พาชมรากโกงกางเทียมกันอีกรอบ ณ หาดสามร้อยยอด

Beach Lover เคยพาชม “แนวกันคลื่นแบบโปร่ง” หรือที่มีการเรียกขานกันว่า รากโกงกางเทียม  (C-Aoss) มาแล้วในหลายพื้นที่ ติดตามอ่านได้จากไอคอน Search มุมขวาบน นอกจากนั้ยังสามารถติดตาม Clip พาเดินชมได้จาก Youtube (1) โกงกางเทียมซีออส (C-Aoss) หาดนางทอง เขาหลัก พังงาและ (2) โกงกางเทียมซีออส (C-Aoss) ณ หาดนางทอง จ พังงา และ (3) รากโกงกางเทียม เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ณ หาดนางทอง (4) รากไม้โกงกางเทียม (ตำแหน่งหน้าครัวลุงระ) ณ หาดแสงจันทร์ จ.ระยอง C-Aoss  ประกอบด้วย เสาหลักซึ่งทำจากไม้ผสมพลาสติก HDPE และ รากเทียมที่ออกแบบให้คล้ายรากโกงกาง โดยมีส่วนผสมยางพาราธรรมชาติ ตามเอกสารที่ค้นคว้าได้พบว่ามีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้คลื่นเสียพลังงานบางส่วน และลดการพัดพาตะกอนบริเวณด้านหลังแนว เพื่อเอื้อต่อการสะสมตะกอน/ฟื้นตัวของพื้นที่ชายฝั่ง โครงสร้างโกงกางเทียมเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ณ หาดสามร้อยยอดนี้ วางแนวต่อกับกำแพงกันคลื่นแบบหินเรียงของเดิมที่สร้างโดยสำนักโยธาธิการและผังเมือง จ.ประจวบฯ เมื่อปี 2560 โดยจากการเดินเท้าสำรวจครั้งนี้ พบว่าสภาพของโครงสร้างทั้ง 6 แถว ยังอยู่ในสภาพดี ยังไม่มีบางส่วนของโครงสร้างหลุดออกจากที่ตั้งเหมือนอย่างในพื้นที่อื่นๆที่ […]

Beachlover

January 12, 2026

ท้ายกำแพงกันคลื่น หาดแม่รำพึง

Beach Lover ลงสำรวจพื้นที่ชายฝั่งหาดแม่รำพึง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังจากโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองแล้วเสร็จ พบความเปลี่ยนแปลงของชายฝั่งที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณด้านทิศเหนือของปลายกำแพง ซึ่งเริ่มปรากฏร่องรอยการกัดเซาะชัดเจนมากขึ้น ทั้งจากสภาพชายหาดที่แคบลง ระดับทรายที่ลดต่ำลง ภาพถ่ายจากการสำรวจภาคสนามช่วยยืนยันว่ากระบวนการกัดเซาะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นเป็น “ผลพวง” จากโครงสร้างที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องพื้นที่ด้านหลังของชายฝั่งบริเวณทิศใต้ของหาด กำแพงกันคลื่นที่แม่รำพึงมีความสูงมากกว่า 2 เมตรและทอดยาวไปตามแนวชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง เมื่อคลื่นเดินทางเข้าปะทะชายหาด พลังงานส่วนหนึ่งถูกกำแพงสะท้อนกลับ ส่งผลให้ทรายหน้ากำแพงถูกพัดพาออกไปทีละน้อย ระดับหาดจึงค่อยๆ ลดลงจนสามารถเห็นฐานโครงสร้างได้ชัดเจนขึ้น ภาพที่เห็นในปัจจุบันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาอันสั้น แต่เป็นผลสะสมจากการปะทะซ้ำของคลื่นกับโครงสร้างแข็งตลอดช่วงเวลาหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ ขณะเดียวกัน ความต่อเนื่องของกำแพงยังทำให้ทิศทางของกระแสน้ำเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะบริเวณปลายสุดกำแพงทางด้านทิศเหนือ ซึ่งตรงกับตำแหน่งที่พบการกัดเซาะมากที่สุดในการสำรวจครั้งนี้

