ติดตามการกัดเซาะชายฝั่งหาดม่วงงาม และ บ้านทุ่งใหญ่ จ.สงขลา

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH/ วันที่ ๙ เมษายน ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๕ (สงขลา) ติดตามสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งและการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งจากการก่อสร้างโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ พื้นที่ ต.ม่วงงาม อ.สิงหนคร จ.สงขลา ความยาว ๗๑๐ เมตร ซึ่งศาลปกครองสงขลามีคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างเป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษา หรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น หรือจนกว่าคดีจะถึงที่สุด เมื่อวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๖๓ พบว่าชายหาดมีตะกอนทรายสะสมเพิ่มขึ้นซึ่งเป็นการปรับสมดุลโดยธรรมชาติ โครงการก่อสร้างกำแพงป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง บริเวณบ้านทุ่งใหญ่ หมู่ที่ ๓ – ๗ ต.เขารูปช้าง อ.เมือง จ.สงขลา ความยาว ๓,๔๓๙ เมตร ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้าง ผลการตรวจสอบพบว่าบริเวณจุดสิ้นสุดโครงการมีการกัดเซาะชายฝั่ง ระยะทางยาวประมาณ ๒๐๔ เมตร

Beachlover

April 15, 2021

นักธรณีวิทยาชี้ท่าเรือคลองวาฬงบ 430 ล้านไร้ประโยชน์หลังสร้างทิ้งนาน 15 ปี มีปัญหากัดเซาะชายฝั่ง

ที่มา: https://www.talknewsonline.com/ เมื่อวันที่ 10 มีนาคม นายทิวา ศุภจรรยา ผู้อำนวยการสถาบันถิ่นฐานไทย อดีตนักวิชาการด้านธรณีวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อดีตสมาชิกวุฒิสภา(ส.ว.) จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานทำการสำรวจท่าเทียบเรือร่องน้ำคลองวาฬ เขตเทศบาลตำบลคลองวาฬ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อหาแนวทางใช้ประโยชน์ หลังจากกรมเจ้าท่าใช้งบประมาณในการก่อสร้าง 430 ล้านบาท ก่อสร้างเสร็จสิ้นตั้งแต่ปี 2551 ถึงปัจจุบันนานกว่า 15 ปี แต่ยังไม่มีหน่วยงานในท้องถิ่นบริหารจัดการให้มีความคุ้มค่า ล่าสุดจากการสำรวจทางธรณีวิทยาพบว่า ท่าเรือคลองวาฬช่วงน้ำทะเลลดลง เดิมชายหาดเป็นแนวค่อนข้างตรง ต่อมาเมื่อมีการสร้างท่าเรือและเขื่อนกันคลื่นในทะเล ทำให้แนวชายหาดมีความเปลี่ยนแปลง มีการงอกของชายฝั่งและชายหาดบางส่วนถูกน้ำทะเลกัดเซาะ จากการไหลเวียนของน้ำทะเล ทำให้กรมโยธาธิการต้องออกแบบวางแผนใช้งบสร้างเคลื่อนกันคลื่นเพื่อป้องกันความเสียหายในระยะยาวในพื้นที่ชายฝั่ง “การก่อสร้างท่าเรือคลองวาฬถือเป็นตัวอย่างการศึกษาทางวิชาการที่น่าสนใจ หากหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ได้ประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมให้รอบคอบ ก็ไม่ควรสร้างให้สิ้นเปลืองงบประมาณทั้งโครงสร้างคอนกรีต กองหินขนาดใหญ่ในทะเล และการใช้งบรายปีเพื่อขุดลอกทรายที่ตื้นเขินทำให้เรือประมงพาณิชย์ไม่สามารถเข้าจอดเทียบท่าได้ในบางฤดูกาล ดังนั้นกระทรวงคมนาคม กรมเจ้าท่า กรมธนารักษ์ ผู้บริหารควรให้ความสนใจเพื่อแก้ไขปัญหาทั้งระบบ แม้ว่าจะต้องใช้งบประมาณอีกจำนวนมากเพื่อปรับปรุงท่าเรือ อาคารสำนักงาน และต้องวางแผนเพื่อป้องกันผลกระทบกับชายฝั่ง” นายทิวา กล่าว ขณะที่ประธานสหกรณ์ชาวประมงบ้านคลองวาฬ ระบุว่าท่าเทียบเรือแห่งนี้ปกติควรยื่นออกไปในทะเลอีกราว 100 เมตร ขณะมีการก่อสร้างโครงการนานกว่า 3 […]

