วิชาการ: แนวคิดเพื่อจัดการปากร่องน้ำ

การเคลื่อนที่ของตะกอนชายฝั่งทะเลในลักษณะขนานโดยไหลเลียบไปกับชายฝั่ง และตะกอนจากแผ่นดินที่ไหลลงไปรวมไปในแม่น้ำที่ไหลออกชายฝั่งทะเล ล้วนแล้วแต่ส่งผลให้เกิดการตกตะกอนสะสมจนปากแม่น้ำที่ไหลลงทะเลปิดในบางฤดูกาล หากปากร่องน้ำใดมีการเข้าออกของเรือ จะส่งผลให้ไม่สามารถนำเรือเข้าออกได้ในบางช่วงเวลา ในอดีตชาวบ้านรวมถึงหน่วยงานท้องถิ่นที่ใช้ประโยชน์ช่วยกันขุดเปิดปากร่องน้ำกันเองบ้าง  หรือร้องขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบใช้วิธีการขุดปากร่องน้ำเพื่อบรรเทาปัญหานี้บ้าง เมื่อมีการพัฒนาเมืองและพัฒนาทางเศรษฐกิจมากขึ้น ส่งผลให้มีการเข้าออกของเรือที่มีขนาดใหญ่มากขึ้น และกินระยะน้ำลึกมากกว่าในอดีต หน่วยงานที่รับผิดชอบ (กรมเจ้าท่า) เริ่มหันมาใช้วิธีการสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (Jetty) เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยการออกแบบให้ปลายสุดของเขื่อนกันคลื่นอยู่บริเวณร่องน้ำลึก ส่งผลให้ตะกอนที่ไหลออกไปนอกฝั่งมีโอกาสที่จะกลับมาปิดปากร่องน้ำได้ลดน้อยลง ทั้งยังป้องกันไม่ให้ตะกอนที่ไหลเลียบชายฝั่งมาปิดปากร่องน้ำด้วย โดยมากเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ยื่นยาวลงไปในทะเล ซึ่งถือเป็นโครงสร้างที่แทรกแซงกระบวนการทางชายฝั่งทะเลอย่างหนักด้วยขนาดที่ใหญ่และยาว พบว่าแม้จะมีโครงสร้างนี้แล้วยังจำ เป็นต้องขุดลอกร่องน้ำร่วมด้วย เนื่องจากนานวันเข้าตะกอนมีโอกาสไหลล้นข้ามโครงสร้างที่ดักตะกอนไว้มาปิดปากร่องน้ำเช่นเดิม นั่นหมายความว่าโครงสร้างนี้ชะลอระยะเวลาการขุดลอกออกไปเท่านั้น โครงสร้างนี้ไม่ถือว่าเป็นโครงสร้างเพื่อป้องกันชายฝั่ง แต่การเกิดขึ้นของเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำมักนำมาซึ่งโครงสร้างป้องกันชายฝั่งในพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งนี้เนื่องจากโครงสร้างนี้ยื่นยาวออกไปนอกชายฝั่งจนถึงระยะน้ำลึกจึงเป็นการกีดขวางการเคลื่อนตัวของตะกอนเลียบชายฝั่ง ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อการกัดเซาะทางด้านท้ายน้ำหรือส่วนถัดไปของชายหาดตามทิศทางที่ตะกอนเคลื่อนที่ ส่งผลให้พื้นที่ถัดไปเกิดการกัดเซาะอย่างรุนแรง และตามมาซึ่งโครงสร้างป้องกันชายฝั่งอื่นๆต่อเนื่องไปอีก Beach Lover เห็นทั้งความจำเป็น ความเดือดร้อนของผู้ใช้ปากร่องน้ำ และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ จึงมีแนวคิดเพื่อจัดการปากร่องน้ำที่ไหลลงสู่ทะเลดังต่อไปนี้ (1) กำหนดให้การขุดลอกปากร่องน้ำทุกแห่งนำตะกอนที่ได้จากปากร่อง ที่ได้พิจารณาแล้วว่าเป็นตะกอนที่คุณสมบัติใกล้เคียงกับพื้นที่ชายฝั่งปากร่องน้ำที่ถูกกัดเซาะ  ไปถมในพื้นที่ที่ถูกกัดเซาะนั้น หากดำเนินการได้จะทำให้ตะกอนไม่ถูกทิ้งให้เสียประโยชน์  บรรเทาผลกระทบด้านท้ายน้ำ และได้แผ่นดินกลับคืนมาบางส่วน (2) ควรกำหนดให้มาตราการถ่ายเททรายข้ามร่องน้ำ สำหรับร่องน้ำที่มีการสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (Jetty) เป็นมาตรการประจำที่ต้องดำเนินการทุกปากแม่น้ำตามรอบวนซ้ำที่ได้ศึกษาไว้  โดยถ่ายเทจากฝั่งของปากร่องน้ำที่เกิดการทับถมไปอีกฝั่งที่ถูกกัดเซาะ ซึ่งจะบรรเทาความเสียหายได้บางส่วน ดีกว่าการสร้างโครงสร้างป้องกันต่อไปเรื่อยและเกิดการกัดเซาะต่อไปอย่างต่อเนื่อง (3) ให้อำนาจและงบประมาณกับท้องถิ่น เพื่อให้สามารถจัดสรรงบประมาณในการลงทุนเครื่องจักรสำหรับใช้ในการขุดลอกปากร่องน้ำขนาดเล็กในพื้นที่ (รถขุดแขนยาวและโป๊ะลอยน้ำพร้อมขายึดในภาพราคารวมประมาณ 6 ล้านบาท) เพื่อบรรเทาปัญหาตะกอนปิดปากร่องน้ำได้อย่างทันท่วงที โดยไม่ต้องสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ เพื่อหลีกเลี่ยงกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียง (4) หากจำเป็นต้องสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ ควรรวบรวมความจำเป็นของเรือที่สัญจรในปากร่องในใกล้กันมารวมจอดในที่เดียวกัน เพื่อลดจำนวนโครงสร้างและเป็นการจำกัดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด

Beachlover

April 8, 2022

คดีประวัติศาสตร์ใกล้ยุติแล้ว

คดีประวัติศาสตร์ที่ว่านี้คือ “คดีหาดสะกอม” ซึ่งนับว่าเป็นคดีประวัติศาสตร์คดีแรกที่ประชาชนลุกขึ้นมาใช้อำนาจฟ้องรัฐในความผิดที่เกี่ยวข้องกับชายหาด โดยมีการฟ้องร้องเมื่อมกราคมปี 2551 และศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อกรกฎาคมปี 2554 โดยศาลปกครองสูงสุดได้นั่งพิจารณาคดีครั้งแรกเมื่อกันยายน 2564 อ่านเรื่องราวของคดีหาดสะกอมเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/คดีสะกอม-จ-สงขลา/ และ https://beachlover.net/นั่งพิจารณาคดีครั้งแรก-ตุลาการผู้แถลงคดีศาลปกครองสูงสุด-กรณีเขื่อนกันคลื่นหาดสะกอม/ และ https://beachlover.net/14-ปีผ่านไป-กับสันทรายโบราณบ้านโคกสัก/ รวมถึง E-Book คดีชายหาดจาก https://beachlover.net/การฟ้องคดีปกครอง/ มาวันนี้ ศาลปกครองสูงสุดได้นัดอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดในวันที่ 26 มกราคม 2565 หากนับตั้งแต่วันฟ้องคดีจวบจนถึงวันพิพากษาคดี นับว่าเรื่องราวประวัติศาสตร์นี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรมนานถึง 14 ปีเต็ม คดีประวัติศาสตร์นี้จะจบลงอย่างไร Beach Lover จะนำเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังหลังการพิพากษา โปรดติดตาม