Beachlover

January 11, 2026

คลื่นซัด”หาดสามพระยา” กัดเซาะชายฝั่งพังยับ ต้นสนล้มระนาว

ที่มา: https://www.facebook.com/prachuappost (วันที่ 9 มกราคม 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างวันที่7-8 มกราคม ที่ผ่านมา นายเอกฤทธิ์ ดวงมาลา หน.อช เขาสามร้อยยอด กล่าวว่า หาดสามพระยา และ หาดแหลมศาลา แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังในอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด เกิดมวลน้ำทะเลหนุนสูงประกอบกับคลื่นลมแรงในอ่าวไทย ทะยานเข้าซัดชายหาดอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะแนวต้นสนขนาดใหญ่มีอายุมากกว่า30ปี ที่เป็นสัญลักษณ์ของหาด ถูกกระแสคลื่นสูงเกือบ3เมตรกัดเซาะจนรากถอนโคน ล้มระนาวเกือบ 20 ต้น ซึ่งทั้ง2หาดรวมแล้วเกือบ40ต้น กลายเป็นภาพที่น่าตกใจ ทั้งนี้จากสภาพอากาศที่แปรปรวนส่งผลให้คลื่นที่มีความแรงโถมเข้าใส่ชายหาดอย่างต่อเนื่อง พลังของน้ำได้ขุดรากถอนโคนต้นสนขนาดใหญ่ที่ยืนต้นมานานนับสิบปีให้ล้มลงในพริบตา พื้นที่ที่เคยร่มรื่นสวยงามกลับกลายเป็นแนวดินที่พังทลายและซากต้นไม้ที่ล้มระเนระนาด สร้างความตะลึงให้กับเจ้าหน้าที่ฯและนักท่องเที่ยวในพื้นที่เป็นอย่างมาก ​เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ย่อย หาดสามพระยา (อช เขาสามร้อยยอด)ได้ประเมินสถานการณ์พร้อมงดให้บริการลานกางเต้นท์ เป็นการชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย” โดยเบื้องต้นมีการติดธงแดง และ​ปิดกั้นพื้นที่เสี่ยง ห้ามนักท่องเที่ยวลงเล่นน้ำโดยเด็ดขาด ​ซึ่ง​ความรุนแรงของธรรมชาติที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดครั้งหนึ่งในต้นปีนี้ ซึ่งไม่เพียงแต่ทำลายทัศนียภาพอันสวยงาม แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างรุนแรง ​ขอให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวติดตามประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาและอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอดอย่างใกล้ชิด

