ร่วมประชุมรับฟังผลกระทบสิ่งแวดล้อม นครศรีธรรมราช

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๒๖ พฤศจิกายน ๒๕๖๓ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๕ (สงขลา) เข้าร่วมประชุมรับฟังความคิดเห็นครั้งที่ ๑ โครงการออกแบบและศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม เขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล พื้นที่ชายฝั่งทะเล ต.ท่าขึ้น และ ต.ท่าศาลา อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช ณ อาคารอเนกประสงค์ โรงเรียนวัดทางขึ้น ม.๑ ต.ท่าขึ้น อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราช จัดโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง เพื่อชี้แจงรายละเอียดข้อมูลเกี่ยวกับการก่อสร้างโครงการและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งกรมโยธาธิการและผังเมือง ได้มีแผนการก่อสร้างโครงการดังกล่าวในพื้นที่ ม.๓ ต.ท่าขึ้น ความยาว ๗๐๐ ม. และ ม.๑ ต.ท่าขึ้น และ ม.๑๐ ต.ท่าศาลา ความยาว ๒,๔๐๐ ม. รวมระยะทางการก่อสร้างทั้งสิ้น ๓,๑๐๐ ม. มีผู้เข้าร่วมประมาณ ๑๐๐ คน ประกอบด้วย ผู้แทนจากหน่วยงานราชการ ทั้งส่วนภูมิภาค […]

Beachlover

Beachlover

November 27, 2020

บางขุนเทียน ทะเลกรุงเทพ

“ทะเลกรุงเทพ” ของจริงอยู่ที่นี่ ไม่ใช่ “สวนสยาม” อย่างที่ใครเค้ากล่าวอ้างแต่อย่างใด! กรุงเทพมหานครมีอาณาเขตติดทะเลประมาณ 5 กิโลเมตร ในเขตบางขุนเทียน ตลอดระยะเวลากว่า 40 ปี ชายฝั่งทะเลถูกกัดกินลึกเข้าไปแล้วกว่า 1 กิโลเมตร กรุงเทพมหานครพยายามต่อสู้กับธรรมชาติโดยการปักเสาไฟฟ้า ปลูกป่าชายเลน ปักไม้ไผ่มาอย่างต่อเนื่อง แม้กิจกรรมหลักจะไม่ได้ใช้งบประมาณประจำปีของกรุงเทพฯ แต่ก็เป็นงบประมาณที่มหาศาลมากจากภาคเอกชนผ่านทางมูลนิธิเพื่อปลูกป่าชายเลน ล่าสุดได้วางแผนใช้งบประมาณ 1,400 ล้านบาท เพื่อก่อสร้างเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่ง (Breakwater) ท่าเรือ ทางเดินธรรมชาติ และศูนย์การเรียนรู้เรื่องการกัดเซาะชายฝั่ง โดยโครงการทั้งหมดนั้นผ่านการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) เรียบร้อยแล้ว เมื่อหลายเดือนก่อนงบก้อนนี้ถูกตีตกไปในการพิจารณาร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2564 แต่กรุงเทพมหานครยังคงไม่ลดละความพยายาม ปัจจุบันอยู่ระหว่างการของบประมาณปี 2565 เพื่อการดำเนินโครงการนี้ งบประมาณที่ใช้กว่า 1,400 ล้านบาท นั้น เท่ากับงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เพื่อการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งของ 2 กรมรวมกันคือกรมเจ้าท่าและกรมโยธาธิการและผังเมือง แต่ครั้งนี้จะใช้เพื่อป้องกันชายฝั่งกรุงเทพมหานครระยะทางเพียง 5 กิโลเมตร ?!?!?

