ถึงถนนแล้ว!!! @หาดประพาส ระนอง

หาดประพาสเป็นส่วนหนึ่งของ อุทยานแห่งชาติแหลมสน ด้านทิศใต้เป็นภูเขาหินซึ่งเป็นที่ตั้งของที่ทำการอุทยาน ส่วนด้านทิศเหนือเป็นที่ตั้งของสถานีวิจัยเพื่อการพัฒนาชายฝั่งอันดามันของมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เชื่อมต่อกับปากคลองกำพวน ส่วนด้านในเป็นป่าชายเลนที่ค่อนข้างสมบูรณ์  บริบทแบบ “ชายหาด–ปากคลอง–ป่าชายเลน” นี้สำคัญมาก เพราะเป็นตัวกำหนดทั้งแหล่งตะกอนและการเปลี่ยนรูปของปากร่องน้ำ/สันทราย หาดประพาสจึงถือเป็นระบบผสมระหว่าง ชายหาดเปิด (open coast) กับ ปากคลอง (inlet) ทำให้รูปชายหาดเปลี่ยนได้ทั้งจากคลื่นและจากพลวัตของปากคลอง ชายหาดมีความยาวประมาณ 2.7 กม. วางตัวแนว เหนือ–ใต้ เป็นหาดทรายละเอียด โดยด้านเหนือเชื่อมกับคลองกำพวน ซึ่งบริเวณปากคลองมีแนวสันทรายขนาดใหญ่ ขณะที่ด้านในคลองเป็นป่าชายเลนและชุมชนประมง ด้านทิศใต้มีแนวกองหิน/หัวแหลมขนาดเล็ก ทำหน้าที่ช่วยบังคลื่นบางส่วนในช่วงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ นี่คือเหตุผลว่าทำไมบางโซนของชายหาด อาจมีเสถียรภาพมากกว่าอีกโซน ทั้งที่เป็นชายหาดเดียวกัน Beach Lover ได้เดินเท้าสำรวจหาดประพาสในช่วงปลอดมรสุมในเดือนธันวาคม พบว่าขอบถนนเลียบหาดถูกกัดเซาะจนเกิดหน้าตัดดินและแผ่นแอสฟัลต์ทรุดแตกเป็นช่วง ๆ ชายฝั่งอันดามันแถบนี้ได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เป็นหลัก ในช่วงเวลายาวระดับหลายเดือนตั้งแต่ช่วงกลางเดือน พ.ค. จนถึงช่วงปลายเดือน ต.ค. โดยระดับน้ำทะเลและคลื่นในช่วงเวลานี้จะส่งผลต่อการกัดเซาะเป็นสำคัญ หากมีพายุร่วมด้วยยิ่งทำให้หาดกัดเซาะมากยิ่งขึ้นไปอีก เมื่อหน้าหาดแคบลง  ระยะกันชนระหว่างคลื่นกับขอบถนนจึงลดลง เมื่อระดับน้ำทะเลสูงขึ้นชั่วคราวในช่วงมรสุม คลื่นจะวิ่งขึ้นถึงตีนคันทางบ่อยขึ้น เกิดการกัดเซาะฐาน (undercutting) ทำให้ดินคันทางถูกเซาะเป็นโพรง/รอยเว้า จนเกิดการพังของแผ่นแอสฟัลต์แตกทรุดลงเป็นช่วง ๆ ตามที่เห็นในภาพ นี่คือเหตุผลที่บางครั้งเราเห็นความเสียหายดูเหมือนเกิดขึ้นเร็ว ทั้งที่จริงอาจสะสมมานาน และถูกเร่งให้พังในไม่กี่วันของเหตุการณ์คลื่นแรง มีข่าวรายงานว่าจังหวัดระนองได้ประชุมพิจารณาแนวทางแก้ปัญหาการกัดเซาะในพื้นที่อำเภอสุขสำราญ รวมถึงหาดประพาส ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์  และมีการพิจารณาโมเดลการวางกำแพงกันคลื่นเพื่อแก้ปัญหาระยะยาว (https://ranongcities.com/2561/news/detail/8520) รอติดตาม…อย่างใจเย็น

