Home

ข่าว

คนสมุยคัดค้านกำแพงกันคลื่น

ที่มา: https://www.thairath.co.th ชาวบ้านริมชายหาดและผู้ประกอบการท่องเที่ยวบนเกาะสมุยเคลื่อนไหวคัดค้านอย่างหนัก กรณีกรมโยธาธิการและผังเมืองจะทำโครงการฟื้นฟูบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง พื้นที่หาดแม่น้ำและหาดบางมะขาม ซึ่งน่าจะเป็นโครงการนำร่องก่อนขยายไปยังหาดอื่นๆ โดยได้เปิดรับฟังความเห็น ประชาชนผู้มีส่วนได้เสียไปเมื่อวันที่ 27 ก.ย. และ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา เสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าทีของกรมโยธาฯบ่งบอกชัดเจนว่าจะทำ กำแพงหรือเขื่อนคอนกรีต ซึ่งเป็นโครงสร้างแข็ง ถึงขนาดจ้างบริษัทเอกชนมาสำรวจออกแบบไว้แล้ว ชาวบ้านจึงส่งตัวแทนในนาม กลุ่มรักษ์หาดเกาะสมุยไปยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมโยธาฯเพื่อขอให้ยุติโครงการดังกล่าว สาเหตุที่ชาวบ้านคัดค้านการสร้างกำแพงกันคลื่นบนชายหาดเนื่องจากชายหาดเกาะสมุยมีลักษณะ เป็นอ่าวที่มีแหลมโอบล้อมอยู่ทั้ง 2 ด้าน และ มีคันแนวปะการังตลอดแนวชายฝั่ง ช่วยลดความรุนแรงของคลื่นตามธรรมชาติอยู่แล้ว ต่างกับ ชายหาดที่ทอดยาวบนแผ่นดินใหญ่ ที่มีการกัดเซาะค่อนข้างมาก และการสร้างกำแพงกันคลื่นยังเป็นสาเหตุให้หาดทรายหาย เกิดการกัดเซาะพื้นที่ด้านข้างปลายเขื่อนไปเรื่อยๆ (ส่วนใหญ่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวจึงไม่มีใครออกมาเรียกร้องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม) ด้วยสภาพภูมิศาสตร์แตกต่างกัน ชาวบ้านบนเกาะสมุยจึงไม่ต้องการให้เอาฐานความคิดจากหาดทรายแผ่นดินใหญ่ไปใช้กับหาดทรายตามเกาะแก่ง และด้วยลักษณะทางภูมิอากาศของเกาะสมุย มีอิทธิพลของลมที่พัดเข้าหาเกาะตลอดทั้งปี มีทั้งหมด 8 ทิศ ได้แก่ ลมตะวันออก ลมตะวันออกเฉียงใต้ (ลมตะเภา) ลมใต้ (ลมสลาตัน) ลมตะวันตกเฉียงใต้ (ลมพัดยา) ลมตะวันตก ลมตะวันตกเฉียงเหนือ (ลมพัดหลวง) ลมเหนือ (ลมว่าว) และลมตะวันออกเฉียงเหนือ (ลมอุตรา) ลมทั้ง 8 […]

ทช. ลงสำรวจพื้นที่ชายฝั่ง เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 ลงสำรวจพื้นที่ชายฝั่งจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในพื้นที่ที่มีการนำเสนอโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ประจำปีงบประมาณ 2566 ของหน่วยงานราชการ โดยจังหวัดเพชรบุรี มีโครงการเสริมทรายเพื่อป้องกันการกัดเซาะบริเวณชายหาดชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ระยะที่ 1 โดยกรมเจ้าท่า ส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีโครงการที่เสนอในพื้นที่ จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ (1) โครงการฟื้นฟูบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง บริเวณตำบลสามร้อยยอด อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง (2) โครงการพัฒนาพื้นที่เฉพาะบริเวณอ่าวประจวบคีรีขันธ์ ถนนปิ่นอนุสรณ์ต่อเนื่องบริเวณกองบังคับการกองบิน 5 ตำบลเกาะหลัก อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถึงบริเวณค่ายลูกเสือจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตำบลประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง (3) โครงการก่อสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นบริเวณร่องน้ำห้วยยาง ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยกรมเจ้าท่า ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมข้อมูลภาพถ่ายในอดีต ภาพถ่ายปัจจุบัน ภาพบินโดรน […]

กรมทะเลฯ สำรวจความลึกท้องน้ำ ชายฝั่งภูเก็ต

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำรวจความลึกท้องน้ำ พื้นที่ชายฝั่งจังหวัดภูเก็ต สู่การบริหารจัดการพื้นที่ชายฝั่ง และแก้ไขปัญหาการกัดเซาะ วันที่ 29 ตุลาคม 2565 กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง โดย ส่วนธรณีวิทยาชายฝั่ง ลงพื้นที่บริเวณหาดสุรินทร์ ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เพื่อหาความลึกท้องน้ำโดยใช้เรือสำรวจอัตโนมัติ CHC Apache 3 ด้วยระบบเครื่องรับสัญญาณดาวเทียม GNSS แบบ RTK ร่วมกับเครื่องหยั่งน้ำ Echo Sounder แบบความถี่เดียว โดยการสำรวจครั้งนี้ ครอบคลุมพื้นที่สำรวจประมาณ 18,000 ตร.ม. แบ่งแนวสำรวจออกเป็น 20 แนว ผลการสำรวจพบว่า ความลึกเฉลี่ยของพื้นท้องทะเลใกล้ฝั่งหาดสุรินทร์ห่างจากแนวชายฝั่งออกไปประมาณ 200 เมตร มีความลึกระหว่าง -2.0 ถึง -7.8 เมตร ทั้งนี้ กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งจะนำผลการสำรวจไปจัดทำแผนที่ความลึกท้องน้ำในพื้นที่หาดดังกล่าวเพื่อใช้ประโยชน์ในการจัดการชายฝั่งต่อไป

กลุ่มรักหาดสมุยร้องกรมโยธาฯให้ยุติโครงการ

ที่มา: https://www.facebook.com/DPT.PR.GO.TH วันนี้ เวลา 14.30 น. กรมโยธาธิการและผังเมือง ชี้แจงวัตถุประสงค์ “โครงการศึกษาแนวทางและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งพื้นที่อำเภอเกาะสมุย บริเวณหาดแม่น้ำและหาดบ้านบางมะขาม จังหวัดสุราษฎร์ธานี” ต่อกลุ่มรักหาดเกาะสมุย วันนี้ (25 ตุลาคม 2565) เวลา 14.30 น. อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองมอบหมายให้ นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ชี้แจงวัตถุประสงค์การดำเนินโครงการศึกษาแนวทางและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณพื้นที่อำเภอเกาะสมุย จำนวน 2 พื้นที่ คือ พื้นที่ชายฝั่งทะเลหาดแม่น้ำ หมู่ที่ 1 ตำบลแม่น้ำ และพื้นที่ชายฝั่งทะเลหาดบ้านบางมะขาม หมู่ที่ 5 ตำบลอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันกับกลุ่มรักหาดเกาะสมุย ซึ่งได้เดินทางมายื่นหนังสือเรียกร้องให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ยกเลิกโครงการฯ ดังกล่าว ทั้งนี้ กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้รับเรื่องร้องเรียนเพื่อจะไปดำเนินการพิจารณาร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป พร้อมยืนยันและให้ความมั่นใจกับกลุ่มรักหาดเกาะสมุย ว่ากรมฯ ยังไม่มีแผนที่จะก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งพื้นที่อำเภอเกาะสมุย บริเวณหาดแม่น้ำและหาดบ้านบางมะขาม จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมี นายสมมิตร์ สมบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกรม นายสุวพงษ์ […]

หาดพัทยาพัง! รอบที่เท่าไหร่แล้ว?

ที่มา: https://web.facebook.com/STVPattaya เรื่องมันจบยาก…ฝนตกทุกครั้ง ชายหาดพัทยาพังทุกเที่ยว ชาวบ้านถามหาแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่ดีแต่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ปัญหาน้ำท่วมขัง นอกจากจะเป็นปัญหาผูกขาดที่อยู่คู่กับเมืองพัทยามาอย่างยาวนาน เรียกได้ว่าแก้ไขไม่เด็ดขาด เบ็ดเสร็จเสียที ทั้งที่ผ่านมาแม้ว่าเมืองพัทยาจะมีการตั้งงบประมาณและโครงการต่างๆเพื่อรองรับแก้ไขมาแล้วหลายครั้ง หลายรอบ หลายยุคสมัย หลายสมัยการปกครอง หมดงบประมาณไปหลายร้อยล้านบาท ทั้งโครงการแก้น้ำท่วมบนถนนสุขุมวิทซึ่งเป็นสายหลัก ตลาดนาเกลือ หนองใหญ่ ถนนเลียบทางรถไฟ เขาตาโล เขาน้อย ซอยบัวขาว ถนนพัทยาสาย 3 หรือแม้แต่ถนนพัทยาสายเลียบชายหาด และที่เด่นชัดที่สร้างภาพลักษณ์ที่เสียหายต่อการท่องเที่ยว คือการระบายน้ำฝนที่ปะปนกับน้ำเสียลงสู่ทะเล รวมและปริมาณน้ำที่หลาลงบนชายหาดพัทยา ที่กรมเจ้าท่าเป็นเจ้าภาพในการทุ่มงบประมาณ 400 กว่าล้านบาทในการเสริมทรายในระยะ 50 เมตรจากแนวฟุตบาทเพื่อเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว ด้วยพบว่ามีนัยยะของการกัดเซาะอย่างรุนแรง แต่ทุกครั้งตามข้อตกลงก่อนดำเนินการที่เมืองพัทยาตบปากรับคำว่าจะจัดทำระบบดักน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำพัดทรายไหลลงสู่ทะเล แต่ท้ายที่สุดเมื่อมีพายุฝนตกต่อเนื่องลงครั้งใด เมืองพัทยาก็ต้องประสบพบเจอกับปัญหาท่วมขังซ้ำซากแบบนี้ทุกครั้ง แม้จะตอบได้ว่าปัจจุบันมีการระบายน้ำที่รวดเร็วขึ้นก็ตาม โดทุกครั้งมัก จะมีเหตุผลที่วาเมืองพัทยาอยู่ในพื้นที่ต่ำที่ต้องรองรับมวลน้ำจากเทศบาลข้างเคียงที่มีพื้นที่สูงกว่าถึง 60 เมตร ในขณะที่ท่อระบายน้ำเดิมของเมืองพัทยาที่ใช้กันมาแต่อดีตรวมระยะทางนับพันกิโลเมตรนั้นมีขนาดความกว้างไม่เกิน 60-800 ม.ม.เท่านั้น ส่วนโครงการที่จัดทำไปก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่เป็นการจัดทำเพื่อให้มีการระบายน้ำที่รวดเร็วมากขึ้นและลดความเสียต่อทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยวให้น้อยที่สุด โดยขณะที่กำลังรอแผนแม่บทของกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่รัฐบาลมอบหมายจะให้เข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมในงบประมาณนับหมื่นล้านบาท ซึ่งยังคงตอบไม่ได้ว่าจะดำเนินการเมื่อใด ปัจจุบันสิ่งที่ทำได้อย่างเดียวก็การใช้งบประมาณในการนำกำลังคนและเครื่องจักรลงพื้นที่ชายหาดพัทยาเพื่อเกลี่ยทรายให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมโดยเร็วที่สุด เพราะเมื่อเกิดปัญหาน้ำหลากครั้งใด ก็จะมีภาพความเสียหายต่อชายหาดเกิดขึ้นเมื่อนั้น กรณีนี้มีให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตานักท่องเที่ยวออกไปทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ทั้งๆที่ปัจจุบันเมืองพัทยาได้ถูกวางให้เป็นศูนย์กลางของ […]