Beachlover

Beachlover

November 22, 2020

กำแพงกันคลื่นหน้าหาดแก้วยามมรสุม

โรงแรมหาดแก้วรีสอร์ท ตั้งอยู่ทางด้านทิศเหนือของทางเข้าทะเลสาบสงขลาและท่าเทียบเรือน้ำลึกสงขลา ในอดีตเคยมีหาดทรายกว้างด้านหน้าโรงแรม บางฤดูกาลก็เกิดชายหาดสองชั้น คือด้านในเป็นแอ่งน้ำและมีสันทรายด้านนอกอีกชั้นหนึ่ง Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของพื้นที่ชายฝั่งแถบหาดแก้วรีสอร์ทไปหลายครั้งแล้ว ติดตามบางส่วนได้จาก https://beachlover.net/หาดหน้าโรงแรมหาดแก้ว/. ครั้งนี้ Beach Lover ได้มีโอกาสติดตามการเปลี่ยนแปลงของชายหาดด้านหน้าโรงแรมอีกครั้ง ในช่วงเริ่มต้นฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพอดี พบหาดทรายด้านหน้ารีสอร์ท ซึ่งอยู่ด้านหลังกำแพงกันคลื่นบัดนี้เป็นทรายค่อนข้างหยาบผสมกับทรายก่อสร้างและพบเศษวัสดุขนาดเล็กที่หลงเหลือจากงานก่อสร้างกำแพงกันคลื่นด้านหน้าปะปน นอกจากนี้ยังไม่พบชายหาดด้านหน้ากำแพงกันคลื่น เนื่องจากผลกระทบของกำแพงกันคลื่นจะทำให้ชายหาดด้านหน้ากำแพงค่อยๆหดหายไป [อ่านเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/กำแพงกันคลื่น-ไปต่อหรือพอแค่นี้/] แม้ช่วงเวลาที่ลงสำรวจนั้นเป็นช่วงที่น้ำเพิ่งลงต่ำสุดไปไม่นาน แต่มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือก็ส่งผลให้ระดับน้ำยกตัวสูงขึ้นกว่าปกติ และยังส่งผลให้คลื่นสูงและมีกำลังแรงกว่าปกติด้วย พบว่าคลื่นกระโจนข้ามสันกำแพงกันคลื่นในทุกตำแหน่งตลอดแนวชายฝั่งหน้าโรงแรม และเข้าท่วมขังในพื้นที่หาดทรายด้านหลังกำแพงจนเกิดเป็นแอ่ง แม้หน่วยงานผู้รับผิดชอบจะออกแบบระบบระบายน้ำด้านหลังกำแพงไว้แล้ว แต่ไม่สามารถระบายน้ำทะเลที่กระโจนข้ามสันโครงสร้างมาด้านหลังกำแพงได้ทัน หาดแก้วยามนี้ … ไม่หลงเหลือความสวยงามตามธรรมชาติอย่างที่เคยมีมาในอดีต สิ้นชื่อหาดแก้ว หาดที่เม็ดทรายสวยงามดั่งแก้วเป็นการถาวร

Beachlover

Beachlover

November 19, 2020

กำแพงกันคลื่นราคา 175 ล้านบาทต่อกิโลเมตร!

จ.สมุทรปราการตั้งอยู่บริเวณปากอ่าวไทย ชายฝั่งมีลักษณะเป็นหาดโคลนมีความยาวตามแนวชายฝั่งประมาณ 44 กิโลเมตร ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาได้เผชิญปัญหาการกัดเซาะเรื่อยมา ในส่วนของเทศบาลตำบลบางปูนั้นมีความยาวชายฝั่งประมาณ 20 กิโลเมตร ประกอบด้วย ต.ท้ายบ้าน ต.บางปูใหม่ และ ต.บางปู โดยเกือบทั้งหมดได้ดำเนินการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลด้วยการก่อสร้างเขื่อนหินเรียงริมชายฝั่งความยาวประมาณ 14 กิโลเมตร ภาพด้านล่างฝั่งซ้าย เป็นภาพเมื่อปี 2551 เทศบาลตำบลบางปูได้ดำเนินการปรับปรุงเสริมแนวเขื่อนเรียงหินเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณท้านซอยบางเมฆขาว-บริเวณคลองตำหรุ ส่วนภาพฝั่งขวา คือ สภาพหลังการปรับปรุงเขื่อนเรียงหินเดิมให้มีความแข็งแรงมากขึ้น โดยการเพิ่ม side slope และขยายความกว้างของสันเขื่อน ทำการปูยางแอสฟัลท์ติกคอนกรีตบนแนวสันเขื่อน เพื่อใช้ประโยชน์ในการออกกำลังกายและการพักผ่อนหย่อนใจของประชาชน อีกทั้งยังมีการสร้างกำแพงเพื่อเสริมความสูงของเขื่อนเพื่อป้องกันการซัดของคลื่นที่รุนแรงในช่วงมรสุม (ที่มา: เทศบาลตำบลบางปู) ลักษณะของโครงสร้างแบบนี้ หากสร้างในคราวเดียวกัน ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองได้ประเมินไว้ว่าใช้งบประมาณ 175 ล้านบาทต่อกิโลเมตร ซึ่งนับว่าเป็นกำแพงกันคลื่นริมชายฝั่งทะเลที่ราคาสูงที่สุดเท่าที่ Beach Lover เคยสำรวจข้อมูลมีตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

Beachlover

Beachlover

November 12, 2020

หาดชลาทัศน์กัดเซาะตามข่าว จริงหรือ?!?

