ชายฝั่งทะเลปัตตานีกัดเซาะรุนแรง

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๑๔ มกราคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๙ (ปัตตานี) สำรวจติดตามและเฝ้าระวังการกัดเซาะชายฝั่ง บริเวณ ต.บางเก่า อ.สายบุรี จ.ปัตตานี พบการกัดเซาะชายฝั่งและสิ่งปลูกสร้างตามแนวชายฝั่งที่เสียหายได้ทำให้เกิดการกัดเซาะต่อเนื่องไปทางด้านทิศเหนืออีกด้วย มีการกัดเซาะชายฝั่งระยะทาง ๔๐๐ เมตร สาเหตุของการกัดเซาะชายฝั่งในครั้งนี้ เกิดจากอิทธิพลลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ และมวลอากาศเย็นมีกำลังแรง จึงเกิดคลื่นลมแรงและน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณดังกล่าวอย่างรุนแรง

Beachlover

January 14, 2021

น้ำท่วมชายฝั่ง ปานาเระ ปัตตานี

สืบเนื่องจากภาพข่าวและวีดีโอคลิปที่ถูกเผยแพร่กันไปเมื่อคืนวันที่ 12 มกราคม 2564 ถึงเหตุการณ์ที่น้ำทะเลไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่แถบชายหาดปานาเระ หาดท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของ จ.ปัตตานี ตามคลิป https://www.facebook.com/watch/live/?v=3863633530334021&ref=watch_permalink และ https://www.youtube.com/watch?v=58USfzLARGw ปรากฏการณ์น้ำทะเลเข้าท่วมพื้นที่ชายฝั่ง (Coastal flooding) ลักษณะนี้มักเกิดขึ้นในช่วงน้ำเกิด (Spring tide) ซึ่งก็คือคืนวันพระจันทร์เต็มดวง ซึ่งมีทั้งข้างขึ้น (Full moon) และข้างแรม(New moon) สำหรับเหุตการณ์ในครั้งนี้เราจะไม่เห็นดวงจันทร์ เพราะเป็นคืนเดือนมืด หรือแรม 15 ค่ำนั่นเอง ซึ่งตรงกับวันที่ 13 มกราคม จากข้อมูลระดับน้ำทำนาย ณ ปากน้ำปัตตานี โดยกรมอุทกศาสตร์กองทัพเรือ (http://www.hydro.navy.mi.th/tide64/21-PN2021.pdf) แสดงให้เห็นว่า ช่วงเวลาที่มีการถ่ายคลิป VDO ในคืนวันที่ 12 มกราคมนั้น เป็นช่วงเวลาที่ระดับน้ำทะเลยกตัวสูงสุดของพอดี (รูปล่างในกรอบสีแดง) นอกจากนั้น ในช่วงวันที่ 12 มกราคม เป็นช่วงที่เกิดความกดอากาศสูงหลายพื้นที่ในประเทศ ซึ่งจะส่งผลกระทบให้ภาคใต้ตอนล่างฝั่งอ่าวไทยเกิดคลื่นสูง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ปกติที่มักเกิดขึ้นในช่วงฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ โดยปรากฏชัดจากผลการพยากรณ์คลื่นทะเลในวันที่ 12 มกราคม 2564 […]

Beachlover

January 13, 2021

ติดตามผลกระทบชายฝั่งจากคลื่นลมมรสุม อ่าวไทยตอนล่าง

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH/ วันที่ ๑๑ มกราคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช. ที่๙ (ปัตตานี) ลงพื้นที่สำรวจ ติดตามผลกระทบการเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง ท้องที่ ม.๑ ต.ตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ที่มีผลกระทบจากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้อ่าวไทยตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ ๒-๔ เมตร ผลการสำรวจพบการกัดเซาะสร้างความเสียหายต่อแนวป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งชั่วคราว (กระสอบทรายและรั้วไม้) และสิ่งปลูกสร้าง พร้อมทั้งบ้านเรือนตามแนวชายฝั่ง ทั้งนี้จะนำผลการสำรวจเพื่อจัดข้อมูลทำรายงานสถานภาพชายฝั่งทะเลประจำปี ๒๕๖๔ จ.ปัตตานี ต่อไป

Beachlover

January 12, 2021

ติดตามผลกระทบการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งทะเลปัตตานี