กรมโยธาธิการฯ จัดเวทีรับฟังชายฝั่งทะเลปะเสยะวอ

ที่มา: https://www.facebook.com/profile.php?id=100070314642518 วันนี้ (10 ตุลาคม 2565) กรมโยธาธิการฯ ดำเนินการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนครั้งที่ 1 โครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลพร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ พื้นที่ชายฝั่งทะเลตำบลปะเสยะวอ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ภายใต้งานออกเเบบเเละศึกษาผลกระทบสิ่งเเวดล้อมเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ระยะที่ 4 ในเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชน มีประชาชนในพื้นที่ เเละนักวิชาการ เข้าร่วมเวที เเละให้ข้อห่วงกังวลต่อโครงการดังกล่าวว่า หากดำเนินการเลือกมาตรการไม่ถูกต้อง เหมาะสมอาจกระทบต่อชายฝั่งทะเลได้ในระยะยาว ในเวทีดังกล่าวนั้น เป็นการรับฟังความคิดเห็นประชาชนครั้งที่ 1 จะมีการจัดเวทีในครั้งต่อไป ในขณะที่พื้นที่เกาะสมุยก็มีการศึกษาในลักษณะเดียวกันเช่นกัน ต้องติดตามดูว่ากรมโยธาฯจะดำเนินการอย่างไรกับพื้นที่ชายหาดปะเสยะวอต่อไป

หาดพังรับฝนหนัก (อีกแล้ว)!

ที่มา: https://www.facebook.com/PattayaWatchdog หาดพังเหมือนทุกครั้ง ชายหาดพัทยา เมื่อเช้านี้ (12 ก.ย.2565) เมืองพัทยา ไม่เคยแก้ไขปัญหา น้ำฝนปนน้ำเสียกัดเซาะทรายชายหาด วางท่อระบายน้ำไป 100 ล้านบาท เกิดประโยชน์หรือไม่ นี่จะปรับปรุงภูมิทัศน์ อีก 160 ล้านบาท เริ่มตัดต้นไม้อีกแล้ว ยั่งยืนหรือย่อยยับ?

ประชุมรับฟังความเห็น แก้ไขปัญหากัดเซาะ เกาะสมุย 27ก.ย.65

ที่มา: กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมืองจัดรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 โครงการฟื้นฟูบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง พื้นที่ชายฝั่งทะเลตำบลแม่น้ำ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ในวันที่ 27 กันยายน 2565

พาสำรวจและทำความรู้จัก หาดราชรักษ์ ทะเลปัตตานี

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๕ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๙ (ปัตตานี) สำรวจและติดตามสถานภาพชายฝั่ง พื้นที่หาดราชรักษ์ ต.บ้านกลาง และ ต.บ้านน้ำบ่อ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ซึ่งอยู่ในระบบหาดแฆแฆ มีพื้นที่ชายฝั่งทะเลเป็นหาดทราย ความยาวประมาณ ๒,๗๕๐ เมตร ซึ่งหาดราชรักษ์ มีลักษณะธรณีสัณฐานชายฝั่งแบบหาดก้นอ่าว (Pocket beach) โดยทั้งสองด้านของอ่าวเป็นหาดหิน/หัวหาด (Head Land) โดยด้านทิศเหนือและทิศใต้มีลักษณะเป็นหัวหาด/หาดหิน และมีคลองพรุแฆแฆอยู่บริเวณด้านทิศใต้ของหาด ผลการสำรวจชายฝั่งส่วนใหญ่สมดุล พบร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่งระยะทางประมาณ ๗๔๐ เมตร ส่งผลกระทบทำให้เกิดการสูญเสียตะกอนทรายชายฝั่งและชายหาด ชายฝั่งมีความลาดชันเป็นหน้าผา ต้นสนล้มตายกีดขวางบนชายหาด อีกทั้งหาดราชรักษ์ ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชายหาดและพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจทั้งของประชาชนในพื้นที่ และพื้นที่ใกล้เคียงของ จ.ปัตตานี

see more…

สถานการณ์ชายฝั่งทะเล

กำแพงกันคลื่น กับ EIA

ท่ามกลางกระแสการร้องขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบนำเอาโครงสร้างป้องกันชายฝั่งประเภทกำแพงกันคลื่นกลับเข้าไปอยู่ในประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหนึ่งในรายการของโครงสร้างชายฝั่งทะเลที่จำเป็นต้องจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ก่อนพิจารณาใช้โครงสร้างนี้เพื่อป้องกันชายฝั่ง ตามข่าวได้จาก https://www.facebook.com/Beachforlife.BFL และ https://www.facebook.com/greensouthfoundation รวมถึงองค์กรและสื่อด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ Beach Lover ซึ่งเป็น Website ที่ให้องค์ความรู้และถ่ายทอดข้อมูลสถานการณ์ชายฝั่งทะเลมาตลอดกว่า 4 ปี ขอชวนผู้ติดตามอ่านบทความกึ่งวิชาการได้จาก https://beachlover.net/กำแพงกันคลื่น-ไปต่อหรื-2/ หรือเข้าไปในหมวด “วิชาการ” และค้นหาบทความชื่อ “กำแพงกันคลื่น…ไปต่อหรือพอแค่นี้”

ระเนระนาด @ หาดนางทอง เขาหลัก

หาดนางทอง เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงามแปลกตาจนถูกยกให้เป็นอันซีนพังงา เนื่องจากชายหาดแห่งนี้มีลักษณะพิเศษแตกต่างไปจากชายหาดอื่น ๆ เนื่องจากผืนทรายบนชายหาดนางทองเป็นสีดำละเอียด ที่พบไม่กี่แห่งในโลก ยามเมื่อน้ำทะเลลดลงต่ำสุดก็จะมองเห็นหาดทรายสีดำเป็นบริเวณกว้าง ทำให้เป็นที่กล่าวขานถึงความแปลกของหาดทรายที่นี่และขนานนามว่า “หาดทรายสีดำ” สำหรับทรายสีดำดังกล่าว คือ “แร่ดีบุก” ที่มีอยู่มากในบริเวณนี้ยาวไปตลอดแนวชายหาดของอำเภอตะกั่วป่า ซึ่งในอดีตอำเภอแห่งนี้ เคยเป็นแหล่งอุตสาหกรรมทำเหมืองแร่ริมชายฝั่งสำคัญแห่งหนึ่งของเมืองไทย ดังปรากฏอยู่ในคำขวัญของจังหวัดพังงาว่า “แร่หมื่นล้าน” ในอดีตหาดทรายแห่งนี้จะมีคลื่นซัดแร่ดีบุกขึ้นมาชาวบ้านจะตักมากองรวมกันก่อนจะนำใส่รางและล้างน้ำเพื่อแยกเอาทรายทะเลที่มีน้ำหนักเบากว่าออกให้เหลือเพียงแต่สีดำ ก่อนจะนำไปแยกเอาแร่ดีบุกออกมาขายอีกที หลังจากหมดยุคเหมืองแร่ จังหวัดพังงาก็เริ่มเข้าสู่ยุคท่องเที่ยว แต่คลื่นทะเลตามธรรมชาติก็ยังคงซัดเอาแร่ขึ้นบนชายหาดดังกล่าวอยู่เป็นระยะ และดึงกลับลงไปในทะเล สลับกันไปมาอยู่เรื่อย ๆ จนกลายเป็นหาดทรายสีดำ อันซีนพังงากับธรรมชาติแปลกตาที่มีเพียงจุดเดียว (https://mgronline.com/travel/detail/9630000104903) Beach Lover ได้เคยพาสำรวจหาดนางทองมาแล้วในอดีตช่วงพายุโนอึลซัดเข้าชายฝั่งอันดามันเมื่อ กันยายน 2563 ในเวลานั้น หาดนางทองและบริเวณใกล้เคียงมีลักษณะดังภาพ วันนี้ (24 พ.ย.2565) Beach Lover ได้พาสำรวจชายหาดด้านหลังประภาคารเขาหลัก หนึ่งในสถานที่ดึงดูดผู้คนมายังชายหาดนางทอง โดยเดินเท้าสำรวจชายหาดด้านหน้ารีสอร์ทแห่งหนึ่งระยะทางประมาณ 100 เมตร (คลิปเดินสำรวจ https://www.youtube.com/watch?v=Rugopmws9fg) พบสภาพชายหาดที่ประกอบด้วยกระสอบทรายเล็กและใหญ่ พร้อมโครงสร้างรากไม้ป่าชายเลนเทียมที่ทำจากไม้ประกอบพลาสติกและยางพารา (https://waa.inter.nstda.or.th/stks/pub/2020/20200612-17v1-C-Aoss.pdf) คาดว่าได้นำมาวางไว้เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง แต่จากสภาพที่เห็นพบว่าถูกคลื่นซัดจนพังระเนระนาด พื้นที่ด้านหน้ารีสอร์ทที่มีการวางโครงสร้างป้องกันแห่งนี้ เป็นชายหาดส่วนที่ติดต่อกับอีกรีสอร์ทหนึ่งทางทิศใต้ที่มีการสร้างกำแพงกันคลื่นแบบแนวดิ่ง (Vertical […]

โฉลกหลำ กำลังจะมีกำแพง !?

