Life Cycle Assessment (การประเมินวัฏจักรชีวิต, LCA) กับงานป้องกันชายฝั่งทะเล

Life Cycle Assessment (LCA) หรือ การประเมินวัฏจักรชีวิต สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานป้องกันชายฝั่งทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดย LCA จะช่วยประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของโครงการป้องกันชายฝั่ง ตั้งแต่การเลือกใช้วัสดุ การก่อสร้าง การบำรุงรักษา ไปจนถึงการรื้อถอน LCA กับงานป้องกันชายฝั่งทะเล: ประโยชน์ของการใช้ LCA ในงานป้องกันชายฝั่งทะเล: ตัวอย่างการนำ LCA ไปใช้ในงานป้องกันชายฝั่งทะเล: สรุป: การประเมินวัฏจักรชีวิต (LCA) เป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนางานป้องกันชายฝั่งทะเลอย่างยั่งยืน โดย LCA ช่วยให้สามารถประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมตลอดวงจรชีวิตของโครงการ และนำไปสู่การตัดสินใจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และเนื่องจากประเทศไทยมีชายฝั่งทะเลยาวมากกว่า 3,000 กิโลเมตร และกำลังประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรงในบางพื้นที่ การนำ LCA มาใช้ในการวางแผนและดำเนินโครงการป้องกันชายฝั่ง จะเป็นประโยชน์อย่างมากในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสร้างความยั่งยืนให้กับชายฝั่งทะเลของประเทศไทย

Beachlover

June 25, 2024

แนวทางการแก้ปัญหาตามธรรมชาติ (Nature-Based Solutions – NbS) เพื่อป้องกันชายฝั่ง

ชุมชนชายฝั่งทะเลทั่วโลกเผชิญกับภัยคุกคามร้ายแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและกิจกรรมของมนุษย์ ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น คลื่นที่รุนแรงขึ้น และการกัดเซาะชายฝั่ง กำลังสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศชายฝั่ง วิธีการแก้ปัญหาแบบดั้งเดิมที่ใช้ “โครงสร้างทางวิศวกรรม” เช่น กำแพงกันคลื่น และเขื่อนกันคลื่น พิสูจน์แล้วว่ามีราคาแพง รบกวนกระบวนการทางธรรมชาติของชายฝั่งระบบนิเวศ และมักไม่มีประสิทธิภาพในระยะยาว จึงเกิดแนวทางการแก้ปัญหาตามธรรมชาติ (Nature-Based Solutions – NbS) สำหรับการป้องกันชายฝั่ง ซึ่งกำลังได้รับความสนใจมากขึ้น NbS นำเสนอแนวทางที่ยั่งยืนและครอบคลุมยิ่งขึ้นในการปกป้องชายฝั่งโดยอาศัยประโยชน์จากระบบนิเวศตามธรรมชาติ แนวคิดของ NbS เน้นการทำงานร่วมกับกระบวนการทางธรรมชาติเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ในบริบทของการป้องกันชายฝั่ง NbS เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟู อนุรักษ์ หรือเลียนแบบระบบนิเวศตามธรรมชาติ เพื่อสร้างแนวกันชนป้องกันภัยพิบัติชายฝั่งระบบนิเวศเหล่านี้ ได้แก่ ป่าชายเลน หนองน้ำเค็ม ทุ่งหญ้าทะเล และแนวปะการัง มีหน้าที่ป้องกันชายฝั่งในหลายรูปแบบ พืชพันธุ์ชายฝั่งสามารถช่วยลดพลังงานคลื่น ดักตะกอน และรักษาเสถียรภาพของแนวชายฝั่ง แนวหอยนางรมสามารถลดทอนคลื่นและส่งเสริมการทับถมของตะกอน แนวปะการังที่สมบูรณ์ทำหน้าที่เป็นแนวป้องกันตามธรรมชาติ ช่วยดูดซับพลังงานคลื่นและลดผลกระทบของคลื่นพายุ กลไกการป้องกันของ NbS NbS ทำงานโดยใช้กลไกการป้องกันตามธรรมชาติที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับระบบนิเวศเฉพาะ ตัวอย่างที่สำคัญบางประการ ได้แก่: ข้อดีของ NbS เมื่อเทียบกับวิธีการแบบดั้งเดิม เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการแก้ปัญหาแบบวิศวกรรม (Hard […]

