Home

ข่าว

ประชุมรับฟังความคิดเห็น หาดกระทิงลาย [19 พ.ค.2565]

ที่มา: กรมโยธาธิการและผังเมือง วัตถุประสงค์ของโครงการนี้คือ (1) เพื่อศึกษาและจัดทําแผนหลักแนวทางและมาตรการการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งโดยใช้ ระบบกลุ่มหาดอย่างบูรณาการระหว่างหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นกรอบ แนวทางในการดําเนินมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาในเชิงพื้นที่ให้กับชายฝั่งที่ประสบปัญหา การกัดเซาะอย่างบูรณาการและเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง (2) เพื่อออกแบบรายละเอียด (Detail design) ตามมาตรการการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ ศึกษาที่ได้รับการคัดเลือกให้ดําเนินการแก้ไขปัญหาก่อนจํานวนอย่างน้อย 4 พื้นที่

กมธ.ที่ดินฯ รับหนังสือร้องเรียนโครงการสร้างกำแพงกันคลื่นหาดแม่รำพึง

ที่มา: https://www.facebook.com/TheReportersTH/ วันนี้ (11 พ.ค. 65) นายนิติพล ผิวเหมาะ โฆษกคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือจากนายนราวิชญ์ กิตติพงศ์ธนกิจ ตัวแทนกลุ่ม Save หาดแม่รำพึง เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีการสร้างกำแพงกันคลื่น ความยาว 966 เมตร ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่ อ.บางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังยื่นเรื่องต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อประสานกรมโยธาธิการและผังเมือง ให้เปิดเผยข้อมูลรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) ภายใน 15วัน แต่ไม่ได้รับคำตอบ นายนราวิชญ์ ระบุว่าตนเดินทางมายื่นหนังสือต่อ กมธ. ที่ดิน ฯ เพื่อขอให้ตรวจสอบ และยกเลิกโครงการสร้างกำแพงกันคลื่น ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งตนมองว่าโครงการนี้ไม่เหมาะสม เนื่องจากเหตุผลที่กรมโยธาฯ ชี้แจงเรื่องการสร้างกำแพงกันคลื่น คือการกัดเซาะของพายุปลาบึกที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงปี 2561 แต่ในปัจจุบันพายุปลาบึกได้หายไป และไม่มีการกัดเซาะเพิ่มเติมอีกแล้ว ซึ่งเป็นการกัดเซาะชั่วคราว ไม่ใช่การกัดเซาะถาวร รวมถึงพื้นที่ที่มีการกัดเซาะมีระยะทางเพียงแค่ 100 เมตร แต่โครงการการสร้างกำแพงกันคลื่นของกรมโยธาธิการ มีความยาวถึง 966 เมตร […]

ประชุมรับฟังความคิดเห็น หาดบางเสร่ [20 พ.ค.2565]

กรมเจ้าท่า ได้พิจารณาเห็นแล้วว่าสมควรสนับสนุนโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการขนส่งทางน้ํา ท่าเรือมาริน่ารองรับการท่องเที่ยว บริเวณหาดบางเสร่ อีกทั้งกรมเจ้าท่าได้รับการร้องเรียนจากประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ ชายหาดบางเสร่ในเรื่องปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง จึงเห็นสมควรที่จะดําเนินการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะในพื้นที่หาดบางเสร่ อําเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร Click ที่ Download เพื่อนำสู่เอกสารรับฟังความคืดเห็นฉบับเต็ม

เสียงสะท้อนที่หลากหลายต่อกรณีโครงการเขื่อนกันตลิ่ง หาดแม่รำพึง อ.บางสะพาน

ที่มา: https://www.opt-news.com/ โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ชายฝั่งทะเล บริเวณหาดแม่รำพึง ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ของกรมโยธาธิการและผังเมือง งบประมาณประจำปี 2564 ความยาว 900 เมตร มูลค่าการก่อสร้าง 79.94 ล้านบาท ก่อให้เกิดข้อถกเถียงกันเป็นจำนวนมากทั้งจากประชาชนในพื้นที่อำเภอบางสะพาน กลุ่มนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม กลุ่มนักอนุรักษ์ฯ ถึงความจำเป็น และ ผลดี-ผลเสีย หากมีการก่อสร้าง  จุดเริ่มต้นของโครงการฯ เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2559 โดยทาง อบต.แม่รำพึง ได้ทำหนังสือ ที่ ปข.71907/259 ถึงโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในเรื่อง ขอความอนุเคราะห์สนับสนุนงบประมาณโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ต.แม่รำพึง จำนวน 2 โครงการ คือ  1. โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง และขุดลอกริมคลองบางสะพาน ในพื้นที่ ม.8 ต.แม่รำพึง 2. โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมชายหาดแม่รำพึง ม.1 – ม.5 ต.แม่รำพึง เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนกว่า 240 ครัวเรือนตลอดแนวชายฝั่งหาดแม่รำพึง […]

กำแพงกันคลื่นทั่วไทย มีแล้วกี่จังหวัด

ที่มา: https://www.facebook.com/DXCThaiPBS/ กระแสกำแพงกันคลื่น กำลังได้รับความสนใจ หลังจากในช่วง 1-2 ปี ที่ผ่านมา เริ่มพบโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่น กระจายไปยังหลายจังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะล่าสุด ที่ปรากฎภาพกำแพงกันคลื่นตามชายหาดท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น หาดชะอำ และ หาดปราณบุรี ทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วน ไม่เห็นด้วยเนื่องจากเกรงว่า โครงสร้างวิศวกรรมป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง จะเข้าไปแทนที่หาดทราย ส่งผลต่อทัศนียภาพเดิมในอดีต ประกอบกับขณะนี้เริ่มพบปัญหากำแพงที่สร้างไปแล้วพังเสียหาย รวมถึงยังทำให้เกิดการกัดเซาะอย่างรุนแรงที่บริเวณด้านหัวและท้ายของโครงสร้าง ทำให้ต้องมีการก่อสร้างไปอย่างไม่รู้จบ นักวิชาการ ระบุว่า กำแพงกันคลื่นไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ หลายโครงการทยอยเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากในช่วงเวลาไม่ถึง 10 ปี และยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ หลังมีการประกาศเพิกถอนกำแพงกันคลื่นออกจากโครงการที่ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) โดยให้เหตุผลว่าเพื่อให้เกิดความง่ายต่อการดำเนินการของรัฐ สามารถแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งได้อย่างทันท่วงที เมื่อปี 2556 วันนี้ ศูนย์พัฒนาการสื่อสารด้านภัยพิบัติ รวบรวมข้อมูลการสำรวจโครงสร้างกำแพงกันคลื่นทั่วประเทศ ว่าปัจจุบันมีการก่อสร้างไปแล้วกี่จังหวัด และพื้นที่ไหนที่มีโครงสร้างดังกล่าวมากที่สุด ขณะเดียวกันยังชวนตั้งคำถามเกี่ยวกับความคุ้มค่าของโครงการผ่านตัวเลขงบประมาณจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่ถือเป็นหน่วยงานหลักในการก่อสร้างโครงการที่เชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งได้อย่างถาวร ซึ่งจุดนี้มีการตั้งข้อสังเกตจากนักวิชาการว่า หากกำแพงกันคลื่นสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดจริง เหตุใดตัวเลขงบประมาณจึงมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี

จากเสากินรี ถึงกำแพงกันคลื่น

ที่มา: https://www.the101.world ทุกครั้งที่ผู้เขียนเดินทางไปต่างจังหวัด มักจะเห็นสิ่งก่อสร้างหลายแห่งของทางราชการที่ใช้เงินภาษีของประชาชน สร้างเสร็จได้ไม่นาน แล้วโดนทิ้งร้าง หรือใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ คนในวงการราชการทราบดีว่า แต่ละปี การใช้งบประมาณสำหรับการก่อสร้างของหน่วยราชการ กรม กอง องค์การอิสระ ไปจนถึงองค์กรปกครองท้องถิ่น อบต. อบจ. ฯลฯ เป็นที่จับจ้องของหลายฝ่าย เนื่องด้วยงบก่อสร้างมีค่าใช้จ่ายสูง และโครงการส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ใช้ความชำนาญในการก่อสร้าง โดยบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายเล็กๆ ก็สามารถประมูลงานได้ หากเป็นโครงการขนาดเล็ก งบประมาณไม่สูง ก็จะสะดวกยิ่งขึ้น ไม่ต้องทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA (Environmental Impact Assessment) แค่เสนอโครงการขึ้นมา อ้างเหตุผลความจำเป็นในเรื่องความเดือดร้อนหรือความต้องการของชาวบ้าน และเสนองบประมาณไปตามขั้นตอน รอการอนุมัติ แต่ละปี เราจึงเห็นการจัดสรรงบประมาณ ไปลงที่ถนน ทางเดินฟุตบาท อาคารอเนกประสงค์ การสร้างฝาย และล่าสุดที่กำลังเป็นข่าวหนาหูคือ เสาไฟฟ้ากินรี เพื่อนในวงการราชการต่างจังหวัดเล่าให้ฟังว่า เหตุที่ต้องเป็นเสาไฟรูปกินรี เพราะหากแค่ก่อสร้างเป็นเสาไฟฟ้าธรรมดา ราคาประมูลค่าก่อสร้างจะไม่แพง แต่หากเป็นเสาไฟฟ้ากินรี จะถูกจัดประเภทให้เป็นงานศิลปะประเภทหนึ่ง จึงสามารถตั้งราคาประมูลงานสูงขึ้นได้ จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเห็นงานศิลปะอย่างเสาไฟฟ้ากินรีผุดขึ้นมาราวดอกเห็ด แต่เอาเข้าจริงกลับไร้ประโยชน์ เสาไฟฟ้ากินรีจึงเปรียบเสมือนยาสามัญประจำบ้านชนิดหนึ่งของคนที่อยากใช้งบประมาณ หากคิดอะไรไม่ออก นอกจากเสาไฟกินรีแล้ว ล่าสุดผู้เขียนสังเกตถึงโครงการหนึ่งของราชการที่เริ่มเป็นข่าวบ่อยขึ้นทางภาคใต้ […]