Beachlover

March 14, 2021

มติเอกฉันท์ชาวบ้านไม่เอา “สันดอนทราย” ในอ่าวปัตตานี

ที่มา: https://www.facebook.com/theagandath/ โดย อัลอามีน มะแต และ ดร.อลิสา หะสาเมาะ จากการที่คณะกรรมาธิการการป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยธรรมชาติและสาธารณภัย สำนักกรรมาธิการ 3 สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ได้จัดทำโครงการศึกษาเรื่อง “สำรวจความต้องการสันดอนทราย จากโครงการขุดลอกอ่าวปัตตานี” โดยลงพื้นที่สำรวจ จัดเก็บข้อมูลและประมวลผลตั้งแต่วันที่ 13 ธ.ค.2563 แล้วประมวลผลเสร็จเมื่อวันที่ 18 ม.ค.2564 นั้น ผลสรุปที่ได้จากโครงการนี้พบว่า ชาวบ้านในชุมชนที่ตอบแบบสอบถามจำนวน 315 คน ประกอบอาชีพประมง 100% ปรากฏว่าทั้งหมด 100% ไม่ต้องการสันดอนทราย โดยต้องการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบด้วยการนำกองทราย ซึ่งเกิดจากวัสดุขุดลอกไปทิ้งนอกอ่าวไทย “สันดอนทราย” มีที่มาที่ไปอย่างไร สำหรับโครงการขุดลอกอ่าวปัตตานีเพื่อแก้ปัญหาการตื่นเขินเกิดขึ้นจาก 2 หน่วยงานคือ กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า และ ศอ.บต. เริ่มศึกษาความเป็นไปได้มาตั้งแต่ปี 2558 ต่อมาได้ชงเรื่องเข้าที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (คปต.) ครั้งที่ 1/2560 ที่มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ […]

Beachlover

January 28, 2021

ยืนดูคลื่นปะทะกำเเพงกันคลื่น ที่บ้านท่าบอน หมู่ 2 ระโนด สงขลา

ที่มา: https://www.facebook.com/Beachforlife.BFL [ต้นฉบับข่าวเป็น VDO Clip] วันนี้ (20 มกราคม 2564) ชาวบ้านเล่าให้ฟังว่า โครงการนี้เป็นของกรมเจ้าท่าสร้างมา 2 ปีเเล้ว นี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการก่อสร้างกำเเพงกันคลื่น โดยใช้วิธีการปักเสาเข็มเป็นกำเเพงเเนวดิ่ง หลังจากสร้างเสร็จ คลื่นกวาดทรายหน้ากำเเพงออกไปทำให้หน้ากำเเพงลึก ทำให้คลื่นปะทะกำเเพงกันคลื่นเเล้วยกตัวสูงขึ้น

Beachlover

January 20, 2021

เร่งช่วยชาวบ้านได้รับผลกระทบคลื่นกัดเซาะ ท่าบอน ระโนด

ที่มา: https://www.dailynews.co.th/politics/ เมื่อวันที่ 16 ม.ค. นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม เปิดเผยว่า ตนพร้อมด้วยนายชัยวุฒิ ผ่องแผ้ว คณะทำงาน นายชาตรี ณ ถลาง นายอำเภอระโนด นายปราโมทย์ แสงอรุณ นายก อบต.ท่าบอน นายสมเพียร บุญศิริ นายกเทศมนตรีตำบลปากแตระ อำเภอระโนด จังหวัดสงขลา ได้ร่วมกันตรวจพื้นที่ชายทะเลฝั่งอ่าวไทย  ซึ่งได้รับผลกระทบจากคลื่นกัดเซาะตลิ่ง ทำให้พื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่ประกอบอาชีพ รวมถึงวัดอู่ตะเภาได้รับความเสียหาย  ซึ่งเป็นพื้นที่ที่กรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม  และกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย ได้จัดงบประมาณมาดำเนินการก่อสร้าง เพื่อป้องกันตลิ่งพัง ปรากฏว่ารูปแบบการก่อสร้างมี 3 รูปแบบ 1.คันคอนกรีต 2.คอนกรีตเทราดทับตามแนวราดของชายหาด และ 3.เรียงหินก้อนใหญ่ ผลปรากฏว่าการก่อสร้างในรูปแบบเรียงหินก้อนใหญ่ สามารถป้องกันตลิ่งได้ และตนได้โทรศัพท์คุยกับนายวิทยา ยาม่วง อธิบดีกรมเจ้าท่า ได้รับคำตอบว่าจะส่งเจ้าหน้าที่กรมเจ้าท่าส่วนภูมิภาคมาตรวจสอบความเสียหายและจะได้จัดสรรงบประมาณมาแก้ไข รวมถึงการพัฒนาต่อเนื่องต่อไป

Beachlover

January 18, 2021

Jetty ตัวแรกแห่งอันดามัน กำลังจะเกิดขึ้น?!?

