ควรรื้อโครงสร้างริมชายฝั่งทะเลที่ไม่จำเป็นออกทั้งหมด

รื้อโครงสร้างริมชายฝั่งทะเลที่ไม่จำเป็นออกทั้งหมด ทั้งที่อาจเหนี่ยวนำให้เกิดการกัดเซาะในพื้นที่ข้างเคียงรวมถึงที่ไม่ส่งกระทบใดๆต่อชายหาด สำหรับโครงสร้างชายฝั่งที่หมดสภาพ ซึ่งหมายถึงหมดประสิทธิภาพหรือหมดหน้าที่ในการป้องกันชายฝั่งไปแล้ว หากปล่อยทิ้งไว้อาจก่อให้เกิดผลกระทบทั้งเชิงกายภาพ เช่น อาจก่อให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งเพิ่มเติม หรือ เป็นทัศนะที่อุจจาดตาบดบังทัศนียภาพที่สวยงามของชายหาด ในกรณีนี้ควรมีการวิเคราะห์ถึงการรื้อถอนทำลายเพื่อคืนสภาพชายหาดให้เป็นไปตามธรรมชาติ แต่ในหลายกรณีการมีอยู่ของโครงสร้างนั้น ได้ก่อให้เกิดบริบทใหม่ในเรื่องของการใช้ประโยชน์ที่ดินบริเวณนั้นขึ้นแล้ว เช่น อาจเกิดการทับถมของที่ดินจนเกิดชุมชนใหม่ขึ้น หรือร่องน้ำถูกเปิดตลอดทั้งปีจนชาวบ้านเปลี่ยนขนาดเรือจากเล็กเป็นใหญ่เพื่อการพาณิชย์แทนที่จะเป็นเพื่อการดำรงชีพหรือประมงขนาดเล็กเหมือนในอดีต ดังนั้น หากมีการรื้อถอนทำลายโครงสร้างที่มีอยู่อาจส่งผลกระทบถึงการใช้ประโยชน์ในบริบทใหม่ที่เกิดขึ้นนี้ได้ การสร้างยังต้องใช้ระยะเวลาในการศึกษาออกแบบ การรื้อโครงสร้างก็เช่นเดียวกัน จึงจำเป็นต้องศึกษาวิเคราะห์ในรายละเอียดอย่างรอบคอบก่อนดำเนินการใดๆ มิฉะนั้นอาจเกิดผลกระทบที่ยากจะคาดเดา

Beachlover

June 30, 2022

ควรระบุนิยามแนวชายฝั่งให้ชัดเจน

ระบุนิยามแนวชายฝั่งและการกัดเซาะชายฝั่งให้ชัดเจน และเป็นที่เข้าใจตรงกันทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบ แนวชายฝั่งหมายถึงเส้นแบ่งระหว่างน้ำและพื้นแผ่นดิน แต่ในความเป็นจริงแนวชายฝั่งนั้นมีการ เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลาตามธรรมชาติ ขึ้นอยู่กับการเคลื่อนที่ของตะกอน ระดับน้ำทะเล ความลาดชันชายหาด และปัจจัยอื่นๆ การระบุแนวชายฝั่งเป็นข้อมูลที่จำเป็นสำหรับการบริหารจัดการพื้นที่ชายฝั่งและการออกแบบทางวิศวกรรมเช่นโครงการป้องกันชายฝั่ง การวิเคราะห์แนวชายฝั่งจะเลือกใช้นิยามใดนั้นขึ้นอยู่กับข้อมูลที่ใช้ในการวิเคราะห์ แต่จำเป็นต้องใช้นิยามให้อยู่ในรูปแบบเดียวกันตลอดการศึกษา เช่น หากใช้นิยามของแนวพืชพรรณถาวรบริเวณชายฝั่ง ก็ต้องทำการลากแนวชายฝั่ง (Digitize) จากแนวพืชพรรณถาวรบริเวณชายฝั่ง ในทุกๆชุดข้อมูลที่ทำการศึกษา มิฉะนั้นจะส่งผลให้การศึกษาเกิดข้อผิดพลาดได้ ในทางปฏิบัติการวิเคราะห์แนวชายฝั่งส่วนใหญ่จะการพิจารณาจากคุณสมบัติทางกายภาพที่สังเกตเห็นด้วยสายตา ทั้งจากการสำรวจแนวชายฝั่งโดยใช้เครื่อง GPS และจากภาพถ่ายทางอากาศ มากกว่า โดยนิยามที่นิยมใช้ในการแปลความหมายของแนวชายฝั่งคือ แนวสัณฐานชายฝั่งที่เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยมากหากใช้นิยามนี้ต้องดำเนินการร่วมกันการสำรวจภาคสนาม  แนวพืชพรรณถาวรบริเวณชายฝั่ง ซึ่งถือเป็นตำแหน่งสูงสุดของแนวชายหาดที่ได้รับอิทธิพลจากระดับน้ำทะเล  และ Vegetation line ซึ่งสามารถแปลผลจากภาพถ่ายดาวเทียมและภาพถ่ายทางอากาศได้ร่วมกับการปรับแก้พิกัดเพื่อความถูกต้อง อย่างไรก็ตาม ทั้งสองนิยามที่นิยมใช้นี้ ในหลายกรณีอาจเป็นตำแหน่งเดียวกันก็ได้  หากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแปลข้อมูลแนวชายฝั่งแตกต่างกัน จะส่งผลให้เกิดความขัดแย้งกันในเชิงข้อเท็จจริงได้ เป็นต้นว่า หน่วยงานหนึ่งอาจวิเคราะห์ข้อมูลแล้วพบว่าชายหาดบริเวณนี้ถูกกัดเซาะ แต่อีกหน่วยงานหนึ่งอาจแย้งว่าไม่ถูกกัดเซาะ เหตุอาจเกิดขึ้นจากการใช้นิยามของแนวชายฝั่งไม่ตรงกันก็เป็นได้ 

