ม้าชะอำ…ยังย่ำทราย?

จากเรื่องราวของชายหาดชะอำที่ Beach Lover ได้เคยนำเสนอไปหลายครั้งแล้ว (ค้นได้จาก Search icon มุมขวาบน) มาวันนี้ขอนำเสนอผลกระทบที่เกิดขึ้นกับ “ม้าชะอำ” ที่อาจจะดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างไกลตัว เพราะหลายคนก็ไม่เคยได้รับรู้หรือแม้แต่สัมผัสหรือนั่งบนหลังม้าชะอำเลยสักครั้ง แต่ทุกครั้งที่เราเห็นม้าเดินริมชายหาด ก็อดไม่ได้ที่จะหยิบจับกล้องขึ้นมาเก็บภาพเอาไว้ ผลสืบเนื่องจากการเกิดขึ้นของกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได ณ หาดชะอำใต้ ทำให้ม้าที่เคยพานักท่องเที่ยวขึ้นหลังพร้อมกับการเดินย่ำบนหาดทราย ต้องปรับเปลี่ยนเป็นการเขยิบขึ้นมาเดินบนสันของกำแพงกันคลื่นนี้แทน จากการสอบถามเจ้าของม้าได้ข้อมูลว่า ม้าที่นี่ไม่ได้ใส่เกือกกันความร้อนเหมือนม้าลำปาง เมื่อเท้าของม้าสัมผัสพื้นปูนซึ่งมีความร้อนมากกว่าพื้นทราย มีโอกาสที่ม้าจะบาดเจ็บและอาจจะพยศขึ้นมาได้ หน่วยงานเจ้าของโครงการเคยให้ข้อมูลต่อสื่อกระแสหลักไว้ว่า หลังโครงการแล้วเสร็จหากเกิดผลกระทบควรให้ม้าเดินยามน้ำลงแทน แต่ข้อเท็จจริงไม่ได้ดูง่ายดายแบบนั้น เนื่องจากเวลาที่ระดับน้ำทะเลลดต่ำลงอาจไม่ได้สอดคล้องกับช่วงเวลาที่มีความต้องการของนักท่องเที่ยว เป็นต้นว่า ในบางวันเวลาที่น้ำลงจนมีชายหาดด้านหน้ากำแพงอาจอยู่ในช่วงเวลาสองทุ่ม หรือตีห้า ซึ่งเป็นเวลาที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการของนักท่องเที่ยวเอาเสียเลย เหล่านี้… เป็นเพียงเรื่องราวเล็กๆที่เกิดขึ้นกับม้าเพียงไม่กี่ตัวที่เดินย่ำชายหาดชะอำใต้ เหล่านี้… เป็นข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นผลกระทบจากโครงนี้โดยตรง เหล่านี้… เป็นสิ่งที่ต้องแลกกับการอยู่รอดปลอดภัยจากการกัดเซาะชายฝั่ง เหล่านี้… คือสิ่งที่เราต้องยอมรับเพราะไม่มีทางเลือกอื่น หรือ… เหล่านี้… เป็นผลจากการที่รัฐไม่เสนอทางเลือกอื่นที่เป็นมิตรกว่านี้กันแน่!

Beachlover

January 24, 2022

ผลการดำเนินงานกรม ทช. ปี ๒๕๖๔ ด้านอนุรักษ์ชายฝั่ง

กรม ทช. ขอรายงานผลการดำเนินงานภายใต้คณะกรรมการนโยบายและแผนการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งแห่งชาติ ด้านอนุรักษ์ชายฝั่ง จากข้อมูลแนวชายฝั่งของไทยความยาวกว่า ๓,๑๕๑ กม. บางพื้นที่ยังคงประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ระยะทางกว่า ๙๑.๖๙ กม. หลายพื้นที่ได้รับการแก้ไขแล้วกว่า ๗๐๒.๖๘ กม. นอกจากนี้ ได้เตรียมประกาศมาตรการแก้ไขปัญหากัดเซาะชายฝั่ง ตามมาตรา ๒๑ แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง พ.ศ. ๒๕๕๘ ใน ๙ ระบบหาด และดำเนินการแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่หาดโคลนโดยวิธีการปักไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่น ในพื้นที่ ๕ จังหวัด ระยะทาง ๑๑,๑๕๐ เมตร

