Home

ข่าว

ตรวจรับงานก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง อ.สิงหนคร จ.สงขลา [17ก.ค.2563]

[ที่มา: https://www.facebook.com/civilengineering.md/] นายวรรณชัย บุตรทองดี (ผู้อำนวยการกองวิศวกรรม) และคณะฯ ร่วมลงพื้นที่ตรวจรับการส่งมอบงานครั้งที่ 14 (งวดที่ 47, 58, 94 และ 95) ของงานก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝํ่ง อ.สิงหนคร จ.สงขลา (บริเวณหาดทรายแก้ว) (สัญญาที่ 115/2560/สกม. ลงวันที่ 31 มีนาคม 2560 และตามบันทึกข้อตกลงแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาฯ ครั้งที่ 1 ลงวันที่ 15 มิถุนายน 2561 และบันทึกข้อตกลงแก้ไขเปลี่ยนแปลงสัญญาฯ ครั้งที่ 2 ลงวันที่ 26 กันยายน 2562) อ่านข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการนี้ที่ Beach Lover เคยนำเสนอไว้ ได้ที่ https://beachlover.net/โครงสร้าง-หาดแก้ว/

เก็บขยะก่อนออกทะเลอ่าวไทยตัว ก. [3ส.ค.2563]

[ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH/] วันที่ ๓ สิงหาคม ๒๕๖๓ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๒ (ชลบุรี) ร่วมกับ อบต.บางน้ำผึ้ง และ บมจ.มั่นคงเคหะการ เก็บขยะจากทุ่นกักขยะ (BOOM) ที่ติดตั้งไว้ในแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณ ต.บางน้ำผึ้ง อ.พระประแดง จ. สมุทรปราการ วันนี้ได้ขยะรวม ๓๕.๔ กก. โดยพบขยะพลาสติก ๒.๗ กก. ขยะโฟม ๒.๕ กก. วัชพืช ๓๐ กก. และอื่นๆ ๐.๒ กก. จากนั้นร่วมกับ บริษัท SCG เคมิคัล ซ่อมแซมทุ่นกักขยะลอยน้ำ SCG DMCR Litter Trap บริเวณท่าเรือวัดจากแดง ม.๖ ต.ทรงคนอง อ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการดักเก็บขยะสมบูรณ์เช่นเดิม

ข้อมูลจากสถานีเรดาร์ชายฝั่ง เพื่อเฝ้าระวังพายุโซนร้อนซินลากู [3ส.ค.2563]

ที่มา: https://www.facebook.com/gistda/ GISTDA ใช้ข้อมูลจากสถานีเรดาร์ชายฝั่งกว่า 14 จุด ติดตามกระแสน้ำ และความสูงของคลื่นทะเลบริเวณฝั่งอ่าวไทย และทะเลอันดามัน จากกรณีพายุโซนร้อนซินลากูเคลื่อนผ่านประเทศไทย อย่างใกล้ชิด สถานการณ์โดยรวมพบคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยทะเลอันดามันแถวเกาะลันตาและอ่าวน้ำเมามีคลื่นสูงกว่า 2 เมตร ส่วนอ่าวไทยที่มีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร ได้แก่ หาดแม่พิมพ์ และหาดพยูน จ.ระยอง รวมถึงบริเวณ จ.สุราษฏร์ธานี และจ.ตราด ครับ ส่วนที่มีคลื่นต่ำกว่า 1 เมตรอยู่ที่ บริเวณแหลมแท่น จ.ชลบุรี, สถานีตากอากาศบางปู จ.สมุทรปราการ, หาดชะอำ จ.เพชรบุรี, อ.หน้าโกฐ จ.นครศรีธรรมราช และ อ.ระโนด อ.สทิงพระ อ.เมือง จ.สงขลา

สำรวจกำแพงกันคลื่นชายฝั่งทะเลประจวบฯ [12 มิ.ย.2563]

ที่มาข่าว: https://www.facebook.com/DMCRTH/ วันที่ ๑๒ มิถุนายน ๒๕๖๓ กรม ทช. โดยกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง สำรวจพื้นที่โครงการศึกษาวิเคราะห์ผลกระทบจากโครงสร้างทางวิศวกรรมชายฝั่ง ประเภทกำแพงกันคลื่นริมชายฝั่งที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชายฝั่ง กรณีศึกษาพื้นที่ชายฝั่งทะเลใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และโครงการศึกษาและประเมินการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชายฝั่งเพื่อกำหนดระยะถอยร่นสำหรับชายฝั่งทะเล ซึ่งได้ลงสำรวจพื้นที่ชายฝั่งใน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พื้นที่หาดปราณบุรี หาดหว้าขาว บ้านทุ่งมะเม่า อ่าวประจวบ หาดคลองวาฬ-หว้ากอ หาดบ้านกรูด และหาดบ่อทองหลาง ผลการสำรวจพื้นที่ทั้ง ๒ โครงการ พบโครงสร้างกำแพงป้องกันคลื่นริมชายหาด ๓ รูปแบบ ได้แก่ กำแพงป้องกันคลื่นประเภทตั้งตรง ประเภทลาดเอียงแบบลาด และประเภทลาดเอียงแบบขั้นบันได

