การเดินทางของเม็ดทราย ตอนที่ 27 : ทะเลที่มองไม่เห็น

พวกเขาทั้งสามคนขับรถออกจากบ้านหน้าศาลขึ้นไปทางเหนือ มุ่งหน้าสู่ปากพนัง บนถนนเลียบชายฝั่งสายปากพนัง-หัวไทร ถนนโล่ง รถน้อย ขับสบาย แดดบ่ายส่องเข้าหน้ากระจก

ทุกคน มองออกไปนอกหน้าต่างด้านขวา ซึ่งควรจะเห็นทะเลตลอดเส้นทาง

“แปลกดีนะ” หยกพูดขึ้น “ขับมาสักพักแล้ว ทำไมมองไม่เห็นทะเลเลย”

ต๊ะไม่ตอบ แค่ยิ้มเล็กน้อย

เม็ดทรายมองออกไปจากเบาะหลัง ถึงเห็นว่าทำไม

ตลอดแนวด้านขวาของถนน หรือก็คือทิศตะวันออก มีโครงสร้างคอนกรีตและหินตั้งเรียงรายสูงท่วมหัว เกือบทั้งหมดสูงกว่าระดับสายตาของคนนั่งอยู่ในรถ ทะเลอยู่ข้างหลังกำแพงนั้น แต่มองไม่เห็น ได้ยินแต่เสียงคลื่น

“หยุดตรงนั้นได้เลยพี่” เม็ดทรายพูด

ทั้งสามคนเดินข้ามถนนแล้วเดินเข้าไปใกล้โครงสร้าง เม็ดทรายหยุดนับอยู่ครู่หนึ่ง

“ต๊ะลองนับดูสิ” เธอพูด “ว่ามันมีกี่ชั้น”

ต๊ะมองตามและเริ่มนับ ชั้นแรกอยู่ในสุดใกล้ถนน เป็นกำแพงหินเรียง จากนั้นเว้นเป็นช่องว่างค่อนข้างกว้างระดับถนน 1 เลน ถัดออกไปเป็นกำแพงแบบตั้งตรง หน้ากำแพงแบบตั้งตรงเป็นแนวหินเรียงอีกชั้นที่เรียงเป็นสองระดับ

“สามชั้นเหรอทราย” ต๊ะพูดแล้วหันมามองเม็ดทราย

“จริงๆ ด้านล่างนี้มันมีอีกชั้น ก่อนที่จะสร้างหินเรียงทับ รวมแล้วเป็น 4 ชั้น” เม็ดทรายตอบ

“และนี่คือโครงสร้างป้องกันชายฝั่ง 4 ชั้น!!!” (https://beachlover.net/โครงสร้างป้องกันชายฝั่ง-4-ชั้น-ณ-ชายทะเลปากพนัง/)

“ทำไมถึงต้องมีสี่ชั้นอ่ะ” หยกถามแบบงงๆ

“หรือแปลว่าทุกครั้งที่สร้าง มันก็ยังไม่ได้ผลพอ” หยกพูดช้าๆ แบบไม่รอคำตอบ

“หนูก็ไม่รู้เหมือนกันพี่ ได้แต่สงสัยว่า ทำไมเค้าไม่คิดมาให้รอบคอบก่อนนะ ว่าควรสร้างแบบไหนยังไงให้มันได้ผลอ่ะ”

https://beachlover.net/โครงสร้างป้องกันชายฝั่ง-4-ชั้น-ณ-ชายทะเลปากพนัง/)

เม็ดทรายปีนป่ายขึ้นไปบนโครงสร้างคอนกรีตก่อนพูดว่า “อาจารย์หนูสอนว่า มันต้องศึกษามาก่อนแล้วอย่างรอบคอบก่อนที่จะเคาะว่าโครงการนั้นควรเป็นรูปแบบไหน ยังไง”