Beachlover

January 20, 2022

สำรวจการเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่งแหลมตะลุมพุก

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH/ วันที่ ๑๘ มกราคม ๒๕๖๕ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๕ (สงขลา) สำรวจเก็บข้อมูลและติดตามสถานภาพชายฝั่ง พื้นที่หาดแหลมตะลุมพุก ต.แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งอยู่ในระบบหาดแหลมตะลุมพุก – แหลมสมิหลา (T๖B๑๕๑) ผลการสำรวจพบว่า พื้นที่บริเวณเส้นทางไปปลายแหลมตะลุมพุกมีการสะสมตัวของตะกอนทรายเป็นจำนวนมาก ทำให้พื้นที่หาดทรายกว้างขึ้น นอกจากนี้ยังพบการเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่งตามฤดูกาลในบริเวณหน้าโครงสร้างเขื่อนหินทิ้งบางจุดของหาดแหลมตะลุมพุก อาจเกิดจากคลื่นลมแรง ทำให้เกิดการพัดพาตะกอนทรายบริเวณด้านหน้าของโครงสร้างเขื่อนหินทิ้งกลับคืนสู่ทะเลส่งผลทำให้ตะกอนหาดทรายบริเวณด้านหน้าโครงสร้างหายไป อีกทั้งหาดแหลมตะลุมพุกมีการใช้ประโยชน์พื้นที่โดยรอบเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับการท่องเที่ยวชายหาด และพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจทั้งของประชาชนในพื้นที่ และพื้นที่ใกล้เคียง

Beachlover

January 19, 2022

คดีประวัติศาสตร์ใกล้ยุติแล้ว

คดีประวัติศาสตร์ที่ว่านี้คือ “คดีหาดสะกอม” ซึ่งนับว่าเป็นคดีประวัติศาสตร์คดีแรกที่ประชาชนลุกขึ้นมาใช้อำนาจฟ้องรัฐในความผิดที่เกี่ยวข้องกับชายหาด โดยมีการฟ้องร้องเมื่อมกราคมปี 2551 และศาลชั้นต้นพิพากษาเมื่อกรกฎาคมปี 2554 โดยศาลปกครองสูงสุดได้นั่งพิจารณาคดีครั้งแรกเมื่อกันยายน 2564 อ่านเรื่องราวของคดีหาดสะกอมเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/คดีสะกอม-จ-สงขลา/ และ https://beachlover.net/นั่งพิจารณาคดีครั้งแรก-ตุลาการผู้แถลงคดีศาลปกครองสูงสุด-กรณีเขื่อนกันคลื่นหาดสะกอม/ และ https://beachlover.net/14-ปีผ่านไป-กับสันทรายโบราณบ้านโคกสัก/ รวมถึง E-Book คดีชายหาดจาก https://beachlover.net/การฟ้องคดีปกครอง/ มาวันนี้ ศาลปกครองสูงสุดได้นัดอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดในวันที่ 26 มกราคม 2565 หากนับตั้งแต่วันฟ้องคดีจวบจนถึงวันพิพากษาคดี นับว่าเรื่องราวประวัติศาสตร์นี้อยู่ในกระบวนการยุติธรรมนานถึง 14 ปีเต็ม คดีประวัติศาสตร์นี้จะจบลงอย่างไร Beach Lover จะนำเรื่องราวมาเล่าสู่กันฟังหลังการพิพากษา โปรดติดตาม

Beachlover

January 19, 2022

เกาะกระแส “หาดชะอำ”