กรม ทช รับเรื่องการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล จากโฆษกคณะกรรมาธิการฯ [28พ.ค.2563]

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH/ วันที่ ๒๘ พฤษภาคม ๒๕๖๓ กรม ทช. โดยอธิบดีโสภณ ทองดี รับมอบหนังสือเรื่อง ขอให้ดำเนินการบังคับใช้พระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ.๒๕๕๘ มาตรา ๑๗ เพื่อระงับการกระทำหรือกิจกรรมที่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จากนายกัจน์พงศ์ จงสุทธนามณี โฆษกคณะกรรมาธิการ คณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และนายประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ โฆษกกรรมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค คณะกรรมมาธิการคุ้มครองผู้บริโภค ณ ห้องประชุมสำนักอธิบดี ชั้น ๙ กรม ทช. โดยการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลของหน่วยงานภาครัฐเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งต่อมาได้ปรากฏข้อมูลทางวิชาการว่าการดำเนินโครงการดังกล่าวไม่สามารถทำให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งได้อย่างแท้จริง และอาจจะก่อเกิดการกัดเซาะชายฝั่งด้านเหนือของโครงการอย่างรุนแรงตามมา ซึ่งการกระทำดังกล่าวเป็นกรณีที่เข้าข่ายการกระทำตามมาตรา ๑๗ แห่ง พรบ.ทช.๒๕๕๘ ซึ่งผู้ยื่นเอกสารได้ขอให้กรมฯ ใช้คำสั่งระงับการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล เพื่อแก้ไขหรือบรรเทาความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง รวมถึงแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายฝั่ง

คนหาดม่วงงามยื่นศาลปกครองสั่งยุติ และรื้อถอนกำแพงกันคลื่น [14 พ.ค.2563]

ที่มา: https://prachatai.com/journal/2020/05/87657?ref=internal_relate และ ภาพจาก https://www.facebook.com/Beachforlife.BFL คนหาดม่วงงาม ยื่นศาลปกครองพิจารณา สั่งกรมโยธาธิการและผังเมือง และกรมเจ้าท่า ยุติโครงการ และรื้อถอน เขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล ชี้โครงการขาดการมีส่วนร่วม ไม่มีการทำ EIA ทั้งที่โครงอาจส่งผลกระทบต่อชายฝั่ง และการดำเนินโครงการไม่ได้ขออนุญาติก่อสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ และขออนุญาตเปลี่ยนแปลงสภาพที่ดิน 14 พ.ค. 2563 ประชาชนใน ต.ม่วงงาม อ.สิงหนคร จ.สงขลา ที่ไม่เห็นด้วยกับการดำเนินการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมชายหาดม่วงงาม ได้ยื่นศาลปกครองพิจารณาคดีกับ กรมโยธาธิการและผังเมือง และกรมเจ้าท่า โดยมีผู้ฟ้องคือ เปรมชนัน บำรุงวงค์ , พิสัน แก้วมณี , จรรยาพร บูรณะ , วีระพงศ์ เด็นมุหมัด , วิโรจน์ สนตอน ผู้ฟ้องที่ 1-5 ตามลำดับ โดยมีผู้สนับสนุนการฟ้องคดีรวมทั้งสิ้น 541 คน รายละเอียดในคำฟ้องระบุว่า สืบเนื่องจาก กรมโยธาธิการได้ดำเนินการโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมชายฝั่งทะเล พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ชายฝั่ง หมู่ที่ […]

สำรวจทะเลภูเก็ต เห็นแล้วชื่นใจ น้ำใส ไร้ขยะ [23เม.ย.2563]

ที่มาข่าว: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๒๓ เมษายน ๒๕๖๓ กรม ทช. โดยศูนย์วิจัย ทช. ทะเลอันดามันตอนบน เก็บข้อมูลภาพถ่ายสภาพชายหาดหลังจากการประกาศห้ามกิจกรรมบริเวณชายฝั่ง เนื่องจากโควิค-๑๙ โดยการใช้อากาศยานไร้คนขับ (Drone) ถ่ายภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลสำหรับเปรียบเทียบในพื้นที่เดียวกันกับช่วงเวลาปกติที่มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรชายหาดและทะเล เริ่มสำรวจตั้งแต่เขต อ.เมือง ได้แก่ หาดอ่าวยนต์ อ่าวฉลอง หาดราไวย์ หาดยะนุ้ย หาดกะตะ หาดกะตะน้อย และหาดกะรน เขต อ.กะทู้ หาดป่าตอง และหาดไตรตรัง ผลการสำรวจพบว่าสภาพชายหาดไม่มีผู้คนเข้าไปทำกิจกรรมใดๆ สภาพหาดสะอาด น้ำทะเลใส ไม่พบขยะในทะเลและขยะที่ชายหาดซึ่งเกิดจากกิจกรรมท่องเที่ยว พักผ่อน สันทนาการทางทะเล

