ติดตามการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างชายฝั่งบ้านทุ่งโก ประจวบคีรีขันธ์

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๓ กรม ทช. โดยกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง สำรวจและศึกษาผลกระทบจากโครงสร้างทางวิศวกรรมชายฝั่ง ภายใต้โครงการศึกษาและวิเคราะห์ผลกระทบจากโครงสร้างทางวิศวกรรมชายฝั่ง ประเภทกำแพงกันคลื่นริมชายฝั่งที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชายฝั่ง จ.ประจวบคีรีขันธ์ บริเวณบ้านทุ่งโก ต.บ่อนอก อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ อยู่ในระบบหาดกุยบุรี (T๕B๐๘๒) มีโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ๒ ประเภท คือ กำแพงป้องกันคลื่นริมชายหาดประเภทตั้งตรง และประเภทลาดเอียงแบบขั้นบันได พร้อมสำรวจและเก็บข้อมูลสัณฐานของหาดทราย หรือรูปร่างของชายหาด (วัดตั้งฉากกับแนวชายฝั่งไปถึงเขตที่พื้นทะเลได้รับอิทธิพลจากคลื่น) มีความสำคัญอย่างมากต่อการศึกษาทางวิทยาการชายฝั่ง และการวิเคราะห์การกัดเซาะพื้นที่ชายหาด สำรวจสถานภาพชายฝั่งในพื้นที่ศึกษา ผลการสำรวจพบว่าปัจจุบันมีหินทิ้งบริเวณด้านโครงสร้างกำแพงป้องกันคลื่นริมชายหาด ประเภทลาดเอียงแบบขั้นบันได แต่ปัจจุบันทรายที่เคยทับถมถูกพัดออกไป จนทำให้หินทิ้งในบริเวณดังกล่าวโผล่ให้เห็น รวมทั้งทรายที่เคยทับถมบริเวณด้านหน้าโครงสร้างกำแพงป้องกันคลื่นริมชายหาดก็ถูกคลื่นพัดออกเช่นเดียวกัน ทำให้หน้าหาดแคบและสั้นมาก และสำรวจสภาพโครงสร้างกำแพงป้องกันคลื่นริมชายหาดทั้ง ๒ ประเภท ปัจจุบันโครงสร้ามีสภาพแข็งแรง ไม่มีการชำรุดในระดับโครงสร้าง

Beachlover

Beachlover

September 3, 2020

“ปาบึก”กำลังจะเปลี่ยนหาดทรายแม่รำพึงเป็นหาดขั้นบันได

หาดแม่รำพึง ตั้งอยู่ ณ ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ เป็นหาดทรายยาวต่อเนื่อง 4.5 กิโลเมตร ตั้งแต่ปากคลองแม่รำพึงทางทิศตะวันออกจนถึงคลองบางสะพานทางทิศตะวันตก หาดแม่รำพึงเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่ได้รับอิทธิพลจากพายุปาบึกเมื่อ 4-5 มกราคม 2563 แม้จะไม่ได้รุนแรงมากเท่ากับพื้นที่ที่อยู่ใกล้ตาพายุ แต่ระดับน้ำก็ยกตัวสูงขึ้นพร้อมๆกับคลื่นขนาดใหญ่ที่ถาโถมซัดเข้าหาชายฝั่ง ดังภาพที่ปรากฏในข่าว หลังจากนั้น องค์การบริหารส่วนตำบาลแม่รำพึง ได้มีหนังสือลงวันที่ 22 มกราคม 2562 ถึงกรมโยธาธิการและผังเมือง (เป็นครั้งที่ 3) เพื่อขอความอนุเคราะห์การก่อสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่ง กรมโยธาฯ ซึ่งมีแผนดำเนินการอยู่แล้ว จึงได้ดำเนินการออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นเพื่อก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งหาดแม่รำพึง ม.5 รวมระยะทาง 3.5 กิโลเมตร และได้เปิดรับฟังความคิดเห็นโครงการไปแล้วจำนวน 2 ครั้ง ในเดือน พฤษภาคม 2562 และ กันยายน 2562 โดยได้ข้อสรุปว่ารูปแบบกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดนั้นเป็นรูปแบบที่ชาวบ้านพอใจ และยอมรับได้มากที่สุด โดยขอบเขตพื้นที่โครงการนั้นเริ่มตั้งแต่บางคลองบางสะพานยาวต่อเนื่องไปทางทิศตะวันออก 3.5 กิโลเมตร คงเหลือ 1 กิโลเมตรสุดท้ายของชายหาดก่อนถึงคลองแม่รำพึงไว้โดยไม่ดำเนินโครงการ (ข้อมูลจากเอกสารรับฟังความคิดเห็นโครงการ) Beach Lover ได้ลงพื้นที่สำรวจชายหาดแม่รำพึงช่วงกลางเดือนสิงหาคม […]

