Home

ข่าว

สำรวจชนิดพันธุ์พืชที่มีความเหมาะสมต่อการฟื้นฟูชายหาดพังงา

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง สำรวจพื้นที่ระบบหาดบางสัก (T7D192) ระบบหาดคึกคัก (T7D195) ระบบหาดหาดท้ายเหมือง (T7E201) จ.พังงา เพื่อสำรวจชนิดพันธุ์พืชชายหาดที่มีความเหมาะสมต่อการฟื้นฟูเสถียรภาพชายหาด โดยการพิจารณาจากคุณสมบัติในการยึดเกาะเม็ดทราย การทนต่อสภาพแวดล้อม การกระจายตัวบริเวณชายหาด การทนต่อแรงลมทะเล การทนต่อความเค็มของน้ำทะเล ผลการสำรวจพบพืชชายหาดที่กระจายตัวตั้งแต่แนวชายฝั่งลึกเข้าไป ๓๐ เมตร ได้แก่ ผักบุ้งทะเล ถั่วผีทะเล ถั่วคล้าทะเล หญ้าไหวทาม เบญจมาศน้ำเค็ม เข็มเลื้อย เตยทะเล รักทะเล จิกทะเล เป็นต้น ส่วนพืชชายหาดที่คาดว่ามีศักยภาพที่เหมาะสมต่อการฟื้นฟูเสถียรภาพชายหาดมี ๔ ชนิด ได้แก่ ผักบุ้งทะเล (Ipomoea pes-caprae) หญ้าไหวทาม (Ischaemum muticum) ถั่วผีทะเล (Vigna marina) ถั่วคล้าทะเล (Canavalia maritima)

โยธาฯ บูรณาการทุกภาคส่วน แก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่งทะเลไทย

ที่มา: https://www.facebook.com/DPT.PR.GO.TH กรมโยธาธิการและผังเมือง บูรณาการทุกภาคส่วนเชิงพื้นที่ ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านใช้โครงสร้างทางวิศวกรรม แก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่งทะเลไทย

ติดตามชายฝั่งหาดโคลน หลังแนวไม้ไผ่ชะลอคลื่นบ้านแหลม

ที่มา: https://www.facebook.com วันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๕ กรม ทช. โดยกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง สำรวจพื้นที่ดำเนินโครงการป้องกันแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่หาดโคลน จ.เพชรบุรี บริเวณ ต.บางแก้ว อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ที่ดำเนินการในปี ๒๕๖๔ ระยะทางไม้ไผ่ประมาณ ๑,๗๕๐ เมตร เป็นการติดตามพื้นที่ป่าชายเลนบริเวณพื้นที่ปักไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่น ในพื้นที่หาดโคลน โดยอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ผลการสำรวจพบว่ามีกล้าไม้ ได้แก่ แสมทะเล เริ่มขึ้นบริเวณหลังแนวไม้ไผ่จำนวนมาก ทั้งนี้ จะนำข้อมูลดังกล่าวจัดทำเป็นแผนที่เปรียบเทียบการเพิ่มขึ้น-ลดลง ของป่าชายเลน เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าชายเลนหลังดำเนินโครงการฯ ต่อไป

พาสำรวจการเปลี่ยนแปลงชายหาดกะตะ

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๕ กรม ทช. โดยกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง สำรวจหาดกะตะ ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งอยู่ในระบบหาดกะตะใหญ่ (T7E222) โดยใช้เครื่องหาพิกัดดาวเทียมแบบ RTK GNSS เป็นเทคนิคการสำรวจรังวัดด้วยระบบโครงข่ายรังวัดดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) ผลสำรวจพบว่า หาดกะตะด้านทิศเหนือมีความกว้างชายหาดมากที่สุด ๑๒๐ เมตร และมีความลาดชันต่ำกว่าบริเวณตอนกลาง และด้านทิศใต้ของหาด ความลาดชันที่ได้จากการสำรวจคือ ๐-๒๐ องศา โดยความลาดชันด้านทิศเหนือของหาดมีค่าต่ำที่สุด เมื่อเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงชายหาดในเดือนมีนาคม ๒๕๖๕ โดยพบว่า หาดด้านทิศใต้มีปริมาณตะกอนทรายเพิ่มมากขึ้น และไม่พบร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่

ติดตามการดักตะกอน สร้างแนวป่าชายเลนอ่าวปัตตานี

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๕ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๙ (ปัตตานี) ติดตาม ตรวจสอบ ผลการดำเนินงานแนวการปักไม้ไผ่ โครงการซ่อม สร้าง เสริม การปักไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่น เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ จ.ปัตตานี ระยะทาง ๘๐๐ เมตร โดยใช้อากาศยานไร้คนขับ (Drone) เพื่อให้ได้ภาพมุมสูง ในพื้นที่ ต.บาราโหม อ.เมือง จ.ปัตตานี ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการแล้วเสร็จ ผลการสำรวจพบว่า เริ่มมีตะกอนสะสมทั้งด้านหลังและด้านหน้าแนวไม้ไผ่ ซึ่งอาจเป็นผลมากจากตะกอนดินเลนจากปากคลองดีแช และสายคลองขนาดเล็กอื่นๆ ไหลลงสู่อ่าวปัตตานี ซึ่งตะกอนดินเลนส่วนหนึ่งโดนดักด้วยแนวไม้ไผ่ชะลอคลื่น ก่อให้เกิดการสะสมตัวของตะกอนดินเลน

ตรวจสอบระบบนิเวศชายหาดสงขลา หลังแนวเขื่อน

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๕ กรม ทช. โดยศูนย์วิจัย ทช. อ่าวไทยตอนล่าง ตรวจสอบสภาพระบบนิเวศชายหาดและศึกษาสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศหาดทรายในพื้นที่โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล หาดทรายแก้ว หาดม่วงงาม และหาดมหาราช จ.สงขลา ผลการตรวจสอบพบว่า หาดทรายแก้ว มีแนวกำแพงกันคลื่นตลอดแนวชายหาด ไม่มีระบบนิเวศหาดทราย ยังคงพบตะกอนทรายจากช่วงมรสุม ทับถมตลอดพื้นที่หลังกำแพงกันคลื่น ส่วนพื้นที่บริเวณสิ้นสุดโครงการพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่งลึกเข้ามาประมาณ ๒๐ เมตร ในช่วงมรสุม พื้นที่ดังกล่าวได้ถูกตะกอนทรายทับถมกลายเป็นหาดทราย ลึกเข้ามาจากแนวชายหาดเดิม ทำให้ชายหาดมีความกว้างประมาณ ๓๐-๓๕ เมตร และยังคงพบเศษหินจากการก่อสร้างถูกคลื่นพัดขึ้นมาทับถมบริเวณแนวน้ำขึ้นน้ำลง เริ่มพบสิ่งมีชีวิตในกลุ่มหอยเสียบ และจักจั่นทะเล ตลอดแนวหาดทรายบริเวณสิ้นสุดโครงการ หาดม่วงงาม พื้นที่หน้าหาดเป็นแนวหาดทรายกว้างประมาณ ๒๕-๓๐ เมตร เวลาน้ำลงต่ำสุด ไม่พบเศษหิน และวัสดุจากการก่อสร้างเขื่อนกันคลื่น สามารถพบสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศหาดทรายใกล้เคียงกับสถานีอ้างอิง (Reference size) แสดงถึงการคืนสภาพระบบนิเวศหาดทรายหลังจากถูกระงับโครงการก่อสร้าง ชายหาดมหาราช การก่อสร้างกำแพงกันคลื่นเสร็จสิ้นแล้ว ไม่พบเศษหินจากการก่อสร้างปนเปื้อนในระบบนิเวศหาดทราย พบมีพื้นที่หาดทรายต่อจากแนวกันคลื่นกว้างประมาณ ๒๐-๒๕ เมตร เวลาน้ำลงต่ำสุด และพบสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศหาดทรายใกล้เคียงกับพื้นที่นอกเขตก่อสร้าง (สถานีอ้างอิง)

กลุ่มคัดค้านเขื่อนกันคลื่นหาดแม่รำพึง แถลงไม่ยอมรับ เวทีประชามติ

ที่มา: https://www.thairath.co.th/ กลุ่มคัดค้านเขื่อนกันคลื่นหาดแม่รำพึงแถลงไม่ยอมรับเวทีรับฟังความเห็น หลังรองผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ ประธานชิงกล่าวปิดเวที เผยมีนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนยกมือแสดงความเห็นแต่ถูกปิดกั้น มีการเกณฑ์คนมาร่วมเวที จัดป้ายสนับสนุน และลงคะแนนที่ไม่เป็นธรรม การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในวันนี้จึงเป็นโมฆะ เตรียมบุกกรมโยธาธิการฯ ให้ยกเลิกโครงการโดยเร็วที่สุด เวลา 14.00 น. วันที่ 11 มิถุนายน 2565 ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เป็นประธานเปิดเวทีประชุมรับฟังความเห็นโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลพร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ พื้นที่ชายฝั่งทะเล หาดแม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมโยธาธิการและผังเมือง เจ้าหน้าที่จากสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 จ.เพชรบุรี กลุ่ม Beach for life กลุ่ม Saveหาดแม่รำพึง กลุ่มอนุรักษ์ฯ บ้านกรูด ประชาชนในหมู่ 5 ต.แม่รำพึงที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่จะมีการก่อสร้าง และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมเวทีกว่า 300 คน บรรยากาศเวทีในช่วงแรกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีการสลับสับเปลี่ยนการให้ข้อมูลจากทางกรมโยธาธิการฯ และกลุ่มผู้คัดค้านและกลุ่มผู้เห็นด้วยกับการก่อสร้างในการให้ข้อมูลประชาชนที่เข้าร่วมรับฟัง จนกระทั่งเวลาประมาณ 16.40 น. พิธีกรในเวทีได้กล่าวเรียนเชิญ ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งประธานในพิธีได้กล่าวปิดท้ายเวที […]

