กำแพงกันคลื่นพัง…เพราะคลื่น หรือเพราะใคร?

Beach Lover ลงสำรวจพื้นที่ชายหาดบริเวณ อ่าวประจวบคีรีขันธ์ ช่วงถนนปิ่นอนุสรณ์ เมื่อตุลาคม 2568 พบเห็นความเสียหายของกำแพงกันคลื่นพร้อมทางเดินริมทะเลที่ถูกแรงคลื่นซัดจนแตกร้าวและทรุดตัวหลายจุด จนไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ บางช่วงของทางเดินเสียหายโดยสิ้นเชิง อ่าวประจวบคีรีขันธ์ ช่วงถนนปิ่นอนุสรณ์ ซึ่งเป็นแนวชายฝั่งที่เปิดรับคลื่นโดยตรง โดยเฉพาะในช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่คลื่นแรงและระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ทำให้คลื่นซัดถึงโครงสร้างกำแพงกันคลื่นที่มีตลอดทั้งแนว จากการเดินเท้าสำรวจเบื้องต้นพบว่า แนวกำแพงกันคลื่นและทางเดินสร้างอยู่ประชิดแนวน้ำมาก เมื่อถูกคลื่นซัดซ้ำๆ จึงเกิดการกัดเซาะใต้ฐานโครงสร้างซึ่งสร้างด้วยกล่องเกเบี้ยน ส่งผลให้หินที่อยู่ในกล่องหลุดออกไปบ้าง ละลายไปบ้าง (บางส่วนพบว่าเป็นหินโคลนที่ละลายน้ำได้) เมื่อเกเบี้ยนแต่ละกล่องทรุดตัวไม่เท่ากัน ก็จะส่งผลให้แผ่นพื้นคอนกรีตที่วางอยู่ด้านบนเกิดการแตกร้าวและยุบตัวลง จนเกิดความเสียหายตลอดทั้งแนวตามภาพที่เห็น ปัจจุบันพื้นที่นี้ไม่พบว่ามีการปิดกั้นการใช้ประโยชน์เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด ทั้งยังไม่มีป้ายเตือนใดๆ และยังไม่พบการซ่อมแซม

Beachlover

October 20, 2025

5 ปี ผ่านไปยัง หาดสวนสน ยังไม่ถูกซ่อมแซม

หาดสวนสน สถานที่พักผ่อนหย่อนใจริมทะเลขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่งของ จ.ระยอง ด้วยความที่เป็นชายหาดสาธารณะ ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ อาหารการกินที่มีอยู่อย่างหลากหลาย หรือจะเลือกขนทุกอย่างมาปิคนิคกันริมทะเลก็เป็นภาพที่ชินตาสำหรับที่นี่ โดยเราจะสามารถมองเห็นเกาะเสม็ดทั้งเกาะได้อย่างเต็มตา ทางทิศตะวันตกของชายหาดคือที่เทียบเรือไปเกาะเสม็ด ที่บรรดานักท่องเที่ยวจะต้องนำรถมาจอดฝากค้างคืน เป็น hub ของการต่อรถลงเรือ รวมถึงของฝากจากทะเลนานาชนิด ด้านหน้าของท่าเรือจะพบเขื่อนกันคลื่นท่าเทียบเรือ (Habour breakwater) ขนาดใหญ่ ความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ทำหน้าที่ป้องกันท่าเรือและพื้นที่ด้านในให้ปลอดจากคลื่นลมแรง ทำให้การขึ้นลงเรือทำได้อย่างสะดวกปลอดภัยมากยิ่งขึ้น Beach Lover เคยมาชมการใช้ประโยชน์ของชายหาดแถบนี้ไปแล้วในหลายโพสเก่าๆ เช่น ปรักหักพัง@สวนสน และ พาชมกำแพงกันคลื่นริมทะเล ณ หาดบ้านเพ และ อ่างเก็บน้ำ ณ หาดสวนสน บ้านเพ ช่วงเดือนตุลาคม 2568 นี้ Beach Lover ได้ลงสำรวจพื้นที่นี้อีกครั้ง ในตำแหน่งเดิมที่เคยพบความเสียหายของพื้นที่ด้านหลังกำแพงกันคลื่นแบบตั้งตรงของอุทยานฯ ตั้งแต่ปี 2563 พบว่ามีสภาพตามรูปด้านล่าง พบว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อนนั้น ในบางพื้นที่ยังไม่ถูกซ่อมแซม พบเพียงมีการนำเศษวัสดุอื่นๆมาเททับไว้เพิ่มขึ้นเท่านั้น โดยความเสียหายของพื้นที่ด้านหลังกำแพงที่เกิดขึ้นนี้ คาดว่าเกิดจากคลื่น Overtop […]

