ปากร่อง “ปานาเระ” ปิด (อีกแล้ว)

Beach Lover ได้พาไปสำรวจปากร่องน้ำปานาเระมาแล้วหลายครั้ง ค้นหาโพสเก่าๆได้จาก Search Icon มุมขวาบน ครั้งนี้ Beach Lover ได้ลงพื้นที่ปัตตานีอีกครั้งในช่วงต้นมรุสมตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่า ปากร่องน้ำปานาเระมีตะกอนทรายปิดปากร่องน้ำบริเวณเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (Jetty) จนเต็ม ชาวบ้านแถบนั้นบอกกับทีมเราว่า ปากร่องน้ำปิดมาทั้งปีแล้ว ชาวประมงที่จำเป็นต้องออกเรือได้ใช้ร่องน้ำเดินเรือที่เคยขุดไว้ในอดีตยามปากร่องน้ำปิดทางทิศตะวันออกของปากร่องเดิม ในการเข้าออกเรือ Beach Lover ได้ลงเรือไปสำรวจปากร่องน้ำนั้นพบว่าค่อนข้างตื้น คาดว่าเรือขนาดกลางและเล็กน่าจะเข้าออกได้ปกติ และคาดว่าชาวบ้านน่าจะใช้ร่องนี้เป็นการถาวรไปแล้ว เนื่องจากปากร่องน้ำปานาเระถูกปิดไปหลายช่วงเวลา และช่วงเวลาละนานๆ จนกว่ากรมเจ้าท่าจะมาช่วยขุดตะกอนเปิดปากร่องน้ำให้ หรือในบางครั้งชาวบ้านร่วมกับท้องถิ่นก็ช่วยกันขุดเปิดปากร่องเอง ยามนี้ …. เมื่อปากร่องน้ำปิดจึงเกิดบึงน้ำค่อนข้างนิ่งขนาดใหญ่ที่น้ำไม่ลึกมากบริเวณปากร่อง ธุรกิจให้เช่าเรือถีบ เรือพายจึงเกิดขึ้น นับว่าเป็นวิถีใหม่ การปรับตัวใหม่ บนพื้นที่ใหม่ … เมื่อบริบทพื้นที่เปลี่ยน การใช้ประโยชน์จึงเปลี่ยนแปลงตาม สามารถอ่านเพิ่มเติมงานวิชาการที่เกี่ยวข้องกับปากร่องน้ำปานาเระได้จาก (Click ที่ชื่อบทความ) 1.Sand Bypassing and Its Effect on Shoreline Evolution 2.การเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่งจากการถ่ายเททรายข้ามปากร่องน้ำปะนาเระ จังหวัดปัตตานี

Beachlover

December 20, 2025

บทบาทของ NbS (Nature-based solutions) กับการวางแผนท่าเรือ

แนวทางที่อาศัยธรรมชาติเป็นฐาน (NbS-Nature-based solutions) เมื่อนำมาปรับใช้กับการวางแผนท่าเรือ สามารถตอบโจทย์ความเสี่ยงด้านสภาพภูมิอากาศและความเสี่ยงเชิงปฏิบัติการของท่าเรือได้โดยตรง การทำความเข้าใจบทบาทเฉพาะและประเภทของ NBS มีความจำเป็นต่อการคัดเลือก ออกแบบ และบูรณาการมาตรการเหล่านี้เข้าสู่การวางแผนท่าเรือ บทบาทของ NbS ในการลดทอนคลื่น ควบคุมการกัดเซาะ และเป็นกันชนต่อสตอร์มเซิร์จ NbS ทำงานโดยอาศัยกระบวนการของระบบนิเวศเพื่อลดผลกระทบทางกายภาพจากคลื่น กระแสน้ำ และระดับน้ำหนุนจากพายุ องค์ประกอบที่มีพืชพรรณ เช่น ป่าชายเลน พื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่ง/พรุเค็ม และแหล่งหญ้าทะเล สามารถดูดซับและสลายพลังงานคลื่น ทำให้ความสูงและพลังงานของคลื่นลดลงก่อนถึงโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญริมชายฝั่ง กลไกการลดทอนตามธรรมชาตินี้ช่วยปกป้องแนวชายฝั่งจากการกัดเซาะ ทำให้ตะกอนมีเสถียรภาพ และรักษาความสมบูรณ์ของร่องน้ำเดินเรือ พื้นที่ชุ่มน้ำ เนินทราย และแนวชายฝั่งมีชีวิต (living shorelines) ยังช่วยหน่วงสตอร์มเซิร์จ โดยการดักจับตะกอน ทำให้การไหลของน้ำช้าลง และช่วยบรรเทาสถานการณ์สุดขั้ว (extreme event) โดยหน้าที่เหล่านี้จะไม่หยุดนิ่ง เมื่อพืชพรรณเติบโตและตะกอนสะสม มูลค่าการป้องกันของ NbS สามารถเพิ่มขึ้นตามเวลา จึงช่วยเสริมศักยภาพในการปรับตัวต่อสภาพภูมิอากาศที่เปลี่ยนแปลง ประเภทของ NbS สำหรับท่าเรือ ท่าเรือสามารถประยุกต์ใช้ NbS ได้หลายประเภท โดยแต่ละประเภทเหมาะกับระดับความเสี่ยง สภาพกายภาพ และข้อจำกัดการปฏิบัติการที่แตกต่างกัน […]