Beachlover

June 27, 2022

หาดท่องเที่ยวควรเติมทราย

สำหรับชายหาดท่องเที่ยวที่ประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง มาตรการเติมทรายชายหาดควรถูกเลือกใช้เป็นมาตรการหลักก่อน หากมีข้อจำกัดที่ไม่สามารถดำเนินการได้จึงค่อยแสวงหามาตรการอื่นๆทดแทน การเติมทรายชายหาด มีประโยชน์หลักที่เห็นเด่นชัดคือเพิ่มพื้นที่สาธารณะประโยชน์เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ เสริมสร้างเกราะป้องกันชายฝั่ง นอกจากนั้นยังมีผลประโยชน์แฝงอื่นเช่น เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ เสริมสร้างความสมบูรณ์ของระบบนิเวศน์ริมชายหาด ลดการสร้างโครงสร้างทางวิศวกรรมซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ใกล้เคียง เพิ่มศักยภาพการเข้าถึงพื้นที่ชายหาด เสริมสร้างสุขภาพกายใจ ส่งเสริมการท่องเที่ยว ตลอดจนเป็นวิธีการที่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งทะเลในอนาคต ดังจะเห็นได้ว่าประเทศที่ได้รับผลประโยชน์จากการท่องเที่ยวทางทะเลและมีมูลค่าของหาดทรายสูง แม้ต้องเผชิญกับปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งแต่มักหลีกเลี่ยงการใช้โครงสร้างเพื่อป้องกันชายฝั่ง เช่น  หาดไวกิกิในฮาวาย หาดไมอามี่ ประเทศสหรัฐอเมริกา หาดแคนคูนประเทศเม็กซิโก โดยวิธีการหนึ่งที่นิยมนำมาปรับใช้กับชายหาดเหล่านี้คือมาตรการเติมทรายชายหาด ในส่วนของประเทศไทยนั้นหาดจอมเทียม จ.ชลบุรี ก็เผชิญกับปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งเช่นกัน โดยในขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินเติมทรายเช่นเดียวกันกับที่สำเร็จลุล่วงไปแล้วคือชายหาดพัทยา จ.ชลบุรี โดยพบว่าเมื่อประเมินความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ด้วย B/C ratio แล้วมีค่า 3.23 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่าต่อการลงทุนเป็นอย่างยิ่ง  มาตรการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งโดยวิธีการเติมทรายนั้น นับเป็นมาตรการเดียวจากที่มีทั้งหมดที่เป็นการเพิ่มมวลทรายให้กับชายหาด เป็นวิธีการที่หากปฏิบัติถูกต้องตามหลักวิชาแล้ว จะเป็นการแก้ปัญหาที่ส่งผลกระทบด้านลบน้อย ไม่รบกวนทัศนียภาพของชายหาดโดยอาจปรับใช้ร่วมกับมาตรการแก้ไขแบบอื่นได้อีกทางหนึ่ง อย่างไรก็ตามมาตรการนี้มิได้เหมาะสมกับทุกชายหาด เนื่องจากใช้งบประเมาณค่อนข้างมากและจำเป็นต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จึงเหมาะสมกับชายหาดที่ให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจสูงอย่างชายหาดท่องเที่ยว ในการนี้หน่วยงานที่รับผิดชอบควรเฝ้าติดตามการเปลี่ยนแปลง วางแผนบำรุงรักษาโดยการเสริมทรายเพิ่มในลักษณะประจำตามรอบปีที่ได้ออกแบบไว้ รวมถึงทุกฝ่ายควรมีความรู้ถึงสมดุลของชายหาด เพื่อความเข้าใจกระบวนการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ เพื่อปรับตัวให้สอดคล้องและอยู่ร่วมกับการเปลี่ยนแปลงนั้นได้อย่างยั่งยืน