Beachlover

October 18, 2025

เร่งหาแนวทางแก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่งบ้านปูลาโต๊ะบีซู

ที่มา: https://www.facebook.com/DPT.PR.GO.TH วันที่ 16 ตุลาคม 2568 กรมโยธาธิการและผังเมือง เดินหน้าแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลอย่างเป็นระบบ จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 3 โครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดฯ บริเวณบ้านปูลาโต๊ะบีซู ต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ณ โรงเรียนบ้านปูลาเจ๊ะมูดอ โดยมีนายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานการประชุม เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์จากทุกภาคส่วน ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณบ้านปูลาโต๊ะบีซู ได้ทวีความรุนแรงในระดับสูง ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อบ้านเรือน ที่ดินทำกิน และทรัพย์สินของทางราชการ รวมถึงโรงเรียนและสถานีประมงชายฝั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างป้องกันปัจจุบันไม่สามารถต้านทานการถดถอยของแนวชายฝั่งจากคลื่นกัดเซาะในช่วงฤดูมรสุมได้ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนอย่างมาก นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้กล่าวถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว พร้อมเน้นย้ำให้ประชาชนที่เข้าร่วมประชุมสะท้อนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำไปบูรณาการร่วมกับการศึกษาด้านอื่น ๆ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาสนองตอบต่อความต้องการของชุมชนและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ​สำหรับโครงการดังกล่าว กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท แมคโคร คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท เอส ที เอส กรีน จำกัด เข้ามาดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียด […]

Beachlover

October 16, 2025

พาชม กำแพงกันคลื่นปากน้ำแขมหนูกันอีกรอบ

กำแพงกันคลื่น ณ ปากน้ำแขมหนู ต.ตะกาดเง้า อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เป็น โครงการกำแพงคอนกรีตขั้นบันไดและหินใหญ่เรียง พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ถนนเลียบชายฝั่ง ระยะทาง 530 เมตร ด้วยงบประมาณ 54.643 ล้านบาท (ผูกพัน 2561-2564) โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง Beach Lover เดินทางมาปากน้ำแขมหนูเพื่อสำรวจสภาพชายฝั่งทะเลครั้งแรกในปี 2553 ในครั้งนั้น หาดแถบนี้แม้ไม่สวยมากเนื่องจากสีทรายค่อนข้างดำและน้ำไม่ใส แต่ก็พบว่าชายหาดกว้างมากและไร้ร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่ง หลังจากนั้นก็ได้แวะเวียนมาอีกหลายรอบ รวมถึงครั้งที่ได้มาเห็นในช่วงระหว่างงานก่อสร้างกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดนี้พอดี ในเดือน ก.ค.2563 ต่อมาเมื่อ พ.ย.2564 ได้พบร่องรอยการชำรุดตำแหน่งแรกบริเวณทางระบายน้ำด้านหลังของกำแพง ดังภาพ ในช่วงเดือนตุลาคม 2568 Beah Lover ได้มีโอกาสกลับมาสำรวจพื้นที่นี้อีกรอบ พบว่า รอยชำรุดเดิมเมื่อ พ.ย.2564 ยังไม่ถูกแก้ไข รวมถึงพบแนวชำรุดใหม่อีกหลายแนวตามภาพ โดยพบว่าทางกรมโยธาธิการและผังเมืองได้นำป้ายมาวางเพื่อเตือนประชาชนแล้ว ทั้งนี้ ยังไม่พบว่าโครงสร้างหลักของกำแพงกันคลื่นเสียหายแต่อย่างใด

