คาร์บอนฟุตพรินต์ของโครงสร้างป้องกันชายฝั่ง

เวลาเราพูดถึง โครงสร้างป้องกันชายฝั่ง เช่น การเติมทรายชายหาด เขื่อนหิน คอนกรีต หรือการป้องกันชายฝั่งแบบต่าง ๆ เรามักนึกถึงคำถามว่า โครงสร้างเหล่านี้ช่วยลดการกัดเซาะได้ดีแค่ไหน แข็งแรงหรือไม่ และใช้งบประมาณเท่าไหร่ แต่บทความวิจัยที่ Beach Lover หยิบยกมานี้ ชวนให้มองอีกมุมหนึ่ง คือ โครงสร้างป้องกันชายฝั่งแต่ละแบบปล่อยคาร์บอนมากน้อยต่างกันเท่าไหร่ ตั้งแต่การผลิตวัสดุ การขนส่ง การก่อสร้าง ไปจนถึงการบำรุงรักษาตลอดอายุโครงการ แนวคิดหลักที่บทความใช้คือ “คาร์บอนฟุตพรินต์” หรือปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดขึ้นจากกิจกรรมต่าง ๆ ของโครงการ โดยคำนวณออกมาเป็นหน่วยกิโลกรัมของ CO₂ ต่อความยาวชายฝั่ง 1 เมตร คาร์บอนฟุตพรินต์คืออะไร? คาร์บอนฟุตพรินต์ คือ ปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากสินค้า บริการ หรือโครงการหนึ่ง ๆ ตลอดกระบวนการทำงาน เช่น การผลิตวัสดุ การขนส่งวัสดุ การใช้เครื่องจักร การก่อสร้าง การซ่อมบำรุง และในบางกรณีรวมถึงการรื้อถอนหรือการจัดการเมื่อสิ้นอายุใช้งาน สำหรับงานชายฝั่ง สิ่งนี้สำคัญมาก เพราะโครงการป้องกันชายฝั่งมักใช้วัสดุปริมาณมาก เช่น หิน ทราย คอนกรีต […]

Beachlover

June 22, 2026

ทำไมชายหาดจึงไม่เคยอยู่นิ่ง ?

หลายคนคิดว่าชายหาดเป็นเพียงพื้นที่ทรายที่วางตัวอยู่ระหว่างแผ่นดินกับทะเล แต่ในความเป็นจริง ชายหาดเป็นหนึ่งในภูมิประเทศที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลามากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เม็ดทรายทุกเม็ดบนชายหาดกำลังเคลื่อนที่อยู่เสมอ ภายใต้อิทธิพลของคลื่น กระแสน้ำ ลม และระดับน้ำทะเลที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ทรายที่เราเหยียบอยู่บนชายหาดในวันนี้ อาจเคยอยู่ใต้น้ำลึกเมื่อไม่กี่เดือนก่อน หรืออาจถูกพัดพามาจากแม่น้ำที่อยู่ห่างออกไปหลายสิบกิโลเมตร จุดเริ่มต้นของการเดินทางของเม็ดทราย เรื่องราวของชายหาดเริ่มต้นจากภูเขา หินบนภูเขาค่อยๆ ผุพังจากฝน ลม และการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ กลายเป็นกรวด ทราย และตะกอนขนาดเล็ก จากนั้นแม่น้ำจะพัดพาตะกอนเหล่านี้ลงสู่ทะเล เมื่อถึงบริเวณชายฝั่ง คลื่นและกระแสน้ำจะเข้ามารับหน้าที่ต่อ โดยกระจายตะกอนไปตามแนวชายฝั่งจนก่อเกิดเป็นชายหาดที่เราเห็นในปัจจุบัน กล่าวได้ว่า ชายหาดคือปลายทางสุดท้ายของการเดินทางอันยาวนานของเม็ดทรายจากภูเขาสู่ทะเล คลื่นคือเครื่องจักรขนส่งทรายของธรรมชาติ แม้เราจะมองเห็นเพียงคลื่นซัดเข้าหาฝั่ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นใต้ผิวน้ำซับซ้อนกว่านั้นมาก ทุกครั้งที่คลื่นเคลื่อนเข้าหาฝั่ง มันจะสร้างแรงที่พื้นทะเลและทำให้เม็ดทรายเริ่มเคลื่อนที่ บางส่วนกลิ้งไปตามพื้น บางส่วนกระโดดเป็นช่วงๆ และบางส่วนถูกยกตัวลอยขึ้นไปในมวลน้ำ เมื่อคลื่นแตกตัวใกล้ชายฝั่ง พลังงานจำนวนมากจะถูกปลดปล่อยออกมา ทำให้ทรายจำนวนมากถูกยกตัวขึ้นและถูกพัดพาไปยังตำแหน่งใหม่ ด้วยเหตุนี้ ชายหาดจึงไม่เคยหยุดนิ่งแม้แต่วันเดียว ช่วงพายุ ทรายไม่ได้หายไปไหน หลังพายุ หลายคนมักตกใจเมื่อเห็นชายหาดแคบลงหรือหายไปจำนวนมาก แต่ในหลายกรณี ทรายไม่ได้หายไปไหน คลื่นพายุเพียงแค่พัดทรายจากบริเวณหน้าหาดออกไปสะสมตัวเป็นสันทรายใต้น้ำบริเวณนอกชายฝั่ง เมื่อคลื่นกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ทรายเหล่านั้นก็จะค่อยๆ เคลื่อนกลับเข้าฝั่งอีกครั้ง นี่คือเหตุผลที่ชายหาดหลายแห่งสามารถฟื้นตัวได้เองหลังฤดูมรสุมหรือหลังพายุผ่านพ้นไป ทำไมบางหาดกัดเซาะ แต่บางหาดกลับกว้างขึ้น คำตอบอยู่ที่สมดุลของตะกอน หากทรายที่เข้ามาในพื้นที่มีปริมาณมากกว่าทรายที่ออกไป ชายหาดจะกว้างขึ้นหรือเกิดการทับถม […]

