หาดชลาทัศน์กัดเซาะตามข่าว จริงหรือ?!?

จากข่าวการกัดเซาะชายหาดชลาทัศน์ที่สื่อท้องถิ่นนำเสนอภาพไปเมื่อวันที่ 10 พ.ย.2563 และ Beach Lover ได้นำมาแชร์ต่อไว้ใน https://beachlover.net/คลื่นทะเลแรงกัดเซาะ-หาดชลาทัศน์-พัง/ นั้น พบประเด็นที่อยากนำเสนอเพื่อความเข้าใจเพิ่มเติมตามนี้ บริเวณที่เห็นตามภาพข่าวนั้นคือพื้นที่ทางทิศใต้ของชายหาดชลาทัศน์ ที่ทางกรมเจ้าท่าได้เคยทำการเติมทรายชายหาดค้างไว้ ยังไม่แล้วเสร็จจวบจนถึงปัจจุบัน โดยใช้ทรายใต้ทะเลนอกฝั่งแถบแหลมสนอ่อนลำเลียงผ่านท่อเหล็กยาวประมาณ 4 กิโลเมตรกว่ามาเติมให้ชายหาดบริเวณนี้ โดยทาง Beach Lover และเครือข่ายได้ติดตามการทำงานของกรมเจ้าท่า ณ ชายหาดชลาทัศน์มาอย่างยาวนาน อ่านเพิ่มเติมถึงเรื่องราวนี้ได้จาก https://beachlover.net/หาดชลาทัศน์-ยามนี้-ยังสบายดีอยู่ไหม/ จากบทความที่ได้โพสไว้เมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2563 [https://beachlover.net/หาดชลาทัศน์-ยามนี้-ยังสบายดีอยู่ไหม/] แม้จะเป็นช่วงปลอดมรสุม แต่พบว่าชายหาดมีสภาพเหมือนที่ลงข่าวตามสื่อเมื่อวันที่ 10 พ.ย.2563 หากสาเหตุหลักเกิดการคลื่นลมแรงช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ภาพเมื่อเดือนสิงหาคม 2563 ซึ่งเป็นช่วงปลอดมรุสมคงจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้ การกัดเซาะแบบที่เราเห็นตามภาพนี้เกิดทรายที่นำมาเติมลงบนชายหาดนั้นมิได้ถูกปรับแต่งความลาดชันด้านหน้าหาดให้ลาดเอียงเหมาะกับการใช้ประโยชน์พื้นที่ ประกอบกับวัสดุที่นำมาเติมนั้นมีขนาดคละที่ไม่ถูกต้องตามหลัก [อ่านบทความวิชาการเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/การเติมทรายชายหาด/] จึงเกิดการแยกชั้นของวัสดุอย่างชัดเจนและเกิดการตัดเป็นหน้าผาชัน ส่วนการกัดเซาะที่มีลักษณะคล้ายทางระบายน้ำจากบนชายหาดลงสู่ทะเลนั้น เกิดจากน้ำที่ไหลลงจากบนฝั่งทั้งน้ำฝนและน้ำส่วนเกินจากทางระบายน้ำริมถนนไหลจากที่สูงไปสู่ที่ต่ำ เมื่อมีความแรงก็ไหลบ่ากัดเซาะเอาส่วนของทรายที่เติมอยู่ด้านบนซึ่งเป็นส่วนของตะกอนขนาดเล็กและเบา ซึ่งตามปกติจะถูกพัดพาและกัดเซาะง่ายอยู่แล้ว ไหลตามน้ำออกไปด้านนอกฝั่ง จึงเห็นเป็นลักษณะคล้ายช่องเปิดเลี้ยวไปมาบนชายหาด การเติมทรายชายหาดนั้นแม้จะเป็นมาตรการที่ส่งผลกระทบด้านลบน้อยต่อพื้นที่ที่ต้องการป้องกันและพื้นที่ข้างเคียงก็จริง [https://beachlover.net/เติมทรายชายหาด/] แต่มาตรการนี้มิใช่จะปฏิบัติได้ง่ายนัก ต้องคำนึงถึงแหล่งทราย วิธีการลำเลียง วิธีการเติม บดอัด และอื่นๆอีกมากมาย [บทความวิชาการ […]