Beachlover

October 16, 2025

สำรวจงานปักไม้หน้ารีสอร์ท หาดบางเกตุ เพชรบุรี

Beach Lover ได้เคยพาชมโครงการปักไม้ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลไปแล้วในหลายพื้นที่ ติดตามได้จากโพสเก่าๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมักเรียกโครงสร้างนี้ว่า “รั้วไม้ดักทราย (sand fence)” ซึ่งหากเราสืบค้นคำนี้ในหลากหลายช่องทางจะพบว่า มีการใช้โครงสร้างลักษณะนี้เพื่อดักทรายที่ถูกพัดพาเข้าหาฝั่งโดยลมในหลายประเทศ แต่จากภาพเชิงประจักษ์ที่พบเห็นได้บนชายหาดในประเทศไทย รั้วไม้ที่ว่านี้วางตัวในแนวเกือบขนานกับชายฝั่ง (ซิกแซกในบางพื้นที่) อีกทั้งยังจมอยู่ในน้ำในบางช่วงเวลาและรับแรงปะทะของคลื่นโดยตรง Beach Lover วิเคราะห์แล้วพบว่า โครงสร้างลักษณะนี้ทำหน้าที่คล้ายกับ “โครงสร้างป้องกันคลื่นแบบสันเตี้ยชนิดโปร่ง (Low-Crested Permeable Coastal Protection Structure)” มากกว่าที่จะเป็น “รั้วดักทราย” ที่ใช้ควบคุมการเคลื่อนที่ของทรายโดยลม (Aeolian Transport) ตามหลักการที่ควรจะเป็นที่ได้กล่าวถึงไว้ข้างต้น ช่วงเดือนตุลาคม 2568 นี้ Beach Lover ได้มีโอกาสลงพื้นที่สำรวจชายหาด จ.เพชรบุรี บริเวณหาดบางเกตุ ทิศเหนือของเขื่อนกันทรายและคลื่นปากน้ำชะอำ ที่มีการปักไม้ชะลอคลื่นไว้ด้านหน้ารีสอร์ทมาแล้วหลายครั้งและหลายปีต่อเนื่องกัน จากการสำรวจพบว่ามีการปักไม้แบบซิกแซก จำนวน 3 แถว และมีไม้เกิดความเสียหายในหลายตำแหน่ง เส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ยของไม้ที่ใช้มีขนาดประมาณ 9 cm มีระยะห่างระหว่างซี่ไม้เฉลี่ยประมาณ 11.6 cm โดยมีความสูงจากพื้นชายหาดถึงปลายไม้เฉลี่ยประมาณ 86.4 cm ทั้งนี้ […]