Beachlover

January 9, 2026

รากสนโผล่ ที่อ่าวมะนาว

อ่าวมะนาว จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นชายหาดทรายในบริบทของอ่าวโค้งกึ่งปิด ซึ่งมีแนวแหลมและภูมิประเทศด้านข้างช่วยกำหนดรูปทรงของอ่าว ทำให้การกระจายพลังงานคลื่นและทิศทางกระแสบริเวณใกล้ฝั่งมีความเฉพาะตัวมากกว่าชายฝั่งที่เปิดโล่ง แนวชายหาดมีลักษณะโค้งรับทะเลต่อเนื่อง ส่งผลให้บางช่วงของอ่าวได้รับคลื่นมากกว่าช่วงใกล้หัวอ่าวที่ถูกบังคลื่นไปบางส่วน ลักษณะทางสัณฐานเช่นนี้ทำให้ตะกอนทรายจำนวนหนึ่งมีแนวโน้มหมุนเวียนอยู่ภายในอ่าวภายใต้อิทธิพลของคลื่นตามฤดูกาล แทนที่จะถูกพัดพาออกไปไกลแบบชายฝั่งเปิด อย่างไรก็ดี เมื่อเกิดช่วงคลื่นแรง เช่น ในฤดูมรสุมหรือเหตุการณ์พายุ ชายหาดทรายยังสามารถถูกกัดเซาะ ได้ชั่วคราว ทำให้หน้าตัดชายหาดเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว อ่าวมะนาวเป็นหาดทรายที่โดยภาพรวมมีลักษณะทรายละเอียดถึงปานกลางปะปนเศษเปลือกหอยตามธรรมชาติ ซึ่งเป็นชนิดตะกอนที่ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงคลื่นได้ไว กล่าวคือ เมื่อสภาวะคลื่นแรงขึ้น ทรายบริเวณหน้าหาดอาจถูกดึงออกไปสะสมในเขตน้ำตื้นด้านนอก เกิดสัณฐานอย่างสันทรายใต้น้ำหรือการเปลี่ยนความชันของหน้าหาด และเมื่อเข้าสู่ช่วงคลื่นสงบ ทรายบางส่วนจึงค่อย ๆ เคลื่อนกลับเข้าหาดเกิดการฟื้นตัวตามฤดูกาล อย่างไรก็ตาม หากระบบตะกอนเกิดภาวะขาดดุล หรือทรายออกมากกว่าเข้าอย่างต่อเนื่อง การฟื้นตัวจะไม่เต็มที่และระดับผิวหาดมีแนวโน้มต่ำลงสะสม ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการกัดเซาะในเชิงปริมาตร แม้แนวชายฝั่งอาจไม่ได้ถูกกัดเซาะอย่างเด่นชัดในระยะสั้นก็ตาม Beach Lover สำรวจอ่าวมะนาวในช่วงปลายปี ยังไม่พบร่องรอยการกัดเซาะอย่างรุนแรง พบเพียงรากของต้นสนที่ลอย หรือ ทรายที่ปกคลุมรากสนถูกพัดพาออกไป เผยให้เห็นรากสนอย่างชัดเจน โดยได้เขียนเรื่องราวนี้ไว้แล้วใน “รากสนโผล่=กัดเซาะ” ตามอ่านได้จาก LINK

