สำรวจหาดแหลมสน และหาดอ่าวมะขามป้อม จังหวัดระยอง

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 11-13 กรกฎาคม 2568 กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง (กอช.) โดยส่วนวิจัย พัฒนา และธรณีวิทยาชายฝั่ง ร่วมกับส่วนจัดการพื้นที่ชายฝั่ง และส่วนแผนและยุทธศาสตร์ ลงพื้นที่บริเวณหาดแหลมสน ตำบลเนินฆ้อ และหาดอ่าวมะขามป้อม ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เพื่อดำเนินการสำรวจสัณฐานชายฝั่ง แนวชายฝั่งทะเล (Coastline) ความลาดชัน และความกว้างชายหาด ในช่วงฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ การสำรวจดำเนินการโดยใช้เครื่องมือหาพิกัดด้วยดาวเทียมระบบ GNSS ผ่านเครือข่ายการรังวัดด้วยดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) และระบบอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ที่ติดตั้งระบบนำทางด้วยดาวเทียม RTK ครอบคลุมแนวชายฝั่งระยะทางประมาณ 3,000 เมตร จากการสำรวจพบว่า พื้นที่มีความลาดชันชายหาดประมาณ 0–14 องศา ระดับความสูงของพื้นที่อยู่ระหว่าง -0.40 ถึง 2.55 เมตร โดยบริเวณดังกล่าวมีโครงสร้างกำแพงกันคลื่นริมชายฝั่ง ประเภทตั้งตรง (Vertical Seawall) ความยาวประมาณ 750 เมตร และเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล […]

Beachlover

July 14, 2025

สามประสาน…ช่วยกันขับเคลื่อนตะกอน

” รถตักดิน สายพานลำเลียง และตัวขับเคลื่อนกำลังของสายพาน … สามประสานช่วยกันเขยื้อนตะกอน” ชายหาดมิใช่ลักษณะทางภูมิประเทศที่หยุดนิ่ง แต่เป็นระบบที่มีพลวัตซึ่งสะท้อนถึงความสมดุลระหว่างพลังงานที่ป้อนเข้าสู่ระบบกับคุณลักษณะของตะกอน ชายหาดจัดเป็นหนึ่งในภูมิลักษณ์ (landform) ที่มีการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด โดยมีการเปลี่ยนแปลงในหลากหลายมาตราส่วนเวลา ตั้งแต่รายวัน (ตามวัฏจักรน้ำขึ้นน้ำลง) รายฤดูกาล (ตามการเปลี่ยนแปลงของรูปแบบสภาพอากาศ) ไปจนถึงระยะยาว (ตามการเปลี่ยนแปลงของปริมาณตะกอนที่ป้อนเข้าสู่ระบบและการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเล)    กระบวนการกัดเซาะและการทับถมของตะกอนชายฝั่งเป็นกระบวนการทางธรรมชาติที่เป็นหัวใจสำคัญในการทำความเข้าใจการเคลื่อนที่ของตะกอนและปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมที่หลากหลาย เสถียรภาพโดยรวมของแนวชายฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นการทับถม เสถียร หรือการกัดเซาะ จะถูกกำหนดโดยความสมดุลระหว่างปริมาณตะกอนที่ป้อนเข้าสู่ระบบ (sediment supply) และการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลสัมพัทธ์ (relative sea level change)    เพื่อให้เกิดความเข้าใจในเบื้องต้น Beach Lover ขอหยิบยกคำอุปมาอุปไมยที่ทรงพลังของศาสตราจารย์ท่านหนึ่ง (จำแหล่งที่มาไม่ได้) ซึ่งได้ศึกษาชายฝั่งทะเลของเดนมาร์กมาเป็นเวลากว่า 40 ปี มาเป็นกรอบแนวคิดได้ว่า “คลื่นที่ซัดเข้ามาหาฝั่งเปรียบเสมือนรถตักดิน (excavator) กระแสน้ำชายฝั่งเปรียบเสมือนสายพานลำเลียง (conveyor belt) และมุมที่คลื่นเคลื่อนที่เข้ามาเป็นตัวขับเคลื่อนกำลังของสายพาน (powering the belt)”  จะเห็นได้ว่าการวิเคราะห์ในแต่ละส่วนได้ถอดรหัสกลไกทางวิทยาศาสตร์ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังคำเปรียบเทียบนั้นอย่างสมบูรณ์   ได้แก่ “รถตักดิน” คือพลังงานของคลื่นที่เกิดจากลม ซึ่งทำงานผ่านกลไกที่ไม่สมมาตรของ Swash และ Backwash เพื่อขุดและป้อนตะกอนเข้าสู่ระบบ “สายพานลำเลียง” คือกระแสน้ำเลียบชายฝั่งที่เกิดจากการถ่ายโอนโมเมนตัมของคลื่น ทำหน้าที่ขนส่งตะกอนที่ได้รับมาให้เคลื่อนที่ขนานไปกับแนวชายฝั่ง […]