Beachlover

December 20, 2025

จากต้นน้ำถึงทะเล (From ridge to reef): การเดินทางของน้ำท่วมหาดใหญ่และผลกระทบต่อทะเลสาบสงขลา

ปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ภาพข่าวจากหาดใหญ่กลายเป็นภาพจำของทั้งประเทศ ถนนสายหลักกลายเป็นคลอง บ้านสองชั้นน้ำท่วมถึงพื้นชั้นสอง รถยนต์จมน้ำเรียงกันทั้งย่านการค้า โรงพยาบาล โรงเรียน ร้านค้าเสียหายไปพร้อมกัน น้ำฝนที่เทลงมาในเพียงไม่กี่วันสร้างความเสียหายระดับประวัติการณ์ บันทึกของหน่วยงานรัฐระบุว่าเมืองหาดใหญ่รับฝนสะสมราว 630 มิลลิเมตรในสามวัน และมีถึง 335 มิลลิเมตรในวันเดียว ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณฝนใน 24 ชั่วโมงที่มากที่สุดในรอบราว 300 ปีของเมืองนี้  ภาพที่เราพบเห็นตามสื่อส่วนใหญ่เล่าเรื่องหาดใหญ่จมบาดาลในมุมของเมือง น้ำท่วมบ้านเท่าไร ถนนสายไหนใช้ไม่ได้ มียอดผู้เสียชีวิตและผู้ประสบภัยเท่าไร รัฐบาลเยียวยาอย่างไร ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญต่อการช่วยเหลือผู้คน แต่ในฐานะเมืองที่ตั้งอยู่กลางลุ่มน้ำใหญ่ Beach Lover ชวนคิดและตั้งคำถามสำคัญที่มักหายไปจากพื้นที่สื่อก็คือ น้ำทั้งหมดที่ท่วมในหาดใหญ่… มันไหลไปไหน?มันแค่หายไปจากสายตาเรา หรือมันกำลังเดินทางไปสร้างผลกระทบต่อพื้นที่อื่น? คำตอบคือ น้ำท่วมหาดใหญ่ไม่ได้ “จบ” ที่การระบายออกจากเมือง หากแต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวชุดใหญ่ของทั้ง “ทะเลสาบสงขลาและทะเลอ่าวไทย” ภาพใหญ่ที่หลายคนมองข้าม: น้ำทุกหยดจากหาดใหญ่ไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลา ด้วยความที่เมืองหาดใหญ่นั้นตั้งอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มต่ำที่มีลักษณะคล้ายแอ่งกระทะ ทุกหยดน้ำที่ไหลผ่านเมืองจะออกทางคลองอู่ตะเภาและคลอง ร.1 ซึ่งไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลาที่บริเวณบ้านแหลมโพธิ์ ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่ เมื่อเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่เช่นครั้งนี้ ที่มีปริมาณฝนสะสมถึง 881 มิลลิเมตรในเพียง 5 วัน ปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลาจึงมีมากเป็นพิเศษและเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่รวดเร็ว ทะเลสาบสงขลาเองเป็น Lagoon […]