Beachlover

December 28, 2025

สำรวจ “แม่รำพึง” หลังการสร้างกำแพงกันคลื่น

Beach Lover ลงสำรวจพื้นที่ชายฝั่งหาดแม่รำพึง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังจากโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองแล้วเสร็จ พบความเปลี่ยนแปลงของชายฝั่งที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณด้านทิศเหนือของปลายกำแพง ซึ่งเริ่มปรากฏร่องรอยการกัดเซาะชัดเจนมากขึ้น ทั้งจากสภาพชายหาดที่แคบลง ระดับทรายที่ลดต่ำลง ภาพถ่ายจากการสำรวจภาคสนามช่วยยืนยันว่ากระบวนการกัดเซาะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นเป็น “ผลพวง” จากโครงสร้างที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องพื้นที่ด้านหลังของชายฝั่งบริเวณทิศใต้ของหาด กำแพงกันคลื่นที่แม่รำพึงมีความสูงมากกว่า 2 เมตรและทอดยาวไปตามแนวชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง เมื่อคลื่นเดินทางเข้าปะทะชายหาด พลังงานส่วนหนึ่งถูกกำแพงสะท้อนกลับ ส่งผลให้ทรายหน้ากำแพงถูกพัดพาออกไปทีละน้อย ระดับหาดจึงค่อยๆ ลดลงจนสามารถเห็นฐานโครงสร้างได้ชัดเจนขึ้น ภาพที่เห็นในปัจจุบันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาอันสั้น แต่เป็นผลสะสมจากการปะทะซ้ำของคลื่นกับโครงสร้างแข็งตลอดช่วงเวลาหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ ขณะเดียวกัน ความต่อเนื่องของกำแพงยังทำให้ทิศทางของกระแสน้ำเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะบริเวณปลายสุดกำแพงทางด้านทิศเหนือ ซึ่งตรงกับตำแหน่งที่พบการกัดเซาะมากที่สุดในการสำรวจครั้งนี้ ในทางวิศวกรรมชายฝั่ง ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “การกัดเซาะท้ายโครงสร้าง” หรือ Downdrift effect ซึ่งเป็นผลที่เกิดขึ้นกับกำแพงกันคลื่นหรือโครงสร้างป้องกันชายฝั่งที่ยาวเกินระยะสมดุลของชายหาด เมื่อกระแสน้ำถูกบีบให้เปลี่ยนทิศ พลังงานของคลื่นจะถูกรวมตัวและทวีความรุนแรงขึ้นบริเวณด้านท้ายของโครงสร้าง พัดพาทรายออกจากพื้นที่ข้างเคียงเร็วกว่าปกติ จึงเกิดแนวชายฝั่งเว้าเข้าอย่างที่เห็นในภาพด้านบน สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นที่หาดแม่รำพึงจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของ “ความสวยงามของชายหาดที่ลดลง” เท่านั้น แต่เป็นตัวอย่างของผลกระทบเชิงระบบที่เกิดจากการสร้างโครงสร้างทางวิศวกรรมเพื่อแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่หนึ่ง แต่กลับสร้างปัญหาใหม่ในอีกพื้นที่หนึ่ง หากไม่มีการติดตามอย่างใกล้ชิดหรือวางแผนรองรับระยะยาว การกัดเซาะในบริเวณปลายกำแพงอาจลุกลามต่อไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดชุมชนหรือหน่วยงานอาจต้องพิจารณาสร้างกำแพงเพิ่มเติมเพื่อป้องกันพื้นที่ข้างเคียง ซึ่งกลายเป็นวงจรที่เรียกว่า “Domino Effect” ที่หลายพื้นที่ชายฝั่งของไทยเคยเผชิญมาแล้ว Beach Lover อยากสื่อสารและร้องขอไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบว่า […]

Beachlover

November 17, 2025

ขุดลอกปากร่องน้ำ “บ้านกรูด”

Beach Lover ออกสำรวจชายหาดบ้านกรูด อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ช่วงเดือนตุลาคม 2568 พบว่าปากร่องน้ำบ้านกรูด กำลังอยู่ในช่วงดำเนินการขุดลอกตะกอนทรายที่ทับถมบริเวณปากร่องน้ำ โดยมีเครื่องจักรและเรือดูดทรายเข้าปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง ทำไมต้องขุดลอก? โดยทั่วไปของสภาพปากร่องน้ำในประเทศไทย ยามเมื่อน้ำจากแม่น้ำมีปริมาณน้อย กระแสน้ำเลียบชายฝั่งจะนำพาตะกอนเข้ามาทับถมบริเวณปากร่อง จนอาจส่งผลให้ปากร่องน้ำปิดสนิทหรือตื้นเขินจนอาจทำให้ เรือเข้า–ออกได้ลำบาก โดยเฉพาะช่วงน้ำลง การระบายน้ำจากร่องน้ำลงทะเลช้าลงในฤดูฝน ด้วยเหตุนี้ กรมเจ้าท่าจึงสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (Jetty) ขึ้นเพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าว สำหรับปากร่องน้ำบ้านกรูดนี้สร้างด้วยงบประมาณ 109,860,000 บาท โดยบริษัท วัฒนาธร จำกัด เป็นผู้รับจ้างก่อสร้าง (https://www.thairath.co.th/news/local/central/2717611) เป็นการก่อสร้างในลักษณะเขื่อนเรียงหิน จากปากคลองกรูดทั้งฝั่งซ้ายและขวา ทอดยาวออกไปในทะเลด้านทิศตะวันออก 235 เมตร ด้านทิศตะวันตก 325 เมตร โครงการนี้ยังรวมถึงงานก่อสร้างกำแพงป้องกันตลิ่งยาว 160 เมตร ตลอดจนงานขุดลอกร่องน้ำและหน้าท่า งานเสริมทรายบริเวณชายหาดบ้านกรูด ระยะทาง 1,150 เมตร โดยเป็นงบฯ ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563-2565 สิ้นสุดสัญญา 23 มิถุนายน 2565  (https://www.thairath.co.th/news/local/central/2717216) แม้ว่าปากร่องน้ำบ้านกรูดจะมีเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำทั้งสองฝั่งแล้วก็ตาม ยังคงพบการตื้นเขินของปากร่องน้ำนี้อยู่บ่ายครั้ง จนทำให้กรมเจ้าท่าต้องดำเนินการขุดลอกปากร่องน้ำตามที่เห็นในภาพ […]