Beachlover

July 14, 2025

เศรษฐกิจสีน้ำเงินของประเทศไทย: จุดเปลี่ยนที่สำคัญ

ชายฝั่งทะเลยาวกว่า 3,000 กิโลเมตรของประเทศไทย ทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ถือเป็นรากฐานแห่งความมั่งคั่งของประเทศและเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ทางนิเวศวิทยา พื้นที่ชายฝั่งและทรัพยากรทางทะเลใน 23 จังหวัดชายทะเลของประเทศได้หล่อหลอมให้เกิดเศรษฐกิจ “สีน้ำเงิน” ที่มีชีวิตชีวาและมีบทบาทสำคัญในฐานะกลไกขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยประมาณว่ามีส่วนร่วมในผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ถึงราวร้อยละ 30 และสร้างการจ้างงานคิดเป็นหนึ่งในสี่ของประชากรทั้งประเทศ เศรษฐกิจชายฝั่งนี้ประกอบด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการท่องเที่ยวซึ่งพึ่งพาชายหาดอันงดงามระดับโลกในจังหวัดภูเก็ต กระบี่ และสุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งสร้างรายได้หลักจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ โดยสร้างรายได้เข้าประเทศรวมหลายล้านล้านบาทต่อปี ในช่วงเพียง 4 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2568 รายได้จากการท่องเที่ยวทะลุ 1 ล้านล้านบาท แสดงถึงบทบาททางเศรษฐกิจที่ทรงพลังของภาคส่วนนี้ นอกเหนือจากการท่องเที่ยว พื้นที่ชายฝั่งยังเป็นที่ตั้งของอุตสาหกรรม ท่าเรือ และศูนย์กลางการค้าสำคัญ ในมิติทางสังคม เศรษฐกิจชายฝั่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ประมาณ 11 ล้านคน หรือร้อยละ 17 ของประชากรไทย อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายฝั่ง โดยมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับสภาพแวดล้อมชายฝั่งอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่ประมงพื้นบ้าน การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การเกษตร ไปจนถึงบริการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมประมงทะเลซึ่งไม่เพียงตอบสนองความต้องการบริโภคภายในประเทศ แต่ยังเป็นหนึ่งในฐานสำคัญของการส่งออกที่สร้างรายได้ให้กับจังหวัดชายฝั่งตอนใต้ ในเชิงระบบนิเวศ ชายฝั่งทะเลไทยถือเป็นคลังความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญของภูมิภาค ระบบนิเวศชายฝั่ง เช่น ป่าชายเลน […]