อ่าวโฉลกหลำ เป็นชายหาดด้านทิศเหนือของเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี มีความยาวตามแนวชายฝั่งประมาณ 1.4 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นอ่าวโค้งคล้ายครึ่งวงกลม มีท่าเทียบเรือประมงอยู่บริเวณเกือบๆกลางอ่าวยื่นออกไปยาวประมาณ 80 เมตรจากฝั่ง ในอดีต อ่าวโฉลกหลำเป็นสถานที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมงท้องถิ่นที่อาศัยอยู่บนเกาะพะงันมาอย่างยาวนาน อาชีพ หลัก คือ การทำประมง เมื่อออกเรือหาปลาหรือได้ สัตว์น้ำมาก็จะทำการแปรรูปหรือถนอมอาหารเพื่อเก็บไว้กินในครัวเรือน และส่วนที่เหลือก็จะจำหน่ายเพื่อเป็นรายได้สู่ครอบครัว (https://th.tripadvisor.com) เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปพร้อมๆกับการมาถึงของธุรกิจท่องเที่ยว อ่าวโฉลกหลำบางส่วนโดยเฉพาะโซนหน้าทะเลกลายเป็นที่ต้องของรีสอร์ท ร้านอาหาร ร้านกาแฟ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว ในเดือนมกราคม ปี 2560 ตัวแทนท้องถิ่นได้ยื่นเอกสารไปที่กรมโยธาธิการและผังเมืองเพื่อขอให้เข้ามาช่วยเหลือเรื่องน้ำทะเลกัดเซาะ หลังจากนั้น กรมโยธาธิการและผังเมืองได้จ้างบริษัทที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการศึกษาออกแบบเพื่อก่อสร้างกำแพงกันคลื่นระยะทาง 400 เมตร ปัจจุบันงานศึกษาออกแบบและงานรับความคิดเห็นประชาชนจำนวน 2 ครั้งได้เสร็จสิ้นลงแล้ว กำลังอยู่ระหว่างการขอตั้งงบประมาณเพื่อก่อสร้าง คาดว่าน่าจะใช้ค่าก่อสร้างประมาณ 40 ล้านบาท (คำนวณจากค่าเฉลี่ยต่อเมตรของงานก่อสร้างกำแพงกันคลื่นโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองในอดีต https://beachlover.net/งบประมาณสร้างกำแพงกันคลื่น-2554-2565-โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง/) Beach Lover ได้ลงพื้นที่สำรวจภาคสนามในช่วงเดือนตุลาคม 2565 ซึ่งเป็นช่วงต้นฤดูมรสุมของทะเลแถบนี้ เฉพาะส่วนของพื้นที่โครงการที่วางแผนจะก่อสร้าง ตลอดแนวพบชายหาดทรายขาวละเอียด พบร่องรอยการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งด้วยกระสอบทรายขนาดเล็กประปราย พบกำแพงริมทะเลสร้างโดยเอกชนที่มีที่ดินประชิดหาด และไม่พบร่องรอยของชายหาดที่ถูกกัดเซาะอย่างรุนแรง นอกจากนั้นยังพบว่าเจ้าของบ้านที่ไม่มีกำแพงกันที่ดินของตนเองริมทะเล ได้ทำการปลูกแบบเรือนแบบยกใต้ถุนสูง คาดว่าเพื่อให้น้ำทะเลลอดเข้าไปใต้ถุนบ้าน […]

ลงมือแล้ว! กำแพงกันคลื่นหาดปากน้ำปราณ

ชายหาดปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีความยาวประมาณ 7.5 กิโลเมตร ต่อเนื่องจากทิศใต้ของปากน้ำปราณเรื่อยลงไปถึงหาดเขากะโหลก เป็นพื้นที่ที่ถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีรีสอร์ท ร้านอาหาร ตลอดทั้งแนว เราสามารถแบ่งหาดแถบนี้ได้เป็นสองแบบ คือโซนที่ติดกับปากน้ำปราณมีลักษณะเป็นชายหาดที่มีถนนเลียบพร้อมพื้นที่สาธารณะริมชายหาด ส่วนทางทิศใต้ติดกับเขากะโหลกเป็นรีสอร์ทประชิดชายหาดและมีถนนเล็กๆอยู่ด้านใน เรามักเรียกขานหาดทางทิศใต้นี้ว่าหาดเขากะโหลก และทางทิศเหนือว่าหาดปากน้ำปราณ ชายหาดปากน้ำปราณถูกกัดเซาะรุนแรงมากขึ้นหลังการเกิดขึ้นของเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (Jetty) (อ่านเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/jetty/) แม้ตะกอนชายฝั่งจะมีทิศทางหลักไปทางทิศเหนือก็จริง แต่ในบางฤดูกาลก็นำพาให้เกิดปัญหากัดเซาะทางทิศใต้ของปากร่องน้ำได้เช่นกัน หลังจากนั้นจึงเกิดโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทางทิศใต้ของปากร่องน้ำทั้งกำแพงกันคลื่นแบบตั้งตรง  แบบขั้นบันได  และแบบหินทิ้ง พร้อมการปรับภูมิทัศน์โดยการถมพื้นที่ลงบนชายหาดและในทะเลเพื่อเพิ่มพื้นที่สาธารณะด้านหลังกำแพง พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวริมทะเล จากทั้งท้องถิ่นและกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อยมาตั้งแต่ปี 2554, 2557 และ 2559 รวมระยะทางยาวกว่า 2.9 กิโลเมตร โดยหลังจากนั้นชายหาดปากน้ำปราณก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ชายหาดด้านหน้ากำแพงตัดลึกและชันขึ้นเนื่องจากผลกระทบของกำแพงกันคลื่น (อ่านเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/กำแพงกันคลื่น-ไปต่อหรือพอแค่นี้/ ทำให้แม้ยามน้ำลงเกือบตลอดทั้งปี ไม่สามารถลงเดินเล่นบริเวณชายหาดด้านหน้ากำแพงได้อีกเลย การลงเล่นน้ำด้านหน้ากำแพงนั้นยิ่งเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ยากยิ่งเนื่องจากมีความไม่ปลอดภัยจากคลื่นที่วิ่งเข้าปะทะกำแพงและสะท้อนกลับออกไปนอกฝั่ง และในบางฤดูกาลพบเห็นสาหร่ายสีเขียวขึ้นปกคลุมพื้นผิวของขั้นบันไดส่วนที่อยู่ประชิดน้ำ  (อ่านเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/ตื่นตาตื่นใจ-สาหร่ายสีเขียว-กำมะหยี่-หนึ่งปีมีหน-ที่ทะเลปากน้ำปราณ/)  ทำให้ลื่นไถลได้ง่าย ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ชายหาดเป็นอย่างยิ่ง ในช่วงสองปีที่ผ่านมานี้ พบว่ากำแพงกันคลื่นแบบแนวดิ่งทางด้านทิศเหนือใกล้กับปากน้ำปราณที่ดำเนินการโดยงบประมาณจังหวัดเมื่อปี 2557 ระยะทางยาว 190 เมตร เกิดความเสียหายอย่างหนัก (อ่านเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/กำแพง-ปากน้ำปราณ-เสียหาย/) รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงด้วย จากนั้นเทศบาลตำบลปากน้ำปราณจึงได้ร้องขอความช่วยเหลือไปที่กรมโยธาธิการและผังเมืองในปี 2561 หลังจากนั้นกรมฯจึงริเริ่มโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล […]

หาดม่วงงาม เตรียมรับมรสุมแล้ว

ชายหาดม่วงงาม หมู่ 3 ตำบลม่วงงาม อ.สิงหนคร จ.สงขลา มีประชากรกว่า 3,000 คน มีที่อยู่อาศัยตั้งเรียงรายประชิดชายฝั่งตลอดทั้งแนว ส่งผลให้ยามฤดูมรสุม พื้นที่ริมทะเลแถบนี้มักได้รับผลกระทบรุนแรงกว่าชายหาดหมู่อื่นๆของม่วงงาม Beach Lover ได้ลงพื้นที่สำรวจในวันที่ 2 พ.ย.2565 พบมีการวางกระสอบทรายขนาดเล็กเพื่อรับมือแล้วในบางตำแหน่ง แม้ว่าจะเป็นเพียงช่วงต้นมรสุมที่ยังไม่ส่งผลรุนแรงก็ตาม ฤดูมรสุมที่ชายหาดแถบนี้ได้รับผลกระทบคือมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ โดยทั่วไปจะเริ่มต้นประมาณกลางเดือนตุลาคมของทุกปี เรื่อยไปถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ หรือในบางปีอาจยาวนานกว่านั้น ลมทะเลจะแรงและพัดยาวนานกว่าฤดูอื่น ส่งผลให้คลื่นมีความสูงมากขึ้น ยิ่งรวมกับระดับน้ำทะเลในช่วงมรสุมที่จะยกตัวสูงขึ้นกว่าช่วงเวลาอื่นๆด้วยแล้ว ยิ่งทำให้คลื่นยกตัวเข้าปะทะบ้านเรือนริมชายฝั่งและส่งผลเสียหายกว่าฤดูกาลปกติ เทศบาลเมืองม่วงงามได้ดำเนินการป้องกันชายฝั่งแถบนี้ โดยแจกถุงกระสอบขนาดเล็กให้ชาวบ้านได้นำทรายใส่กระสอบมาวางด้านหน้าชายหาดเพื่อป้องกันในยามมรสุม โดยดำเนินการแบบชั่วคราวเฉพาะยามจำเป็น อย่างไรก็ตามชาวบ้านเล่าให้ Beach Lover ฟังว่า ทรายที่นำมาใส่กระสอบก็คือทรายที่อยู่บนหาดบริเวณเดียวกันนี้เอง รวมถึงไม่ได้รื้อถอนกระสอบที่เคยวางไว้ในฤดูมรสุมก่อนหน้านี้ออกไปแต่อย่างใด เนื่องจากกระสอบถูกทรายกลบไปแล้วบ้าง ฉีกขาดไปแล้วบ้าง ไม่ก็หลุดออกไปจากที่ตั้งลงทะเลไปบ้าง ด้วยวิถีชีวิตของประชาชนบริเวณนี้กว่า 80% เกี่ยวข้องกับการประมง จำเป็นต้องมีพื้นที่หน้าชายหาดเพื่อการจอดเรือ หากพื้นที่ชายหาดด้านหน้าหดหายไป หรือถูกแทนที่ด้วยกำแพงหิน กำแพงคอนกรีต จะยิ่งส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของประชาชน จากการที่ Beach Lover ได้ติดตามการเปลี่ยนแปลงชายหาดม่วงงามหมู่ 3 มาในระดับหนึ่ง พบว่าการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่นี้เป็นแบบ “กัดเซาะชั่วคราว” หรือการเสียสมดุลของชายหาดแบบชั่วคราว […]

กำแพงๆๆ มากองรวมกันตรงนี้

Beach Lover พาชมกำแพงกันคลื่นมาแล้วหลากหลายรูปแบบในหลายพื้นที่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ครั้งนี้ขอพาชมกำแพงริมทะเล ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อกันเขตที่ดินส่วนติดทะเลของเจ้าของที่ดินเอง ณ ชายหาดหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ หัวหิน เป็นเทศบาลเมืองแห่งหนึ่งในอำเภอหัวหินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นที่ตั้งของพระราชวังไกลกังวล ศูนย์ราชการอำเภอหรือที่ว่าการอำเภอ ย่านธุรกิจประจำอำเภอหัวหิน และเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวตากอากาศที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทยและระดับโลก นอกจากนี้ เทศบาลเมืองหัวหินยังเป็นเทศบาลที่มีประชากรมากที่สุดในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และในภาคตะวันตกของประเทศไทย (https://th.wikipedia.org/wiki/เทศบาลเมืองหัวหิน) ชายหาดหัวหินเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักตากอากาศที่มีชื่อเสียงแห่งแรกของเมืองไทย ด้วยน้ำทะเลใส ทรายสะอาด บรรยากาศดี จึงเป็นที่ใฝ่ฝันและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมานาน ทุกยุคทุกสมัย โดยเป็นที่มาของ นวนิยายแและละครหลากเรือง เช่น ปริศนา รวมทั้งยังมีพระราชวังไกลกังวล สำหรับแปรพระราชฐานในฤดูร้อน โดยจุดสังเกตพิเศษ ชาดหาดจะมีเขื่อนหินซีเมนต์ซึ่งถูกก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 ก่อนการเริ่มก่อสร้างพระราชวัง ในรัชกาลที่ 5 และไม่มีถนนเลียบหาด เนื่องจากชายหาดในสมัยโบราณจำเป็นจำต้องให้มีบ้านพักของขุนนางและพระญาติ เพื่อมิให้มีผู้บุกรุกทางชาดหาดและทะเล จึงทำให้ที่ดินในปัจจุบันสามารถมีหาดติดส่วนของที่ดินได้ แต่มิใช่หาดจะเป็นสถานที่ส่วนตัว ยังถูกดูแลโดยส่วนเทศบาล โดยยังมีโรงแรมซึ่งเดิมเป็นของเชื้อพระวงศ์คือ วังจักรพงศ์ ของสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงศภูวนาถ ปัจจุบันเป็นโรงแรมฮิลตัน หัวหิน และโรงแรมรถไฟ ซึ่งเป็นโรงแรมดั้งเดิมของหัวหิน และยังมีบ้านพักตากอากาศส่วนตัว เช่น บ้านประเสริฐ บ้านสายนัดดา บ้านกิติก้อง บ้านรวมสุข บ้านกินนอน บ้านล่ำซำ บ้านสามสุข บ้านฮุนซุยโห […]