บ้านน้ำเค็ม อ.ตะกั่วป่า จ.พังงา เป็นหมู่บ้านชาวประมงที่ดำรงชีวิตอยู่แถบชายทะเลอันดามัน เดิมมีชุมชนที่อาศัยอยู่บริเวณปากคลองน้ำเค็มกว่าหนึ่งพันครัวเรือน แต่หลังจากเกิดเหตุ Tsunami เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 บ้านน้ำเค็มเป็นพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สินมากที่สุด สิ่งปลูกสร้างชายฝั่งถูกทำลายล้างจนหมดสิ้น สภาพชายฝั่งและพื้นที่ปากคลองถูกเปลี่ยนแปลงสภาพไปอย่างมากมาย สันทรายปากคลองที่เเคยเป็นปราการธรรมชาติถูกทำลาย เช่นเดียวกันกับสันดอนทรายใต้น้ำ จากการศึกษาโดยกรมทรัพยากรธรณี ซึ่งจ้างบริษัทที่ปรึกษา “ซีสเปคตรัม” ศึกษาไว้เมื่อปี 2550 ระบุว่าหลังจากพื้นที่นี้ได้รับผลกระทบจาก Tsunami เมื่อปี 2547 พบว่า แรงปะทะจาก Tsunami ได้พัดพาสันดอนทรายที่ปากคลองหายไปจนหมดสิ้น ตะกอนทรายบางส่วนถูกพัดพาไปตกในคลองปากเกาะ ส่งผลให้ร่องน้ำตื้นเขินเป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือ ภาพถ่ายดาวเทียมรายละเอียดสูง Ikonos วันที่ 29 ธ.ค.2547 เทียบกับภาพถ่ายทางอากาศปี 2545 แสดงให้เห็นการกัดเซาะบริเวณคลองปากเกาะดังพื้นที่สีแดง แต่หลังจากนั้นอีกเพียง 1 ปี พบว่าชายหาดเกิดการฟื้นตัวกลับมามีพื้นที่ชายหาดเกือบเหมือนเดิมก่อนเกิด Tsunami ภาพถ่ายดาวเทียม Ikonos วันที่ 29 ธ.ค.2547 เทียบกับภาพถ่ายวันที่ 24 ธ.ค.2548 แสดงให้เห็นการฟื้นตัวของชายหาดบริเวณคลองปากเกาะดังพื้นที่สีเหลือง แต่ยังคงพบว่าสันทรายปากร่องน้ำทางทิศเหนือบริเวณเกาะคอเขายังคงไม่ฟื้นคืนกลับมาในสภาพเดิม หลังจากนั้นปากคลองปากเกาะก็มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามที่ปรากฏในภาพถ่าย […]

Beachlover

January 11, 2021

ภาพเปรียบเทียบวันเวลาเดียวกัน ของชายหาด”มี”และ”ไม่มีโครงสร้าง”

ที่มา: https://www.facebook.com/Beachforlife.BFL/ วันที่ 1 มกราคม 2564 หาดทรายเเก้ว-ชิงโค จ.สงขลา โดยภาพแรก ถ่าย ณ ตำเเหน่งที่มีกำเเพงกันคลื่น เเละภาพที่สองถ่าย ณ ตำแหน่งที่ไม่มีกำเเพงกันคลื่น ภาพที่ 1 หาดที่มีกำเเพงกันคลื่น คลื่นปะทะข้ามกำเเพงกันคลื่นเข้ามา พื้นที่ด้านหลังกำเเพงกันคลื่น น้ำทะเลท่วมขัง ไอน้ำทะเลฟุ้งกระจายเต็มพื้นที่ ภาพที่ 2 เป็นสุดสิ้นสุดกำเเพงกันคลื่น ยังคงมีชายหาดอยู่ หาดทรายค่อยๆซับพลังงานคลื่น