Beachlover

July 10, 2025

Sea wave และ Swell wave … ความโกลาหล และผู้ส่งสาร ทางทะเล

เมื่อเราพูดถึง “คลื่น” ในชีวิตประจำวัน เราอาจไม่ได้ตระหนักว่าสิ่งที่เราเห็นนั้นอาจเป็นคลื่นสองประเภทที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ทั้งในด้านลักษณะและที่มา การทำความเข้าใจความแตกต่างระหว่าง Sea wave และ Swell wave คือกุญแจสำคัญในการอ่านสภาพท้องทะเลได้อย่างแท้จริง Sea wave: คือคลื่นที่กำลังถูกสร้างและได้รับอิทธิพลโดยตรงจากลมในบริเวณนั้นๆ มันคือคลื่นที่เกิดขึ้นภายในพื้นที่ที่ลมกำลังพัด (ภายใน fetch) ลักษณะเด่นของคลื่นลมคือความไม่เป็นระเบียบ ยอดคลื่นจะแหลมคม มีขนาดและความยาวคลื่นที่หลากหลายปะปนกันไป และเคลื่อนที่ในทิศทางที่ไม่แน่นอนนัก ทำให้ผิวน้ำดู “สับสน” “วุ่นวาย” หรือ ” choppy” สภาพเช่นนี้เกิดจากการที่คลื่นขนาดต่างๆ ที่ถูกสร้างขึ้นพร้อมๆ กันเข้ามาแทรกสอดและรบกวนซึ่งกันและกัน    Swell wave: เมื่อคลื่นเคลื่อนที่ออกจากบริเวณที่ลมพัด (ออกจาก fetch) หรือเมื่อลมสงบลง กระบวนการที่เรียกว่า “การกระจาย” (dispersion) จะเริ่มขึ้น หลักการคือ คลื่นที่มีความยาวคลื่นมากกว่าจะเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าคลื่นที่มีความยาวคลื่นสั้นกว่า ด้วยเหตุนี้ เมื่อเวลาผ่านไปและคลื่นเดินทางเป็นระยะทางไกลๆ คลื่นจะเริ่มคัดแยกตัวเองตามธรรมชาติ โดยคลื่นที่ยาวและเร็วกว่าจะวิ่งนำหน้าไปก่อน ทิ้งให้คลื่นที่สั้นและช้ากว่าอยู่ข้างหลัง    กระบวนการคัดแยกตัวเองนี้จะเปลี่ยนสภาพทะเลที่วุ่นวายและโกลาหลของ “Sea wave” ให้กลายเป็น “Swell wave” ที่มีลักษณะราบรื่น เป็นระเบียบ ยอดคลื่นจะมนกลมกว่า และมีคาบคลื่นที่สม่ำเสมอ Swell wave […]

Beachlover

July 7, 2025

3 ปัจจัยที่ส่งผลต่อขนาดคลื่นน้ำทะเล

ต่อจากโพสก่อนหน้า “กำเนิดคลื่นจากลม” ขนาดของคลื่นที่เกิดจากลม ไม่ได้ขึ้นอยู่กับปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลลัพธ์ของการทำงานร่วมกันของปัจจัยสำคัญสามประการ ซึ่งทั้งสามปัจจัยนี้จะต้องมีปริมาณที่มากพอจึงจะสามารถสร้างคลื่นขนาดใหญ่ได้    1.ความเร็วลม (Wind Speed): เป็นปัจจัยที่เข้าใจง่ายที่สุด ลมที่พัดแรงกว่าจะสามารถถ่ายเทพลังงานลงสู่ผิวน้ำได้มากกว่า ทำให้เกิดคลื่นที่ใหญ่และทรงพลังกว่า ที่สำคัญคือ ความเร็วลมจะต้องมากกว่าความเร็วของสันคลื่น จึงจะเกิดการถ่ายเทพลังงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ    2.ระยะเวลาที่ลมพัด (Wind Duration): คือช่วงเวลาที่ลมพัดอย่างต่อเนื่องไปในทิศทางเดิม หากลมที่รุนแรงพัดเพียงไม่กี่นาที ก็จะไม่สามารถสร้างคลื่นขนาดใหญ่ได้ คลื่นต้องการเวลาในการสะสมพลังงานและเติบโต    3.ระยะทางที่ลมพัดผ่าน (Fetch): คือระยะทางในแนวราบที่ลมสามารถพัดผ่านผิวน้ำได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีสิ่งกีดขวางและไม่มีการเปลี่ยนแปลงทิศทางอย่างมีนัยสำคัญ นี่เป็นแนวคิดที่สำคัญอย่างยิ่ง ลมที่พัดแรงและยาวนานแค่ไหนก็ตาม หากพัดอยู่เหนือทะเลสาบขนาดเล็ก ก็ไม่สามารถสร้างคลื่นขนาดเท่ามหาสมุทรได้ เพราะมีระยะทาง (fetch) ที่จำกัด นี่คือเหตุผลว่าทำไมมหาสมุทรแปซิฟิกซึ่งมี fetch กว้างใหญ่ไพศาล จึงสามารถสร้างคลื่นที่มีขนาดใหญ่ได้    การเติบโตของคลื่นไม่ได้เกิดขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีที่สิ้นสุด สำหรับความเร็วลม ระยะเวลา และ fetch ค่าหนึ่งๆ คลื่นจะเติบโตจนถึงขนาดสูงสุด ณ จุดที่พลังงานที่ลมมอบให้กับคลื่นมีค่าสมดุลกับพลังงานที่คลื่นสูญเสียไปจากการแตกตัวของยอดคลื่น (ฟองขาว หรือ whitecaps) สภาวะสมดุลนี้เรียกว่า “ทะเลที่พัฒนาเต็มที่” (fully developed sea) แนวคิดนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพยากรณ์ทางทะเล เพราะมันหมายความว่าวิศวกรชายฝั่งและนักอุตุนิยมวิทยาสามารถคาดการณ์ความสูงคลื่นสูงสุดที่เป็นไปได้จากระบบพายุหนึ่งๆ ซึ่งเป็นข้อมูลพื้นฐานสำหรับความปลอดภัยในการเดินเรือและการวางแผนป้องกันชายฝั่ง    ปัจจัยทั้งสามนี้ทำงานร่วมกันเป็นระบบที่พึ่งพาอาศัยกัน โดยปัจจัยที่มีค่าน้อยที่สุดจะเป็นตัวจำกัดการเติบโตของคลื่น ตัวอย่างเช่น ลมที่พัดแรงมากและเป็นเวลานาน […]