Beachlover

June 19, 2026

หลักฐานจากฮาวาย ญี่ปุ่น และงานศึกษาระดับโลก: กำแพงไม่ได้ป้องกันหาดเสมอไป

คำถามที่ Beach Lover เคยตั้งประเด็นมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง ต่อเนื่องกันมามากกว่า 7 ปี คือ กำแพงกันคลื่นช่วยป้องกันชายหาดจริงหรือไม่ คำตอบอาจไม่ตรงไปตรงมา เพราะกำแพงอาจช่วยป้องกันบ้าน ถนน หรืออาคารที่อยู่ด้านหลังได้ แต่ไม่ได้แปลว่าจะช่วยป้องกันหาดทรายที่อยู่ด้านหน้าเสมอไป ในหลายพื้นที่ หลักฐานกลับชี้ว่า กำแพงเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้หาดทรายแคบลง และบางแห่งหายไปในที่สุด (สืบค้นงานเขียนของ Beach Lover ที่เกี่ยวข้องกับกำแพงกันคลื่นได้จากโพสเก่าๆ ผ่าน Search icon มุมขวาบน) ตัวอย่างที่มักถูกอ้างถึงคือเกาะโออาฮู รัฐฮาวาย ที่นั่นมีการศึกษาภาพถ่ายทางอากาศและข้อมูลชายฝั่งระยะยาว พบว่าหาดที่แคบลงหรือหายไปจำนวนมากอยู่หน้าพื้นที่ที่มีโครงสร้างแข็ง เช่น กำแพงกันคลื่นหรือ revetment โดยงานศึกษาพบว่า เมื่อชายฝั่งกำลังถอยร่นตามธรรมชาติ แต่ถูกตรึงไว้ด้วยกำแพง หาดหน้ากำแพงจะค่อย ๆ แคบลง เพราะหาดไม่สามารถถอยเข้าสู่แผ่นดินได้ นักวิจัยสรุปอย่างชัดเจนว่า หากใช้กำแพงตรึงแนวชายฝั่งที่กำลังถอยร่น ผลสุดท้ายคือหาดจะค่อยๆ แคบลง และอาจสูญหาย ตัวเลขจากโออาฮูน่าสนใจมาก ในพื้นที่ชายหาดที่มีโครงสร้างป้องกัน พบว่า 72% อยู่ในสภาพเสื่อมโทรม โดย 43% เป็นหาดที่แคบลง และ 29% […]