เก็บตัวอย่างไมโครพลาสติก ชายหาดกระทิงลาย/หาดบางเสร่ จ.ชลบุรี[18เม.ย.2563]

ที่มาข่าว: https://www.facebook.com/DMCRTH/ วันที่ ๑๘ เมษายน ๒๕๖๓ กรม ทช. โดยศูนย์วิจัย ทช. อ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันออก ปฏิบัติงานโครงการศึกษาวิจัยไมโครพลาสติก โดยเก็บตัวอย่างไมโครพลาสติกชายหาดบริเวณสวนสาธารณะหาดกระทิงลาย อ.บางละมุง และชายหาดบางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ทั้งนี้ผลการศึกษาอยู่ระหว่างการวิเคราะห์ผลในห้องปฏิบัติการ

เต่ากระ เพลียคลื่น พบถูกซัดเกยหาดม่วงงาม [22มี.ค.2563]

ที่มาข่าว: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๓ กรม ทช. โดยศูนย์วิจัย ทช. อ่าวไทยตอนล่าง รับแจ้งจากคุณอุทัย ปิ่นทอง พบสัตว์ทะเลหายากเกยตื้นมีชีวิต บริเวณหาดม่วงงาม ต.ม่วงงาม อ.สิงหนคร จ.สงขลา ผลการตรวจสอบเป็นเต่ากระ ไม่ทราบเพศ ขนาดกว้าง ๒๑.๕ ซม. ความยาว ๒๖ ซม. ไม่พบบาดแผลภายนอก สภาพอ่อนแรง ลักษณะผอมมาก ไม่พบเลขไมโครชิพ จึงรับเต่ากลับศูนย์วิจัยฯ เพื่อนำไปตรวจร่างกายและให้การรักษา โดยให้สารน้ำ วิตามิน และเจาะเลือด ตรวจสุขภาพ และพักฟื้นต่อไป

พบโลมาไม่ทราบชนิด เสียชีวิตเกยหาดมหาราช [22มี.ค.2563]

ที่มาข่าว: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๒๒ มีนาคม ๒๕๖๓ กรม ทช. โดยศูนย์วิจัย ทช. อ่าวไทยตอนล่าง รับแจ้งจากคุณวิรัช เอียดประดิษฐ์ พบสัตว์ทะเลหายากเกยตื้นเสียชีวิต บริเวณชายหาดมหาราช ต.จะทิ้งหระ อ.สทิงพระ จ.สงขลา ผลการตรวจสอบเป็น โลมาไม่ทราบชนิด ไม่ทราบเพศ ขนาดความยาวลำตัวประมาณ ๑.๑๐ ม. ตรวจสอบซาก พบมีสภาพแห้ง เหลือแต่ผิวหนัง พบกระดูกเพียงชิ้นเดียวคือส่วนขากรรไกร ส่วนหัวหายไปทั้งหมด ไม่พบอวัยวะภายใน คาดว่าเสียชีวิตมาแล้วไม่น้อยกว่า ๗ วัน จึงไม่สามารถหาสาเหตุการเสียชีวิตได้ จากนั้นได้เก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อเพื่อนำไปวิเคราะห์ DNA ต่อไป

see more…

สถานการณ์ชายฝั่งทะเล

ความพยายามที่ไม่น่าจะ Work ของรีสอร์ทริมทะเลเจ้าหลาว จันทบุรี

[ภาพเมื่อ ก.ค.2563] รีสอร์ทแห่งนี้อยู่ถัดจากหาดแหลมเสด็จมาทางทิศตะวันออก เป็นรอยต่อระหว่างหาดคุ้งกระเบนกับหาดเจ้าหลาว จ.จันทบุรี รีสอร์ทนี้ใช้การวางกระสอบทรายสามถึงสี่ชั้นซ้อนกันแล้วคลุมด้วยตาข่ายสีดำ ที่ปกติแล้วใช้บังร่มเงาเพื่อปลูกต้นไม้บ้าง เพื่อกันเขตพื้นที่บ้าง แล้วนำทรายมาถมและเกลี่ยด้านบนให้พื้นเสมอกัน เพื่อรองรับการปูแผ่นคอนกรีตที่ใช้เป็นทางเดินริมหาด ทางเชื่อมศาลา และที่สำหรับวางม้านั่งริมชายหาด โดยไม่มีการยึดกันอย่างถาวรของวัสดุต่างๆที่ว่ามา จากที่สังเกตพบว่าเพิ่งสร้างเสร็จไม่นาน ยังไม่มีร่องรอยความเสียหายใดๆยกเว้นตาข่ายสีดำที่ขาดไปแล้วในบางตำแหน่ง ไม่แน่ใจวัตถุประสงค์ของการสร้าง ว่าเพื่อยกระดับพื้นที่ด้านหน้าโรงแรมให้สูงกว่าชายหาดเพื่อวางศาลาริมหาด หรือเพื่อป้องกันชายฝั่งยามมรสุม รวมถึงไม่แน่ใจด้วยว่าต้องการสร้างแบบชั่วคราวหรือชั่วโคตร แต่การสร้างโครงสร้างแบบนี้ริมทะเลไม่อาจรองรับความรุนแรงของคลื่นได้หากคลื่นวิ่งมาปะทะโครงสร้างโดยตรง จะยิ่งส่งผลเสียต่อทัศนียภาพด้านหน้าหาดของโรงแรม จากที่สังเกตด้วยตาชายหาดบริเวณนี้มีความกว้างมากกว่า 150 เมตร ยามน้ำลงช่วงปลอดมรสุม เป็นไปได้ว่าตลอดระยะเวลาหนึ่งปี อาจมีคลื่นวิ่งมาปะทะเพียงไม่กี่ครั้ง แม้กระนั้นก็ตาม เพียงไม่กี่ครั้งที่คลื่นวิ่งมาปะทะกระสอบทรายนี้ อาจส่งผลเสียหายจนต้องสิ้นเปลืองเงินในการบำรุงรักษากันต่อเนื่องทุกปี หากรีสอร์ทเพียงต้องการพื้นที่สำหรับวางศาลาริมทะเลและม้านั่งริมชายหาด ควรวางมันลงไปบนชายหาดเดิมจะเป็นวิธีการที่ดีที่สุด และเคลื่อนย้ายมาวางในที่ปลอดภัยยามน้ำทะเลขึ้นสูงและคลื่นวิ่งเข้ามาปะทะด้านหน้าหาดของโรงแรม ดีกว่าต้องสิ้นเปลืองงบประมาณเพื่อการสร้างสิ่งแปลกปลอมบนชายหาด ที่อาจนำพาความเสียหายตามมาให้เจ้าของรีสอร์ทต้องปวดหัวเป็นระยะๆ