หาดชะอำใต้ ได้ถูกพูดถึงในโลกออนไลน์อีกครั้งเมื่อต้นเดือนมกราคม 2565 ด้วยเหตุที่ช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่มีนักท่องเที่ยวไปเยี่ยมชมหาดชะอำ จ.เพชรบุรี แล้วพบว่า มีสภาพต่างไปจากเดิมที่เคยเห็นมาก หาดสาธารณะที่แม้จะไม่สวยงามมากเหมือนแถบหัวหินหรือหาดชะอำเหนือ แต่ก็ยังมีชายหาดให้ลงเล่นน้ำหรือนั่งสบายๆริมชายหาดได้บ้าง ปัจจุบันบางส่วนได้ถูกแทนที่ด้วยโครงสร้างป้องกันชายฝั่งรูปแบบกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได เจ้าของโครงการคือกรมโยธาธิการและผังเมืองที่ดำเนินการโครงการนี้อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2563 ด้วยงบประมาณรวม 226.437 ล้านบาท หากโครงการนี้เสร็จสมบูรณ์จะมีระยะทางตามแนวชายฝั่งรวมกว่า 3 กิโลเมตร Beach Lover เป็นที่แรกที่ได้รวบรวมทั้งรายละเอียดงบประมาณและนำเสนอเรื่องราวของโครงการป้องกันชายฝั่งนี้มาตั้งแต่ทราบว่าจะมีการก่อสร้างในปี 2563 ติดตามได้จาก https://beachlover.net/หาดขั้นบันได-ชะอำ/ และ https://beachlover.net/ความคืบหน้างานก่อสร้างหาดขั้นบันได-หาดชะอำใต้/ และ https://beachlover.net/หาดชะอำช่วงโควิด-ยังสบายดี/ หรือใช้ Search Icon มุมขวาบนของหน้าเวบเพื่อค้นหาคำว่า “ชะอำ” ก็ได้เช่นเดียวกัน งานก่อสร้างกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ณ ชายหาดชะอำปัจจุบันประกอบด้วย 3 ระยะ (1) งบประมาณปี 2562 ช่วง กม.0+780-2+228 ยาว 1.438 กิโลเมตร งบประมาณ 102.974 ล้านบาท (2) งบประมาณปี 2563 ช่วง กม.2+228 – 2+985 ยาว 1.219 กิโลเมตร งบประมาณ […]

Beachlover

January 12, 2022

14 ปีผ่านไป กับสันทรายโบราณบ้านโคกสัก

บ้านโคกสักอยู่บริเวณทิศเหนือของปากคลองสะกอม จ.สงขลา เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการก่อสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำสะกอม จนชาวบ้านที่นี่ลุกขึ้นมาใช้สิทธิที่ตนเองพึงมีเมื่อมกราคมปี 2551 เพื่อฟ้องร้องกรมเจ้าท่าในฐานะเจ้าของโครงการเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำสะกอมที่ได้ดำเนินการแล้วเสร็จไปตั้งแต่ปี 2541 นับจนถึงมกราคม 2465 นี้ครบรอบ 14 ปีพอดีหลังจากเรื่องราวนี้ได้ถูกนำขึ้นสู่กระบวนการยุติธรรม ติดตามเรื่องราวของคดีสะกอม ซึ่งถือเป็นคดีชายหาดประวัติศาสตร์คดีแรกของประเทศไทยที่ประชาชนลุกขึ้นมาใช้สิทธิฟ้องร้องการดำนินงานของรัฐได้จาก https://beachlover.net/คดีสะกอม-จ-สงขลา/ และผลการนั่งพิจารณาคดีครั้งแรกของศาลปกครองสูงสุดได้ที่ https://beachlover.net/นั่งพิจารณาคดีครั้งแรก-ตุลาการผู้แถลงคดีศาลปกครองสูงสุด-กรณีเขื่อนกันคลื่นหาดสะกอม/ รวมถึงหนังสือเรื่องคดีชายหาดทั้ง 4 คดีได้จาก https://beachlover.net/การฟ้องคดีปกครอง/ Beach Lover ขอพาไปชมสภาพจริงของสันทรายชายหาดบ้านโคกสักในเดือนธันวาคม 2564 พื้นที่บริเวณนี้ถือเป็นสันทรายโบราณอายุมากกว่า 6000 ปี ต่อเนื่องตลอดแนวริมทะเลแถบนี้เรื่อยไปจนถึงบ้านสวนกง ไปจนถึงทางทิศใต้ของปากน้ำนาทับ สันทรายนี้ดูเผินๆเหมือนหินหรือวัสดุอะไรสักอย่างที่แข็งคล้ายหิน แต่อันที่จริงที่เราเห็นทั้งหมดนี้คือทรายที่ถูกทับถมมาอย่างเนิ่นนานจนแข็งคล้ายหิน มีสีสันและความหนาของแต่ละชั้นทรายที่แตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมในช่วงเวลานั้นๆ อย่างชัดเจนมาก สันทรายโบราณลักษณะนี้มิได้พบเห็นมากนักในประเทศไทย อันที่จริงควรเป็นทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ควรถูกอนุรักษ์หวงแหนไว้ด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับพื้นที่บริเวณนี้และยาวต่อเนื่องไปจนถึงทิศใต้ของปากน้ำนาทับคือการถูกคุกคามอย่างต่อเนื่องจากโครงการพัฒนาของภาครัฐและเอกชน ขอร่วมติดตามอย่างใจเย็นกันต่อไปถึงการดำรงอยู่ของสันทรายโบราณแถบนี้