Beachlover

November 1, 2025

เมื่อหาดทรายหายไป…เหลือไว้เพียงบันไดคอนกรีต @ คลองวาฬ

“หาดคลองวาฬ” เคยเป็นหนึ่งในชายหาดที่มีชื่อเสียงของเมืองประจวบคีรีขันธ์ ด้วยแนวโค้งของอ่าวที่ทอดยาวจากเชิงเขาไปจรดท่าเทียบเรือประมง ชายหาดทรายละเอียดสีอ่อน และบรรยากาศสงบ ที่พักราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับหาดใกล้เคียง นักท่องเที่ยวมักเลือกมาพักมองทะเลในวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่นี่เคยมีแนวหาดธรรมชาติที่คลื่นสามารถซัดขึ้นลงได้อย่างอิสระ และเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้ลากเรือขึ้นฝั่ง จับปู หาปลา หรือจัดกิจกรรมริมชายหาดในช่วงน้ำลง แต่ปัจจุบัน “หาดคลองวาฬ” ที่หลายคนจำได้ได้เปลี่ยนโฉมไปอย่างสิ้นเชิง แนวชายหาดธรรมชาติแทบไม่เหลือให้เห็น เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกแทนที่ด้วย “กำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได” ที่ยาวต่อเนื่องตลอดแนวฝั่ง หลายปีที่ผ่านมา หาดคลองวาฬเริ่มประสบปัญหาการกัดเซาะอย่างต่อเนื่อง ชายหาดถูกกัดเซาะเข้าใกล้แนวถนนและสิ่งปลูกสร้างริมฝั่ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเริ่มหามาตรการป้องกัน ทั้งการสร้างเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่งแบบหินทิ้งจำนวน 11 ตัว ความยาวตัวละ 50 ม. จำนวน 5 ตัว และยาวตัวละ 100 ม. จำนวน 6 ตัว ตลอดแนวชายฝั่งยาวประมาณ 1.3 ก.ม. สร้างเมื่อปี 2548  พร้อมกำแพงกันคลื่นแบบต่างๆประชิดชายฝั่ง เกือบตลอดทั้งแนว (อ่านและดูภาพเพิ่มเติมได้ที่ https://beachlover.net/คดีคลองวาฬ-จ-ประจวบคีรีข/) อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมองว่ากำแพงกันคลื่นที่สร้างขึ้นประชิดหาดนั้นต่างคนต่างทำ ไม่มีความมั่งคงถาวรและไม่เป็นระเบียบ (อ่านเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/ระเนระนาด-หาดคลองวาฬ-ปร/) ในเวลาต่อมา กรมโยธาธิการและผังเมืองจึงได้มีการก่อสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่งถาวร เริ่มจากบริเวณใกล้ท่าเทียบเรือและขยายต่อเนื่องไปตามแนวหาดระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร […]