Beachlover

June 21, 2024

D50 (median grain size) คืออะไร

ในสาขาวิศวกรรมชายฝั่งและธรณีเทคนิค D50 คือ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ยของอนุภาค (median grain size) ในตัวอย่างดินหรือตะกอน โดยเป็นขนาดที่ 50% ของอนุภาคในตัวอย่างมีขนาดเล็กกว่าค่านี้ และอีก 50% มีขนาดใหญ่กว่า ค่า D50 มีความสำคัญในการประเมินคุณสมบัติทางกายภาพของดิน เช่น: การหาค่า D50: ค่า D50 สามารถหาได้จากการวิเคราะห์การกระจายขนาดอนุภาคของดิน (Grain size distribution analysis) โดยนำตัวอย่างดินมาผ่านตะแกรงร่อนที่มีขนาดต่าง ๆ กัน แล้วนำข้อมูลที่ได้มาพล็อตกราฟ จากนั้นหาขนาดอนุภาคที่สอดคล้องกับ 50% ของน้ำหนักสะสม ตัวอย่างการนำค่า D50 ไปใช้:

Beachlover

June 15, 2024

กระสอบทราย เพื่องานชายฝั่ง

กระสอบทรายถูกนำมาใช้ในการป้องกันชายฝั่งในหลายรูปแบบ แต่ก็มีข้อจำกัดและผลกระทบที่ต้องพิจารณาด้วยเช่นกัน วิธีการใช้กระสอบทรายป้องกันชายฝั่ง: ข้อจำกัดและผลกระทบของการใช้กระสอบทราย: ข้อควรพิจารณาในการใช้กระสอบทราย: สรุป: กระสอบทรายสามารถเป็นเครื่องมือที่มีประโยชน์ในการป้องกันชายฝั่งในบางสถานการณ์ แต่ควรพิจารณาข้อจำกัดและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ และควรใช้ร่วมกับมาตรการอื่น ๆ เพื่อให้เกิดการป้องกันชายฝั่งที่ยั่งยืน

Beachlover

June 14, 2024

การแทรกตัวของน้ำเค็ม (Saltwater intrusion)

การแทรกตัวของน้ำเค็ม (Saltwater intrusion) บริเวณปากแม่น้ำ คือ ปรากฏการณ์ที่น้ำเค็มจากทะเลไหลย้อนขึ้นมาในแม่น้ำ ทำให้พื้นที่บริเวณปากแม่น้ำมีปริมาณความเค็มของน้ำสูงขึ้นกว่าปกติ สาเหตุของการแทรกตัวของน้ำเค็ม: ผลกระทบของการแทรกตัวของน้ำเค็ม: การแก้ไขปัญหาการแทรกตัวของน้ำเค็ม: ตัวอย่างการแทรกตัวของน้ำเค็มในประเทศไทย: ประเทศไทยมีปัญหาการแทรกตัวของน้ำเค็มในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณปากแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำท่าจีน และแม่น้ำแม่กลอง ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเกษตร การประมง และการผลิตน้ำประปา

Beachlover

June 13, 2024

การเปลี่ยนแปลงชายฝั่งตามฤดูกาล

การเปลี่ยนแปลงชายฝั่งตามฤดูกาล หมายถึง การเปลี่ยนแปลงลักษณะทางกายภาพของชายฝั่งที่เกิดขึ้นในรอบปี โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเปลี่ยนแปลงของปัจจัยทางธรรมชาติตามฤดูกาล เช่น ทิศทางและความแรงของคลื่น ลม กระแสน้ำ และปริมาณน้ำฝน ตัวอย่างการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งตามฤดูกาล: ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งตามฤดูกาล: ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งตามฤดูกาล: การจัดการและการป้องกัน: การเปลี่ยนแปลงชายฝั่งตามฤดูกาลเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง การทำความเข้าใจและการจัดการอย่างเหมาะสม จะช่วยลดผลกระทบและรักษาความสมดุลของระบบนิเวศชายฝั่งได้

Beachlover

June 12, 2024

ดัชนีสุขภาพของมหาสมุทร (Ocean Health Index: OHI) คืออะไร?