Beachlover

Beachlover

September 3, 2020

หาดช่วงมรสุมและปลอดมรสุม…แตกต่างกันอย่างไร

กฎข้อที่หนึ่ง: ชายหาดมีฤดูกาล สิ่งปลูกสร้างถาวรใดๆที่ตั้งประชิดฝั่งควรคำนึงถึงประเด็นนี้เป็นสำคัญ ปล่อยให้คลื่นลมได้มีพื้นที่เพื่อการ Exercise ยามมรสุมบ้าง ช่วงคลื่นลมสงบชายหาดจะกว้าง ส่วนในช่วงฤดูมรสุมชายหาดจะแคบลง บางส่วนของชายหาดอาจถูกกัดเซาะเนื่องจากช่วงมรสุมระดับน้ำทะเลจะยกตัวสูงขึ้นกว่าฤดูกาลปกติ คลื่นจะนำเอามวลทรายหน้าหาดออกไปทับถมนอกชายฝั่ง จากนั้นช่วงปลอดมรสุมชายหาดจะกลับมาเหมือนเดิมก่อนมรสุม และวนเวียนแบบนี้เป็นวัฏจักรตราบเท่าที่สมดุลชายหาดไม่ถูกแทรกแซง https://beachlover.net/ชายหาดมีฤดูกาล/ ภาพบ้านที่ถูกคลื่นกัดเซาะเสียหายเมื่อต้นปี และบ้านเดิมยามปลอดมรสุม ณ ชายทะเลทุ่งประดู่ หมู่ 2 ต.ทับสะแก อ.ทับสะแก จ.ประจวบคีรีขันธ์ สื่อสารประเด็นนี้ได้ดี จริงอยู่ที่เราย่อมมีสิทธิที่จะปลูกสร้างบ้านเรือนในพื้นที่ของตนเอง แต่ความจริงอีกประการหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ เรามิอาจคาดเดาปรากฏการณ์ทางธรรมชาติได้อย่างแม่นยำนัก รวมถึงธรรมชาติเองก็มีการเปลี่ยนแปลงสมดุลอยู่ตลอดเวลา หากเราไม่เข้าใจว่าชายหาดมีฤดูกาลแล้วเข้าไปพัฒนาพื้นที่ริมชายหาดมากจนเกินไป ในช่วงฤดูมรสุมอาจเกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินได้ มนุษย์ควรตระหนักถึงประเด็นนี้และไม่เข้าไปรุกล้ำพื้นที่ชายหาดมากจนเกินไป เพื่อเปิดพื้นที่ให้กระบวนการชายฝั่งได้ปรับสมดุลตามธรรมชาติ ชายหาดบริเวณนี้มีแผนสร้างกำแพงกันคลื่นความยาว 1.2 กิโลเมตร แต่ผู้รับเหมาทิ้งงานไปหลังสร้างแล้วเสร็จ 400 เมตร ทางกรมเจ้าท่าในฐานะเจ้าของงานได้ตั้งงบประมาณต่อเนื่องในปี 2564 ในชื่อ “โครงการปรับปรุงกำแพงหินทิ้งป้องกันการกัดเซาะ ม.2” จำนวน 15 ล้านบาท ระหว่างนี้คงมีมาตรการต่างๆลงไปเพื่อบรรเทาปัญหาทั้งจากภาครัฐและเอกชน โดยทาง Beach Lover จะนำมาเสนอในโอกาสต่อไป

Beachlover

Beachlover

September 2, 2020

พาชมโพรงใต้กำแพงกันคลื่น ณ หาดทุ่งประดู่

พาชมโพรงใต้กำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได ณ หาดทุ่งประดู่ ประจวบฯ ระยะทางประมาณ 100 เมตร ผลงาน อบต เมื่อสามปีที่แล้ว มูลค่างาน 5 ล้านบาท และลงงบซ่อมบำรุงไปอีก 2 ล้านบาท รวมเป็น 7 ล้านบาท ชาวบ้านแจ้งว่าหินด้านในใต้โพรงกำแพงนั้นหลุดออกมาด้านนอก เป็นอุปสรรคต่อการนำเรือเข้าจอดแล้วการเล่นน้ำของเด็กๆริมชายหาด บริเวณใกล้เคียงกันพบกำแพงกันคลื่นแบบหินเรียงโดยกรมเจ้าท่า ที่ยังสร้างไม่เสร็จตามแผนเนื่องจากผู้รับเหมาทิ้งงาน รวมถึงกำแพงกันคลื่นที่ชาวบ้านลงทุนสร้างเพื่อป้องกันพื้นที่ของตัวเอง โดยทาง Beach Lover จะนำข้อมูลมาเผยแพร่ในโอกาสต่อไป

