น้ำทะเลสูงขึ้นจริงไหม อ่านตัวเลขระดับน้ำทะเลให้เป็น: ตอนที่ 1: ภาคข้อมูล

คำตอบสั้นๆ คือ ใช่ น้ำทะเลสูงขึ้นจริง และวัดได้ ดาวเทียมบอกว่าระดับน้ำทะเลเฉลี่ยของโลกสูงขึ้นราว 10 เซนติเมตรนับตั้งแต่ปี 2536 (ค.ศ. 1993) และกำลังขึ้นเร็วกว่าเมื่อก่อน เวลาพูดเรื่องน้ำทะเลสูงขึ้น (sea level rise) เรามักนึกภาพเมืองจมน้ำหรือหาดหายไปก่อน ซึ่งเป็นเรื่องจริงที่ต้องคุยกัน แต่บทความนี้ Beach Lover ขอคุยภาคข้อมูลกันก่อน ขอเก็บภาคผลกระทบไว้ตอนหน้า โดยตอนนี้จะชวนอ่านตัวเลขก่อนว่าวัดกันอย่างไร โลกขึ้นเท่าไร ทำไมแต่ละที่ไม่เท่ากัน และอ่าวไทยของเราอยู่ตรงไหนถ้าอ่านตัวเลขเป็น เวลาเจอข่าวหรือกราฟ เราจะแยกออกว่าอะไรคือข้อเท็จจริง อะไรคือการคาดการณ์ และอะไรคือการพูดเกินจริง วัดระดับน้ำทะเลกันอย่างไร เรามี ไม้บรรทัดสองแบบ และสองแบบนี้วัดคนละอย่าง ต้องรู้ก่อนไม่ว่าเราจะอ่านตัวเลขไหนก็ตาม 1. สถานีวัดระดับน้ำ (tide gauge) คือเครื่องวัดที่ติดตั้งอยู่ตามท่าเรือหรือปากแม่น้ำ บันทึกระดับน้ำทุกชั่วโมงมานานหลายสิบปี บางสถานีเกินร้อยปี ข้อดีคือข้อมูลยาว แต่เครื่องวัดตั้งอยู่บนแผ่นดิน ถ้าแผ่นดินตรงนั้นทรุด เครื่องจะเห็นว่าน้ำสูงขึ้น ทั้งที่ส่วนหนึ่งคือพื้นที่จมลง ตัวเลขจากสถานีวัดระดับน้ำจึงเรียกว่า ระดับน้ำทะเลสัมพัทธ์ (relative sea level) คือน้ำเทียบกับแผ่นดินตรงนั้น 2. ดาวเทียมวัดความสูงผิวน้ำ (satellite altimetry) ยิงคลื่นเรดาร์ลงมาวัดความสูงผิวทะเลทั่วโลก […]