โครงสร้างป้องกันชายฝั่ง 4 ชั้น ณ ชายทะเลปากพนัง

[ภาพเมื่อ 27 ก.ค.2563] หากใครผ่านไปผ่านมาริมทะเลปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช บนถนนเลียบชายฝั่งเส้นปากพนัง-หัวไทร จะไม่สามารถมองเห็นทะเลบริเวณนี้ได้ เนื่องจากริมทะเลนั้นมีโครงสร้างป้องกันชายฝั่งขนาดใหญ่สูงท่วมหัว รบกวนคุยกันให้สะเด็ดน้ำ ก่อนใช้ “ภาษีประชาชน”

พาชม 1 ใน 5 ของงานป้องกันชายฝั่งทะเล อ.ปากพนัง จ.นครฯ

[ภาพเมื่อ: 26 ก.ค.2563] สามตำบลของอำเภอปากพนัง จ.นครฯ กำลังมีงานก่อสร้างกำแพงกันคลื่นรวม 5 โครงการ ระยะทางรวม 6.698 กิโลเมตร งบประมาณรวม 412.47 ล้านบาท (ผูกพันแล้วแต่โครงการ 2561-2564, 2562-2565, 2563-2565) แนวชายฝั่งในสามตำบลได้แก่ บางพระ ท่าพญา และปากพนังฝั่งตะวันออก ของอำเภอปากพนัง มีระยะทางรวม 36 กิโลเมตร ประมาณคร่าวๆได้ว่า 1 ใน 5 ของแนวชายฝั่งในสามตำบล กำลังมีโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ในปี 2563 (ไม่นับรวมที่สร้างเสร็จไปแล้วหลายโครงการ) วันนี้ของพาชม 1 ใน 5 โครงการที่กำลังก่อสร้างในพื้นที่ ต.ปากพนังฝั่งตะวันออก อ.ปากพนัง เจ้าของงานคือกรมโยธาธิการและผังเมือง ส่วนผู้รับจ้างคือ บ.ตากใบการโยธา จำกัด มีลักษณะเป็นกำแพงหินเรียงหลายชั้น มีจุดจอดเรือ ทางลาดขึ้นลงเรือ และบันได ระยะทาง 2.483 กิโลเมตร งบประมาณรวม 145 ล้านบาท […]