Beachlover

June 19, 2026

ธรรมชาติป้องกันชายฝั่งได้จริงแค่ไหน: หลักฐาน ประสิทธิภาพ และความคุ้มค่า

ในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมา การป้องกันชายฝั่งมักถูกผูกติดอยู่กับภาพของโครงสร้างแข็ง เช่น กำแพงกันคลื่น เขื่อนกันคลื่น รอดักทราย หรือโครงสร้างหินเรียงริมฝั่ง สิ่งเหล่านี้เป็นมาตรการที่มนุษย์คุ้นเคย เพราะมองเห็นได้ชัด สร้างแล้วรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างมาป้องกันคลื่นและการกัดเซาะ แต่ในอีกด้านหนึ่ง โครงสร้างเหล่านี้ก็มีต้นทุนสูง ต้องดูแลระยะยาว และในหลายกรณีอาจสร้างผลกระทบต่อระบบนิเวศชายฝั่ง รวมถึงเปลี่ยนแปลงการเคลื่อนที่ของตะกอนตามธรรมชาติ คำถามสำคัญจึงเกิดขึ้นว่า หากเราใช้ธรรมชาติ เช่น เนินทราย ป่าชายเลน พื้นที่ชุ่มน้ำเค็ม แนวหอยนางรม แนวปะการัง หญ้าทะเล หรือสาหร่ายทะเล เป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันชายฝั่ง ธรรมชาติเหล่านี้จะทำงานได้จริงเพียงใด และสามารถเป็นทางเลือกหรือทำงานร่วมกับโครงสร้างแข็งได้มากน้อยแค่ไหน Beach Lover ได้รวบรวมหลักฐานจากงานวิจัยจำนวนหนึ่ง เพื่อพิจารณาว่ามาตรการป้องกันชายฝั่งโดยอาศัยธรรมชาติ หรือ nature-based coastal defence มีประสิทธิภาพเพียงใดเมื่อเทียบกับโครงสร้างป้องกันชายฝั่งแบบดั้งเดิม คำตอบที่ได้ไม่ใช่คำตอบแบบง่ายว่า “ธรรมชาติดีกว่า” หรือ “โครงสร้างแข็งดีกว่า” แต่ชี้ให้เห็นว่า ธรรมชาติมีศักยภาพสูงมาก หากออกแบบให้เหมาะสมกับพื้นที่ ติดตามผลอย่างจริงจัง และประเมินคุณค่าของระบบนิเวศอย่างรอบด้าน หลักฐานที่มีอยู่ยังไม่มากเท่าที่ควร แม้แนวคิดการใช้ธรรมชาติป้องกันชายฝั่งจะได้รับความสนใจมากขึ้น แต่เมื่อพิจารณางานวิจัยที่มีอยู่จริง กลับพบว่างานศึกษาจำนวนมากไม่ได้ตั้งต้นด้วยวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันชายฝั่งโดยตรง ตัวอย่างเช่น งานฟื้นฟูแนวปะการังมีเพียงประมาณร้อยละ 18 ที่ระบุว่าการป้องกันชายฝั่งเป็นเป้าหมายหลัก งานฟื้นฟูป่าชายเลนและแนวหอยอยู่ที่ประมาณร้อยละ […]