Beachlover

October 15, 2025

การเมืองเรื่องเม็ดทราย…ความเชื่อ ผลประโยชน์ และอำนาจ

“ชายหาด” เส้นบางๆ ระหว่างแผ่นดินกับทะเล ไม่ใช่เพียงภูมิทัศน์งดงาม หากแต่เป็นสนามของความขัดแย้งทางนโยบาย งบประมาณ และอุดมการณ์ “โครงสร้างแข็งหรืออ่อน” “คอนกรีตหรือธรรมชาติ” กลายเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบเดียว เมื่อรัฐ นักวิชาการ นักอนุรักษ์ และชุมชนต่างยืนอยู่บนคนละฝั่งของคลื่นแห่งผลประโยชน์ บทความ  การเมืองเรื่องเม็ดทราย  โดย รศ.ดร.สมปรารถนา ฤทธิ์พริ้ง ชวนมองให้ลึกกว่าการกัดเซาะชายฝั่ง ว่าปัญหานี้ไม่ได้มีแค่ทรายที่ถูกคลื่นซัด แต่ยังมี “ความเชื่อ ผลประโยชน์ และอำนาจ” ที่กำลังกัดเซาะกันเองในสังคมไทย นี่ไม่ใช่เพียงเรื่องของวิศวกรรมชายฝั่ง แต่คือเรื่องของความโปร่งใส ความเป็นธรรม และอนาคตของชายหาดที่เราจะส่งต่อให้รุ่นลุกหลาน ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งเป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ทั้งจากปัจจัยธรรมชาติ และกิจกรรมของมนุษย์ ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นจากภาวะโลกร้อนทำให้ชายฝั่งถูกน้ำทะเลกัดเซาะอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ที่ดินริมชายฝั่งพังทลาย ประชาชนสูญเสียพื้นที่อาศัยและทำกิน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวถูกทำลาย สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างมาก นอกจากภาวะโลกร้อนแล้ว ปัจจัยฝีมือมนุษย์ เช่น การสร้างเขื่อนหรือท่าเรือที่รุกล้ำชายฝั่ง ก็อาจรบกวนการไหลเวียนตามธรรมชาติของตะกอนทราย ทำให้พื้นที่ท้ายน้ำขาดทรายและเกิดการกัดเซาะรุนแรงขึ้น ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งจึงเป็นเรื่องซับซ้อนที่ต้องการการจัดการที่รอบคอบรอบด้าน ชายหาดตามธรรมชาติเป็นระบบที่ไม่หยุดนิ่งมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คลื่นลมตามฤดูกาลสามารถพัดพาทรายเข้าฝั่งและออกจากฝั่งสลับกัน บางช่วงหาดทรายอาจแคบลงหรือหายไป แต่เมื่อฤดูกาลเปลี่ยนทรายใหม่ก็ถูกพัดกลับมาสะสมกลายเป็นชายหาดอีกครั้งเป็นวัฏจักรตามธรรมชาติ แท้จริงแล้วชายหาดยังทำหน้าที่เสมือนปราการธรรมชาติที่ช่วยซับแรงคลื่น ปกป้องผืนแผ่นดินด้านหลังจากพายุและคลื่นลมแรง หากมนุษย์เข้าไปแทรกแซงวงจรนี้อย่างไม่ระมัดระวัง เช่น การสร้างสิ่งปลูกสร้างถาวรรุกล้ำลงบนชายหาด ก็อาจทำให้กระบวนการตามธรรมชาติของชายหาดเปลี่ยนแปลงไปทั้งหมด และก่อให้เกิดผลกระทบตามมา โจทย์สำคัญของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือจะปกป้องชุมชนชายฝั่งจากภัยการกัดเซาะนี้อย่างไร โดยไม่ทำลายสมดุลธรรมชาติของชายหาดจนเกินจำเป็น โดยทั่วไปในการแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง มาตรการที่นิยมใช้กันทั่วไปมักแบ่งเป็นสองแนวทางหลักๆ คือ มาตรการใช้โครงสร้างแข็ง (Hard Engineering) และ มาตรการใช้โครงสร้างอ่อน […]