ปรักหักพัง @ หาดสวนสน ระยอง

[ภาพเมื่อ: 6 ก.ค.2563] หาดสวนสน สถานที่พักผ่อนหย่อนใจริมทะเลขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่งของ จ.ระยอง ด้วยความที่เป็นชายหาดสาธารณะ ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ อาหารการกินที่มีอยู่อย่างหลากหลาย หรือจะเลือกขนทุกอย่างมาปิคนิคกันริมทะเลก็เป็นภาพที่ชินตาสำหรับที่นี่ ณ ที่นี่เราจะสามารถมองเห็นเกาะเสม็ดทั้งเกาะได้อย่างเต็มตา ทางทิศตะวันตกของชายหาดคือที่เทียบเรือไปเกาะเสม็ด ที่บรรดานักท่องเที่ยวจะต้องนำรถมาจอดฝากค้างคืน เป็น hub ของการต่อรถลงเรือ รวมถึงของฝากจากทะเลนานาชนิด ด้านหน้าของท่าเรือจะพบเขื่อนกันคลื่นท่าเทียบเรือ (Habour breakwater) ขนาดใหญ่ ความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ทำหน้าที่ป้องกันท่าเรือและพื้นที่ด้านในให้ปลอดจากคลื่นลมแรง ทำให้การขึ้นลงเรือทำได้อย่างสะดวกปลอดภัยมากยิ่งขึ้น Beach Lover ได้ลงสำรวจชายหาดสวนสนตลอดทั้งแนว พบซากปรักหักพังของพื้นที่ด้านหลังกำแพงกันคลื่นทางทิศตะวันตกของชายหาด คาดว่าเกิดจากคลื่น Overtop ข้ามสันกำแพงด้านหน้าขึ้นมายังพื้นที่ด้านบน เนื่องจากกำแพงกันคลื่นแบบแนวดิ่งนี้ ยามคลื่นวิ่งเข้าปะทะกำแพงจะส่งผลให้คลื่นด้านหน้ากำแพงยกตัวสูงขึ้น น้ำทะเลบางส่วนกระเซ็นข้ามสันกำแพงเข้ามายังพื้นที่ด้านใน ส่งผลให้เกิดภาพของความระเกะระกะของเศษวัสดุอย่างที่เห็น ซึ่งไม่แน่ใจว่าเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ซากที่พบนี้ระเกะระกะและเป็นอันตรายต่อประชาชนผู้เข้ามาใช้พื้นที่นี้เป็นอย่างยิ่ง พบแท่งเหล็กโผล่ออกมาหลายจุด การเดินไปมาบริเวณนี้ก็ทำได้ยากและพบเห็นอุบัติเหตุหลายรายที่เดินเหยียบแผ่นพื้นและสะดุดหกล้ม ดีที่แท่งเหล็กที่โผล่อยู่นี้ไม่ทิ่มแทงส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกาย ไม่ว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบคิดว่าจะดำเนินการแก้ไขด้วยวิธีใดก็ตาม สิ่งที่ควรคำนึงถึงอย่างยิ่งยวดคือความปลอดภัยของประชาชน หากมาตรการแก้ไขกำลังจะเกิดขึ้นในเวลาอันใกล้ อาจใช้วิธีนำเชือกมากั้นพื้นที่ไว้ก่อน หรือหากยังคิดหนทางแก้ไขไม่ได้ ควรนำซากปรักหักพังนี้ออกไปจากพื้นที่ แล้วนำดินทรายมาถมเพื่อปรับพื้นที่ให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างปลอดภัย เหล่านี้คือหน้าที่ของรัฐที่ต้องดูแลสวัสดิภาพสาธารณะให้กับประชาชน … หรือเราอยู่ในรัฐ ที่ประชาชนต้องดูแลกันเอง

ระเนระนาด @ หาดคลองวาฬ ประจวบฯ

[ภาพเมื่อ มิ.ย.2563] Beach lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับชายหาดคลองวาฬไว้แล้วใน https://beachlover.net/คดีคลองวาฬ/ รวมถึง E-Book โดยหาอ่านและ Download ได้ฟรีจาก https://beachlover.net/การฟ้องคดีปกครอง/ ในครั้งนี้ Beach Lover ได้มีโอกาสสำรวจชายหาดคลองวาฬตลอดทั้งแนวชายหาดตั้งแต่ปากคลองจนถึงท่าเทียบเรือ ระยะทางประมาณ 1.6 กิโลเมตร พบการพังทลายของโครงสร้างป้องกันชายฝั่งในหลายตำแหน่ง เริ่มจากกำแพงกันคลื่นตอนเหนือของหาดใกล้ปากคลอง แผ่นพื้นหลุดล่อนออก ทั้งที่บริเวณนี้ค่อยข้างปลอดภัยจากคลื่นลม เพราะมีโครงสร้างป้องกันอยู่ด้านนอกแล้วหนึ่งชั้น ต่อมาทางทิศใต้ พบกองหินขนาดเล็กและใหญ่กระจายตัวกันอย่างระเกะระกะ รวมถึงซากของแผ่นพื้น เสาเข็ม และเศษวัสดุก่อสร้างจำนวนมาก ที่อาจเคยเป็นโครงสร้างป้องกันชายฝั่งเดิม หรือไม่ก็ขนถ่ายมาเททิ้งไว้ที่นี่เพื่อป้องกันชายฝั่ง (ส่วนนี้ไม่มีข้อมูล) หาดแห่งนี้มีเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่งของกรมเจ้าท่าถึงสองชั้น ประกอบด้วยแบบหินทิ้งจำนวน 11 ตัว ความยาวตัวละ 50 ม. จำนวน 5 ตัว และยาวตัวละ 100 ม. จำนวน 6 ตัว ตลอดแนวชายฝั่งยาวประมาณ 1.3 ก.ม. สร้างเมื่อปี 2548 กระนั้นก็ตามพื้นที่ด้านในก็ยังคงถูกกัดเซาะ เอกชนผู้มีที่ดินประชิดชายหาดจำเป็นต้องสร้างกำแพงกันคลื่นของใครของมัน […]

