สำรวจและติดตามผลกระทบของโครงสร้างบริเวณหาดชะอำ

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 25 มิถุนายน 2568 กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง โดยส่วนวิศวกรรมและฟื้นฟูชายฝั่ง ส่วนจัดการพื้นที่ชายฝั่ง พร้อมด้วยสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 (เพชรบุรี) ลงพื้นที่สำรวจและติดตามผลกระทบของโครงสร้างบริเวณหาดชะอำ ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โดยทำการสำรวจสัณฐานชายหาดด้วยอากาศยานไร้คนขับ (Drone lidar) ระยะทางตามแนวชายฝั่ง 9,500 เมตร ในบริเวณดังกล่าวพบโครงสร้างกำแพงป้องกันคลื่นริมชายฝั่งแบบขั้นบันได ความยาวโครงสร้างประมาณ 2,971 เมตร โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง จากการสำรวจในครั้งนี้พบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทางด้านทิศเหนือของจุดชมวิวหาดชะอำ ระยะทางประมาณ 200 เมตร ทั้งนี้ ส่วนวิศวกรรมและฟื้นฟูชายฝั่งจะรวบรวมข้อมูลมาเป็นฐานข้อมูลในการวิเคราะห์และประเมินผลต่อไป

Beachlover

June 27, 2025

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญสำหรับการรื้อถอนเสาเข็มบนหาดทราย

บทความนี้ เขียนขึ้นเพื่อให้สอดรับการปฏิบัติการรื้อถอนเสาเข็มบนชายหาดม่วงงาม จ.สงขลา ตามคำสั่งของศาลปกครอง อ่านเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/mng-pile-demolition-june2025/ พิจารณาคุณลักษณะเฉพาะของพื้นที่ ก่อนที่จะเจาะลึกถึงวิธีการเฉพาะเจาะจง สิ่งสำคัญคือต้องพิจารณาคุณลักษณะเฉพาะของพื้นที่ที่ต้องการรื้อถอน ดังต่อไปนี้ 1.สภาพดิน: ดินทราย โดยเฉพาะบนชายหาด สามารถซึมน้ำได้ดีและมีแนวโน้มที่จะทรายไหล หรือไม่มั่นคงเมื่อถูกรบกวนด้วยแรงสั่นสะเทือนหรือการขุด สิ่งนี้อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของวิธีการรื้อถอนบางอย่างและอาจต้องใช้มาตรการเพิ่มเติม เช่น การใช้พนังกั้นน้ำชั่วคราวหรือการระบายน้ำ 2.น้ำใต้ดิน/กระแสน้ำ: ระดับน้ำใต้ดินริมชายหาดที่สูงและการขึ้นลงน้ำทะเลในแต่ละวัน จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการปฏิบัติงาน การทำงานในช่วงน้ำลงอาจเหมาะสมกว่าสำหรับบางวิธี หรืออาจต้องใช้การระบายน้ำเข้าช่วย 3.ความอ่อนไหวทางสิ่งแวดล้อม: หาดทรายมักเป็นพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวทางนิเวศวิทยา จะต้องลดการรบกวนตะกอนให้เหลือน้อยที่สุด จัดการเสียงและการสั่นสะเทือนที่อาจเกิดขึ้น และตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้กำจัดเศษคอนกรีต หิน เหล็ก อย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในทะเลและสิ่งแวดล้อมชายฝั่ง รวมถึงผู้ใช้ชายหาดด้วย 4.สภาพเสาเข็ม: เสาเข็มยังคงสภาพดีอยู่หรือไม่ หรือเสียหายหรือแตกหัก สิ่งนี้จะกำหนดว่าสามารถถอนเสาเข็มออกทั้งหมดได้หรือไม่ หรือจำเป็นต้องตัดและถอนออกบางส่วน 5.การเข้าถึง: จะนำอุปกรณ์เข้าไปยังเสาเข็มได้อย่างไร หาดทรายอาจจำกัดประเภทและขนาดของเครื่องจักรที่คุณสามารถใช้ได้ และอาจต้องใช้อุปกรณ์ที่มีแรงดันต่ำบนพื้นดินพิเศษหรือถนนชั่วคราว 6.ความปลอดภัย: พัฒนาแผนความปลอดภัยที่ครอบคลุม ซึ่งรวมถึงมาตรการสำหรับการทำงานใน น้ำ การจัดการเครื่องจักรหนัก และการจัดการเศษคอนกรีต วิธีการรื้อถอนเสาเข็ม Beach Lover ได้รวบรวมตัวอย่างของวิธีการทั่วไปหลายวิธีสำหรับการรื้อถอนเสาเข็มคอนกรีต พร้อมกับความเป็นไปได้และข้อควรพิจารณาสำหรับสภาพแวดล้อมหาดทราย: 1. การถอนด้วยแรงสั่นสะเทือน (Vibratory Extraction) หลักการทำงาน: หัวค้อนแบบสั่น (มักติดตั้งบนรถขุดหรือเครน) จะถูกยึดเข้ากับด้านบนของเสาเข็ม การสั่นสะเทือนจะช่วยลดแรงเสียดทานระหว่างเสาเข็มกับทรายโดยรอบ ทำให้สามารถดึงเสาเข็มออกได้ […]