Beachlover

October 14, 2025

ชาวบ้านหาดทรายรี คัดค้านการปักเสาไม้กันคลื่น

ที่มา: https://www.facebook.com/SouthernThaiPBS เมื่อวานนี้ (29 ส.ค. 68) ที่วัดสุวรรณคูหาวารีวงศ์ (วัดถ้ำโพงพาง) ต.หาดทรายรี อ.เมือง จ.ชุมพร ผู้นำชุมชน เจ้าอาวาสวัด และชาวบ้านกว่า 300 คน จาก 7 หมู่บ้าน ร่วมประชาคมแสดงจุดยืนคัดค้านการปักเสาไม้กันคลื่น หลังใช้งานมา 3 ปีไม่แก้ปัญหายั่งยืน แถมเสาไม้ผุหักเป็นตอฝังดิน อันตรายต่อชาวบ้านและนักท่องเที่ยว อีกทั้งทำให้ภูมิทัศน์ชายหาดเสื่อมโทรม ชาวบ้านเรียกร้องหน่วยงานรัฐเลิกปักไม้ซ่อมแซมเพิ่มเติม พร้อมเร่งดำเนินการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งถาวรตามแบบวิศวกรโยธา ควบคู่กับการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม และจัดเวทีประชาคมเพื่อฟังเสียงประชาชนโดยเร็วที่สุด นางสกุลตลา ไมตรีจิตร นายก อบต.หาดทรายรี ยืนยันว่า การใช้เสาไม้ที่ผ่านมาไม่ช่วยแก้ปัญหาน้ำกัดเซาะชายฝั่ง แต่กลับสร้างปัญหาเพิ่ม จึงต้องหามาตรการถาวรเพื่อคุ้มครองพื้นที่และการท่องเที่ยวในระยะยาว

Beachlover

August 30, 2025

กำแพงไม้สน หาดทรายแก้ว ภูเก็ต – ตอนที่ 2

หาดทรายแก้ว ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ประสบปัญหาการกัดเซาะรุนแรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้นสนทะเลริมชายหาดจำนวนมากรากโผล่และล้มลง และบางช่วงในฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ คลื่นได้ซัดน้ำทะเลทะลักขึ้นมาถึงผิวถนนหลังหาด ทำให้แนวถนนเสี่ยงต่อความเสียหาย หน่วยงานภาครัฐจึงได้เร่งหาแนวทางแก้ไขเพื่อปกป้องชายหาดและโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว อ่านเพิ่มเติมได้จาก ตอนที่ 1 สำหรับตอนที่ 2 นี้ Beach Lover ขอพาชมส่วนหนึ่งของกำแพงไม้สนทางทิศใต้ของหาดทรายแก้ว จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นโซนที่ไม่มีร้านอาหารและ/หรือ สิ่งปลูกสร้างใกล้ทะเล เหมือนโซนทางด้านทิศเหนือ ตามที่ได้นำเสนอไปแล้วใน ตอนที่ 1 ในช่วงฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เช่นนี้ พบว่าระดับน้ำทะเลยกตัวสูงกว่าปกติและคลื่นได้ทะลุทะลวงเข้ามากัดสันทรายชายหาดด้านในจนตัดเป็นหน้าผาชันอย่างเห็นได้ชัดเกือบตลอดทั้งแนว ฺฺBeach Lover ได้เดินเท้าสำรวจตลอดแนวปักไม้ จนถึงตำแหน่งทิศใต้สุดของโครงสร้าง ไม่พบความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญระหว่างพื้นที่ชายหาดด้านหลังโครงสร้างไม้สน กับพื้นที่ชายหาดที่ไม่มีไม้สน

Beachlover

August 15, 2025

ปัจจัยการออกแบบที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของรั้วไม้ป้องกันชายฝั่ง