Beachlover

Beachlover

November 11, 2020

คลื่นทะเลแรงกัดเซาะ “หาดชลาทัศน์” พัง

ที่มา: https://www.facebook.com/MGR.Online.South/ คลื่นทะเลแรงกัดเซาะ “หาดชลาทัศน์” พัง ซัดทรายถมหายลามลึกเข้าฝั่งต่อเนื่อง. ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ – ชายหาดชลาทัศน์แหล่งท่องเที่ยวแหลมสมิหลา จ.สงขลาเริ่มได้รับผลกระทบจากการถูกคลื่นกัดเซาะชายฝั่งจนกลายเป็นหน้าผาย่อมๆ หลังจากต้องเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวนคลื่นลมในทะเลแรง. วันนี้ (10 พ.ย.) ที่บริเวณชายหาดชลาทัศน์ แหลมสมิหลา แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของ จ.สงขลา เริ่มได้รับผลกระทบจากคลื่นลมในทะเลที่มีกำลังแรงขึ้น คลื่นกัดเซาะจนกลายเป็นหน้าผาขนาดย่อมๆ โดยเฉพาะบริเวณบ้านเก้าเส้งจนถึงบริเวณหน้าสนามมวยฐานทัพเรือสงขลา และมีแนวโน้มที่จะถูกคลื่นกัดเซาะกินพื้นที่ชายหาดลึกเข้ามาอย่างต่อเนื่อง.จุดที่ถูกคลื่นกัดเซาะจนเสียหายเป็นบริเวณที่มีการดูดทรายจากทะเลขึ้นมาถมชายหาดเพื่อแก้ปัญหาคลื่นกัดเซาะชายหาด แต่ขณะนี้ปรากฎว่ากลับถูกคลื่นกัดเซาะชายฝั่งขึ้นอีกครั้งและเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูมรสุมของทุกปี .นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวบริเวณดังกล่าวต้องระวังเพราะอาจจะไม่ได้รับความสะดวกเนื่องจากพื้นที่ที่ถูกคลื่นกัดเซาะกลายเป็นหน้าผาย่อมเดินขึ้นลงชายทะเลลำบาก

Beachlover

Beachlover

November 11, 2020

ด่วน! พบการขุดบ่อบนหาดม่วงงาม ?

Beach Lover ได้นำเสนอเรื่องราวของชายหาดม่วงงาม จ.สงขลา กรณีที่ชาวบ้านฟ้องร้องการดำเนินงานของภาครัฐจนนำเรื่องขึ้นสู่ศาลปกครองไปแล้วหลายครั้ง ติดตามได้จากโพสเก่าๆ (ใช้ Icon ค้นหา รูปแว่นขยายบนหน้าหลักของ Website ค้นหาคำว่า “ม่วงงาม”) ศาลปกครองจังหวัดสงขลาได้ออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวไปแล้วเมื่อปลายเดือนมิถุนายน 2563 [https://beachlover.net/คุ้มครอง-ม่วงงาม/] นับจนถึงวันนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบก็ได้ยุติการดำเนินงานทั้งหมดและได้ทำการรื้อถอนเครื่องจักรหนักออกจากชายหาดจนหมด มาวันนี้พบว่า มีการขุดหลุมทรายบนชายหาดหน้าพื้นที่ที่ชาวบ้านเคยใช้เพื่อจัดกิจกรรม Save หาดม่วงงาม อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดก่อนและระหว่างการฟ้องคดี ขนาดประมาณ 5X3 เมตร และลึกไม่เกิน 1 เมตร ดังรูป เท่าที่สังเกตพบว่าไม่ปรากฏป้ายประชาสัมพันธ์โครงการว่ามีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร และดำเนินการโดยหน่วยงานใด คาดเดาเอาเองว่าน่าจะเป็นหน่วยงานรัฐเพราะพื้นที่สาธารณะแบบนี้ไม่อนุญาตให้เอกชนดำเนินการลักษณะนี้ได้ แม้จะมีขนาดไม่ใหญ่มาก และอาจไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ประโยชน์บริเวณชายหาดมากนัก แต่การดำเนินการใดๆบนชายหาดซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะประโยชน์แบบนี้ จำเป็นต้องระบุถึงที่มา วัตถุประสงค์ หน่วยงานที่รับผิดชอบ และงบประมาณให้ชัดเจน เพราะหน่วยงานรัฐกำลังใช้ภาษีของประชาชนเพื่อประชาชน คำถามสำคัญที่เจ้าของโครงการต้องตอบจากการขุดหลุมทรายบนชายหาดสาธารณะก็คือ ทำไปเพื่อวัตถุประสงค์ใด และสมควรแก่เหตุหรือไม่ หรือเป็นมาตรการที่เกินจำเป็น ซึ่งเป็นประเด็นเดียวกันกับที่เคยตั้งคำถามกับโครงการกำแพงกันคลื่นชายหาดม่วงงามที่เคยเกิดขึ้นที่นี้และได้ถูกศาลยับยั้งชั่วคราวไป เนื่องจากการขุดหลุมทรายลักษณะนี้เป็นการเปลี่ยนแปลงสัณฐานชายหาด และถือเป็นการทำลายพื้นที่ชายหาดโดยตรง เจ้าของโครงการจำเป็นต้องขออนุญาตขุดทรายบนชายหาดต่อกรมเจ้าท่า ตาม พรบ การเดินเรือของกรมเจ้าท่า [https://beachlover.net/พระราชบัญญัติเจ้าท่า/] และขออนุญาตเปลี่ยนแปลงสัณฐานชายฝั่งต่อกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งตาม พรบ ของกรม […]

