จากชิงโค ทั้งสองคนขับรถต่อขึ้นเหนืออีกไม่ไกล มาจอดริมถนนข้างหาดม่วงงาม อำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา
เม็ดทรายก้าวลงจากรถแล้วหยุดนิ่ง
“พี่… หาดมันสวยนะ”

ไม่ได้พูดเพื่อชม แต่พูดด้วยความแปลกใจ หลังจากที่สายตาเพิ่งผ่านภาพกำแพงและซากทางจักรยานที่ชิงโคมาหยกๆ การได้เห็นหาดทรายโล่งกว้างที่ยังคงเป็นหาดอยู่จริงๆ รู้สึกแปลกตาไปเลย
“ดีใจที่ยังสวยอยู่นะ” หยกพูดพลางเดินลงไปที่หาด “แต่เดี๋ยวก่อน ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เค้าจะสร้างกำแพงใช่ป่ะ”
“ใช่เลยพี่ เฟสแรก ระยะ 1.71 กิโลเมตร งบ 138 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2563 แล้ว” เม็ดทรายตอบ “แต่ยังสร้างไม่ได้ เพราะชาวบ้านต่อต้านมาตลอด มีการฟ้องร้องคดีต่อศาลปกครอง จนถึงตอนนี้ชาวบ้านชนะคดีแล้ว ยกเลิกการก่อสร้างไปแล้ว ถ้าเจ้าฝนมาคงได้มีข้อมูลมาแชร์กันมากกว่านี้”

ขณะที่ทั้งสองยืนคุยกันอยู่ ก็มีหญิงวัยกลางคนสองคนเดินออกมาจากร้านน้ำปั่นริมหาด มีไม้วัดและโทรศัพท์ในมือ
“มาสำรวจอะไรกันเหรอคะ” เธอทักขึ้นก่อน เสียงเป็นกันเอง
“เดินดูชายหาดเฉยๆค่ะพี่” เม็ดทรายตอบ “แล้วพวกพี่มาสำรวจอะไรเหรอคะ เห็นมีไม้อะไรมาด้วย”
“มาวัดหาดน่ะ” เธอพูดเรียบๆ ราวกับเป็นเรื่องปกติธรรมดา “ทำมาหลายปีแล้ว ทุกเดือนเลย”
เม็ดทรายตาโต “พวกพี่ใช้ระบบ BMON กันเหรอคะ”
บุ๋มและแอลยิ้มพร้อมกัน “รู้จักด้วยเหรอเรา”
” แน่นอน! ก็อาจารย์ของหนูเค้าเป็นคนพัฒนาระบบ และคิดค้นอุปกรณ์วัดรูปตัดชายหาดอันนี้เองกับมือ อ.ชอบเอามาสอนในห้องให้พวกเราได้เรียนรู้กันด้วย”

พี่บุ๋ม เจ้าของร้านอาหารพื้นบ้านเล็กๆในชุมชนม่วงงาม และพี่แอลเจ้าของแผงผักในตลาดม่วงงาม เป็นหนึ่งในชาวบ้านม่วงงามที่ร่วมติดตามการเปลี่ยนแปลงชายหาดด้วยระบบ BMON มาตั้งแต่ปี 2563 โดยความร่วมมือของคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ใช้วิธีวัดรูปตัดหน้าหาดเป็นประจำทุกเดือน บันทึกความเปลี่ยนแปลงสะสมมาเกือบห้าปีแล้ว (https://bmon.net/)
“แล้วหาดเป็นยังไงบ้างพี่ ตามที่วัดมา” หยกถาม
“มันอ้วนผอมตามฤดูกาลน่ะ” แอลอธิบาย “พอมรสุมมา หาดมันก็ลดลงบ้าง แคบลงบ้าง แต่พอหมดมรสุม มันก็กลับมาเองทุกที พี่เห็นมาหลายรอบแล้ว”
“แบบนี้เรียกว่า seasonal variation หรือการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลค่ะพี่” เม็ดทรายหันมาอธิบายให้หยกฟัง “หาดเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล แต่ฟื้นคืนได้เองตามธรรมชาติ มันไม่ใช่การกัดเซาะถาวร ซึ่งต่างกันมากเลยนะพี่ในแง่ของการตัดสินใจว่าจะสร้างกำแพงหรือเปล่า”