“ปดิพัทธ์” ลงพื้นที่หาดแม่รำพึง ยืนยันกำแพงกันคลื่นส่งผลเสียมากกว่าผลดี

ที่มา: https://www.facebook.com/TheReportersTH UPDATE: ‘ปดิพัทธ์’ ลงพื้นที่หาดแม่รำพึง บางสะพาน ยืนยันกำแพงกันคลื่นส่งผลเสียมากกว่าผลดี รัฐต้องรับฟังประชาชนอย่างตรงไปตรงมา เตรียมยื่นเรื่องเข้า กมธ.การมีส่วนร่วมของประชาชน ทบทวนการทำ EIA วันนี้ (14 เม.ย. 65) ปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.จังหวัดพิษณุโลก พรรคก้าวไกล ลงพื้นที่ติดตามกรณีโครงการก่อสร้างเขื่อนกันคลื่น ชายฝั่งทะเลหาดแม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมนายนราวิชญ์ กิตติพงศ์ธนกิจ กลุ่ม Saveหาดแม่รำพึงบางสะพาน หลังทางกลุ่มได้ร้องเรียนไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง สภาผู้แทนราษฎร ประดิพัทธ์ กล่าวว่า วันนี้มาพักผ่อนที่บ้านญาติ จึงแวะมารับฟังปัญหาและติดตามประเด็นช่วย ส.ส.ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัติ พรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการกัดเซาะชายฝั่ง สภาผู้แทนราษฎร รับฟังความเดือดร้อนและติดตามประเด็นดังกล่าว พร้อมระบุว่า แม้ผลการศึกษาเรื่องการแก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่งด้วยแนวกำแพงกันคลื่นยังไม่ออกมาเป็นเล่มรายงาน แต่ผลการศึกษาเบื้องต้นชี้ชัดว่าการสร้างกำแพงกันคลื่นมีผลเสียมากกว่าผลดี เป็นโครงการที่ไม่ตรงกับสภาพการณ์ของแต่ละพื้นที่ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนเพิ่มเติม มีตัวอย่างให้เห็นในหลายหาดว่าการสร้างกำแพงกันคลื่นทำให้เกิดการกัดเซาะมากขึ้นเพราะไปเปลี่ยนแปลงรูปแบบของคลื่น ที่บางสะพานมีข้อร้องเรียนเกิดขึ้น เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ไม่ได้พบว่ามีการกัดเซาะรุนแรง ความจริงการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะ มีมาตรการณ์ตั้งแต่ระดับเบาจนไปถึงการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทอช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ทำการศึกษาหาดแม่รำพึงแล้ว ว่า […]

เชิญประชุมรับฟังความคิดเห็น อ.หลังสวน ชุมพร [25 เม.ย. 2565]

ที่มา: กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมือง และสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ได้ก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทยสำหรับป้องกันทรัพย์สินของประชาชนและของราชการมิให้คลื่นกัดเซาะจมลง ในทะเล แม้ว่าการก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลจะสามารถป้องกันชายฝั่งและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาคลื่นกัดเซาะชายฝั่งได้ตามวัตถุประสงค์ แต่การดำเนินโครงการดังกล่าวในบางพื้นที่ อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ชุมชนและสังคม วัฒนธรรม อาชีพ ความปลอดภัย วิถีชีวิตของประชาชน รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงทางธรณีสัณฐานและสภาพชายหาด กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดทำ “โครงการประเมินผลและติดตามผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ระยะที่ 2” ในพื้นที่ศึกษาจำนวน 10 พื้นที่ โดยพื้นที่ชายฝั่งทะเล บริเวณตำบลบางมะพร้าว (ระยะที่1-2 และระยะที่ 3 เฉพาะ ด้านทิศใต้) อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เป็นหนึ่งในพื้นที่ศึกษาของโครงการนี้

ของฝากจาก “ปาบึก” เมื่อพายุพัดพาชายหาด ?

ที่มา: https://www.sarakadee.com/2022/04/07/pabuk/ เมื่อช่วงต้นปี ๒๕๖๒ พายุโซนร้อนปาบึก (PABUK) ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่อ่าวไทยและพัดขึ้นชายฝั่งภาคใต้ตอนล่างที่จังหวัดนครศรีธรรมราช หลายคนน่าจะยังจำเหตุการณ์ รวมถึงการรายงานข่าวพายุหมุนเขตร้อนนอกฤดูมรสุมที่รุนแรงมากที่สุดลูกหนึ่งพัดเข้าสู่เมืองไทยครั้งนั้นได้ “พายุปาบึก” มีจุดก่อตัวอยู่ในทะเลจีนใต้ ช่วงแรกๆ มีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางอยู่ในระดับพายุดีเปรสชั่น หลังจากนั้นเคลื่อนตัวมาทางทิศตะวันตก เพิ่มความเร็วลมจนกลายเป็นพายุโซนร้อน เมื่อเดินทางมาถึงชายฝั่งภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางอยู่ประมาณ ๗๕-๘๕ กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้จะยังเทียบไม่ได้กับพายุไต้ฝุ่นเกย์ หรือพายุแฮร์เรียต แต่ก็ใกล้เคียงกับความรุนแรงของพายุลินดาเมื่อปี ๒๕๔๐ นับเป็นพายุหมุนที่มีความรุนแรงมากในรอบหลายสิบปีที่พัดเข้าสู่ประเทศไทย การมาของพายุปาบึก ทำให้เกิดฝนตกอย่างหนัก และมีคลื่นสูงพัดเข้าสู่ชายฝั่ง พายุหมุนลูกนี้เคลื่อนขึ้นฝั่งที่อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๒ ส่งผลให้จังหวัดต่างๆ ไล่ตั้งแต่เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ลงไปถึงชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี ยะลา ฯลฯ เกิดฝนตกอย่างหนัก น้ำป่าไหลหลาก ต้นไม้หักโค่น มีรายงานว่าทางการต้องสั่งอพยพประชาชนกว่า ๓ หมื่นคน ใน ๖ อำเภอติดชายทะเลจังหวัดนครศรีธรรมราช สายการบินที่ให้บริการเส้นทางเกาะสมุยและจังหวัดนครศรีธรรมราชต้องยกเลิกเที่ยวบิน ผู้ให้บริการบริการเรือเฟอร์รี่และเรือโดยสารที่รับส่งผู้โดยสารตามเกาะต่างๆ หยุดให้บริการ ชาวประมงพื้นบ้านพากันนำเรือเข้ามาจอดเก็บตามร่องน้ำเพื่อความปลอดภัย […]

ติดตามสถานภาพชายฝั่ง หาดเกาะยาว นราธิวาส

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๕ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๙ (ปัตตานี) สำรวจ ติดตามสถานภาพชายฝั่ง บริเวณพื้นที่หาดเกาะยาว ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส อยู่ในระบบหาดเขาตันหยง-ตากใบ ผลการสำรวจพบว่า ลักษณะทางกายภาพชายฝั่งเป็นหาดทราย มีลักษณะธรณีสัณฐานชายฝั่งแบบลากูน (lagoon) ด้านหลังชายฝั่งและหรือสันดอนทรายพบว่ามีสภาพป่าชายเลนที่สมบูรณ์ ซึ่งเป็นทั้งแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำและแหล่งทำประมงน้ำกร่อย พร้องทั้งเป็นที่จอดเรือเพื่อหลบคลื่นลมในช่วงมรสุมของชุมชุนชายฝั่งในพื้นที่ และพื้นที่แนวชายฝั่งส่วนใหญ่บริเวณนี้ประกอบด้วยโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ได้แก่ รอดักทราย (Groin) และเขื่อนหินทิ้ง (revetment) ซึ่งไม่พบการชำรุดของโครงสร้างดังกล่าว และเขื่อนหินทิ้งบางส่วนถูกปกคลุมด้วยตะกอนทราย อีกทั้งชายหาดเกาะยาว มีการใช้ประโยชน์พื้นที่โดยรอบเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับการท่องเที่ยวชายหาด และพักผ่อนหย่อนใจทั้งของประชาชนในพื้นที่ และพื้นที่ใกล้เคียง

see more…

สถานการณ์ชายฝั่งทะเล

กำแพงไม้ จะมาแทน กำแพงหิน ?!?

Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของพื้นที่ที่มีกำแพงไม้ หรือ ที่หน่วยงานเรียกขานกันว่า “รั้วไม้ดักทราย” ไปแล้วในหลายพื้นที่ ติดตามได้จาก https://beachlover.net/ถึงคิวเกาะลิบง-กับ-หาดกำ/ และ https://beachlover.net/หาดเต่าไข่-วัดท่าไทร-ยัง/ วันนี้ขอพาชมพื้นที่ที่กำลังจะเกิดโครงการ “รั้วไม้ดักทราย” ใน จ.สงขลา ในระยะเวลาอันใกล้นี้ ได้แก่ชายหาดบริเวณเขารูปช้าง ส่วนถัดจากโครงการกำแพงกันคลื่นแบบหินเรียง (https://beachlover.net/ผลกระทบปลายกำแพงกันคลื่น-ชายฝั่งบ่ออิฐ-เกาะแต้ว/) และต่อเนื่องจากโครงการเติมทรายซึ่งอยู่ในแผนของกรมเจ้าท่าใน (งบประมาณปี 2566 มูลค่า 30 ล้านบาท) ถัดไปทางทิศเหนือของโครงการกำแพงกันคลื่นอีก 1 กิโลเมตร หรือกล่าวได้ว่า “รั้วไม้ดักทราย” จะเกิดขึ้นห่างจากตำแหน่งสิ้นสุดของกำแพงกันคลื่นแบบหินเรียงของกรมเจ้าท่าไปอีก 1 กิโลเมตร ทางทิศเหนือ จากป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ โครงการนี้ควรแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2565 แต่ปัจจุบัน ณ วันที่สำรวจ ยังไม่พบร่องรอยของการลงมือก่อสร้างแต่อย่างใด สภาพพื้นที่ทั้งหมดเป็นหาดทราย โดยมีกำแพงกันคลื่นแบบหินทิ้งแล้วตลอดทั้งแนว สันหาดค่อนข้างสูง สิ่งที่น่าตั้งคำถามคือในเมื่อพื้นที่นี้มีกำแพงแบบหินทิ้งริมฝั่งแล้ว หน่วยงานจะดำเนินการก่อสร้างรั้วไม้ดักทรายกันแบบไหน อย่างไร จะรื้อกำแพงหินออก หรือ จะปักไม้ด้านหน้ากำแพง รวมถึงจะวัดประสิทธิภาพของรั้วไม้นี้ได้อย่างไรหากมีโครงสร้างป้องกันชายฝั่งของเดิมอยู่ วัตถุประสงค์ของการก่อสร้างรั้วไม้ในพื้นที่นี้ตามจริงคือต้องการบรรเทาผลกระทบจากการกัดเซาะด้านท้ายน้ำถัดจากกำแพงกันคลื่นที่ก่อสร้างไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่รั้วไม้นี้จะป้องกันการกัดเซาะด้านท้ายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพตามที่หวังตั้งใจไว้หรือไม่ […]