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH/ วันที่ ๖ มกราคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๙ (ปัตตานี) สำรวจ ติดตามผลกระทบการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชายฝั่งท้องที่ จ.ปัตตานี จากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ตามประกาศศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ฉบับที่ ๓ (๗/๒๕๖๔) ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่าง ส่งผลให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ ๒ เมตร พบว่าพื้นที่ ต.แหลมโพธิ์ อ.ยะหริ่ง ได้รับผลกระทบจากคลื่นลมมรสุมทำให้เกิดการกัดเซาะตลอดแนวชายฝั่งตั้งแต่จุดสิ้นสุดโครงสร้างกำแพงกันคลื่น ระยะทางประมาณ ๕๐๐ เมตร ส่วนพื้นที่ชายฝั่ง ต.ปะนาเระ อ.ปะนาเระ ไม่พบผลกระทบจากมรสุม ทั้งนี้ได้สอบถามข้อมูลจากชาวบ้านในพื้นที่ถึงการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งที่เกิดขึ้น ทั้งในอดีตและปัจจุบันเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการวางแผนการบริหารจัดทรัพยากรชายฝั่งในพื้นที่ จ.ปัตตานีต่อไป

Beachlover

January 6, 2021

ใครรุกใครล้ำใครกันแน่ @ ตะโละกาโปร์

Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของสิ่งปลูกสร้างที่ตั้งอยู่ประชิดชายหาดไปแล้วในหลากหลายครั้ง ติดตามได้จาก https://beachlover.net/ใครรุกใครล้ำ-หว้าโทน/ และ https://beachlover.net/ใครรุกใครล้ำใครกันแน่/ และ https://beachlover.net/ใครรุก-ใครล้ำ-เทพา/ และยังมีอีกหลายพื้นที่ที่จะทยอยนำมาเล่าสู่กันฟัง ครั้งนี้ของฉายภาพให้เห็นอีก 1 พื้นที่ คือชายหาดตะโละกาโปร์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองปัตตานีประมาณ 18 กิโลเมตร เป็นอีกหาดที่มีชื่อเสียงของจังหวัดปัตตานี ลักษณะเป็นหาดทรายขาวสะอาดขนานกับชายฝั่งทะเล ในบางช่วงเวลาจะมีเรือกอและของชาวประมงจอดอยู่เป็นจำนวนมาก ริมหาดร่มรื่นด้วยทิวสนและต้นมะพร้าว Beach Lover ได้ลงพื้นที่สำรวจชายหาดตะโละกาโปร์ช่วงต้นเดือนสิงหาคม 2563 ซึ่งเป็นช่วงปลอดมรสุม พบโครงสร้างที่ดูเหมือนจะรุกเข้าไปอยู่ในพื้นที่อิทธิพลของคลื่นลมยามมรสุม โดยพบความเสียหายของส่วนที่เป็นลานปูนซึ่งยื่นลงไปบนชายหาด รวมถึงสภาพโครงสร้างโดยรวมก็ชำรุดเสียหายและถูกทิ้งร้างไม่มีการใช้ประโยชน์มาสักระยะหนึ่งแล้ว ตามภาพ เมื่อสังเกตพื้นที่ข้างเคียงพบว่า แนวระดับน้ำขึ้นสูงสุด ณ วันที่สำรวจนั้น (1 วันก่อน Neap tide หรือน้ำตาย) ล้ำขึ้นมาจนถึงส่วนของลานปูนที่ชำรุดเสียหาย สังเกตได้ง่ายๆจากร่องรอยของคราบน้ำและซากของวัสดุเบาที่น้ำซัดขึ้นฝั่ง พบว่า แม้ในวันสำรวจจะเป็นช่วงที่พิสัยของน้ำขึ้นน้ำลงนั้นแคบ (Neap Tide หรือ น้ำตาย) ระดับน้ำสูงสุดในวันนั้นก็ล้ำเข้ามาถึงลานปูนของโครงสร้างประชิดฝั่งนี้ หากเป็นช่วงที่พิสัยการขึ้นลงของน้ำกว้าง (Spring tide หรือ น้ำเกิด) […]