ต๊ะยืนมองโครงสร้างทั้ง 4 ชั้นที่ตั้งอยู่ตรงหน้าแล้วพูดขึ้นเบาๆ “แล้วทะเลที่อยู่ข้างหน้ากองหินนั้น ยังมีหาดอยู่ไหม”

ไม่มีใครตอบทันที ทั้งสามคนเดินไปด้านหน้าโครงสร้างจนถึงแนวน้ำ

หาดไม่มีแล้ว หรือถ้ามีก็แทบนับไม่ได้ว่าเป็นชายหาด มีแค่แนวทรายแคบๆที่เหลืออยู่ระหว่างโครงสร้างชั้นนอกกับขอบน้ำ ช่วงน้ำขึ้นคงหายไปหมด

“งบประมาณที่ใช้ไปกับสี่ชั้นนี้ มันเท่าไหร่กันนะ” หยกพูดเบาๆ ไม่ได้ถามใครเป็นพิเศษ

“นั่นสิ สงสัยเหมือนกันค่ะ” เม็ดทรายตอบ “แต่รู้ว่ามันมาจากภาษีพวกเรา คำถามที่ควรถามก่อนสร้างแต่ละชั้นคือ ชั้นที่สร้างไปก่อนหน้า มันเอาไม่อยู่เพราะอะไร แล้วชั้นใหม่ที่สร้างเพิ่มเข้าไป มันไปแก้ที่ต้นเหตุนั้นได้จริงไหม”

ต๊ะนั่งลงบนก้อนหินข้างโครงสร้าง มองออกไปที่น้ำทะเลที่ถูกล้อมรอบด้วยคอนกรีตและหินจากหลายทิศทาง

“เราผ่านถนนเส้นนี้มาตั้งแต่เด็กเลยนะ” เขาพูด “แต่ไม่เคยรู้เลยว่าข้างหลังกำแพงพวกนี้มันเป็นแบบนี้”

“เพราะมองไม่เห็นจากถนนไง” เม็ดทรายพูด “ทะเลก็อยู่ตรงนี้มาตลอด แต่โครงสร้างหลายชั้นมันบังไว้จนมองไม่เห็นแล้ว”

หยกเดินกลับขึ้นมายืนบนถนน มองย้อนออกมาจากฝั่งถนน แล้วพูดขึ้น

“ถ้าไม่รู้ว่ามีทะเลอยู่ข้างหลังกำแพง ขับผ่านก็คงคิดว่านี่คือกำแพงโรงงานหรืออะไรซักอย่าง”

“บางทีนั่นแหล่ะคือปัญหานะพี่” เม็ดทรายพูดตาม “เมื่อโครงสร้างมันบังทะเลออกไปจากสายตาคน คนก็เลยลืมไปว่ามีทะเลอยู่ตรงนั้น แล้วก็ไม่มีใครถามว่าทะเลข้างหลังนั้นมันเป็นยังไง”

ต๊ะลุกขึ้น ก่อนจะหันกลับมาพูดสั้นๆ

“แล้วก็ของบสร้างชั้นที่ห้าต่อไป”

เม็ดทรายเดินลงไปหาจุดที่พอมีทรายหลงเหลืออยู่บ้างระหว่างโครงสร้างชั้นนอกกับขอบน้ำ พบแค่แนวแคบๆที่คลื่นยังเข้าถึงได้ ก้มลงหยิบทรายเปียกขึ้นมาหนึ่งกำมือ

ทรายน้อยและหยาบ ปนเศษหินเล็กๆที่หลุดจากโครงสร้าง

เธอปล่อยให้มันไหลผ่านนิ้วช้าๆ เศษหินค้างอยู่ในมือ ทรายหล่นลงไปแล้วก็ถูกคลื่นซัดออกไปทันที

“สี่ชั้นที่สร้างขึ้นมาบอกเราว่า แก้ไม่ได้ หรือบอกเราว่า ไม่เคยแก้ที่ต้นเหตุเลยสักครั้ง”