เกาะคอเขา กับแผ่นดินที่หายไป

Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของเกาะคอเขา จ.พังงา ไปแล้วหลายครั้ง ติดตามบางส่วนได้จาก https://beachlover.net/jetty-ตัวแรกแห่งอันดามัน-กำล/ วันนี้ Beach Lover ได้มีโอกาสสำรวจภาคสนามพื้นที่แห่งนี้อีกครั้ง เพื่อติดตามสถานการณ์การกัดเซาะพื้นที่เกาะคอเขาบริเวณปากคลองบ้านน้ำเค็ม พบว่าพื้นที่ปากคลองทางทิศเหนือ ที่เกิดการกัดเซาะแบบผิดธรรมชาติ คือเกิดการกัดเซาะแบบเว้าแหว่งตามที่ได้อธิบายไปแล้วตามโพส https://beachlover.net/jetty-ตัวแรกแห่งอันดามัน-กำล/ มีโครงสร้างป้องกันแบบกำแพงกันคลื่น ซึ่งทางรีสอร์ทได้ดำเนินการก่อสร้างเอง เพราะต้องการปกป้องถนนซึ่งเป็นเพียงเส้นเดียวที่วิ่งเข้าสู่รีสอร์ทแห่งนี้ ส่วนของที่ดินด้านข้างของรีสอร์ท หรือด้านหน้าถนนเส้นนี้ ที่จมน้ำหายไปจำนวนหลายไร่ ทางรีสอร์ทยังมิได้ดำเนินการใดๆ เพียงแต่ขอป้องกันถนนไว้ก่อนเพื่อสัญจรเข้าออก และได้นำวัสดุจำพวกท่อซีเมนต์เทปูนมาวางเพื่อป้องกันแนวรั้วของโรงแรมเอาไว้ ด้านหน้าโรงแรมส่วนที่ใกล้มาทางปากคลอง พบความพยายามในการป้องกันแก้ไขปัญหาโดยการนำท่อซีเมนต์และแท่งคอนกรีตสี่เหลี่ยมลูกบาศก์มาวางเพื่อป้องกันคลื่น และพบว่าไม่มีชายหาดหลงเหลืออยู่เลย ด้านหน้ารีสอร์ทส่วนถัดขึ้นไปทางทิศเหนือ พบชายหาดและโครงสร้างบางส่วนของห้องพักที่วางอยู่บนชายหาด โดยพบร่องรอยการกัดเซาะอยู่ ด้านใต้โครงสร้าง ถัดไปทางทิศเหนือของห้องพัก พบโครงสร้างป้องกันชายฝั่งของรีสอร์ทที่ถูกฝังอยู่ใต้ทรายจำนวนหนึ่ง ทางผู้ดูแลได้แจ้งว่า ได้วางโครงสร้างแบบนี้ไว้เกือบตลอดทั้งแนว จะโผล่พ้นน้ำมาให้เห็นในช่วงมรสุมเท่านั้น ถัดจากรีสอร์ทขึ้นไปทางเหนือในที่ดินส่วนถัดไป พบการกัดเซาะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ชายหาดยังคงสมบูรณ์อยู่มากด้วยพืชและป่าชายหาด

ความพยายามของชาวบ้านม่วงงาม ยามมรสุม

มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือเป็นช่วงเวลาที่ชาวบ้านริมชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง ต้องรับมือกับความรุนแรงของคลื่นลมเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ตุลาคมไปจนถึงประมาณมีนาคม โดยที่ช่วงเวลาและความรุนแรงอาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละปี ชาวบ้านม่วงงามหมู่ 3 (นอกพื้นที่พิพาทคดีม่วงงาม) ก็ได้รับผลกระทบนี้เช่นเดียวกัน ผลกระทบที่รุนแรงที่สุดสำหรับมรสุมตั้งแต่ตุลาคม 2564 ถึงปัจจุบันคือเหตุการณ์ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2565 จากเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ ทำให้เทศบาลเมืองม่วงงามและชาวบ้านนำทรายมาบรรจุใส่กระสอบและช่วยกันวางเพื่อป้องกันคลื่นและน้ำไหลเข้าบ้านชาวบ้านที่อยู่ประชิดชายหาด Beach Lover ได้มีโอกาสลงสำรวจภาคสนามพื้นที่เดียวกันนี้ในช่วงเดือนมีนาคมซึ่งผ่านพ้นช่วงวิกฤตไปแล้วพบแนวกระสอบทรายหลายจุด ทั้งที่ยังอยู่ในแนวเดิมและที่โดนคลื่นซัดไปบ้าง จมทรายไปแล้วบ้าง เหตุการณ์รุนแรงนี้แม้เกิดขึ้นเพียงชั่วระยะเวลาไม่นาน แต่ส่งผลกระทบต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้ตั้งถิ่นฐานและใช้ประโยชน์บนชายหาดเป็นอย่างมาก ถือเป็นภัยพิบัติที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาแก้ไขปัญหานี้แบบเร่งด่วนฉุกเฉินเหมือนที่จัดการกับภัยพิบัติอื่นๆ อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเสนอในประเด็นนี้ได้จาก https://dxc.thaipbs.or.th/post-special/กัดเซาะชายฝั่ง-สาธารณ/ ซึ่งหากนำมาถือปฏิบัติได้จริง หน่วยงานก็ไม่จำเป็นต้องสร้างโครงสร้างที่ใหญ่โตเกินความจำเป็น ทั้งยังแก้ไขปัญหาได้อย่างไม่เท่าทันต่อสถานการณ์ ซึ่งหมายความว่าเราไม่จำเป็นต้องสร้างโครงสร้างป้องกันแบบถาวรต่อไปเรื่อยๆ สร้างเฉพาะที่จำเป็นเพื่อบรรเทาผลกระทบและรื้อถอนออกได้ยามหมดความจำเป็น ซึ่งจะเป็นการลดผลกระทบที่ถูกส่งต่อไปยังพื้นที่ข้างเคียงจากโครงสร้างป้องกันชายฝั่งแบบถาวร ถือเป็นการสมประโยชน์ทั้งรัฐเองที่ได้ทำหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชน และประชาชนเองก็ได้รับความปลอดภัยและสวัสดิภาพกลับมา น่าติดตามกันต่อไปว่า ท้องถิ่นอย่างเทศบาลเมืองม่วงงามจะจัดการกับปัญหานี้อย่างไร รวมถึงโครงสร้างการแก้ปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นอย่างการแก้ไข พรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะมีส่วนช่วยให้การแก้ไขปัญหากรณีเร่งด่วนฉุกเฉินนี้ออกมาในรูปแบบใด … ติดตามต่อไปอย่างใจเย็น

พาชม เติมทรายชายหาดจอมเทียน อีกครั้ง

Beach Lover ได้เคยพาชมโครงการเติมทรายชายหาดจอมเทียนไปแล้ว ตั้งแต่โครงการนี้เพิ่งเริ่มดำเนินการใหม่ๆ ติดตามได้จาก https://beachlover.net/ติดตามสถานการณ์เติมทรายชายหาดจอมเทียน/ ปลายเดือนมีนาคม 2565 Beach Lover ได้กลับมาติดตามการดำเนินงานของโครงการเติมทรายชายหาดจอมเทียนอีกครั้ง พบว่าดำเนินการคืบหน้าไปพอสมควร แต่ยังคงล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดไว้ สืบเนื่องจากติดปัญหาเชิงเทคนิคเรื่องของเรือที่ใช้ในการเติมทราย โครงการเติมทรายชายหาดจอมเทียนประกอบด้วย 2 ระยะ โดยการเติมทรายระยะที่ 1 นี้ มีระยะทาง 3.575 กิโลเมตร ตั้งแต่ร้านปูเป็นถึงซอยบุญย์กัญจนา งบประมาณก่อสร้าง 586.047 ล้านบาท ผูกพันตั้งแต่ปี 2563-2566 ส่วนการเติมทรายระยะที่ 2 มีความยาว 2.855 กิโลเมตร งบประมาณ 400 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่ซอยบุญย์กัญจนา ถึง พัทยาปาร์ควอเตอร์เวิลด์ โครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบันคือโครงการระยะที่ 1 โดยมีผู้รับจ้างคือ บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน) ใช้ปริมาณทรายประมาณ 710,824 ลบ.ม. จากแหล่งทรายเดียวกันกับที่เติมที่หาดพัทยาคือเกาะรางเกวียน ที่อยู่ห่างออกไปจากหาดจอมเทียนประมาณ 15 กิโลเมตร ซึ่งพบว่ามีปริมาณเพียงพอ ส่วนคุณภาพทรายที่ระดับความลึก […]

ดูราโฮลด์ ณ หาดกะรน ที่สร้างไม่จบ!

หาดกะรน ต้ังอยู่บริเวณอำเภอเมืองของจังหวัดภูเก็ต มีความยาวประมาณ 3.3 กิโลเมตร เป็นชายหาดที่ยาวที่สุดในเกาะภูเก็ต ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอย่างมาก เพราะมีหาดทรายขาวละเอียด ทัศนียภาพสวยงาม มีถนนเลียบแนวชายหาด มีต้นไม้และสันทรายชายหาดที่สมบูรณ์ ช่วยเพิ่มความสวยงามเป็นอย่างมาก ทางทิศเหนือของหาดกะรน มีการสร้างกำแพงที่เรียกเป็นภาษาเทคนิคว่า “ดูราโฮลด์” (https://commercial.unilock.com/products/a-z-products/all/durahold/?region=1) อันที่จริงแล้วมิใช่โครงสร้างที่สมควรนำมาใช้เพื่อป้องกันชายฝั่ง เนื่องจากมิได้ผ่านการออกแบบเพื่อทำหน้าที่ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง เป็นเพียงกำแพงกันดินเคลื่อนตัวเท่านั้น เราจึงมักพบเห็นโครงสร้างแบบดูราโฮลด์นี้ตามงานก่อสร้างในพื้นที่อื่นๆบนบก บนเขา มิใช่ริมทะเล กระนั้นก็ตาม มีการนำโครงสร้างกำแพงกันดินแบบดูราโฮลด์นี้มาใช้เพื่อกันคลื่นในหลายพื้นที่ ส่วนมากใช้เพื่อกันเขตพื้นที่เอกชน เนื่องจากราคาไม่แพงและก่อสร้างได้ง่าย ตัวอย่างเช่นรีสอร์ทบนเกาะยาวใหญ่ที่ Beach Lover เคยพาไปชมแล้วตาม Link นี้ https://beachlover.net/เกาะยาวใหญ่ก็มีกำแพงกันคลื่นนะ/ “ดูราโฮลด์” นี้เริ่มสร้างในช่วงปี 2561 มีวัตถุประสงค์เพื่อการปรับปรุงภูมิทัศน์และสาธารณูปโภคบริเวณหนองหาน และเป็นการป้องกันดินในพื้นที่ไหลลงสู่ทะเลโครงสร้างมีความยาวทั้งหมด 470 เมตร หลังจากเริ่มก่อสร้างไปแล้วประมาณ 280 เมตร กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้เสนอความเห็นว่าไม่ควรก่อสร้างเพราะบริเวณนี้เป็นหาดสมดุล (https://news.thaipbs.or.th/content/275856) และนำมาสู่การระงับโครงการนี้ไปในที่สุด (https://www.phuketprice.com/เบรกสร้างเขื่อนดูรา-โฮ/) Beach Lover ได้ลงพื้นที่สำรวจ “ดูราโฮลด์” นี้ในเดือนมีนาคม 2565 ยังไม่ปรากฏร่องรอยว่าคลื่นวิ่งเข้ามาปะทะ “ดูราโฮลด์” […]

แหลมหาด “The Must” แห่งเกาะยาวใหญ่

แหลมหาด เป็นหนึ่งในสถานที่เที่ยวชื่อดังอันดับต้น ของเกาะยาวใหญ่ จ.พังงา เป็นปลายแหลมเล็กๆอยู่ระหว่างเกาะยาวใหญ่และเกาะยาวน้อย เมื่อน้ำลงจะมีชายหาดทอดตัวยาวเป็นกิโลเมตร หาดทรายขาวละเอียด น้ำใส เป็น หนึ่งในสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Mechanic Resurrection 2 ทำให้ทุกคนที่มาเยือนเกาะยาวจะต้องไม่พลาดที่จะเลือกเล่นน้ำทะเลที่แหลมหาด (https://siamrath.co.th/n/181420) Beach Lover พาสำรวจแหลมหาด หรือ Sandspit (https://en.wikipedia.org/wiki/Spit_(landform)) สัณฐานชายฝั่งที่สวยงามแปลกตา แห่งเดียวทางทิศเหนือของเกาะยาวใหญ่ พบหาดทรายขาวละเอียด ฉากหลังของแหลมหาดคือเกาะยาวน้อย มีต้นมะพร้าวประปรายก่อนเดินข้ามไปยังปลายแหลมที่ยื่นยาวออกไปหลายร้อยเมตรทีเดียว แม้บนหาดจะเป็นทราย แต่ลึกลงไปห่างฝั่งไม่เกินระยะ 5-10 เมตรนั้นมีลักษณะเป็นทรายบนโคลน ทั้งสองฝั่งของปลายแหลมหาด พื้นที่ชายหาดรวมถึงพื้นที่บนเกาะยาวใหญ่ยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่มาก และยังไม่ถูกรบกวนจากการพัฒนาขนาดใหญ่และโครงสร้างทางวิศวกรรมมากนัก พบว่าเกือบทุกชายหาดยังคงความสมบูรณ์สวยงามไว้ได้อย่างลงตัวกับธรรมชาติ … หวังว่าคนบนเกาะยาวใหญ่จะยังคงรักษาเอกลักษณ์นี้ไว้ได้อย่างยาวนาน เพื่อรุ่นลูกหลานจะได้มีโอกาสเสพความเป็นธรรมชาตินี้สืบไป

เกาะยาวใหญ่ก็มีกำแพงกันคลื่นนะ!

