ชายหาดกับการฟื้นตัวตามธรรมชาติ หลังความเสียหาย

กระบวนการฟื้นตัวตามธรรมชาติของชายหาดทราย หลังจากเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความเสียหาย เช่น ช่วงมรสุม หรือภัยทางธรรมชาติอย่าง Tsunami เป็นกระบวนการที่น่าสนใจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำงานร่วมกันของคลื่น กระแสน้ำ ตะกอน และพืชชายหาด รายละเอียดมีดังนี้: 1. การกัดเซาะระหว่างมรสุม 2. ช่วงฟื้นตัวเบื้องต้น 3. ช่วงฟื้นตัวสมบูรณ์ ปัจจัยที่มีผลต่อการฟื้นตัว ความเร็วและขอบเขตของการฟื้นตัวของชายหาดขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย: ความสำคัญของการฟื้นตัวตามธรรมชาติ

Beachlover

December 4, 2024

สำรวจหาดม่วงงามยามต้นมรสุม

Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของชายหาดม่วงงามไปแล้วหลายครั้ง รวมถึงรายละเอียดของคดีฟ้องร้องระหว่างรัฐและประชาชนที่เกิดขึ้นบนชายหาดม่วงงาม สามารถค้นหาได้จาก Search icon มุมขวาบน โดยใช้คำค้นหาว่า “ม่วงงาม” ช่วงต้นมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ เดือนพฤศจิกายน 2567 Beach Lover ได้มีโอกาสสำรวจชายหาดม่วงงามอีกรอบ บริเวณที่อาจเป็นพื้นที่โครงการกำแพงกันคลื่นของกรมโยธาธิการและผังเมือง มีสภาพตามรูป โดยภาพรวม ไม่พบร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ชายหาดที่ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองตั้งใจจะก่อสร้างกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดระยะที่ 1 และ 2 ระยะทาง 1.71 กิโลเมตร ด้วยงบประมาณ 138 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2563 นอกจากภาพถ่ายแล้ว ชาวบ้านม่วงงามยังได้ติดตามการเปลี่ยนแปลงชายหาดม่วงงามในพื้นที่โครงการผ่านระบบติดตามชายหาด (Beach MONitoring system, BMON) (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ BMON ได้ที่ https://bmon.net/) ภายใต้โครงการวิทยาศาสตร์ภาคพลเมืองที่ได้รับการสนับสนุนกิจกรรมจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ตั้งแต่ปี 2563 จนถึง 2567 โดยได้ทำการสำรวจรูปตัดชายหาด (Beach profile) […]

Beachlover

December 3, 2024

เขตถอยร่นชายฝั่ง ของแต่ละประเทศเป็นเท่าไหร่?

ในการดำเนินงานพัฒนาใดๆ ตามแนวชายฝั่ง จะต้องมีการกำหนดเขตถอยร่น ซึ่งหมายถึง พื้นที่ที่ครอบคลุมตั้งแต่แนวชายฝั่งจนถึงแนวพืชพรรณถาวร หรือแนวน้ำขึ้นสูงสุด โดยในเขตนี้อาจมีการห้ามหรือจำกัดการพัฒนาทุกประเภทหรือบางประเภทอย่างเข้มงวด หน้าที่หลักของเขตถอยร่นชายฝั่งคือเพื่อให้การปกป้องพื้นที่ตั้งถิ่นฐานของมนุษย์จากปัญหาน้ำท่วมและการกัดเซาะชายฝั่ง รักษาสภาพชายหาด และสนับสนุนการยกระดับการดำรงชีวิตของชุมชนชายฝั่ง ซึ่งรวมถึงการประมง การท่องเที่ยว และกิจกรรมการพัฒนาอื่นๆ การจัดการชายฝั่งรวมถึงการกำหนดขอบเขตของพื้นที่น้ำขึ้นน้ำลง เพื่อให้แน่ใจว่าระบบชายฝั่งมีสุขภาพดีและทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในการลดความเสี่ยงและปรับตัวตามสภาพที่เปลี่ยนแปลง (อ่านเพิ่มเติมจาก: https://beachlover.net/วิชาการ-ระยะถอยร่นชายฝั/ และ https://beachlover.net/ระยะถอยร่น-ณ-ชายหาด-negombo-sri-lanka/) แล้วแนวเขตถอยร่นควรกำหนดที่ใดเพื่อให้เกิดความยั่งยืนต่อชายฝั่ง? โดยปกติเขตถอยร่นนี้จะเป็นระยะทางที่เฉพาะเจาะจงและเท่ากันจากแนวชายฝั่ง ซึ่งระยะทางดังกล่าวจะเปลี่ยนแปลงไปตามความเปราะบางของชายฝั่งต่อภัยธรรมชาติ เขตถอยร่นนี้อาจแตกต่างกันไปตามประเทศหรือตามภูมิภาคต่างๆ ดังแสดงในตารางด้านล่าง ประเทศ เขตถอยร่น ออสเตรเลีย NSW 200 ม. บาฮามาส 5–15 ม. บาร์เบโดส 30 ม. เบลีซ 20 ม. บราซิล 33 ม. แคนาดา NB 30 ม. แคนาดา BC 15 ม. ชิลี 80 ม. โคลอมเบีย 50 […]