ตรวจสอบชายหาดคึกคัก พบถูกคลื่นกัดเซาะประชาชนเดือดร้อน

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๖ (พังงา) พร้อมด้วย ทสจ.พังงา เจ้าท่าภูมิภาคสาขาพังงา ตรวจสอบสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งบริเวณ ต.ตึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา พบว่ามีลมพายุพัดคลื่นทะเลกระทบชายฝั่งอย่างรุนแรง และเกิดความเสียหายต่อชายฝั่งจริง เนื่องจากช่วงนี้ได้มีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมประเทศไทย ทะเลอันดามันและอ่าวไทย ประกอบกับในบริเวณชายหาดคึกคักมีการก่อสร้างโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งในลักษณะกำแพงกันคลื่นริมชายหาดแบบตั้งตรง โดยเจ้าของที่ดินริมชายหาดบางราย ทำให้ส่งผลกับพื้นที่ชายฝั่งถัดไปถูกกัดเซาะเสียหายรุนแรงมากขึ้น ทั้งนี้ จังหวัดพังงาและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องได้ติดตาม ดูแล เฝ้าระวังพื้นที่ชายฝั่งบริเวณดังกล่าวอยู่ตลอด โดยที่ผ่านมามีการดำเนินการเสนอโครงการฟื้นฟูชายหาดคึกคักแบบบูรณาการ (จัดสร้างโดมทะเลและเสริมทรายชายหาด) ต่อ ครม.สัญจร จ.ภูเก็ต ซึ่ง ครม.ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ แต่ขาดงบประมาณในการดำเนินการ และวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๔ จังหวัดพังงาได้เห็นชอบให้กรมเจ้าท่า ศึกษาวางแผนแม่บทและสำรวจออกแบบเสริมทรายป้องกันการกัดเซาะสนับสนุนการท่องเที่ยวบริเวณเขาหลักถึงแหลมปะการัง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ซึ่งกรมเจ้าท่าได้รับการอนุมัติให้ดำเนินโครงการตลอดจนได้งบประมาณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินโครงการ ส่วนการแก้ไขระยะสั้น เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕ […]

ผุด Wongamat Beach Village ไลฟ์สไตล์มอลล์ริมชายหาด

ที่มา: https://www.facebook.com/realist.co.th Wongamat Beach Village ไลฟ์สไตล์มอลล์แห่งใหม่ริมหาดวงศ์อมาตย์เตรียมเปิดเฟสแรก ธันวา 65 หาดวงศ์อมาตย์เป็น 1 ในหาดที่มีชื่อเสียงของพัทยา โดยเป็นทำเลที่เป็นศูนย์รวมของโครงการระดับ Super Luxury ราคาของโครงการคอนโดพุ่งสูงไปเกือบ 180,000 บ./ตร.ม. ทำให้ในพื้นที่มีการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว มีโครงการใหม่ๆเกิดขึ้นเพื่อรองรับไลฟ์สไลต์การใช้ชีวิตของคนที่เข้ามาในพื้นที่. หนึ่งในโครงการใหม่ที่เกิดขึ้นในทำเลนี้คือ Wongamat Beach Village ที่เป็นโครงการภายในการพัฒนาของ กลุ่มเซ็นทรัล ที่เป็นไลฟ์สไตล์ มอลล์ ริมทะเลที่มาในแนวคิดที่ไม่เหมือนใคร ด้วยพื้นที่กว่า 13 ไร่ หน้ากว้างติดหาด 90 ม. มูลค่าโครงการในเฟสแรกกว่า 3000 ลบ. เน้นเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติคุณภาพกำลังซื้อสูง โดยร้านค้าและร้านอาหารชั้นนำ มีการคาดการณ์ว่าจะมีผู้คนมาใช้บริการ 1 ล้านคนต่อปี สร้าง New Destination ในฐานะไฮไลต์ของเขตพัฒนาพิเศษย่านตะวันออก (EEC) โครงการเป็นอาคารชั้นเดียวให้บรรยากาศริมทะเล เดินช็อปปิ้งบนชายหาด และบรรยากาศธรรมชาติ ด้วยพื้นที่สีเขียว 75% ของโครงการ Wongamat Beach […]

ผลการตรวจสอบ แนวชายฝั่งหาดท้ายเหมืองสมดุลปกติดี

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๕ กรม ทช. โดยกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง สำรวจการเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่ง บริเวณหาดวัดเทสก์ธรรมนาวา (วัดท่าไทร) ซึ่งอยู่ในระบบหาดหาดท้ายเหมือง (T7E201) การสำรวจรังวัดแนวชายฝั่งใช้เครื่องมือหาพิกัดดาวเทียมแบบ GNSS โดยอาศัยการรังวัดผ่านระบบโครงข่ายการรังวัดด้วยดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) ตามแผนการสำรวจแนวชายฝั่งบริเวณเขื่อนหินทิ้ง รั้วดักทราย และพื้นที่ข้างเคียง ระยะทางประมาณ ๑ กม. (จุดเริ่มต้นบริเวณปากคลองบางทอง และจุดสิ้นสุดบริเวณวัดท่าไทร) ผลการสำรวจเบื้องต้นเส้นแนวชายฝั่งบริเวณดังกล่าวไม่มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเปรียบเทียบกับเส้นแนวชายฝั่งในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา และไม่พบการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่

see more…

สถานการณ์ชายฝั่งทะเล

กำแพงไม้ จะมาแทน กำแพงหิน? (ภาคต่อ)

Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของพื้นที่ที่มีกำแพงไม้ หรือ ที่หน่วยงานเรียกขานกันว่า “รั้วไม้ดักทราย” ไปแล้วในหลายพื้นที่ ติดตามได้จากโพสเก่าๆ วันนี้ขอพาชมอีกพื้นที่หนึ่งของโครงการ “รั้วไม้ดักทราย” ใน จ.สงขลา บริเวณชายหาดบริเวณเขารูปช้าง ส่วนถัดจากโครงการกำแพงกันคลื่นแบบหินเรียง (https://beachlover.net/ผลกระทบปลายกำแพงกันคลื่น-ชายฝั่งบ่ออิฐ-เกาะแต้ว/) และต่อเนื่องจากโครงการเติมทรายซึ่งอยู่ในแผนของกรมเจ้าท่าใน ถัดไปทางทิศเหนือของโครงการกำแพงกันคลื่นอีก 1 กิโลเมตร หรือกล่าวได้ว่า “รั้วไม้ดักทราย” จะเกิดขึ้นห่างจากตำแหน่งสิ้นสุดของกำแพงกันคลื่นแบบหินเรียงของกรมเจ้าท่าไปอีก 1 กิโลเมตร ทางทิศเหนือ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2565 Beach Lover ได้เคยนำเสนอภาพและเรื่องราวของพื้นที่นี้ โดย ณ เวลานั้น ยังมิได้ทำการปักรั้วไม้ ติดตามได้จาก https://beachlover.net/กำแพงไม้-จะมาแทน-กำแพงหิน/ หลังจากนั้นอีก 2 เดือนต่อมา เมื่องานก่อสร้างแล้วเสร็จ Beach Lover จึงลงพื้นที่สำรวจอีกครั้ง แสดงภาพเปรียบเทียบดังรูป เมื่อเดินสำรวจตลอดระยะทาง 268 เมตร พบว่าไม้ที่ปักค่อนข้างแน่น โดยปักเป็นแนวยาวห่างฝั่งประมาณ 5-6 เมตร พร้อมการปักตั้งฉากจากแนวไม้ยื่นออกไปประมาณ 1 เมตร นับว่าเป็นลักษณะของการปักรั้วไม้ที่แปลกไปจากงานเดิมที่กรมทรัพยากรทางทะเลและและชายฝั่งเคยดำเนินการไว้ในพื้นที่อื่นๆ […]

กำแพงไม้ ท่าศาลา นครฯ

BeachLover ขอพาชมชายหาดทางทิศเหนือของปากคลองกลาย อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้นำไม้มาปักไว้เพื่อบรรเทาปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง แล้วเสร็จไปเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สภาพพื้นที่บริเวณนี้เดิมเป็นชายหาดกว้างยาวต่อเนื่องตั้งแต่ปากคลองกลายจนถึงปากดวด จนเมื่อเขื่อนกันทรายและคลื่นปากคลองกลายแล้วเสร็จก็ส่งผลให้พื้นที่นี้ถูกกัดเซาะอย่างรุนแรง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจึงได้ทำการนำไม้มาปักโดยใช้ชื่อเรียกว่า “รั้วดักทราย” เพื่อแก้ไขปัญหานี้ โดยโครงการนี้เป็นการปักไม้เป็นระยะทางตามแนวชายฝั่งยาวประมาณ 500 เมตร แต่ในป้ายประชาสัมพันธ์นั้นกลับระบุระยะทางเป็น 3,000 เมตร  ดำเนินการโดยบริษัทวิสุทธิคอนซัลแตนท์จำกัด ด้วยงบประมาณ 2.89 ล้านบาท จากการลงพื้นที่สำรวจพบว่ารั้วไม้นี้ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดี ตลอดระยะทางตามแนวชายฝั่งทั้งโครงการนั้นไม่มีช่องว่างเปิดให้เดินลงชายหาดได้เลย หากต้องการเดินจากฝั่งลงไปที่ชายทะเลจำเป็นต้องขึ้นลงโดยผ่านร้านอาหารที่ตั้งอยู่ริมหาด หรือไม่ก็เดินเข้าได้เฉพาะตำแหน่งเริ่มต้นและตำแหน่งสิ้นสุดโครงการปักไม้เท่านั้น หากจำปีนข้ามก็ทำได้ค่อนข้างลำบากเพราะไม้ที่ปักนั้นแน่นและสูงพอสมควร สำหรับงานติดตั้งรั้วไม้ในพื้นที่นี้ มีประเด็นที่เป็นข้อสังเกตต่อหน่วยงานผู้รับผิดชอบโครงการดังต่อไปนี้ ระยะทางปักไม้ตามที่ปรากฏจริงนั้นไม่เท่ากับระยะทางที่ระบุไว้ในป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ ไม้ที่ปักค่อนข้างแน่น จนอาจเรียกโครงสร้างนี้ได้ว่าเป็นกำแพงไม้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกับพื้นที่ถัดไปหรือไม่ อย่างไร ไม่มีช่องเปิดเพื่อลงชายหาดเลยตลอดแนวโครงการ การปักลักษณะนี้ เป็นไปตามหลักวิชาการที่ถูกพิสูจน์แล้วในเชิงวิทยาศาสตร์ว่าได้ผลดี หรือไม่ อย่างไร น่าติดตามต่อไปว่า งานปักรั้วไม้ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่กำลังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่นั้น มีประสิทธิภาพตามที่คาดไว้หรือไม่ และจะขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆอย่างไร