Beachlover

June 11, 2026

เมื่อกำแพงคอนกรีตอาจไม่พอ: ทางออกใหม่ของการป้องกันชายฝั่งในยุคโลกร้อน

Beach Lover ขอนำเสนอบทความวิชาการโดยนักวิจัยจาก The University of Tokyo ประเทศญี่ปุ่น โดยได้แปลและปรับถ้อยคำให้เข้าใจง่ายขึ้น หากต้องการอ่านเอกสารฉบับเต็มภาษาอังกฤษ สามารถเข้าถึงได้จาก Link ด้านล่าง โครงสร้างป้องกันชายฝั่งแบบ “แข็ง” ที่เราคุ้นเคยกันดี เช่น กำแพงกันคลื่นคอนกรีต เขื่อนกันคลื่น หรือโครงสร้างขนาดใหญ่ริมทะเล อาจเริ่มรับมือกับความเสี่ยงจากสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงขึ้นได้ยากกว่าเดิม งานวิจัยใหม่ชี้ว่า การผสมผสานโครงสร้างเหล่านี้เข้ากับ “แนวทางที่อาศัยธรรมชาติเป็นพื้นฐาน” หรือ Nature-based Solutions อาจช่วยให้ระบบป้องกันชายฝั่งปรับตัวได้ดีขึ้นในบางพื้นที่ คณะนักวิจัยจากประเทศญี่ปุ่นได้ทบทวนบทความวิชาการจำนวน 304 เรื่อง ที่ศึกษาประสิทธิภาพของมาตรการป้องกันชายฝั่งจากหลายพื้นที่ทั่วโลก โดยเปรียบเทียบทั้งระบบธรรมชาติ มาตรการแบบอ่อนที่ช่วยฟื้นฟูหรือเสริมความแข็งแรงให้ธรรมชาติ มาตรการแบบแข็ง เช่น กำแพงคอนกรีต และมาตรการแบบผสมผสานระหว่างโครงสร้างวิศวกรรมกับธรรมชาติ ผลการศึกษาพบว่า มาตรการแบบอ่อนและแบบผสมผสานมีความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์มากกว่ามาตรการแบบแข็ง ขณะที่มาตรการแบบผสมผสานสามารถลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติชายฝั่งได้ดีที่สุดในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่ำ แม้ข้อมูลเกี่ยวกับประสิทธิภาพของมาตรการเหล่านี้ในเหตุการณ์รุนแรงหรือพื้นที่เสี่ยงสูงยังมีไม่มากพอ แต่ผลการศึกษาก็สนับสนุนแนวคิดว่า การนำธรรมชาติเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการป้องกันชายฝั่งอย่างรอบคอบ อาจช่วยปกป้อง ฟื้นฟู และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนชายฝั่งได้ ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีชายฝั่งงดงามและหลากหลาย ทั้งทิวทัศน์ภูเขาไฟฟูจิ ต้นสนที่ลู่ลมทะเล และชายหาดหินที่ปรากฏอยู่ในภาพวาดและภาพพิมพ์มานานหลายร้อยปี แต่หากเดินเลียบชายฝั่งญี่ปุ่นในปัจจุบัน เราอาจพบว่าพื้นที่ชายฝั่งธรรมชาติที่ยังคงสภาพเดิมนั้นหาได้ยากขึ้นเรื่อย ๆ ในช่วงต้นทศวรรษ […]

Beachlover

June 10, 2026

“วิศวกรรมนิเวศ” เพื่องานป้องกันชายฝั่ง

การปรับตัวของพื้นที่ชายฝั่งต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศด้วยโครงสร้างทางวิศวกรรมเช่น กำแพงกันคลื่น หรือเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่ง ต้องใช้งบประมาณสูงมาก มีการประเมินว่า ในอีก 50 ปีข้างหน้า มาตรการทางวิศวกรรมชายฝั่งเพื่อรองรับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอาจต้องใช้งบประมาณเพิ่มเติมราว 120,000–333,000 ล้านบาทต่อปี นอกจากเรื่องค่าใช้จ่ายแล้ว งานวิจัยจำนวนมากยังชี้ให้เห็นว่า การก่อสร้างโครงสร้างในเขตน้ำขึ้นน้ำลงและเขตใต้น้ำตื้นสามารถส่งผลกระทบทางนิเวศได้หลายประการ ตัวอย่างเช่น โครงสร้างป้องกันชายฝั่งที่มนุษย์สร้างขึ้นมักรองรับความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตได้น้อยกว่าถิ่นอาศัยตามธรรมชาติ และบางครั้งยังเอื้อต่อการแพร่กระจายของสิ่งมีชีวิตต่างถิ่นมากขึ้นด้วย การเปลี่ยนแปลงของกลุ่มสิ่งมีชีวิตเหล่านี้อาจส่งผลต่อการทำงานของระบบนิเวศ และต่อบริการต่างๆ ที่มนุษย์ได้รับจากธรรมชาติ เช่น แหล่งอาหารหรือทรัพยากรประมง อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังเป็นเรื่องที่ต้องศึกษาต่อให้มากขึ้น ด้วยเหตุนี้ แนวคิด “วิศวกรรมนิเวศ” หรือ ecological engineering จึงได้รับความสนใจมากขึ้น แนวคิดนี้หมายถึงการนำความเข้าใจด้านระบบนิเวศมาผสมผสานกับหลักการทางวิศวกรรม เพื่อออกแบบโครงสร้างหรือมาตรการที่ให้ประโยชน์ทั้งต่อมนุษย์และธรรมชาติ ไม่ใช่เพียงป้องกันคลื่นหรือการกัดเซาะเท่านั้น แต่ยังช่วยส่งเสริมความหลากหลายทางชีวภาพและการทำงานของระบบนิเวศไปพร้อมกัน ในงานวิจัยด้านชายฝั่ง แนวทางวิศวกรรมนิเวศสามารถแบ่งได้เป็น 3 กลุ่มใหญ่ ตั้งแต่แนวทางที่ยังคงเป็นโครงสร้างทางวิศวกรรม ไปจนถึงแนวทางที่อิงธรรมชาติมากขึ้น ได้แก่ 1.Hard eco-engineering — โครงสร้างแข็งที่ปรับให้เป็นมิตรกับระบบนิเวศมากขึ้น 2.Hybrid eco-engineering — แนวทางผสมระหว่างโครงสร้างแข็งกับธรรมชาติ 3.Soft eco-engineering — แนวทางที่ใช้ธรรมชาติหรือฟื้นฟูถิ่นอาศัยธรรมชาติเป็นหลัก Hard eco-engineering โดยหลักการแล้ว hard eco-engineering เป็นแนวทางที่พยายามลดผลกระทบทางนิเวศของโครงสร้างชายฝั่งที่จำเป็นต้องสร้างขึ้น โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ไม่สามารถใช้มาตรการแบบอ่อนหรือมาตรการอิงธรรมชาติได้เต็มรูปแบบ เช่น เมืองชายฝั่งที่มีประชากรหนาแน่น […]