Beachlover

December 26, 2025

กำแพงไม้สน หาดทรายแก้ว ภูเก็ต – ตอนที่ 2

หาดทรายแก้ว ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ประสบปัญหาการกัดเซาะรุนแรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้นสนทะเลริมชายหาดจำนวนมากรากโผล่และล้มลง และบางช่วงในฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ คลื่นได้ซัดน้ำทะเลทะลักขึ้นมาถึงผิวถนนหลังหาด ทำให้แนวถนนเสี่ยงต่อความเสียหาย หน่วยงานภาครัฐจึงได้เร่งหาแนวทางแก้ไขเพื่อปกป้องชายหาดและโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว อ่านเพิ่มเติมได้จาก ตอนที่ 1 สำหรับตอนที่ 2 นี้ Beach Lover ขอพาชมส่วนหนึ่งของกำแพงไม้สนทางทิศใต้ของหาดทรายแก้ว จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นโซนที่ไม่มีร้านอาหารและ/หรือ สิ่งปลูกสร้างใกล้ทะเล เหมือนโซนทางด้านทิศเหนือ ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วใน ตอนที่ 1 ในช่วงฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เช่นนี้ พบว่าระดับน้ำทะเลยกตัวสูงกว่าปกติและคลื่นได้ทะลุทะลวงเข้ามากัดสันทรายชายหาดด้านในจนตัดเป็นหน้าผาชันอย่างเห็นได้ชัดเกือบตลอดทั้งแนว ฺฺBeach Lover ได้เดินเท้าสำรวจตลอดแนวปักไม้ จนถึงตำแหน่งทิศใต้สุดของโครงสร้าง ไม่พบความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างพื้นที่ชายหาดด้านหลังโครงสร้างไม้สน กับพื้นที่ชายหาดที่ไม่มีไม้สน

Beachlover

August 15, 2025

กำแพงไม้สน หาดทรายแก้ว ภูเก็ต – ตอนที่ 1

การปักไม้ลงบนหาดทรายแก้วเพื่อแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งนั้น ได้ถูกใช้เป็นหนึ่งในมาตรการ Nature-based solution ในบางพื้นที่ โดยทั่วไปจะใช้ไม้สน ไม้เนื้อแข็ง หรืออาจเป็นไม้ไผ่ โดยการปักเป็นแนวหรือรั้วเพื่อชะลอการเคลื่อนที่ของทราย ลดแรงของคลื่นที่กระทบชายฝั่ง และช่วยสร้างสันทรายใหม่ ซึ่งมีผลในการป้องกันการกัดเซาะทางธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของวิธีนี้จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ตามอ่านได้จาก https://beachlover.net/sand-fance-erosion/ และ https://beachlover.net/sandfence-trap-yes-or-no-july2025/ หาดทรายแก้ว ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ประสบปัญหาการกัดเซาะรุนแรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้นสนทะเลริมชายหาดจำนวนมากรากโผล่และล้มลง และบางช่วงในฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ คลื่นได้ซัดน้ำทะเลทะลักขึ้นมาถึงผิวถนนหลังหาด ทำให้แนวถนนเสี่ยงต่อความเสียหาย หน่วยงานภาครัฐจึงได้เร่งหาแนวทางแก้ไขเพื่อปกป้องชายหาดและโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว สืบเนื่องจากพื้นที่นี้อยู่ในความรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ในปี 2567–2568 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง) จึงได้ดำเนินโครงการติดตั้งรั้วไม้ดักทรายแบบซิกแซก บริเวณหาดทรายแก้ว โดยมีความยาวประมาณ 500 เมตร ใช้งบประมาณ 4.789 ล้านบาท วางเรียงขนานชายหาด 2 แถวในรูปแบบฟันปลา มีเป้าหมายเพื่อชะลอคลื่นและดักตะกอนทราย สร้างเนินทรายตามธรรมชาติขึ้นเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ติดตามข่าวสารที่เกี่ยวข้องไปจาก Website ข่าวหลักๆเช่น https://www.thairath.co.th/scoop/interview/2858208# และ https://mgronline.com/south/detail/9680000047124#google_vignette และ https://www.bangkokbiznews.com/environment/1178811 Beach Lover พาชมส่วนแรกของงานปักไม้สน ทางทิศเหนือของหาดทรายแก้ว จ.ภูเก็ต […]