Beachlover

June 25, 2022

มาตรการ ICZM ร่วมแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง

รัฐควรใช้มาตรการ “จัดการพื้นที่ชายฝั่งทะเลแบบบูรณาการ” (ICZM)ร่วมด้วยเพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง แม้จะพยามใช้มาตรการที่สอดคล้องและเป็นมิตรต่อธรรมชาติมากที่สุดแล้วก็ตาม พบว่าไม่มีแนวทางจัดการใดที่เป็นการแก้ปัญหาอย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่มีผลกระทบ โดยเฉพาะแนวทางเพื่อการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ซึ่งมักเป็นการปรับเปลี่ยนรูปแบบของกระบวนการทางธรรมชาติของชายฝั่งให้สอดคล้องกับการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ การใช้หลายแนวทางร่วมกันแก้ไขปัญหาอาจเป็นวิธีการที่เหมาะสมมากกว่าใช้เพียงมาตรการเดียว เป็นต้นว่า การถมทรายชายหาดเพื่อเพิ่มความกว้างพื้นที่ชายหาดอย่างที่ หาดพัทยา จ.ชลบุรี และ หาดชลาทัศน์ จ.สงขลา อาจมีผลทางลบต่อพื้นที่ข้างเคียงน้อยกว่าแนวทางเลือกอื่นก็จริง แต่ก็ยังเกิดผลกระทบต่อสัตว์หน้าดินและในทะเล ตลอดจนผลกระทบต่อพื้นที่แหล่งทรายที่นำมาใช้งาน แบบนี้ควรต้องหามาตรการอื่นมาช่วยในการบรรเทาความเสียหายเรื่องตะกอนฟุ้ง น้ำขุ่น และอื่นๆที่อาจเกิดขึ้น หรือการสร้างเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่งส่งผลของพื้นที่ชายหาดที่อยู่ถัดไปอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในกรณีนี้อาจใช้การเวนคืนพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ จ่ายค่าชดเชยเยียวยา แทนการสร้างโครงการต่อเนื่องไปเรื่อยๆ ซึ่งก็จะก่อให้เกิดผลกระทบแบบโดมิโนต่อเนื่องไปเช่นกัน นอกจากนี้มาตรการทางกฎหมายอย่างการลงโทษ การออกระเบียบปฏิบัติ ก็ควรถูกนำมาใช้ร่วมด้วย เนื่องจากชายฝั่งทะเลเป็นพื้นที่ที่มีการใช้ประโยชน์ในหลายมิติ มีผู้คนเข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากยิ่งขึ้นตามประชากรที่เพิ่มขึ้นและการพัฒนาด้านเศรษฐกิจและสังคม หากต้องการรักษาทรัพยากรนี้ไว้อย่างยั่งยืนจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้มาตรการจัดการพื้นที่ชายฝั่งทะเลแบบบูรณาการร่วมกันกับมาตรการอื่นๆ โดยมีเป้าหมายเพื่อบรรเทาปัญหาและแก้ไขความเสื่อมโทรมของพื้นที่ โดยการจัดการการใช้ประโยชน์และแก้ไขปัญหาความขัดแย้งให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดยใช้กระบวนการจัดการที่มีการผสมผสานกันระหว่างหน่วยงานและแผนงานต่างๆที่เกี่ยวข้อง กลุ่มผู้ใช้ประโยชน์และผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ทั้งนี้ต้องอาศัยองค์ความรู้ต่างๆ ทั้งทางวิทยาศาสตร์ สังคม วัฒนธรรม และเศรษฐกิจ เพื่อนำมาวางแผนการพัฒนาเพื่อนำไปปฏิบัติให้เกิดการใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์พื้นที่ชายฝั่งทะเล โดยมีหลายมาตรการเพื่อการจัดการพื้นที่ชายฝั่งทะเล เช่น การจัดรูปองค์กร การบังคับใช้กฎหมาย การเสริมสร้างความรู้ การจัดการฐานข้อมูล การกำหนดระยะถอยร่น การแบ่งเขตการใช้ ประโยชน์พื้นที่ชายหาด การกำหนดมาตรการทางเศรษฐศาสตร์ การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม […]