Beachlover

September 8, 2020

หาดบางเก่า ปัตตานี สมบูรณ์ประมาณนี้

หาดบางเก่า ตั้งอยู่ในตำบลบางเก่า มีชื่อเรียกเดิมว่า “มืองาแบ” หมายความว่าเนินดินที่ร่องน้ำธรรมชาติอยู่ส่วนกลาง สาเหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะแรกเริ่มนั้นบางเก่าเป็นพื้นที่เป็นป่าโดยธรรมและมีคลองไหลผ่านไปทางทะเลและแต่เดิมนั้นบางเก่าขึ้นอยู่กับตำบลปะเสยะวอ ต่อมาจึงได้แยกออกมาเป็นตำบล “บางเก่า” จนมาถึงปัจจุบัน (ที่มา: https://www.thaitambon.com/tambon/940704) Beach Lover ได้เคยนำเสนอกิจกรรมติดตามสภาพชายหาดโดยเยาวชน ณ หาดบางเก่า จ.ปัตตานี ซึ่งตั้งอยู่ตอนเหนือของปากแม่น้ำสายบุรี ไปตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว สามารถติดตามได้จาก https://beachlover.net/วัดหาด-บางเก่า-ปัตตานี/ และ https://beachlover.net/เยาวชนวัดหาด-บางเก่า/ Beach Lover ได้ลงสำรวจพื้นที่ชายหาดบางเก่าในช่วงต้นเดือนสิงหาคมซึ่งเป็นช่วงปลอดมรสุม พบชายหาดกว้าง ยาวต่อเนื่องและไร้ร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่งในระดับรุนแรง มีบ้านเรือนและโรงเรือนเก็บอุปกรณ์ประมงตั้งอยู่ในระยะประชิดชายหาดอย่างประปราย พบว่ามีถนนเลียบชายหาดตลอดแนว บางตำแหน่งอยู่ในระยะประชิดชายหาดค่อนข้างมากและมีสภาพค่อนข้างใหม่ แต่ในบางตำแหน่งก็กระเถิบห่างออกไปในระยะปลอดภัย น่าสนใจติดตามว่า ช่วงฤดูมรสุมประจำปี หรือในช่วงที่มีเหตุการณ์พิเศษเช่น พายุซัดฝั่ง ชายหาดแห่งนี้จะมีสภาพเป็นอย่างไร บ้านเรือนประชาชนที่ตั้งอยู่ริมชายหาด และถนนเส้นที่ว่านี้จะยังอยู่รอดปลอดภัยหรือไม่ เราปฎิเสธการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างถนนหนทางได้ยาก ตราบเท่าที่เราต้องการการพัฒนาในพื้นที่ แต่จากบทเรียนที่ผ่านมา ผู้วางผังการพัฒนาเมือง ควรตระหนักถึงธรรมชาติของชายหาดได้แล้วว่า ชายหาดต้องการพื้นที่ “Exercise” เพื่อรองรับคลื่นลมในยามมรสุมและปลอดมรสุมไม่เท่ากัน หากเราไม่ยอมรับและเรียนรู้ร่วมกันในประเด็นนี้ อาจนำพาความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินในระดับที่ผู้กำหนดนโยบายเองก็มิอาจประเมินได้

Beachlover

September 7, 2020

ปลายแหลมตาชี มีอะไร ?

แหลมตาชีหรือแหลมโพธิ์ สัญลักษณ์ที่สำคัญของชายฝั่งทะเลจังหวัดปัตตานี ณ ที่แห่งนี้ตะกอนทรายที่เดินทางเลียบชายฝั่งมาตั้งแต่ปากแม่น้ำโกลกจะเคลื่อนที่มาสะสม เติมเต็มให้แหลมตาชีงอกยื่นยาวออกไปเรื่อยๆ โดยฝั่งซ้ายหรือทิศใต้ของปลายแหลมเป็นป่าชายเลนในอ่าวปัตตานี ส่วนฝั่งขวาหรือทิศเหนือเป็นป่าชายหาดและทะเลฝั่งอ่าวไทย Beach Lover พาชมปลายสุดแหลมตาชีในมุมสูง ซึ่งเผยให้เห็นป่าชายหาด ป่าชายเลน ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ทั้งสองฝั่งของปลายแหลม นักวิชาการบางสำนักชี้ว่า ปลายแหลมนี้กำลังค่อยๆโค้งเข้าไปปิดปากอ่าวปัตตานีในอนาคต ในขณะที่บางสำนักชี้ว่า โอกาสเกิดแบบนั้นน่าจะมีความเป็นไปได้น้อยตราบเท่าที่ยังมีน้ำไหลออกจากปากแม่น้ำปัตตานี เรื่องราวนี้คงจะได้พิสูจน์โดยใช้ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ วิเคราะห์กันด้วยหลักเหตุผลได้อย่างไม่ยากเย็นนัก … รอติดตามต่อไป