Beachlover

July 21, 2025

สำรวจชายฝั่งช่วงหลังฤดูมรสุม หาดมหาราช สงขลา

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH?locale=th_TH กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ลงพื้นที่เพื่อสำรวจสถานภาพชายฝั่งช่วงหลังฤดูมรสุม บริเวณพื้นที่หาดมหาราช ต.จะทิ้งพระ อ.สทิงพระ จ.สงขลา วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 สทช.5 โดยเจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ลงพื้นที่เพื่อสำรวจสถานภาพชายฝั่งช่วงหลังฤดูมรสุม บริเวณพื้นที่หาดมหาราช ต.จะทิ้งพระ อ.สทิงพระ จ.สงขลา จากการสำรวจในช่วงฤดูมรสุมที่ผ่านมาพบว่าน้ำได้พัดพาตะกอนทรายกลับคืนสู่ทะเล เกิดการสูญเสียชายหาดจำนวนมาก และเมื่อเปรียบเทียบกับปัจจุบันพบว่าพื้นที่ชายฝั่งบริเวณหาดมหาราชต่อเนื่องจากจุดสิ้นสุดโครงสร้าง และบริเวณด้านหน้าของโครงสร้างทั้ง ๒ ระยะ พบว่ามีการสะสมตัวของตะกอนทรายชายหาด ทำให้หน้าหาดมีความกว้างมากขึ้นประมาณ 10-15 เมตร ส่งผลทำให้เกิดสันทรายขนาดเล็ก บนหาดทรายเดิม ซึ่งเป็นการปรับสมดุลชายฝั่งตามธรรมชาติ ทั้งนี้ สทช.5 โดยส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งจะดำเนินการรวบรวมข้อมูลเพื่อนำไปประกอบการจัดทำรายงานสภานภาพชายฝั่งทะเลประจำปี 2568 ต่อไป

Beachlover

May 30, 2025

สำรวจการเปลี่ยนแปลงชายหาด ช่วงมรสุมบริเวณหาดเจ้าไหม-หาดปากเมง

ที่มา: https://www.facebook.com/mnperc3 เมื่อวันที่ 25-30 เมษายน 2568 ศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 (ตรัง) ร่วมกับนักศึกษาฝึกงาน ได้ดำเนินการสำรวจติดตามการเปลี่ยนแปลงสภาพชายหาด ช่วงมรสุมบริเวณหาดเจ้าไหม-หาดปากเมง อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จำนวน 48 แนวสำรวจ เบื้องต้นพบว่า 1.หาดเจ้าไหม สภาพชายฝั่งส่วนใหญ่มีลักษณะถูกกัดเซาะ 2.หาดฉางหลาง สภาพชายฝั่งส่วนใหญ่มีลักษณะคงสภาพ 3.หาดปากเมง สภาพชายฝั่งส่วนใหญ่มีลักษณะคงสภาพ พบชายฝั่งถูกกัดเซาะบางส่วน โดยจะนำข้อมูลไปวิเคราะห์เชิงลึกต่อไป