Beachlover

June 23, 2022

น้ำทะเลล้นฝั่ง ภัยเนิบช้าแต่มาชัวร์!

เผยแพร่ใน: https://dxc.thaipbs.or.th/post-special/น้ำทะเลล้นฝั่ง-ภัยเนิบช/ “ภัยคุกคามชายฝั่งทะเลที่เกิดจากฝีมือของมนุษย์นั้นเปรียบเสมือนเข็มยาวที่เดินบ่อยและเดินเร็ว แต่ภัยคุกคามจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลนั้นเหมือนเข็มสั้นที่เดินช้าแต่เดินอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน” หกสิบเปอร์เซ็นต์ของเมืองริมชายฝั่งทะเลที่มีประชากรมากกว่า 5 ล้านคนนั้นตั้งอยู่ในระยะไม่เกิน 100 กิโลเมตรจากชายฝั่ง (Nicholls et al., 2007) ชายฝั่งทะเลนั้นนับได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลากทางชีวภาพและเป็นหนึ่งในสิ่งแวดล้อมบนโลกที่มีความเป็นพลวัตมากที่สุด (McLean et al., 2001) และกำลังถูกคุกคามอย่างหนักจากทั้งธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์ (Nicholls and Lowe, 2004) ทั้งยังมีความเปราะบางสูงต่อสภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (U.S.EPA, 2009) ซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายฝั่งทะเลในหลายมิติ เป็นต้นว่า การกัดเซาะชายฝั่ง น้ำท่วมริมชายฝั่ง พายุซัดฝั่ง การแทรกตัวของน้ำทะเลริมชายฝั่ง (Camarsa et al., 2012) โดยกระทบทั้งสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม ของผู้ที่ตั้งถิ่นฐานและใช้ประโยชน์ริมชายฝั่งทะเล พื้นที่ชายฝั่งกว่า 70% ทั่วโลกกำลังเผชิญกับปัญหาระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 20% จากค่าระดับน้ำทะเลโลกเฉลี่ย รวมถึงภัยพิบัติทางทะเลที่มีแนวโน้มมากขึ้นทั้งความถี่และความรุนแรง (Core Writing Team et al., 2014) โดยนักวิทยาศาสตร์คาดเดากันว่าพื้นที่ริมมหาสมุทรแปซิฟิกจะเป็นพื้นที่ซึ่งได้รับอิทธิพลจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลมากที่สุด (Leal Filho, […]