Beachlover

January 19, 2022

20 ปี บ้านหน้าศาลกับชายหาดที่หายไป

20 ปีก่อน สมัย Beach Lover ลงพื้นที่สำรวจชายฝั่งทะเล ต้องแบกกล้องฟิล์มตัวใหญ่ กล้องถ่าย VDO ขนาดเท่าเครื่องชงกาแฟสมัยนี้ แผนที่กระดาษมาตราส่วน 1:50,000 ม้วนเขื่องทุกระวางติดทะเล พร้อมสัมภาระพะรุงพะรัง โทรศัพท์ที่ไม่มีสัญญาณจีพีเอสและอินเตอร์เนท ไม่อาจรู้ได้เลยว่าเราอยู่ตรงไหนในแผนที่นอกจากการสังเกตสภาพแวดล้อมรอบๆ คอยอ่านป้ายข้างๆทาง ร่วมกับการไถ่ถามจากคนรอบตัว 20 ปีก่อน ชายหาดภาคใต้แม้มีร่องรอยการกัดเซาะอย่างชัดเจนจากการแทรกแซงของมนุษย์ แต่ยังพอเสพความสมบูรณ์ของชายหาดสวยๆได้มากมาย ระหว่างทาง 20 ปีก่อน ณ หาดแห่งนี้ “บ้านหน้าศาล” คือตำแหน่งที่แวะเข้ามานั่งพักหาอะไรเย็นๆดื่ม ณ ชุมชนที่อยู่ประชิดชายฝั่ง และเป็นตำแหน่งที่คาดเดาได้ไม่ยากว่าจะเกิดผลกระทบอย่างไรจากการสร้าง Jetty ของกรมชลประทานทางทิศใต้ สมัยนั้น ไม่มีใครฟังเรื่องอะไรแบบนี้ และไม่มีใครเชื่อว่า “ความวิบัติ” ของชายหาดจะเกิดขึ้นจริง 20 ปีต่อมา ชุมชนบ้านหน้าศาลเปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง ทั้งความเป็นชุมชนมุสลิมที่เคยจัดประเพณีมัสยิดบนชายหาดและในทะเล เมื่อพื้นที่ชายหาดเปลี่ยนแปลงไปประเพณีนั้นก็ถูกยกเลิกไปโดยปริยาย การอพยพย้ายถิ่นฐานของชาวบ้านออกจากที่เดิมเพราะปัญหาการกัดเซาะและน้ำทะเลเข้าท่วมหมู่บ้าน 20 ปี ที่เทคโนโลยีก้าวล้ำพัฒนาไปไกล เราสามารถลงพื้นที่สำรวจชายหาดได้อย่างตัวเบาด้วยโทรศัพท์มือถือพร้อม Application ที่พร้อมใช้เพื่องานสำรวจอัดแน่นอยู่ในเครื่องเดียว … แต่บัดนี้ ชายหาดเมื่อ 20 […]

Beachlover

August 3, 2021

เขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (Jetty) ในประเทศไทย

เขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (Jetty) ถือเป็นโครงสร้างสำคัญริมทะเล ที่นำมาซึ่งโครงสร้างป้องกันชายฝั่งอีกหลากหลายรูปแบบ เนื่องจาก Jetty จะกีดขวางการเคลื่อนตัวของตะกอนจนส่งผลกระทบให้พื้นที่ถัดไปเกิดการกัดเซาะอย่างรุนแรงจนต้องสร้างโครงสร้างป้องกันต่อๆกันไปอย่างไม่รู้จบในหลายๆพื้นที่ จากการสำรวจโดยใช้ภาพถ่ายดาวเทียมล่าสุดของ google earth พบว่า ปากแม่น้ำในประเทศไทยมี jetty แล้วทั้งสิ้นรวม 64 ตำแหน่ง จวบจนถึงปัจจุบันหากเป็นทะเลฝั่งอ่าวไทย แทบจะหาปากคลองที่ไม่มี jetty ได้ยาก จึงไม่น่าแปลกใจถ้าชายฝั่งทะเลฝั่งอ่าวไทยจะถูกกัดเซาะมากกว่าฝั่งอันดามัน จริงอยู่ที่ลักษณะเชิงกายภาพของชายฝั่งแถบทะเลอันดามันทำให้ชายหาดแถบนั้นเสถียร กัดเซาะไม่มาก แต่หากฝั่งอันดามันมี jetty ที่ปากแม่น้ำตลอดแนว รับรองว่าแม้ชายฝั่งที่ค่อนข้างเสถียรมีเกาะแก่งเป็นปราการธรรมชาติ ก็กัดเซาะไม่ต่างจากฝั่งอ่าวไทยเป็นแน่   Jetty ถือเป็นโครงสร้างทางทะเลที่มีนัยสำคัญต่อปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในประเทศไทยอย่างไม่ต้องสงสัย ศึกษาเพิ่มเติมว่า jetty คืออะไรได้จาก https://beachlover.net/jetty/

Beachlover

January 12, 2021

Jetty ตัวแรกแห่งอันดามัน กำลังจะเกิดขึ้น?!?