เทียบชัดๆ! หาดขั้นบันได กับ หาดทราย

จากเรื่องราวของชายหาดชะอำที่ Beach Lover ได้เคยนำเสนอไปหลายครั้งแล้ว (ค้นเรื่องราวเดิมๆ โดยใช้คำว่า “ชะอำ” ได้จาก Search icon มุมขวาบน) ครั้งนี้ ขอพาชมภาพมุมสูงของชายหาดชะอำเหนือ และ ชะอำใต้ ในช่วงเวลาเดียวกัน ให้ได้เทียบกันแบบชัดๆ หาดชะอำเหนือมีระยะทางประมาณ 2.58 กิโลเมตร ยังคงสภาพเป็นหาดทรายตามธรรมชาติ มีการใช้ถุงทราย ก้อนหิน มาป้องกันเฉพาะพื้นที่ที่ถูกกัดเซาะในบางฤดู และไม่พบการมีอยู่ของโครงสร้างป้องกันชายฝั่งขนาดใหญ่ ร่มเตียงของผู้ประกอบการสามารถวางบนชายหาดได้เลย ส่วนหาดชะอำใต้นั้น อดีตเคยเป็นหาดทรายยาว ระยะทางประมาณ 2.97 กิโลเมตร ต่อมาได้มีการสร้างกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่ดำเนินการโครงการนี้อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2563 ด้วยงบประมาณรวม 226.437 ล้านบาท ปัจจุบัน (ต.ค.2565) โครงสร้างหลักนั้นสร้างเสร็จแล้วทุกเฟส เหลือเพียงงานเก็บรายละเอียดพื้นผิวบางส่วนเท่านั้น ร่มเตียงของผู้ประกอบการต้องวางบนพื้นที่ด้านในถัดจากสันกำแพง หากเดินสำรวจตามแนวด้านในถนนจะพบว่า นักท่องเที่ยวแถบชายหาดชะอำใต้นั้นหนาแน่นน้อยกว่าฝั่งชะอำเหนือเป็นอย่างมาก ทั้งการลงเล่นน้ำ และการนั่งพักทานอาหารริมทะเล ซึ่งแตกต่างจากอดีตที่มีความคึกคักกว่านี้เป็นอย่างมาก จากภาพมุมสูง (สองภาพแรกด้านบน) ที่ถ่ายในช่วงเวลาเดียวกัน (ต่างกันไม่เกิน 1 นาที) คือเวลา […]

รั้วไม้ เป็นสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ?

ตามที่ Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของการปักรั้วไม้ดักทรายโดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง บริเวณบ่ออิฐ เขารูปช้าง จ.สงขลา ไปในโพสก่อนหน้านี้ (https://beachlover.net/กำแพงไม้-จะมาแทน-กำแพงหิน/ และ https://beachlover.net/กำแพงไม้-จะมาแทน-กำแพงหิน-ภาคต่อ/) หลังจากการปักรั้วไม้เสร็จสมบูรณ์ไปเมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2565 พบว่า กรมเจ้าท่าโดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสงขลา ได้แจ้งทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเจ้าของรั้วไม้ดักทรายว่าจะต้องขออนุญาตปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำกับกรมเจ้าท่าก่อนตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 63 (ปี พ.ศ.2537) ซึ่งออกตามความในมาตรา 117 แห่ง พรบ.การเดินเรือน่านน้ำไทย ปี พ.ศ.2456 โดยทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระบุว่ารั้วไม้ดักทรายบริเวณนี้ เป็นการนำไม้มาปักบนทรายตามรูปแบบโดยไม่มีการหล่อซีเมนต์หรือวัสดุยึดติดแบบโครงสร้างถาวร ทำจากวัสดุธรรมชาติ มีระยะเวลาการใช้งาน 3-5 ปี และเป็นการดำเนินการเร่งด่วนเพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่มีลักษณะกีดขวางการสัญจรทางน้ำ และยังเป็นการดำเนินการงานตามภารกิจ ตาม พรบ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ.2558 จึงไม่ต้องขออนุญาตกรมเจ้าท่า เมื่อสองหน่วยงาน จากสองกระทรวงมีความเห็นในข้อกฎหมายที่แตกต่างกัน จึงหารือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อให้ได้ข้อยุติว่า การปักรั้วไม้ดักทรายโดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง บริเวณบ่ออิฐ เขารูปช้าง จ.สงขลา จำเป็นต้องขออนุญาตต่อกรมเจ้าท่าหรือไม่ คณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 7 ลงความเห็นตามเอกสารระบุวันที่ 17 ตุลาคม 2565 […]

Amazing สันทรายเกาะพะงัน

สันทรายที่กล่าวถึงนี้ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี มีความยาวประมาณ 350 เมตร มีความกว้างเฉลี่ยประมาณ 17 เมตร อยู่นอกฝั่งห่างจากอ่าวในวก 190 เมตร โดยมีเกาะแตในอยู่เบื้องหน้า ทางทิศใต้ของสันทรายนี้คือท่าเทียบเรือประมง และอนุสรณ์เรือรบหลวงพะงัน “อ่าวในวก” เป็นอ่าวที่มีสภาพภูมิประเทศค่อนข้างแปลกตา เนื่องจากบริเวณสุดปลายด้านทิศใต้ของอ่าวในวกมีแนวสันทรายสีขาวละมุนยื่นยาวไกลออกไปยังท้องทะเลเบื้องหน้าแล้ววกอ้อมมาทางด้านทิศเหนือ จนทำให้อ่าวแห่งนี้มีลักษณะคล้ายกับตัวอักษร “J” ในภาษาอังกฤษ (หรือคล้ายกับ “ตะขอเบ็ดตกปลา” ตามแต่จินตนาการของแต่ละบุคคล) …..ด้วยลักษณะภูมิประเทศดังกล่าวข้างต้นนี่เองกระมัง…..ที่ทำให้อ่าวสวยแห่งนี้ได้ชื่อว่า “อ่าวในวก” (https://www.thongteaw.com/Travel_tour_content_สุราษฎร์ธานี/อ่าวในวก_อ่าววกตุ่ม_เกาะพะงัน.html) เดิมทีสันทรายแห่งนี้มิได้วางอยู่ในแนวนี้มาตั้งแต่แรก ด้วยคลื่นและกระแสน้ำส่งผลให้สันทรายเปลี่ยนรูปร่างและแนวไป เหมือนกับธรรมชาติของสันทรายอื่นๆที่ยังมีความไม่เสถียร เปลี่ยนแปลงไปตามกระบวนการทางธรรมชาติ จากการเดินสำรวจในเดือนตุลาคม สันทรายฝั่งด้านในอ่าวในวกนั้น น้ำค่อนข้างนิ่งไม่ได้รับอิทธิพลของคลื่นทะเล และไม่มีการไหลข้ามสันทรายของคลื่นและน้ำทะเลจากฝั่งด้านนอกมายังฝั่งนี้ มีเพียงการขึ้นลงของระดับน้ำทะเลเท่านั้น เราจึงพบหลักฐานเชิงเวลาของน้ำขึ้นน้ำลงที่ทิ้งร่องรอยเชิงประจักษ์ไว้บนสันทรายอย่างชัดเจนมาก เป็นความงามทางธรรมชาติที่แปลกตาจากที่อื่นๆ ส่วนด้านนอกของสันทราย ที่ได้รับอิทธิพลจากคลื่นปะทะเต็มๆ พบการปักท่อพีวีซีสีฟ้าตามภาพ โดยไม่ทราบวัตถุประสงค์และหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทรายบนสันทรายนี้ ขาว ละเอียด นวลตา สวยงามมากๆ แปลกตาไปจากทรายบริเวณหาดท้องศาลและหาดหินกองที่อยู่ถัดออกไปทางทิศเหนือและทิศใต้ ด้านในอ่าวในวก พบกำแพงกันคลื่นหลายรูปแบบ คาดเดาได้ว่าเป็นการสร้างเพื่อป้องกันพื้นที่ตัวเองของเอกชน โดยจะพบบริเวณชายหาดของอ่าวส่วนที่เลยจากสันทรายซึ่งถือเป็นปราการทางธรรมชาติไปทางทิศเหนือ

Elastocoast (อีกแล้ว) บนกำแพงกันคลื่น สงขลา

Elastocoast คือวัสดุที่ใช้เพื่อเททับแนวเขื่อนป้องกันการกัดเซาะตลิ่งแม่น้ำและทะเล ประกอบด้วยหินกรวดขนาดเล็กที่ถูกยึดติดกันด้วยโพรียูรีเทน 2 องค์ประกอบ (https://beachlover.net/elastocoast-คืออะไร/) Beach Lover เคยพาชมโครงสร้างหัวหาด (Headland) ที่ใช้ Elastocoast ณ ชายหาดชะอำ บริเวณทิศใต้ติดกับหน้าชายหาดของโรงแรม Vala โรงแรมระดับ Small Luxury Hotels ในเครือ The Regent Cha Am (https://beachlover.net/พาชมโครงสร้าง-elastocoast-ชะอำ/) กำแพงกันคลื่นแบบ Elastocoast ณ หาดกระทิงลาย จ.ชลบุรี (https://beachlover.net/elastocoast-หาดกระทิงลาย-ยังสบายดี/) และ โครงสร้างหัวหาด (Headland) ที่ใช้ Elastocoast ณ ชายหาดพัทยาเหนือ จ.ชลบุรี (https://beachlover.net/หัวหาด-elastocoast-หาดพัทยา/) วันนี้ขอพาชมโครงการของกรมเจ้าท่าที่ใช้ Elastocoast เป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบโครงการกำแพงป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณบ้านทุ่งใหญ่ ต.เขารูปช้าง หรือที่ชาวบ้านแถบนี้เรียกกันว่าริมทะเลบ่ออิฐ-เกาะแต้ว ที่เพิ่งแล้วเสร็จสมบูรณ์ไปเมื่อปลายเดือนกันยายน 2565 ด้วยระยะทาง 3,450 เมตร งบประมาณ 219,935,000 บาท Beach […]

see more…

สถานการณ์ชายฝั่งทะเล

กำแพงกันคลื่น กับ EIA

ท่ามกลางกระแสการร้องขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบนำเอาโครงสร้างป้องกันชายฝั่งประเภทกำแพงกันคลื่นกลับเข้าไปอยู่ในประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นหนึ่งในรายการของโครงสร้างชายฝั่งทะเลที่จำเป็นต้องจัดทำรายงานประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ก่อนพิจารณาใช้โครงสร้างนี้เพื่อป้องกันชายฝั่ง ตามข่าวได้จาก https://www.facebook.com/Beachforlife.BFL และ https://www.facebook.com/greensouthfoundation รวมถึงองค์กรและสื่อด้านสิ่งแวดล้อมอื่นๆ Beach Lover ซึ่งเป็น Website ที่ให้องค์ความรู้และถ่ายทอดข้อมูลสถานการณ์ชายฝั่งทะเลมาตลอดกว่า 4 ปี ขอชวนผู้ติดตามอ่านบทความกึ่งวิชาการได้จาก https://beachlover.net/กำแพงกันคลื่น-ไปต่อหรื-2/ หรือเข้าไปในหมวด “วิชาการ” และค้นหาบทความชื่อ “กำแพงกันคลื่น…ไปต่อหรือพอแค่นี้”

