Bioengineering เพื่องานป้องกันชายฝั่ง

Bioengineering หรือวิศวกรรมชีวภาพ คือการผสมผสานแนวคิดทางชีววิทยา วิศวกรรม และนิเวศวิทยา เพื่อควบคุมการกัดเซาะและเสริมความมั่นคงให้กับดินโดยใช้พืชพรรณหรือวัสดุธรรมชาติร่วมกับวัสดุก่อสร้าง  วิธีการนี้ใช้ทั้งพืชมีชีวิตและไม่มีชีวิต โดยพืชไม่มีชีวิตจะถูกใช้เป็นวัสดุก่อสร้างเช่นเดียวกับวัสดุวิศวกรรมทั่วไป Bioengineering  ในบริบทของงานวิศวกรรมชายฝั่ง คือการใช้กระบวนการทางธรรมชาติ สิ่งมีชีวิต (พืช สัตว์ จุลินทรีย์) และวัสดุธรรมชาติ มาประยุกต์ใช้กับโครงสร้างหรือสภาพแวดล้อมชายฝั่ง เพื่อสร้างความมั่นคง ลดการกัดเซาะ และช่วยฟื้นฟูหรือรักษาสมดุลเชิงระบบนิเวศไปพร้อมๆ กัน หลักการสำคัญคือไม่เพียงแต่สร้างโครงสร้างทางวิศวกรรม (hard structures) เช่น เขื่อนกันคลื่นหรือกำแพงกันคลื่น แต่ยังใช้ โครงสร้างสีเขียว (green structure) หรือการเสริมด้วยชีวภาพ ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องความยืดหยุ่น ความกลมกลืนกับธรรมชาติ และการส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพ ตัวอย่างของการใช้ Bioengineering ที่อาศัยสิ่งมีชีวิตเป็นหลักในโครงสร้างเขื่อนกันคลื่น เช่น การผสมผสานแนวหอยนางรม ซึ่งไม่เพียงช่วยป้องกันแนวชายฝั่ง แต่ยังสนับสนุนการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ โดยทำหน้าที่เป็นแหล่งอนุบาลและขยายพันธุ์ ช่วยสร้างประโยชน์ทั้งในมิติทางนิเวศและเศรษฐกิจ นอกจากนี้ โครงสร้างดังกล่าวยังแสดงให้เห็นถึงการเพิ่มขึ้นของปริมาณตะกอน การลดทอนพลังงานคลื่น และช่วยสร้างเสถียรภาพแก่แนวชายฝั่ง ตลอดจนเป็นที่อยู่อาศัยใหม่ ยิ่งไปกว่านั้น Bioengineering ที่เกี่ยวข้องกับการปลูกพืชพื้นถิ่น (native vegetation) ยังมีประสิทธิภาพในการประคับประคองสันทรายชายฝั่ง (coastal […]