Beach Lover ได้เคยพาชมโครงการปักไม้ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลไปแล้วในหลายพื้นที่ ติดตามได้จากโพสเก่าๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมักเรียกโครงสร้างนี้ว่า “รั้วไม้ดักทราย (sand fence)” ซึ่งหากเราสืบค้นคำนี้ในหลากหลายช่องทางจะพบว่า มีการใช้โครงสร้างลักษณะนี้เพื่อดักทรายที่ถูกพัดพาเข้าหาฝั่งโดยลมในหลายประเทศ แต่จากภาพเชิงประจักษ์ที่พบเห็นได้บนชายหาดในประเทศไทย รั้วไม้ที่ว่านี้วางตัวในแนวเกือบขนานกับชายฝั่ง (ซิกแซกในบางพื้นที่) อีกทั้งยังจมอยู่ในน้ำในบางช่วงเวลาและรับแรงปะทะของคลื่นโดยตรง Beach Lover วิเคราะห์แล้วพบว่า โครงสร้างลักษณะนี้ทำหน้าที่คล้ายกับ “โครงสร้างป้องกันคลื่นแบบสันเตี้ยชนิดโปร่ง (Low-Crested Permeable Coastal Protection Structure)” มากกว่าที่จะเป็น “รั้วดักทราย” ที่ใช้ควบคุมการเคลื่อนที่ของทรายโดยลม (Aeolian Transport) ไม่ว่ารั้วไม้นี้จะใช้เพื่อการดักจับทรายที่ถูกพัดพามาโดยลม หรือที่ถูกพัดพามาจากกระบวนการชายฝั่งทะเล ประสิทธิภาพของแนวรั้วไม้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่การนำไม้ไปปัก แต่ขึ้นอยู่กับการออกแบบเชิงวิศวกรรม โดยมีตัวแปรสำคัญหลายประการที่ต้องพิจารณา ดังนี้ 1. ความพรุน (Porosity หรือ Permeability): ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการออกแบบ ความพรุนคืออัตราส่วนของพื้นที่ช่องว่างต่อพื้นที่ทั้งหมดของแนวรั้ว สำหรับกระบวนการโดยลม: ความพรุนเป็นตัวกำหนดรูปแบบการลดความเร็วลมและการสะสมตัวของทราย แนวรั้วที่มีความพรุนต่ำ (ทึบ) จะทำให้ลมลดความเร็วอย่างรวดเร็วและทรายจะกองสูงชันอยู่ชิดกับแนวรั้ว ในขณะที่แนวรั้วที่มีความพรุนสูงขึ้นจะช่วยให้การสะสมตัวของทรายกระจายออกไปด้านหลังมากขึ้น เกิดเป็นเนินทรายที่มีลักษณะเป็นธรรมชาติและมีความเสถียรมากกว่า งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่าความพรุนประมาณ 40-50% มีประสิทธิภาพในการดักจับทรายได้ดีที่สุด สำหรับกระบวนการโดยคลื่น: ความสัมพันธ์จะซับซ้อนกว่า ความพรุนที่ต่ำเกินไป […]