Beachlover

July 4, 2025

Sanur – ต้นแบบของ Beach restoration

Beach Lover ขอพาชมชายหาด Sanur ชายหาดฝั่งตะวันออกของเกาะบาหลีในช่วงเดือนมิถุนายน 2568 หากเราเดินเท้าสำรวจพื้นที่แถบนี้จะพบโครงสร้างป้องกันชายฝั่งละลานตา อยู่ร่วมกันกับทางเดินเลียบชายหาด ร้านอาหาร ร่มเตียงผ้าใบ และที่พักหลากหลายแบบ ทั้งราคาที่เป็นมิตรและไม่เป็นมิตรต่อเงินในกระเป๋า ในช่วงทศวรรษ 1970-1990 หาด Sanur ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ท่องเที่ยวยุคแรกๆ ของบาหลี ประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรงจนน่าเป็นห่วง โดยมีสาเหตุหลักมาจาก: 1.การขุดลอกแนวปะการัง: ในอดีต มีการนำหินปะการังจำนวนมหาศาลไปใช้เป็นวัสดุก่อสร้างสำหรับโรงแรมและอาคารต่างๆ การกระทำดังกล่าวเป็นการทำลายแนวป้องกันตามธรรมชาติที่เคยช่วยสลายพลังงานคลื่นก่อนจะเข้าถึงชายฝั่ง เมื่อไม่มีแนวปะการัง คลื่นจึงพัดเข้าปะทะชายหาดได้โดยตรง 2.การก่อสร้างที่รุกล้ำชายหาด: การพัฒนาการท่องเที่ยวที่รวดเร็วทำให้มีการก่อสร้างโครงสร้างต่างๆ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และกำแพงป้องกันของเอกชนประชิดแนวชายฝั่งมากเกินไป เมื่อเกิดการกัดเซาะจึงไม่มีพื้นที่ให้ชายหาดได้ปรับสมดุลตามธรรมชาติ 3.พลวัตชายฝั่งที่เปลี่ยนไป: การไม่มีแนวปะการังป้องกันทำให้คลื่นและกระแสน้ำสามารถพัดพาทรายออกจากพื้นที่ชายหาดได้อย่างรวดเร็ว ผลกระทบที่เกิดขึ้น: ชายหาดบางส่วนหายไปจนเกือบหมด แนวชายฝั่งร่นถอยเข้าไปประมาณ 10-30 เมตร ต้นมะพร้าวและสิ่งปลูกสร้างริมหาดถูกทำลาย ทัศนียภาพที่สวยงามเสื่อมโทรมลง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลัก รวมถึงคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ลดลง ด้วยสถานการณ์ที่วิกฤต รัฐบาลอินโดนีเซียจึงขอความช่วยเหลือไปยังรัฐบาลญี่ปุ่น และได้เกิดเป็น “โครงการอนุรักษ์ชายหาดบาหลี” (Bali Beach Conservation Project – BBCP) ซึ่ง JICA เข้ามามีบทบาทสำคัญในหลายมิติ ทั้งในรูปแบบของเงินกู้เพื่อการพัฒนา (ODA Loan) และการให้ความช่วยเหลือทางวิชาการ โครงการ […]

Beachlover

July 3, 2025

สำรวจสถานการณ์ของทรัพยากรชายฝั่ง คลองด่าน สมุทรปราการ

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 โดยส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ลงพื้นที่ติดตามสำรวจสถานการณ์ของทรัพยากรชายฝั่ง ท้องที่จังหวัดสมุทรปราการ บริเวณตำบลคลองด่าน อ.บางบ่อ เพื่อสำรวจสถานภาพพื้นที่ปัจจุบัน พร้อมทั้งบันทึกภาพ ลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดินชายฝั่งทะเลและสถานการณ์ชายฝั่ง ด้วยอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ซึ่งบริเวณที่สำรวจอยู่ในระบบหาดบางปะกง-เจ้าพระยา(T3A061) ความยาวระบบหาด 33.87 กม. โดยการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นชุมชน ที่อยู่อาศัย เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และประมงชายฝั่ง มีโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งตลอดแนวชายฝั่ง เช่น การปักไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่นที่มีสภาพชำรุด เขื่อนหินริมชายฝั่ง เขื่อนหินนอกชายฝั่ง ทั้งนี้จะดำเนินการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการวางแผนดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง และจัดทำรายงานสถานภาพชายฝั่งทะเลประจำปี 2568 ต่อไป