Beachlover

October 30, 2025

บ้านกรูด … กว้าง สะอาด สงบ ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ชายหาดบ้านกรูดตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งด้านตะวันออกของอ่าวไทย ในอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลักษณะชายฝั่งเป็นแบบ ชายหาดเปิด (Open Coast) ที่มีแนวชายฝั่งทอดยาวต่อเนื่องหลายกิโลเมตร โดยไม่ถูกตัดขาดช่วงด้วยโครงสร้างทางทะเลหรือภูเขา ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายของตะกอนทรายในทิศทางตามแนวชายฝั่ง (Longshore Sediment Transport) ได้อย่างต่อเนื่องค่อนข้างอิสระ เมื่อรวมกับลักษณะคลื่นในบริเวณอ่าวไทยตอนล่างซึ่งมีพลังงานคลื่นปานกลางถึงต่ำในฤดูปกติ จึงทำให้หาดบ้านกรูดมีการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งในลักษณะค่อยเป็นค่อยไปและไม่รุนแรงเมื่อเทียบกับพื้นที่ชายฝั่งที่รับคลื่นโดยตรงในฤดูมรสุม Beach Lover เดินทางมาสำรวจชายหาดบ้านกรูดหลายต่อหลายครั้ง พบว่าองค์ประกอบเด่นของชายหาดบ้านกรูดคือแนวทรายที่มีความกว้างปานกลาง เนื้อทรายมีลักษณะละเอียดถึงปานกลาง สีค่อนข้างขาว และมีการเรียงตัวค่อนข้างเสมอ ทำให้ชายหาดมีความลาดชันต่ำ เหมาะต่อการเล่นน้ำและการใช้ประโยชน์เพื่อการพักผ่อนเชิงท่องเที่ยว ลักษณะความลาดชันต่ำนี้ยังเป็นตัวบ่งชี้ถึงการทับถมของตะกอนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องภายใต้พลังงานคลื่นระดับปานกลางของพื้นที่ บริเวณด้านหลังชายหาดพบแนวพืชปกคลุม ได้แก่ สนทะเล และมะพร้าว ซึ่งทำหน้าที่เสมือนแนวกันลมและกันทรายตามธรรมชาติ ช่วยลดการพัดพาของทรายออกจากชายฝั่ง รวมถึงเพิ่มความมั่นคงให้กับพื้นที่ด้านหลังชายฝั่งในแง่ของเสถียรภาพของหน้าดิน ระบบพืชพรรณดังกล่าวยังมีบทบาทเชิงระบบนิเวศที่สำคัญ ได้แก่ การให้ที่อยู่อาศัยแก่สัตว์ชายฝั่งขนาดเล็กและการเป็นปราการธรรมชาติในการป้องกันแรงลมในฤดูกาลที่คลื่นลมมีกำลังมากขึ้น

Beachlover

October 27, 2025

กำแพงกันคลื่นพัง…เพราะคลื่น หรือเพราะใคร?

Beach Lover ลงสำรวจพื้นที่ชายหาดบริเวณ อ่าวประจวบคีรีขันธ์ ช่วงถนนปิ่นอนุสรณ์ เมื่อตุลาคม 2568 พบเห็นความเสียหายของกำแพงกันคลื่นพร้อมทางเดินริมทะเลที่ถูกแรงคลื่นซัดจนแตกร้าวและทรุดตัวหลายจุด จนไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ บางช่วงของทางเดินเสียหายโดยสิ้นเชิง อ่าวประจวบคีรีขันธ์ ช่วงถนนปิ่นอนุสรณ์ ซึ่งเป็นแนวชายฝั่งที่เปิดรับคลื่นโดยตรง โดยเฉพาะในช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่คลื่นแรงและระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ทำให้คลื่นซัดถึงโครงสร้างกำแพงกันคลื่นที่มีตลอดทั้งแนว จากการเดินเท้าสำรวจเบื้องต้นพบว่า แนวกำแพงกันคลื่นและทางเดินสร้างอยู่ประชิดแนวน้ำมาก เมื่อถูกคลื่นซัดซ้ำๆ จึงเกิดการกัดเซาะใต้ฐานโครงสร้างซึ่งสร้างด้วยกล่องเกเบี้ยน ส่งผลให้หินที่อยู่ในกล่องหลุดออกไปบ้าง ละลายไปบ้าง (บางส่วนพบว่าเป็นหินโคลนที่ละลายน้ำได้) เมื่อเกเบี้ยนแต่ละกล่องทรุดตัวไม่เท่ากัน ก็จะส่งผลให้แผ่นพื้นคอนกรีตที่วางอยู่ด้านบนเกิดการแตกร้าวและยุบตัวลง จนเกิดความเสียหายตลอดทั้งแนวตามภาพที่เห็น ปัจจุบันพื้นที่นี้ไม่พบว่ามีการปิดกั้นการใช้ประโยชน์เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด ทั้งยังไม่มีป้ายเตือนใดๆ และยังไม่พบการซ่อมแซม

