กระแสน้ำเลียบฝั่งและกระแสน้ำตั้งฉากกับฝั่ง: ตัวขับเคลื่อนสำคัญของการเปลี่ยนแปลงชายหาด
เมื่อคลื่นเดินทางเข้าหาชายฝั่ง สิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้มีเพียงคลื่นซัดขึ้นบนหาดแล้วถอยกลับเท่านั้น แต่พลังงานของคลื่นยังทำให้เกิด “กระแสน้ำบริเวณชายฝั่ง” ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อทั้งความปลอดภัยของผู้เล่นน้ำและการเคลื่อนย้ายทรายตามแนวชายหาด โดยที่กระแสน้ำบริเวณชายฝั่งแบ่งอย่างง่ายได้เป็น 2 ทิศทางหลัก คือ กระแสน้ำเลียบฝั่ง ซึ่งไหลขนานไปกับแนวชายหาด และ กระแสน้ำตั้งฉากกับฝั่ง ซึ่งไหลเข้าหาฝั่งหรือไหลกลับออกสู่ทะเล กระแสน้ำเลียบฝั่งเกิดขึ้นได้อย่างไร กระแสน้ำเลียบฝั่ง หรือ longshore current มักเกิดเมื่อคลื่นเดินทางเข้าสู่ชายหาดในแนวเฉียง ไม่ได้เข้าหาฝั่งแบบตั้งฉากพอดี เมื่อคลื่นแตกตัว พลังงานส่วนหนึ่งจะผลักน้ำเข้าหาฝั่ง ขณะที่อีกส่วนหนึ่งมีทิศทางขนานไปกับแนวชายหาด น้ำจึงไหลไปตามแนวชายฝั่ง เกิดเป็นกระแสน้ำเลียบฝั่ง ยิ่งคลื่นเข้าหาฝั่งในมุมเฉียงมาก พลังงานที่ผลักน้ำไปตามแนวชายหาดก็ยิ่งมาก กระแสน้ำเลียบฝั่งจึงมีแนวโน้มแรงขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเร็วของกระแสน้ำยังขึ้นอยู่กับปัจจัยอื่นด้วย เช่น ความสูงและคาบของคลื่น มุมที่คลื่นเข้าหาชายฝั่ง ความลาดชันของชายหาด ความลึกของน้ำในบริเวณคลื่นแตกตัว ความขรุขระและแรงเสียดทานของพื้นทะเล โดยทั่วไป กระแสน้ำเลียบฝั่งจะมีความเร็วสูงในบริเวณระหว่างจุดคลื่นแตกตัว แล้วลดลงเมื่อเข้าใกล้ชายหาดมากขึ้น กระแสน้ำเลียบฝั่งพาทรายไปอย่างไร เมื่อกระแสน้ำเลียบฝั่งไหลไปตามชายหาด มันจะพัดพาทรายไปด้วย กระบวนการนี้เรียกว่า การเคลื่อนย้ายตะกอนตามแนวชายฝั่ง หรือ longshore sediment transport เม็ดทรายอาจเคลื่อนที่ได้หลายแบบ เช่น กลิ้งหรือกระโดดไปตามพื้นทะเล ถูกคลื่นยกขึ้นแล้วพัดพาไปกับกระแสน้ำ เคลื่อนขึ้นลงบนหน้าหาด ก่อนจะค่อยๆ เคลื่อนไปตามแนวชายฝั่ง หากปริมาณทรายที่ไหลเข้ามาและไหลออกจากพื้นที่สมดุลกัน รูปร่างชายหาดอาจไม่เปลี่ยนแปลงมาก แต่หากทรายถูกพัดออกไปมากกว่าที่เข้ามา ชายหาดจะค่อย ๆ แคบลงและเกิดการกัดเซาะ ในทางกลับกัน หากพื้นที่ใดได้รับทรายมากกว่าที่ถูกพัดออก […]