Beachlover

January 2, 2021

ได้คำตอบแล้ว ท่อซีเมนต์ ณ หาดหว้าขาว

หาดหว้าขาวอยู่ทางทิศใต้ของกุยบุรี เป็นหาดทรายยาวต่อเนื่องกว่า 20 กิโลเมตร ตั้งแต่ตำบลบ่อนอกเรื่อยไปจนถึงตำบลอ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ สภาพทั่วไปเป็นหาดทรายขาวยาวต่อเนื่อง มีป่าชายหาดปกคลุมเป็นส่วนใหญ่ มีบ้านส่วนตัว รีสอร์ท และชุมชนประปราย ส่วนมากเป็นพื้นที่เอกชนแปลงโล่งที่ยังไม่ได้พัฒนา เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2563 Beach Lover ได้ลงสำรวจภาคสนามโดยการถ่ายภาพมุมสูง พบการวางท่อซีเมนต์ต่อกันเป็นแนวยาว 8-9 ท่อต่อ 1 แนว โดยวางตั้งฉากกับชายฝั่งประหนึ่งเป็นรอดักทราย [ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรอดักทราย https://beachlover.net/groin/ ] ณ หาดหว้าขาว บ่อนอก ในพิกัด UTM ประมาณ 590994E และ 1321031N โดย Beach lover ได้นำเสนอไปแล้วตามโพสนี้ https://beachlover.net/ท่ออะไร-ยังไง-หาดหว้าขาว-บ่อนอก/ โดย ณ ขณะนั้นยังไม่ทราบเจ้าของและสาเหตุการวาง หลังจากนำเสนอไปแล้วระยะหนึ่ง ได้รับความร่วมมือจากผู้รักชายหาด และเจ้าหน้าที่จากกรมเจ้าท่าลงไปตรวจสอบพบว่าเป็นการก่อสร้างในแนวกรรมสิทธิ์มิได้ล่วงล้ำลำน้ำแต่ประการใด โดยได้ตรวจสอบแล้วจากโปรแกรม land map ของกรมที่ดิน คาดว่าสร้างมานานแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ปี Beach Lover ต้องขอขอบคุณประชาชนผู้รักชายหาดที่ได้แจ้งไปยังกรมเจ้าท่าให้ช่วยตรวจสอบเรื่องนี้ […]

Beachlover

December 29, 2020

ท่ออะไร ยังไง?!? @ หาดหว้าขาว บ่อนอก

หาดหว้าขาวอยู่ทางทิศใต้ของกุยบุรี เป็นหาดทรายยาวต่อเนื่องกว่า 20 กิโลเมตร ตั้งแต่ตำบลบ่อนอกเรื่อยไปจนถึงตำบลอ่าวน้อย อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ สภาพทั่วไปเป็นหาดทรายขาวยาวต่อเนื่อง มีป่าชายหาดปกคลุมเป็นส่วนใหญ่ มีบ้านส่วนตัว รีสอร์ท และชุมชนประปราย ส่วนมากเป็นพื้นที่เอกชนแปลงโล่งที่ยังไม่ได้พัฒนา เนื่องจากพื้นที่แถบนี้เข้าถึงริมทะเลได้ยากในหลายตำแหน่ง Beach Lover จึงได้ลงสำรวจภาคสนามโดยการถ่ายภาพมุมสูง พบการวางท่อซีเมนต์ต่อกันเป็นแนวยาว 8-9 ท่อต่อ 1 แนว โดยวางตั้งฉากกับชายฝั่งประหนึ่งเป็นรอดักทราย [ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรอดักทราย https://beachlover.net/groin/ ] ณ หาดหว้าขาว บ่อนอก ในพิกัด UTM ประมาณ 590994E และ 1321031N ขณะนี้ยังไม่ทราบเจ้าของและสาเหตุการวาง หากท่อซีเมนต์นี้วางรุกล้ำลงไปในเขตทะเล จำเป็นต้องของอนุญาตกรมเจ้าท่าตาม พรบ.เดินเรือน่านน้ำไทย [https://beachlover.net/พระราชบัญญัติเจ้าท่า/] เนื่องจากถือเป็นสิ่งล่วงล้ำลำน้ำตามกฎหมายของกรมเจ้าท่า แต่หากเป็นการวางในพื้นที่เอกชนอยู่ในเขตที่ดินของตนเองก็สามารถทำได้ หากมีข้อมูลเพิ่มเติมทาง Beach Lover จะนำมาเสนอในโอกาสต่อไป

Beachlover

December 13, 2020

หาดชลาทัศน์กัดเซาะตามข่าว จริงหรือ?!?