Beachlover

June 27, 2025

ติดตามงานรื้อเสาเข็มหาดม่วงงาม ครั้งที่ 1

Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของชายหาด ม่วงงาม จ.สงขลา ไปแล้วในหลายวาระโอกาส ตั้งแต่ช่วงแรกๆของการฟ้องร้องคดีปกครอง จนถึงช่วงปลายปี 2567 ที่การตัดสินคดีแล้วเสร็จ ติดตามได้จากโพสเก่าๆรวมถึงคำพิพากษาศาลปกครองสงขลาจาก “คำพิพากษาศาลปกครองสงขลา คดีหาดม่วงงาม จ.สงขลา วันที่ 25ธ.ค.2567” ช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2568 ได้มีการดำเนินการตามคำสั่งของศาลปกครองที่ให้รื้อถอนโครงการเสาเข็มเดิมที่เคยตอกไปแล้วบางส่วนก่อนศาลปกครองสงขลาออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวจำนวน 164 ต้น ออกจากชายหาด แล้วคืนสภาพชายหาดให้เหมือนเดิม โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง Beach Lover ขอพาชมปฏิบัติการนี้ในวันที่ 21 มิถุนายน หลังการลงมือรื้อถอนไปได้ 5 วัน พบว่ามีการประกาศแจ้งเตือนประชาชนผู้เข้าใช้ชายหาด โดยมีป้ายแจ้งเตือนจำนวน 1 ป้าย เสาเข็ม (คอนกรีตอัดแรง) ที่ต้องรื้อนั้นคือเสาเข็มตัวนอกสุด ที่ถูกตอกไปแล้วจำนวน 164 ต้น (328 เมตร) แต่ละต้นมีขนาด 0.35X0.35 เมตร โดยมีความยาวต้นละ 15 เมตร และมีบางส่วนได้หล่อคานปิดหัวเสาเข็ม (Cap Beam) ไปแล้วเป็นระยะทาง 110 […]