บ้านน้ำเค็ม อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เป็นหมู่บ้านชาวประมงที่ดำรงชีวิตอยู่แถบชายทะเลอันดามัน เดิมมีชุมชนที่อาศัยอยู่บริเวณปากคลองน้ำเค็มกว่าหนึ่งพันครัวเรือน แต่หลังจากเกิดเหตุ Tsunami เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 บ้านน้ำเค็มเป็นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินมากที่สุด สิ่งปลูกสร้างชายฝั่งถูกทำลายล้างจนหมดสิ้น สภาพชายฝั่งและพื้นที่ปากคลองถูกเปลี่ยนแปลงสภาพไปอย่างมากมาย สันทรายปากคลองที่เเคยเป็นปราการธรรมชาติถูกทำลาย เช่นเดียวกันกับสันดอนทรายใต้น้ำ จากการศึกษาโดยกรมทรัพยากรธรณี ซึ่งจ้างบริษัทที่ปรึกษา “ซีสเปคตรัม” ศึกษาไว้เมื่อปี 2550 ระบุว่าหลังจากพื้นที่นี้ได้รับผลกระทบจาก Tsunami เมื่อปี 2547 พบว่า แรงปะทะจาก Tsunami ได้พัดพาสันดอนทรายที่ปากคลองหายไปจนหมดสิ้น ตะกอนทรายบางส่วนถูกพัดพาไปตกในคลองปากเกาะ ส่งผลให้ร่องน้ำตื้นเขินเป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือ ภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดสูง Ikonos วันที่ 29 ธ.ค.2547 เทียบกับภาพถ่ายทางอากาศปี 2545 แสดงให้เห็นการกัดเซาะบริเวณคลองปากเกาะดังพื้นที่สีแดง แต่หลังจากนั้นอีกเพียง 1 ปี พบว่าชายหาดเกิดการฟื้นตัวกลับมามีพื้นที่ชายหาดเกือบเหมือนเดิมก่อนเกิด Tsunami ภาพถ่ายดาวเทียม Ikonos วันที่ 29 ธ.ค.2547 เทียบกับภาพถ่ายวันที่ 24 ธ.ค.2548 แสดงให้เห็นการฟื้นตัวของชายหาดบริเวณคลองปากเกาะดังพื้นที่สีเหลือง แต่ยังคงพบว่าสันทรายปากร่องน้ำทางทิศเหนือบริเวณเกาะคอเขายังคงไม่ฟื้นคืนกลับมาในสภาพเดิม หลังจากนั้นปากคลองปากเกาะก็มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามที่ปรากฏในภาพถ่าย […]

Beachlover

January 11, 2021

ชุมชนเก้าแสนเดือดร้อน ทช. สงขลาเร่งช่วยแก้ปัญหา

ที่มา: Facebook Page: กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง วันที่ ๗ ตุลาคม ๒๕๖๓ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๕ (สงขลา) ตรวจสอบพื้นที่ชุมชนเก้าแสน (เก้าเส้ง) ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา เพื่อแก้ไขปัญหาทรายปิดปากคลองสำโรงอย่างถาวร ทำให้น้ำในคลองเน่าเสีย และเรือประมงไม่สามารถเข้า-ออก หรือจอดหลบคลื่นลมได้ในฤดูมรสุม ผลการตรวจสอบพื้นที่และพบผู้นำชุมชน พบว่าชุมชนดังกล่าวได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาทรายปิดปากคลองจริง ทั้งนี้ผู้นำชุมชนได้เสนอวิธีแก้ไขปัญหาด้วยการสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ เพราะเชื่อว่าเป็นวิธีแก้ไขปัญหาที่ถาวร อย่างไรก็ตาม กรม ทช. ได้ให้ความรู้เรื่องผลกระทบจากการสร้างเขื่อนที่อาจทำให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่ง และแนวทางการแก้ไขปัญหาเพื่อพิจารณาต่อไป

Beachlover

October 8, 2020

คลองจาก อ่าวนาง กำลังสร้างอะไรกัน?