Beachlover

September 5, 2020

บางมะรวด … ปากน้ำที่กรมเจ้าท่าต้องปวดหัว

ปากน้ำบางมะรวด อยู่ใน อ.ปานาเระ จ.ปัตตานี บริเวณปากน้ำมีโครงสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่น (Jetty) จำนวน 1 คู่ (ไม่ทราบปีที่สร้าง) เพื่อป้องกันทรายมาปิดปากร่องน้ำ บรรเทาปัญหาอุปสรรคต่อการสัญจรเข้าออกของเรือ แต่หลังจากก่อสร้าง พบทรายปริมาณมหาศาลไหลมาปิดปากร่องน้ำเป็นประจำ สังเกตได้จากภาพถ่ายดาวเทียมในหลายช่วงเวลา ซึ่งหมายความว่า Jetty ที่กรมเจ้าท่าสร้างไว้นั้นขาดประสิทธิภาพ ไม่สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้เดิมได้ ทางกรมเจ้าท่าได้จ้างเหมาขุดลอกปากร่องมาแล้วหลายครั้ง ภาพด้านล่างคือตัวอย่างผลงานการขุดลอกร่องน้ำบางมะรวดที่กรมเจ้าท่าได้จ้างเหมาบริษัท Wealthworking ด้วยงบประมาณ 37.750 ล้านบาท (ไม่ทราบปีที่ขุด) Beach Lover ได้ลงสำรวจปากร่องน้ำบางมะรวดในเดือนสิงหาคม 2563 พบการเปิดปากร่องน้ำใหม่ทางฝั่งซ้ายของร่องน้ำเดิม เนื่องจากร่องน้ำเดิมที่มี Jetty นั้นปิดค่อนข้างถาวร การสัญจรเข้าออกปากแม่น้ำจึงใช้ผ่านช่องทางนี้แทน น่าตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดการคาดการณ์ปริมาณตะกอนทรายชายฝั่งและตะกอนที่มากับแม่น้ำบางมะรวดจึงผิดไปเพี้ยนไปอย่างมากมาย จนส่งผลให้ Jetty ขาดประสิทธิภาพและไม่บรรลุวัตถุประสงค์ หน่วยงานที่รับผิดชอบอย่างกรมเจ้าท่าจะดำเนินการแก้ไขเรื่องราวนี้อย่างไร … โปรดติดตาม

Beachlover

August 29, 2020

ตะโล๊ะสะมิแล พื้นที่นี้เคยหายไปจากแผนที่เป็นร้อยๆไร่ ?!?!?