ตาข่ายลดการกัดเซาะ Derosion lattice แห่งแรกและแห่งเดียวในไทย

Derosion lattice เป็นเทคโนโลยีจากประเทศไต้หวันเพื่อลดทอนพลังงานคลื่นพร้อมทั้งดักทรายที่มาพร้อมคลื่นไว้บริเวณใกล้ชายฝั่ง สร้างจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีความมั่นคงแข็งแรงทนทาน เมื่อใช้งานจะวาง Derosion lattice ไว้ใต้น้ำในเขตน้ำตื้นใกล้ชายหาด (www.reshore.tech) Derosion lattice แตกต่างจากการเติมทรายชายหาดเนื่องจากไม่จำเป็นต้องทำซ้ำทุกๆสองสามปี ทรายที่มาทับถมจาก Derosion lattice จะไม่ถูกกัดเซาะออกไปอีก และไม่ก่อให้เกิดปัญหาทรายทับถมบนสิ่งมีชีวิตหรือปะการังใต้ทะเลด้วย (www.reshore.tech) หลักการของ Derosion lattice คือการลดทอนพลังงานคลื่นจากแรงเสียดทานและการสั่นสะเทือน (friction and vibration) ทำให้ตะกอนที่มากับคลื่นสามารถตกทับถมบนชายหาดได้ ซึ่งแตกต่างจากเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่ง หรือ รอดักทราย ที่จะส่งผลกระทบต่อทิศทางของคลื่นทำให้เกิดการกัดเซาะบริเวณพื้นที่ชายฝั่งข้างเคียงได้ (www.reshore.tech) สำหรับประเทศไทยมีการทดลองใช้ Derosion lattice บริเวณตำแหน่งสิ้นสุดปลายกำแพงกันคลื่นของกรมเจ้าท่า ณ ชายหาดบ่ออิฐ-เกาะแต้ว จ.สงขลา เป็นแห่งแรก และแห่งเดียว โดยทำการติดตั้งมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 ด้วยความร่วมมือของบริษัท Thai Wring Syatems จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และกรมเจ้าท่า จากการสำรวจภาคสนามพบว่า Derosion lattice ที่ถูกวางในพื้นที่นี้ อยู่ในแนวเดียวกันกับฐานของกำแพงกันคลื่นแบบหินเรียงของกรมเจ้าท่าพอดี […]

พาชมเกาะลิดี เกาะเล็กๆใกล้ฝั่งละงู

ลิดี เป็นภาษามลายูแปลว่า “ไม้เรียว” เกาะลิดีอันที่จริงแล้วประกอบด้วยสองเกาะ คือ ลิดีใหญ่ และ ลิดีเล็ก เกาะลิดีใหญ่นั้นเป็นเกาะสัมปทานรังนกของบริษัท Scotch รังนก ส่วนเกาะลิดีเล็กเป็นเขตอุทยานและเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยาน เกาะลิดี อยู่ห่างจากที่ทำการแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา (อ่าวนุ่น) ประมาณ 5 กม. และห่างจากท่าเรือปากบาราประมาณ 7 กม. เนื้อที่ประมาณ 10 ตร.กม. มีหาดทรายขาว เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบเล่นน้ำทะเล ปัจจุบันเกาะลิดีมีหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ มีบ้านพัก และบริเวณที่กางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยว (http://portal.dnp.go.th/Content/nationalpark?contentId=4648) เมื่อขึ้นฝั่งบนเกาะลิดีเล็ก จะพบสะพานคอนกรีตที่ใช้เป็นทางเดินเชื่อมระหว่างท่าเทียบเรือกับชายหาดอีกด้านหนึ่งของเกาะที่เป็นที่ตั้งของอุทยานฯ ริมทางเดินจะพบโขดหินรูปร่างแปลกตา และชายหาดเล็กๆ เมื่อสุดปลายทางเดินระยะทางประมาณ 260 เมตร จะพบชายหาดด้านหน้าอุทยาน เป็นหาดทรายขาวความยาวประมาณ 230 เมตร วางตัวในทิศตะวันออก-ตะวันตก ความกว้างประมาณ 15 เมตร ทรายขนาดไม่ละเอียดนัก และพบว่ามีความขาวมากกว่าทรายบนชายหาดฝั่งปากบารา เมื่อเดินถัดเข้าไปบริเวณด้านหลังที่ทำการอุทยานจะพบชายหาดขนาดเล็กระหว่างโขดหิดอีกหนึ่งหาด ความยาวประมาณ 75 เมตร ชายหาดทั้งสองแห่งนี้ หากเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยว หรือเปิดให้มีการพักค้างและทำกิจกรรมของนักเรียนนักศึกษาเหมือนปกติก่อนช่วง COVID-19 […]

พาชมกำแพงกันคลื่น ณ หาดแม่น้ำ เกาะสมุย

หาดแม่น้ำเป็นหาดท่องเที่ยวบนเกาะสมุยที่พบกำแพงกันคลื่นเกือบตลอดทั้งแนว ท้องถิ่น ชาวบ้าน และผู้ประกอบกิจการริมทะเล บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ชายหาดด้านหน้ากำแพงค่อยๆหดหายไปและลดระดับต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด เป็นประเด็นที่น่าติดตามต่อไปว่า ผู้ประกอบการในพื้นที่จะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ในเมื่อชายหาดลดระดับต่ำลงและถูกกัดเซาะเพิ่มเติมเพราะกำแพงกันคลื่นที่ถูกสร้างไว้โดยเจ้าของที่ดินเกือบตลอดทั้งแนวชายหาด

ข้อสังเกต 11 ประการ ต่อโครงการกำแพงกันคลื่นหาดแม่รำพึง บางสะพาน

Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของชายหาดแม่รำพึง บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไปแล้วเมื่อสองปีก่อน ติดตามได้จาก https://beachlover.net/ปาบึกกำลังจะเปลี่ยนหาดe/ โดยในครั้งนั้นได้นำเสนอว่า หาดแม่รำพึงนี้ กำลังจะมีโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งในรูปแบบของกำแพงกันคลื่น เจ้าของงานคือกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา STS Engineering Consultant จำกัด ศึกษาออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จไปเมื่อปี 2562 โดยในครั้งนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะเกิดโครงการกำแพงกันคลื่นขึ้น ณ ตำแหน่งใดของชายหาดเป็นเฟสแรก กรมโยธาฯได้บรรจุงบประมาณเพื่อก่อสร้างกำแพงกันคลื่นหาดแม่รำพึงไว้ในปีงบประมาณ 2564 และต่อเนื่องมาถึงปี 2567 ด้วยงบประมาณรวม 79.078 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างกำแพงกันคลื่นสามรูปแบบบนชายหาดแม่รำพึง ความยาว 805 เมตร (ข้อมูลจากร่างงบประมาณเล่มขาวคาดแดงปี 2566 แต่จากเวทีรับฟังความคิดเห็นมีความยาว 966 เมตร) เมื่อประมาณต้นปี 2565 ได้เกิดกระแส ไม่เห็นด้วยกันโครงการนี้มากขึ้นโดย “กลุ่ม Save หาดแม่รำพึง” ที่เป็นกลุ่มหลักในการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ ระบุถึงความไม่จำเป็นในหลายประการรวมถึงข้อห่วงกังวลต่างๆ จากนั้นก็มีการยื่นหนังสือร้องเรียนและขอข้อมูลไปยังหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง จนเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2565 ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่ชอบธรรมของโครงการนี้อย่างรุนแรงอีกครั้ง สืบเนื่องจากข้อมูลที่ปรากฏในรายงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นนั้นเป็นการคัดลอกข้อมูลจากจังหวัดสงขลามาใส่ในรายงาน แม้จะเป็นข้อมูลประกอบรายงานในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญนัก แต่ก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นว่า กระบวนการทำและจัดส่งรายงานนั้นดำเนินการด้วยความไม่รอบคอบ […]

เปิดร่างงบประมาณ เพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลปี 2566

ที่มาข้อมูลจากเล่มร่างงบประมาณขาวคาดแดง โดยสำนักงบประมาณปี 2565 วิเคราะห์ข้อมูลโดย Beach Lover Beach Lover ได้เคยนำเสนองบประมาณเพื่องานแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ปี 2563 แล้ว ติดตามได้จากโพสเก่าๆตาม Link ด้านล่าง งบประมาณปี 2563 https://beachlover.net/budget-2563-beach-erosion/ งบประมาณปี 2564 https://beachlover.net/ร่างงบประมาณ-ชายฝั่ง-2564/ งบประมาณปี 2565 https://beachlover.net/สดๆร้อนๆ-เปิดร่างงบประมาณป้องกันชายฝั่งประจำปี-2565/ เมื่อเดือน พ.ค.2565 ร่างงบประมาณประจำปี 2566 ได้ถูกเผยแพร่ผ่านสำนักงบประมาณ (ร่างงบประมาณเล่มขาดคาดแดง) พบว่ารัฐวางแผนใช้จ่ายงบประมาณในปีงบประมาณ 2566 (ต.ค.2565-ก.ย.2566) เพื่องานศึกษา งานก่อสร้างและปรับปรุงโครงสร้างป้องกันชายฝั่งใน 3 กรมหลัก รวมถึงงบกลุ่มจังหวัดด้วย รวมทั้งสิ้น 1,779.900 ล้านบาท ใน 79 โครงการ  ใน 79 โครงการนี้ แบ่งออกเป็นโครงการที่ดำเนินการโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองจำนวน 55 โครงการ โดยถือเป็นสัดส่วนมากที่สุดคือ 65% ของงบประมาณทั้งหมด รองลงมาคือกรมเจ้าท่าจำนวน 13 โครงการ นับเป็น […]