Beachlover

December 1, 2025

สำรวจ “แม่รำพึง” หลังการสร้างกำแพงกันคลื่น

Beach Lover ลงสำรวจพื้นที่ชายฝั่งหาดแม่รำพึง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังจากโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองแล้วเสร็จ พบความเปลี่ยนแปลงของชายฝั่งที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณด้านทิศเหนือของปลายกำแพง ซึ่งเริ่มปรากฏร่องรอยการกัดเซาะชัดเจนมากขึ้น ทั้งจากสภาพชายหาดที่แคบลง ระดับทรายที่ลดต่ำลง ภาพถ่ายจากการสำรวจภาคสนามช่วยยืนยันว่ากระบวนการกัดเซาะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นเป็น “ผลพวง” จากโครงสร้างที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องพื้นที่ด้านหลังของชายฝั่งบริเวณทิศใต้ของหาด กำแพงกันคลื่นที่แม่รำพึงมีความสูงมากกว่า 2 เมตรและทอดยาวไปตามแนวชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง เมื่อคลื่นเดินทางเข้าปะทะชายหาด พลังงานส่วนหนึ่งถูกกำแพงสะท้อนกลับ ส่งผลให้ทรายหน้ากำแพงถูกพัดพาออกไปทีละน้อย ระดับหาดจึงค่อยๆ ลดลงจนสามารถเห็นฐานโครงสร้างได้ชัดเจนขึ้น ภาพที่เห็นในปัจจุบันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาอันสั้น แต่เป็นผลสะสมจากการปะทะซ้ำของคลื่นกับโครงสร้างแข็งตลอดช่วงเวลาหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ ขณะเดียวกัน ความต่อเนื่องของกำแพงยังทำให้ทิศทางของกระแสน้ำเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะบริเวณปลายสุดกำแพงทางด้านทิศเหนือ ซึ่งตรงกับตำแหน่งที่พบการกัดเซาะมากที่สุดในการสำรวจครั้งนี้ ในทางวิศวกรรมชายฝั่ง ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “การกัดเซาะท้ายโครงสร้าง” หรือ Downdrift effect ซึ่งเป็นผลที่เกิดขึ้นกับกำแพงกันคลื่นหรือโครงสร้างป้องกันชายฝั่งที่ยาวเกินระยะสมดุลของชายหาด เมื่อกระแสน้ำถูกบีบให้เปลี่ยนทิศ พลังงานของคลื่นจะถูกรวมตัวและทวีความรุนแรงขึ้นบริเวณด้านท้ายของโครงสร้าง พัดพาทรายออกจากพื้นที่ข้างเคียงเร็วกว่าปกติ จึงเกิดแนวชายฝั่งเว้าเข้าอย่างที่เห็นในภาพด้านบน สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นที่หาดแม่รำพึงจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของ “ความสวยงามของชายหาดที่ลดลง” เท่านั้น แต่เป็นตัวอย่างของผลกระทบเชิงระบบที่เกิดจากการสร้างโครงสร้างทางวิศวกรรมเพื่อแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่หนึ่ง แต่กลับสร้างปัญหาใหม่ในอีกพื้นที่หนึ่ง หากไม่มีการติดตามอย่างใกล้ชิดหรือวางแผนรองรับระยะยาว การกัดเซาะในบริเวณปลายกำแพงอาจลุกลามต่อไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดชุมชนหรือหน่วยงานอาจต้องพิจารณาสร้างกำแพงเพิ่มเติมเพื่อป้องกันพื้นที่ข้างเคียง ซึ่งกลายเป็นวงจรที่เรียกว่า “Domino Effect” ที่หลายพื้นที่ชายฝั่งของไทยเคยเผชิญมาแล้ว Beach Lover อยากสื่อสารและร้องขอไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบว่า […]