ระเนระนาด @ หาดนางทอง เขาหลัก

หาดนางทอง เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีความสวยงามแปลกตาจนถูกยกให้เป็นอันซีนพังงา เนื่องจากชายหาดแห่งนี้มีลักษณะพิเศษแตกต่างไปจากชายหาดอื่น ๆ เนื่องจากผืนทรายบนชายหาดนางทองเป็นสีดำละเอียด ที่พบไม่กี่แห่งในโลก ยามเมื่อน้ำทะเลลดลงต่ำสุดก็จะมองเห็นหาดทรายสีดำเป็นบริเวณกว้าง ทำให้เป็นที่กล่าวขานถึงความแปลกของหาดทรายที่นี่และขนานนามว่า “หาดทรายสีดำ” สำหรับทรายสีดำดังกล่าว คือ “แร่ดีบุก” ที่มีอยู่มากในบริเวณนี้ยาวไปตลอดแนวชายหาดของอำเภอตะกั่วป่า ซึ่งในอดีตอำเภอแห่งนี้ เคยเป็นแหล่งอุตสาหกรรมทำเหมืองแร่ริมชายฝั่งสำคัญแห่งหนึ่งของเมืองไทย ดังปรากฏอยู่ในคำขวัญของจังหวัดพังงาว่า “แร่หมื่นล้าน” ในอดีตหาดทรายแห่งนี้จะมีคลื่นซัดแร่ดีบุกขึ้นมาชาวบ้านจะตักมากองรวมกันก่อนจะนำใส่รางและล้างน้ำเพื่อแยกเอาทรายทะเลที่มีน้ำหนักเบากว่าออกให้เหลือเพียงแต่สีดำ ก่อนจะนำไปแยกเอาแร่ดีบุกออกมาขายอีกที หลังจากหมดยุคเหมืองแร่ จังหวัดพังงาก็เริ่มเข้าสู่ยุคท่องเที่ยว แต่คลื่นทะเลตามธรรมชาติก็ยังคงซัดเอาแร่ขึ้นบนชายหาดดังกล่าวอยู่เป็นระยะ และดึงกลับลงไปในทะเล สลับกันไปมาอยู่เรื่อย ๆ จนกลายเป็นหาดทรายสีดำ อันซีนพังงากับธรรมชาติแปลกตาที่มีเพียงจุดเดียว (https://mgronline.com/travel/detail/9630000104903) Beach Lover ได้เคยพาสำรวจหาดนางทองมาแล้วในอดีตช่วงพายุโนอึลซัดเข้าชายฝั่งอันดามันเมื่อ กันยายน 2563 ในเวลานั้น หาดนางทองและบริเวณใกล้เคียงมีลักษณะดังภาพ วันนี้ (24 พ.ย.2565) Beach Lover ได้พาสำรวจชายหาดด้านหลังประภาคารเขาหลัก หนึ่งในสถานที่ดึงดูดผู้คนมายังชายหาดนางทอง โดยเดินเท้าสำรวจชายหาดด้านหน้ารีสอร์ทแห่งหนึ่งระยะทางประมาณ 100 เมตร (คลิปเดินสำรวจ https://www.youtube.com/watch?v=Rugopmws9fg) พบสภาพชายหาดที่ประกอบด้วยกระสอบทรายเล็กและใหญ่ พร้อมโครงสร้างรากไม้ป่าชายเลนเทียมที่ทำจากไม้ประกอบพลาสติกและยางพารา (https://waa.inter.nstda.or.th/stks/pub/2020/20200612-17v1-C-Aoss.pdf) คาดว่าได้นำมาวางไว้เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง แต่จากสภาพที่เห็นพบว่าถูกคลื่นซัดจนพังระเนระนาด พื้นที่ด้านหน้ารีสอร์ทที่มีการวางโครงสร้างป้องกันแห่งนี้ เป็นชายหาดส่วนที่ติดต่อกับอีกรีสอร์ทหนึ่งทางทิศใต้ที่มีการสร้างกำแพงกันคลื่นแบบแนวดิ่ง (Vertical […]

โฉลกหลำ กำลังจะมีกำแพง !?

อ่าวโฉลกหลำ เป็นชายหาดด้านทิศเหนือของเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี มีความยาวตามแนวชายฝั่งประมาณ 1.4 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นอ่าวโค้งคล้ายครึ่งวงกลม มีท่าเทียบเรือประมงอยู่บริเวณเกือบๆกลางอ่าวยื่นออกไปยาวประมาณ 80 เมตรจากฝั่ง ในอดีต อ่าวโฉลกหลำเป็นสถานที่ตั้งของหมู่บ้านชาวประมงท้องถิ่นที่อาศัยอยู่บนเกาะพะงันมาอย่างยาวนาน อาชีพ หลัก คือ การทำประมง เมื่อออกเรือหาปลาหรือได้ สัตว์น้ำมาก็จะทำการแปรรูปหรือถนอมอาหารเพื่อเก็บไว้กินในครัวเรือน และส่วนที่เหลือก็จะจำหน่ายเพื่อเป็นรายได้สู่ครอบครัว (https://th.tripadvisor.com) เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนแปลงไปพร้อมๆกับการมาถึงของธุรกิจท่องเที่ยว อ่าวโฉลกหลำบางส่วนโดยเฉพาะโซนหน้าทะเลกลายเป็นที่ต้องของรีสอร์ท ร้านอาหาร ร้านกาแฟ เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยว ในเดือนมกราคม ปี 2560 ตัวแทนท้องถิ่นได้ยื่นเอกสารไปที่กรมโยธาธิการและผังเมืองเพื่อขอให้เข้ามาช่วยเหลือเรื่องน้ำทะเลกัดเซาะ หลังจากนั้น กรมโยธาธิการและผังเมืองได้จ้างบริษัทที่ปรึกษาเพื่อดำเนินการศึกษาออกแบบเพื่อก่อสร้างกำแพงกันคลื่นระยะทาง 400 เมตร ปัจจุบันงานศึกษาออกแบบและงานรับความคิดเห็นประชาชนจำนวน 2 ครั้งได้เสร็จสิ้นลงแล้ว กำลังอยู่ระหว่างการขอตั้งงบประมาณเพื่อก่อสร้าง คาดว่าน่าจะใช้ค่าก่อสร้างประมาณ 40 ล้านบาท (คำนวณจากค่าเฉลี่ยต่อเมตรของงานก่อสร้างกำแพงกันคลื่นโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองในอดีต https://beachlover.net/งบประมาณสร้างกำแพงกันคลื่น-2554-2565-โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง/) Beach Lover ได้ลงพื้นที่สำรวจภาคสนามในช่วงเดือนตุลาคม 2565 ซึ่งเป็นช่วงต้นฤดูมรสุมของทะเลแถบนี้ เฉพาะส่วนของพื้นที่โครงการที่วางแผนจะก่อสร้าง ตลอดแนวพบชายหาดทรายขาวละเอียด พบร่องรอยการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งด้วยกระสอบทรายขนาดเล็กประปราย พบกำแพงริมทะเลสร้างโดยเอกชนที่มีที่ดินประชิดหาด และไม่พบร่องรอยของชายหาดที่ถูกกัดเซาะอย่างรุนแรง นอกจากนั้นยังพบว่าเจ้าของบ้านที่ไม่มีกำแพงกันที่ดินของตนเองริมทะเล ได้ทำการปลูกแบบเรือนแบบยกใต้ถุนสูง คาดว่าเพื่อให้น้ำทะเลลอดเข้าไปใต้ถุนบ้าน […]

ลงมือแล้ว! กำแพงกันคลื่นหาดปากน้ำปราณ

ชายหาดปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีความยาวประมาณ 7.5 กิโลเมตร ต่อเนื่องจากทิศใต้ของปากน้ำปราณเรื่อยลงไปถึงหาดเขากะโหลก เป็นพื้นที่ที่ถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีรีสอร์ท ร้านอาหาร ตลอดทั้งแนว เราสามารถแบ่งหาดแถบนี้ได้เป็นสองแบบ คือโซนที่ติดกับปากน้ำปราณมีลักษณะเป็นชายหาดที่มีถนนเลียบพร้อมพื้นที่สาธารณะริมชายหาด ส่วนทางทิศใต้ติดกับเขากะโหลกเป็นรีสอร์ทประชิดชายหาดและมีถนนเล็กๆอยู่ด้านใน เรามักเรียกขานหาดทางทิศใต้นี้ว่าหาดเขากะโหลก และทางทิศเหนือว่าหาดปากน้ำปราณ ชายหาดปากน้ำปราณถูกกัดเซาะรุนแรงมากขึ้นหลังการเกิดขึ้นของเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (Jetty) (อ่านเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/jetty/) แม้ตะกอนชายฝั่งจะมีทิศทางหลักไปทางทิศเหนือก็จริง แต่ในบางฤดูกาลก็นำพาให้เกิดปัญหากัดเซาะทางทิศใต้ของปากร่องน้ำได้เช่นกัน หลังจากนั้นจึงเกิดโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทางทิศใต้ของปากร่องน้ำทั้งกำแพงกันคลื่นแบบตั้งตรง  แบบขั้นบันได  และแบบหินทิ้ง พร้อมการปรับภูมิทัศน์โดยการถมพื้นที่ลงบนชายหาดและในทะเลเพื่อเพิ่มพื้นที่สาธารณะด้านหลังกำแพง พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวริมทะเล จากทั้งท้องถิ่นและกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อยมาตั้งแต่ปี 2554, 2557 และ 2559 รวมระยะทางยาวกว่า 2.9 กิโลเมตร โดยหลังจากนั้นชายหาดปากน้ำปราณก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ชายหาดด้านหน้ากำแพงตัดลึกและชันขึ้นเนื่องจากผลกระทบของกำแพงกันคลื่น (อ่านเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/กำแพงกันคลื่น-ไปต่อหรือพอแค่นี้/ ทำให้แม้ยามน้ำลงเกือบตลอดทั้งปี ไม่สามารถลงเดินเล่นบริเวณชายหาดด้านหน้ากำแพงได้อีกเลย การลงเล่นน้ำด้านหน้ากำแพงนั้นยิ่งเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ยากยิ่งเนื่องจากมีความไม่ปลอดภัยจากคลื่นที่วิ่งเข้าปะทะกำแพงและสะท้อนกลับออกไปนอกฝั่ง และในบางฤดูกาลพบเห็นสาหร่ายสีเขียวขึ้นปกคลุมพื้นผิวของขั้นบันไดส่วนที่อยู่ประชิดน้ำ  (อ่านเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/ตื่นตาตื่นใจ-สาหร่ายสีเขียว-กำมะหยี่-หนึ่งปีมีหน-ที่ทะเลปากน้ำปราณ/)  ทำให้ลื่นไถลได้ง่าย ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ชายหาดเป็นอย่างยิ่ง ในช่วงสองปีที่ผ่านมานี้ พบว่ากำแพงกันคลื่นแบบแนวดิ่งทางด้านทิศเหนือใกล้กับปากน้ำปราณที่ดำเนินการโดยงบประมาณจังหวัดเมื่อปี 2557 ระยะทางยาว 190 เมตร เกิดความเสียหายอย่างหนัก (อ่านเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/กำแพง-ปากน้ำปราณ-เสียหาย/) รวมถึงพื้นที่ใกล้เคียงด้วย จากนั้นเทศบาลตำบลปากน้ำปราณจึงได้ร้องขอความช่วยเหลือไปที่กรมโยธาธิการและผังเมืองในปี 2561 หลังจากนั้นกรมฯจึงริเริ่มโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล […]