หาดดวงตะวัน หาดเล็กๆเงียบๆแห่งนี้ กำลังจะมีกำแพง

[ภาพเมื่อ 6 ก.ค.2563] Beach Lover ไม่ค่อยได้มีโอกาสพาชมชายหาดแถบ จ.ระยอง สักเท่าไหร่ ครั้งนี้ขอพาชมชายหาดเล็กๆที่ไม่ค่อยมีคนรู้จักนัก ณ อ.แกลง จ.ระยอง ที่ชื่อว่า “หาดดวงตะวัน” แม้จะผ่านไปผ่านมาแถบ อ.แกลง จ.ระยอง บ่อยครั้ง แต่ต้องยอมรับว่าเพิ่งเคยเข้ามาหาดดวงตะวันเป็นครั้งแรก ด้วยความที่หาดนี้ตั้งอยู่ใกล้กับชายหาดอื่นๆที่มีชื่อเสียง อย่างหาดบ้านเพ หาดสวนสน และหาดแม่พิมพ์ ทำให้หลายคนมองข้ามชายหาดที่ทั้งสงบและสะอาดแห่งนี้ไป พบซากโรงแรมที่ยังสร้างไม่แล้วเสร็จ รวมถึงโรงแรมร้างที่ดูเหมือนปิดกิจการไปนานแล้ว มีที่พัก ร้านอาหารประปรายทางทิศตะวันตกและช่วงกลางของหาด แต่เริ่มหนาแน่นทางทิศตะวันออก นักท่องเที่ยวค่อยข้างน้อยแม้วันที่สำรวจจะตรงกับวันหยุดยาว หาดแห่งนี้อยู่ทางทิศตะวันออกของปากน้ำแกลง ซึ่งมีเขื่อนกันทรายและคลื่นปากแม่น้ำ (Jetty) 1 คู่ ด้วยตะกอนชายฝั่งของทะเลแถบนี้เคลื่อนที่จากทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออก Jetty ปากน้ำแกลงจึงส่งผลกระทบให้ชายหาดทางฝั่งตะวันตกเกิดการทับถมและฝั่งตะวันออกเกิดการกัดเซาะอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ด้วยหาดดวงตะวันนี้มีถนนเลียบชายหาดระยะประชิดตลอดระยะทางประมาณ 1.4 กิโลเมตร ผลกระทบที่เกิดจาก Jetty จึงทำให้ถนนเลียบหาดนี้ถูกกัดเซาะ จากการสำรวจพบซากของถุงทรายขนาดใหญ่จมอยู่ในทรายรวมถึงก้อนหินทั้งขนาดเล็กและใหญ่ น่าจะเป็นความพยายามของหน่วยงานที่ต้องการป้องกันถนนเส้นนี้จากการกัดเซาะ ในช่วงมรสุม จากการเดินสำรวจตลอดแนวชายฝั่งพบกองหินขนาดใหญ่ 1 กอง ความยาวประมาณ 32เมตร วางอยู่บนชายหาดในแนวขนานกับชายหาด คาดว่าบริเวณนี้น่าจะเป็นตำแหน่งที่ถูกกัดเซาะมากที่สุดจากผลกระทบของ Jetty ปากน้ำแกลง […]

เตรียมตัวให้พร้อมกับแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ ชายหาด(คอนกรีต)ชิงโค สงขลา

[ภาพเมื่อ มิ.ย.2563] Beach Lover  ได้นำเสนอเรื่องราวของชายหาดชิงโค จ.สงขลา ไปได้ระยะหนึ่งแล้ว สามารถติดตามได้จากโพส [ https://beachlover.net/หาดหน้าโรงแรมหาดแก้ว/ และ https://beachlover.net/กำแพงกันคลื่น-3-พื้นที่/] หากใครนั่งเครื่องบินแถว K(ขวาของลำ) แล้วมองลงมาในช่วงที่เครื่องบินกำลังจะหันหัวเปลี่ยนทิศทางเพื่อลงจอดที่สนามบินหาดใหญ่ บริเวณปากทะเลสาบสงขลา จะเห็นเส้นสีฟ้าๆอย่างชัดเจนจากกระจกเครื่องบิน เส้นสีฟ้าที่เห็นเด่นชัดจากระยะไกลนี้ แท้จริงแล้วคือทางจักรยานริมกำแพงกันคลื่นแห่งใหม่เลียบชายหาดชิงโค คาดว่าท้องถิ่นตั้งใจจะโปรโมทพื้นที่แถบนี้ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ สังเกตว่านอกจากกำแพงกันคลื่นเพื่อป้องกันชายฝั่งที่ดูมั่นคงแข็งแรงและอยู่ไปได้ชั่วโคตรแล้ว ยังมีลานจอดรถ ทางเดินบนสันกำแพงและทางจักรยาน โครงการนี้ประกอบด้วยสามเฟส ขณะนี้ (ก.ค.2563)ยังไม่แล้วเสร็จ กำลังก่อสร้างในเฟสที่สาม ระยะทาง 990 เมตรด้วยงบประมาณทั้งสิ้น 109.6 ล้านบาท โดยเบิกจ่ายในปีงบประมาณ 2564 รวม 18.293 ล้านบาท คาดเดาได้ไม่ยากว่า พื้นที่ถัดไปจากปลายกำแพงเมื่อแล้วเสร็จจะเกิดการกัดเซาะตามมา เป็นภาพฉายวนซ้ำเช่นเดียวกันกับจุดเริ่มต้นของการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นนี้ ก็เกิดจากผลกระทบจากการก่อสร้างกำแพงทางทิศใต้เช่นเดียวกัน (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมจาก https://beachlover.net/หาดหน้าโรงแรมหาดแก้ว/) มีท้องถิ่นริมทะเลจำนวนไม่น้อยที่คิด (เอาเอง)ว่า การ “แปลงร่างหาดทรายให้กลายเป็นคอนกรีต” โดยการ “ขลิบ”ชายหาดด้วยกำแพงกันคลื่นพร้อมการปรับภูมิทัศน์นั้น จะสามารถดึงดูดเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวได้ จะสามารถนำรายได้กลับคืนมาสู่ท้องถิ่น ท้องถิ่นอาจอ้างว่า มิอาจปล่อยปละละเลยกับความเสียหายจากการกัดเซาะชายฝั่งที่เกิดขึ้น (จากกำแพงกันคลื่น) ได้ […]