Beachlover

October 30, 2026

หญ้าทะเล VS ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น

เมื่อกล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เรามักนึกถึงภาพน้ำทะเลสูงขึ้น พายุรุนแรงขึ้น น้ำท่วมถี่ขึ้น หรือระดับน้ำทะเลที่ค่อยๆสูงขึ้น แต่อันที่จริงยังมีอีกระบบหนึ่งที่กำลังถูกกระทบอยู่เงียบๆ และในขณะเดียวกันก็ยังช่วยพยุงชายฝั่งของเราอยู่เช่นกัน นั่นคือ “หญ้าทะเล” หญ้าทะเลอาจไม่ใช่ระบบนิเวศที่โดดเด่นในสายตาสาธารณะเท่าป่าชายเลนหรือแนวปะการัง มันไม่มีภาพจำที่ยิ่งใหญ่ ไม่มีโครงสร้างที่มองเห็นชัดจากบนฝั่ง และไม่ค่อยถูกหยิบขึ้นมาเป็นสัญลักษณ์ของการปกป้องชายฝั่งมากนัก แต่ในโลกของเขตน้ำตื้น หญ้าทะเลคือองค์ประกอบสำคัญที่เชื่อมโยงทั้งตะกอน คุณภาพน้ำ สัตว์น้ำ และเสถียรภาพของพื้นที่หน้าหาดเข้าด้วยกันอย่างแนบแน่น หญ้าทะเลในยุค climate change มันไม่ได้เป็นเพียงเหยื่อของความเปลี่ยนแปลง กล่าวคือ ในด้านหนึ่ง หญ้าทะเลกำลังถูก sea level rise และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ แต่อีกด้านหนึ่ง หากมันยังคงอยู่ได้ ระบบชายฝั่งบางประเภทก็ยังมีฐานรากทางธรรมชาติที่ช่วยประคองสมดุลอยู่ คำถามสำคัญคือ เมื่อเรารู้ว่ามันกำลังถูกคุกคาม เราจะยังออกแบบนโยบายชายฝั่งโดยไม่ใส่ใจมันได้อีกหรือไม่ กลไกพื้นฐานนั้นเข้าใจไม่ยาก หญ้าทะเลเป็นพืชใต้น้ำที่ต้องอาศัยแสงส่องถึงพื้นทะเลเพื่อสังเคราะห์แสง เมื่อระดับน้ำทะเลสูงขึ้น น้ำบริเวณเดิมก็ลึกขึ้น แสงที่ลงถึงก้นทะเลก็ลดลงตาม โดยเฉพาะบริเวณขอบลึกของแปลงหญ้าทะเล พื้นที่ที่เคยอยู่ได้อาจค่อยๆ กลายเป็นพื้นที่ที่มืดเกินไปสำหรับการเติบโต หากมองเพียงผิวเผิน เราอาจเห็นแค่ว่าน้ำสูงขึ้นไม่กี่เซนติเมตรไม่น่าจะต่างกันมาก แต่สำหรับพืชที่อยู่ใต้น้ำ ความต่างเพียงเท่านี้อาจหมายถึงการเปลี่ยนจากอยู่ได้ไปเป็นอยู่ไม่ได้เลยก็ได้ ยิ่งไปกว่านั้น sea level rise มาพร้อมกับอุณหภูมิน้ำทะเลที่สูงขึ้น คลื่นความร้อนทางทะเล พายุที่รุนแรงขึ้น ฝนหนักมากขึ้น […]