ดัชนีสุขภาพของมหาสมุทร (Ocean Health Index: OHI) คือกรอบทางวิทยาศาสตร์ที่ออกแบบมาเพื่อประเมินความสมบูรณ์ของมหาสมุทรทั่วโลก ครอบคลุมประเทศและดินแดนชายฝั่ง 220 แห่ง โดยพิจารณา 10 ด้านสำคัญของมหาสมุทรที่สมบูรณ์ ได้แก่ ปัจจัยทั้งสิบประการนี้ จะได้รับคะแนนตั้งแต่ 0 (แย่ที่สุด) ถึง 100 (ดีที่สุด) โดยอิงจากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ จากนั้นนำคะแนนเหล่านี้มาถ่วงน้ำหนักตามความสำคัญสัมพัทธ์ต่อสุขภาพโดยรวมของมหาสมุทร ดัชนี OHI สุดท้ายคำนวณโดยการนำคะแนนถ่วงน้ำหนักของทั้งสิบด้านมารวมกัน ตัวอย่างเช่น สมมติว่าเรามีน้ำหนักและคะแนนสมมติสำหรับภูมิภาคหนึ่ง ดังนี้ จากวิธีการคำนวณ OHI จะได้: OHI = (0.1 * 0.8) + (0.2 * 0.6) + (0.25 * 0.7) + (0.15 * 0.9) + (0.3 * 0.4) = 0.63 สถานการณ์สมมตินี้ แสดงผลเป็นคะแนน […]

Beachlover

June 11, 2024

เศรษฐกิจสีน้ำเงิน “Blue Economy” คืออะไร

การบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งด้านการท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อนำไปสู่การสร้างมูลค่าอย่าง ยั่งยืนหรือที่เรียกว่า “เศรษฐกิจสีน้ำเงิน” หรือ Blue Economy ที่ผ่านมามีความพยายามขับเคลื่อนแนวคิด Blue Economy เพื่อการพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่พัฒนาบนฐานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน (https://tdri.or.th/2020/09/blue-economy-thailand/) Beach Lover ขอพาสำรวจนิยามของ Blue Economy จากที่ต่างๆเพื่อใช้เป็นแนวอ้างอิงทางทฤษฎี ดังนี้ เศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy) คือ แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจบนพื้นฐานการใช้ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน เป็นแนวทางการขับเคลื่อนให้เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาระบบนิเวศอย่างยั่งยืน (http://www.seafdec.or.th/knowledge/blue-economy/) แนวคิดเศรษฐกิจสีน้ำเงิน  กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ด้านบนนั้นเป็นนิยามที่หน่วยงานในประเทศไทยได้เผยแพร่ไว้ ทั้งนี้ยังมีอีกหลายนิยามที่หน่วยงานต่างประเทศได้ให้ไว้ เป็นต้นว่า ธนาคารโลก (World Bank) เศรษฐกิจสีน้ำเงินหมายถึง “การใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน เพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างงาน โดยคำนึงถึงการรักษาสุขภาพของระบบนิเวศทางทะเล” สหประชาชาติ (UN) ได้นิยามเศรษฐกิจสีน้ำเงินไว้มื่อเร็ว ๆ นี้ว่า เป็นเศรษฐกิจที่ครอบคลุมภาคเศรษฐกิจและนโยบายที่เกี่ยวข้องหลากหลาย ซึ่งร่วมกันกำหนดว่า การใช้ทรัพยากรทางทะเลนั้นยั่งยืนหรือไม่ ความท้าทายสำคัญของเศรษฐกิจสีน้ำเงินคือ การทำความเข้าใจและการจัดการ อย่างดียิ่งในหลาย ๆ ด้านของความยั่งยืนของมหาสมุทร ตั้งแต่การประมงแบบยั่งยืน ไปจนถึงสุขภาพของระบบนิเวศ และการป้องกันมลพิษ ประการที่สอง เศรษฐกิจสีน้ำเงิน […]

Beachlover

June 10, 2024

ระบบการวิเคราะห์เส้นชายฝั่งดิจิตอล (Digital Shoreline Analysis System, DSAS) 