Beachlover

July 3, 2025

สำรวจและติดตามผลกระทบของโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง หาดแหลมเสด็จ จันทบุรี

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 30 มิถุนายน 2568 กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง โดยส่วนวิศวกรรมและฟื้นฟูชายฝั่ง ลงพื้นที่สำรวจและติดตามผลกระทบของโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณหาดแหลมเสด็จ ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี โดยทำการสำรวจสัณฐานชายหาดด้วยอากาศยานไร้คนขับ (Drone lidar) เป็นระยะทาง 7,000 เมตร โดยแบ่งแนวการบินสำรวจออกเป็น 2 ระยะ จากการสำรวจในครั้งนี้ไม่พบปัญหาการกัดเซาะในพื้นที่ดังกล่าว อีกทั้งยังพบการสะสมตัวของตะกอนทรายเพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับการสำรวจเดือนมีนาคมและพฤษภาคม 2568 ทั้งนี้ ส่วนวิศวกรรมและฟื้นฟูชายฝั่งจะรวบรวมข้อมูลมาเป็นฐานข้อมูลในการวิเคราะห์และประเมินผลกระทบของโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งต่อไป

Beachlover

July 1, 2025

กำเนิดคลื่นจากลม

คลื่นส่วนใหญ่ที่เราเห็นในมหาสมุทรมีจุดเริ่มต้นเดียวกัน นั่นคือ “ลม” กระบวนการที่ลมถ่ายทอดพลังงานมหาศาลของมันลงสู่ผิวน้ำอันราบเรียบจนกลายเป็นระลอกคลื่นที่ทรงพลังนั้น เป็นเรื่องราวทางฟิสิกส์ที่น่าทึ่งและซับซ้อน Beach Lover ชวนศึกษากระบวนการกำเนิดคลื่นจากลม ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็นขั้นตอนต่างๆ ที่เกิดขึ้นต่อเนื่องกันเป็นลูกโซ่ใน 3 ขั้นตอน โดยอธิบายแบบง่ายๆได้ดังนี้ 1. สัมผัสแรก: บนผิวทะเลที่สงบนิ่ง ลมที่พัดผ่านจะสร้างความปั่นป่วนและความผันผวนของแรงกดอากาศบนผิวน้ำแบบสุ่ม (random) การรบกวนนี้ประกอบกับแรงเสียดทานของลม ทำให้เกิดคลื่นขนาดเล็กที่เรียกว่า capillary waves หรือ ripples ในระยะเริ่มต้นนี้ แรงที่ดึงให้ผิวน้ำกลับสู่สภาพเดิมคือแรงตึงผิว ไม่ใช่แรงโน้มถ่วง    2.การจับลม: ระลอกคลื่นที่เกิดขึ้นในตอนแรกทำให้ผิวน้ำที่เคยราบเรียบกลับมีความขรุขระขึ้น ความขรุขระนี้เองที่ทำให้ลมสามารถ “จับ” หรือ “เกาะ” ผิวน้ำได้ดีขึ้น เปรียบเสมือนการเพิ่มพื้นที่ผิวให้ลมได้ปะทะ ซึ่งนำไปสู่การถ่ายเทพลังงานที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นอย่างมหาศาล สิ่งนี้สร้างวงจรป้อนกลับเชิงบวก กล่าวคือ คลื่นขนาดเล็กช่วยให้ลมสร้างคลื่นที่ใหญ่ขึ้นได้    3.การผลักดัน: เมื่อคลื่นเริ่มมีขนาดใหญ่ขึ้น รูปแบบการไหลของลมที่พัดข้ามคลื่นก็จะเปลี่ยนไป อากาศจะถูกบังคับให้ไหลขึ้นไปตามด้านหน้าของคลื่น (ด้านรับลม) และอาจเกิดการแยกตัวของกระแสลมออกจากผิวน้ำที่ด้านหลังของคลื่น (ด้านอับลม) ปรากฏการณ์นี้ทำให้เกิดความแตกต่างของแรงกดอากาศ คือมีแรงกดสูงที่ด้านหน้าของคลื่นซึ่งทำหน้าที่ “ผลัก” คลื่นไปข้างหน้า และมีแรงกดต่ำที่ด้านหลังซึ่งทำหน้าที่ “ดึง” คลื่นให้สูงขึ้น กลไกนี้เรียกว่า “ผลกระทบกำบัง” (sheltering effect) เราสามารถเปรียบเทียบกระบวนการนี้ได้กับการผลักชิงช้า การผลักเพียงครั้งเดียวอาจทำให้ชิงช้าแกว่งเพียงเล็กน้อย แต่การผลักอย่างต่อเนื่องและเป็นจังหวะ (เปรียบได้กับแรงกดของลมที่กระทำอย่างสม่ำเสมอ) จะทำให้ชิงช้าแกว่งสูงขึ้นเรื่อยๆ […]