Beachlover

January 10, 2022

กัดเซาะหนักชายหาดสงขลา บริเวณเขื่อนกันคลื่นหาดแก้ว

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH/ วันที่ ๗ มกราคม ๒๕๖๕ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๕ (สงขลา) สำรวจ และติดตามสถานการณ์การกัดเซาะชายฝั่ง พื้นที่โครงการเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ บริเวณหาดแก้ว อ.สิงหนคร จ.สงขลา ผลการสำรวจพบการกัดเซาะต่อเนื่องจากจุดสิ้นสุดโครงสร้างด้านทิศเหนือ ตามแนวชายฝั่งระยะทางประมาณ ๒๐๔ เมตร และกัดเซาะลึกเข้าในแผ่นดิน ระยะทางประมาณ ๓๘ เมตร สาเหตุอาจเกิดจากคลื่นลมตามช่วงมรสุม โดยส่งผลกระทบทำให้ต้นสนล้มหลายต้น และที่พักอาศัย/เพิงพักสำหรับชาวประมงชายฝั่งพังเสียหาย และพบมีเศษหิน และกรวด บริเวณชายหาดจำนวนมาก ซึ่งอาจมาจากการผุพังแตกหักของก้อนหินที่ยังคงหลงเหลืออยู่หน้าบริเวณโครงสร้าง ทำให้ชายหาดเสียหายขาดความสวยงาม และเปลี่ยนสภาพจากหาดทรายเป็นหาดหินและกรวด อีกทั้งยังพบการชำรุดของลานอเนกประสงค์จากการกัดเซาะของน้ำทะเลอีกด้วย

Beachlover

January 8, 2022

เปิดพิกัดกำแพงกันคลื่น จากงบประมาณปี 2565

เริ่มต้นปี 2565 ด้วยการเปิดพิกัดโครงสร้างป้องกันชายฝั่งจากกรมโยธาธิการและผังเมืองที่อยู่ในเล่มงบประมาณ 2565 โดยทุกโครงการเป็นกำแพงกันคลื่นทั้งหมด มีทั้งที่สร้างใหม่โดยรื้อถอนกำแพงเดิมบนพื้นที่เดิม แต่ส่วนมากเป็นการสร้างในพื้นที่ชายฝั่งใหม่ รวมระยะทางตามแนวชายฝั่งกว่า 38.7 กิโลเมตร ใน 11 จังหวัด โดยจังหวัดที่โชคดีได้โครงสร้างป้องกันชายฝั่งไปมากที่สุดในปีนี้คือ จ.นครศรีธรรมราช รวม 8 โครงการ หมายเหตุ: รวมโครงการที่ผูกพันในอดีตจนถึงปี 2565 รวมถึงผูกพันไปในอนาคต หากต้องการดูเฉพาะโครงการตั้งใหม่ในปีงบประมาณ 2565 อ่านเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/สดๆร้อนๆ-เปิดร่างงบประมาณป้องกันชายฝั่งประจำปี-2565/