Beachlover

May 1, 2025

ปรากฏการณ์ลานีญา (La Niña) ส่งผลยังไงต่อชายฝั่ง

ปรากฏการณ์ลานีญา (La Niña) เป็นช่วงของความแปรปรวนทางมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศในเขตร้อน (ENSO: El Niño-Southern Oscillation) ซึ่งมีลักษณะ “ตรงข้าม” กับเอลนิโญ (El Niño) โดยในช่วงลานีญา น้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำกว่าปกติ ในขณะที่กระแสลมสินค้า (Trade winds) จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้มีการพัดพามวลน้ำอุ่นไปสู่ฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกมากขึ้น ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลในแถบตะวันตกของแปซิฟิก (รวมถึงแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) อาจสูงกว่าปกติ และอาจกระทบกับระบบสภาพอากาศทั่วโลก 1. การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและกระแสน้ำ 2. ผลกระทบต่อระบบชายฝั่งและทะเล ปรากฏการณ์ลานิญญ่ามีผลอย่างมากต่อสภาพอากาศ กระแสน้ำ และระดับน้ำทะเล ส่งผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบต่อระบบทะเลและชายฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มโอกาสการเกิดพายุหมุนเขตร้อน การกัดเซาะชายฝั่ง การเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ และการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมประมง การศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่องและการจัดการพื้นที่ชายฝั่งอย่างยั่งยืนจึงมีความสำคัญ เพื่อเตรียมความพร้อมและรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในช่วงที่มีลานิญญ่าได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

Beachlover

February 17, 2025

นครศรีธรรมราช เตือนประชาชนชายฝั่งยกของขึ้นที่สูงรับมือน้ำทะเลหนุน

ที่มา: https://www.facebook.com/groups/NakhonCountry วันที่ 13 ม.ค. 2568 กระแสคลื่นลมชายฝั่งกำลังแรงส่งผลให้พื้นที่ชายฝั่งทะเล ในพื้นที่อำเภอปากพนัง ได้รับผลกระทบ ชาวประมงต้องรีบนำเรือขึ้นฝั่งเพื่อหนีคลื่น ไม่สามารถออกเรือไปประกอบอาชีพได้ ขณะที่ประชาชนที่มีบ้านพักอาศัยใกล้บริเวณชายฝั่งในบางพื้นที่ต้องประสบภาวะน้ำทะเลหนุน น้ำเข้าท่วมบ้านเรือนได้รับความเสียหาย โดยบรรยายกาศทั่วไปในวันนี้ (13 ม.ค.68) คลื่นลมบริเวณอำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช มีกำลังแรง ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ส่งผลให้พื้นที่บริเวณแหลมตะลุมพุก อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เกิดคลื่นลมแรง ชาวประมงพื้นบ้าน จึงต้องนำเรือขึ้นมาจอดบนฝั่ง ไม่สามารถออกไปทำการประมงได้ เนื่องจากบริเวณทะเลอ่าวไทย มีทั้งคลื่นลมแรง และพายุฝน และประชาชนที่นี่ก็เคยเจอประสบการณ์ ที่ต้องสูญเสียคนที่รัก จากการออกไปทำประมงช่วงมรสุม จึงทำให้ชาวประมงตัดสินใจนำเรือขึ้นจอดบริเวณบนฝั่ง เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน โดยเฉพาะ พื้นที่ หมู่ 1 หมู่ที่ 2 และ หมู่ที่ 3 ต.แหลมตะลุมพุก น้ำทะเลได้หนุน เข้าท่วมบริเวณบ้านเรือนประชาชนอยู่อาศัย และไหลท่วม ถนนสายแหลมตะลุมพุก -ปากพนัง-หัวไทร ทำให้การสัญจรค่อนข้างลำบาก จุดบริเวณที่หมู่ที่ 1 […]

Beachlover

January 14, 2025

ชายหาดกับการฟื้นตัวตามธรรมชาติ หลังความเสียหาย

กระบวนการฟื้นตัวตามธรรมชาติของชายหาดทราย หลังจากเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดความเสียหาย เช่น ช่วงมรสุม หรือภัยทางธรรมชาติอย่าง Tsunami เป็นกระบวนการที่น่าสนใจ ซึ่งเกี่ยวข้องกับการทำงานร่วมกันของคลื่น กระแสน้ำ ตะกอน และพืชชายหาด รายละเอียดมีดังนี้: 1. การกัดเซาะระหว่างมรสุม 2. ช่วงฟื้นตัวเบื้องต้น 3. ช่วงฟื้นตัวสมบูรณ์ ปัจจัยที่มีผลต่อการฟื้นตัว ความเร็วและขอบเขตของการฟื้นตัวของชายหาดขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย: ความสำคัญของการฟื้นตัวตามธรรมชาติ