Beachlover

May 1, 2022

วิชาการ: ระยะถอยร่นชายฝั่งทะเล

ระยะถอยร่นเปรียบเสมือนแนวกันชนระหว่างทะเลกับผืนแผ่นดิน เพราะเป็นการรักษาความสมดุลของกระบวนการชายฝั่งไม่ให้ถูกรบกวนจากกิจกรรมของมนุษย์บนพื้นที่ชายฝั่ง และเป็นการลดผลกระทบจากปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลจากภัยธรรมชาติ ที่อาจมีต่อชีวิตและทรัพย์สินของรัฐและเอกชนที่อยู่บริเวณชายฝั่ง  ระยะถอยร่นเป็นหนึ่งในมาตรการเพื่อจัดการชายฝั่งทะเล ทั้งเพื่อการจัดการภัยพิบัติชายฝั่งทะเลและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ชายฝั่งทะเลอย่างยั่งยืน โดยมากมักกำหนดจากแนวระดับน้ำทะเลขึ้นเฉลี่ยถึงแนวที่พิจารณาแล้วว่าจะปลอดภัยต่อภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในอดีตและอาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยทั่วไประยะถอยร่นเป็นระยะที่หากจะมีการพัฒนาใดๆ จะต้องถอยร่นห่างจากชายฝั่งเข้าไปให้พ้นระยะนี้เพื่อป้องกันความเสียหายจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น เป็นระยะทางสงวนไว้ให้กระบวนการชายฝั่งทะเลจะสามารถปรับสมดุลได้ตามปกติไม่ถูกแทรกแซง จึงเป็นมาตรการที่ไม่รบกวนต่อกระบวนการทางธรรมชาติของชายฝั่งทะเล และไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำเหมือนการใช้โครงสร้างชายฝั่งทะเล โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อ ป้องกันชีวิตและทรัพย์สินจากพิบัติภัยที่เกิดขึ้นบริเวณชายฝั่งทะเล เช่น พายุซัดฝั่ง การกัดเซาะ  เป็นต้น ลดงบประมาณเพื่อใช้ในการป้องชายฝั่ง สงวนพื้นที่ชายฝั่งให้คงทัศนียภาพที่งดงามตามธรรมชาติ  ลดความขัดแย้งในการใช้ประโยชน์ร่วมกันบริเวณชายฝั่ง ประชาชนสามารถเข้าถึงชายฝั่งทะเลได้อย่างเท่าเทียม รักษาพื้นที่ชายฝั่งเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์ ลดความเสี่ยงภัยที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ในความเป็นจริง พื้นที่ใดที่ปล่อยให้มีการพัฒนามากเกินไปแล้ว พื้นที่นั้นจะกำหนดระยะถอยร่นได้ยาก เนื่องจากจะเกิดแรงต่อต้านทางสังคม ทั้งยังไม่คุ้มกับค่าเวนคืนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ถูกพัฒนาไปแล้วก่อนหน้านี้  การใช้มาตรการระยะถอยร่นชายฝั่งจึงควรเร่งประกาศใช้ในพื้นที่ที่ยังไม่มีการพัฒนา เพื่อจำกัดการพัฒนาไม่ให้ประชิดชายฝั่งมากเกินไป โดยกำหนดเป็นเขตห้ามรุกล้ำสำหรับสิ่งปลูกสร้างถาวร ซึ่งอาจใช้ร่วมกับนโยบายผังเมืองชายฝั่งทะเล จะช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น ลดความเสียหายต่อสิ่งชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐและเอกชน และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ของพื้นที่บนชายหาดได้อย่างยั่งยืน การพิจารณาว่าระยะถอยร่นในแต่ละพื้นที่ควรเป็นระยะเท่าใดนั้น มีปัจจัยและรายละเอียดที่จำเป็นต้องคำนึงถึงมากมายที่จำเป็นต้องศึกษาอย่างรอบด้านก่อนการนำมาตรการนี้มาใช้เพื่อคุ้มครองชายหาด อ่านเพิ่มเติมเรื่องระยะถอยร่น ได้จาก https://conference.thaince.org/index.php/ncce25/article/view/578 และ https://beachlover.net/การกำหนดระยะถอยร่น/ และ https://beachlover.net/setback-negombo-srilanka/