Beachlover

January 15, 2025

ชมโกงกางเทียม หาดสามร้อยยอดกันอีกรอบ

โกงกางเทียมเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง เป็นหนึ่งในแนวทางหรือเทคนิคที่ถูกคิดค้นขึ้นเพื่อบรรเทาปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ที่ยากต่อการปลูกป่าชายเลนจริง หรือต้องการเร่งฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งได้เร็วขึ้น หลักการทำงานจะเลียนแบบรากโกงกาง (ป่าชายเลน) ในธรรมชาติ โดยสร้างเป็นโครงสร้างที่มีลักษณะเหมือนรากไม้ชะง่อน เกาะยึดหรือตรึงวัสดุบางอย่างเพื่อชะลอความเร็วของคลื่นและดักตะกอนที่พัดพามากับกระแสน้ำ ทำให้ตะกอนนิ่งตกทับถม เกิดการฟื้นฟูพื้นที่หน้าชายฝั่ง และส่งเสริมการพัฒนาเป็นพื้นที่ป่าชายเลนใหม่ในระยะยาว แม้แนวคิดของจะมีที่มาจากการเลียนแบบรากไม้ป่าชายเลน แต่ในปัจจุบันพบเห็นโกงกางเทียม บนชายหาดทรายมากเสียกว่าชายหาดโคลนในหลายพื้นที่ในประเทศไทย ซึ่ง Beach Lover ได้เคยพาชมไปหลายครั้งแล้ว ทั้งที่หาดนางทอง จ.พังงา หาดแสงจันทร์ จ.ระยอง และที่นี่ หาดสามร้อยยอด จ.ประจวบคีรีขันธ์ หาอ่านได้จากโพสเก่าๆ โดยใช้ Search icon นอกจากนั้ยังสามารถติดตาม Clip พาเดินชมได้จาก Youtube (1) โกงกางเทียมซีออส (C-Aoss) หาดนางทอง เขาหลัก พังงาและ (2) โกงกางเทียมซีออส (C-Aoss) ณ หาดนางทอง จ พังงา และ (3) รากโกงกางเทียม เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ณ หาดนางทอง (4) รากไม้โกงกางเทียม (ตำแหน่งหน้าครัวลุงระ) ณ หาดแสงจันทร์ จ.ระยอง โครงสร้างโกงกางเทียมเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ณ หาดสามร้อยยอดนี้ […]

Beachlover

January 9, 2025

ทช. สำรวจชายฝั่งทะเลบางขุนเทียน

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 27 ธันวาคม 2567 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 8 โดยส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง นำเรือทรัพยากรฯ 420 และอากาศยานไร้คนขับ เพื่อสำรวจและจัดเก็บข้อมูลการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งและโครงสร้างป้องกันแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในรูปแบบระบบ ณ บริเวณชายทะเล เขตบางขุนเทียน กรุงเทพมหานคร หลักกิโลเมตรที่ 28 – 29

Beachlover

December 27, 2024

Jugaad กับงานป้องกันชายฝั่งทะเล

Jugaad (จูกาด) เป็นแนวคิดทางวัฒนธรรมของอินเดียที่สะท้อนถึงการหาทางแก้ไขปัญหาหรือความท้าทายด้วยวิธีที่สร้างสรรค์ ประหยัด และเรียบง่าย โดยมักใช้งานทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แนวคิดนี้สื่อถึงการคิดนอกกรอบ (out-of-the-box thinking) และการปรับตัวอย่างรวดเร็วในสถานการณ์ที่ยากลำบาก คำว่า Jugaad อาจแปลได้ใกล้เคียงกับ “การแก้ปัญหาแบบฉุกเฉิน” หรือ “นวัตกรรมที่เกิดจากความจำเป็น” ซึ่งเป็นแนวคิดที่สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัว ความยืดหยุ่น และการใช้ไหวพริบเพื่อหาวิธีที่ง่ายและรวดเร็วในการแก้ปัญหา ตัวอย่างของ Jugaad เช่น การใช้วัสดุเหลือใช้มาทำเครื่องมือการเกษตร การซ่อมแซมรถยนต์หรือจักรยานด้วยวัสดุที่มีอยู่ในพื้นที่ การสร้างระบบน้ำประปาหรือไฟฟ้าอย่างง่ายในพื้นที่ชนบท นอกจากนี้ แนวคิดนี้ยังถูกนำไปประยุกต์ใช้ในธุรกิจและนวัตกรรมระดับโลก โดยเฉพาะในบริบทของการสร้างแนวทางแก้ปัญหาที่มีต้นทุนต่ำ ซึ่งสามารถตอบสนองความต้องการในประเทศกำลังพัฒนาได้อย่างมีประสิทธิภาพ แม้ว่า Jugaad จะได้รับการยกย่องในฐานะเครื่องมือที่สร้างสรรค์ แต่ก็มีข้อวิจารณ์ว่าบางครั้งการแก้ปัญหาแบบนี้อาจเป็นเพียงการแก้ปัญหาระยะสั้นโดยไม่คำนึงถึงความยั่งยืนในระยะยาว แนวคิด Jugaad สามารถนำมาใช้ในงานป้องกันชายฝั่งได้ โดยเน้นการหาวิธีแก้ปัญหาที่สร้างสรรค์ ประหยัด และใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีทรัพยากรจำกัดหรือการเข้าถึงเทคโนโลยีขั้นสูงทำได้ยาก ตัวอย่างการประยุกต์แนวคิดนี้ในงานป้องกันชายฝั่งมีดังนี้ 1. การสร้างโครงสร้างป้องกันจากวัสดุในท้องถิ่น • การใช้วัสดุธรรมชาติ เช่น ก้อนหิน ถุงทราย หรือไม้ไผ่ มาสร้างกำแพงกันคลื่นชั่วคราว • ใช้กิ่งไม้หรือเศษไม้ทำแนวป้องกันคลื่น (brushwood barriers) เพื่อลดการกัดเซาะ […]