รูหลบภัย? ณ หาดคุ้งวิมาน จันทบุรี

[ภาพเมื่อ 6 ก.ค.2563] หาดคุ้งวิมาน เป็นชายหาดที่มีชื่อเสียงแห่งหนึ่งของจังหวัดจันทบุรี มีน้ำทะเลที่ใสสะอาด บรรยากาศเงียบสงบ เหมาะกับการพักผ่อน ที่ตั้งของหาดคุ้งวิมาน อยู่ที่อำเภอนายายอาม จ.จันทบุรี พบกำแพงกันคลื่นเกือบตลอดแนวหาดคุ้งวิมานทางทิศตะวันออกเรื่อยไปจนถึงโขดหิน ส่วนหาดคุ้งวิมานโซนถัดจากโขดหินไปทางทิศตะวันตกนั้นเป็นกระเปาะหาดขนาดเล็ก มีกำแพงกันคลื่นและถนนเลียบทะเลตลอดแนวชายหาด Beach Lover ได้ลงพื้นที่สำรวจชายหาดคุ้งวิมานตลอดทั้งแนว พบโครงสร้างกำแพงกันคลื่นที่สร้างไว้เดิม (ไม่ทราบหน่วยงานผู้เป็นเจ้าของ) ทางทิศตะวันออกของชายหาดชำรุดเสียหาย เกิดรูขนาดใหญ่หลายตำแหน่ง บางจุดเสียหายจนวัสดุด้านในกำแพงเดิมนั้นหลุดออกไปแล้วทั้งหมด ซึ่งค่อนข้างเป็นอันตรายต่อผู้ใช้ชายหาดเป็นอย่างมาก พบว่าด้านหน้ากำแพงกันคลื่นเดิมในช่วงเวลาที่สำรวจนั้น แทบจะไม่มีพื้นที่ชายหาดหลงเหลืออยู่เลย และพบเห็นการทำเชือกโรยตัวลงมาที่ชายหาดเนื่องจากไม่มีทางขึ้นลงในบางจุด เบื้องต้นพบว่า ในปี 2564 นี้ กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ตั้งงบประมาณเพื่อป้องกันการกัดเซาะบริเวณหาดคุ้งวิมาน ระยะทาง 380 เมตร ด้วยงบประมาณทั้งสิ้น 38 ล้านบาท ผูกพันถึงปีงบประมาณ 2566 โดยเบิกจ่ายในปีแรก (2564) จำนวน 7.6 ล้านบาท (สามารถหาอ่านได้จาก https://beachlover.net/งบประมาณตั้งใหม่-2564/) Beach Lover ยังไม่มีรายละเอียดของโครงสร้าง รวมถึงตำแหน่งที่ตั้งของโครงสร้างตัวใหม่นี้ แต่เท่าที่ดูจากสภาพหาดโดยรวม คาดว่าเป็นการสร้างกำแพงกันคลื่นตัวใหม่ทดแทนกำแพงกันคลื่นเดิมที่ชำรุด เพราะเมื่อวัดระยะทางแล้วมีระยะทางเท่ากันพอดีกับที่กรมแจ้งในเอกสารร่างงบประมาณปี 2564

งบประมาณตั้งใหม่เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งปีนี้ คิดเป็น 18.84% ของงบประมาณรายจ่ายปี 2564