Beachlover

Beachlover

August 28, 2020

งานขุดลอกปากร่องน้ำบางสะพาน

[ภาพเมื่อ: 17 ส.ค. 2563] งานขุดลอกปากร่องน้ำริมทะเลถือเป็นภารกิจสำคัญของกรมเจ้าท่าเพื่อการดูแลร่องน้ำเดินเรือทั่วประเทศไทยตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน Beach lover ได้ลงสำรวจพื้นที่ปากคลองบางสะพาน ต.แม่รำพึง อ.บางสะพาน จ.ประจวบฯ พบงานขุดลอกปากร่องน้ำภายในระยะเวลา 60 วัน รวมปริมาตรทราย 50,000 ลบ.ม. โดยไม่มีรายละเอียดของงบประมาณ รวมถึงวันที่เริ่มและสิ้นสุดการดำเนินงาน การที่ตะกอนทรายไหลมาปิดปากร่องน้ำจนเป็นอุปสรรคต่อการเดินเรือถือเป็นเรื่องปกติ ซึ่งมักเกิดขึ้นเฉพาะบางฤดูกาล แล้วปากแม่น้ำก็จะกลับมาเปิดเองตามกระบวนการทางธรรมชาติ ในอดีตกรมเจ้าท่าใช้วิธีการขุดลอกปากร่องน้ำแบบที่เห็นในภาพนี้กับทุกปากร่องน้ำที่เกิดปัญหา ระยะต่อมา กรมเจ้าท่าได้สร้างโครงสร้างป้องกันปากร่องน้ำที่เรียกว่า เขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (Jetty) บริเวณร่องน้ำชายทะเลหลายแห่ง เพื่อบรรเทาปัญหาทรายปิดปากร่อง กระนั้นก็ตาม ตัวโครงสร้าง Jetty นี้ ได้ส่งผลกระทบให้พื้นที่ถัดๆไปเกิดการกัดเซาะอย่างรุนแรงแบบหลีกเลี่ยงไม่ได้ (ศึกษาเพิ่มเติมได้จากโพสเก่าๆหมวดสถานการณ์ฯ และคดีชายหาดสะกอม) เป็นเรื่องน่าคิดต่อ ว่าคุ้มกันหรือไม่ หากกรมเจ้าท่ากลับมาใช้วิธีการขุดลอกแบบเดิมทดแทนการสร้าง Jetty ซึ่งก็จะไม่ส่งผลให้ชายหาดในพื้นที่ถัดไปเกิดการกัดเซาะจนเป็นเหตุให้ต้องสร้างโครงสร้างป้องกันชายหาดต่อไปเรื่อยๆ หรือเราควรสร้าง Jetty ปริเวณปากร่องน้ำชายทะเลทั่วประเทศเพื่อลดภาระการขุดลอกร่องน้ำของกรมเจ้าท่า โดยยอมแลกกับความพังพินาศของชายหาดข้างเคียง