พาสำรวจผลกระทบจาก Jetty บนเกาะสมุย

Beach Lover พาสำรวจพื้นที่ริมทะเลภายในโรงพยาบาลเกาะสมุยที่ถูกกัดเซาะ โดยพบว่าถนนด้านหลังโรงพยาบาลส่วนที่ติดกับปากคลองถูกกัดเซาะจนสามารถสัญจรได้เพียง 1 เลน และมีร่องรอยการกัดเซาะตามภาพ ซึ่งไม่ปรากฏแน่ชัดว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เมื่อวิเคราะห์เบื้องต้นด้วยภาพถ่ายดาวเทียมตั้งแต่ปี 2011-2021 (พ.ศ.2554-2564) พบว่า ถนนเส้นนี้ปรากฏขึ้นในภาพถ่ายของปี 2018 (พ.ศ.2561) โดยพบว่ายังไม่ปรากฏร่องรอยการกัดเซาะจนถึงถนนตามภาพในปี 2020 (พ.ศ.2563) จนเมื่อมีการสร้าง jetty หรือ เขื่อนกันทรายและคลื่นทางทิศเหนือของปากร่องน้ำลิปะใหญ่ความยาวประมาณ 68 เมตร ซึ่งไม่มีข้อมูลว่าสร้างขึ้นโดยหน่วยงานใด และสร้างขึ้นเมื่อใด แต่พบว่าได้ปรากฏขึ้นในภาพถ่ายเดือนเมษายนของปี 2021 (พ.ศ.2564) หลังจากนั้นจึงเริ่มพบว่าถนนฝั่งประชิดทะเลถูกกัดเซาะไปบางส่วน ส่วนทางด้านทิศเหนือของ jetty นั้นพบการทับถมของตะกอนทรายด้านหน้ากำแพง (เส้นประสีม่วง) ตามภาพถ่ายปี 2021 (พ.ศ.2564) Beach Lover ได้ลงสำรวจพื้นที่นี้อีกครั้งในช่วงต้นเดือน มิ.ย.2565 พบว่าผิวถนนบางส่วนที่ปรากฏในภาพด้านบนถูกรื้อออกแล้ว เหลือเพียงชั้นทรายด้านล่างและเศษวัสดุ โดยพบว่ามีการนำแท่งปูน ก้อนหิน รั้วไม้สนและไม้ไผ่ พร้อมทั้ง Geotextile มาขึงเพื่อป้องกันชายฝั่งไปพลางก่อน ส่วนทางทิศใต้ถัดจาก Jetty และพื้นที่ที่ถูกกัดเซาะนี้ มีการสร้างกำแพงแนวดิ่งเพื่อป้องกันชายฝั่งไปจนสิ้นสุดพื้นที่ของโรงพยาบาลแล้ว ซึ่งไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างเมื่อใด และโดยหน่วยงานใด […]

“รั้วไม้ชายหาด” วัดท่าไทร ยังสบายดี ?

Beach Lover เคยพาชม รั้วไม้ ณ ชายหาดหน้าวัดท่าไทรไปแล้วหลายครั้ง ติดตามได้จาก https://beachlover.net/หาดเต่าไข่-วัดท่าไทร-ยัง/ การปักไม้ในพื้นที่นี้นับเป็นพื้นที่แรกๆที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช) รับมาปฏิบัติเอง หลังจากที่ชาวบ้าน ผู้ประกอบการ ได้ดำเนินการเองไปบ้างแล้วก่อนหน้านั้น งบประมาณที่ทางกรมฯใช้ในพื้นที่นี้คือ 495,000 บาท สำหรับระยะทาง 594 เมตร หรืออาจกล่าวได้ว่า งบประมาณที่ใช้เพื่อการปักไม้คือ 833 บาทต่อเมตร Beach Lover ได้ไล่เรียงภาพถ่ายในมุมเดิมๆ โดยมีตำแหน่งอ้างอิงเดิมให้ได้ชมกันอีกครั้งตั้งแต่ กันยายน 2563 จนถึง พฤษภาคม 2565 ตามภาพ พบว่า การเว้าโค้งด้านทิศเหนือส่วนถัดจากกำแพงกันคลื่นแบบหินทิ้งมีรูปแบบที่ไม่แตกต่างกันในแต่ละภาพ สิ่งที่แตกต่างพบเพียงการทับถมของทรายที่เข้ามาตกสะสมตามฤดูกาลเท่านั้น โดยพบว่าภาพในเดือนธันวาคม ซึ่งช่วงปลอดมรสุมทรายเข้ามาทับถมจนเกือบมิดปลายไม้และมีระดับเกือบเสมอกับสันทรายชายหาดด้านใน และหลังจากนั้นทรายส่วนนี้ก็ถูกคลื่นซัดหายไปตามฤดูกาลเหมือนเดิม โดยปรากฏลักษณะของการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลนี้ในรูปแบบเดียวกันตลอดทั้งแนวปักไม้เกือบ 600 เมตร จากการเดินสำรวจตลอดแนวเกือบ 600 เมตร พบว่าพื้นที่ทิศเหนือสุดของแนวปักไม้ ไม่พบการเปลี่ยนแปลงของชายหาดที่มีความแตกต่างจากพื้นที่ที่มีการปักไม้แต่อย่างใด ซึ่งเหมือนกับที่ Beach Lover เคยสำรวจและแสดงความเห็นไว้ในการสำรวจครั้งก่อนหน้านี้เมื่อสองปีก่อน https://beachlover.net/หาดเต่าไข่-วัดท่าไทร-ยัง/ วัตถุประสงค์ของการก่อสร้างรั้วไม้ในพื้นที่นี้ตามจริงคือต้องการบรรเทาผลกระทบจากการกัดเซาะด้านท้ายน้ำถัดจากกำแพงกันคลื่นแบบหินทิ้งที่ก่อสร้างไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่รั้วไม้นี้จะป้องกันการกัดเซาะด้านท้ายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพตามที่หวังตั้งใจไว้หรือไม่ […]

หาดแหลมสิงห์ หาดลึกลับเข้าถึงยาก

Beach Lover ได้มีโอกาสสำรวจภาคสนาม ณ จ.ภูเก็ต ในช่วงปลายเดือนเมษายน 2565 ซึ่งเป็นช่วงปลายฤดูกาลท่องเที่ยวพอดี ก่อนที่ภูเก็ตและจังหวัดอื่นๆทางฝั่งทะเลอันดามันจะได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมของทุกปี ทะเลช่วงนี้จะใสและมีสีสวย ชายหาดกว้าง คลื่นลมสงบ และมีนักเที่ยวท่องจำนวนมากโดยเฉพาะชาวต่างชาติ ซึ่งกลับมาท่องเที่ยวที่ภูเก็ตอีกครั้งหลังจาก COVID-19 แม้จะฟื้นกลับมาเพียงครึ่งเดียว ไม่มากมายเหมือนเดิม แต่ก็เพียงพอให้บาง sector ประคองธุรกิจต่อไปได้ หาดแหลมสิงห์เป็นชายหาดที่เข้าถึงได้ยาก ต้องเดินเท้าหรือนั่งเรือเข้าไปเท่านั้น ซึ่งทางเดินเท้าเข้าไปนั้นไม่ง่ายนักเนื่องจากต้องเดินลัดเลาะไปตามโขดหิน ซอกหลืบของหน้าผาหิน โดยทางเดินเกือบตลอดเส้นทางนั้นรายล้อมไปด้วยต้นไม้ที่ร่มรื่น และทิวทัศน์อันสวยงามของทะเลตัดกับโขดหิน มีร้านค้าขายอาหารและเครื่องดื่มหนึ่งร้าน ตั้งอยู่ในทำเลที่ดึงดูดลูกค้าที่กำลังอ่อนแรงจากการเดินเท้าได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 20 นาทีจากถนนด้านบน ก็จะมาถึงหาดแหลมสิงห์ ซึ่งมีลักษณะเป็นหาดกระเปาะที่มีความยาวชายหาดตลอดแนวประมาณ 270 เมตร ความกว้างชายหาดเฉลี่ยประมาณ 33 เมตร มีขนาดของเม็ดทรายเฉลี่ย 0.26 มิลลิเมตร และมีความลาดชันชายหาด 6.7 องศา (ข้อมูลจากการสำรวจจริงในเดือนเมษายน 2565) พบผู้ประกอบการร่มเตียงและเครื่องดื่มเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งรายเท่านั้น และพบว่าป่าชายหาด พืชปกคลุมชายหาดด้านในยังคงสมบูรณ์ ปราศจากการแทรกแซงใดๆ ในหลายประเทศเส้นทางเดินเท้าริมทะเล (Ocean trail) ที่มีความสวยงามเช่นนี้ มักถูกโปรโมตให้เป็นเส้นทางที่เป็น […]

see more…

สถานการณ์ชายฝั่งทะเล

กำแพงไม้ จะมาแทน กำแพงหิน? (ภาคต่อ)

Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของพื้นที่ที่มีกำแพงไม้ หรือ ที่หน่วยงานเรียกขานกันว่า “รั้วไม้ดักทราย” ไปแล้วในหลายพื้นที่ ติดตามได้จากโพสเก่าๆ วันนี้ขอพาชมอีกพื้นที่หนึ่งของโครงการ “รั้วไม้ดักทราย” ใน จ.สงขลา บริเวณชายหาดบริเวณเขารูปช้าง ส่วนถัดจากโครงการกำแพงกันคลื่นแบบหินเรียง (https://beachlover.net/ผลกระทบปลายกำแพงกันคลื่น-ชายฝั่งบ่ออิฐ-เกาะแต้ว/) และต่อเนื่องจากโครงการเติมทรายซึ่งอยู่ในแผนของกรมเจ้าท่าใน ถัดไปทางทิศเหนือของโครงการกำแพงกันคลื่นอีก 1 กิโลเมตร หรือกล่าวได้ว่า “รั้วไม้ดักทราย” จะเกิดขึ้นห่างจากตำแหน่งสิ้นสุดของกำแพงกันคลื่นแบบหินเรียงของกรมเจ้าท่าไปอีก 1 กิโลเมตร ทางทิศเหนือ เมื่อเดือนพฤษภาคม 2565 Beach Lover ได้เคยนำเสนอภาพและเรื่องราวของพื้นที่นี้ โดย ณ เวลานั้น ยังมิได้ทำการปักรั้วไม้ ติดตามได้จาก https://beachlover.net/กำแพงไม้-จะมาแทน-กำแพงหิน/ หลังจากนั้นอีก 2 เดือนต่อมา เมื่องานก่อสร้างแล้วเสร็จ Beach Lover จึงลงพื้นที่สำรวจอีกครั้ง แสดงภาพเปรียบเทียบดังรูป เมื่อเดินสำรวจตลอดระยะทาง 268 เมตร พบว่าไม้ที่ปักค่อนข้างแน่น โดยปักเป็นแนวยาวห่างฝั่งประมาณ 5-6 เมตร พร้อมการปักตั้งฉากจากแนวไม้ยื่นออกไปประมาณ 1 เมตร นับว่าเป็นลักษณะของการปักรั้วไม้ที่แปลกไปจากงานเดิมที่กรมทรัพยากรทางทะเลและและชายฝั่งเคยดำเนินการไว้ในพื้นที่อื่นๆ […]

กำแพงไม้ ท่าศาลา นครฯ

BeachLover ขอพาชมชายหาดทางทิศเหนือของปากคลองกลาย อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้นำไม้มาปักไว้เพื่อบรรเทาปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง แล้วเสร็จไปเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา สภาพพื้นที่บริเวณนี้เดิมเป็นชายหาดกว้างยาวต่อเนื่องตั้งแต่ปากคลองกลายจนถึงปากดวด จนเมื่อเขื่อนกันทรายและคลื่นปากคลองกลายแล้วเสร็จก็ส่งผลให้พื้นที่นี้ถูกกัดเซาะอย่างรุนแรง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจึงได้ทำการนำไม้มาปักโดยใช้ชื่อเรียกว่า “รั้วดักทราย” เพื่อแก้ไขปัญหานี้ โดยโครงการนี้เป็นการปักไม้เป็นระยะทางตามแนวชายฝั่งยาวประมาณ 500 เมตร แต่ในป้ายประชาสัมพันธ์นั้นกลับระบุระยะทางเป็น 3,000 เมตร  ดำเนินการโดยบริษัทวิสุทธิคอนซัลแตนท์จำกัด ด้วยงบประมาณ 2.89 ล้านบาท จากการลงพื้นที่สำรวจพบว่ารั้วไม้นี้ยังอยู่ในสภาพสมบูรณ์ดี ตลอดระยะทางตามแนวชายฝั่งทั้งโครงการนั้นไม่มีช่องว่างเปิดให้เดินลงชายหาดได้เลย หากต้องการเดินจากฝั่งลงไปที่ชายทะเลจำเป็นต้องขึ้นลงโดยผ่านร้านอาหารที่ตั้งอยู่ริมหาด หรือไม่ก็เดินเข้าได้เฉพาะตำแหน่งเริ่มต้นและตำแหน่งสิ้นสุดโครงการปักไม้เท่านั้น หากจำปีนข้ามก็ทำได้ค่อนข้างลำบากเพราะไม้ที่ปักนั้นแน่นและสูงพอสมควร สำหรับงานติดตั้งรั้วไม้ในพื้นที่นี้ มีประเด็นที่เป็นข้อสังเกตต่อหน่วยงานผู้รับผิดชอบโครงการดังต่อไปนี้ ระยะทางปักไม้ตามที่ปรากฏจริงนั้นไม่เท่ากับระยะทางที่ระบุไว้ในป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ ไม้ที่ปักค่อนข้างแน่น จนอาจเรียกโครงสร้างนี้ได้ว่าเป็นกำแพงไม้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกับพื้นที่ถัดไปหรือไม่ อย่างไร ไม่มีช่องเปิดเพื่อลงชายหาดเลยตลอดแนวโครงการ การปักลักษณะนี้ เป็นไปตามหลักวิชาการที่ถูกพิสูจน์แล้วในเชิงวิทยาศาสตร์ว่าได้ผลดี หรือไม่ อย่างไร น่าติดตามต่อไปว่า งานปักรั้วไม้ของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่กำลังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่นั้น มีประสิทธิภาพตามที่คาดไว้หรือไม่ และจะขยายผลไปยังพื้นที่อื่นๆอย่างไร

ตาข่ายลดการกัดเซาะ Derosion lattice แห่งแรกและแห่งเดียวในไทย

Derosion lattice เป็นเทคโนโลยีจากประเทศไต้หวันเพื่อลดทอนพลังงานคลื่นพร้อมทั้งดักทรายที่มาพร้อมคลื่นไว้บริเวณใกล้ชายฝั่ง สร้างจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีความมั่นคงแข็งแรงทนทาน เมื่อใช้งานจะวาง Derosion lattice ไว้ใต้น้ำในเขตน้ำตื้นใกล้ชายหาด (www.reshore.tech) Derosion lattice แตกต่างจากการเติมทรายชายหาดเนื่องจากไม่จำเป็นต้องทำซ้ำทุกๆสองสามปี ทรายที่มาทับถมจาก Derosion lattice จะไม่ถูกกัดเซาะออกไปอีก และไม่ก่อให้เกิดปัญหาทรายทับถมบนสิ่งมีชีวิตหรือปะการังใต้ทะเลด้วย (www.reshore.tech) หลักการของ Derosion lattice คือการลดทอนพลังงานคลื่นจากแรงเสียดทานและการสั่นสะเทือน (friction and vibration) ทำให้ตะกอนที่มากับคลื่นสามารถตกทับถมบนชายหาดได้ ซึ่งแตกต่างจากเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่ง หรือ รอดักทราย ที่จะส่งผลกระทบต่อทิศทางของคลื่นทำให้เกิดการกัดเซาะบริเวณพื้นที่ชายฝั่งข้างเคียงได้ (www.reshore.tech) สำหรับประเทศไทยมีการทดลองใช้ Derosion lattice บริเวณตำแหน่งสิ้นสุดปลายกำแพงกันคลื่นของกรมเจ้าท่า ณ ชายหาดบ่ออิฐ-เกาะแต้ว จ.สงขลา เป็นแห่งแรก และแห่งเดียว โดยทำการติดตั้งมาตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 ด้วยความร่วมมือของบริษัท Thai Wring Syatems จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี และกรมเจ้าท่า จากการสำรวจภาคสนามพบว่า Derosion lattice ที่ถูกวางในพื้นที่นี้ อยู่ในแนวเดียวกันกับฐานของกำแพงกันคลื่นแบบหินเรียงของกรมเจ้าท่าพอดี […]

พาชมเกาะลิดี เกาะเล็กๆใกล้ฝั่งละงู

ลิดี เป็นภาษามลายูแปลว่า “ไม้เรียว” เกาะลิดีอันที่จริงแล้วประกอบด้วยสองเกาะ คือ ลิดีใหญ่ และ ลิดีเล็ก เกาะลิดีใหญ่นั้นเป็นเกาะสัมปทานรังนกของบริษัท Scotch รังนก ส่วนเกาะลิดีเล็กเป็นเขตอุทยานและเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยาน เกาะลิดี อยู่ห่างจากที่ทำการแห่งชาติหมู่เกาะเภตรา (อ่าวนุ่น) ประมาณ 5 กม. และห่างจากท่าเรือปากบาราประมาณ 7 กม. เนื้อที่ประมาณ 10 ตร.กม. มีหาดทรายขาว เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบเล่นน้ำทะเล ปัจจุบันเกาะลิดีมีหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ มีบ้านพัก และบริเวณที่กางเต็นท์สำหรับนักท่องเที่ยว (http://portal.dnp.go.th/Content/nationalpark?contentId=4648) เมื่อขึ้นฝั่งบนเกาะลิดีเล็ก จะพบสะพานคอนกรีตที่ใช้เป็นทางเดินเชื่อมระหว่างท่าเทียบเรือกับชายหาดอีกด้านหนึ่งของเกาะที่เป็นที่ตั้งของอุทยานฯ ริมทางเดินจะพบโขดหินรูปร่างแปลกตา และชายหาดเล็กๆ เมื่อสุดปลายทางเดินระยะทางประมาณ 260 เมตร จะพบชายหาดด้านหน้าอุทยาน เป็นหาดทรายขาวความยาวประมาณ 230 เมตร วางตัวในทิศตะวันออก-ตะวันตก ความกว้างประมาณ 15 เมตร ทรายขนาดไม่ละเอียดนัก และพบว่ามีความขาวมากกว่าทรายบนชายหาดฝั่งปากบารา เมื่อเดินถัดเข้าไปบริเวณด้านหลังที่ทำการอุทยานจะพบชายหาดขนาดเล็กระหว่างโขดหิดอีกหนึ่งหาด ความยาวประมาณ 75 เมตร ชายหาดทั้งสองแห่งนี้ หากเป็นช่วงฤดูท่องเที่ยว หรือเปิดให้มีการพักค้างและทำกิจกรรมของนักเรียนนักศึกษาเหมือนปกติก่อนช่วง COVID-19 […]