Beachlover

December 25, 2024

สำรวจพื้นที่ด้านหลังกำแพงกันคลื่นปราณบุรี

ชายหาดปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีความยาวประมาณ 7.5 กิโลเมตร ต่อเนื่องจากทิศใต้ของปากน้ำปราณเรื่อยลงไปถึงหาดเขากะโหลก เป็นพื้นที่ที่ถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีรีสอร์ท ร้านอาหาร ตลอดทั้งแนว เราสามารถแบ่งหาดแถบนี้ได้เป็นสองแบบ คือโซนที่ติดกับปากน้ำปราณมีลักษณะเป็นชายหาดที่มีถนนเลียบพร้อมพื้นที่สาธารณะริมชายหาด ส่วนทางทิศใต้ติดกับเขากะโหลกเป็นรีสอร์ทประชิดชายหาดและมีถนนเล็กๆอยู่ด้านใน เรามักเรียกขานหาดทางทิศใต้นี้ว่าหาดเขากะโหลก และทางทิศเหนือว่าหาดปากน้ำปราณ ชายหาดปากน้ำปราณถูกกัดเซาะรุนแรงมากขึ้นหลังการเกิดขึ้นของเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (Jetty) (อ่านเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/jetty/) แม้ตะกอนชายฝั่งจะมีทิศทางหลักไปทางทิศเหนือก็จริง แต่ในบางฤดูกาลก็นำพาให้เกิดปัญหากัดเซาะทางทิศใต้ของปากร่องน้ำได้เช่นกัน หลังจากนั้นจึงเกิดโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทางทิศใต้ของปากร่องน้ำทั้งกำแพงกันคลื่นแบบตั้งตรง  แบบขั้นบันได  และแบบหินทิ้ง พร้อมการปรับภูมิทัศน์โดยการถมพื้นที่ลงบนชายหาดและในทะเลเพื่อเพิ่มพื้นที่สาธารณะด้านหลังกำแพง พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวริมทะเล จากทั้งท้องถิ่นและกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อยมาตั้งแต่ปี 2554, 2557 และ 2559 รวมระยะทางยาวกว่า 2.9 กิโลเมตร โดยหลังจากนั้นชายหาดปากน้ำปราณก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ชายหาดด้านหน้ากำแพงตัดลึกและชันขึ้นเนื่องจากผลกระทบของกำแพงกันคลื่น (อ่านเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/กำแพงกันคลื่น-ไปต่อหรือพอแค่นี้/ ทำให้แม้ยามน้ำลงเกือบตลอดทั้งปี ไม่สามารถลงเดินเล่นบริเวณชายหาดด้านหน้ากำแพงได้อีกเลย การลงเล่นน้ำด้านหน้ากำแพงนั้นยิ่งเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ยากยิ่งเนื่องจากมีความไม่ปลอดภัยจากคลื่นที่วิ่งเข้าปะทะกำแพงและสะท้อนกลับออกไปนอกฝั่ง และในบางฤดูกาลพบเห็นสาหร่ายสีเขียวขึ้นปกคลุมพื้นผิวของขั้นบันไดส่วนที่อยู่ประชิดน้ำ  (อ่านเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/ตื่นตาตื่นใจ-สาหร่ายสีเขียว-กำมะหยี่-หนึ่งปีมีหน-ที่ทะเลปากน้ำปราณ/)  ทำให้ลื่นไถลได้ง่าย ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ใช้ชายหาดเป็นอย่างยิ่ง Beach Lover ขอพาเดินเท้าสำรวจกำแพงกันคลื่นขั้นแบบบันไดบางส่วนของชายหาดปากน้ำปราณนี้ช่วงต้นเดือนธันวาคม 2567 พบร่องรอยของคลื่นกระโจนข้าม พร้อมทิ้งความเสียหายไว้เช่น ร่องรอยของแผ่นพื้นที่กระเทาะแตกออกเนื่องจากแรงของคลื่นที่ตกกระทบบนพื้นด้านหลังจากแรงกระแทกของคลื่นข้ามกำแพง โครงสร้างบางส่วนของของลานกิจกรรมพังเสียหาย ทรายและน้ำเค็มซัดข้ามสันกำแพงจนต้นไม้และหญ้าที่ปลูกไว้ตายไปบ้าง ทรายกระเซ็นข้ามมาปิดทับแผ่นพื้นแบบตัวหนอนบนลานจอดรถ เป็นต้น

