมรสุมได้ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนอย่างมาก นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้กล่าวถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว พร้อมเน้นย้ำให้ประชาชนที่เข้าร่วมประชุมสะท้อนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำไปบูรณาการร่วมกับการศึกษาด้านอื่น ๆ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาสนองตอบต่อความต้องการของชุมชนและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ​สำหรับโครงการดังกล่าว กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท แมคโคร คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท เอส ที เอส กรีน จำกัด เข้ามาดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียด […]

ชาวบ้านหาดทรายรี คัดค้านการปักเสาไม้กันคลื่น

ที่มา: https://www.facebook.com/SouthernThaiPBS เมื่อวานนี้ (29 ส.ค. 68) ที่วัดสุวรรณคูหาวารีวงศ์ (วัดถ้ำโพงพาง) ต.หาดทรายรี อ.เมือง จ.ชุมพร ผู้นำชุมชน เจ้าอาวาสวัด และชาวบ้านกว่า 300 คน จาก 7 หมู่บ้าน ร่วมประชาคมแสดงจุดยืนคัดค้านการปักเสาไม้กันคลื่น หลังใช้งานมา 3 ปีไม่แก้ปัญหายั่งยืน แถมเสาไม้ผุหักเป็นตอฝังดิน อันตรายต่อชาวบ้านและนักท่องเที่ยว อีกทั้งทำให้ภูมิทัศน์ชายหาดเสื่อมโทรม ชาวบ้านเรียกร้องหน่วยงานรัฐเลิกปักไม้ซ่อมแซมเพิ่มเติม พร้อมเร่งดำเนินการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งถาวรตามแบบวิศวกรโยธา ควบคู่กับการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม และจัดเวทีประชาคมเพื่อฟังเสียงประชาชนโดยเร็วที่สุด นางสกุลตลา ไมตรีจิตร นายก อบต.หาดทรายรี ยืนยันว่า การใช้เสาไม้ที่ผ่านมาไม่ช่วยแก้ปัญหาน้ำกัดเซาะชายฝั่ง แต่กลับสร้างปัญหาเพิ่ม จึงต้องหามาตรการถาวรเพื่อคุ้มครองพื้นที่และการท่องเที่ยวในระยะยาว

งานปักไม้ หาดม่วงงาม

ที่มา: https://web.facebook.com/kprame.garden Beach Lover ยังไม่มีข้อมูลว่าเจ้าของโครงการคือหน่วยงานใด รวมถึงที่ไปที่มาของโครงการด้วย หากทราบข้อมูลจะนำมาแจ้งข่าวในโอกาสถัดไป

สำรวจหาดแหลมสน และหาดอ่าวมะขามป้อม จังหวัดระยอง

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 11-13 กรกฎาคม 2568 กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง (กอช.) โดยส่วนวิจัย พัฒนา และธรณีวิทยาชายฝั่ง ร่วมกับส่วนจัดการพื้นที่ชายฝั่ง และส่วนแผนและยุทธศาสตร์ ลงพื้นที่บริเวณหาดแหลมสน ตำบลเนินฆ้อ และหาดอ่าวมะขามป้อม ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เพื่อดำเนินการสำรวจสัณฐานชายฝั่ง แนวชายฝั่งทะเล (Coastline) ความลาดชัน และความกว้างชายหาด ในช่วงฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ การสำรวจดำเนินการโดยใช้เครื่องมือหาพิกัดด้วยดาวเทียมระบบ GNSS ผ่านเครือข่ายการรังวัดด้วยดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) และระบบอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ที่ติดตั้งระบบนำทางด้วยดาวเทียม RTK ครอบคลุมแนวชายฝั่งระยะทางประมาณ 3,000 เมตร จากการสำรวจพบว่า พื้นที่มีความลาดชันชายหาดประมาณ 0–14 องศา ระดับความสูงของพื้นที่อยู่ระหว่าง -0.40 ถึง 2.55 เมตร โดยบริเวณดังกล่าวมีโครงสร้างกำแพงกันคลื่นริมชายฝั่ง ประเภทตั้งตรง (Vertical Seawall) ความยาวประมาณ 750 เมตร และเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล […]

สำรวจสถานการณ์ของทรัพยากรชายฝั่ง คลองด่าน สมุทรปราการ

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 โดยส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ลงพื้นที่ติดตามสำรวจสถานการณ์ของทรัพยากรชายฝั่ง ท้องที่จังหวัดสมุทรปราการ บริเวณตำบลคลองด่าน อ.บางบ่อ เพื่อสำรวจสถานภาพพื้นที่ปัจจุบัน พร้อมทั้งบันทึกภาพ ลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดินชายฝั่งทะเลและสถานการณ์ชายฝั่ง ด้วยอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ซึ่งบริเวณที่สำรวจอยู่ในระบบหาดบางปะกง-เจ้าพระยา(T3A061) ความยาวระบบหาด 33.87 กม. โดยการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นชุมชน ที่อยู่อาศัย เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และประมงชายฝั่ง มีโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งตลอดแนวชายฝั่ง เช่น การปักไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่นที่มีสภาพชำรุด เขื่อนหินริมชายฝั่ง เขื่อนหินนอกชายฝั่ง ทั้งนี้จะดำเนินการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการวางแผนดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง และจัดทำรายงานสถานภาพชายฝั่งทะเลประจำปี 2568 ต่อไป

see more…