Beachlover

Beachlover

August 18, 2020

ไทยแลนด์ ริเวียร่า @ ประจวบคีรีขันธ์

ประจวบคีรีขันธ์เป็น 1 ใน 23 จังหวัดที่มีชายฝั่งทะเลที่ยาวที่สุดเป็นอันดับสองของประเทศไทย จากข้อมูลของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งพบว่ามีความยาวประมาณ 247 กิโลเมตร ประจวบฯ ถือเป็นหนึ่งในจังหวัดชายทะเลภายใต้โครงการไทยแลนด์ ริเวียร่า (Thailand Riviera) หรือ การพัฒนาการท่องเที่ยวชายฝั่งทะเล เพื่อยกระดับให้เป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเลเพื่อการพักผ่อนระดับโลก อย่างเช่น French Riviera ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งเป็นนโยบายที่ต่อเนื่องมาจากรัฐบาลยุค คสช จนถึงรัฐบาลยุคนี้ หนึ่งในนั้นคือการพัฒนาถนนเลียบชายหาด จ.ประจวบคีรีขันธ์  Beach Lover พบโครงสร้างกำแพงกันคลื่นรูปแบบต่างๆเกือบตลอดแนวชายหาดที่มีชื่อเสียงของประจวบคีรีขันธ์ หลายแห่งไม่เคยมีปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งมาก่อนด้วยซ้ำ แต่ทั้งหมดเป็นไปเพื่อความมั่นคงของถนนเลียบชายหาด และยังพบโครงการที่กำลังก่อสร้างและซ่อมแซมเพิ่มอยู่อีกหลายแห่ง ชายหาดแบบนี้เองหรือ ที่รัฐรู้สึกว่าสวย? ชายหาดแบบนี้ใช่ไหม ที่เหมือน French Riviera ? ชายหาดแบบนี้หรือ ที่ทำเพื่อดึงเม็ดเงินจากการท่องเที่ยว ? นี่อาจจะหมายถึง “ความเรียบร้อย” “ความเป็นระเบียบ” “ความมั่นคง” ของชายหาด ตามคำนิยามของหลายๆหน่วยงาน  หากหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่ปรับเปลี่ยนมุมมองเพื่อการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะ เราอาจได้ชายหาดที่ “ถูกขลิบ” ตลอดแนวสามพันกว่ากิโลเมตร เมื่อถึงเวลานั้น ภาพหาดทรายที่เราถ่ายเก็บไว้ในยุคสมัยนี้ อาจกลายเป็นเพียงความทรงจำที่มิอาจย้อนคืนได้ สุดท้ายเราอาจได้ถนนที่มั่นคงแข็งแรงเลียบประชิดฝั่ง …. แต่อาจสูญสิ้นหาดทรายธรรมชาติอย่างถาวร

Beachlover

Beachlover

August 5, 2020

ระเนระนาด @ หาดคลองวาฬ ประจวบฯ

[ภาพเมื่อ มิ.ย.2563] Beach lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับชายหาดคลองวาฬไว้แล้วใน https://beachlover.net/คดีคลองวาฬ/ รวมถึง E-Book โดยหาอ่านและ Download ได้ฟรีจาก https://beachlover.net/การฟ้องคดีปกครอง/ ในครั้งนี้ Beach Lover ได้มีโอกาสสำรวจชายหาดคลองวาฬตลอดทั้งแนวชายหาดตั้งแต่ปากคลองจนถึงท่าเทียบเรือ ระยะทางประมาณ 1.6 กิโลเมตร พบการพังทลายของโครงสร้างป้องกันชายฝั่งในหลายตำแหน่ง เริ่มจากกำแพงกันคลื่นตอนเหนือของหาดใกล้ปากคลอง แผ่นพื้นหลุดล่อนออก ทั้งที่บริเวณนี้ค่อยข้างปลอดภัยจากคลื่นลม เพราะมีโครงสร้างป้องกันอยู่ด้านนอกแล้วหนึ่งชั้น ต่อมาทางทิศใต้ พบกองหินขนาดเล็กและใหญ่กระจายตัวกันอย่างระเกะระกะ รวมถึงซากของแผ่นพื้น เสาเข็ม และเศษวัสดุก่อสร้างจำนวนมาก ที่อาจเคยเป็นโครงสร้างป้องกันชายฝั่งเดิม หรือไม่ก็ขนถ่ายมาเททิ้งไว้ที่นี่เพื่อป้องกันชายฝั่ง (ส่วนนี้ไม่มีข้อมูล) หาดแห่งนี้มีเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่งของกรมเจ้าท่าถึงสองชั้น ประกอบด้วยแบบหินทิ้งจำนวน 11 ตัว ความยาวตัวละ 50 ม. จำนวน 5 ตัว และยาวตัวละ 100 ม. จำนวน 6 ตัว ตลอดแนวชายฝั่งยาวประมาณ 1.3 ก.ม. สร้างเมื่อปี 2548 กระนั้นก็ตามพื้นที่ด้านในก็ยังคงถูกกัดเซาะ เอกชนผู้มีที่ดินประชิดชายหาดจำเป็นต้องสร้างกำแพงกันคลื่นของใครของมัน […]