หาดตะโล๊ะสะมิแล ตั้งอยู่บนแหลมตาชีหรือแหลมโพธิ์ จ.ปัตตานี ในอดีตเป็นพื้นที่ค่อนข้างรกร้างว่างเปล่า มีบ้านเรือนกระจัดกระจายนับได้ประมาณ 7 หลังคาเรือนริมชายหาดแห่งนี้ ตลอดแนวประมาณ 3 กิโลเมตร (นับจากภาพถ่ายดาวเทียมปี 2554) ด้วยเหตุการณ์ความไม่สงบเรียบร้อยในภาคใต้ที่ต่อเนื่องยาวนานมาเกือบ 20 ปี ส่งผลให้พื้นที่นี้ยังถูกพัฒนาไปไม่มาก แต่ในปัจจุบันพบว่าเริ่มมีรีสอร์ทเข้ามาปลูกสร้างริมชายหาดมากมาย ส่วนใหญ่เป็นรีสอร์ทที่ราคาไม่สูงมากนัก และมักจะรองรับลูกค้าเป็นครอบครัวหรือกลุ่มใหญ่ Beach Lover ได้ลงสำรวจพื้นที่นี้เมื่อเดือนสิงหาคม 2563 พบหลายรีสอร์ทกำลังสร้างใหม่เพิ่มเติม และหลายรีสอร์ทที่สร้างไปแล้วพบหลายโครงสร้างที่ประชิดชายหาดมาก และ(ดูเหมือน)รุกล้ำลงไปบนชายหาด อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของชายหาดตะโล๊ะสะมิแลที่ถูกเผยแพร่ผ่าน Website ต่างๆ พบการให้ข้อมูลในลักษณะที่ว่า พื้นที่นี้เคยถูกกัดเซาะไปกว่า 100 ไร่ [เพิ่มเติมจาก http://pattaniheritagecity.psu.ac.th/pattanistory/พื้นดินงอกใหม่-หาดตะโละ/] จากภาพถ่ายดาวเทียมปี 2563 ที่ถูกทาบกับเส้นชายฝั่งปี 2554 (ใช้นิยาม Permanent vegetation line) พบว่าชายหาดแถบมีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก รวมถึงในช่วงเวลาอื่นๆระหว่าง 2554-2563 ด้วย ซึ่งไม่ตรงกับข้อมูลที่ปรากฏอยู่ใน website ต่างๆ จึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจตามต่อว่า พื้นที่ไหนที่บ้านและที่ดินของประชาชนถูกกัดเซาะหายไปเป็นร้อยๆไร่ตามข่าว โดยหายไปในปีใด และด้วยสาเหตุใดกันแน่จึงทำให้พื้นที่นั้นคืนสภาพกลับมาเป็นร้อยๆไร่ […]

Beachlover

August 26, 2020

กำแพงกันอะไร ? ช่วงปลอดมรสุม

ภาพเมื่อ: สิงหาคม 2563 แหลมตาชีหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าแหลมโพธิ์ ถือเป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่สำคัญเมื่อกล่าวถึงชายหาดแห่งเมืองปัตตานี โดยสภาพทั่วไปแล้วแหลมตาชีจะงอกยาวขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากตะกอนทรายเลียบชายฝั่งที่เคลื่อนตัวจากทิศใต้สู่ทิศเหนือ Beach Lover ได้ลงสำรวจชายหาดบริเวณแหลมตาชีช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2563 ซึ่งเป็นช่วงปลอดมรสุม พบตะกอนทรายไหลมากองอยู่บริเวณชายทะเลแถบนี้จำนวนมาก พบว่ากำแพงกันคลื่นแบบหินทิ้งความยาวประมาณ 320 เมตร ที่เคยสร้างไว้เดิม (ไม่ทราบหน่วยงานเจ้าของงาน) เพื่อป้องกันชายฝั่งยามมรสุมนั้นหมดหน้าที่ลงเนื่องจากคลื่นไม่สามารถวิ่งเข้ามาปะทะกำแพงได้ อย่างไรก็ตาม คาดเดาได้ว่าในช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ คลื่นและน้ำทะเลน่าจะเข้ามาปะทะถนนที่ตัดประชิดชายหาดมากๆแห่งนี้จนชำรุดเสียหาย เนื่องจากพบร่องรอยการซ่อมแซมถนน สำหรับชายฝั่งทะเลประเทศไทยระยะทางสามพันกว่ากิโลเมตรนั้น มีถนนจำนวนมากที่ตัดประชิดเลียบชายหาด จำนวนไม่น้อยวางตัวอยู่บนสันทรายธรรมชาติริมชายหาด ยามปลอดมรสุมถนนเส้นนั้นก็คงอยู่รอดปลอดภัย แต่ยามมรสุมเข้าเมื่อใด ก็มักจะเรียกร้องหาโครงสร้างมาป้องกันถนน เป็นเรื่องน่าคิดว่า เราจะอนุญาตให้ถนนตัดเลียบประชิดชายฝั่งแบบนี้ แล้วเรียกร้องหาโครงสร้างทางวิศวกรรมอีกชั้นหนึ่งมาป้องกันถนนจากอิทธิพลของคลื่นลมยามมรสุม ซึ่งนั่นหมายถึงงบประมาณที่ต้องใช้เพื่อการก่อสร้างและบำรุงรักษา หรือเราควรสงวนพื้นที่บางส่วนริมชายฝั่งไว้ ให้คลื่นได้มีพื้นที่ “Exercise” ช่วงมรสุม โดยการถอยถนนออกมาอยู่ในระยะปลอดภัย

Beachlover

August 20, 2020
1 2