หาดม่วงงาม เตรียมรับมรสุมแล้ว

ชายหาดม่วงงาม หมู่ 3 ตำบลม่วงงาม อ.สิงหนคร จ.สงขลา มีประชากรกว่า 3,000 คน มีที่อยู่อาศัยตั้งเรียงรายประชิดชายฝั่งตลอดทั้งแนว ส่งผลให้ยามฤดูมรสุม พื้นที่ริมทะเลแถบนี้มักได้รับผลกระทบรุนแรงกว่าชายหาดหมู่อื่นๆของม่วงงาม Beach Lover ได้ลงพื้นที่สำรวจในวันที่ 2 พ.ย.2565 พบมีการวางกระสอบทรายขนาดเล็กเพื่อรับมือแล้วในบางตำแหน่ง แม้ว่าจะเป็นเพียงช่วงต้นมรสุมที่ยังไม่ส่งผลรุนแรงก็ตาม ฤดูมรสุมที่ชายหาดแถบนี้ได้รับผลกระทบคือมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ โดยทั่วไปจะเริ่มต้นประมาณกลางเดือนตุลาคมของทุกปี เรื่อยไปถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ หรือในบางปีอาจยาวนานกว่านั้น ลมทะเลจะแรงและพัดยาวนานกว่าฤดูอื่น ส่งผลให้คลื่นมีความสูงมากขึ้น ยิ่งรวมกับระดับน้ำทะเลในช่วงมรสุมที่จะยกตัวสูงขึ้นกว่าช่วงเวลาอื่นๆด้วยแล้ว ยิ่งทำให้คลื่นยกตัวเข้าปะทะบ้านเรือนริมชายฝั่งและส่งผลเสียหายกว่าฤดูกาลปกติ เทศบาลเมืองม่วงงามได้ดำเนินการป้องกันชายฝั่งแถบนี้ โดยแจกถุงกระสอบขนาดเล็กให้ชาวบ้านได้นำทรายใส่กระสอบมาวางด้านหน้าชายหาดเพื่อป้องกันในยามมรสุม โดยดำเนินการแบบชั่วคราวเฉพาะยามจำเป็น อย่างไรก็ตามชาวบ้านเล่าให้ Beach Lover ฟังว่า ทรายที่นำมาใส่กระสอบก็คือทรายที่อยู่บนหาดบริเวณเดียวกันนี้เอง รวมถึงไม่ได้รื้อถอนกระสอบที่เคยวางไว้ในฤดูมรสุมก่อนหน้านี้ออกไปแต่อย่างใด เนื่องจากกระสอบถูกทรายกลบไปแล้วบ้าง ฉีกขาดไปแล้วบ้าง ไม่ก็หลุดออกไปจากที่ตั้งลงทะเลไปบ้าง ด้วยวิถีชีวิตของประชาชนบริเวณนี้กว่า 80% เกี่ยวข้องกับการประมง จำเป็นต้องมีพื้นที่หน้าชายหาดเพื่อการจอดเรือ หากพื้นที่ชายหาดด้านหน้าหดหายไป หรือถูกแทนที่ด้วยกำแพงหิน กำแพงคอนกรีต จะยิ่งส่งผลกระทบต่อการประกอบอาชีพของประชาชน จากการที่ Beach Lover ได้ติดตามการเปลี่ยนแปลงชายหาดม่วงงามหมู่ 3 มาในระดับหนึ่ง พบว่าการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่นี้เป็นแบบ “กัดเซาะชั่วคราว” หรือการเสียสมดุลของชายหาดแบบชั่วคราว […]

กำแพงๆๆ มากองรวมกันตรงนี้

Beach Lover พาชมกำแพงกันคลื่นมาแล้วหลากหลายรูปแบบในหลายพื้นที่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ครั้งนี้ขอพาชมกำแพงริมทะเล ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อกันเขตที่ดินส่วนติดทะเลของเจ้าของที่ดินเอง ณ ชายหาดหัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ หัวหิน เป็นเทศบาลเมืองแห่งหนึ่งในอำเภอหัวหินจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นที่ตั้งของพระราชวังไกลกังวล ศูนย์ราชการอำเภอหรือที่ว่าการอำเภอ ย่านธุรกิจประจำอำเภอหัวหิน และเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวตากอากาศที่สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทยและระดับโลก นอกจากนี้ เทศบาลเมืองหัวหินยังเป็นเทศบาลที่มีประชากรมากที่สุดในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์และในภาคตะวันตกของประเทศไทย (https://th.wikipedia.org/wiki/เทศบาลเมืองหัวหิน) ชายหาดหัวหินเป็นแหล่งท่องเที่ยวพักตากอากาศที่มีชื่อเสียงแห่งแรกของเมืองไทย ด้วยน้ำทะเลใส ทรายสะอาด บรรยากาศดี จึงเป็นที่ใฝ่ฝันและได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวมานาน ทุกยุคทุกสมัย โดยเป็นที่มาของ นวนิยายแและละครหลากเรือง เช่น ปริศนา รวมทั้งยังมีพระราชวังไกลกังวล สำหรับแปรพระราชฐานในฤดูร้อน โดยจุดสังเกตพิเศษ ชาดหาดจะมีเขื่อนหินซีเมนต์ซึ่งถูกก่อสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2503 ก่อนการเริ่มก่อสร้างพระราชวัง ในรัชกาลที่ 5 และไม่มีถนนเลียบหาด เนื่องจากชายหาดในสมัยโบราณจำเป็นจำต้องให้มีบ้านพักของขุนนางและพระญาติ เพื่อมิให้มีผู้บุกรุกทางชาดหาดและทะเล จึงทำให้ที่ดินในปัจจุบันสามารถมีหาดติดส่วนของที่ดินได้ แต่มิใช่หาดจะเป็นสถานที่ส่วนตัว ยังถูกดูแลโดยส่วนเทศบาล โดยยังมีโรงแรมซึ่งเดิมเป็นของเชื้อพระวงศ์คือ วังจักรพงศ์ ของสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงศภูวนาถ ปัจจุบันเป็นโรงแรมฮิลตัน หัวหิน และโรงแรมรถไฟ ซึ่งเป็นโรงแรมดั้งเดิมของหัวหิน และยังมีบ้านพักตากอากาศส่วนตัว เช่น บ้านประเสริฐ บ้านสายนัดดา บ้านกิติก้อง บ้านรวมสุข บ้านกินนอน บ้านล่ำซำ บ้านสามสุข บ้านฮุนซุยโห […]

เทียบชัดๆ! หาดขั้นบันได กับ หาดทราย

จากเรื่องราวของชายหาดชะอำที่ Beach Lover ได้เคยนำเสนอไปหลายครั้งแล้ว (ค้นเรื่องราวเดิมๆ โดยใช้คำว่า “ชะอำ” ได้จาก Search icon มุมขวาบน) ครั้งนี้ ขอพาชมภาพมุมสูงของชายหาดชะอำเหนือ และ ชะอำใต้ ในช่วงเวลาเดียวกัน ให้ได้เทียบกันแบบชัดๆ หาดชะอำเหนือมีระยะทางประมาณ 2.58 กิโลเมตร ยังคงสภาพเป็นหาดทรายตามธรรมชาติ มีการใช้ถุงทราย ก้อนหิน มาป้องกันเฉพาะพื้นที่ที่ถูกกัดเซาะในบางฤดู และไม่พบการมีอยู่ของโครงสร้างป้องกันชายฝั่งขนาดใหญ่ ร่มเตียงของผู้ประกอบการสามารถวางบนชายหาดได้เลย ส่วนหาดชะอำใต้นั้น อดีตเคยเป็นหาดทรายยาว ระยะทางประมาณ 2.97 กิโลเมตร ต่อมาได้มีการสร้างกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่ดำเนินการโครงการนี้อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2563 ด้วยงบประมาณรวม 226.437 ล้านบาท ปัจจุบัน (ต.ค.2565) โครงสร้างหลักนั้นสร้างเสร็จแล้วทุกเฟส เหลือเพียงงานเก็บรายละเอียดพื้นผิวบางส่วนเท่านั้น ร่มเตียงของผู้ประกอบการต้องวางบนพื้นที่ด้านในถัดจากสันกำแพง หากเดินสำรวจตามแนวด้านในถนนจะพบว่า นักท่องเที่ยวแถบชายหาดชะอำใต้นั้นหนาแน่นน้อยกว่าฝั่งชะอำเหนือเป็นอย่างมาก ทั้งการลงเล่นน้ำ และการนั่งพักทานอาหารริมทะเล ซึ่งแตกต่างจากอดีตที่มีความคึกคักกว่านี้เป็นอย่างมาก จากภาพมุมสูง (สองภาพแรกด้านบน) ที่ถ่ายในช่วงเวลาเดียวกัน (ต่างกันไม่เกิน 1 นาที) คือเวลา […]

รั้วไม้ เป็นสิ่งล่วงล้ำลำน้ำ?