เกาะยาวใหญ่เป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะยาว ที่แบ่งออกเป็น 2 เกาะ คือ เกาะยาวน้อย และเกาะยาวใหญ่ ตั้งอยู่ในอ่าวพังงา ติดทะเลอันดามัน ล้อมรอบไปด้วย 3 จังหวัด ภูเก็ต-พังงา-กระบี่ มีทัศนียภาพสวยงาม ทะเลสีฟ้า บรรยากาศดี เงียบสงบ เหมาะแก่การไปพักผ่อน เพราะมีความเป็นส่วนตัว โดยทั้งสองเกาะมีที่พักหลายแห่งบนเกาะ สำหรับเกาะยาวใหญ่ มีทั้งรีสอร์ทและโฮมสเตย์ของชาวบ้าน มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายที่ อาทิ พายเรือคายัคชมป่าโกงกาง 2,000 ไร่, เดินเล่นที่แหลมหาด ดูปูมดแดง, อุดหนุนเครื่องจักสานของชาวบ้าน, กินขนมบ้าบิ่น, ถ่ายรูปกับกุ้งมังกร 7 สี เป็นต้น (https://www.checkinchill.com) Beach Lover ได้เคยพาไปสำรวจชายหาดบนเกาะยาวน้อยแล้วเมื่อ เมษายน 2564 ติดตามได้จาก https://beachlover.net/พาชมชายหาด-เกาะยาวน้อย/ ครั้งนี้ Beach Lover ขอพาชมชายหาดบริเวณ หมู่ 4 ตำบลพรุใน บนฝั่งตะวันออกของเกาะยาวใหญ่ ซึ่งเป็นเพียงไม่กี่หาดบนเกาะยาวใหญ่ที่มีโครงสร้างป้องกันชายฝั่งแบบกำแพงกันคลื่น กำแพงกันคลื่นที่พบบนหาดแห่งนี้ เป็นแบบดูราโฮลด์ (https://commercial.unilock.com/products/a-z-products/all/durahold/?region=1) […]

ชมหาดสวยบนเกาะกูด

เกาะกูดเป็นเกาะที่อยู่สุดท้ายทางทิศตะวันออกของประเทศไทยในน่านน้ำทะเลตราด และมีความใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเกาะช้างในจังหวัดตราด หรือเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศ ความสนใจของเกาะกูดแห่งนี้ กลับไม่ใช่ขนาดที่ใหญ่โตแต่อย่างใด เพราะทะเลสีเทอร์ควอยซ์ของเกาะกูดนั้นคือมนต์เสน่ห์ ที่ทำให้เกาะกูดกลายเป็นสวรรค์ของคนรักทะเลที่มักเดินทางมาสัมผัสความสงบงามท่ามกลางวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวประมงบนเกาะกูดกันอยู่เสมอ (https://thai.tourismthailand.org/Attraction/เกาะกูด) ฝั่งตะวันออกของเกาะกูดมีลักษณะกายภาพเป็นหาดหิน หน้าผาหิน ส่วนหาดทรายและแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมจะตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของเกาะเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เป็นเกาะที่มีจุดชมพระอาทิตย์ตกได้อย่างสวยงามจากหลากหลายมุมมอง Beach Lover ขอพาชมชายหาดบางส่วนทางทิศใต้ฝั่งตะวันตกของเกาะ ซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้ง 7 ชายหาดดังนี้

หาดชมการกัดเซาะ @ หาดคลองเจ้า เกาะกูด

ประเทศไทยมีเกาะในทะเลกว่า 1,400 เกาะ (ไม่รวมเกาะภูเก็ต) รวมระยะทางตามแนวชายฝั่งของเกาะประมาณ 4,000 กิโลเมตร โดยปกติแล้ว ชายฝั่งบนเกาะต่างๆมักมีสภาพสมดุล โอกาสที่ต้องเผชิญกับปัญหากัดเซาะชายฝั่งมีค่อนข้างน้อย หากเกิดขึ้นมักเกิดในช่วง Extreme event หรือ ถูกแทรกแซงจากกิจกรรมของมนุษย์เป็นหลัก Beach Lover ได้ลงสำรวจภาคสนามของชายหาดรอบๆเกาะกูด จ.ตราด ไม่พบร่องรอยของการกัดเซาะชายฝั่งเลยยกเว้นบริเวณปากคลองเจ้า ณ หาดคลองเจ้า หน้า Peterpan Resort ที่พักชื่อดังของเกาะกูด จากสภาพที่เห็น พบกระสอบทรายทั้งขนาดเล็กและใหญ่ พร้อมซากต้นไม้ล้มอยู่บ้างตลอดแนวยาวประมาณ 50 เมตร ใกล้ปากคลอง ไม่แน่ใจว่าการกัดเซาะนี้เกิดขึ้นเมื่อใดแต่คาดเดาได้ว่าน่าจะมรสุมครั้งล่าสุดเพราะกระสอบทรายยังคงสภาพดีอยู่ แม้จะดูหลุดออกจากที่ตั้งเดิมไปบ้าง หากชายหาดบนเกาะที่มีความงดงามของชายหาดเป็นจุดขายหลักเกิดการกัดเซาะ หนทางรอด คือการป้องกันแบบชั่วคราวเฉพาะพื้นที่และช่วงเวลาที่จำเป็นจริงๆเท่านั้น และควรรื้อถอนออกในช่วงเวลาที่หมดความจำเป็น มิฉะนั้นชายหาดสวยงาม ที่เป็นแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวจะหมดมูลค่าลง และยากที่จะฟื้นคืนกลับสู่ความงดงามได้เหมือนเดิม

หาดสุรินทร์…หาดที่เกือบแปลงร่างเป็นขั้นบันได

หาดสุรินทร์ อยู่ใน ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง เป็นชายหาดที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของ จังหวัดภูเก็ต อยู่ระหว่างหาดกมลาและหาดบางเทา ชายหาดมีเม็ดทรายสีขาวละเอียด พร้อมกับน้ำทะเลสีคราม ปลายหาดทั้งสองด้านจะเป็นแหลมยื่นไปในทะเล เต็มไปด้วยแนวต้นมะพร้าว และมีพระอาทิตย์ตกยามเย็นสาดส่องแสงสีทองอย่างสวยงาม และด้วยบริเวณชายหาดจะมีคลื่นลมค่อนข้างแรงกำลังดี ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ยอดนิยมในการเล่นกระดานโต้คลื่น (https://travel.trueid.net/detail/mX1azM4pA4oX) จากเหตุการณ์คลื่นลมแรงในฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เมื่อ กรกฎาคม 2557 ส่งผลให้บางส่วนของชายหาดสุรินทร์เกิดการกัดเซาะ โดยบริเวณที่มีปัญหาการกัดเซาะค่อนข้างมาก คือบริเวณที่มีการทำเขื่อนกั้นและมีการนำดินมาถมจนสูง ถูกคลื่นซัดจนแนวกันคลื่นพังทลายระยะประมาณ 200-300 เมตร ขณะเดียวกันก็พบต้นไม้สนขนาดใหญ่และต้นไม้ชนิดอื่นๆ จำนวนถูกคลื่นซัดจนหักโค่นล้มลงมากองอยู่ริมหาด (https://www.bangkokbiznews.com/news/593988) เมื่อประมาณกันยายน 2557 ได้มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นริมชายหาดสุรินทร์ (https://mgronline.com/south/detail/9570000110061) ซึ่งมีที่มาจากคำร้องขอจากท้องถิ่นให้กรมโยธาธิการและผังเมืองช่วยเข้ามาแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง หลังจากนั้นก็มีการจัดประชุมกลุ่มย่อยเรื่อยมาจนถึงช่วงกลางปี 2558 โดยรูปแบบที่สรุปว่าจะก่อสร้างบนหาดแห่งนี้คือ กำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได และได้ลงนามสัญญาจัดจ้างผู้รับเหมาไปเมื่อปี 2559 หลังจากนั้นเมื่อผู้รับเหมาได้เริ่มขุดและดำเนินการนำเสาเข็มมาวางบริเวณริมชายหาด ประมาณ พฤศจิกายน 2560 ก็เกิดกระแสต่อต้านโครงการนี้ขึ้น โดยชาวบ้านบางส่วนเชื่อว่า โครงการนี้ไม่จำเป็นและจะส่งผลให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งเพิ่มมากขึ้น โดยระบุในข่าวว่า การกัดเซาะของชายหาดแห่งนี้เกิดจากการปล่อยให้นายทุนบุกรุกสร้างเขื่อนบนชายหาด ทำให้ในช่วงหน้ามรสุมคลื่นเข้ามากระแทก ทำให้ร่องน้ำ และกระแสน้ำเปลี่ยน ผลักให้คลื่นซัดมายังฝั่งที่ไม่มีเขื่อนจึงเกิดการกัดเซาะ หน่วยงานที่รับผิดชอบ คือ กรมโยธาฯ ได้มีการนำภาพปัญหาการกัดเซาะที่เกิดขึ้นไปจัดทำโครงการสร้างเขื่อนดังกล่าว […]

see more…

สถานการณ์ชายฝั่งทะเล

กำแพงไม้ จะมาแทน กำแพงหิน ?!?

Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของพื้นที่ที่มีกำแพงไม้ หรือ ที่หน่วยงานเรียกขานกันว่า “รั้วไม้ดักทราย” ไปแล้วในหลายพื้นที่ ติดตามได้จาก https://beachlover.net/ถึงคิวเกาะลิบง-กับ-หาดกำ/ และ https://beachlover.net/หาดเต่าไข่-วัดท่าไทร-ยัง/ วันนี้ขอพาชมพื้นที่ที่กำลังจะเกิดโครงการ “รั้วไม้ดักทราย” ใน จ.สงขลา ในระยะเวลาอันใกล้นี้ ได้แก่ชายหาดบริเวณเขารูปช้าง ส่วนถัดจากโครงการกำแพงกันคลื่นแบบหินเรียง (https://beachlover.net/ผลกระทบปลายกำแพงกันคลื่น-ชายฝั่งบ่ออิฐ-เกาะแต้ว/) และต่อเนื่องจากโครงการเติมทรายซึ่งอยู่ในแผนของกรมเจ้าท่าใน (งบประมาณปี 2566 มูลค่า 30 ล้านบาท) ถัดไปทางทิศเหนือของโครงการกำแพงกันคลื่นอีก 1 กิโลเมตร หรือกล่าวได้ว่า “รั้วไม้ดักทราย” จะเกิดขึ้นห่างจากตำแหน่งสิ้นสุดของกำแพงกันคลื่นแบบหินเรียงของกรมเจ้าท่าไปอีก 1 กิโลเมตร ทางทิศเหนือ จากป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ โครงการนี้ควรแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 10 เมษายน 2565 แต่ปัจจุบัน ณ วันที่สำรวจ ยังไม่พบร่องรอยของการลงมือก่อสร้างแต่อย่างใด สภาพพื้นที่ทั้งหมดเป็นหาดทราย โดยมีกำแพงกันคลื่นแบบหินทิ้งแล้วตลอดทั้งแนว สันหาดค่อนข้างสูง สิ่งที่น่าตั้งคำถามคือในเมื่อพื้นที่นี้มีกำแพงแบบหินทิ้งริมฝั่งแล้ว หน่วยงานจะดำเนินการก่อสร้างรั้วไม้ดักทรายกันแบบไหน อย่างไร จะรื้อกำแพงหินออก หรือ จะปักไม้ด้านหน้ากำแพง รวมถึงจะวัดประสิทธิภาพของรั้วไม้นี้ได้อย่างไรหากมีโครงสร้างป้องกันชายฝั่งของเดิมอยู่ วัตถุประสงค์ของการก่อสร้างรั้วไม้ในพื้นที่นี้ตามจริงคือต้องการบรรเทาผลกระทบจากการกัดเซาะด้านท้ายน้ำถัดจากกำแพงกันคลื่นที่ก่อสร้างไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่รั้วไม้นี้จะป้องกันการกัดเซาะด้านท้ายน้ำได้อย่างมีประสิทธิภาพตามที่หวังตั้งใจไว้หรือไม่ […]

เกาะคอเขา กับแผ่นดินที่หายไป

Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของเกาะคอเขา จ.พังงา ไปแล้วหลายครั้ง ติดตามบางส่วนได้จาก https://beachlover.net/jetty-ตัวแรกแห่งอันดามัน-กำล/ วันนี้ Beach Lover ได้มีโอกาสสำรวจภาคสนามพื้นที่แห่งนี้อีกครั้ง เพื่อติดตามสถานการณ์การกัดเซาะพื้นที่เกาะคอเขาบริเวณปากคลองบ้านน้ำเค็ม พบว่าพื้นที่ปากคลองทางทิศเหนือ ที่เกิดการกัดเซาะแบบผิดธรรมชาติ คือเกิดการกัดเซาะแบบเว้าแหว่งตามที่ได้อธิบายไปแล้วตามโพส https://beachlover.net/jetty-ตัวแรกแห่งอันดามัน-กำล/ มีโครงสร้างป้องกันแบบกำแพงกันคลื่น ซึ่งทางรีสอร์ทได้ดำเนินการก่อสร้างเอง เพราะต้องการปกป้องถนนซึ่งเป็นเพียงเส้นเดียวที่วิ่งเข้าสู่รีสอร์ทแห่งนี้ ส่วนของที่ดินด้านข้างของรีสอร์ท หรือด้านหน้าถนนเส้นนี้ ที่จมน้ำหายไปจำนวนหลายไร่ ทางรีสอร์ทยังมิได้ดำเนินการใดๆ เพียงแต่ขอป้องกันถนนไว้ก่อนเพื่อสัญจรเข้าออก และได้นำวัสดุจำพวกท่อซีเมนต์เทปูนมาวางเพื่อป้องกันแนวรั้วของโรงแรมเอาไว้ ด้านหน้าโรงแรมส่วนที่ใกล้มาทางปากคลอง พบความพยายามในการป้องกันแก้ไขปัญหาโดยการนำท่อซีเมนต์และแท่งคอนกรีตสี่เหลี่ยมลูกบาศก์มาวางเพื่อป้องกันคลื่น และพบว่าไม่มีชายหาดหลงเหลืออยู่เลย ด้านหน้ารีสอร์ทส่วนถัดขึ้นไปทางทิศเหนือ พบชายหาดและโครงสร้างบางส่วนของห้องพักที่วางอยู่บนชายหาด โดยพบร่องรอยการกัดเซาะอยู่ ด้านใต้โครงสร้าง ถัดไปทางทิศเหนือของห้องพัก พบโครงสร้างป้องกันชายฝั่งของรีสอร์ทที่ถูกฝังอยู่ใต้ทรายจำนวนหนึ่ง ทางผู้ดูแลได้แจ้งว่า ได้วางโครงสร้างแบบนี้ไว้เกือบตลอดทั้งแนว จะโผล่พ้นน้ำมาให้เห็นในช่วงมรสุมเท่านั้น ถัดจากรีสอร์ทขึ้นไปทางเหนือในที่ดินส่วนถัดไป พบการกัดเซาะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ชายหาดยังคงสมบูรณ์อยู่มากด้วยพืชและป่าชายหาด

ความพยายามของชาวบ้านม่วงงาม ยามมรสุม

มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือเป็นช่วงเวลาที่ชาวบ้านริมชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง ต้องรับมือกับความรุนแรงของคลื่นลมเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ตุลาคมไปจนถึงประมาณมีนาคม โดยที่ช่วงเวลาและความรุนแรงอาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละปี ชาวบ้านม่วงงามหมู่ 3 (นอกพื้นที่พิพาทคดีม่วงงาม) ก็ได้รับผลกระทบนี้เช่นเดียวกัน ผลกระทบที่รุนแรงที่สุดสำหรับมรสุมตั้งแต่ตุลาคม 2564 ถึงปัจจุบันคือเหตุการณ์ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2565 จากเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ ทำให้เทศบาลเมืองม่วงงามและชาวบ้านนำทรายมาบรรจุใส่กระสอบและช่วยกันวางเพื่อป้องกันคลื่นและน้ำไหลเข้าบ้านชาวบ้านที่อยู่ประชิดชายหาด Beach Lover ได้มีโอกาสลงสำรวจภาคสนามพื้นที่เดียวกันนี้ในช่วงเดือนมีนาคมซึ่งผ่านพ้นช่วงวิกฤตไปแล้วพบแนวกระสอบทรายหลายจุด ทั้งที่ยังอยู่ในแนวเดิมและที่โดนคลื่นซัดไปบ้าง จมทรายไปแล้วบ้าง เหตุการณ์รุนแรงนี้แม้เกิดขึ้นเพียงชั่วระยะเวลาไม่นาน แต่ส่งผลกระทบต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้ตั้งถิ่นฐานและใช้ประโยชน์บนชายหาดเป็นอย่างมาก ถือเป็นภัยพิบัติที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาแก้ไขปัญหานี้แบบเร่งด่วนฉุกเฉินเหมือนที่จัดการกับภัยพิบัติอื่นๆ อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเสนอในประเด็นนี้ได้จาก https://dxc.thaipbs.or.th/post-special/กัดเซาะชายฝั่ง-สาธารณ/ ซึ่งหากนำมาถือปฏิบัติได้จริง หน่วยงานก็ไม่จำเป็นต้องสร้างโครงสร้างที่ใหญ่โตเกินความจำเป็น ทั้งยังแก้ไขปัญหาได้อย่างไม่เท่าทันต่อสถานการณ์ ซึ่งหมายความว่าเราไม่จำเป็นต้องสร้างโครงสร้างป้องกันแบบถาวรต่อไปเรื่อยๆ สร้างเฉพาะที่จำเป็นเพื่อบรรเทาผลกระทบและรื้อถอนออกได้ยามหมดความจำเป็น ซึ่งจะเป็นการลดผลกระทบที่ถูกส่งต่อไปยังพื้นที่ข้างเคียงจากโครงสร้างป้องกันชายฝั่งแบบถาวร ถือเป็นการสมประโยชน์ทั้งรัฐเองที่ได้ทำหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชน และประชาชนเองก็ได้รับความปลอดภัยและสวัสดิภาพกลับมา น่าติดตามกันต่อไปว่า ท้องถิ่นอย่างเทศบาลเมืองม่วงงามจะจัดการกับปัญหานี้อย่างไร รวมถึงโครงสร้างการแก้ปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นอย่างการแก้ไข พรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะมีส่วนช่วยให้การแก้ไขปัญหากรณีเร่งด่วนฉุกเฉินนี้ออกมาในรูปแบบใด … ติดตามต่อไปอย่างใจเย็น

พาชม เติมทรายชายหาดจอมเทียน อีกครั้ง

Beach Lover ได้เคยพาชมโครงการเติมทรายชายหาดจอมเทียนไปแล้ว ตั้งแต่โครงการนี้เพิ่งเริ่มดำเนินการใหม่ๆ ติดตามได้จาก https://beachlover.net/ติดตามสถานการณ์เติมทรายชายหาดจอมเทียน/ ปลายเดือนมีนาคม 2565 Beach Lover ได้กลับมาติดตามการดำเนินงานของโครงการเติมทรายชายหาดจอมเทียนอีกครั้ง พบว่าดำเนินการคืบหน้าไปพอสมควร แต่ยังคงล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดไว้ สืบเนื่องจากติดปัญหาเชิงเทคนิคเรื่องของเรือที่ใช้ในการเติมทราย โครงการเติมทรายชายหาดจอมเทียนประกอบด้วย 2 ระยะ โดยการเติมทรายระยะที่ 1 นี้ มีระยะทาง 3.575 กิโลเมตร ตั้งแต่ร้านปูเป็นถึงซอยบุญย์กัญจนา งบประมาณก่อสร้าง 586.047 ล้านบาท ผูกพันตั้งแต่ปี 2563-2566 ส่วนการเติมทรายระยะที่ 2 มีความยาว 2.855 กิโลเมตร งบประมาณ 400 ล้านบาท เริ่มตั้งแต่ซอยบุญย์กัญจนา ถึง พัทยาปาร์ควอเตอร์เวิลด์ โครงการที่กำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบันคือโครงการระยะที่ 1 โดยมีผู้รับจ้างคือ บริษัทอิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน) ใช้ปริมาณทรายประมาณ 710,824 ลบ.ม. จากแหล่งทรายเดียวกันกับที่เติมที่หาดพัทยาคือเกาะรางเกวียน ที่อยู่ห่างออกไปจากหาดจอมเทียนประมาณ 15 กิโลเมตร ซึ่งพบว่ามีปริมาณเพียงพอ ส่วนคุณภาพทรายที่ระดับความลึก […]

ดูราโฮลด์ ณ หาดกะรน ที่สร้างไม่จบ!