Beachlover

June 26, 2025

การรื้อถอนโครงสร้างป้องกันชายฝั่งที่ไร้ประสิทธิภาพและสร้างผลกระทบเชิงลบ

การรื้อถอนโครงสร้างป้องกันชายฝั่งที่ไร้ประสิทธิภาพและสร้างผลกระทบเชิงลบนั้น สามารถทำได้ และในหลายกรณีก็ถือเป็นแนวทางที่จำเป็นเพื่อฟื้นฟูสภาพชายฝั่งให้กลับสู่สมดุลตามธรรมชาติ หรือเพื่อเปิดทางให้กับการใช้มาตรการแก้ไขปัญหาที่เหมาะสมกว่า อย่างไรก็ตาม การรื้อถอนไม่ใช่เรื่องง่ายและจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบที่สุด เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมชายฝั่งครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่ง นี่คือประเด็นข้อห่วงกังวลหลักๆ ที่วิศวกรชายฝั่งต้องพิจารณาอย่างละเอียด ข้อห่วงกังวลหลักที่ต้องพิจารณาอย่างรอบด้านก่อนการตัดสินใจรื้อถอนโครงสร้าง 1. ประเด็นทางวิศวกรรมและกายภาพ (Engineering & Physical Concerns) – สมดุลชายฝั่งที่เปลี่ยนไป: ชายฝั่งได้ปรับตัวเข้ากับโครงสร้างนั้นไปแล้ว ไม่ว่าผลจะดีหรือร้าย การรื้อถอนออกทันทีอาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันและรุนแรงกว่าเดิม เช่น อาจเกิดการกัดเซาะอย่างรวดเร็วในพื้นที่ที่ไม่เคยถูกกัดเซาะมาก่อน – การเคลื่อนตัวของตะกอน (Sediment Transport): โครงสร้างที่เคยดักหรือเปลี่ยนทิศทางตะกอนจะหายไป ต้องประเมินให้ได้ว่าเมื่อรื้อแล้ว ตะกอนจะเคลื่อนที่ไปในทิศทางใด จะไปสะสมที่ไหน หรือจะทำให้พื้นที่ใดสูญเสียตะกอนไป – ผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียง (Downdrift/Updrift Impacts): การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นไม่ได้จำกัดอยู่แค่หน้างาน แต่อาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังชายฝั่งข้างเคียงได้ ต้องมีการศึกษาและสร้างแบบจำลอง (Modeling) เพื่อคาดการณ์ผลกระทบเหล่านี้ – ความซับซ้อนและปลอดภัยในการรื้อถอน: การทำงานในเขตชายฝั่งทะเลมีความยากลำบากจากคลื่นลมและกระแสน้ำ แผนการรื้อถอนต้องมีความปลอดภัยสูงและมีประสิทธิภาพ 2. ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมและระบบนิเวศ (Environmental & Ecological Concerns) – โครงสร้างอาจกลายเป็นแหล่งอาศัย: โครงสร้างเก่าที่อยู่ในน้ำมานานมักกลายเป็นปะการังเทียม โดยไม่ตั้งใจ เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำและสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิด การรื้อถอนคือการทำลายที่อยู่อาศัยเหล่านั้น – ผลกระทบระหว่างการรื้อถอน: กระบวนการรื้อถอนอาจทำให้เกิดความขุ่นของน้ำ เสียงดังรบกวน และการฟุ้งกระจายของตะกอนปนเปื้อน (ถ้ามี) […]

Beachlover

June 23, 2025

ระบบลดระดับน้ำใต้ชายหาด (Beach Dewatering Systems: BDS)

การกัดเซาะชายฝั่งเป็นปัญหาที่พบในหลายพื้นที่ทั่วโลก ซึ่งคุกคามโครงสร้างพื้นฐาน แหล่งที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ และชุมชนชายฝั่ง เพื่อรับมือกับปัญหานี้ มีการพัฒนากลยุทธ์การป้องกันในรูปแบบต่างๆ ตั้งแต่โครงสร้างทางวิศวกรรม ไปจนถึงแนวทางที่อิงกับธรรมชาติและคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมมากขึ้น หนึ่งในแนวทางแบบหลังนี้ คือ ระบบลดระดับน้ำใต้ชายหาด (Beach Dewatering Systems: BDS) หรือที่บางครั้งเรียกว่า ระบบระบายน้ำชายหาด ซึ่งถือเป็นเทคนิคใหม่ที่มีความน่าสนใจ และยังไม่เคยเกิดขึ้นในประเทศไทย ระบบ BDS โดยทั่วไปประกอบด้วยการติดตั้งท่อระบายน้ำหลายเส้น โดยใช้ท่อพลาสติกชนิดที่น้ำสามารถซึมผ่านได้ วางขนานไปกับแนวชายฝั่งในบริเวณที่น้ำทะเลขึ้นถึงและไหลกลับ (intertidal หรือ wave uprush zone) โดยปกติแล้วท่อเหล่านี้จะถูกฝังลึกลงไปใต้ผิวชายหาดประมาณ 1.0 ถึง 2.0 เมตร แนวคิดพื้นฐานของ BDS คือ การลดระดับน้ำใต้ดินของชายหาดลง เพื่อปรับเปลี่ยนกลไกการทำงานร่วมกันระหว่างการซัดขึ้นของคลื่น การไหลกลับของน้ำใต้คลื่น การไหลของน้ำใต้ดิน และการเคลื่อนย้ายตะกอนในบริเวณแนวซัด (swash zone) ซึ่งเป็นบริเวณที่น้ำทะเลขึ้นและลงสลับกันคลุมผิวหน้าชายหาด วัตถุประสงค์หลักของระบบคือการสร้างสภาพแวดล้อมชายหาดที่ “แห้ง” มากขึ้น โดยเชื่อว่าสภาวะแบบนี้จะลดโอกาสที่ตะกอนทรายจะเกิดการฟลูอิดไดซ์ (fluidization) หรือกลายเป็นของเหลว ทำให้ชายหาดมีความมั่นคงเพิ่มขึ้น กลไกดังกล่าวคาดว่าจะเกิดขึ้นจากการที่น้ำทะเลสามารถซึมผ่านหน้าชายหาดได้มากขึ้นในช่วงคลื่นซัดขึ้น และมีปริมาณน้ำรวมถึงตะกอนที่ถูกพากลับลงทะเลในช่วงคลื่นไหลกลับลดลง แม้แนวคิดที่ว่าชายหาดที่แห้งกว่าจะมีความมั่นคงมากกว่าจะฟังดูสมเหตุสมผลในทางทฤษฎี […]