Beachlover

August 7, 2025

หินมีชีวิต: บทบาทของหินชายหาดในระบบนิเวศและพลวัตชายฝั่ง

Beach Lover เขียนบทความนี้สืบเนื่องจากข่าว https://beachlover.net/dmcr-survey-rayong-jul2025/ ว่ามีการพบแนวหินธรรมชาติวางตัวขนานฝั่งเป็นแนวยาวบริเวณชายหาด อ.แกลง จ.ระยอง เมื่อหินชายหาดก่อตัวขึ้น มันไม่ได้เป็นเพียงโครงสร้างทางธรณีวิทยาที่หยุดนิ่ง แต่กลับกลายเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบและเปลี่ยนแปลงทั้งระบบนิเวศและลักษณะทางกายภาพของชายฝั่งรอบตัวมัน บทบาทที่สำคัญที่สุดประการหนึ่งของหินชายหาดคือการสร้าง พื้นผิวแข็ง (Hard Substrate) ขึ้นมาในสภาพแวดล้อมที่โดยปกติแล้วเป็นหาดทรายที่เคลื่อนที่ตลอดเวลา  หินชายหาดกลายเป็นบ้านหลังใหม่ของสิ่งมีชีวิตหลากหลายชนิดที่ไม่สามารถอาศัยอยู่บนหาดทรายที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลาได้ เช่น สาหร่ายทะเล เพรียงหิน หอยนางรม หอยแมลงภู่ ดอกไม้ทะเล ตลอดจนสัตว์ในกลุ่มมอลลัสกาและปูชนิดต่างๆ   รอยแตก ซอกหลืบ และแอ่งน้ำขัง (Tide Pool) ที่เกิดขึ้นบนผิวของหินชายหาดทำหน้าที่เป็นแหล่งหลบภัยและอนุบาลสัตว์น้ำวัยอ่อนที่สำคัญยิ่ง ช่วยให้ลูกปลาและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังขนาดเล็กสามารถหลีกเลี่ยงผู้ล่าและเจริญเติบโตในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยได้    บทบาทของหินชายหาดต่อพลวัตของชายฝั่งมีความซับซ้อนและเปรียบเสมือนดาบสองคมเนื่องจาก ในด้านหนึ่ง หินชายหาดทำหน้าที่คล้ายเขื่อนกันคลื่นใต้น้ำตามธรรมชาติ ช่วยดูดซับและสลายพลังงานของคลื่นที่พัดเข้าสู่ชายฝั่ง ซึ่งสามารถช่วยลดการกัดเซาะและปกป้องแนวชายฝั่งที่อยู่ด้านหลังได้   แต่ในทางกลับกันการมีอยู่ของโครงสร้างที่แข็งแกร่งนี้จะเข้าไปรบกวนพลศาสตร์ของตะกอนตามธรรมชาติ มันสามารถกีดขวางการเคลื่อนที่ของทรายทั้งในแนวตั้งฉากและแนวขนานกับชายฝั่ง ทำให้ชายหาดบริเวณแนวหินขาดแคลนตะกอนใหม่ที่จะเข้ามาเพิ่มเติม นอกจากนี้ คลื่นที่ปะทะกับแนวหินแข็งแล้วสะท้อนกลับออกไปอาจเพิ่มความปั่นป่วนและทำให้เกิด การกัดเซาะรุนแรงขึ้น (Scouring) บริเวณขอบของแนวหินชายหาดได้ ที่น่าสนใจคือ การปรากฏตัวของหินชายหาดให้เห็นนั้น บ่อยครั้งก็เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่าชายหาดแห่งนั้นกำลังอยู่ในสภาวะถูกกัดเซาะอยู่แล้ว    ปรากฏการณ์นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในบริบทของจังหวัดระยอง ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอยู่แล้ว โดยมีปัจจัยเร่งจากการพัฒนาพื้นที่ชายฝั่งของมนุษย์ การมีอยู่ของหินชายหาดตามธรรมชาติจึงทำปฏิกิริยากับแรงกดดันจากกิจกรรมของมนุษย์และโครงสร้างป้องกันชายฝั่งอื่นๆ เช่น กำแพงกันคลื่น ความสัมพันธ์นี้สร้างวงจรป้อนกลับที่น่าสนใจ กล่าวคือ การกัดเซาะชายฝั่ง (อาจจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นหรือการขาดแคลนตะกอน) ทำให้แนวหินชายหาดที่เคยถูกทรายทับถมอยู่ปรากฏตัวขึ้น จากนั้น แนวหินที่ปรากฏขึ้นใหม่นี้ก็กลายเป็นกำแพงแข็งที่เปลี่ยนแปลงรูปแบบของคลื่น ซึ่งอาจช่วยปกป้องแผ่นดินด้านหลังได้ชั่วคราว แต่ในขณะเดียวกันก็ขัดขวางการฟื้นตัวของชายหาดตามธรรมชาติหลังเกิดพายุหรือหลังมรสุม และอาจเร่งการกัดเซาะที่บริเวณขอบของมันเอง ส่งผลให้ชายฝั่งถูกล็อกอยู่ในสภาวะที่ขาดแคลนตะกอนและมีแนวโน้มที่จะถูกกัดเซาะต่อไป  แต่ก่อนเราเคยคิดกันแต่ว่า หากบริเวณใดเป็นชายหาดหินแนวโน้มการกัดเซาะชายฝั่งน่าจะไม่มีเลยหรือไม่ก็ต่ำมาก แต่จากเรื่องราวที่ Beach […]

Beachlover

August 4, 2025
1 … 11 12 13 … 125