จากข่าวการกัดเซาะชายหาดชลาทัศน์ที่สื่อท้องถิ่นนำเสนอภาพไปเมื่อวันที่ 10 พ.ย.2563 และ Beach Lover ได้นำมาแชร์ต่อไว้ใน https://beachlover.net/คลื่นทะเลแรงกัดเซาะ-หาดชลาทัศน์-พัง/ นั้น พบประเด็นที่อยากนำเสนอเพื่อความเข้าใจเพิ่มเติมตามนี้ บริเวณที่เห็นตามภาพข่าวนั้นคือพื้นที่ทางทิศใต้ของชายหาดชลาทัศน์ ที่ทางกรมเจ้าท่าได้เคยทำการเติมทรายชายหาดค้างไว้ ยังไม่แล้วเสร็จจวบจนถึงปัจจุบัน โดยใช้ทรายใต้ทะเลนอกฝั่งแถบแหลมสนอ่อนลำเลียงผ่านท่อเหล็กยาวประมาณ 4 กิโลเมตรกว่ามาเติมให้ชายหาดบริเวณนี้ โดยทาง Beach Lover และเครือข่ายได้ติดตามการทำงานของกรมเจ้าท่า ณ ชายหาดชลาทัศน์มาอย่างยาวนาน อ่านเพิ่มเติมถึงเรื่องราวนี้ได้จาก https://beachlover.net/หาดชลาทัศน์-ยามนี้-ยังสบายดีอยู่ไหม/ จากบทความที่ได้โพสไว้เมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2563 [https://beachlover.net/หาดชลาทัศน์-ยามนี้-ยังสบายดีอยู่ไหม/] แม้จะเป็นช่วงปลอดมรสุม แต่พบว่าชายหาดมีสภาพเหมือนที่ลงข่าวตามสื่อเมื่อวันที่ 10 พ.ย.2563 หากสาเหตุหลักเกิดการคลื่นลมแรงช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ภาพเมื่อเดือนสิงหาคม 2563 ซึ่งเป็นช่วงปลอดมรุสมคงจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้ การกัดเซาะแบบที่เราเห็นตามภาพนี้เกิดทรายที่นำมาเติมลงบนชายหาดนั้นมิได้ถูกปรับแต่งความลาดชันด้านหน้าหาดให้ลาดเอียงเหมาะกับการใช้ประโยชน์พื้นที่ ประกอบกับวัสดุที่นำมาเติมนั้นมีขนาดคละที่ไม่ถูกต้องตามหลัก [อ่านบทความวิชาการเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/การเติมทรายชายหาด/] จึงเกิดการแยกชั้นของวัสดุอย่างชัดเจนและเกิดการตัดเป็นหน้าผาชัน ส่วนการกัดเซาะที่มีลักษณะคล้ายทางระบายน้ำจากบนชายหาดลงสู่ทะเลนั้น เกิดจากน้ำที่ไหลลงจากบนฝั่งทั้งน้ำฝนและน้ำส่วนเกินจากทางระบายน้ำริมถนนไหลจากที่สูงไปสู่ที่ต่ำ เมื่อมีความแรงก็ไหลบ่ากัดเซาะเอาส่วนของทรายที่เติมอยู่ด้านบนซึ่งเป็นส่วนของตะกอนขนาดเล็กและเบา ซึ่งตามปกติจะถูกพัดพาและกัดเซาะง่ายอยู่แล้ว ไหลตามน้ำออกไปด้านนอกฝั่ง จึงเห็นเป็นลักษณะคล้ายช่องเปิดเลี้ยวไปมาบนชายหาด การเติมทรายชายหาดนั้นแม้จะเป็นมาตรการที่ส่งผลกระทบด้านลบน้อยต่อพื้นที่ที่ต้องการป้องกันและพื้นที่ข้างเคียงก็จริง [https://beachlover.net/เติมทรายชายหาด/] แต่มาตรการนี้มิใช่จะปฏิบัติได้ง่ายนัก ต้องคำนึงถึงแหล่งทราย วิธีการลำเลียง วิธีการเติม บดอัด และอื่นๆอีกมากมาย [บทความวิชาการ […]

Beachlover

November 11, 2020
1 8 9 10 12