Beachlover

July 1, 2025

พาชมหาดละไม เกาะสมุย ก่อน High-season

หาดละไม ตำบลมะเร็ต อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นชายหาดที่ใหญ่เป็นอันดับสองของเกาะสมุยรองจากหาดเฉวง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเกาะสมุย มีความยาวประมาณ 4 กิโลเมตร หาดละไมมีลักษณะเป็นอ่าวโค้งที่มีหัวหาด หรือแหลมหินปิดอยู่ทั้งทางทิศเหนือและทิศใต้ ทางทิศใต้มีหัวหาดที่ชัดเจนและเป็นที่รู้จักกันดีคือ แหลมนาน ซึ่งเป็นที่ตั้งของโขดหิน หินตาหินยาย และเป็นที่ตั้งของรีสอร์ทหรูหลายแห่ง แหลมนี้เป็นแนวกั้นระหว่างหาดละไมและอ่าวหัวถนน ส่วนทางทิศเหนือมีลักษณะเป็นแนวโขดหินและแหลมยื่นออกไปในทะเลเช่นกัน ซึ่งเป็นแนวกั้นระหว่างหาดละไมและหาดซิลเวอร์ (Silver Beach หรือหาดคริสตัล) ทำให้พื้นที่ของหาดละไมมีลักษณะเป็นอ่าวที่ค่อนข้างปิดและคลื่นลมไม่แรงมากนักเมื่อเทียบกับหาดที่เปิดโล่ง ด้วยกายภาพของชายหาดตามที่ได้กล่าวมา ทำให้หาดละไมมีลักษณะเด่นคือเป็นชายหาดโค้งรูปพระจันทร์เสี้ยว ทรายขาวละเอียด และมีทิวมะพร้าวเรียงรายสวยงาม บรรยากาศโดยรวมจะเงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากกว่าหาดเฉวง จึงเหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการการพักผ่อน แต่ก็ยังคงมีความคึกคักและสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน พื้นที่ละไมเดิมเป็นชุมชนชาวประมงและเกษตรกรปลูกมะพร้าว ก่อนพัฒนาเป็นรีสอร์ตและแหล่งท่องเที่ยวยุคใหม่ในช่วงปี 1990 Beach Lover ลงพื้นที่สำรวจหาดละไมในปลายเดือนมิถุนายน ซึ่งยังอยู่ในช่วง Low Season ของเกาะ พบชายหาดที่กว้าง ไม่พบโครงสร้างถาวรรุกล้ำลงไปบนชายหาด ผู้ประกอบการจะนำร่มเตียงมาวางในช่วงเช้าๆของวัน และเก็บในช่วงกลางคืน รวมถึงโต๊ะเก้าอี้เพื่อรับประทานอาหารก็เป็นแบบเคลื่อนย้ายได้ จากการเดินเท้าสำรวจชายหาดตลอดทั้งแนว ไม่พบร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรง พบซากไม้สนและกระสอบทรายขนาดเล็กอยู่บนชายหาดบ้างเล็กน้อย คาดว่าผู้ประกอบการนำวางไว้กันคลื่นช่วงมรสุมรุนแรงในปลายปี จากการตรวจสอบข่าวสารและข้อมูลที่มีอยู่ พบว่า หาดละไม ไม่ปรากฏข่าวที่ชัดเจนเกี่ยวกับการกัดเซาะชายฝั่งแต่อย่างใด

Beachlover

June 30, 2025
1 … 13 14 15 … 125