หาดกะรน ต้ังอยู่บริเวณอำเภอเมืองของจังหวัดภูเก็ต มีความยาวประมาณ 3.3 กิโลเมตร เป็นชายหาดที่ยาวที่สุดในเกาะภูเก็ต ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอย่างมาก เพราะมีหาดทรายขาวละเอียด ทัศนียภาพสวยงาม มีถนนเลียบแนวชายหาด มีต้นไม้และสันทรายชายหาดที่สมบูรณ์ ช่วยเพิ่มความสวยงามเป็นอย่างมาก ทางทิศเหนือของหาดกะรน มีการสร้างกำแพงที่เรียกเป็นภาษาเทคนิคว่า “ดูราโฮลด์” (https://commercial.unilock.com/products/a-z-products/all/durahold/?region=1) อันที่จริงแล้วมิใช่โครงสร้างที่สมควรนำมาใช้เพื่อป้องกันชายฝั่ง เนื่องจากมิได้ผ่านการออกแบบเพื่อทำหน้าที่ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง เป็นเพียงกำแพงกันดินเคลื่อนตัวเท่านั้น เราจึงมักพบเห็นโครงสร้างแบบดูราโฮลด์นี้ตามงานก่อสร้างในพื้นที่อื่นๆบนบก บนเขา มิใช่ริมทะเล กระนั้นก็ตาม มีการนำโครงสร้างกำแพงกันดินแบบดูราโฮลด์นี้มาใช้เพื่อกันคลื่นในหลายพื้นที่ ส่วนมากใช้เพื่อกันเขตพื้นที่เอกชน เนื่องจากราคาไม่แพงและก่อสร้างได้ง่าย ตัวอย่างเช่นรีสอร์ทบนเกาะยาวใหญ่ที่ Beach Lover เคยพาไปชมแล้วตาม Link นี้ https://beachlover.net/เกาะยาวใหญ่ก็มีกำแพงกันคลื่นนะ/ “ดูราโฮลด์” นี้เริ่มสร้างในช่วงปี 2561 มีวัตถุประสงค์เพื่อการปรับปรุงภูมิทัศน์และสาธารณูปโภคบริเวณหนองหาน และเป็นการป้องกันดินในพื้นที่ไหลลงสู่ทะเลโครงสร้างมีความยาวทั้งหมด 470 เมตร หลังจากเริ่มก่อสร้างไปแล้วประมาณ 280 เมตร กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งได้เสนอความเห็นว่าไม่ควรก่อสร้างเพราะบริเวณนี้เป็นหาดสมดุล (https://news.thaipbs.or.th/content/275856) และนำมาสู่การระงับโครงการนี้ไปในที่สุด (https://www.phuketprice.com/เบรกสร้างเขื่อนดูรา-โฮ/) Beach Lover ได้ลงพื้นที่สำรวจ “ดูราโฮลด์” นี้ในเดือนมีนาคม 2565 ยังไม่ปรากฏร่องรอยว่าคลื่นวิ่งเข้ามาปะทะ “ดูราโฮลด์” […]

แหลมหาด “The Must” แห่งเกาะยาวใหญ่

แหลมหาด เป็นหนึ่งในสถานที่เที่ยวชื่อดังอันดับต้น ของเกาะยาวใหญ่ จ.พังงา เป็นปลายแหลมเล็กๆอยู่ระหว่างเกาะยาวใหญ่และเกาะยาวน้อย เมื่อน้ำลงจะมีชายหาดทอดตัวยาวเป็นกิโลเมตร หาดทรายขาวละเอียด น้ำใส เป็น หนึ่งในสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่อง The Mechanic Resurrection 2 ทำให้ทุกคนที่มาเยือนเกาะยาวจะต้องไม่พลาดที่จะเลือกเล่นน้ำทะเลที่แหลมหาด (https://siamrath.co.th/n/181420) Beach Lover พาสำรวจแหลมหาด หรือ Sandspit (https://en.wikipedia.org/wiki/Spit_(landform)) สัณฐานชายฝั่งที่สวยงามแปลกตา แห่งเดียวทางทิศเหนือของเกาะยาวใหญ่ พบหาดทรายขาวละเอียด ฉากหลังของแหลมหาดคือเกาะยาวน้อย มีต้นมะพร้าวประปรายก่อนเดินข้ามไปยังปลายแหลมที่ยื่นยาวออกไปหลายร้อยเมตรทีเดียว แม้บนหาดจะเป็นทราย แต่ลึกลงไปห่างฝั่งไม่เกินระยะ 5-10 เมตรนั้นมีลักษณะเป็นทรายบนโคลน ทั้งสองฝั่งของปลายแหลมหาด พื้นที่ชายหาดรวมถึงพื้นที่บนเกาะยาวใหญ่ยังคงความเป็นธรรมชาติอยู่มาก และยังไม่ถูกรบกวนจากการพัฒนาขนาดใหญ่และโครงสร้างทางวิศวกรรมมากนัก พบว่าเกือบทุกชายหาดยังคงความสมบูรณ์สวยงามไว้ได้อย่างลงตัวกับธรรมชาติ … หวังว่าคนบนเกาะยาวใหญ่จะยังคงรักษาเอกลักษณ์นี้ไว้ได้อย่างยาวนาน เพื่อรุ่นลูกหลานจะได้มีโอกาสเสพความเป็นธรรมชาตินี้สืบไป

เกาะยาวใหญ่ก็มีกำแพงกันคลื่นนะ!

เกาะยาวใหญ่เป็นส่วนหนึ่งของหมู่เกาะยาว ที่แบ่งออกเป็น 2 เกาะ คือ เกาะยาวน้อย และเกาะยาวใหญ่ ตั้งอยู่ในอ่าวพังงา ติดทะเลอันดามัน ล้อมรอบไปด้วย 3 จังหวัด ภูเก็ต-พังงา-กระบี่ มีทัศนียภาพสวยงาม ทะเลสีฟ้า บรรยากาศดี เงียบสงบ เหมาะแก่การไปพักผ่อน เพราะมีความเป็นส่วนตัว โดยทั้งสองเกาะมีที่พักหลายแห่งบนเกาะ สำหรับเกาะยาวใหญ่ มีทั้งรีสอร์ทและโฮมสเตย์ของชาวบ้าน มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายที่ อาทิ พายเรือคายัคชมป่าโกงกาง 2,000 ไร่, เดินเล่นที่แหลมหาด ดูปูมดแดง, อุดหนุนเครื่องจักสานของชาวบ้าน, กินขนมบ้าบิ่น, ถ่ายรูปกับกุ้งมังกร 7 สี เป็นต้น (https://www.checkinchill.com) Beach Lover ได้เคยพาไปสำรวจชายหาดบนเกาะยาวน้อยแล้วเมื่อ เมษายน 2564 ติดตามได้จาก https://beachlover.net/พาชมชายหาด-เกาะยาวน้อย/ ครั้งนี้ Beach Lover ขอพาชมชายหาดบริเวณ หมู่ 4 ตำบลพรุใน บนฝั่งตะวันออกของเกาะยาวใหญ่ ซึ่งเป็นเพียงไม่กี่หาดบนเกาะยาวใหญ่ที่มีโครงสร้างป้องกันชายฝั่งแบบกำแพงกันคลื่น กำแพงกันคลื่นที่พบบนหาดแห่งนี้ เป็นแบบดูราโฮลด์ (https://commercial.unilock.com/products/a-z-products/all/durahold/?region=1) […]

ชมหาดสวยบนเกาะกูด

เกาะกูดเป็นเกาะที่อยู่สุดท้ายทางทิศตะวันออกของประเทศไทยในน่านน้ำทะเลตราด และมีความใหญ่เป็นอันดับ 2 รองจากเกาะช้างในจังหวัดตราด หรือเป็นเกาะที่ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของประเทศ ความสนใจของเกาะกูดแห่งนี้ กลับไม่ใช่ขนาดที่ใหญ่โตแต่อย่างใด เพราะทะเลสีเทอร์ควอยซ์ของเกาะกูดนั้นคือมนต์เสน่ห์ ที่ทำให้เกาะกูดกลายเป็นสวรรค์ของคนรักทะเลที่มักเดินทางมาสัมผัสความสงบงามท่ามกลางวิถีชีวิตเรียบง่ายของชาวประมงบนเกาะกูดกันอยู่เสมอ (https://thai.tourismthailand.org/Attraction/เกาะกูด) ฝั่งตะวันออกของเกาะกูดมีลักษณะกายภาพเป็นหาดหิน หน้าผาหิน ส่วนหาดทรายและแหล่งท่องเที่ยวที่เป็นที่นิยมจะตั้งอยู่ฝั่งตะวันตกของเกาะเป็นส่วนใหญ่ ทำให้เป็นเกาะที่มีจุดชมพระอาทิตย์ตกได้อย่างสวยงามจากหลากหลายมุมมอง Beach Lover ขอพาชมชายหาดบางส่วนทางทิศใต้ฝั่งตะวันตกของเกาะ ซึ่งเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวทั้ง 7 ชายหาดดังนี้

หาดชมการกัดเซาะ @ หาดคลองเจ้า เกาะกูด

ประเทศไทยมีเกาะในทะเลกว่า 1,400 เกาะ (ไม่รวมเกาะภูเก็ต) รวมระยะทางตามแนวชายฝั่งของเกาะประมาณ 4,000 กิโลเมตร โดยปกติแล้ว ชายฝั่งบนเกาะต่างๆมักมีสภาพสมดุล โอกาสที่ต้องเผชิญกับปัญหากัดเซาะชายฝั่งมีค่อนข้างน้อย หากเกิดขึ้นมักเกิดในช่วง Extreme event หรือ ถูกแทรกแซงจากกิจกรรมของมนุษย์เป็นหลัก Beach Lover ได้ลงสำรวจภาคสนามของชายหาดรอบๆเกาะกูด จ.ตราด ไม่พบร่องรอยของการกัดเซาะชายฝั่งเลยยกเว้นบริเวณปากคลองเจ้า ณ หาดคลองเจ้า หน้า Peterpan Resort ที่พักชื่อดังของเกาะกูด จากสภาพที่เห็น พบกระสอบทรายทั้งขนาดเล็กและใหญ่ พร้อมซากต้นไม้ล้มอยู่บ้างตลอดแนวยาวประมาณ 50 เมตร ใกล้ปากคลอง ไม่แน่ใจว่าการกัดเซาะนี้เกิดขึ้นเมื่อใดแต่คาดเดาได้ว่าน่าจะมรสุมครั้งล่าสุดเพราะกระสอบทรายยังคงสภาพดีอยู่ แม้จะดูหลุดออกจากที่ตั้งเดิมไปบ้าง หากชายหาดบนเกาะที่มีความงดงามของชายหาดเป็นจุดขายหลักเกิดการกัดเซาะ หนทางรอด คือการป้องกันแบบชั่วคราวเฉพาะพื้นที่และช่วงเวลาที่จำเป็นจริงๆเท่านั้น และควรรื้อถอนออกในช่วงเวลาที่หมดความจำเป็น มิฉะนั้นชายหาดสวยงาม ที่เป็นแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวจะหมดมูลค่าลง และยากที่จะฟื้นคืนกลับสู่ความงดงามได้เหมือนเดิม