Beachlover

November 17, 2025

สำรวจเก็บข้อมูลและติดตามสถานภาพชายฝั่งช่วงมรสุม บริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเล อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 โดยเจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ลงพื้นที่สำรวจเก็บข้อมูลและติดตามสถานภาพชายฝั่งช่วงมรสุม รวมถึงรวบรวมข้อมูลส่งให้กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง เพื่อเป็นข้อมูลพิจารณากลั่นกรองโครงการด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเล ม.6 ต.หน้าสตน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช จากการลงพื้นที่ พบการกัดเซาะชายฝั่งในช่วงฤดูมรสุม และทางด้านทิศเหนือชายฝั่งมีความสมดุล มีตะกอนทรายสะสมมากและหน้าหาดกว้าง ทั้งนี้ สทช.5 จะดำเนินการรวบรวมข้อมูล เพื่อนำไปประกอบการจัดทำรายงานสถานภาพชายฝั่งทะเลประจำปี 2569 พร้อมทั้งรวบรวมรายงานกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของคณะทำงานกลั่นกรองโครงการฯ ต่อไป

Beachlover

November 17, 2025

สำรวจข้อมูลแนวรั้วไม้ดักทราย หาดปากเมง

ที่มา: https://www.facebook.com/mnperc3 วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ศูนย์ศึกษาและวิจัยอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 (ตรัง) สำรวจติดตามเก็บข้อมูลการสะสมตัวของมวลทรายและติดตามการเจริญเติบโตของสังคมพืชป่าชายหาด บริเวณแนวรั้วไม้ดักทรายหาดปากเมง อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรังประจำเดือนกันยายน แนวรั้วไม้ดักทราย 2 รูปแบบ ได้แก่ แนวตรง และแนวซิกแซก เบื้องต้นพบว่า มีการสะสมตัวของมวลทรายเฉลี่ย 8.3 และ -21.3 เซนติเมตร ตามลำดับ และพบพันธุ์ไม้ทั้งหมด 15 ชนิด จำนวน 337 ต้น มีพันธุ์ไม้เด่นที่พบคือ ต้นปอทะเล (Hibiscus tiliaceus L.) จำนวน 141 ต้น รักทะเล 80 ต้น และ ต้นเตยทะเล (Pandanus odoratissimus L.f.) จำนวน 33 ต้น และซึ่งเมื่อเปรียบเทียบข้อมูลเบื้องต้น ในเดือนที่ผ่านมา พบว่า มีจำนวนกล้าไม้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

Beachlover

November 3, 2025

ขุดลอกปากร่องน้ำ “บ้านกรูด”

Beach Lover ออกสำรวจชายหาดบ้านกรูด อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ช่วงเดือนตุลาคม 2568 พบว่าปากร่องน้ำบ้านกรูด กำลังอยู่ในช่วงดำเนินการขุดลอกตะกอนทรายที่ทับถมบริเวณปากร่องน้ำ โดยมีเครื่องจักรและเรือดูดทรายเข้าปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง ทำไมต้องขุดลอก? โดยทั่วไปของสภาพปากร่องน้ำในประเทศไทย ยามเมื่อน้ำจากแม่น้ำมีปริมาณน้อย กระแสน้ำเลียบชายฝั่งจะนำพาตะกอนเข้ามาทับถมบริเวณปากร่อง จนอาจส่งผลให้ปากร่องน้ำปิดสนิทหรือตื้นเขินจนอาจทำให้ เรือเข้า–ออกได้ลำบาก โดยเฉพาะช่วงน้ำลง การระบายน้ำจากร่องน้ำลงทะเลช้าลงในฤดูฝน ด้วยเหตุนี้ กรมเจ้าท่าจึงสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (Jetty) ขึ้นเพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าว สำหรับปากร่องน้ำบ้านกรูดนี้สร้างด้วยงบประมาณ 109,860,000 บาท โดยบริษัท วัฒนาธร จำกัด เป็นผู้รับจ้างก่อสร้าง (https://www.thairath.co.th/news/local/central/2717611) เป็นการก่อสร้างในลักษณะเขื่อนเรียงหิน จากปากคลองกรูดทั้งฝั่งซ้ายและขวา ทอดยาวออกไปในทะเลด้านทิศตะวันออก 235 เมตร ด้านทิศตะวันตก 325 เมตร โครงการนี้ยังรวมถึงงานก่อสร้างกำแพงป้องกันตลิ่งยาว 160 เมตร ตลอดจนงานขุดลอกร่องน้ำและหน้าท่า งานเสริมทรายบริเวณชายหาดบ้านกรูด ระยะทาง 1,150 เมตร โดยเป็นงบฯ ต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2563-2565 สิ้นสุดสัญญา 23 มิถุนายน 2565  (https://www.thairath.co.th/news/local/central/2717216) แม้ว่าปากร่องน้ำบ้านกรูดจะมีเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำทั้งสองฝั่งแล้วก็ตาม ยังคงพบการตื้นเขินของปากร่องน้ำนี้อยู่บ่ายครั้ง จนทำให้กรมเจ้าท่าต้องดำเนินการขุดลอกปากร่องน้ำตามที่เห็นในภาพ […]