Beachlover

April 17, 2022

วิชาการ: แนวคิดเพื่อจัดการปากร่องน้ำ

การเคลื่อนที่ของตะกอนชายฝั่งทะเลในลักษณะขนานโดยไหลเลียบไปกับชายฝั่ง และตะกอนจากแผ่นดินที่ไหลลงไปรวมไปในแม่น้ำที่ไหลออกชายฝั่งทะเล ล้วนแล้วแต่ส่งผลให้เกิดการตกตะกอนสะสมจนปากแม่น้ำที่ไหลลงทะเลปิดในบางฤดูกาล หากปากร่องน้ำใดมีการเข้าออกของเรือ จะส่งผลให้ไม่สามารถนำเรือเข้าออกได้ในบางช่วงเวลา ในอดีตชาวบ้านรวมถึงหน่วยงานท้องถิ่นที่ใช้ประโยชน์ช่วยกันขุดเปิดปากร่องน้ำกันเองบ้าง  หรือร้องขอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบใช้วิธีการขุดปากร่องน้ำเพื่อบรรเทาปัญหานี้บ้าง เมื่อมีการพัฒนาเมืองและพัฒนาทางเศรษฐกิจมากขึ้น ส่งผลให้มีการเข้าออกของเรือที่มีขนาดใหญ่มากขึ้น และกินระยะน้ำลึกมากกว่าในอดีต หน่วยงานที่รับผิดชอบ (กรมเจ้าท่า) เริ่มหันมาใช้วิธีการสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (Jetty) เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยการออกแบบให้ปลายสุดของเขื่อนกันคลื่นอยู่บริเวณร่องน้ำลึก ส่งผลให้ตะกอนที่ไหลออกไปนอกฝั่งมีโอกาสที่จะกลับมาปิดปากร่องน้ำได้ลดน้อยลง ทั้งยังป้องกันไม่ให้ตะกอนที่ไหลเลียบชายฝั่งมาปิดปากร่องน้ำด้วย โดยมากเป็นโครงสร้างขนาดใหญ่ยื่นยาวลงไปในทะเล ซึ่งถือเป็นโครงสร้างที่แทรกแซงกระบวนการทางชายฝั่งทะเลอย่างหนักด้วยขนาดที่ใหญ่และยาว พบว่าแม้จะมีโครงสร้างนี้แล้วยังจำ เป็นต้องขุดลอกร่องน้ำร่วมด้วย เนื่องจากนานวันเข้าตะกอนมีโอกาสไหลล้นข้ามโครงสร้างที่ดักตะกอนไว้มาปิดปากร่องน้ำเช่นเดิม นั่นหมายความว่าโครงสร้างนี้ชะลอระยะเวลาการขุดลอกออกไปเท่านั้น โครงสร้างนี้ไม่ถือว่าเป็นโครงสร้างเพื่อป้องกันชายฝั่ง แต่การเกิดขึ้นของเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำมักนำมาซึ่งโครงสร้างป้องกันชายฝั่งในพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งนี้เนื่องจากโครงสร้างนี้ยื่นยาวออกไปนอกชายฝั่งจนถึงระยะน้ำลึกจึงเป็นการกีดขวางการเคลื่อนตัวของตะกอนเลียบชายฝั่ง ซึ่งก่อให้เกิดผลกระทบต่อการกัดเซาะทางด้านท้ายน้ำหรือส่วนถัดไปของชายหาดตามทิศทางที่ตะกอนเคลื่อนที่ ส่งผลให้พื้นที่ถัดไปเกิดการกัดเซาะอย่างรุนแรง และตามมาซึ่งโครงสร้างป้องกันชายฝั่งอื่นๆต่อเนื่องไปอีก Beach Lover เห็นทั้งความจำเป็น ความเดือดร้อนของผู้ใช้ปากร่องน้ำ และผลกระทบที่เกิดขึ้นจากการสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ จึงมีแนวคิดเพื่อจัดการปากร่องน้ำที่ไหลลงสู่ทะเลดังต่อไปนี้ (1) กำหนดให้การขุดลอกปากร่องน้ำทุกแห่งนำตะกอนที่ได้จากปากร่อง ที่ได้พิจารณาแล้วว่าเป็นตะกอนที่คุณสมบัติใกล้เคียงกับพื้นที่ชายฝั่งปากร่องน้ำที่ถูกกัดเซาะ  ไปถมในพื้นที่ที่ถูกกัดเซาะนั้น หากดำเนินการได้จะทำให้ตะกอนไม่ถูกทิ้งให้เสียประโยชน์  บรรเทาผลกระทบด้านท้ายน้ำ และได้แผ่นดินกลับคืนมาบางส่วน (2) ควรกำหนดให้มาตราการถ่ายเททรายข้ามร่องน้ำ สำหรับร่องน้ำที่มีการสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (Jetty) เป็นมาตรการประจำที่ต้องดำเนินการทุกปากแม่น้ำตามรอบวนซ้ำที่ได้ศึกษาไว้  โดยถ่ายเทจากฝั่งของปากร่องน้ำที่เกิดการทับถมไปอีกฝั่งที่ถูกกัดเซาะ ซึ่งจะบรรเทาความเสียหายได้บางส่วน ดีกว่าการสร้างโครงสร้างป้องกันต่อไปเรื่อยและเกิดการกัดเซาะต่อไปอย่างต่อเนื่อง (3) ให้อำนาจและงบประมาณกับท้องถิ่น เพื่อให้สามารถจัดสรรงบประมาณในการลงทุนเครื่องจักรสำหรับใช้ในการขุดลอกปากร่องน้ำขนาดเล็กในพื้นที่ (รถขุดแขนยาวและโป๊ะลอยน้ำพร้อมขายึดในภาพราคารวมประมาณ 6 ล้านบาท) เพื่อบรรเทาปัญหาตะกอนปิดปากร่องน้ำได้อย่างทันท่วงที โดยไม่ต้องสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ เพื่อหลีกเลี่ยงกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียง (4) หากจำเป็นต้องสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ ควรรวบรวมความจำเป็นของเรือที่สัญจรในปากร่องในใกล้กันมารวมจอดในที่เดียวกัน เพื่อลดจำนวนโครงสร้างและเป็นการจำกัดผลกระทบให้เหลือน้อยที่สุด