Beachlover

June 19, 2025

สำรวจทรัพยากรชายฝั่ง จังหวัดชลบุรี และสมุทรปราการ

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 16 มิถุนายน 2568 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 โดยส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ลงพื้นที่ติดตามสำรวจสถานการณ์ของทรัพยากรชายฝั่ง ท้องที่จังหวัดชลบุรี ตำบลคลองตำหรุ อ.เมืองชลบุรี บริเวณตำบลสองคลอง อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ไปจนถึงตำบลบางปู อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อสำรวจสถานภาพพื้นที่ปัจจุบัน พร้อมทั้งบันทึกภาพลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดินชายฝั่งทะเลและสถานการณ์ชายฝั่ง ด้วยอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ซึ่งบริเวณที่สำรวจอยู่ในระบบหาดบางปะกง-เจ้าพระยา(T3A061) ความยาวระบบหาด 50.42 กม. การใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นชุมชน ที่อยู่อาศัย เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และประมงชายฝั่ง มีโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งตลอดแนวชายฝั่ง เช่น การปักไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่นที่มีสภาพชำรุด เขื่อนหินริมชายฝั่ง เขื่อนหินนอกชายฝั่ง ซีออส มีการเจริญเติบโตของพันธุ์ไม้ป่าชายเลนหลังแนวเขื่อนหินนอกชายฝั่ง ทั้งนี้จะดำเนินการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการวางแผนดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง และจัดทำรายงานสถานภาพชายฝั่งทะเลประจำปี 2568 ต่อไป