Beachlover

April 25, 2026

หญ้าทะเล: พรมใต้ทะเลที่ช่วยปกป้องชายหาด

ทุกครั้งที่สังคมพูดถึงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง เรามักรีบมองหาคำตอบที่เห็นได้ก่อนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นกำแพงกันคลื่น แนวหิน หรือโครงสร้างทางวิศวกรรมต่างๆ และเมื่อกระแส Nature-based solution เริ่มได้รับความนิยม เราก็เริ่มมองหาธรรมชาติที่จะมาเป็นพระเอกตัวใหม่ หนึ่งในนั้นคือ “หญ้าทะเล” แต่คำถามสำคัญคือ เรากำลังพูดถึงหญ้าทะเลด้วยความเข้าใจจริงๆ หรือเพียงกำลังหยิบธรรมชาติมาใส่ในภาษานโยบายแบบที่ฟังดี แต่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง Beach Lover ชวนคิดและมองอย่างตรงไปตรงมาว่า หญ้าทะเลไม่ใช่ระบบนิเวศที่จะไปยืนรับคลื่นลมรุนแรงของชายฝั่งเปิดได้ทุกแห่ง มันไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อทำหน้าที่เหมือนกำแพงกันคลื่นธรรมชาติในความหมายที่หลายคนชอบจินตนาการ ตรงกันข้าม หญ้าทะเลจำนวนมากเจริญเติบโตได้ดีในบริเวณน้ำตื้นที่ค่อนข้างกำบังคลื่นลม เช่น อ่าว เวิ้งอ่าว ลากูน ปากแม่น้ำ หรือชายฝั่งกึ่งปิด นี่ไม่ใช่ข้อด้อยของมัน แต่คือธรรมชาติของมันเอง เพราะฉะนั้น หากจะ promote หญ้าทะเลในฐานะ Nature-based solution เราต้องเริ่มจากความซื่อสัตย์ทางวิชาการก่อน เราไม่ควรพูดง่ายๆ ว่าหญ้าทะเลช่วยกันคลื่น ราวกับว่ามันจะทำหน้าที่แทนโครงสร้างป้องกันชายฝั่งได้ทุกบริบท เพราะการสื่อสารแบบนั้นไม่เพียงทำให้สาธารณะเข้าใจผิด แต่ยังอาจนำไปสู่การวางนโยบายที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริงของระบบธรรมชาติด้วย บทบาทที่แท้ของหญ้าทะเลอยู่ลึกกว่าและละเอียดกว่านั้น มันไม่ใช่กำแพงที่ตั้งตรงเผชิญหน้ากับทะเลอย่างแข็งกร้าว แต่มันคือระบบนิเวศเขตน้ำตื้นที่ช่วยประคองเสถียรภาพของพื้นที่หน้าหาดอย่างเงียบๆ ใบของมันช่วยชะลอความเร็วของน้ำใกล้พื้นท้องทะเล ทำให้ตะกอนฟุ้งกระจายน้อยลง รากและลำต้นใต้ดินของมันช่วยยึดตะกอนไว้ ทำให้พื้นทะเลตื้นมีความคงตัวมากขึ้น เมื่อมองในมิตินี้ หญ้าทะเลไม่ได้หยุดคลื่นแบบที่สังคมชอบใช้ภาษาง่ายๆ แต่ช่วยทำให้ระบบหน้าหาดนิ่งขึ้น เปราะบางน้อยลง และยังรักษาสมดุลของตะกอนไว้ได้ดีกว่าเดิม […]

Beachlover

April 19, 2026

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นส่งผลต่อชั้นน้ำบาดาลชายฝั่งทะเล อย่างไร

การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล (Sea Level Rise: SLR) ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการแทรกซึมของความเค็มในชั้นน้ำบาดาลชายฝั่ง (salinity intrusion) และยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อทรัพยากรน้ำจืดในพื้นที่เหล่านี้ การที่ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นทำให้สมดุลระหว่างน้ำจืดและน้ำเค็มในชั้นน้ำบาดาลบริเวณชายฝั่งเสียไป ก่อให้เกิดการแทรกซึมของน้ำเค็ม (Saltwater Intrusion: SWI) มากขึ้น ปรากฏการณ์นี้อยู่ภายใต้อิทธิพลของปัจจัยหลายประการ อาทิ โดยสรุป การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้สมดุลระหว่างน้ำจืดและน้ำเค็มในชั้นน้ำบาดาลชายฝั่งเปลี่ยนไป นำไปสู่การแทรกซึมของน้ำเค็มมากขึ้น การเสื่อมคุณภาพน้ำ และการลดลงของปริมาณน้ำจืดที่มีอยู่ในพื้นที่ชายฝั่งในระยะยาว. กลยุทธ์การบรรเทาผลกระทบ ความท้าทายและข้อพิจารณา โดยสรุป แม้การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลจะก่อให้เกิดภัยคุกคามสำคัญต่อชั้นน้ำบาดาลชายฝั่งผ่านการแทรกซึมของความเค็ม แต่ประสิทธิภาพของมาตรการบรรเทาผลกระทบย่อมแตกต่างกันตามลักษณะเฉพาะของแต่ละพื้นที่ ตลอดจนพลวัตของการแทรกซึมความเค็มที่ซับซ้อนด้วยปัจจัยธรรมชาติและกิจกรรมมนุษย์ เช่น การสูบน้ำบาดาลและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ดังนั้น การทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมท้องถิ่นอย่างถ่องแท้และการเลือกใช้แนวทางบรรเทาที่เหมาะสมจะมีความสำคัญยิ่งต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำจืดบริเวณชายฝั่งในระยะยาว.