Beachlover

Beachlover

July 21, 2020

ใครรุกใครล้ำใคร @ หว้าโทน ประจวบคีรีขันธ์

ชายหาดแถบนี้ค่อนข้างสงบเงียบ เป็นรอยต่อระหว่างชายหาดคลองวาฬทางทิศเหนือ ยาวต่อเนื่องมาถึงชายหาดหว้ากอ มีลักษณะเป็นพื้นที่กรรมสิทธิ์ริมชายหาด ด้วยความที่ชายหาดยังสมบูรณ์มากๆ เป็นหาดทรายขาวยาวต่อเนื่อง พื้นที่บริเวณนี้มีการสร้างบ้านหลังใหญ่ๆให้เห็นประปราย แต่ยังไม่พบเห็นโรงแรมที่พักในแถบนี้ อาจเนื่องมาจากลักษณะของพื้นที่มีความลึกค่อนข้างน้อย จึงไม่เหมาะสมกับการปลูกสร้างโรงแรม จากภาพพบความเสียหายของโครงสร้างลานปูนและกำแพงกันที่ดินที่ (ดูเหมือนว่า) ยื่นล้ำลงไปในชายหาดมากจนเกินไป ซึ่งสังเกตได้จากแนวชายหาดทางทิศเหนือและใต้ของลานปูนที่พังเสียหายนี้ ไม่ได้อยู่ล้ำลงไปมากเหมือนแนวของลานปูนและกำแพง ตามจริงแล้วแนวที่ดินที่เอกชนครอบครองได้อย่างปลอดภัยควรอยู่หลังแนวขอบฝั่ง (แนวพืชพรรณสีเขียวๆในภาพแรก) โดยไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งยื่นล้ำลงไปบนชายหาด ปัญหาลักษณะคล้ายๆกันนี้เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ เหตุเพราะยามคลื่นลมสงบดี เรามักเห็นชายหาดกว้างมากจนอาจ “เผลอ” สร้างสิ่งล่วงล้ำชายหาดเพื่อเพิ่มพื้นที่การใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่ากับมูลค่าที่ดินริมทะเลที่สูงลิ่ว โดยลืมคิดไปว่า ยามมรสุมที่คลื่นลมแรง พร้อมระดับน้ำที่ยกตัวสูงขึ้น ทะเลจะทวงคืนพื้นที่เดิมของเขา และเมื่อนั้นภาพความเสียหายลักษณะนี้ก็จะเกิดเป็นภาพวนซ้ำเรื่อยไป แล้วแบบนี้ เราจะโทษคลื่นลมได้หรือไม่ … น่าคิด (ภาพเมื่อ 12 มิ.ย.2563)

Beachlover

Beachlover

July 2, 2020

กำแพงกันคลื่นปากน้ำปราณ ยังสบายดีอยู่ไหม [26 มิ.ย.2563]

ทิศใต้ของปากน้ำปราณ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นที่ตั้งของกำแพงกันคลื่นหลายรูปแบบยาวเกือบตลอดทั้งแนวชายหาด ในเดือน มิ.ย.2563 ทีมงาน Beach Lover ได้ลงสำรวจพื้นที่ทางทิศใต้ของ Jetty ปากน้ำปราณ พบความเสียหายของกำแพงกันคลื่นหลายจุด ซึ่งเกิดจากแรงของคลื่นเมื่อวิ่งเข้าปะทะกำแพงจะดึงทรายที่อยู่ด้านหน้ากำแพงออกไปพร้อมกับการสะท้อนกลับของคลื่น ส่งผลให้ฐานกำแพงทรุดและดึงให้โครงของกำแพงเอียง นอกจากนั้นคลื่นที่่วิ่งเข้าปะทะกำแพงยังยกตัวสูงขึ้นและกระเซ็นข้ามมาด้านหลัง ส่งผลให้พื้นที่ด้านหลังกำแพงที่ปูด้วยอิฐตัวหนอนนั้นพังเสียหาย โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ทำการซ่อมแซมโดยนำถุงทรายขนาดเล็กและขนาดใหญ่มาวางบนโครงสร้างกำแพงที่เสียหายไปเพื่อป้องกันคลื่น แต่ก็ยังพบเห็นความระเกะระกะอยู่ตลอดทั้งแนว ส่งผลให้สภาพของพื้นที่นี้ไม่ปลอดภัยต่อการใช้ประโยชน์ โครงการฟื้นฟูบูรณะกำแพงกันคลื่นบริเวณนี้พร้อมปรับภูมิทัศน์ความยาว 930 เมตร ถูกบรรจุไว้แล้วในร่างแผนงบประมาณประจำปี 2564 และผูกพันถึงปี 2566 ของกรมโยธาธิการและผังเมือง มูลค่างานรวม 147.963 ล้านบาท (อ้างอิงข้อมูลจากสำนักงบประมาณ, 2563)

Beachlover

Beachlover

June 27, 2020
1 2