จากข่าวการกัดเซาะชายหาดชลาทัศน์ที่สื่อท้องถิ่นนำเสนอภาพไปเมื่อวันที่ 10 พ.ย.2563 และ Beach Lover ได้นำมาแชร์ต่อไว้ใน https://beachlover.net/คลื่นทะเลแรงกัดเซาะ-หาดชลาทัศน์-พัง/ นั้น พบประเด็นที่อยากนำเสนอเพื่อความเข้าใจเพิ่มเติมตามนี้ บริเวณที่เห็นตามภาพข่าวนั้นคือพื้นที่ทางทิศใต้ของชายหาดชลาทัศน์ ที่ทางกรมเจ้าท่าได้เคยทำการเติมทรายชายหาดค้างไว้ ยังไม่แล้วเสร็จจวบจนถึงปัจจุบัน โดยใช้ทรายใต้ทะเลนอกฝั่งแถบแหลมสนอ่อนลำเลียงผ่านท่อเหล็กยาวประมาณ 4 กิโลเมตรกว่ามาเติมให้ชายหาดบริเวณนี้ โดยทาง Beach Lover และเครือข่ายได้ติดตามการทำงานของกรมเจ้าท่า ณ ชายหาดชลาทัศน์มาอย่างยาวนาน อ่านเพิ่มเติมถึงเรื่องราวนี้ได้จาก https://beachlover.net/หาดชลาทัศน์-ยามนี้-ยังสบายดีอยู่ไหม/ จากบทความที่ได้โพสไว้เมื่อปลายเดือนสิงหาคม 2563 [https://beachlover.net/หาดชลาทัศน์-ยามนี้-ยังสบายดีอยู่ไหม/] แม้จะเป็นช่วงปลอดมรสุม แต่พบว่าชายหาดมีสภาพเหมือนที่ลงข่าวตามสื่อเมื่อวันที่ 10 พ.ย.2563 หากสาเหตุหลักเกิดการคลื่นลมแรงช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ภาพเมื่อเดือนสิงหาคม 2563 ซึ่งเป็นช่วงปลอดมรุสมคงจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบเดียวกันนี้ การกัดเซาะแบบที่เราเห็นตามภาพนี้เกิดทรายที่นำมาเติมลงบนชายหาดนั้นมิได้ถูกปรับแต่งความลาดชันด้านหน้าหาดให้ลาดเอียงเหมาะกับการใช้ประโยชน์พื้นที่ ประกอบกับวัสดุที่นำมาเติมนั้นมีขนาดคละที่ไม่ถูกต้องตามหลัก [อ่านบทความวิชาการเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/การเติมทรายชายหาด/] จึงเกิดการแยกชั้นของวัสดุอย่างชัดเจนและเกิดการตัดเป็นหน้าผาชัน ส่วนการกัดเซาะที่มีลักษณะคล้ายทางระบายน้ำจากบนชายหาดลงสู่ทะเลนั้น เกิดจากน้ำที่ไหลลงจากบนฝั่งทั้งน้ำฝนและน้ำส่วนเกินจากทางระบายน้ำริมถนนไหลจากที่สูงไปสู่ที่ต่ำ เมื่อมีความแรงก็ไหลบ่ากัดเซาะเอาส่วนของทรายที่เติมอยู่ด้านบนซึ่งเป็นส่วนของตะกอนขนาดเล็กและเบา ซึ่งตามปกติจะถูกพัดพาและกัดเซาะง่ายอยู่แล้ว ไหลตามน้ำออกไปด้านนอกฝั่ง จึงเห็นเป็นลักษณะคล้ายช่องเปิดเลี้ยวไปมาบนชายหาด การเติมทรายชายหาดนั้นแม้จะเป็นมาตรการที่ส่งผลกระทบด้านลบน้อยต่อพื้นที่ที่ต้องการป้องกันและพื้นที่ข้างเคียงก็จริง [https://beachlover.net/เติมทรายชายหาด/] แต่มาตรการนี้มิใช่จะปฏิบัติได้ง่ายนัก ต้องคำนึงถึงแหล่งทราย วิธีการลำเลียง วิธีการเติม บดอัด และอื่นๆอีกมากมาย [บทความวิชาการ […]