หาดสุรินทร์…หาดที่เกือบแปลงร่างเป็นขั้นบันได

หาดสุรินทร์ อยู่ใน ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง เป็นชายหาดที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของ จังหวัดภูเก็ต อยู่ระหว่างหาดกมลาและหาดบางเทา ชายหาดมีเม็ดทรายสีขาวละเอียด พร้อมกับน้ำทะเลสีคราม ปลายหาดทั้งสองด้านจะเป็นแหลมยื่นไปในทะเล เต็มไปด้วยแนวต้นมะพร้าว และมีพระอาทิตย์ตกยามเย็นสาดส่องแสงสีทองอย่างสวยงาม และด้วยบริเวณชายหาดจะมีคลื่นลมค่อนข้างแรงกำลังดี ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ยอดนิยมในการเล่นกระดานโต้คลื่น (https://travel.trueid.net/detail/mX1azM4pA4oX) จากเหตุการณ์คลื่นลมแรงในฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เมื่อ กรกฎาคม 2557 ส่งผลให้บางส่วนของชายหาดสุรินทร์เกิดการกัดเซาะ โดยบริเวณที่มีปัญหาการกัดเซาะค่อนข้างมาก คือบริเวณที่มีการทำเขื่อนกั้นและมีการนำดินมาถมจนสูง ถูกคลื่นซัดจนแนวกันคลื่นพังทลายระยะประมาณ 200-300 เมตร ขณะเดียวกันก็พบต้นไม้สนขนาดใหญ่และต้นไม้ชนิดอื่นๆ จำนวนถูกคลื่นซัดจนหักโค่นล้มลงมากองอยู่ริมหาด (https://www.bangkokbiznews.com/news/593988) เมื่อประมาณกันยายน 2557 ได้มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นริมชายหาดสุรินทร์ (https://mgronline.com/south/detail/9570000110061) ซึ่งมีที่มาจากคำร้องขอจากท้องถิ่นให้กรมโยธาธิการและผังเมืองช่วยเข้ามาแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง หลังจากนั้นก็มีการจัดประชุมกลุ่มย่อยเรื่อยมาจนถึงช่วงกลางปี 2558 โดยรูปแบบที่สรุปว่าจะก่อสร้างบนหาดแห่งนี้คือ กำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได และได้ลงนามสัญญาจัดจ้างผู้รับเหมาไปเมื่อปี 2559 หลังจากนั้นเมื่อผู้รับเหมาได้เริ่มขุดและดำเนินการนำเสาเข็มมาวางบริเวณริมชายหาด ประมาณ พฤศจิกายน 2560 ก็เกิดกระแสต่อต้านโครงการนี้ขึ้น โดยชาวบ้านบางส่วนเชื่อว่า โครงการนี้ไม่จำเป็นและจะส่งผลให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งเพิ่มมากขึ้น โดยระบุในข่าวว่า การกัดเซาะของชายหาดแห่งนี้เกิดจากการปล่อยให้นายทุนบุกรุกสร้างเขื่อนบนชายหาด ทำให้ในช่วงหน้ามรสุมคลื่นเข้ามากระแทก ทำให้ร่องน้ำ และกระแสน้ำเปลี่ยน ผลักให้คลื่นซัดมายังฝั่งที่ไม่มีเขื่อนจึงเกิดการกัดเซาะ หน่วยงานที่รับผิดชอบ คือ กรมโยธาฯ ได้มีการนำภาพปัญหาการกัดเซาะที่เกิดขึ้นไปจัดทำโครงการสร้างเขื่อนดังกล่าว […]

see more…

ข่าว

ประชุมรับฟังความคิดเห็น หาดกระทิงลาย [19 พ.ค.2565]

ที่มา: กรมโยธาธิการและผังเมือง วัตถุประสงค์ของโครงการนี้คือ (1) เพื่อศึกษาและจัดทําแผนหลักแนวทางและมาตรการการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งโดยใช้ ระบบกลุ่มหาดอย่างบูรณาการระหว่างหน่วยงานทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นกรอบ แนวทางในการดําเนินมาตรการป้องกันแก้ไขปัญหาในเชิงพื้นที่ให้กับชายฝั่งที่ประสบปัญหา การกัดเซาะอย่างบูรณาการและเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างแท้จริง (2) เพื่อออกแบบรายละเอียด (Detail design) ตามมาตรการการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ ศึกษาที่ได้รับการคัดเลือกให้ดําเนินการแก้ไขปัญหาก่อนจํานวนอย่างน้อย 4 พื้นที่

กมธ.ที่ดินฯ รับหนังสือร้องเรียนโครงการสร้างกำแพงกันคลื่นหาดแม่รำพึง

ที่มา: https://www.facebook.com/TheReportersTH/ วันนี้ (11 พ.ค. 65) นายนิติพล ผิวเหมาะ โฆษกคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร รับหนังสือจากนายนราวิชญ์ กิตติพงศ์ธนกิจ ตัวแทนกลุ่ม Save หาดแม่รำพึง เพื่อขอให้ตรวจสอบกรณีการสร้างกำแพงกันคลื่น ความยาว 966 เมตร ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่ อ.บางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังยื่นเรื่องต่อศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อประสานกรมโยธาธิการและผังเมือง ให้เปิดเผยข้อมูลรายงานการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) ภายใน 15วัน แต่ไม่ได้รับคำตอบ นายนราวิชญ์ ระบุว่าตนเดินทางมายื่นหนังสือต่อ กมธ. ที่ดิน ฯ เพื่อขอให้ตรวจสอบ และยกเลิกโครงการสร้างกำแพงกันคลื่น ของกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งตนมองว่าโครงการนี้ไม่เหมาะสม เนื่องจากเหตุผลที่กรมโยธาฯ ชี้แจงเรื่องการสร้างกำแพงกันคลื่น คือการกัดเซาะของพายุปลาบึกที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงปี 2561 แต่ในปัจจุบันพายุปลาบึกได้หายไป และไม่มีการกัดเซาะเพิ่มเติมอีกแล้ว ซึ่งเป็นการกัดเซาะชั่วคราว ไม่ใช่การกัดเซาะถาวร รวมถึงพื้นที่ที่มีการกัดเซาะมีระยะทางเพียงแค่ 100 เมตร แต่โครงการการสร้างกำแพงกันคลื่นของกรมโยธาธิการ มีความยาวถึง 966 เมตร […]

ประชุมรับฟังความคิดเห็น หาดบางเสร่ [20 พ.ค.2565]

กรมเจ้าท่า ได้พิจารณาเห็นแล้วว่าสมควรสนับสนุนโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) โดยการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อการขนส่งทางน้ํา ท่าเรือมาริน่ารองรับการท่องเที่ยว บริเวณหาดบางเสร่ อีกทั้งกรมเจ้าท่าได้รับการร้องเรียนจากประชาชนและผู้ประกอบการในพื้นที่ ชายหาดบางเสร่ในเรื่องปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง จึงเห็นสมควรที่จะดําเนินการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะในพื้นที่หาดบางเสร่ อําเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ระยะทางประมาณ 1.5 กิโลเมตร Click ที่ Download เพื่อนำสู่เอกสารรับฟังความคืดเห็นฉบับเต็ม

เสียงสะท้อนที่หลากหลายต่อกรณีโครงการเขื่อนกันตลิ่ง หาดแม่รำพึง อ.บางสะพาน

ที่มา: https://www.opt-news.com/ โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ชายฝั่งทะเล บริเวณหาดแม่รำพึง ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ของกรมโยธาธิการและผังเมือง งบประมาณประจำปี 2564 ความยาว 900 เมตร มูลค่าการก่อสร้าง 79.94 ล้านบาท ก่อให้เกิดข้อถกเถียงกันเป็นจำนวนมากทั้งจากประชาชนในพื้นที่อำเภอบางสะพาน กลุ่มนักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม กลุ่มนักอนุรักษ์ฯ ถึงความจำเป็น และ ผลดี-ผลเสีย หากมีการก่อสร้าง  จุดเริ่มต้นของโครงการฯ เกิดขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2559 โดยทาง อบต.แม่รำพึง ได้ทำหนังสือ ที่ ปข.71907/259 ถึงโยธาธิการและผังเมือง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในเรื่อง ขอความอนุเคราะห์สนับสนุนงบประมาณโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง ต.แม่รำพึง จำนวน 2 โครงการ คือ  1. โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง และขุดลอกริมคลองบางสะพาน ในพื้นที่ ม.8 ต.แม่รำพึง 2. โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมชายหาดแม่รำพึง ม.1 – ม.5 ต.แม่รำพึง เพื่อบรรเทาปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนกว่า 240 ครัวเรือนตลอดแนวชายฝั่งหาดแม่รำพึง […]

กำแพงกันคลื่นทั่วไทย มีแล้วกี่จังหวัด

ที่มา: https://www.facebook.com/DXCThaiPBS/ กระแสกำแพงกันคลื่น กำลังได้รับความสนใจ หลังจากในช่วง 1-2 ปี ที่ผ่านมา เริ่มพบโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่น กระจายไปยังหลายจังหวัดทั่วประเทศ โดยเฉพาะล่าสุด ที่ปรากฎภาพกำแพงกันคลื่นตามชายหาดท่องเที่ยวที่สำคัญ เช่น หาดชะอำ และ หาดปราณบุรี ทำให้นักท่องเที่ยวบางส่วน ไม่เห็นด้วยเนื่องจากเกรงว่า โครงสร้างวิศวกรรมป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง จะเข้าไปแทนที่หาดทราย ส่งผลต่อทัศนียภาพเดิมในอดีต ประกอบกับขณะนี้เริ่มพบปัญหากำแพงที่สร้างไปแล้วพังเสียหาย รวมถึงยังทำให้เกิดการกัดเซาะอย่างรุนแรงที่บริเวณด้านหัวและท้ายของโครงสร้าง ทำให้ต้องมีการก่อสร้างไปอย่างไม่รู้จบ นักวิชาการ ระบุว่า กำแพงกันคลื่นไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้น ๆ หลายโครงการทยอยเกิดขึ้นเป็นจำนวนมากในช่วงเวลาไม่ถึง 10 ปี และยิ่งเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ หลังมีการประกาศเพิกถอนกำแพงกันคลื่นออกจากโครงการที่ต้องจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม(EIA) โดยให้เหตุผลว่าเพื่อให้เกิดความง่ายต่อการดำเนินการของรัฐ สามารถแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งได้อย่างทันท่วงที เมื่อปี 2556 วันนี้ ศูนย์พัฒนาการสื่อสารด้านภัยพิบัติ รวบรวมข้อมูลการสำรวจโครงสร้างกำแพงกันคลื่นทั่วประเทศ ว่าปัจจุบันมีการก่อสร้างไปแล้วกี่จังหวัด และพื้นที่ไหนที่มีโครงสร้างดังกล่าวมากที่สุด ขณะเดียวกันยังชวนตั้งคำถามเกี่ยวกับความคุ้มค่าของโครงการผ่านตัวเลขงบประมาณจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่ถือเป็นหน่วยงานหลักในการก่อสร้างโครงการที่เชื่อว่าจะสามารถแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งได้อย่างถาวร ซึ่งจุดนี้มีการตั้งข้อสังเกตจากนักวิชาการว่า หากกำแพงกันคลื่นสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุดจริง เหตุใดตัวเลขงบประมาณจึงมีแนวโน้มสูงขึ้นทุกปี