พาชมกำแพงกันคลื่น ณ หาดแม่น้ำ เกาะสมุย

หาดแม่น้ำเป็นหาดท่องเที่ยวบนเกาะสมุยที่พบกำแพงกันคลื่นเกือบตลอดทั้งแนว ท้องถิ่น ชาวบ้าน และผู้ประกอบกิจการริมทะเล บอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ชายหาดด้านหน้ากำแพงค่อยๆหดหายไปและลดระดับต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด เป็นประเด็นที่น่าติดตามต่อไปว่า ผู้ประกอบการในพื้นที่จะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ในเมื่อชายหาดลดระดับต่ำลงและถูกกัดเซาะเพิ่มเติมเพราะกำแพงกันคลื่นที่ถูกสร้างไว้โดยเจ้าของที่ดินเกือบตลอดทั้งแนวชายหาด

ข้อสังเกต 11 ประการ ต่อโครงการกำแพงกันคลื่นหาดแม่รำพึง บางสะพาน

Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของชายหาดแม่รำพึง บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ไปแล้วเมื่อสองปีก่อน ติดตามได้จาก https://beachlover.net/ปาบึกกำลังจะเปลี่ยนหาดe/ โดยในครั้งนั้นได้นำเสนอว่า หาดแม่รำพึงนี้ กำลังจะมีโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งในรูปแบบของกำแพงกันคลื่น เจ้าของงานคือกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา STS Engineering Consultant จำกัด ศึกษาออกแบบรายละเอียดแล้วเสร็จไปเมื่อปี 2562 โดยในครั้งนั้นยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่าจะเกิดโครงการกำแพงกันคลื่นขึ้น ณ ตำแหน่งใดของชายหาดเป็นเฟสแรก กรมโยธาฯได้บรรจุงบประมาณเพื่อก่อสร้างกำแพงกันคลื่นหาดแม่รำพึงไว้ในปีงบประมาณ 2564 และต่อเนื่องมาถึงปี 2567 ด้วยงบประมาณรวม 79.078 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างกำแพงกันคลื่นสามรูปแบบบนชายหาดแม่รำพึง ความยาว 805 เมตร (ข้อมูลจากร่างงบประมาณเล่มขาวคาดแดงปี 2566 แต่จากเวทีรับฟังความคิดเห็นมีความยาว 966 เมตร) เมื่อประมาณต้นปี 2565 ได้เกิดกระแส ไม่เห็นด้วยกันโครงการนี้มากขึ้นโดย “กลุ่ม Save หาดแม่รำพึง” ที่เป็นกลุ่มหลักในการเคลื่อนไหวในครั้งนี้ ระบุถึงความไม่จำเป็นในหลายประการรวมถึงข้อห่วงกังวลต่างๆ จากนั้นก็มีการยื่นหนังสือร้องเรียนและขอข้อมูลไปยังหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง จนเมื่อต้นเดือนพฤษภาคม 2565 ได้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความไม่ชอบธรรมของโครงการนี้อย่างรุนแรงอีกครั้ง สืบเนื่องจากข้อมูลที่ปรากฏในรายงานศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นนั้นเป็นการคัดลอกข้อมูลจากจังหวัดสงขลามาใส่ในรายงาน แม้จะเป็นข้อมูลประกอบรายงานในส่วนที่ไม่ใช่สาระสำคัญนัก แต่ก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นว่า กระบวนการทำและจัดส่งรายงานนั้นดำเนินการด้วยความไม่รอบคอบ […]

เปิดร่างงบประมาณ เพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลปี 2566

ที่มาข้อมูลจากเล่มร่างงบประมาณขาวคาดแดง โดยสำนักงบประมาณปี 2565 วิเคราะห์ข้อมูลโดย Beach Lover Beach Lover ได้เคยนำเสนองบประมาณเพื่องานแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลต่อเนื่องกันมาตั้งแต่ปี 2563 แล้ว ติดตามได้จากโพสเก่าๆตาม Link ด้านล่าง งบประมาณปี 2563 https://beachlover.net/budget-2563-beach-erosion/ งบประมาณปี 2564 https://beachlover.net/ร่างงบประมาณ-ชายฝั่ง-2564/ งบประมาณปี 2565 https://beachlover.net/สดๆร้อนๆ-เปิดร่างงบประมาณป้องกันชายฝั่งประจำปี-2565/ เมื่อเดือน พ.ค.2565 ร่างงบประมาณประจำปี 2566 ได้ถูกเผยแพร่ผ่านสำนักงบประมาณ (ร่างงบประมาณเล่มขาดคาดแดง) พบว่ารัฐวางแผนใช้จ่ายงบประมาณในปีงบประมาณ 2566 (ต.ค.2565-ก.ย.2566) เพื่องานศึกษา งานก่อสร้างและปรับปรุงโครงสร้างป้องกันชายฝั่งใน 3 กรมหลัก รวมถึงงบกลุ่มจังหวัดด้วย รวมทั้งสิ้น 1,779.900 ล้านบาท ใน 79 โครงการ  ใน 79 โครงการนี้ แบ่งออกเป็นโครงการที่ดำเนินการโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองจำนวน 55 โครงการ โดยถือเป็นสัดส่วนมากที่สุดคือ 65% ของงบประมาณทั้งหมด รองลงมาคือกรมเจ้าท่าจำนวน 13 โครงการ นับเป็น […]

พาสำรวจผลกระทบจาก Jetty บนเกาะสมุย

Beach Lover พาสำรวจพื้นที่ริมทะเลภายในโรงพยาบาลเกาะสมุยที่ถูกกัดเซาะ โดยพบว่าถนนด้านหลังโรงพยาบาลส่วนที่ติดกับปากคลองถูกกัดเซาะจนสามารถสัญจรได้เพียง 1 เลน และมีร่องรอยการกัดเซาะตามภาพ ซึ่งไม่ปรากฏแน่ชัดว่าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ เมื่อวิเคราะห์เบื้องต้นด้วยภาพถ่ายดาวเทียมตั้งแต่ปี 2011-2021 (พ.ศ.2554-2564) พบว่า ถนนเส้นนี้ปรากฏขึ้นในภาพถ่ายของปี 2018 (พ.ศ.2561) โดยพบว่ายังไม่ปรากฏร่องรอยการกัดเซาะจนถึงถนนตามภาพในปี 2020 (พ.ศ.2563) จนเมื่อมีการสร้าง jetty หรือ เขื่อนกันทรายและคลื่นทางทิศเหนือของปากร่องน้ำลิปะใหญ่ความยาวประมาณ 68 เมตร ซึ่งไม่มีข้อมูลว่าสร้างขึ้นโดยหน่วยงานใด และสร้างขึ้นเมื่อใด แต่พบว่าได้ปรากฏขึ้นในภาพถ่ายเดือนเมษายนของปี 2021 (พ.ศ.2564) หลังจากนั้นจึงเริ่มพบว่าถนนฝั่งประชิดทะเลถูกกัดเซาะไปบางส่วน ส่วนทางด้านทิศเหนือของ jetty นั้นพบการทับถมของตะกอนทรายด้านหน้ากำแพง (เส้นประสีม่วง) ตามภาพถ่ายปี 2021 (พ.ศ.2564) Beach Lover ได้ลงสำรวจพื้นที่นี้อีกครั้งในช่วงต้นเดือน มิ.ย.2565 พบว่าผิวถนนบางส่วนที่ปรากฏในภาพด้านบนถูกรื้อออกแล้ว เหลือเพียงชั้นทรายด้านล่างและเศษวัสดุ โดยพบว่ามีการนำแท่งปูน ก้อนหิน รั้วไม้สนและไม้ไผ่ พร้อมทั้ง Geotextile มาขึงเพื่อป้องกันชายฝั่งไปพลางก่อน ส่วนทางทิศใต้ถัดจาก Jetty และพื้นที่ที่ถูกกัดเซาะนี้ มีการสร้างกำแพงแนวดิ่งเพื่อป้องกันชายฝั่งไปจนสิ้นสุดพื้นที่ของโรงพยาบาลแล้ว ซึ่งไม่ปรากฏหลักฐานว่าสร้างเมื่อใด และโดยหน่วยงานใด […]

“รั้วไม้ชายหาด” วัดท่าไทร ยังสบายดี ?

Beach Lover เคยพาชม รั้วไม้ ณ ชายหาดหน้าวัดท่าไทรไปแล้วหลายครั้ง ติดตามได้จาก https://beachlover.net/หาดเต่าไข่-วัดท่าไทร-ยัง/ การปักไม้ในพื้นที่นี้นับเป็นพื้นที่แรกๆที่กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช) รับมาปฏิบัติเอง หลังจากที่ชาวบ้าน ผู้ประกอบการ ได้ดำเนินการเองไปบ้างแล้วก่อนหน้านั้น งบประมาณที่ทางกรมฯใช้ในพื้นที่นี้คือ 495,000 บาท สำหรับระยะทาง 594 เมตร หรืออาจกล่าวได้ว่า งบประมาณที่ใช้เพื่อการปักไม้คือ 833 บาทต่อเมตร Beach Lover ได้ไล่เรียงภาพถ่ายในมุมเดิมๆ โดยมีตำแหน่งอ้างอิงเดิมให้ได้ชมกันอีกครั้งตั้งแต่ กันยายน 2563 จนถึง พฤษภาคม 2565 ตามภาพ พบว่า การเว้าโค้งด้านทิศเหนือส่วนถัดจากกำแพงกันคลื่นแบบหินทิ้งมีรูปแบบที่ไม่แตกต่างกันในแต่ละภาพ สิ่งที่แตกต่างพบเพียงการทับถมของทรายที่เข้ามาตกสะสมตามฤดูกาลเท่านั้น โดยพบว่าภาพในเดือนธันวาคม ซึ่งช่วงปลอดมรสุมทรายเข้ามาทับถมจนเกือบมิดปลายไม้และมีระดับเกือบเสมอกับสันทรายชายหาดด้านใน และหลังจากนั้นทรายส่วนนี้ก็ถูกคลื่นซัดหายไปตามฤดูกาลเหมือนเดิม โดยปรากฏลักษณะของการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลนี้ในรูปแบบเดียวกันตลอดทั้งแนวปักไม้เกือบ 600 เมตร จากการเดินสำรวจตลอดแนวเกือบ 600 เมตร พบว่าพื้นที่ทิศเหนือสุดของแนวปักไม้ ไม่พบการเปลี่ยนแปลงของชายหาดที่มีความแตกต่างจากพื้นที่ที่มีการปักไม้แต่อย่างใด ซึ่งเหมือนกับที่ Beach Lover เคยสำรวจและแสดงความเห็นไว้ในการสำรวจครั้งก่อนหน้านี้เมื่อสองปีก่อน https://beachlover.net/หาดเต่าไข่-วัดท่าไทร-ยัง/ วัตถุประสงค์ของการก่อสร้างรั้วไม้ในพื้นที่นี้ตามจริงคือต้องการบรรเทาผลกระทบจากการกัดเซาะด้านท้ายน้ำถัดจากกำแพงกันคลื่นแบบหินทิ้งที่ก่อสร้างไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่รั้วไม้นี้จะป้องกันการกัดเซาะด้านท้ายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพตามที่หวังตั้งใจไว้หรือไม่ […]