ตามที่ Beach Lover ได้นำเสนอร่างงบประมาณรายจ่ายเพื่อป้องกันชายฝั่งทะเลประจำปีงบประมาณ 2564 ไปแล้วนั้น (https://beachlover.net/ร่างงบประมาณ-ชายฝั่ง-2564/) พบว่า ส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ผูกพันมาตั้งแต่ปีงบประมาณก่อนหน้า เมื่อจำแนกลงในรายละเอียดแล้วพบว่า โครงการป้องกันชายฝั่งที่ตั้งใหม่ในปีงบประมาณ 2564 รวมทั้ง 3 กรม จำนวน 19 โครงการ รวมงบประมาณ 327 ล้านบาท หรือคิดเป็น 18.84% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2564 ประเด็นที่น่าสังเกตคือโครงการส่วนใหญ่ที่ตั้งใหม่ มักมีระยะเวลาผูกพันโครงการ 3 ปี นั่นหมายความว่า หากแต่ละโครงการผ่านการพิจารณางบประมาณประจำปี และอนุมัติให้ดำเนินการได้ งบประมาณส่วนนี้จะผูกพันไปอีกสามปีโดยมากแล้วในปีงบประมาณถัดๆก็จะไม่สามารถตัดทอนหรือลดทอนส่วนของงบผูกพันนี้ออกไปได้ ดังนั้นหากโครงการใดไม่มีเหตุผลความจำเป็นอย่างเพียงพอและไม่สมควรเกิดขึ้น จำเป็นต้องแสดงความเห็นให้มีการตัดทอนรายโครงการไปตั้งแต่เริ่มปีงบประมาณที่ตั้งใหม่ เพราะหากปล่อยให้โครงการเหล่านั้นดำเนินไปและกลายเป็นงบผูกพันไปแล้ว จะเป็นการยากหากจะไปตัดทอนงบประมาณส่วนนั้นในปีถัดๆไป ดังจะเห็นได้จากตารางที่ได้รวบรวมมานี้ว่าสัดส่วนมากกว่า 80% ของงบประมาณรายจ่ายนั้นเป็นงบผูกพันมาจากปีก่อนๆ คำถาม: เหล่าผู้ทรงเกียรติทั้งหลายที่มีหน้าที่พิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีนั้น มีข้อมูลและเท่าทันความรู้มากน้อยขนาดไหนที่จะไปต่อรองกับภาครัฐเจ้าของโครงการ คำตอบ: ?>#@$%&*!

ป้องกันการกัดเซาะหาดชะอำ เอาแบบไหน ยังไงดี ?!?

หาดชะอำ แหล่งท่องเที่ยวเลื่องชื่อของ จ.เพชรบุรี ด้วยทำเลที่ห่างจากกรุงเทพฯไม่ไกลมาก และค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวที่มีให้เลือกหลากหลาย ตามความสบายของเงินในกระเป๋าของแต่ละคน มีที่พักตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักหลายพันบาท อาหารการกินริมทางจนถึงภัตรคารริมทะเล รวมถึงการคมนาคมสาธารณะที่ค่อนข้างสะดวก จากร่างงบประมาณปี 2564 ของ กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม (ขาวคาดแดง) พบว่า กรมเจ้าท่าได้ตั้งงบประมาณเพื่อศึกษาวางแผนแม่บทและสำรวจออกแบบเสริมทรายป้องกันการกัดเซาะเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวชายหาดชะอำ ไว้ด้วยงบประมาณทั้งสิ้น 18 ล้านบาท โดยผูกพันตั้งแต่ปี 2564-2565 ในปีงบประมาณเดียวกันนี้ กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้ตั้งงบประมาณเพื่อฟื้นฟูบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งชายหาดชะอำ ระยะที่ 3 ต่อไปอีก 647 เมตร รวมงบประมาณทั้งสิ้น 48.5 ล้านบาท โดยผูกพันตั้งแต่ปี 2564-2566 จากเอกสารร่างงบประมาณ ยังไม่พบรายละเอียดของพื้นที่ก่อสร้างกำแพงกันคลื่นของกรมโยธาธิการและผังเมือง รวมถึงพื้นที่ศึกษาเพื่อวางแผนสำรวจออกแบบการเติมทรายของกรมเจ้าท่า แต่ทั้งสองหน่วยงานได้ระบุตรงกันว่าเป็นพื้นที่ชายหาดชะอำ โดยชายหาดชะอำที่มีปัญหากัดเซาะชายฝั่งอยู่บ้างในขณะนี้คือแถบชะอำใต้ ริมถนนสาธารณะเลียบชายหาด ซึ่งกรมโยธาฯกำลังดำเนินการบางส่วนอยู่ในขณะนี้ โดยบางส่วนมีกำแพงกันคลื่นประชิดชายฝั่งอยู่แล้ว ทั้งหินทิ้ง และกำแพงกันคลื่นแบบแนวดิ่ง และในบางพื้นที่ยังไม่พบร่องรอยการกัดเซาะอย่างรุนแรง สิ่งที่ควรตั้งข้อสังเกตคือ โครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งเหมือนกันจากคนละหน่วยงาน บนพื้นที่เดียวกันนี้ ได้มีการปรึกษาหารือ หรือที่เรียกเป็นคำพูดที่สวยหรูเข้ากับยุคสมัยว่า “บูรณาการ” กันหรือไม่ ในขณะที่หน่วยงานหนึ่งกำลังก่อสร้างกำแพง จะมีผลต่องานศึกษาเพื่อสำรวจออกแบบการเติมทรายของอีกหน่วยงานหรือไม่ […]

see more…