Beachlover

Beachlover

October 30, 2020

คดีประวัติศาสตร์ “หาดกัดเพราะรัฐสร้าง” คาบสมุทรตากใบ นราธิวาส

ริมชายฝั่งบริเวณนี้ถูกกัดเซาะไปแล้วกว่า 18 ไร่ หลังการก่อสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่งตลอดแนวกว่า 20 กิโลเมตรบนคาบสมุทรตากใบ โดยกรมชลประทาน ชัยชนะจากการต่อสู้โดยลำพังของผู้หญิงคนนึงมาตลอดเกือบ 20 ปี ด้วยความเชื่ออย่างสุดใจว่า “ความจริงจะชนะทุกสิ่งแม้แต่ผู้ถืออำนาจรัฐ” จะถูกส่งต่อเพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับนัก (อยาก) สู้ ทุกคน โครงการศึกษาเพื่อพัฒนาลุ่มน้ำโกลก เป็นหนึ่งในโครงการความร่วมมือกันระหว่างกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แห่งประเทศไทยกับกระทรวงเกษตรแห่งมาเลเซียที่ตกลงความร่วมมือกันเมื่อ กุมภาพันธ์ 2522 โดยรัฐบาลออสเตรเลียได้ส่งคณะที่ปรึกษาคือ บริษัท Snowy Mountain Engineering Corporation Limited (SMEC, https://www.smec.com/en_au) และ Mc Gowan International Pty Ltd. (MGI) มาดำเนินการศึกษาความเหมาะสมโครงการในช่วงกันยายน 2526-กันยายน 2528 โดยองค์ประกอบของโครงการนั้นมีหลายส่วน มีระยะเวลาก่อสร้างตามแผนในปีงบประมาณ 2538-2548 แต่ส่วนที่สำคัญอันเป็นเหตุแห่งคดีนี้คือ การสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำโกลก (Jetty, https://beachlover.net/wp-content/uploads/2019/07/Jetty.pdf) และ รอดักทราย (Groin, https://beachlover.net/wp-content/uploads/2019/07/Groin.pdf) เรื่อยมาทางทิศเหนือตลอดแนวกว่า 20 กิโลเมตร บนคาบสมุทรตากใบ เหตุแห่งการสร้างรอดักทรายตลอดแนวกว่า […]

Beachlover

Beachlover

October 30, 2020

ชาวบ้านมีมติ ไม่เอากำแพงป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง เขารูปช้าง จ.สงขลา

ที่มา:https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๖๓ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๕ (สงขลา) ร่วมกับกรมเจ้าท่า ที่ปรึกษาโครงการก่อสร้างกำแพงป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ทสจ.สงขลา สิ่งแวดล้อมภาคที่ ๑๖ และประชาชนในพื้นที่ ๑๕๐ คน เข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน และชี้แจงข้อมูลโครงการก่อสร้างกำแพงป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณ ม.๓–๗ ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา เนื่องจากได้รับข้อร้องเรียนและข้อกังวลจากประชาชนในพื้นที่เกี่ยวกับโครงการก่อสร้างฯ ที่ไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงการทำประชาพิจารณ์ให้ก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่ง เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง แต่ได้กำแพงป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งชาวบ้านเกรงว่าหาดทรายจะหายไป วิถีประมงพื้นบ้านต้องเปลี่ยนไป ทรัพยากรสัตว์น้ำอาจจะสูญหายไปด้วย ซึ่งในที่ประชุมมีมติไม่รับโครงการก่อสร้างกำแพงป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง โดยให้เจ้าของโครงการและผู้รับจ้างหยุดการก่อสร้างจนกว่าจะมีข้อสรุปจากเจ้าของโครงการฯ