Beachlover

January 6, 2025

โลกร้อนกับคลื่นทะเล สัมพันธ์กันยังไง?

โลกร้อนหรือภาวะโลกร้อน (global warming) ทำให้คลื่นทะเลแรงขึ้นและสูงขึ้นด้วยเหตุผลสำคัญหลายประการ ดังนี้: ผลของคลื่นทะเลที่รุนแรงขึ้นนี้ อาจส่งผลต่อระบบนิเวศชายฝั่ง การดำรงชีวิตของชุมชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้ชายฝั่ง รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ การพัฒนาริมชายฝั่งทะเลของรัฐและเอกชนที่กำลังเกิดขึ้น ควรคำนึงถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสภาวะโลกร้อนนี้ด้วย

Beachlover

November 27, 2024

เรามีแผนรับมือการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลจากสภาวะโลกร้อนหรือไม่

ประเทศไทยได้ตระหนักถึงความสำคัญของการรับมือกับการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลจากสภาวะโลกร้อนและได้มีการวางแผนและดำเนินการในหลายๆ ด้าน โดยสรุปมีดังนี้: ข้อมูลที่นำเสนอมานั้นเป็นเพียงภาพรวมแบบสรุปเท่านั้น แผนรับมือของแต่ละหน่วยงานยังมีรายละเอียดอีกมากมาย Beach Lover จะหามานำเสนอในครั้งถัดไป

Beachlover

September 6, 2024

เราวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลกันอย่างไร

การตรวจวัดการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล (SLR) เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนซึ่งเกี่ยวข้องกับเทคนิคและเทคโนโลยีที่หลากหลาย เพื่อรวบรวมข้อมูลที่ถูกต้องและครอบคลุม วิธีการดั้งเดิมเช่นเครื่องวัดน้ำขึ้นน้ำลง ซึ่งวัดระดับน้ำทะเลที่สัมพันธ์กับเปลือกโลก มักประสบปัญหาความท้าทาย เช่น การเกิดตะไคร่ ความเสียหายจากปัจจัยแวดล้อม และค่าบำรุงรักษาที่สูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคที่มีข้อมูลน้อย เช่น แอนตาร์กติกา อาร์กติก และแอฟริกา โดยทั่วไป การวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลสามารถทำได้หลายวิธี ดังนี้ อย่างไรก็ตาม มีวิธีการตรวจสอบที่ละเอียดมากขึ้น เช่น กล้องไทม์แลปส์ที่ถูกนำมาใช้เพื่อตรวจสอบการเปลี่ยนแปลงของแนวชายฝั่งและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อตอบสนองต่อ SLR โดยจับการเปลี่ยนแปลงในแนวดิ่งของระดับน้ำทะเลด้วยความไว 1 ซม.  วิธีนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับการใช้งานในระยะสั้นและระยะยาว โดยให้ข้อมูลที่สำคัญสำหรับการวางแผนการปรับเปลี่ยนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อตอบสนองต่อ SLR นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาระบบต้นแบบเครื่องวัดระดับน้ำขึ้นน้ำลงที่ใช้พลังงานหมุนเวียนซึ่งต้องบำรุงรักษาต่ำ เพื่อตรวจสอบทั้งการเคลื่อนตัวของพื้นดินและระดับน้ำทะเลโดยใช้เทคนิคใหม่ เช่น GNSS-IR บนพื้นดิน ระบบเหล่านี้กำลังดำเนินการอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและกำลังขยายไปยังภูมิภาคอื่นๆ เช่น โคลอมเบีย ซึ่งมีศักยภาพที่จะเป็นมาตรฐานระดับโลกผ่านชุมชน GLOSS โดยสรุป การตรวจสอบการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลอย่างมีประสิทธิภาพต้องอาศัยการผสมผสานระหว่างวิธีการแบบดั้งเดิมและวิธีการแบบใหม่ รวมถึงเครื่องวัดน้ำขึ้นน้ำลง GNSS-IR การวัดระดับความสูงด้วยดาวเทียม และกล้องไทม์แลปส์ เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ แบบเรียลไทม์ และครอบคลุม ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้เราได้เข้าใจการเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเล เพื่อวางแผนบรรเทาผลกระทบของ SLR ได้อย่างมีประสิทธิภาพ […]