จากเสากินรี ถึงกำแพงกันคลื่น

ที่มา: https://www.the101.world ทุกครั้งที่ผู้เขียนเดินทางไปต่างจังหวัด มักจะเห็นสิ่งก่อสร้างหลายแห่งของทางราชการที่ใช้เงินภาษีของประชาชน สร้างเสร็จได้ไม่นาน แล้วโดนทิ้งร้าง หรือใช้ประโยชน์ได้ไม่เต็มที่ คนในวงการราชการทราบดีว่า แต่ละปี การใช้งบประมาณสำหรับการก่อสร้างของหน่วยราชการ กรม กอง องค์การอิสระ ไปจนถึงองค์กรปกครองท้องถิ่น อบต. อบจ. ฯลฯ เป็นที่จับจ้องของหลายฝ่าย เนื่องด้วยงบก่อสร้างมีค่าใช้จ่ายสูง และโครงการส่วนใหญ่ก็ไม่ได้ใช้ความชำนาญในการก่อสร้าง โดยบริษัทรับเหมาก่อสร้างรายเล็กๆ ก็สามารถประมูลงานได้ หากเป็นโครงการขนาดเล็ก งบประมาณไม่สูง ก็จะสะดวกยิ่งขึ้น ไม่ต้องทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือ EIA (Environmental Impact Assessment) แค่เสนอโครงการขึ้นมา อ้างเหตุผลความจำเป็นในเรื่องความเดือดร้อนหรือความต้องการของชาวบ้าน และเสนองบประมาณไปตามขั้นตอน รอการอนุมัติ แต่ละปี เราจึงเห็นการจัดสรรงบประมาณ ไปลงที่ถนน ทางเดินฟุตบาท อาคารอเนกประสงค์ การสร้างฝาย และล่าสุดที่กำลังเป็นข่าวหนาหูคือ เสาไฟฟ้ากินรี เพื่อนในวงการราชการต่างจังหวัดเล่าให้ฟังว่า เหตุที่ต้องเป็นเสาไฟรูปกินรี เพราะหากแค่ก่อสร้างเป็นเสาไฟฟ้าธรรมดา ราคาประมูลค่าก่อสร้างจะไม่แพง แต่หากเป็นเสาไฟฟ้ากินรี จะถูกจัดประเภทให้เป็นงานศิลปะประเภทหนึ่ง จึงสามารถตั้งราคาประมูลงานสูงขึ้นได้ จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเห็นงานศิลปะอย่างเสาไฟฟ้ากินรีผุดขึ้นมาราวดอกเห็ด แต่เอาเข้าจริงกลับไร้ประโยชน์ เสาไฟฟ้ากินรีจึงเปรียบเสมือนยาสามัญประจำบ้านชนิดหนึ่งของคนที่อยากใช้งบประมาณ หากคิดอะไรไม่ออก นอกจากเสาไฟกินรีแล้ว ล่าสุดผู้เขียนสังเกตถึงโครงการหนึ่งของราชการที่เริ่มเป็นข่าวบ่อยขึ้นทางภาคใต้ […]

“ปดิพัทธ์” ลงพื้นที่หาดแม่รำพึง ยืนยันกำแพงกันคลื่นส่งผลเสียมากกว่าผลดี

ที่มา: https://www.facebook.com/TheReportersTH UPDATE: ‘ปดิพัทธ์’ ลงพื้นที่หาดแม่รำพึง บางสะพาน ยืนยันกำแพงกันคลื่นส่งผลเสียมากกว่าผลดี รัฐต้องรับฟังประชาชนอย่างตรงไปตรงมา เตรียมยื่นเรื่องเข้า กมธ.การมีส่วนร่วมของประชาชน ทบทวนการทำ EIA วันนี้ (14 เม.ย. 65) ปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.จังหวัดพิษณุโลก พรรคก้าวไกล ลงพื้นที่ติดตามกรณีโครงการก่อสร้างเขื่อนกันคลื่น ชายฝั่งทะเลหาดแม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมนายนราวิชญ์ กิตติพงศ์ธนกิจ กลุ่ม Saveหาดแม่รำพึงบางสะพาน หลังทางกลุ่มได้ร้องเรียนไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง สภาผู้แทนราษฎร ประดิพัทธ์ กล่าวว่า วันนี้มาพักผ่อนที่บ้านญาติ จึงแวะมารับฟังปัญหาและติดตามประเด็นช่วย ส.ส.ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัติ พรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นคณะกรรมาธิการวิสามัญศึกษาการกัดเซาะชายฝั่ง สภาผู้แทนราษฎร รับฟังความเดือดร้อนและติดตามประเด็นดังกล่าว พร้อมระบุว่า แม้ผลการศึกษาเรื่องการแก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่งด้วยแนวกำแพงกันคลื่นยังไม่ออกมาเป็นเล่มรายงาน แต่ผลการศึกษาเบื้องต้นชี้ชัดว่าการสร้างกำแพงกันคลื่นมีผลเสียมากกว่าผลดี เป็นโครงการที่ไม่ตรงกับสภาพการณ์ของแต่ละพื้นที่ สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนเพิ่มเติม มีตัวอย่างให้เห็นในหลายหาดว่าการสร้างกำแพงกันคลื่นทำให้เกิดการกัดเซาะมากขึ้นเพราะไปเปลี่ยนแปลงรูปแบบของคลื่น ที่บางสะพานมีข้อร้องเรียนเกิดขึ้น เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ไม่ได้พบว่ามีการกัดเซาะรุนแรง ความจริงการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะ มีมาตรการณ์ตั้งแต่ระดับเบาจนไปถึงการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ ซึ่งกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทอช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้ทำการศึกษาหาดแม่รำพึงแล้ว ว่า […]

เชิญประชุมรับฟังความคิดเห็น อ.หลังสวน ชุมพร [25 เม.ย. 2565]

ที่มา: กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมือง และสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ได้ก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทยสำหรับป้องกันทรัพย์สินของประชาชนและของราชการมิให้คลื่นกัดเซาะจมลง ในทะเล แม้ว่าการก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลจะสามารถป้องกันชายฝั่งและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาคลื่นกัดเซาะชายฝั่งได้ตามวัตถุประสงค์ แต่การดำเนินโครงการดังกล่าวในบางพื้นที่ อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ชุมชนและสังคม วัฒนธรรม อาชีพ ความปลอดภัย วิถีชีวิตของประชาชน รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงทางธรณีสัณฐานและสภาพชายหาด กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดทำ “โครงการประเมินผลและติดตามผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ระยะที่ 2” ในพื้นที่ศึกษาจำนวน 10 พื้นที่ โดยพื้นที่ชายฝั่งทะเล บริเวณตำบลบางมะพร้าว (ระยะที่1-2 และระยะที่ 3 เฉพาะ ด้านทิศใต้) อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เป็นหนึ่งในพื้นที่ศึกษาของโครงการนี้

ของฝากจาก “ปาบึก” เมื่อพายุพัดพาชายหาด ?

ที่มา: https://www.sarakadee.com/2022/04/07/pabuk/ เมื่อช่วงต้นปี ๒๕๖๒ พายุโซนร้อนปาบึก (PABUK) ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่อ่าวไทยและพัดขึ้นชายฝั่งภาคใต้ตอนล่างที่จังหวัดนครศรีธรรมราช หลายคนน่าจะยังจำเหตุการณ์ รวมถึงการรายงานข่าวพายุหมุนเขตร้อนนอกฤดูมรสุมที่รุนแรงมากที่สุดลูกหนึ่งพัดเข้าสู่เมืองไทยครั้งนั้นได้ “พายุปาบึก” มีจุดก่อตัวอยู่ในทะเลจีนใต้ ช่วงแรกๆ มีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางอยู่ในระดับพายุดีเปรสชั่น หลังจากนั้นเคลื่อนตัวมาทางทิศตะวันตก เพิ่มความเร็วลมจนกลายเป็นพายุโซนร้อน เมื่อเดินทางมาถึงชายฝั่งภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางอยู่ประมาณ ๗๕-๘๕ กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้จะยังเทียบไม่ได้กับพายุไต้ฝุ่นเกย์ หรือพายุแฮร์เรียต แต่ก็ใกล้เคียงกับความรุนแรงของพายุลินดาเมื่อปี ๒๕๔๐ นับเป็นพายุหมุนที่มีความรุนแรงมากในรอบหลายสิบปีที่พัดเข้าสู่ประเทศไทย การมาของพายุปาบึก ทำให้เกิดฝนตกอย่างหนัก และมีคลื่นสูงพัดเข้าสู่ชายฝั่ง พายุหมุนลูกนี้เคลื่อนขึ้นฝั่งที่อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๒ ส่งผลให้จังหวัดต่างๆ ไล่ตั้งแต่เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ลงไปถึงชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี ยะลา ฯลฯ เกิดฝนตกอย่างหนัก น้ำป่าไหลหลาก ต้นไม้หักโค่น มีรายงานว่าทางการต้องสั่งอพยพประชาชนกว่า ๓ หมื่นคน ใน ๖ อำเภอติดชายทะเลจังหวัดนครศรีธรรมราช สายการบินที่ให้บริการเส้นทางเกาะสมุยและจังหวัดนครศรีธรรมราชต้องยกเลิกเที่ยวบิน ผู้ให้บริการบริการเรือเฟอร์รี่และเรือโดยสารที่รับส่งผู้โดยสารตามเกาะต่างๆ หยุดให้บริการ ชาวประมงพื้นบ้านพากันนำเรือเข้ามาจอดเก็บตามร่องน้ำเพื่อความปลอดภัย […]

ติดตามสถานภาพชายฝั่ง หาดเกาะยาว นราธิวาส

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๒ เมษายน ๒๕๖๕ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๙ (ปัตตานี) สำรวจ ติดตามสถานภาพชายฝั่ง บริเวณพื้นที่หาดเกาะยาว ต.เจ๊ะเห อ.ตากใบ จ.นราธิวาส อยู่ในระบบหาดเขาตันหยง-ตากใบ ผลการสำรวจพบว่า ลักษณะทางกายภาพชายฝั่งเป็นหาดทราย มีลักษณะธรณีสัณฐานชายฝั่งแบบลากูน (lagoon) ด้านหลังชายฝั่งและหรือสันดอนทรายพบว่ามีสภาพป่าชายเลนที่สมบูรณ์ ซึ่งเป็นทั้งแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำและแหล่งทำประมงน้ำกร่อย พร้องทั้งเป็นที่จอดเรือเพื่อหลบคลื่นลมในช่วงมรสุมของชุมชุนชายฝั่งในพื้นที่ และพื้นที่แนวชายฝั่งส่วนใหญ่บริเวณนี้ประกอบด้วยโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ได้แก่ รอดักทราย (Groin) และเขื่อนหินทิ้ง (revetment) ซึ่งไม่พบการชำรุดของโครงสร้างดังกล่าว และเขื่อนหินทิ้งบางส่วนถูกปกคลุมด้วยตะกอนทราย อีกทั้งชายหาดเกาะยาว มีการใช้ประโยชน์พื้นที่โดยรอบเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับการท่องเที่ยวชายหาด และพักผ่อนหย่อนใจทั้งของประชาชนในพื้นที่ และพื้นที่ใกล้เคียง

see more…