Beachlover

Beachlover

November 11, 2020

คลื่นทะเลแรงกัดเซาะ “หาดชลาทัศน์” พัง

ที่มา: https://www.facebook.com/MGR.Online.South/ คลื่นทะเลแรงกัดเซาะ “หาดชลาทัศน์” พัง ซัดทรายถมหายลามลึกเข้าฝั่งต่อเนื่อง. ศูนย์ข่าวหาดใหญ่ – ชายหาดชลาทัศน์แหล่งท่องเที่ยวแหลมสมิหลา จ.สงขลาเริ่มได้รับผลกระทบจากการถูกคลื่นกัดเซาะชายฝั่งจนกลายเป็นหน้าผาย่อมๆ หลังจากต้องเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวนคลื่นลมในทะเลแรง. วันนี้ (10 พ.ย.) ที่บริเวณชายหาดชลาทัศน์ แหลมสมิหลา แหล่งท่องเที่ยวทางทะเลของ จ.สงขลา เริ่มได้รับผลกระทบจากคลื่นลมในทะเลที่มีกำลังแรงขึ้น คลื่นกัดเซาะจนกลายเป็นหน้าผาขนาดย่อมๆ โดยเฉพาะบริเวณบ้านเก้าเส้งจนถึงบริเวณหน้าสนามมวยฐานทัพเรือสงขลา และมีแนวโน้มที่จะถูกคลื่นกัดเซาะกินพื้นที่ชายหาดลึกเข้ามาอย่างต่อเนื่อง.จุดที่ถูกคลื่นกัดเซาะจนเสียหายเป็นบริเวณที่มีการดูดทรายจากทะเลขึ้นมาถมชายหาดเพื่อแก้ปัญหาคลื่นกัดเซาะชายหาด แต่ขณะนี้ปรากฎว่ากลับถูกคลื่นกัดเซาะชายฝั่งขึ้นอีกครั้งและเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นในช่วงฤดูมรสุมของทุกปี .นักท่องเที่ยวที่ไปเที่ยวบริเวณดังกล่าวต้องระวังเพราะอาจจะไม่ได้รับความสะดวกเนื่องจากพื้นที่ที่ถูกคลื่นกัดเซาะกลายเป็นหน้าผาย่อมเดินขึ้นลงชายทะเลลำบาก

Beachlover

Beachlover

November 11, 2020

สำรวจพื้นที่กัดเซาะชายฝั่งวัดเทสก์ธรรมนาวา พังงา

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 1 พฤศจิกายน 2563 กรม ทช. โดยกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง สำรวจพื้นที่ชายฝั่ง บริเวณวัดเทสก์ธรรมนาวา (วัดท่าไทร) ต.ท้ายเหมือง อ.ท้ายเหมือง จ.พังงา อยู่ในระบบหาดท้ายเหมือง (T7E201) โดยติดตั้งรั้วดักทรายความยาวตามแนวชายฝั่ง 210 เมตร เพื่อเป็นการลดผลกระทบจากการกัดเซาะบริเวณจุดสิ้นสุดของโครงสร้างเขื่อนหินทิ้ง (Revetment) พบว่าบริเวณรั้วดักทรายมีความลาดชันชายหาดน้อยกว่าบริเวณหน้าโครงสร้างเขื่อนหินทิ้ง

Beachlover

Beachlover

November 5, 2020

ถึงคิวเกาะลิบง กับ หาดกำแพง ?!?