Beachlover

June 16, 2025

การรื้อถอนโครงสร้างป้องกันชายฝั่ง: สาเหตุ วิธีการ และผลกระทบ

โครงสร้างป้องกันชายฝั่ง เช่น กำแพงกันคลื่น เขื่อนกันคลื่น และเขื่อนปากร่องน้ำ ถือเป็นสิ่งสำคัญในการปกป้องชายฝั่งจากการกัดเซาะ คลื่นลมแรง และคลื่นสึนามิ อย่างไรก็ตาม โครงสร้างเหล่านี้อาจเสื่อมสภาพ หมดอายุการใช้งาน หรือก่อให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เมื่อถึงเวลาหนึ่งจึงอาจจำเป็นต้องมีการรื้อถอน บทความนี้ Beach Lover จะอธิบายถึงสาเหตุ วิธีการ และผลกระทบของการรื้อถอนโครงสร้างป้องกันชายฝั่ง โดยอ้างอิงจากงานวิจัยและกรณีศึกษาหลายแห่ง สาเหตุของการรื้อถอนโครงสร้างป้องกันชายฝั่ง โดยทั่วไปแล้ว การรื้อถอนโครงสร้างชายฝั่งเกิดจากหลายปัจจัย ทั้งด้านโครงสร้าง ด้านสิ่งแวดล้อม และด้านกฎหมาย โดยสามารถจำแนกออกเป็นหัวข้อหลักได้ดังนี้ 1. ความเสียหายหรือเสื่อมสภาพของโครงสร้าง โครงสร้างชายฝั่งต้องเผชิญกับสภาพแวดล้อมทางทะเลที่รุนแรง เช่น คลื่นลม ระดับน้ำขึ้นลง และการกัดกร่อนจากน้ำเค็ม ซึ่งเมื่อเวลาผ่านไปจะทำให้โครงสร้างเสื่อมสภาพ เช่น โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็กมักเกิดการกัดกร่อนของเหล็กจากสภาวะแวดล้อมชายฝั่งทะเล ทำให้เกิดความเสียหายก่อนเวลาอันควร (Rahman et al., 2024) หากโครงสร้างเสื่อมสภาพจนไม่ปลอดภัย ก็อาจจำเป็นต้องรื้อถอนเพื่อป้องกันอันตรายต่อชีวิตทรัพย์สิน และสิ่งแวดล้อม 2. ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โครงสร้างบางประเภท เช่น เขื่อนปากร่องน้ำหรือเขื่อนยื่นออกไปในทะเล อาจรบกวนการเคลื่อนที่ของตะกอนชายฝั่งตามธรรมชาติ ทำให้เกิดการสะสมของตะกอนในบางพื้นที่ และเกิดการกัดเซาะรุนแรงในพื้นที่ใกล้เคียง (Salleh, ไม่ระบุปี) […]

Beachlover

June 16, 2025

การซึมของน้ำใต้ดินผ่านหน้าชายหาด (Beach Face Seepage) 

การซึมน้ำใต้ดินผ่านหน้าชายหาด (Beach face seepage) หมายถึงการไหลของน้ำใต้ดินผ่านผิวหน้าของชายหาด ซึ่งสามารถส่งผลอย่างมีนัยสำคัญต่อการกัดเซาะชายฝั่งและเสถียรภาพของแนวชายฝั่ง กระบวนการนี้มีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับพลวัตของน้ำใต้ดิน รูปร่างภูมิสัณฐานของชายหาด และสภาพทางธรณีอุทกวิทยา การทำความเข้าใจผลกระทบของการซึมน้ำใต้ดินผ่านหน้าชายหาดจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อการพัฒนาแนวทางในการลดปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งและเสริมสร้างความยืดหยุ่นของแนวชายฝั่ง  การซึมน้ำใต้ดินผ่านหน้าชายหาด (Beach face seepage) เกิดเฉพาะกับชายหาดที่มีความพรุนสูง โดยน้ำใต้ดินจะ ไหลออก ช่วงที่ระดับน้ำทะเลลดต่ำกว่าระดับน้ำใต้ดิน และน้ำทะเลจะ ไหลย้อนเข้า ช่วงน้ำขึ้น หากระดับน้ำทะเลสูงกว่าระดับน้ำใต้ดิน โดยที่การไหลลักษณะนี้ช่วย ยควบคุมความชื้นของหน้าหาด และส่งผลต่อเสถียรภาพของทรายและการกัดเซาะ การซึมน้ำใต้ดินผ่านหน้าชายหาดเป็นผลจากปฏิสัมพันธ์ระหว่างการไหลของน้ำใต้ดินกับกระบวนการทางอุทกพลศาสตร์บริเวณผิวชายฝั่ง ระดับความสูงของน้ำใต้ดินใต้ชายหาดมีบทบาทสำคัญในการกำหนดว่าพื้นที่นั้นจะมีแนวโน้มต่อการกัดเซาะหรือเกิดการทับถมของตะกอน หากระดับน้ำใต้ดินสูงจะทำให้เกิดแรงดันรูพรุนในทรายเพิ่มขึ้น ส่งผลให้หน้าชายหาดมีความไม่มั่นคง และมีแนวโน้มถูกกัดเซาะได้ง่าย ในช่วงที่เกิดคลื่นพายุ (storm surge) กระบวนการซึมเข้าและซึมออกของน้ำสามารถเปลี่ยนแปลงแรงดันรูพรุนได้อย่างมีนัยสำคัญ จนทำให้ตะกอนในชายหาดเคลื่อนตัวและเร่งให้เกิดการกัดเซาะมากขึ้น ขนาดและรูปทรงของบริเวณที่เกิดปฏิกิริยาควบคุมโดยการผสมของน้ำ จะขึ้นกับลักษณะภูมิประเทศของชายหาด พายุที่เกิดขึ้น ความสามารถในการซึมน้ำของทราย และค่าการแพร่กระจายของของไหลในชั้นดิน เช่น การมีสันทรายหรือเนินทรายจะส่งผลต่อรูปแบบการไหลของน้ำใต้ดิน ทำให้เกิดจุดกัดเซาะเฉพาะพื้นที่ได้