ตามที่ Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของการปักรั้วไม้ดักทรายโดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง บริเวณบ่ออิฐ เขารูปช้าง จ.สงขลา ไปในโพสก่อนหน้านี้ (https://beachlover.net/กำแพงไม้-จะมาแทน-กำแพงหิน/ และ https://beachlover.net/กำแพงไม้-จะมาแทน-กำแพงหิน-ภาคต่อ/) หลังจากการปักรั้วไม้เสร็จสมบูรณ์ไปเมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2565 พบว่า กรมเจ้าท่าโดยสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาสงขลา ได้แจ้งทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งเจ้าของรั้วไม้ดักทรายว่าจะต้องขออนุญาตปลูกสร้างสิ่งล่วงล้ำลำน้ำกับกรมเจ้าท่าก่อนตามกฎกระทรวง ฉบับที่ 63 (ปี พ.ศ.2537) ซึ่งออกตามความในมาตรา 117 แห่ง พรบ.การเดินเรือน่านน้ำไทย ปี พ.ศ.2456 โดยทางกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ระบุว่ารั้วไม้ดักทรายบริเวณนี้ เป็นการนำไม้มาปักบนทรายตามรูปแบบโดยไม่มีการหล่อซีเมนต์หรือวัสดุยึดติดแบบโครงสร้างถาวร ทำจากวัสดุธรรมชาติ มีระยะเวลาการใช้งาน 3-5 ปี และเป็นการดำเนินการเร่งด่วนเพื่อประโยชน์สาธารณะ ไม่มีลักษณะกีดขวางการสัญจรทางน้ำ และยังเป็นการดำเนินการงานตามภารกิจ ตาม พรบ.ส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ.2558 จึงไม่ต้องขออนุญาตกรมเจ้าท่า เมื่อสองหน่วยงาน จากสองกระทรวงมีความเห็นในข้อกฎหมายที่แตกต่างกัน จึงหารือสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเพื่อให้ได้ข้อยุติว่า การปักรั้วไม้ดักทรายโดยกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง บริเวณบ่ออิฐ เขารูปช้าง จ.สงขลา จำเป็นต้องขออนุญาตต่อกรมเจ้าท่าหรือไม่ คณะกรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 7 ลงความเห็นตามเอกสารระบุวันที่ 17 ตุลาคม 2565 […]

Amazing สันทรายเกาะพะงัน

สันทรายที่กล่าวถึงนี้ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะพะงัน จ.สุราษฎร์ธานี มีความยาวประมาณ 350 เมตร มีความกว้างเฉลี่ยประมาณ 17 เมตร อยู่นอกฝั่งห่างจากอ่าวในวก 190 เมตร โดยมีเกาะแตในอยู่เบื้องหน้า ทางทิศใต้ของสันทรายนี้คือท่าเทียบเรือประมง และอนุสรณ์เรือรบหลวงพะงัน “อ่าวในวก” เป็นอ่าวที่มีสภาพภูมิประเทศค่อนข้างแปลกตา เนื่องจากบริเวณสุดปลายด้านทิศใต้ของอ่าวในวกมีแนวสันทรายสีขาวละมุนยื่นยาวไกลออกไปยังท้องทะเลเบื้องหน้าแล้ววกอ้อมมาทางด้านทิศเหนือ จนทำให้อ่าวแห่งนี้มีลักษณะคล้ายกับตัวอักษร “J” ในภาษาอังกฤษ (หรือคล้ายกับ “ตะขอเบ็ดตกปลา” ตามแต่จินตนาการของแต่ละบุคคล) …..ด้วยลักษณะภูมิประเทศดังกล่าวข้างต้นนี่เองกระมัง…..ที่ทำให้อ่าวสวยแห่งนี้ได้ชื่อว่า “อ่าวในวก” (https://www.thongteaw.com/Travel_tour_content_สุราษฎร์ธานี/อ่าวในวก_อ่าววกตุ่ม_เกาะพะงัน.html) เดิมทีสันทรายแห่งนี้มิได้วางอยู่ในแนวนี้มาตั้งแต่แรก ด้วยคลื่นและกระแสน้ำส่งผลให้สันทรายเปลี่ยนรูปร่างและแนวไป เหมือนกับธรรมชาติของสันทรายอื่นๆที่ยังมีความไม่เสถียร เปลี่ยนแปลงไปตามกระบวนการทางธรรมชาติ จากการเดินสำรวจในเดือนตุลาคม สันทรายฝั่งด้านในอ่าวในวกนั้น น้ำค่อนข้างนิ่งไม่ได้รับอิทธิพลของคลื่นทะเล และไม่มีการไหลข้ามสันทรายของคลื่นและน้ำทะเลจากฝั่งด้านนอกมายังฝั่งนี้ มีเพียงการขึ้นลงของระดับน้ำทะเลเท่านั้น เราจึงพบหลักฐานเชิงเวลาของน้ำขึ้นน้ำลงที่ทิ้งร่องรอยเชิงประจักษ์ไว้บนสันทรายอย่างชัดเจนมาก เป็นความงามทางธรรมชาติที่แปลกตาจากที่อื่นๆ ส่วนด้านนอกของสันทราย ที่ได้รับอิทธิพลจากคลื่นปะทะเต็มๆ พบการปักท่อพีวีซีสีฟ้าตามภาพ โดยไม่ทราบวัตถุประสงค์และหน่วยงานที่รับผิดชอบ ทรายบนสันทรายนี้ ขาว ละเอียด นวลตา สวยงามมากๆ แปลกตาไปจากทรายบริเวณหาดท้องศาลและหาดหินกองที่อยู่ถัดออกไปทางทิศเหนือและทิศใต้ ด้านในอ่าวในวก พบกำแพงกันคลื่นหลายรูปแบบ คาดเดาได้ว่าเป็นการสร้างเพื่อป้องกันพื้นที่ตัวเองของเอกชน โดยจะพบบริเวณชายหาดของอ่าวส่วนที่เลยจากสันทรายซึ่งถือเป็นปราการทางธรรมชาติไปทางทิศเหนือ

Elastocoast (อีกแล้ว) บนกำแพงกันคลื่น สงขลา

Elastocoast คือวัสดุที่ใช้เพื่อเททับแนวเขื่อนป้องกันการกัดเซาะตลิ่งแม่น้ำและทะเล ประกอบด้วยหินกรวดขนาดเล็กที่ถูกยึดติดกันด้วยโพรียูรีเทน 2 องค์ประกอบ (https://beachlover.net/elastocoast-คืออะไร/) Beach Lover เคยพาชมโครงสร้างหัวหาด (Headland) ที่ใช้ Elastocoast ณ ชายหาดชะอำ บริเวณทิศใต้ติดกับหน้าชายหาดของโรงแรม Vala โรงแรมระดับ Small Luxury Hotels ในเครือ The Regent Cha Am (https://beachlover.net/พาชมโครงสร้าง-elastocoast-ชะอำ/) กำแพงกันคลื่นแบบ Elastocoast ณ หาดกระทิงลาย จ.ชลบุรี (https://beachlover.net/elastocoast-หาดกระทิงลาย-ยังสบายดี/) และ โครงสร้างหัวหาด (Headland) ที่ใช้ Elastocoast ณ ชายหาดพัทยาเหนือ จ.ชลบุรี (https://beachlover.net/หัวหาด-elastocoast-หาดพัทยา/) วันนี้ขอพาชมโครงการของกรมเจ้าท่าที่ใช้ Elastocoast เป็นส่วนหนึ่งขององค์ประกอบโครงการกำแพงป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณบ้านทุ่งใหญ่ ต.เขารูปช้าง หรือที่ชาวบ้านแถบนี้เรียกกันว่าริมทะเลบ่ออิฐ-เกาะแต้ว ที่เพิ่งแล้วเสร็จสมบูรณ์ไปเมื่อปลายเดือนกันยายน 2565 ด้วยระยะทาง 3,450 เมตร งบประมาณ 219,935,000 บาท Beach […]

see more…

ข่าว

คนสมุยคัดค้านกำแพงกันคลื่น

ที่มา: https://www.thairath.co.th ชาวบ้านริมชายหาดและผู้ประกอบการท่องเที่ยวบนเกาะสมุยเคลื่อนไหวคัดค้านอย่างหนัก กรณีกรมโยธาธิการและผังเมืองจะทำโครงการฟื้นฟูบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง พื้นที่หาดแม่น้ำและหาดบางมะขาม ซึ่งน่าจะเป็นโครงการนำร่องก่อนขยายไปยังหาดอื่นๆ โดยได้เปิดรับฟังความเห็น ประชาชนผู้มีส่วนได้เสียไปเมื่อวันที่ 27 ก.ย. และ 4 ต.ค.ที่ผ่านมา เสียงส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับโครงการดังกล่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าทีของกรมโยธาฯบ่งบอกชัดเจนว่าจะทำ กำแพงหรือเขื่อนคอนกรีต ซึ่งเป็นโครงสร้างแข็ง ถึงขนาดจ้างบริษัทเอกชนมาสำรวจออกแบบไว้แล้ว ชาวบ้านจึงส่งตัวแทนในนาม กลุ่มรักษ์หาดเกาะสมุยไปยื่นหนังสือถึงอธิบดีกรมโยธาฯเพื่อขอให้ยุติโครงการดังกล่าว สาเหตุที่ชาวบ้านคัดค้านการสร้างกำแพงกันคลื่นบนชายหาดเนื่องจากชายหาดเกาะสมุยมีลักษณะ เป็นอ่าวที่มีแหลมโอบล้อมอยู่ทั้ง 2 ด้าน และ มีคันแนวปะการังตลอดแนวชายฝั่ง ช่วยลดความรุนแรงของคลื่นตามธรรมชาติอยู่แล้ว ต่างกับ ชายหาดที่ทอดยาวบนแผ่นดินใหญ่ ที่มีการกัดเซาะค่อนข้างมาก และการสร้างกำแพงกันคลื่นยังเป็นสาเหตุให้หาดทรายหาย เกิดการกัดเซาะพื้นที่ด้านข้างปลายเขื่อนไปเรื่อยๆ (ส่วนใหญ่ไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวจึงไม่มีใครออกมาเรียกร้องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม) ด้วยสภาพภูมิศาสตร์แตกต่างกัน ชาวบ้านบนเกาะสมุยจึงไม่ต้องการให้เอาฐานความคิดจากหาดทรายแผ่นดินใหญ่ไปใช้กับหาดทรายตามเกาะแก่ง และด้วยลักษณะทางภูมิอากาศของเกาะสมุย มีอิทธิพลของลมที่พัดเข้าหาเกาะตลอดทั้งปี มีทั้งหมด 8 ทิศ ได้แก่ ลมตะวันออก ลมตะวันออกเฉียงใต้ (ลมตะเภา) ลมใต้ (ลมสลาตัน) ลมตะวันตกเฉียงใต้ (ลมพัดยา) ลมตะวันตก ลมตะวันตกเฉียงเหนือ (ลมพัดหลวง) ลมเหนือ (ลมว่าว) และลมตะวันออกเฉียงเหนือ (ลมอุตรา) ลมทั้ง 8 […]

ทช. ลงสำรวจพื้นที่ชายฝั่ง เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 4 พฤศจิกายน 2565 เจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 ลงสำรวจพื้นที่ชายฝั่งจังหวัดเพชรบุรีและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในพื้นที่ที่มีการนำเสนอโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ประจำปีงบประมาณ 2566 ของหน่วยงานราชการ โดยจังหวัดเพชรบุรี มีโครงการเสริมทรายเพื่อป้องกันการกัดเซาะบริเวณชายหาดชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี ระยะที่ 1 โดยกรมเจ้าท่า ส่วนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ มีโครงการที่เสนอในพื้นที่ จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ (1) โครงการฟื้นฟูบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง บริเวณตำบลสามร้อยยอด อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง (2) โครงการพัฒนาพื้นที่เฉพาะบริเวณอ่าวประจวบคีรีขันธ์ ถนนปิ่นอนุสรณ์ต่อเนื่องบริเวณกองบังคับการกองบิน 5 ตำบลเกาะหลัก อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ถึงบริเวณค่ายลูกเสือจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ตำบลประจวบคีรีขันธ์ อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง (3) โครงการก่อสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นบริเวณร่องน้ำห้วยยาง ตำบลห้วยยาง อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ โดยกรมเจ้าท่า ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมข้อมูลภาพถ่ายในอดีต ภาพถ่ายปัจจุบัน ภาพบินโดรน […]