Beachlover

December 10, 2024

การรื้อถอนโครงสร้างป้องกันชายฝั่ง: เทคโนโลยีที่ใช้

การรื้อถอนโครงสร้างป้องกันชายฝั่งทะเลต้องอาศัยเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัยเพื่อเพิ่มความปลอดภัยและประสิทธิภาพในการดำเนินการ รวมถึงลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยมีเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ดังนี้: 1. เทคโนโลยีในการรื้อถอนโครงสร้างอย่างปลอดภัย 2. เทคโนโลยีการจัดการเศษวัสดุและการรีไซเคิล 3. เทคโนโลยีการควบคุมผลกระทบสิ่งแวดล้อม 4. เทคโนโลยีการสำรวจและวางแผน

Beachlover

November 22, 2024

การรื้อถอนโครงสร้างป้องกันชายฝั่ง: ผลกระทบและการจัดการ

การรื้อถอนโครงสร้างป้องกันชายฝั่งทะเลเป็นประเด็นที่มีความสำคัญและซับซ้อน เนื่องจากมีผลกระทบทั้งในด้านบวกและลบต่อพื้นที่ชายฝั่งเดิม ดังต่อไปนี้ ผลกระทบด้านบวก ผลกระทบด้านลบ การรื้อถอนโครงสร้างป้องกันชายฝั่งให้มีผลกระทบน้อยที่สุดต้องอาศัยการวางแผนและการจัดการที่รอบคอบ โดยมีแนวทางที่เหมาะสม 5 แนวทาง ดังต่อไปนี้: 1.การศึกษาผลกระทบและวางแผนล่วงหน้า 2.การเลือกใช้แนวทางการฟื้นฟูที่เหมาะสม 3.การมีส่วนร่วมของชุมชน 4.การเฝ้าระวังและปรับปรุงหลังการรื้อถอน 5.การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม

Beachlover

November 20, 2024

แนวปะการัง ช่วยป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งได้หรือไม่

แนวปะการังมีบทบาทสำคัญในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง โดยทำหน้าที่เป็นปราการธรรมชาติที่ช่วยลดความรุนแรงของคลื่นและกระแสน้ำที่ซัดเข้าหาฝั่ง ลองนึกภาพแนวปะการังเหมือนกำแพงกันคลื่นขนาดใหญ่ที่สร้างขึ้นจากสิ่งมีชีวิตนับล้านๆตัว โครงสร้างที่ซับซ้อนและแข็งแรงของปะการังช่วยลดความเร็วและความแรงของคลื่น ทำให้คลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งมีความรุนแรงน้อยลง และลดการพังทลายของดิน นอกจากนี้ แนวปะการังยังทำหน้าที่คล้ายกับตะแกรงธรรมชาติที่ช่วยดักจับตะกอนต่างๆ ที่ถูกพัดพามาตามกระแสน้ำ เมื่อตะกอนเหล่านี้สะสมตัวบริเวณแนวปะการังและชายฝั่ง ก็จะช่วยเพิ่มความกว้างและความสูงของชายหาด ซึ่งเป็นปราการธรรมชาติอีกชั้นหนึ่งที่ช่วยป้องกันการกัดเซาะ ยกตัวอย่างเช่น หาดทรายที่อยู่ใกล้แนวปะการังมักจะมีขนาดใหญ่และมีความมั่นคงมากกว่าหาดทรายที่ไม่มีแนวปะการัง นอกจากนี้ แนวปะการังยังเป็นระบบนิเวศที่ซับซ้อนและมีความหลากหลายทางชีวภาพสูง สิ่งมีชีวิตในแนวปะการังหลายชนิด เช่น หญ้าทะเลและสาหร่าย มีบทบาทสำคัญในการช่วยยึดเกาะตะกอนและป้องกันการพังทลายของดิน ลองจินตนาการถึงรากของหญ้าทะเลที่แผ่ขยายไปทั่วพื้นทะเล คล้ายกับตาข่ายที่ช่วยยึดเกาะทรายและดินไว้ ไม่ให้ถูกพัดพาไปกับกระแสน้ำ อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งของแนวปะการังขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์และสุขภาพของแนวปะการังนั้นๆ หากแนวปะการังเสื่อมโทรมหรือถูกทำลาย ไม่ว่าจะจากกิจกรรมของมนุษย์หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความสามารถในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งก็จะลดลง เช่นเดียวกับกำแพงที่มีรอยร้าวหรือชำรุด ซึ่งไม่สามารถป้องกันการโจมตีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้น การอนุรักษ์และฟื้นฟูแนวปะการังจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการรักษาสมดุลของระบบนิเวศชายฝั่งและป้องกันปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในระยะยาว

Beachlover

October 30, 2024

SimaPro สำหรับการประเมินวัฏจักรชีวิต (LCA) ของการก่อสร้างโครงสร้างทางทะเล

SimaPro สามารถใช้สำหรับการประเมินวัฏจักรชีวิต (LCA) ของการก่อสร้างโครงสร้างทางทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านขั้นตอนต่อไปนี้: ด้วยการทำตามขั้นตอนและข้อควรพิจารณาเหล่านี้ คุณสามารถใช้ SimaPro เพื่อดำเนินการประเมินวัฏจักรชีวิตอย่างครอบคลุมของการก่อสร้างโครงสร้างทางทะเล สนับสนุนการตัดสินใจเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางทะเลที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น