ระบบการวิเคราะห์เส้นชายฝั่งดิจิตอล (Digital Shoreline Analysis System, DSAS) เป็นเครื่องมือหนึ่งในโปรแกรมระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (ArcGIS) มีขั้นตอนการทำงาน ดังภาพที่ 1 ถูกพัฒนาโดยหน่วยสำรวจธรณีวิทยาประเทศสหรัฐอเมริกา (United States Geological Survey: USGS) ใช้คำนวณทางสถิติของการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งในหลายช่วงระยะเวลา โดยข้อมูลที่นำเข้าคือ แนวชายฝั่ง (Shoreline) และเส้นอ้างอิง (Baseline) เพื่อสร้างเส้นแบ่งระยะที่ตั้งฉากกับแนวชายฝั่ง (Transect) โดยโปรแกรมจะสร้างเส้น Transect ตามที่ผู้ใช้กำหนดระยะที่ต้องการไว้ และจะทำการคำนวณค่าสถิติต่างๆของการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งให้ ยกตัวอย่างเช่น  – Shoreline Change Envelope (SCE) คือ ระยะทางระหว่างแนวชายฝั่งเส้นในสุดกับเส้นนอกสุด ดังภาพที่ 2 – Net Shoreline Movement (NSM) คือ ระยะทางสุทธิระหว่างแนวชายฝั่งปีที่เก่าที่สุดและแนวชายฝั่งปีที่ใหม่ที่สุด ดังภาพที่ 2 – End Point Rate (EPR) คือ อัตราการเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง โดยคำนวณจากค่า NSM หารด้วยระยะเวลาระหว่างปีที่เก่าที่สุดและปีที่ใหม่ที่สุด ดังภาพที่ 2 การศึกษาที่ผ่านมาในประเทศไทย เจนจิรา ได้ประยุกต์ใช้สาระสนเทศภูมิศาสตร์เพื่อการวิเคราะห์สถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่งโดยใช้ระบบวิเคราะห์เส้นชายฝั่งดิจิตอล (เจนจิรา, 2560) บริเวณตำบลสองคลอง อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา […]

Beachlover

January 13, 2024

พายุซัดฝั่ง (Storm surge) คืออะไร?

พายุซัดฝั่ง (Storm surge) คือปรากฏการณ์คลื่นที่เกิดขึ้นพร้อมกับพายุหมุนโซนร้อนในวันที่ท้องฟ้าปั่นป่วนไม่แจ่มใสสภาพอากาศเลวร้าย พื้นที่ชายฝั่งจะมีแรงกดอากาศยกระดับน้ำทะเลให้สูงกว่าปกติกลายเป็นโดมน้ำขนาดใหญ่ซัดจากทะเลเข้าหาชายฝั่งอย่างรวดเร็ว (https://www.nhc.noaa.gov/surge/) พายุซัดฝั่งเป็นคลื่นที่เกิดบริเวณพื้นผิวโลกมีความชื้นสูงและมีมวลอากาศอุ่น ทำให้อากาศลอยตัวสูงขึ้น ทำให้เกิดลมพัดเข้ามาหย่อมความกดอากาศต่ำ และเกิดการหมุนตัว เข้าหาจุดศูนย์กลางของหย่อมความกดอากาศต่ำ โดยในซีกโลกเหนือหรือบริเวณเหนือเส้นศูนย์สูตรจะมีการหมุนตัวในทิศทวนเข็มนาฬิกา แต่หากเกิดในซีกโลกใต้หรือบริเวณใต้เส้นศูนย์สูตรจะหมุนตามเข็มนาฬิกา พายุซัดฝั่งจะดันน้ำให้มีระดับสูงจนสร้างความเสียหายต่อชีวิตอาคารบ้านเรือนและทรัพย์สินบริเวณพื้นที่ชายฝั่ง ดังรูปที่ 1 โดยระดับน้ำที่ยกตัวสูงขึ้นนี้เกิดจากแรงขับจากความกดอากาศ (Pressure driven storm surge) และลม (Wind driven storm surge) ทะเลโดยรอบจะมีลักษณะราบเรียบเท่ากันหมดในบริเวณพายุ แต่ตรงใจกลางพายุหรือที่เรียกว่าตาพายุจะมีระดับน้ำที่สูงกว่าปกติ ผลจากพายุซัดฝั่งจะทำให้ระดับน้ำชายฝั่งเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าปกติแต่เป็นเพียงช่วงเวลาไม่นานแล้วจะกลับสู่สภาพเดิม รูปที่ 2 แสดงระดับน้ำที่ขึ้นสูงสุดจนเข้าท่วมชุมชนในช่วงที่เกิดพายุปาบึกซัดฝั่งที่ จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเดือนมกราคม 2562 โดยมีลักษณะของการเคลื่อนที่ของตาพายุ ดังรูปที่ 3

Beachlover

January 6, 2024
1 2 3