หาดแหลมสิงห์ หาดลึกลับเข้าถึงยาก

Beach Lover ได้มีโอกาสสำรวจภาคสนาม ณ จ.ภูเก็ต ในช่วงปลายเดือนเมษายน 2565 ซึ่งเป็นช่วงปลายฤดูกาลท่องเที่ยวพอดี ก่อนที่ภูเก็ตและจังหวัดอื่นๆทางฝั่งทะเลอันดามันจะได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมของทุกปี ทะเลช่วงนี้จะใสและมีสีสวย ชายหาดกว้าง คลื่นลมสงบ และมีนักเที่ยวท่องจำนวนมากโดยเฉพาะชาวต่างชาติ ซึ่งกลับมาท่องเที่ยวที่ภูเก็ตอีกครั้งหลังจาก COVID-19 แม้จะฟื้นกลับมาเพียงครึ่งเดียว ไม่มากมายเหมือนเดิม แต่ก็เพียงพอให้บาง sector ประคองธุรกิจต่อไปได้ หาดแหลมสิงห์เป็นชายหาดที่เข้าถึงได้ยาก ต้องเดินเท้าหรือนั่งเรือเข้าไปเท่านั้น ซึ่งทางเดินเท้าเข้าไปนั้นไม่ง่ายนักเนื่องจากต้องเดินลัดเลาะไปตามโขดหิน ซอกหลืบของหน้าผาหิน โดยทางเดินเกือบตลอดเส้นทางนั้นรายล้อมไปด้วยต้นไม้ที่ร่มรื่น และทิวทัศน์อันสวยงามของทะเลตัดกับโขดหิน มีร้านค้าขายอาหารและเครื่องดื่มหนึ่งร้าน ตั้งอยู่ในทำเลที่ดึงดูดลูกค้าที่กำลังอ่อนแรงจากการเดินเท้าได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ ใช้เวลาเดินเท้าประมาณ 20 นาทีจากถนนด้านบน ก็จะมาถึงหาดแหลมสิงห์ ซึ่งมีลักษณะเป็นหาดกระเปาะที่มีความยาวชายหาดตลอดแนวประมาณ 270 เมตร ความกว้างชายหาดเฉลี่ยประมาณ 33 เมตร มีขนาดของเม็ดทรายเฉลี่ย 0.26 มิลลิเมตร และมีความลาดชันชายหาด 6.7 องศา (ข้อมูลจากการสำรวจจริงในเดือนเมษายน 2565) พบผู้ประกอบการร่มเตียงและเครื่องดื่มเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งรายเท่านั้น และพบว่าป่าชายหาด พืชปกคลุมชายหาดด้านในยังคงสมบูรณ์ ปราศจากการแทรกแซงใดๆ ในหลายประเทศเส้นทางเดินเท้าริมทะเล (Ocean trail) ที่มีความสวยงามเช่นนี้ มักถูกโปรโมตให้เป็นเส้นทางที่เป็น […]

see more…

ข่าว

สำรวจชนิดพันธุ์พืชที่มีความเหมาะสมต่อการฟื้นฟูชายหาดพังงา

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง สำรวจพื้นที่ระบบหาดบางสัก (T7D192) ระบบหาดคึกคัก (T7D195) ระบบหาดหาดท้ายเหมือง (T7E201) จ.พังงา เพื่อสำรวจชนิดพันธุ์พืชชายหาดที่มีความเหมาะสมต่อการฟื้นฟูเสถียรภาพชายหาด โดยการพิจารณาจากคุณสมบัติในการยึดเกาะเม็ดทราย การทนต่อสภาพแวดล้อม การกระจายตัวบริเวณชายหาด การทนต่อแรงลมทะเล การทนต่อความเค็มของน้ำทะเล ผลการสำรวจพบพืชชายหาดที่กระจายตัวตั้งแต่แนวชายฝั่งลึกเข้าไป ๓๐ เมตร ได้แก่ ผักบุ้งทะเล ถั่วผีทะเล ถั่วคล้าทะเล หญ้าไหวทาม เบญจมาศน้ำเค็ม เข็มเลื้อย เตยทะเล รักทะเล จิกทะเล เป็นต้น ส่วนพืชชายหาดที่คาดว่ามีศักยภาพที่เหมาะสมต่อการฟื้นฟูเสถียรภาพชายหาดมี ๔ ชนิด ได้แก่ ผักบุ้งทะเล (Ipomoea pes-caprae) หญ้าไหวทาม (Ischaemum muticum) ถั่วผีทะเล (Vigna marina) ถั่วคล้าทะเล (Canavalia maritima)

โยธาฯ บูรณาการทุกภาคส่วน แก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่งทะเลไทย

ที่มา: https://www.facebook.com/DPT.PR.GO.TH กรมโยธาธิการและผังเมือง บูรณาการทุกภาคส่วนเชิงพื้นที่ ศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมด้านใช้โครงสร้างทางวิศวกรรม แก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่งทะเลไทย

ติดตามชายฝั่งหาดโคลน หลังแนวไม้ไผ่ชะลอคลื่นบ้านแหลม

ที่มา: https://www.facebook.com วันที่ ๒๙ มิถุนายน ๒๕๖๕ กรม ทช. โดยกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง สำรวจพื้นที่ดำเนินโครงการป้องกันแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่หาดโคลน จ.เพชรบุรี บริเวณ ต.บางแก้ว อ.บ้านแหลม จ.เพชรบุรี ที่ดำเนินการในปี ๒๕๖๔ ระยะทางไม้ไผ่ประมาณ ๑,๗๕๐ เมตร เป็นการติดตามพื้นที่ป่าชายเลนบริเวณพื้นที่ปักไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่น ในพื้นที่หาดโคลน โดยอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ผลการสำรวจพบว่ามีกล้าไม้ ได้แก่ แสมทะเล เริ่มขึ้นบริเวณหลังแนวไม้ไผ่จำนวนมาก ทั้งนี้ จะนำข้อมูลดังกล่าวจัดทำเป็นแผนที่เปรียบเทียบการเพิ่มขึ้น-ลดลง ของป่าชายเลน เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่าชายเลนหลังดำเนินโครงการฯ ต่อไป

พาสำรวจการเปลี่ยนแปลงชายหาดกะตะ

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๒๔ มิถุนายน ๒๕๖๕ กรม ทช. โดยกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง สำรวจหาดกะตะ ต.กะรน อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งอยู่ในระบบหาดกะตะใหญ่ (T7E222) โดยใช้เครื่องหาพิกัดดาวเทียมแบบ RTK GNSS เป็นเทคนิคการสำรวจรังวัดด้วยระบบโครงข่ายรังวัดดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) ผลสำรวจพบว่า หาดกะตะด้านทิศเหนือมีความกว้างชายหาดมากที่สุด ๑๒๐ เมตร และมีความลาดชันต่ำกว่าบริเวณตอนกลาง และด้านทิศใต้ของหาด ความลาดชันที่ได้จากการสำรวจคือ ๐-๒๐ องศา โดยความลาดชันด้านทิศเหนือของหาดมีค่าต่ำที่สุด เมื่อเปรียบเทียบการเปลี่ยนแปลงชายหาดในเดือนมีนาคม ๒๕๖๕ โดยพบว่า หาดด้านทิศใต้มีปริมาณตะกอนทรายเพิ่มมากขึ้น และไม่พบร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่

ติดตามการดักตะกอน สร้างแนวป่าชายเลนอ่าวปัตตานี

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๒๑ มิถุนายน ๒๕๖๕ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๙ (ปัตตานี) ติดตาม ตรวจสอบ ผลการดำเนินงานแนวการปักไม้ไผ่ โครงการซ่อม สร้าง เสริม การปักไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่น เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ จ.ปัตตานี ระยะทาง ๘๐๐ เมตร โดยใช้อากาศยานไร้คนขับ (Drone) เพื่อให้ได้ภาพมุมสูง ในพื้นที่ ต.บาราโหม อ.เมือง จ.ปัตตานี ซึ่งปัจจุบันได้ดำเนินการแล้วเสร็จ ผลการสำรวจพบว่า เริ่มมีตะกอนสะสมทั้งด้านหลังและด้านหน้าแนวไม้ไผ่ ซึ่งอาจเป็นผลมากจากตะกอนดินเลนจากปากคลองดีแช และสายคลองขนาดเล็กอื่นๆ ไหลลงสู่อ่าวปัตตานี ซึ่งตะกอนดินเลนส่วนหนึ่งโดนดักด้วยแนวไม้ไผ่ชะลอคลื่น ก่อให้เกิดการสะสมตัวของตะกอนดินเลน