Beachlover

November 1, 2025

เมื่อหาดทรายหายไป…เหลือไว้เพียงบันไดคอนกรีต @ คลองวาฬ

“หาดคลองวาฬ” เคยเป็นหนึ่งในชายหาดที่มีชื่อเสียงของเมืองประจวบคีรีขันธ์ ด้วยแนวโค้งของอ่าวที่ทอดยาวจากเชิงเขาไปจรดท่าเทียบเรือประมง ชายหาดทรายละเอียดสีอ่อน และบรรยากาศสงบ ที่พักราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับหาดใกล้เคียง นักท่องเที่ยวมักเลือกมาพักมองทะเลในวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่นี่เคยมีแนวหาดธรรมชาติที่คลื่นสามารถซัดขึ้นลงได้อย่างอิสระ และเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้ลากเรือขึ้นฝั่ง จับปู หาปลา หรือจัดกิจกรรมริมชายหาดในช่วงน้ำลง แต่ปัจจุบัน “หาดคลองวาฬ” ที่หลายคนจำได้ได้เปลี่ยนโฉมไปอย่างสิ้นเชิง แนวชายหาดธรรมชาติแทบไม่เหลือให้เห็น เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกแทนที่ด้วย “กำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได” ที่ยาวต่อเนื่องตลอดแนวฝั่ง หลายปีที่ผ่านมา หาดคลองวาฬเริ่มประสบปัญหาการกัดเซาะอย่างต่อเนื่อง ชายหาดถูกกัดเซาะเข้าใกล้แนวถนนและสิ่งปลูกสร้างริมฝั่ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเริ่มหามาตรการป้องกัน ทั้งการสร้างเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่งแบบหินทิ้งจำนวน 11 ตัว ความยาวตัวละ 50 ม. จำนวน 5 ตัว และยาวตัวละ 100 ม. จำนวน 6 ตัว ตลอดแนวชายฝั่งยาวประมาณ 1.3 ก.ม. สร้างเมื่อปี 2548  พร้อมกำแพงกันคลื่นแบบต่างๆประชิดชายฝั่ง เกือบตลอดทั้งแนว (อ่านและดูภาพเพิ่มเติมได้ที่ https://beachlover.net/คดีคลองวาฬ-จ-ประจวบคีรีข/) อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมองว่ากำแพงกันคลื่นที่สร้างขึ้นประชิดหาดนั้นต่างคนต่างทำ ไม่มีความมั่งคงถาวรและไม่เป็นระเบียบ (อ่านเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/ระเนระนาด-หาดคลองวาฬ-ปร/) ในเวลาต่อมา กรมโยธาธิการและผังเมืองจึงได้มีการก่อสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่งถาวร เริ่มจากบริเวณใกล้ท่าเทียบเรือและขยายต่อเนื่องไปตามแนวหาดระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร […]