Beachlover

October 20, 2025

พาชมกำแพงกันคลื่นแห่งใหม่ ณ หาดปราณบุรี

ชายหาดปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีความยาวประมาณ 7.5 กิโลเมตร ต่อเนื่องจากทิศใต้ของปากน้ำปราณเรื่อยลงไปถึงหาดเขากะโหลก เป็นพื้นที่ที่ถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีรีสอร์ท ร้านอาหาร ตลอดทั้งแนว เราสามารถแบ่งหาดแถบนี้ได้เป็นสองแบบ คือโซนที่ติดกับปากน้ำปราณมีลักษณะเป็นชายหาดที่มีถนนเลียบพร้อมพื้นที่สาธารณะริมชายหาด ส่วนทางทิศใต้ติดกับเขากะโหลกเป็นรีสอร์ทประชิดชายหาดและมีถนนเล็กๆอยู่ด้านใน เรามักเรียกขานหาดทางทิศใต้นี้ว่าหาดเขากะโหลก และทางทิศเหนือว่าหาดปากน้ำปราณ ชายหาดปากน้ำปราณถูกกัดเซาะรุนแรงมากขึ้นหลังการเกิดขึ้นของเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (Jetty) (อ่านเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/jetty/) แม้ตะกอนชายฝั่งจะมีทิศทางหลักไปทางทิศเหนือก็จริง แต่ในบางฤดูกาลก็นำพาให้เกิดปัญหากัดเซาะทางทิศใต้ของปากร่องน้ำได้เช่นกัน หลังจากนั้นจึงเกิดโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทางทิศใต้ของปากร่องน้ำทั้งกำแพงกันคลื่นแบบตั้งตรง  แบบขั้นบันได  และแบบหินทิ้ง พร้อมการปรับภูมิทัศน์โดยการถมพื้นที่ลงบนชายหาดและในทะเลเพื่อเพิ่มพื้นที่สาธารณะด้านหลังกำแพง พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวริมทะเล จากทั้งท้องถิ่นและกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อยมาตั้งแต่ปี 2554, 2557 และ 2559 รวมระยะทางยาวกว่า 2.9 กิโลเมตร โดยหลังจากนั้นชายหาดปากน้ำปราณก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป จนเมื่อต้นปี 2565 กรมโยธาธิการและผังเมืองได้วางแผนดำเนินโครงการสร้างแนวกำแพงกันคลื่น แบบขั้นบันไดต่อจากแนวกำแพงเดิมทางทิศใต้ ไปสิ้นสุดบริเวณหาดทรายหน้าศาลเสด็จเตี่ยปากน้ำปราณบุรี (เว้นระยะบริเวณหน้าศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกปราณบุรี ของกรมประมง) โดยโครงการก่อสร้างทั้งหมดมี 3 ระยะ รวมความยาว 888 เมตร งบประมาณการก่อสร้างรวมการปรับปรุงภูมิทัศน์ โดยรอบ เป็นจำนวนเงินกว่า 144 ล้านบาท โดยในช่วงนั้นได้มีการคัดค้านจากประชาชนบางกลุ่ม ตามอ่านเพิ่มเติมได้จาก […]

Beachlover

June 10, 2025
1 2 7