Beachlover

November 29, 2024

โลกร้อนกับคลื่นทะเล สัมพันธ์กันยังไง?

โลกร้อนหรือภาวะโลกร้อน (global warming) ทำให้คลื่นทะเลแรงขึ้นและสูงขึ้นด้วยเหตุผลสำคัญหลายประการ ดังนี้: ผลของคลื่นทะเลที่รุนแรงขึ้นนี้ อาจส่งผลต่อระบบนิเวศชายฝั่ง การดำรงชีวิตของชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้ชายฝั่ง รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ การพัฒนาริมชายฝั่งทะเลของรัฐและเอกชนที่กำลังเกิดขึ้น ควรคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสภาวะโลกร้อนนี้ด้วย

Beachlover

November 27, 2024

แนวปะการัง ช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งได้หรือไม่

แนวปะการังมีบทบาทสำคัญในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง โดยทำหน้าที่เป็นปราการธรรมชาติที่ช่วยลดความรุนแรงของคลื่นและกระแสน้ำที่ซัดเข้าหาฝั่ง ลองนึกภาพแนวปะการังเหมือนกำแพงกันคลื่นขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นจากสิ่งมีชีวิตนับล้านๆตัว โครงสร้างที่ซับซ้อนและแข็งแรงของปะการังช่วยลดความเร็วและความแรงของคลื่น ทำให้คลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งมีความรุนแรงน้อยลง และลดการพังทลายของดิน นอกจากนี้ แนวปะการังยังทำหน้าที่คล้ายกับตะแกรงธรรมชาติที่ช่วยดักจับตะกอนต่างๆ ที่ถูกพัดพามาตามกระแสน้ำ เมื่อตะกอนเหล่านี้สะสมตัวบริเวณแนวปะการังและชายฝั่ง ก็จะช่วยเพิ่มความกว้างและความสูงของชายหาด ซึ่งเป็นปราการธรรมชาติอีกชั้นหนึ่งที่ช่วยป้องกันการกัดเซาะ ยกตัวอย่างเช่น หาดทรายที่อยู่ใกล้แนวปะการังมักจะมีขนาดใหญ่และมีความมั่นคงมากกว่าหาดทรายที่ไม่มีแนวปะการัง นอกจากนี้ แนวปะการังยังเป็นระบบนิเวศที่ซับซ้อนและมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง สิ่งมีชีวิตในแนวปะการังหลายชนิด เช่น หญ้าทะเลและสาหร่าย มีบทบาทสำคัญในการช่วยยึดเกาะตะกอนและป้องกันการพังทลายของดิน ลองจินตนาการถึงรากของหญ้าทะเลที่แผ่ขยายไปทั่วพื้นทะเล คล้ายกับตาข่ายที่ช่วยยึดเกาะทรายและดินไว้ ไม่ให้ถูกพัดพาไปกับกระแสน้ำ อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งของแนวปะการังขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์และสุขภาพของแนวปะการังนั้นๆ หากแนวปะการังเสื่อมโทรมหรือถูกทำลาย ไม่ว่าจะจากกิจกรรมของมนุษย์หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความสามารถในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งก็จะลดลง เช่นเดียวกับกำแพงที่มีรอยร้าวหรือชำรุด ซึ่งไม่สามารถป้องกันการโจมตีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การอนุรักษ์และฟื้นฟูแนวปะการังจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศชายฝั่งและป้องกันปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในระยะยาว

Beachlover

October 30, 2024

มาตรการแก้ไขการกัดเซาะชายฝั่งโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐาน

Beach Lover ได้เคยนำเสนอแนวคิดเรื่อง การแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐาน (Nature-based solutions for coastal erosion) ไปแล้วในอดีต ติดตามได้จากโพส https://beachlover.net/nature-based-solutions/ ครั้งนี้ขอลงรายละเอียดด้านมาตรการที่ใช้เพื่อความเข้าใจที่มากขึ้น การกัดเซาะชายฝั่งเป็นปัญหาที่สำคัญในหลายพื้นที่ทั่วโลก ซึ่งมีผลกระทบต่อทั้งสิ่งแวดล้อมและชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้ชายฝั่ง การใช้ “ธรรมชาติเป็นฐาน” ในการแก้ไขปัญหานี้ได้รับความสนใจมากขึ้น เนื่องจากวิธีการเหล่านี้ไม่เพียงแต่ลดการกัดเซาะ แต่ยังช่วยเสริมสร้างความหลากหลายทางชีวภาพและให้ประโยชน์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง การแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐาน (Nature-based solutions for coastal erosion) คือการใช้ประโยชน์จากระบบนิเวศทางธรรมชาติ หรือการเลียนแบบกระบวนการทางธรรมชาติ เพื่อลดผลกระทบจากการกัดเซาะชายฝั่ง วิธีการนี้มุ่งเน้นการฟื้นฟูและอนุรักษ์ระบบนิเวศชายฝั่ง เช่น ป่าชายเลน หญ้าทะเล แนวปะการัง และเนินทราย ซึ่งเป็นแนวป้องกันตามธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพ ช่วยลดความรุนแรงของคลื่นและกระแสน้ำ รวมถึงช่วยดักจับตะกอน ซึ่งเป็นการเสริมความแข็งแรงให้กับชายฝั่งอย่างยั่งยืน การแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐาน (Nature-based solutions for coastal erosion) เป็นแนวทางที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในการปกป้องและฟื้นฟูชายฝั่งที่ถูกกัดเซาะ แทนที่จะใช้โครงสร้างแข็ง เช่น เขื่อนกันคลื่นหรือกำแพงกั้นทะเล วิธีนี้จะเน้นการฟื้นฟูหรือเสริมสร้างระบบนิเวศธรรมชาติที่มีอยู่ เพื่อให้ช่วยลดแรงคลื่นและการกัดเซาะชายฝั่งโดยธรรมชาติ แนวทางการแก้ไขโดยใช้ธรรมชาติเป็นฐาน ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ในประเทศไทย ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ในต่างประเทศ การใช้ธรรมชาติเป็นฐานเพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันชายฝั่งเท่านั้น แต่ยังช่วยเสริมสร้างระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพอีกด้วย

Beachlover

October 23, 2024

ทราย … กำลังจะหมดไปจากโลก จริงหรือไม่?