Beachlover

Beachlover

October 23, 2020

อีกแล้ว!! ฝนถล่มหาดพัทยาพังอีกรอบ

ที่มา: Facebook page เรารักพัทยา ฝนถล่มหนักทำชายหาดเมืองพัทยาเสียหายหลายจุด จากเมื่อคืน เวลา 03.00 น.วันที่ 3 ตุลาคม 2563 ฝนตกลงมาอย่างหนัก ในพื้นที่เมืองพัทยา เป็นเวลานานกว่า 3 ชั่งโมง ทำให้มวลน้ำเอ่อเข้าท่วมขัง ทำให้รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ไม่สามารถสัญจรผ่านไปได้ โดยเฉพาะ ถนนเลียบชายหาดพัทยา ถนนพัทยาสายสาม จากร้านอาหารมุมอร่อยพัทยากลาง มุ่งหน้าไปพัทยาเหนือ ถนนเส้นพัทยาใต้ ถนนสุขุมวิทด้านหน้าทางหลวงพัทยา ถนนเลียบทางรถไฟเขาตาโลมุ่งหน้าวัดธรรมสามัคคี มีปริมาณน้ำท่วมสูงตั้งแต่ 10 – 80 เซนติเมตร ทำให้ปริมาณน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ใช้เวลาเพียงไม่นานปริมาณน้ำก็ลดลงเข้าสู่สภาวะปกติ ล่าสุด 09.30 น. วันนี้ บรรยากาศน้ำท่วมตามถนนสายต่างๆได้ลดลงปกติแล้ว แต่บริเวณชายหาดพัทยา ซึ่งชายหาดพัทยาเหนือไปจนถึงพัทยาใต้ ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ซึ่งชายหาดหาดบริเวณดังกล่าวโดนน้ำเซาะ ทำให้เป็นหลุมขนาดใหญ่ ได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง ซึ่งบริเวณเครื่องปั้มน้ำของทางเมืองพัทยาที่ตั้งอยู่บริเวณ ซอย 6 พัทยา ก็มีเศษขยะติดเต็มไปหมด โดยมีผู้ประกอบการร่มและเตียงชายหาด ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ลงพื้นที่แก้ไขปัญหาน้ำกัดเซาะชายหาดอย่างเร่งด่วน

Beachlover

Beachlover

October 3, 2020

หาดสุชาดา-แสงจันทร์-ปากน้ำระยอง … ทุกโครงสร้างชายฝั่ง พบได้ที่นี่

หลังจากการเกิดขึ้นของนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด พร้อมงานก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกมาบตาพุด ชายหาดฝั่งตะวันออกของท่าเทียบเรือก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป… การก่อสร้างท่าเทียบเรือน้ำลึกขนาดใหญ่ ถือเป็นโครงสร้างทางวิศวกรรมชายฝั่งทะเล ที่เป็นผลมาจากการพัฒนาด้านเศรษฐกิจการคมนาคมและการค้า เพื่อให้เกิดการขยาย ตัวของภาคอุตสาหกรรม โดยจะกระจายตัวไปในพื้นที่ชายฝั่งทะเลที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะรองรับการพัฒนา เช่น ท่าเรือน้ำลึกสงขลา แหลมฉบัง และมาบตาพุด  ท่าเรือมาบตาพุดเป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลตะวันออก เป็นท่าเรือที่ใช้เวลาศึกษาและก่อสร้างน้อยมาก กล่าวคือ ในปี 2525 ทำการศึกษาความเป็นไปได้ในการก่อสร้าง ในปี 2528 ทำการออกแบบด้านวิศวกรรม  ในปี 2532 เริ่มการก่อสร้างท่าเรือซึ่งแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2535 และมีเรือเข้าเทียบท่าลำแรกเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2535 (http://www.cuti.chula.ac.th/triresearch/mabtaput/mabtaput.html) ด้วยลักษณะทางสมุทรศาสตร์และสัณฐานชายฝั่ง ทิศทางการเคลื่อนตัวของตะกอนที่ขนานกับชายฝั่งทะเล (longshore sediment transport) ในบริเวณมาบตาพุดนี้ จะมีการเคลื่อนที่สุทธิจากทิศตะวันตกไปทางทิศตะวันออกของท่าเทียบเรือ ตามทฤษฎีแล้ว เมื่อมีการก่อสร้างโครงสร้างชายฝั่งทะเล จะส่งผลให้กระแสน้ำชายฝั่ง (longshore current) มีทิศทางเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม คลื่นเมื่อเคลื่อนที่ปะทะโครงสร้างจะเกิดปรากฏการณ์คลื่นหักเห  (refraction) เลี้ยวเบน (diffraction) และสะท้อน (reflection)  ส่งผลให้ชายฝั่งทางด้านท้ายน้ำ หรือส่วนถัดไปจากโครงสร้าง เกิดการกัดเซาะอย่างรุนแรง คาดเดาได้ไม่ยากว่า หากมีสิ่งก่อสร้างอย่างการถมทะเลและท่าเทียบเรือน้ำลึกมาบตาพุดยื่นลงไปในทะเลด้วยระยะทาง 3.5 กิโลเมตรนี้ จะเกิดอะไรขึ้นกับชายหาดทิศตะวันออกของท่าเทียบเรือ ซึ่งเป็นที่ตั้งของชายหาดสุชาดาและหาดแสงจันทร์ เรื่อยยาวจากปากคลองตากวนจนถึงปากน้ำระยองระยะทางประมาณ 10.5 กิโลเมตร หลังการเกิดขึ้นของท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุด ชายหาดแถบนี้ถูกกัดเซาะอย่างรุนแรง จนเป็นเหตุให้หน่วยงานที่รับผิดชอบจำเป็นต้องดำเนินโครงการป้องกันชายฝั่งโดยใช้โครงสร้างทางวิศวกรรมหลากหลายรูปแบบ อันประกอบด้วย […]