Beachlover

August 28, 2024

พื้นที่ชายฝั่งทะเล อาจเสี่ยงภัยต่อสิ่งใดบ้างภายใต้สถานการณ์โลกรวน

นอกจากบทความนี้แล้ว สามารถอ่านเพิ่มในแบบที่ไม่เป็นวิชาการมากนักได้ที่ https://beachlover.net/น้ำทะเลล้นฝั่ง-ภัยเนิบช/ การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล (SLR) เป็นภัยคุกคามที่สำคัญต่อพื้นที่ชายฝั่งทั่วโลก โดยมีผลกระทบที่แตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับลักษณะภูมิประเทศ การใช้ที่ดิน และปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคม การวิจัยระบุว่าเขตชายฝั่งที่ต่ำ เช่น Karasu ในตุรกี มีความเสี่ยงเป็นพิเศษ โดยมีระดับการคาดการณ์น้ำท่วม 1.40%, 6.02% และ 29.27% สำหรับสถานการณ์ SLR 1 ม., 2 ม. และ 3 ม. ภายในปี 2100 ตามลำดับ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเขตเมือง พื้นที่เพาะปลูก และป่าไม้   ในทำนองเดียวกัน ในโปรตุเกส การขยายตัวของเขตอันตราย SLR เป็นสิ่งที่เห็นได้ชัด โดยมีอัตราการเพิ่มขึ้น 2.1 มม./ปี ระหว่างปี 1977 ถึง 2000 และการคาดการณ์ในอนาคตคาดว่าค่า SLR จะอยู่ระหว่าง 0.74 ม. ถึง 0.81 ม. ภายในปี 2100 ภายใต้สถานการณ์ SSP5   ที่ราบชายฝั่ง […]

Beachlover

July 8, 2024

แนวทางการแก้ปัญหาตามธรรมชาติ (Nature-Based Solutions – NbS) เพื่อป้องกันชายฝั่ง

ชุมชนชายฝั่งทะเลทั่วโลกเผชิญกับภัยคุกคามร้ายแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและกิจกรรมของมนุษย์ ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น คลื่นที่รุนแรงขึ้น และการกัดเซาะชายฝั่ง กำลังสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและระบบนิเวศชายฝั่ง วิธีการแก้ปัญหาแบบดั้งเดิมที่ใช้ “โครงสร้างทางวิศวกรรม” เช่น กำแพงกันคลื่น และเขื่อนกันคลื่น พิสูจน์แล้วว่ามีราคาแพง รบกวนกระบวนการทางธรรมชาติของชายฝั่งระบบนิเวศ และมักไม่มีประสิทธิภาพในระยะยาว จึงเกิดแนวทางการแก้ปัญหาตามธรรมชาติ (Nature-Based Solutions – NbS) สำหรับการป้องกันชายฝั่ง ซึ่งกำลังได้รับความสนใจมากขึ้น NbS นำเสนอแนวทางที่ยั่งยืนและครอบคลุมยิ่งขึ้นในการปกป้องชายฝั่งโดยอาศัยประโยชน์จากระบบนิเวศตามธรรมชาติ แนวคิดของ NbS เน้นการทำงานร่วมกับกระบวนการทางธรรมชาติเพื่อแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อม ในบริบทของการป้องกันชายฝั่ง NbS เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟู อนุรักษ์ หรือเลียนแบบระบบนิเวศตามธรรมชาติ เพื่อสร้างแนวกันชนป้องกันภัยพิบัติชายฝั่งระบบนิเวศเหล่านี้ ได้แก่ ป่าชายเลน หนองน้ำเค็ม ทุ่งหญ้าทะเล และแนวปะการัง มีหน้าที่ป้องกันชายฝั่งในหลายรูปแบบ พืชพันธุ์ชายฝั่งสามารถช่วยลดพลังงานคลื่น ดักตะกอน และรักษาเสถียรภาพของแนวชายฝั่ง แนวหอยนางรมสามารถลดทอนคลื่นและส่งเสริมการทับถมของตะกอน แนวปะการังที่สมบูรณ์ทำหน้าที่เป็นแนวป้องกันตามธรรมชาติ ช่วยดูดซับพลังงานคลื่นและลดผลกระทบของคลื่นพายุ กลไกการป้องกันของ NbS NbS ทำงานโดยใช้กลไกการป้องกันตามธรรมชาติที่หลากหลาย ขึ้นอยู่กับระบบนิเวศเฉพาะ ตัวอย่างที่สำคัญบางประการ ได้แก่: ข้อดีของ NbS เมื่อเทียบกับวิธีการแบบดั้งเดิม เมื่อเปรียบเทียบกับวิธีการแก้ปัญหาแบบวิศวกรรม (Hard […]