คลองจาก อ่าวนาง ได้กลายเป็นข่าวดังเมืองต้นปีกลายว่ามีการลักลอบปล่อยน้ำเสียลงทะเลบริเวณหัวหาดทิศใต้ของอ่าวนาง ชายหาดเลื่องชื่อแห่งกระบี่ ติดตามข่าวบางส่วนได้จาก https://www.dmcr.go.th/detailAll/30817/nws/22 และ https://www.thaipost.net/main/detail/32608 มาวันนี้ Beach Lover ได้ลงพื้นที่อ่าวนางพบว่ามีงานก่อสร้างบริเวณปากคลองแห่งนี้ คล้ายเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (Jetty) และพบว่าน้ำทะเลในพื้นที่ก่อสร้างเปลี่ยนเป็นสีของตะกอนดินทรายที่นำมาใช้เพื่องานก่อสร้างนี้ เป็นที่น่าแปลกใจถึงที่มาของโครงการนี้ เนื่องจากคลองนี้ไม่มีการเข้าออกของเรือเลย ซึ่งอาจผิดวัตถุประสงค์ของการสร้าง Jetty และอาจส่งผลกระทบให้กับพื้นที่ชายหาดข้างเคียงได้ อย่างไรก็ตาม Beach Lover ยังไม่ทราบต้นสายปลายเหตุของงานก่อสร้าง รวมถึงรายละเอียดของแบบก่อสร้าง หากมีข้อมูลเพิ่มเติมจะนำมาเสนอในโอกาสถัดไป

Beachlover

October 8, 2020

บ่อคณฑี โดมิโน่ตัวแรก ล้มทั้งกระดาน!

เขื่อนกันทรายและคลื่นปากคลอง (Jetty) ระบายน้ำของกรมชลประทาน ณ บ้านบ่อคณฑี ต.ขนาบนาก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช สร้างขึ้นเพื่อป้องกันทรายไม่ให้ไหลมาปิดปากร่องน้ำ สร้างเสร็จเมื่อปี 2527 ความยาว 75 เมตร โดยกรมชลประทาน เนื่องจากในช่วงเวลานั้น กรมใช้คลองสายนี้เป็นคลองระบายน้ำออกทะเล จากพื้นที่ชลประทานแถบนั้น Beach Lover ได้นำเสนอไปหลายครั้งแล้วถึงผลกระทบของเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (Jetty) ซึ่งจะกีดขวางการเคลื่อนที่ของตะกอนเลียบชายฝั่ง ซึ่งในพื้นที่ อ.ปากพนัง มีทิศเคลื่อนที่จากทิศใต้ไปทางทิศเหนือ โครงสร้างนี้จึงส่งผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อชายหาดทางทิศเหนือของโครงสร้าง โดยพบว่าเกิดการกัดเซาะไปถึง 87.7 เมตร ระหว่างปี 2517-2538 ในปี 2527 ชาวบ้านได้ทําหนังสือเรียกร้องไปที่สำนักงานชลประทานที่ 11 อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราชแจ้งให้ทราบถึงการกัดเซาะของแนวชายฝั่ง ซึ่งได้ส่งผลเสียหายต่อพื้นที่ของชาวบ้าน ทางเจ้าหน้าที่กรมชลประทานจึงได้เสนอแนะ ให้ทางส่วนราชการจังหวัดติดตามดูแลปัญหาการกัดเซาะของแนวชายฝั่ง หลังจากนั้นหน่วยงานที่รับผิดชอบได้แก่กรมชลประทาน และกรมเจ้าท่า ได้เข้ามาแก้ปัญหาในพื้นที่โดยการสร้างโครงสร้างรอดักทรายรูปตัวทีต่อยาวจากปากคลองระบายน้ำบ่อคณฑีไปจำนวน 19 ตัว และรูปตัวไออีก 4 ตัว รวมระยะทางประมาณ 4 กิโลเมตร แล้วเสร็จในปี 2543 หลังจากนั้น ชายหาดของ อ.ปากพนัง […]

Beachlover

September 9, 2020
1 2