Beachlover

Beachlover

October 1, 2020

คำพิพากษา ศาลปกครองสูงสุด คดีตากใบ [กุมภาพันธ์ 2563]

Click ที่ Download จะนำไปสู่ PDF file คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีพิพาทน้ำกัดเซาะชายฝั่ง ต.ไพรวัน อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ระหว่างประชาชนกับกรมชลประทานและกรมเจ้าท่า

Beachlover

Beachlover

September 21, 2020

หาดพัทยา น่าเที่ยวแค่ไหน

Beach Lover ได้นำเสนอเรื่องราวของการเติมทรายชายหาดพัทยาไปแล้วหลายครั้ง ติดตามได้จาก https://beachlover.net/เติมทราย-พัทยา/ และ https://beachlover.net/บทเรียน-เติมทราย-พัทยา/ กระนั้นก็ตามทุกครั้งที่ฝนตกหนัก งานเติมทรายชายหาดพัทยาก็ได้รับผลกระทบอย่างหนัก น้ำฝนไหลบ่าทะลักลงสู่ชายหาดจนกัดเซาะเป็นร่องลึก หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องขุดทรายและขนทรายมาปิดบาดแผลนี้เป็นประจำ ตามที่ Beach Lover ได้เคยนำเสนอไปแล้ว https://beachlover.net/ฝนตกหนัก-พัทยา-หาดพัง/และ https://beachlover.net/หาดพัทยา-18-ต-ค-2562/ หาดพัทยาก็ไม่ต่างจากหาดท่องเที่ยวในระดับ International tourism beaches อื่นๆในช่วง COVID-19 ที่ได้รับผลกระทบไม่น้อยจากภัยคุกคามนี้ https://beachlover.net/หาดพัทยา-covid19/ Beach Lover ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์เติมทรายชายหาดพัทยาในเดือนกันยายน 2563 พบทรายที่ถูกเติมแล้วเสร็จเมื่อกุมภาพันธ์ 2562 ด้วยงบประมาณ 420 ล้านบาท โดยกรมเจ้าท่านั้น ยังคงสภาพดี หาดยังกว้างมากกว่า 50 เมตร ยกเว้นยามฝนตกหนักที่ยังคงมีปัญหาตามที่ได้นำเสนอไปแล้ว แม้เป็นช่วงเย็น แต่พบว่าชายหาดเงียบสงบ มีผู้ใช้ชายหาดอย่างบางตา แม้ร่มเตียงชายหาดที่ถูกกางเพื่อทำมาค้าขายลดลงไปจากเดิมมากกว่าครึ่ง แต่ก็พบว่าแทบไม่มีนักท่องเที่ยวเข้าไปใช้บริการเลย รถราสามารถหาที่จอดได้ง่ายริมถนนสายเลียบทะเลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ผู้คนที่เคยเดินขวักไขว่แทบจะชนกัน ภาษาจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่โหวกเหวกโวยวาย บัดนี้ภาพเหล่านั้นได้หายไปจนหมดสิ้น ชายหาดพัทยายาว 2.8 กิโลเมตร ได้กลับมาเป็นของคนไทยอีกครั้ง แต่ราคาที่ต้องจ่ายคือแรงงานที่ถูกเลิกจ้าง ธุรกิจที่ต้องปิดตัว […]

Beachlover

Beachlover

September 11, 2020
1 2 3