กรมทะเลฯ สำรวจความลึกท้องน้ำ ชายฝั่งภูเก็ต

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สำรวจความลึกท้องน้ำ พื้นที่ชายฝั่งจังหวัดภูเก็ต สู่การบริหารจัดการพื้นที่ชายฝั่ง และแก้ไขปัญหาการกัดเซาะ วันที่ 29 ตุลาคม 2565 กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง โดย ส่วนธรณีวิทยาชายฝั่ง ลงพื้นที่บริเวณหาดสุรินทร์ ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต เพื่อหาความลึกท้องน้ำโดยใช้เรือสำรวจอัตโนมัติ CHC Apache 3 ด้วยระบบเครื่องรับสัญญาณดาวเทียม GNSS แบบ RTK ร่วมกับเครื่องหยั่งน้ำ Echo Sounder แบบความถี่เดียว โดยการสำรวจครั้งนี้ ครอบคลุมพื้นที่สำรวจประมาณ 18,000 ตร.ม. แบ่งแนวสำรวจออกเป็น 20 แนว ผลการสำรวจพบว่า ความลึกเฉลี่ยของพื้นท้องทะเลใกล้ฝั่งหาดสุรินทร์ห่างจากแนวชายฝั่งออกไปประมาณ 200 เมตร มีความลึกระหว่าง -2.0 ถึง -7.8 เมตร ทั้งนี้ กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งจะนำผลการสำรวจไปจัดทำแผนที่ความลึกท้องน้ำในพื้นที่หาดดังกล่าวเพื่อใช้ประโยชน์ในการจัดการชายฝั่งต่อไป

กลุ่มรักหาดสมุยร้องกรมโยธาฯให้ยุติโครงการ

ที่มา: https://www.facebook.com/DPT.PR.GO.TH วันนี้ เวลา 14.30 น. กรมโยธาธิการและผังเมือง ชี้แจงวัตถุประสงค์ “โครงการศึกษาแนวทางและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งพื้นที่อำเภอเกาะสมุย บริเวณหาดแม่น้ำและหาดบ้านบางมะขาม จังหวัดสุราษฎร์ธานี” ต่อกลุ่มรักหาดเกาะสมุย วันนี้ (25 ตุลาคม 2565) เวลา 14.30 น. อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองมอบหมายให้ นายพงษ์นรา เย็นยิ่ง รองอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง ชี้แจงวัตถุประสงค์การดำเนินโครงการศึกษาแนวทางและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณพื้นที่อำเภอเกาะสมุย จำนวน 2 พื้นที่ คือ พื้นที่ชายฝั่งทะเลหาดแม่น้ำ หมู่ที่ 1 ตำบลแม่น้ำ และพื้นที่ชายฝั่งทะเลหาดบ้านบางมะขาม หมู่ที่ 5 ตำบลอ่างทอง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกันกับกลุ่มรักหาดเกาะสมุย ซึ่งได้เดินทางมายื่นหนังสือเรียกร้องให้กรมโยธาธิการและผังเมือง ยกเลิกโครงการฯ ดังกล่าว ทั้งนี้ กรมโยธาธิการและผังเมือง ได้รับเรื่องร้องเรียนเพื่อจะไปดำเนินการพิจารณาร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป พร้อมยืนยันและให้ความมั่นใจกับกลุ่มรักหาดเกาะสมุย ว่ากรมฯ ยังไม่มีแผนที่จะก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งพื้นที่อำเภอเกาะสมุย บริเวณหาดแม่น้ำและหาดบ้านบางมะขาม จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยมี นายสมมิตร์ สมบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกรม นายสุวพงษ์ […]

หาดพัทยาพัง! รอบที่เท่าไหร่แล้ว?

ที่มา: https://web.facebook.com/STVPattaya เรื่องมันจบยาก…ฝนตกทุกครั้ง ชายหาดพัทยาพังทุกเที่ยว ชาวบ้านถามหาแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่ดีแต่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ปัญหาน้ำท่วมขัง นอกจากจะเป็นปัญหาผูกขาดที่อยู่คู่กับเมืองพัทยามาอย่างยาวนาน เรียกได้ว่าแก้ไขไม่เด็ดขาด เบ็ดเสร็จเสียที ทั้งที่ผ่านมาแม้ว่าเมืองพัทยาจะมีการตั้งงบประมาณและโครงการต่างๆเพื่อรองรับแก้ไขมาแล้วหลายครั้ง หลายรอบ หลายยุคสมัย หลายสมัยการปกครอง หมดงบประมาณไปหลายร้อยล้านบาท ทั้งโครงการแก้น้ำท่วมบนถนนสุขุมวิทซึ่งเป็นสายหลัก ตลาดนาเกลือ หนองใหญ่ ถนนเลียบทางรถไฟ เขาตาโล เขาน้อย ซอยบัวขาว ถนนพัทยาสาย 3 หรือแม้แต่ถนนพัทยาสายเลียบชายหาด และที่เด่นชัดที่สร้างภาพลักษณ์ที่เสียหายต่อการท่องเที่ยว คือการระบายน้ำฝนที่ปะปนกับน้ำเสียลงสู่ทะเล รวมและปริมาณน้ำที่หลาลงบนชายหาดพัทยา ที่กรมเจ้าท่าเป็นเจ้าภาพในการทุ่มงบประมาณ 400 กว่าล้านบาทในการเสริมทรายในระยะ 50 เมตรจากแนวฟุตบาทเพื่อเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว ด้วยพบว่ามีนัยยะของการกัดเซาะอย่างรุนแรง แต่ทุกครั้งตามข้อตกลงก่อนดำเนินการที่เมืองพัทยาตบปากรับคำว่าจะจัดทำระบบดักน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำพัดทรายไหลลงสู่ทะเล แต่ท้ายที่สุดเมื่อมีพายุฝนตกต่อเนื่องลงครั้งใด เมืองพัทยาก็ต้องประสบพบเจอกับปัญหาท่วมขังซ้ำซากแบบนี้ทุกครั้ง แม้จะตอบได้ว่าปัจจุบันมีการระบายน้ำที่รวดเร็วขึ้นก็ตาม โดทุกครั้งมัก จะมีเหตุผลที่วาเมืองพัทยาอยู่ในพื้นที่ต่ำที่ต้องรองรับมวลน้ำจากเทศบาลข้างเคียงที่มีพื้นที่สูงกว่าถึง 60 เมตร ในขณะที่ท่อระบายน้ำเดิมของเมืองพัทยาที่ใช้กันมาแต่อดีตรวมระยะทางนับพันกิโลเมตรนั้นมีขนาดความกว้างไม่เกิน 60-800 ม.ม.เท่านั้น ส่วนโครงการที่จัดทำไปก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่เป็นการจัดทำเพื่อให้มีการระบายน้ำที่รวดเร็วมากขึ้นและลดความเสียต่อทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยวให้น้อยที่สุด โดยขณะที่กำลังรอแผนแม่บทของกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่รัฐบาลมอบหมายจะให้เข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมในงบประมาณนับหมื่นล้านบาท ซึ่งยังคงตอบไม่ได้ว่าจะดำเนินการเมื่อใด ปัจจุบันสิ่งที่ทำได้อย่างเดียวก็การใช้งบประมาณในการนำกำลังคนและเครื่องจักรลงพื้นที่ชายหาดพัทยาเพื่อเกลี่ยทรายให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมโดยเร็วที่สุด เพราะเมื่อเกิดปัญหาน้ำหลากครั้งใด ก็จะมีภาพความเสียหายต่อชายหาดเกิดขึ้นเมื่อนั้น กรณีนี้มีให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตานักท่องเที่ยวออกไปทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ทั้งๆที่ปัจจุบันเมืองพัทยาได้ถูกวางให้เป็นศูนย์กลางของ […]

กรมโยธาธิการฯ จัดเวทีรับฟังชายฝั่งทะเลปะเสยะวอ

ที่มา: https://www.facebook.com/profile.php?id=100070314642518 วันนี้ (10 ตุลาคม 2565) กรมโยธาธิการฯ ดำเนินการจัดเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชนครั้งที่ 1 โครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลพร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ พื้นที่ชายฝั่งทะเลตำบลปะเสยะวอ อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี ภายใต้งานออกเเบบเเละศึกษาผลกระทบสิ่งเเวดล้อมเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ระยะที่ 4 ในเวทีรับฟังความคิดเห็นประชาชน มีประชาชนในพื้นที่ เเละนักวิชาการ เข้าร่วมเวที เเละให้ข้อห่วงกังวลต่อโครงการดังกล่าวว่า หากดำเนินการเลือกมาตรการไม่ถูกต้อง เหมาะสมอาจกระทบต่อชายฝั่งทะเลได้ในระยะยาว ในเวทีดังกล่าวนั้น เป็นการรับฟังความคิดเห็นประชาชนครั้งที่ 1 จะมีการจัดเวทีในครั้งต่อไป ในขณะที่พื้นที่เกาะสมุยก็มีการศึกษาในลักษณะเดียวกันเช่นกัน ต้องติดตามดูว่ากรมโยธาฯจะดำเนินการอย่างไรกับพื้นที่ชายหาดปะเสยะวอต่อไป

หาดพังรับฝนหนัก (อีกแล้ว)!

ที่มา: https://www.facebook.com/PattayaWatchdog หาดพังเหมือนทุกครั้ง ชายหาดพัทยา เมื่อเช้านี้ (12 ก.ย.2565) เมืองพัทยา ไม่เคยแก้ไขปัญหา น้ำฝนปนน้ำเสียกัดเซาะทรายชายหาด วางท่อระบายน้ำไป 100 ล้านบาท เกิดประโยชน์หรือไม่ นี่จะปรับปรุงภูมิทัศน์ อีก 160 ล้านบาท เริ่มตัดต้นไม้อีกแล้ว ยั่งยืนหรือย่อยยับ?

ประชุมรับฟังความเห็น แก้ไขปัญหากัดเซาะ เกาะสมุย 27ก.ย.65

ที่มา: กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมืองจัดรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ 1 โครงการฟื้นฟูบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง พื้นที่ชายฝั่งทะเลตำบลแม่น้ำ เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี ในวันที่ 27 กันยายน 2565

พาสำรวจและทำความรู้จัก หาดราชรักษ์ ทะเลปัตตานี

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๒๓ สิงหาคม ๒๕๖๕ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๙ (ปัตตานี) สำรวจและติดตามสถานภาพชายฝั่ง พื้นที่หาดราชรักษ์ ต.บ้านกลาง และ ต.บ้านน้ำบ่อ อ.ปะนาเระ จ.ปัตตานี ซึ่งอยู่ในระบบหาดแฆแฆ มีพื้นที่ชายฝั่งทะเลเป็นหาดทราย ความยาวประมาณ ๒,๗๕๐ เมตร ซึ่งหาดราชรักษ์ มีลักษณะธรณีสัณฐานชายฝั่งแบบหาดก้นอ่าว (Pocket beach) โดยทั้งสองด้านของอ่าวเป็นหาดหิน/หัวหาด (Head Land) โดยด้านทิศเหนือและทิศใต้มีลักษณะเป็นหัวหาด/หาดหิน และมีคลองพรุแฆแฆอยู่บริเวณด้านทิศใต้ของหาด ผลการสำรวจชายฝั่งส่วนใหญ่สมดุล พบร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่งระยะทางประมาณ ๗๔๐ เมตร ส่งผลกระทบทำให้เกิดการสูญเสียตะกอนทรายชายฝั่งและชายหาด ชายฝั่งมีความลาดชันเป็นหน้าผา ต้นสนล้มตายกีดขวางบนชายหาด อีกทั้งหาดราชรักษ์ ยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวชายหาดและพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจทั้งของประชาชนในพื้นที่ และพื้นที่ใกล้เคียงของ จ.ปัตตานี

see more…