“เฮ้ ทราย ดูสิ” น้ำฝนผู้ซื่งเพิ่งเสร็จจากการช่วยงานอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย ตามมาสมทบกับทีมที่หาดมหาราช หยุดเดินกลางหาด แล้วชี้ลงไปที่ทรายใต้เท้า “มันมีสันนูนๆขึ้นมาเลยนะ อันนี้คืออะไร”
เม็ดทรายก้มมองตามที่น้ำฝนชี้ แล้วยิ้ม
“สันทราย ทรายที่คลื่นพัดพามาสะสมจนนูนขึ้นมาเป็นสัน มันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเลย ไม่มีใครมาถมไม่มีใครมาวาง”

ทั้งสามคนยืนอยู่บนหาดมหาราช ตำบลจะทิ้งพระ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ในวันที่แดดออกหลังมรสุมเพิ่งสงบ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 เพิ่งเดินสำรวจผ่านมาไม่นาน เม็ดทรายสังเกตเห็นพวกเขาถ่ายรูปและจดบันทึกอย่างละเอียด
“เค้ามาทำอะไรอ่ะ” หยกถามน้อง
“สำรวจสถานภาพชายฝั่งหลังมรสุม เป็นงานประจำของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อเก็บข้อมูลทำรายงานสภาพชายฝั่งทะเลประจำปี” ฝนตอบ “ที่นี่น่าสนใจมากเลยพี่ เพราะตอนมรสุมที่ผ่านมา คลื่นพัดเอาทรายออกไปมากเหมือนกัน ฝนมาทำกิจกรรมเก็บขยะกับน้องๆในค่ายพอดี แต่พอมรสุมหมด ทรายมันกลับมาเอง”
“กลับมาได้ไงอ่ะ”
“มันเป็นกระบวนการปรับสมดุลของชายฝั่ง ช่วงมรสุมคลื่นแรง ทรายถูกพัดออกไปสะสมอยู่ในน้ำ พอพ้นมรสุม คลื่นเล็กลง มันก็ค่อยๆพัดทรายกลับเข้ามาที่หาดใหม่ หาดที่มีสุขภาพดีจะทำแบบนี้ได้เองตามฤดูกาล” เม็ดทรายพูดพลางกางมือวัดระยะสายตาไปตามแนวหาด “ที่นี่หาดกว้างขึ้นมาประมาณสิบถึงสิบห้าเมตรเลยนะเทียบกับช่วงมรสุม”

“สิบห้าเมตรเองรึ ดูกว้างกว่านั้นนะ” หยกเดินออกไปยืนที่แนวน้ำแล้วหันกลับมา “แล้วโครงสร้างที่เห็นอยู่ตรงนั้นล่ะ มีผลอะไรไหม”
เม็ดทรายมองไปตามที่หยกชี้ มีโครงสร้างป้องกันชายฝั่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ก่อสร้างมาก่อนหน้านี้แล้วสองระยะ
“ที่น่าสนใจคือหาดด้านหน้าโครงสร้างทั้งสองระยะ และบริเวณต่อเนื่องจากจุดสิ้นสุดโครงสร้าง ก็มีทรายสะสมขึ้นมาเหมือนกัน” เม็ดทรายพูดช้าๆ เหมือนกำลังคิดตามไปด้วย “แต่ต้องติดตามต่อไปนะพี่ ว่าเป็นการสะสมแบบถาวรหรือแค่ชั่วคราวตามฤดูกาล และที่สำคัญคือต้องดูว่าด้านท้ายน้ำของโครงสร้างเป็นยังไงบ้าง เหมือนอย่างหาดทรายแก้วที่ชิงโคอ่ะ เราก็เห็นคาตาแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้นด้านท้ายน้ำ”

หยกเงียบอยู่สักครู่ “แล้วถ้ามันฟื้นตัวได้เอง แบบนี้ถือว่าหาดยังสุขภาพดีอยู่ไหม”
“ถ้าหาดมันยังสามารถรับทรายกลับคืนมาได้เองหลังมรสุม นั่นหมายความว่ากระบวนการธรรมชาติยังทำงานอยู่ค่ะพี่ ยังมีทรายในระบบ ยังมีการเคลื่อนตัวตามแนวชายฝั่ง มันเป็นสัญญาณที่ดีนะ” เม็ดทรายตอบ “แต่ก็ต้องติดตามข้อมูลต่อเนื่อง ไม่ใช่ดูแค่ครั้งเดียวแล้วสรุป เพราะหาดมันเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา”
“แบบที่ชาวบ้านม่วงงามช่วยกันทำน่ะรึ” หยกพูดขึ้นมาเอง
“ใช่ แบบนั้นเลย”

ทั้งสามคนเดินต่อไปตามแนวหาดอีกสักพัก แดดบ่ายค่อยๆ ยาวขึ้น เงาของพวกเขาทอดยาวบนผืนทรายที่แผ่กว้าง เม็ดทรายมองออกไปที่ทะเลและนึกถึงหาดชิงโค หาดม่วงงาม และหาดมหาราช สามหาดในจังหวัดเดียวกัน ห่างกันไม่กี่สิบกิโลเมตร แต่กำลังเดินไปคนละทาง
บางหาดมีกำแพงแล้วและกำลังจ่ายราคาให้กำแพงนั้น บางหาดยังสู้อยู่เพื่อไม่ให้มีกำแพง และบางหาดก็แค่ทำในสิ่งที่หาดทำมาตลอด รับมรสุม แล้วฟื้นตัวขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง
เม็ดทรายหยุดเดิน ก้มลงหยิบทรายขึ้นมาหนึ่งกำมือ ทรายที่นี่ยังมีอยู่มาก ยังสดใหม่ราวกับเพิ่งถูกพัดพากลับมาเมื่อกี้นี้เอง ปล่อยให้มันไหลผ่านนิ้วช้าๆ ร่วงลงไปสมทบกับผืนทรายเดิมที่รออยู่
“หาดที่ดีไม่จำเป็นต้องแข็งแรงตลอดเวลา แค่ต้องฟื้นตัวได้เองก็พอ”
อ่านข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/maharath-skl-may2025/