Beachlover

October 3, 2024

“กัดเซาะชายฝั่ง” สาธารณภัยที่อาจไม่เหลือแม้แผ่นดิน

บทความเป็น Original content หากนำบางส่วนของบทความไปใช้ประโยชน์ กรุณาอ้างอิงด้วย “ภัยพิบัติอื่นเมื่อเหตุการณ์สงบลง เรายังคงเหลือผืนแผ่นดิน แต่ภัยจากการกัดเซาะชายฝั่งเมื่อผ่านพ้นไป เรามิอาจคาดเดาได้ว่าแผ่นดินจะกลับคืนมาเหมือนดังเดิมได้หรือไม่ และเมื่อไหร่” ชายฝั่งทะเลตลอดแนว 3,151 กิโลเมตร ของประเทศไทยใน 23 จังหวัด กำลังตกอยู่ในสภาวะที่ถูกคุกคามทั้งจากธรรมชาติและด้วยน้ำมือของมนุษย์เอง “กัดเซาะชายฝั่ง” ภัยนี้กำลังค่อยๆกลืนกินผืนแผ่นดินที่มนุษย์ใช้ประโยชน์ร่วมกันมาอย่างยาวนาน บางสถานการณ์นั้นอาจพบเห็นผลกระทบทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง หรือในบางสถานการณ์ก็อาจสร้างความเสียหายอย่างฉับพลันในวงกว้าง อันที่จริง “กัดเซาะชายฝั่ง” มิได้เพิ่งเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่ปีมานี้ แต่เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่ดำรงอยู่เรื่อยมาอย่างยาวนาน แต่ที่เราเพิ่งรู้สึกว่าเริ่มส่งผลกระทบต่อการใช้ประโยชน์บนพื้นที่ชายฝั่งทะเลของมนุษย์ ก็เพราะการเจริญเติบโตของเมืองส่งผลให้เกิดการพัฒนาของพื้นที่ริมชายฝั่งทะเลมากยิ่งขึ้นกว่าในอดีต เราจึงสังเกตเห็นว่าภัยจากการกัดเซาะชายฝั่งนั้นเขยิบเข้าใกล้วิถีชีวิตของเรามากยิ่งขึ้นในปัจจุบัน สาเหตุของการกัดเซาะชายฝั่งนั้นเกิดจากธรรมชาติและมนุษย์ โดยภัยจากธรรมชาตินั้น มักเกิดขึ้นตามฤดูกาลและมักเกิดขึ้นในลักษณะที่ทำให้ชายหาดเสียสมดุลหรือถูกกัดเซาะไปเพียงชั่วคราว เช่น เราอาจสังเกตเห็นการกัดเซาะชายฝั่งในช่วงมรสุม แต่หลังจากมรสุมได้ผ่านพ้นไป ชายฝั่งจะค่อยๆปรับตัวคืนสู่สภาพเดิม และจะเป็นกระบวนการเช่นนี้หมุนเวียนไปเรื่อยๆตราบเท่าที่สมดุลของธรรมชาตินี้ยังคงดำรงอยู่อย่างไม่เปลี่ยนแปลง ทว่าภัยคุกคามที่เกิดจากมนุษย์ เช่น การพัฒนาริมชายฝั่งทะเล จะส่งผลให้กระบวนการทางธรรมชาตินี้ถูกแทรกแซง จนทำให้การปรับสมดุลของชายฝั่งผิดไปจากเดิม กล่าวคือ เราอาจเห็นการกัดเซาะชายฝั่งเกิดขึ้นอย่างถาวร โดยไม่อาจกลับมาฟื้นคืนสภาพเดิมได้อีกแม้ผ่านพ้นช่วงมรสุมไปแล้วก็ตาม ด้วยกิจกรรมและการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ที่ขยับเข้าใกล้ทะเลมากกว่าในอดีตมาก และด้วยธรรมชาติทางทะเลที่คาดเดาได้ยาก “กัดเซาะชายฝั่ง” ควรถือเป็น “สาธารณภัย” และควรถูกกำหนดอย่างชัดเจนในนิยามของ คำว่า “สาธารณภัย” แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ด้วยเหตุผล 3 ประการดังต่อไปนี้ ประการที่ 1 “กัดเซาะชายฝั่ง” มีสาเหตุทั้งจากธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์ โดยส่งผลกระทบในวงกว้างทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สินของรัฐและเอกชน ประการที่ 2 “กัดเซาะชายฝั่ง” คาดเดาความเสียหายจากผลกระทบได้ยาก แม้ความรุนแรงของธรรมชาติเท่ากันแต่ความเสียหายที่เกิดกับแต่ละพื้นที่อาจแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นในแต่ละช่วงเวลาก็แตกต่างกันด้วย อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (Climate change) จะยิ่งเป็นปัจจัยทำให้เกิดความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในอนาคต โดยที่เรามิอาจคาดเดาได้อย่างแม่นยำ นับว่าเป็นความเสียหายที่เกิดจากสาธารณภัยที่มีความไม่แน่นอนของผลกระทบสูง และยากจะควบคุม ประการที่ 3 “กัดเซาะชายฝั่ง” เกิดขึ้นแบบเร่งด่วนฉุกเฉิน เหตุเพราะปัจจัยทางธรรมชาติ อาทิ มรสุม พายุ […]

Beachlover

September 19, 2024
1 … 6 7 8 … 10