Beachlover

October 30, 2025

ชายหาดไม่ได้เล็กลง … แค่รอเวลาจะเผยตัว

หลายครั้งที่เราไปยืนบชายหาดในช่วงเวลาที่แตกต่างกัน แม้จะเป็นวันเดียวกัน แต่เราจะเห็นพื้นที่ชายหาดที่มีขนาดหรือความกว้างที่แตกต่างกัน ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะผลจากการขึ้นลงของระดับน้ำทะเลประจำวันนั่นเอง Beach Lover พาหาคำตอบด้วยคำอธิบายแบบง่ายๆดังนี้ หลักการที่เข้าใจง่าย: ระยะเปลี่ยนความกว้างของหาด (เมตร) ≈ ความต่างระดับน้ำทะเล (เมตร) ÷ ความลาดชันของหาด (เมตรต่อเมตร) ตัวอย่างเปรียบเทียบ (ตัวเลขเพื่อให้เห็นภาพ): หาด A และ B อยู่ติดกัน โดยหาด A มีลาดชัน 1:100 (ชัน 1 เมตรในระยะ 100 เมตร) หากระดับน้ำต่างกัน 2 เมตร → ชายหาดอาจเปลี่ยนความกว้างราว 200 เมตร ส่วนหาด B ลาดชัน 1:20 ระดับน้ำต่างกันเท่ากัน (2 เมตร) → เปลี่ยนความกว้างราว 40 เมตร ดังนั้นหาดที่ “แบน” หรือลาดชันต่ำ อาจกว้างขึ้นอย่างมากมายจะการลดลงของระดับน้ำทะเลประจำวัน ไม่ใช่แค่น้ำขึ้น–น้ำลง: ตัวแปรที่ทำให้ “หาดอ้วนหาดผอม” ได้มากหรือน้อย ยังประกอบด้วย 1. คาบน้ำเกิด–น้ำตาย (Spring–Neap) ช่วงน้ำเกิด […]

Beachlover

October 27, 2025

บ้านกรูด … กว้าง สะอาด สงบ ไม่เคยเปลี่ยนแปลง

ชายหาดบ้านกรูดตั้งอยู่บริเวณชายฝั่งด้านตะวันออกของอ่าวไทย ในอำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ลักษณะชายฝั่งเป็นแบบ ชายหาดเปิด (Open Coast) ที่มีแนวชายฝั่งทอดยาวต่อเนื่องหลายกิโลเมตร โดยไม่ถูกตัดขาดช่วงด้วยโครงสร้างทางทะเลหรือภูเขา ทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายของตะกอนทรายในทิศทางตามแนวชายฝั่ง (Longshore Sediment Transport) ได้อย่างต่อเนื่องค่อนข้างอิสระ เมื่อรวมกับลักษณะคลื่นในบริเวณอ่าวไทยตอนล่างซึ่งมีพลังงานคลื่นปานกลางถึงต่ำในฤดูปกติ จึงทำให้หาดบ้านกรูดมีการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งในลักษณะค่อยเป็นค่อยไปและไม่รุนแรงเมื่อเทียบกับพื้นที่ชายฝั่งที่รับคลื่นโดยตรงในฤดูมรสุม Beach Lover เดินทางมาสำรวจชายหาดบ้านกรูดหลายต่อหลายครั้ง พบว่าองค์ประกอบเด่นของชายหาดบ้านกรูดคือแนวทรายที่มีความกว้างปานกลาง เนื้อทรายมีลักษณะละเอียดถึงปานกลาง สีค่อนข้างขาว และมีการเรียงตัวค่อนข้างเสมอ ทำให้ชายหาดมีความลาดชันต่ำ เหมาะต่อการเล่นน้ำและการใช้ประโยชน์เพื่อการพักผ่อนเชิงท่องเที่ยว ลักษณะความลาดชันต่ำนี้ยังเป็นตัวบ่งชี้ถึงการทับถมของตะกอนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องภายใต้พลังงานคลื่นระดับปานกลางของพื้นที่ บริเวณด้านหลังชายหาดพบแนวพืชปกคลุม ได้แก่ สนทะเล และมะพร้าว ซึ่งทำหน้าที่เสมือนแนวกันลมและกันทรายตามธรรมชาติ ช่วยลดการพัดพาของทรายออกจากชายฝั่ง รวมถึงเพิ่มความมั่นคงให้กับพื้นที่ด้านหลังชายฝั่งในแง่ของเสถียรภาพของหน้าดิน ระบบพืชพรรณดังกล่าวยังมีบทบาทเชิงระบบนิเวศที่สำคัญ ได้แก่ การให้ที่อยู่อาศัยแก่สัตว์ชายฝั่งขนาดเล็กและการเป็นปราการธรรมชาติในการป้องกันแรงลมในฤดูกาลที่คลื่นลมมีกำลังมากขึ้น

Beachlover

October 27, 2025
1 … 10 11 12 … 125