Beachlover

January 6, 2022

ถนนเส้นใหม่เลียบหาดปากแตระ ระโนด

ปากแตระ อ.ระโนด จ.สงขลา ในอดีตเป็นหาดทรายยาวต่อเนื่อง แต่ปัจจุบันพื้นที่หมู่ 3,4 และ 5 ของปากแตระนี้ เป็นพื้นที่ที่มีงานก่อสร้างโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งพร้อมปรับภูมิทัศน์จำนวน 4 โครงการ ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2561-2565 รวมความยาวตามแนวชายฝั่ง 2.7085 กิโลเมตร งบประมาณรวมทั้งสิ้น 386.08 ล้านบาท เฉลี่ยแล้วกำแพงกันคลื่นแบบที่กรมโยธาธิการและผังเมืองกำลังก่อสร้างอยู่ และจะแล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2565 นี้ มีราคากิโลเมตรละ 142.54 ล้านบาท !!! อ่านเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/กำแพง-หาดปากแตระ/ Beach Lover ได้มีโอกาสลงสำรวจภาคสนามหาดแถบนี้อีกครั้ง พบว่าบัดนี้ไม่มีชายหาดให้ลงเหยียบย่ำทรายให้เปียกเปื้อนเท้าอีกแล้ว หาดปากแตระส่วนนี้ถูกแทนที่ด้วยกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดและหินเรียง รวมถึงถนนสองเลนริมชายหาด และฟุตบาทกว้างสองฝั่งถนน ก่อสร้างแล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง พบว่ามีการสร้างทางลาดเพื่อขึ้นลงเรือ แต่ไม่พบการลากเรือขึ้นลงแต่อย่างใดเนื่องจากมีความลาดชันค่อนข้างสูงและช่องเปิดเพื่อลากเรือขึ้นนั้นค่อนข้างแคบ สังเกตจากสภาพแล้วคาดว่าจะไม่เคยมีการใช้งานมาก่อน คำถามที่น่าสนใจคือ อดีตของหาดแถบนี้ไม่เคยมีถนนเลียบชายหาดมาก่อน ระยะต่อมาได้มีการนำดินลูกรังมาถมเพื่อทำเส้นทางสัญจรขนาดเล็กๆสำหรับชาวบ้าน (ไม่ทราบหน่วยงาน) เหตุผลใดจึงมีการขยายขนาดถนนให้มีความกว้างระดับทางหลวงสายหลักพร้อมฟุตบาทถึงสองฝั่งถนนขนาดใหญ่ ยังไม่รวมความกว้างของกำแพงกันคลื่นขนาดใหญ่นี้ที่วางทับลงไปบนชายหาดอีก  หากพื้นที่นี้เกิดการกัดเซาะรุนแรงจริงในระดับที่ต้องใช้โครงสร้างทางวิศวกรรม และหากวัตถุประสงค์หลักของโครงสร้างกำแพงกันคลื่นนี้คือป้องกันรักษาพื้นที่ชายฝั่งให้รอดพ้นจากการถูกกัดเซาะรุนแรงนี้ ก็ควรสร้างกำแพงกันคลื่นในขนาดเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์หลัก แต่จากสภาพที่เห็นพบว่าโครงสร้างนี้มีขนาดที่เกินจำเป็นไปมาก  การสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่งเมื่อมีเหตุจำเป็นนั้นไม่ผิด ผิดที่มันมีขนาดที่เกินจำเป็นไปมาก และเมื่อเป็นเช่นนั้น มันจะรบกวนกระบวนการทางธรรมชาติของชายฝั่งอย่างเกินพอดีเช่นเดียวกัน

Beachlover

December 19, 2021

ชุมชนชายฝั่งท่าซักเห็นชอบ ให้ปักแนวไม้ไผ่ชะลอคลื่นสร้างผืนป่า

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง และสำนักงาน ทช.ที่๕ (สงขลา) ร่วมประชุมในการประชาสัมพันธ์และรับฟังความคิดเห็นโครงการซ่อม สร้าง เสริม การปักไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่นเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง พื้นที่ ต.ท่าซัก อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ความยาวแนวไม้ไผ่ ๒,๓๐๐ เมตร โดยมีประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมรับฟังและแสดงความคิดเห็นต่อการดำเนินโครงการฯ ประมาน ๖๐ คน ซึ่งที่ประชุมมีความเห็นให้ดำเนินการตามรูปแบบที่กรม ทช. นำเสนอ เพื่อเป็นการป้องการกัดเซาะชายฝั่งและควรฟื้นฟูป่าชายเลนหลังแนวไม้ไผ่ต่อไป

Beachlover

December 18, 2021
1 2 18