ตรวจสอบระบบนิเวศชายหาดสงขลา หลังแนวเขื่อน

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๖๕ กรม ทช. โดยศูนย์วิจัย ทช. อ่าวไทยตอนล่าง ตรวจสอบสภาพระบบนิเวศชายหาดและศึกษาสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศหาดทรายในพื้นที่โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล หาดทรายแก้ว หาดม่วงงาม และหาดมหาราช จ.สงขลา ผลการตรวจสอบพบว่า หาดทรายแก้ว มีแนวกำแพงกันคลื่นตลอดแนวชายหาด ไม่มีระบบนิเวศหาดทราย ยังคงพบตะกอนทรายจากช่วงมรสุม ทับถมตลอดพื้นที่หลังกำแพงกันคลื่น ส่วนพื้นที่บริเวณสิ้นสุดโครงการพื้นที่ได้รับผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่งลึกเข้ามาประมาณ ๒๐ เมตร ในช่วงมรสุม พื้นที่ดังกล่าวได้ถูกตะกอนทรายทับถมกลายเป็นหาดทราย ลึกเข้ามาจากแนวชายหาดเดิม ทำให้ชายหาดมีความกว้างประมาณ ๓๐-๓๕ เมตร และยังคงพบเศษหินจากการก่อสร้างถูกคลื่นพัดขึ้นมาทับถมบริเวณแนวน้ำขึ้นน้ำลง เริ่มพบสิ่งมีชีวิตในกลุ่มหอยเสียบ และจักจั่นทะเล ตลอดแนวหาดทรายบริเวณสิ้นสุดโครงการ หาดม่วงงาม พื้นที่หน้าหาดเป็นแนวหาดทรายกว้างประมาณ ๒๕-๓๐ เมตร เวลาน้ำลงต่ำสุด ไม่พบเศษหิน และวัสดุจากการก่อสร้างเขื่อนกันคลื่น สามารถพบสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศหาดทรายใกล้เคียงกับสถานีอ้างอิง (Reference size) แสดงถึงการคืนสภาพระบบนิเวศหาดทรายหลังจากถูกระงับโครงการก่อสร้าง ชายหาดมหาราช การก่อสร้างกำแพงกันคลื่นเสร็จสิ้นแล้ว ไม่พบเศษหินจากการก่อสร้างปนเปื้อนในระบบนิเวศหาดทราย พบมีพื้นที่หาดทรายต่อจากแนวกันคลื่นกว้างประมาณ ๒๐-๒๕ เมตร เวลาน้ำลงต่ำสุด และพบสิ่งมีชีวิตในระบบนิเวศหาดทรายใกล้เคียงกับพื้นที่นอกเขตก่อสร้าง (สถานีอ้างอิง)

กลุ่มคัดค้านเขื่อนกันคลื่นหาดแม่รำพึง แถลงไม่ยอมรับ เวทีประชามติ

ที่มา: https://www.thairath.co.th/ กลุ่มคัดค้านเขื่อนกันคลื่นหาดแม่รำพึงแถลงไม่ยอมรับเวทีรับฟังความเห็น หลังรองผวจ.ประจวบคีรีขันธ์ ประธานชิงกล่าวปิดเวที เผยมีนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนยกมือแสดงความเห็นแต่ถูกปิดกั้น มีการเกณฑ์คนมาร่วมเวที จัดป้ายสนับสนุน และลงคะแนนที่ไม่เป็นธรรม การจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นในวันนี้จึงเป็นโมฆะ เตรียมบุกกรมโยธาธิการฯ ให้ยกเลิกโครงการโดยเร็วที่สุด เวลา 14.00 น. วันที่ 11 มิถุนายน 2565 ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เป็นประธานเปิดเวทีประชุมรับฟังความเห็นโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลพร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ พื้นที่ชายฝั่งทะเล หาดแม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมโยธาธิการและผังเมือง เจ้าหน้าที่จากสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 จ.เพชรบุรี กลุ่ม Beach for life กลุ่ม Saveหาดแม่รำพึง กลุ่มอนุรักษ์ฯ บ้านกรูด ประชาชนในหมู่ 5 ต.แม่รำพึงที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่จะมีการก่อสร้าง และประชาชนทั่วไป เข้าร่วมเวทีกว่า 300 คน บรรยากาศเวทีในช่วงแรกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย มีการสลับสับเปลี่ยนการให้ข้อมูลจากทางกรมโยธาธิการฯ และกลุ่มผู้คัดค้านและกลุ่มผู้เห็นด้วยกับการก่อสร้างในการให้ข้อมูลประชาชนที่เข้าร่วมรับฟัง จนกระทั่งเวลาประมาณ 16.40 น. พิธีกรในเวทีได้กล่าวเรียนเชิญ ว่าที่พันตรีอดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ รองผู้ว่าราชการจังหวัดซึ่งประธานในพิธีได้กล่าวปิดท้ายเวที […]

ตรวจสอบชายหาดคึกคัก พบถูกคลื่นกัดเซาะประชาชนเดือดร้อน

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๖๕ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๖ (พังงา) พร้อมด้วย ทสจ.พังงา เจ้าท่าภูมิภาคสาขาพังงา ตรวจสอบสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งบริเวณ ต.ตึกคัก อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา พบว่ามีลมพายุพัดคลื่นทะเลกระทบชายฝั่งอย่างรุนแรง และเกิดความเสียหายต่อชายฝั่งจริง เนื่องจากช่วงนี้ได้มีลมมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมประเทศไทย ทะเลอันดามันและอ่าวไทย ประกอบกับในบริเวณชายหาดคึกคักมีการก่อสร้างโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งในลักษณะกำแพงกันคลื่นริมชายหาดแบบตั้งตรง โดยเจ้าของที่ดินริมชายหาดบางราย ทำให้ส่งผลกับพื้นที่ชายฝั่งถัดไปถูกกัดเซาะเสียหายรุนแรงมากขึ้น ทั้งนี้ จังหวัดพังงาและหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องได้ติดตาม ดูแล เฝ้าระวังพื้นที่ชายฝั่งบริเวณดังกล่าวอยู่ตลอด โดยที่ผ่านมามีการดำเนินการเสนอโครงการฟื้นฟูชายหาดคึกคักแบบบูรณาการ (จัดสร้างโดมทะเลและเสริมทรายชายหาด) ต่อ ครม.สัญจร จ.ภูเก็ต ซึ่ง ครม.ได้มีมติเห็นชอบเมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ แต่ขาดงบประมาณในการดำเนินการ และวันที่ ๑๔ กันยายน ๒๕๖๔ จังหวัดพังงาได้เห็นชอบให้กรมเจ้าท่า ศึกษาวางแผนแม่บทและสำรวจออกแบบเสริมทรายป้องกันการกัดเซาะสนับสนุนการท่องเที่ยวบริเวณเขาหลักถึงแหลมปะการัง อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา ซึ่งกรมเจ้าท่าได้รับการอนุมัติให้ดำเนินโครงการตลอดจนได้งบประมาณเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินโครงการ ส่วนการแก้ไขระยะสั้น เมื่อวันที่ ๒๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕ […]

ผุด Wongamat Beach Village ไลฟ์สไตล์มอลล์ริมชายหาด

ที่มา: https://www.facebook.com/realist.co.th Wongamat Beach Village ไลฟ์สไตล์มอลล์แห่งใหม่ริมหาดวงศ์อมาตย์เตรียมเปิดเฟสแรก ธันวา 65 หาดวงศ์อมาตย์เป็น 1 ในหาดที่มีชื่อเสียงของพัทยา โดยเป็นทำเลที่เป็นศูนย์รวมของโครงการระดับ Super Luxury ราคาของโครงการคอนโดพุ่งสูงไปเกือบ 180,000 บ./ตร.ม. ทำให้ในพื้นที่มีการพัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว มีโครงการใหม่ๆเกิดขึ้นเพื่อรองรับไลฟ์สไลต์การใช้ชีวิตของคนที่เข้ามาในพื้นที่. หนึ่งในโครงการใหม่ที่เกิดขึ้นในทำเลนี้คือ Wongamat Beach Village ที่เป็นโครงการภายในการพัฒนาของ กลุ่มเซ็นทรัล ที่เป็นไลฟ์สไตล์ มอลล์ ริมทะเลที่มาในแนวคิดที่ไม่เหมือนใคร ด้วยพื้นที่กว่า 13 ไร่ หน้ากว้างติดหาด 90 ม. มูลค่าโครงการในเฟสแรกกว่า 3000 ลบ. เน้นเจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวไทยและต่างชาติคุณภาพกำลังซื้อสูง โดยร้านค้าและร้านอาหารชั้นนำ มีการคาดการณ์ว่าจะมีผู้คนมาใช้บริการ 1 ล้านคนต่อปี สร้าง New Destination ในฐานะไฮไลต์ของเขตพัฒนาพิเศษย่านตะวันออก (EEC) โครงการเป็นอาคารชั้นเดียวให้บรรยากาศริมทะเล เดินช็อปปิ้งบนชายหาด และบรรยากาศธรรมชาติ ด้วยพื้นที่สีเขียว 75% ของโครงการ Wongamat Beach […]

ผลการตรวจสอบ แนวชายฝั่งหาดท้ายเหมืองสมดุลปกติดี

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๒๑ พฤษภาคม ๒๕๖๕ กรม ทช. โดยกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง สำรวจการเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่ง บริเวณหาดวัดเทสก์ธรรมนาวา (วัดท่าไทร) ซึ่งอยู่ในระบบหาดหาดท้ายเหมือง (T7E201) การสำรวจรังวัดแนวชายฝั่งใช้เครื่องมือหาพิกัดดาวเทียมแบบ GNSS โดยอาศัยการรังวัดผ่านระบบโครงข่ายการรังวัดด้วยดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) ตามแผนการสำรวจแนวชายฝั่งบริเวณเขื่อนหินทิ้ง รั้วดักทราย และพื้นที่ข้างเคียง ระยะทางประมาณ ๑ กม. (จุดเริ่มต้นบริเวณปากคลองบางทอง และจุดสิ้นสุดบริเวณวัดท่าไทร) ผลการสำรวจเบื้องต้นเส้นแนวชายฝั่งบริเวณดังกล่าวไม่มีการเปลี่ยนแปลงเมื่อเปรียบเทียบกับเส้นแนวชายฝั่งในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ที่ผ่านมา และไม่พบการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่

see more…