Beachlover

April 8, 2022

Elastocoast คืออะไร

Elastocoast คือวัสดุที่ใช้เพื่อเททับแนวเขื่อนป้องกันการกัดเซาะตลิ่งแม่น้ำและทะเล ประกอบด้วยหินกรวดขนาดเล็กที่ถูกยึดติดกันด้วยโพรียูรีเทน 2 องค์ประกอบ (Two-component polyurethane) โดยหินกรวดนี้จะถูกน้ำยาเคลือบเหมือนมี Film บางๆของโพรียูรีเทนมาหุ้ม เมื่อน้ำยานี้แข็งตัว Film บางๆที่เคลือบหินกรวดจะเป็นตัวยึดให้หินทุกก้อนติดกันเฉพาะส่วนที่ contact กัน ซึ่งจะทำให้เกิดช่องว่างระหว่างก้อนกรวดนี้ ส่งผลให้โครงสร้างที่ถูกเททับด้วย Elastocoast มีความพรุนน้ำสูง ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการการรับแรงปะทะและสลายพลังงานคลื่น มีการประยุกต์ใช้ Elastocoast เป็นหนึ่งในวัสดุรูปแบบใหม่เพื่องานป้องกันริมตลิ่งแม่น้ำและชายฝั่ง โดยได้ถูกทดสอบครั้งแรกเมื่อปี 2004-2007 แถบ North-Sea islands ทางตอนเหนือของประเทศเยอรมัน หลังจากนั้นได้ถูกวิจัยและทดสอบใน 2 พื้นที่ Pilot area ในประเทศเนเธอร์แลนด์ในเมื่อปี 2007 ข้อมูลจากกองวิศวกรรม กรมเจ้าท่า ระบุว่า Elastocoast คือวัสดุคอมโพสิตที่มีความยืดหยุ่นซึ่งพัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการป้องกันการ กัดเซาะแนวชายหาดโดยเฉพาะ ประกอบด้วยก้อนกรวดผสมกับโพลียูรีเทนซับน้ำที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษ ทำให้วัสดุมีลักษณะเหมือนหินที่มีโครงสร้างแบบเซลล์เปิด ผลิตโดยการนำของเหลวสองชนิดที่ทำจากโพลียูรีเทนสังเคราะห์มาผสมกันในพื้นที่ หน้างานแล้วจึงใส่ก้อนกรวดลงไป คุณสมบัติด้านความยืดหยุ่นจะช่วยปกป้องแนวกำแพงหินจากแรงกระแทกของน้ำได้ เนื่องจากช่องว่างระหว่างก้อนหินจะคอยดูดซับพลังงานเอาไว้ ขณะที่หากใช้คอนกรีตหรือยางมะตอยที่มีพื้นผิวแข็งและทึบตันจะถูกพังทลาย โดย แรงกระแทกจากคลื่นได้อย่างรวดเร็ว สามารถใช้ก้อนหินที่มีขนาดต่างๆ มาปูทับกันให้ได้ความหนาต่างๆ ตามต้องการ โดยมีภาพประกอบงานก่อสร้าง […]

Beachlover

November 1, 2021
1 2 5