ต้นฉบับบทความจาก https://www.bbc.com/future/article/20191108-why-the-world-is-running-out-of-sand ดัดแปลงและเพิ่มเติมเนื้อหาโดย Beach Lover แม้จะเป็นเพียงเม็ดหินที่ผุพังตามกาลเวลา ซึ่งพบได้ทั่วไปตามทะเลทรายและชายหาดทั่วโลก แต่ใครจะรู้ว่าทรายกลับเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีการบริโภคมากที่สุดเป็นอันดับสองของโลก รองจากน้ำ เราใช้ทรายในปริมาณมหาศาล คิดเป็นน้ำหนักถึง 50,000 ล้านตันต่อปี มากเสียจนสามารถสร้างกำแพงสูง 9 ชั้นล้อมรอบโลกได้เลยทีเดียว แต่ทรายที่เราใช้กันอยู่นี้ ไม่ใช่ทรายชนิดเดียวกับที่เราเห็นตามชายทะเล ทรายเหล่านั้นเม็ดละเอียดเกินไป ไม่เหมาะกับการนำมาใช้ในอุตสาหกรรมก่อสร้าง ทรายที่เหมาะสมต้องมีความแข็งแรง ทนทาน มีเหลี่ยมมุมที่ช่วยในการยึดเกาะ ซึ่งทรายลักษณะนี้มักพบในแม่น้ำสายใหญ่ ทะเลสาบ หรือบางพื้นที่บนบก และด้วยความต้องการที่สูงมาก ทำให้ทรายชนิดนี้กำลังถูกขุดลอกขึ้นมาใช้ จนธรรมชาติไม่สามารถสร้างขึ้นมาทดแทนได้ทัน ทรายอาจดูเหมือนไร้ค่า แต่แท้จริงแล้วทรายเป็นส่วนประกอบสำคัญในชีวิตของเรา เป็นวัตถุดิบหลักในการสร้างเมืองสมัยใหม่ ทั้งคอนกรีตที่ใช้สร้างห้างสรรพสินค้า สำนักงาน และอาคารชุด รวมถึงยางมะตอยที่ใช้สร้างถนนเชื่อมต่ออาคารเหล่านั้น ล้วนทำจากทรายและกรวดที่เชื่อมประสานกัน กระจกทุกบานบนหน้าต่าง กระจกหน้ารถ และหน้าจอสมาร์ทโฟน ล้วนทำจากทรายที่หลอมละลาย แม้แต่ชิปซิลิคอนภายในโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์ของเรา รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อื่นๆ เกือบทุกชิ้นในบ้าน ก็ล้วนทำมาจากทราย เราอาจสงสัยว่า แล้วปัญหาอยู่ตรงไหน? ทรายมีอยู่มากมายทั่วโลก ทั้งในทะเลทรายใหญ่ ๆ อย่างซาฮาราและแอริโซนา หรือบนชายหาดทั่วโลก เราแม้กระทั่งสามารถซื้อทรายจากร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างในราคาถูก ๆ แต่เชื่อหรือไม่ […]

Beachlover

October 18, 2024

ความท้าทายในการสร้างประตูน้ำระหว่างเกาะเทียมเพื่อจัดการน้ำอ่าวไทยตอนบน

แนวคิดการสร้างประตูน้ำระหว่างเกาะเทียมเพื่อจัดการน้ำในอ่าวไทยตอนบน (https://beachlover.net/7pt-artificial-island-ugot/) เป็นแนวคิดที่มุ่งแก้ปัญหาแบบบูรณาการ ซึ่งอาจช่วยบรรเทาปัญหาสำคัญๆ เช่น น้ำท่วม น้ำเค็มรุก และการกัดเซาะชายฝั่ง รวมถึงช่วยบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่างไรก็ตาม โครงการนี้มีความซับซ้อน และอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม จึงจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ข้อดีของประตูน้ำ ความท้าทาย สิ่งที่ต้องคำนึงถึง การสร้างประตูน้ำระหว่างเกาะเทียม เป็นโครงการขนาดใหญ่ ที่มีความซับซ้อน และต้องใช้ความระมัดระวัง การตัดสินใจ ต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูล ความรู้ และการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย เพื่อให้โครงการ ประสบความสำเร็จ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ และประชาชน อย่างแท้จริง