Beachlover

December 4, 2024

สำรวจหาดม่วงงามยามต้นมรสุม

Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของชายหาดม่วงงามไปแล้วหลายครั้ง รวมถึงรายละเอียดของคดีฟ้องร้องระหว่างรัฐและประชาชนที่เกิดขึ้นบนชายหาดม่วงงาม สามารถค้นหาได้จาก Search icon มุมขวาบน โดยใช้คำค้นหาว่า “ม่วงงาม” ช่วงต้นมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ เดือนพฤศจิกายน 2567 Beach Lover ได้มีโอกาสสำรวจชายหาดม่วงงามอีกรอบ บริเวณที่อาจเป็นพื้นที่โครงการกำแพงกันคลื่นของกรมโยธาธิการและผังเมือง มีสภาพตามรูป โดยภาพรวม ไม่พบร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ชายหาดที่ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองตั้งใจจะก่อสร้างกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดระยะที่ 1 และ 2 ระยะทาง 1.71 กิโลเมตร ด้วยงบประมาณ 138 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2563 นอกจากภาพถ่ายแล้ว ชาวบ้านม่วงงามยังได้ติดตามการเปลี่ยนแปลงชายหาดม่วงงามในพื้นที่โครงการผ่านระบบติดตามชายหาด (Beach MONitoring system, BMON) (อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับระบบ BMON ได้ที่ https://bmon.net/) ภายใต้โครงการวิทยาศาสตร์ภาคพลเมืองที่ได้รับการสนับสนุนกิจกรรมจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ตั้งแต่ปี 2563 จนถึง 2567 โดยได้ทำการสำรวจรูปตัดชายหาด (Beach profile) […]

Beachlover

December 3, 2024

พายุ กับ มรสุม แตกต่างกันอย่างไร

Beach Lover ลงพื้นที่ชายฝั่งทะเลเพื่อสำรวจความเสียหายจากเหตุการณ์พายุและลมมรสุมในหลายพื้นที่ และต่อเนื่องยาวนานมาหลายปี เมื่อสอบถามชาวบ้านถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นมักได้คำตอบคล้ายๆกันคือพายุเข้า ทั้งๆที่ในช่วงเวลานั้นไม่มีพายุเข้าประเทศไทยแต่อย่างใด ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากลมมรสุมตามฤดูกาลที่อาจมีกำลังแรงขึ้นกว่าปกติ จึงส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายฝั่งมากกว่าปกติ จนชาวบ้านคิดว่าคลื่นใหญ่ลมแรงที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายหาดหน้าบ้านคือพายุ Beach Lover ขอชวนมองความแตกต่างของพายุและมรสุม เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจมากยิ่งขึ้น โดยพายุและมรสุมเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศและลม แต่มีความแตกต่างกันในหลายประเด็น: 1. ลักษณะการเกิด: 2. ขอบเขตและระยะเวลา: 3. ผลกระทบ: สรุปว่า พายุเป็นระบบลมที่หมุนวนรุนแรง เกิดขึ้นในระยะเวลาสั้น และมีผลกระทบรุนแรงในพื้นที่จำกัด ส่วนมรสุมเป็นระบบลมขนาดใหญ่ที่พัดประจำฤดู มีระยะเวลานาน และมีผลกระทบต่อสภาพอากาศและฤดูกาลในวงกว้าง ความเข้าใจลักษณะและความแตกต่างดังกล่าวจะสามารถทำให้เราเข้าใจธรรมชาติของพายุและมรสุมที่อาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของเราได้ และสามารถปรับตัวและอยู่รอดได้อย่างปลอดภัย

Beachlover

October 7, 2024
1 2 5