Beachlover

June 21, 2024

น้ำทะเลล้นฝั่ง ภัยเนิบช้าแต่มาชัวร์!

เผยแพร่ใน: https://dxc.thaipbs.or.th/post-special/น้ำทะเลล้นฝั่ง-ภัยเนิบช/ “ภัยคุกคามชายฝั่งทะเลที่เกิดจากฝีมือของมนุษย์นั้นเปรียบเสมือนเข็มยาวที่เดินบ่อยและเดินเร็ว แต่ภัยคุกคามจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลนั้นเหมือนเข็มสั้นที่เดินช้าแต่เดินอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน” หกสิบเปอร์เซ็นต์ของเมืองริมชายฝั่งทะเลที่มีประชากรมากกว่า 5 ล้านคนนั้นตั้งอยู่ในระยะไม่เกิน 100 กิโลเมตรจากชายฝั่ง (Nicholls et al., 2007) ชายฝั่งทะเลนั้นนับได้ว่าเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลากทางชีวภาพและเป็นหนึ่งในสิ่งแวดล้อมบนโลกที่มีความเป็นพลวัตมากที่สุด (McLean et al., 2001) และกำลังถูกคุกคามอย่างหนักจากทั้งธรรมชาติและกิจกรรมของมนุษย์ (Nicholls and Lowe, 2004) ทั้งยังมีความเปราะบางสูงต่อสภาวะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ (U.S.EPA, 2009) ซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายฝั่งทะเลในหลายมิติ เป็นต้นว่า การกัดเซาะชายฝั่ง น้ำท่วมริมชายฝั่ง พายุซัดฝั่ง การแทรกตัวของน้ำทะเลริมชายฝั่ง (Camarsa et al., 2012) โดยกระทบทั้งสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม ของผู้ที่ตั้งถิ่นฐานและใช้ประโยชน์ริมชายฝั่งทะเล พื้นที่ชายฝั่งกว่า 70% ทั่วโลกกำลังเผชิญกับปัญหาระดับน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นประมาณ 20% จากค่าระดับน้ำทะเลโลกเฉลี่ย รวมถึงภัยพิบัติทางทะเลที่มีแนวโน้มมากขึ้นทั้งความถี่และความรุนแรง (Core Writing Team et al., 2014) โดยนักวิทยาศาสตร์คาดเดากันว่าพื้นที่ริมมหาสมุทรแปซิฟิกจะเป็นพื้นที่ซึ่งได้รับอิทธิพลจากการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลมากที่สุด (Leal Filho, […]

Beachlover

May 1, 2022