Beachlover

October 16, 2024

ลงพื้นที่จุดวิกฤตกัดเซาะชายฝั่ง ทางหลวงหมายเลข 43 เทพา สงขลา

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 8 ต.ค. 67 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ลงพื้นที่บริเวณจุดวิกฤตการกัดเซาะชายฝั่ง ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 43 อ.เทพา จ.สงขลา เพื่อติดตามการป้องกันทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 43 จากการกัดเซาะชายฝั่งที่อาจจะมีผลกระทบมาจากคลื่นลมมรสุมประจำปีนี้ ของแขวงทางหลวงที่ 12 (นาหม่อม) กรมทางหลวง โดยดำเนินการในรูปแบบหินเรียง บริเวณไหลทางซึ่งอยู่ในพื้นที่ดูแลของ แขวงทางฯ ภายใต้โครงการบำรุงรักษาทางหลวง งานแก้ไขและป้องกันน้ำกัดเซาะ ทางหลวงหมายเลข43 ซึ่งมีความก้าวหน้าของงานไปแล้วกว่า 70 % ของโครงการ พร้อมทั้งมีการดำเนินการเก็บภาพถ่ายมุมสูงทั้งรูปแบบภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว โดยใช้อุปกรณ์อากาศยานไร้คนขับ(Drone) ทั้งนี้ สทช.5 โดย สอช.จะดำเนินการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว เพื่อจัดทำรายงานสถานภาพชายฝั่งทะเลประจำปี 2568 จ.สงขลา พร้อมทั้งรายงานต่อกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ต่อไป

Beachlover

October 9, 2024

รอบปีการเกิดซ้ำของพายุ คืออะไร

พายุ (Storm) ขนาดใหญ่ที่ก่อตัวขึ้นทั้งบนภาคพื้นทวีปและในมหาสมุทร เมื่อพัฒนาจนกลายเป็นพายุหมุนเขตร้อน (Tropical Cyclone) ที่สามารถสร้างความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งปลูกสร้าง และสิ่งมีชีวิต บนพื้นผิวโลก  นักพยากรณ์อากาศจะจัด ความรุนแรงของพายุ ตามมาตรวัดของสำนักงานหรือกรมอุตุนิยมวิทยาในแต่ละภูมิภาคที่พายุเหล่านั้นก่อตัวขึ้น ในเบื้องต้น พายุหมุนเขตร้อนจะถูกจัดประเภทตามหลักเกณฑ์พื้นฐาน คือ รอบปีการเกิดซ้ำของพายุ หรือ Return Period คือ ค่าทางสถิติที่บ่งบอกถึงระยะเวลาเฉลี่ยที่คาดว่าจะเกิดปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่มีความรุนแรงเทียบเท่ากันหรือมากกว่าขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจและเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้ แม้ว่าจะไม่สามารถทำนายเวลาที่แน่นอนได้ แต่ก็ช่วยให้เรามองเห็นภาพรวมของความเสี่ยงในระยะยาว ความสำคัญของรอบปีการเกิดซ้ำของพายุ ข้อควรจำ ตัวอย่าง แม้ว่าเหตุการณ์ที่มีรอบปีการเกิดซ้ำสูงจะมีโอกาสเกิดขึ้นน้อย แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่เกิดขึ้นเลย การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติทุกระดับจึงเป็นสิ่งสำคัญเสมอ เรามีวิธีการวิเคราะห์รอบปีการเกิดซ้ำของพายุอย่างไร การวิเคราะห์รอบปีการเกิดซ้ำของพายุ มีหลากหลายวิธีที่ใช้กัน โดยทั่วไปแล้ว จะอาศัยข้อมูลทางสถิติของเหตุการณ์ในอดีต เพื่อประเมินโอกาสการเกิดเหตุการณ์ที่มีความรุนแรงใกล้เคียงกันในอนาคต วิธีการที่นิยมใช้มีดังนี้: นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ควรพิจารณาในการวิเคราะห์รอบปีการเกิดซ้ำของพายุ เช่น: การเลือกวิธีการวิเคราะห์ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายประการ เช่น ลักษณะของข้อมูล, วัตถุประสงค์ของการวิเคราะห์,และทรัพยากรที่มีอยู่

Beachlover

September 27, 2024
1 … 13 14 15 … 46