ลิบง เป็นชื่อของเกาะซึ่งตั้งอยู่ในน่านน้ำทะเลตรัง บริเวณปากแม่น้ำตรังและแม่น้ำปะเหลียน ห่างจากฝั่งบ้านเจ้าไหมไปทางทิศใต้ประมาณ 2 กิโลเมตร และมีขนาดพื้นที่ใหญ่กว่าเกาะใด ๆ ที่อยู่เขตปกครองของจังหวัดนี้ เกาะลิบงที่มีฐานะเป็นตำบล ที่อยู่ในเขตปกครองของอำเภอกันตัง จังหวัดตรัง มีพื้นที่ประมาณ 35 ตารางกิโลเมตร (https://th.wikipedia.org/wiki/เกาะลิบง) เกาะลิบงเมื่อปีก่อนเริ่มเป็นที่กล่าวถึงกันอย่างกว้างขวางและเป็นที่รู้จักต่อสาธารณะมากขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากเป็นแหล่งพักรักษาตัวของพยูนมาเรียม อันที่จริงแล้วเกาะลิบงมีชื่อเสียงเรื่องพยูนมาเนิ่นนานแล้วด้วยเป็นแหล่งหญ้าทะเลซึ่งเป็นอาหารของพยูน จึงเป็นพื้นที่แหล่งหากินของพยูนมาแต่ครั้งอดีต ปัจจุบันประกาศเป็นเขตอนุรักษ์ Beach Lover ได้สำรวจความสมบูรณ์ของทรัพยากรบนเกาะลิบงและพื้นที่ชายหาดรอบๆเกาะ พบทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันหลากหลาย บางโซนของเกาะเป็นหาดทรายขาวยาวสวย บางโซนเป็นหาดโคลนบนทราย บางโซนเป็นท้องทุ่งหญ้าทะเล บางโซนเป็นโขดหินรูปร่างแปลกตา งานสำรวจเกิดขึ้นมาตั้งแต่ต้นปี 2563 แต่ไม่ได้มีโอกาสหยิบยกมาเล่าสู่กันฟัง จนถึงวันนี้ วันที่บางส่วนของชายหาดบนเกาะลิบงกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลง รอบๆเกาะไร้ร่องรอยของการกัดเซาะชายฝั่งยกเว้นเพียงพื้นที่เดียวคือพื้นที่หมู่ 5 บ้านหลังเขา ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะซึ่งเป็นทะเลเปิด เป็นพื้นที่ของชุมชนประมงที่ตั้งอยู่ด้านหลังเกาะกวาง ช่วงที่ Beach Lover ลงสำรวจพื้นที่เป็นช่วงปลอดมรสุม คลื่นลมสงบยังไม่พบร่องรอยการกัดเซาะใดๆ แต่พบซากปรักหักพังของเศษวัสดุมากมายรวมถึงเศษซากแห่งความพยายามป้องกันพื้นที่ชายฝั่งนี้ให้รอดพ้นจากการกัดเซาะในอดีต ชาวบ้านเล่าให้เราฟังว่า หาดแถบนี้เริ่มเปลี่ยนแปลงไปหลังเกิด Tsunami เมื่อปี 2547 หลังจากนั้นทางท้องถิ่นก็ได้ก่อสร้างกำแพงกันคลื่นและถนนเลียบหาดแบบไม่ได้มาตรฐานนัก ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพเชิงกายภาพครั้งใหญ่ของหาดในหมู่ที่ 5 นี้ โดยระยะต่อมาโครงสร้างเกือบทั้งหมดได้พังทลายลงและส่งผลกระทบให้หาดกัดเซาะไปเรื่อยๆจวบจนถึงปัจจุบัน ทางท้องถิ่นได้ประสานไปหลายหน่วยงานรวมถึงนักวิชาการหลายสำนัก […]

Beachlover

Beachlover

November 3, 2020

ความคืบหน้างานก่อสร้างหาดขั้นบันได @ หาดชะอำใต้

Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของงานก่อสร้างกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได ณ หาดชะอำใต้ไปแล้วตามนี้ https://beachlover.net/หาดขั้นบันได-ชะอำ/ และ https://beachlover.net/กัดเซาะ-ชะอำ-เอาไงดี/ งานก่อสร้างกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง ณ ชายหาดชะอำปัจจุบันประกอบด้วย 3 ระยะ (1) งบประมาณปี 2562 ช่วง กม.0+780-2+228 ยาว 1.438 กิโลเมตร งบประมาณ 102.974 ล้านบาท (2) งบประมาณปี 2563 ช่วง กม.2+228 – 2+985 ยาว 1.219 กิโลเมตร งบประมาณ 74.963 ล้านบาท (3) งบประมาณปี 2564 ช่วง กม.0+000 – 0+318 ยาว 0.318 กิโลเมตร งบประมาณ 48.5 ล้านบาท รวมระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร ตั้งแต่สามแยกที่เป็นลานเอนกประสงค์เรื่อยลงไปทางทิศใต้ของหาดชะอำใต้ โครงสร้างบริเวณนี้ออกแบบไว้เป็นกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได […]

Beachlover

Beachlover

November 3, 2020

ตรวจติดตามผลการแก้ไขปัญหากัดเซาะชายฝั่งอ่าวปัตตานี

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๒๙ ตุลาคม ๒๕๖๓ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๙ (ปัตตานี) ตรวจสอบสถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่อ่าวปัตตานี ต.ตันหยงลุโละ และ ต.บาราโหม อ.เมือง จ.ปัตตานี เพื่อนำข้อมูลสถานภาพการกัดเซาะชายฝั่งจัดทำรายละเอียดคำขอโครงการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง โดยวิธีปักไม้ไผ่ชะลอคลื่นในพื้นที่หาดโคลน เพื่อป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งต่อไป

Beachlover

Beachlover

October 30, 2020
1 2 8