“แล้วถ้ามันฟื้นได้เองทุกปี ทำไมยังจะสร้างกำแพงอีก” หยกถามเสียงดังขึ้น
บุ๋มถอนหายใจ “นั่นแหล่ะที่ชาวบ้านอย่างพวกเราสงสัยมาตลอด ทำไมเค้าถึงจะเอากำแพงมาใส่ ในเมื่อหาดมันยังอยู่ดีอยู่”
เม็ดทรายนึกถึงภาพที่เพิ่งเห็นมาเมื่อเช้า ถนนที่หายไป หาดที่แคบจนแทบไม่เหลือ ต้นไม้ที่ล้มลงในน้ำ ทั้งหมดนั้นอยู่ห่างจากที่นี่ไปไม่กี่กิโลเมตรเท่านั้น
“ถ้าสร้างกำแพงที่นี่ มันอาจจะเป็นแบบชิงโคเลยนะคะ” เม็ดทรายพูดเบาๆ ไม่ได้ตั้งใจให้ใครได้ยิน แอลแอบได้ยิน
“พี่ก็รู้ เคยพาลูกไปเล่นแถวนั้น อันตรายมากเลยนะ” เธอพูดแล้วมองออกไปที่หาด “นั่นแหล่ะที่พวกเราวัดหาดทุกเดือน เพราะอยากให้มีข้อมูลไว้พูดกับเค้า ว่าหาดหน้าบ้านเรามันเป็นยังไง เราไม่ได้พูดเอาเองนะ เรามีตัวเลข เราให้ข้อมูลพูดแทนเรา”

หยกยืนนิ่งอยู่พักหนึ่ง แล้วพูดขึ้น “พวกพี่ทำแบบนี้มา 4 ปีกว่า แค่เพื่อจะบอกว่าหาดที่นี่ยังโอเคอยู่ มันไม่ยุติธรรมเลยนะ ที่ต้องพิสูจน์แบบนี้”
บุ๋มยิ้มเงียบๆ ไม่ตอบ แล้วก้มหน้าบันทึกตัวเลขลงในระบบ BMON ในโทรศัพท์มือถือต่อไป
เม็ดทรายมองตามและนึกขึ้นมาว่า ในขณะที่หาดชิงโคใช้เวลาห้าปีเพื่อพิสูจน์ว่ากำแพงส่งผลอะไรกับชายหาด พี่บุ๋มพี่แอลและชาวบ้านม่วงงามก็ใช้เวลาเกือบห้าปีเช่นกัน แต่เพื่อพิสูจน์ว่าหาดของพวกเขาไม่ต้องการกำแพง
ทะเลตรงหน้าเงียบสงบ คลื่นเล็กๆ ค่อยๆ ซัดเข้ามาแล้วถอยออกไปตามจังหวะของมันเอง ไม่รีบ ไม่โกรธ และยังคงพาทรายกลับบ้าน กลับมาคืนสู่ชายหาดทุกครั้งที่น้ำลด เหมือนที่มันทำมาตลอด ก่อนที่ใครคิดจะสร้างอะไรที่นี่
เม็ดทรายก้มลงหยิบทรายจากหาดม่วงงามขึ้นมาหนึ่งกำมือ ทรายที่นี่ยังมีอยู่มาก เต็มไม้เต็มมือ ปล่อยให้มันไหลผ่านช้าๆ สายลมพัดเม็ดทรายบางส่วนปลิวออกไปก่อนจะถึงพื้น
“หาดที่ยังดีอยู่ ไม่ได้ต้องการกำแพง แต่ต้องการแค่อย่าไปทำอะไรมัน”