Beachlover

June 13, 2025

พาชมกำแพงกันคลื่นแห่งใหม่ ณ หาดปราณบุรี

ชายหาดปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีความยาวประมาณ 7.5 กิโลเมตร ต่อเนื่องจากทิศใต้ของปากน้ำปราณเรื่อยลงไปถึงหาดเขากะโหลก เป็นพื้นที่ที่ถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีรีสอร์ท ร้านอาหาร ตลอดทั้งแนว เราสามารถแบ่งหาดแถบนี้ได้เป็นสองแบบ คือโซนที่ติดกับปากน้ำปราณมีลักษณะเป็นชายหาดที่มีถนนเลียบพร้อมพื้นที่สาธารณะริมชายหาด ส่วนทางทิศใต้ติดกับเขากะโหลกเป็นรีสอร์ทประชิดชายหาดและมีถนนเล็กๆอยู่ด้านใน เรามักเรียกขานหาดทางทิศใต้นี้ว่าหาดเขากะโหลก และทางทิศเหนือว่าหาดปากน้ำปราณ ชายหาดปากน้ำปราณถูกกัดเซาะรุนแรงมากขึ้นหลังการเกิดขึ้นของเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (Jetty) (อ่านเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/jetty/) แม้ตะกอนชายฝั่งจะมีทิศทางหลักไปทางทิศเหนือก็จริง แต่ในบางฤดูกาลก็นำพาให้เกิดปัญหากัดเซาะทางทิศใต้ของปากร่องน้ำได้เช่นกัน หลังจากนั้นจึงเกิดโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทางทิศใต้ของปากร่องน้ำทั้งกำแพงกันคลื่นแบบตั้งตรง  แบบขั้นบันได  และแบบหินทิ้ง พร้อมการปรับภูมิทัศน์โดยการถมพื้นที่ลงบนชายหาดและในทะเลเพื่อเพิ่มพื้นที่สาธารณะด้านหลังกำแพง พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวริมทะเล จากทั้งท้องถิ่นและกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อยมาตั้งแต่ปี 2554, 2557 และ 2559 รวมระยะทางยาวกว่า 2.9 กิโลเมตร โดยหลังจากนั้นชายหาดปากน้ำปราณก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป จนเมื่อต้นปี 2565 กรมโยธาธิการและผังเมืองได้วางแผนดำเนินโครงการสร้างแนวกำแพงกันคลื่น แบบขั้นบันไดต่อจากแนวกำแพงเดิมทางทิศใต้ ไปสิ้นสุดบริเวณหาดทรายหน้าศาลเสด็จเตี่ยปากน้ำปราณบุรี (เว้นระยะบริเวณหน้าศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกปราณบุรี ของกรมประมง) โดยโครงการก่อสร้างทั้งหมดมี 3 ระยะ รวมความยาว 888 เมตร งบประมาณการก่อสร้างรวมการปรับปรุงภูมิทัศน์ โดยรอบ เป็นจำนวนเงินกว่า 144 ล้านบาท โดยในช่วงนั้นได้มีการคัดค้านจากประชาชนบางกลุ่ม ตามอ่านเพิ่มเติมได้จาก […]

Beachlover

June 10, 2025
1 … 14 15 16 … 125