Beachlover

June 9, 2026

การเดินทางของเม็ดทราย ตอนที่ 27 : ทะเลที่มองไม่เห็น

พวกเขาทั้งสามคนขับรถออกจากบ้านหน้าศาลขึ้นไปทางเหนือ มุ่งหน้าสู่ปากพนัง บนถนนเลียบชายฝั่งสายปากพนัง-หัวไทร ถนนโล่ง รถน้อย ขับสบาย แดดบ่ายส่องเข้าหน้ากระจก ทุกคน มองออกไปนอกหน้าต่างด้านขวา ซึ่งควรจะเห็นทะเลตลอดเส้นทาง “แปลกดีนะ” หยกพูดขึ้น “ขับมาสักพักแล้ว ทำไมมองไม่เห็นทะเลเลย” ต๊ะไม่ตอบ แค่ยิ้มเล็กน้อย เม็ดทรายมองออกไปจากเบาะหลัง ถึงเห็นว่าทำไม ตลอดแนวด้านขวาของถนน หรือก็คือทิศตะวันออก มีโครงสร้างคอนกรีตและหินตั้งเรียงรายสูงท่วมหัว เกือบทั้งหมดสูงกว่าระดับสายตาของคนนั่งอยู่ในรถ ทะเลอยู่ข้างหลังกำแพงนั้น แต่มองไม่เห็น ได้ยินแต่เสียงคลื่น “หยุดตรงนั้นได้เลยพี่” เม็ดทรายพูด ทั้งสามคนเดินข้ามถนนแล้วเดินเข้าไปใกล้โครงสร้าง เม็ดทรายหยุดนับอยู่ครู่หนึ่ง “ต๊ะลองนับดูสิ” เธอพูด “ว่ามันมีกี่ชั้น” ต๊ะมองตามและเริ่มนับ ชั้นแรกอยู่ในสุดใกล้ถนน เป็นกำแพงหินเรียง จากนั้นเว้นเป็นช่องว่างค่อนข้างกว้างระดับถนน 1 เลน ถัดออกไปเป็นกำแพงแบบตั้งตรง หน้ากำแพงแบบตั้งตรงเป็นแนวหินเรียงอีกชั้นที่เรียงเป็นสองระดับ “สามชั้นเหรอทราย” ต๊ะพูดแล้วหันมามองเม็ดทราย “จริงๆ ด้านล่างนี้มันมีอีกชั้น ก่อนที่จะสร้างหินเรียงทับ รวมแล้วเป็น 4 ชั้น” เม็ดทรายตอบ “และนี่คือโครงสร้างป้องกันชายฝั่ง 4 ชั้น!!!” (https://beachlover.net/โครงสร้างป้องกันชายฝั่ง-4-ชั้น-ณ-ชายทะเลปากพนัง/) “ทำไมถึงต้องมีสี่ชั้นอ่ะ” หยกถามแบบงงๆ […]

Beachlover

May 29, 2026

การเดินทางของเม็ดทราย ตอนที่ 25 : รั้วที่ไม่ได้ดักอะไรเลย

ต๊ะจอดรถรออยู่ก่อนแล้ว เขานั่งอยู่บนขอบท้ายกระบะ กางแผนที่กระดาษเก่าๆ ทับบนหน้าจอโทรศัพท์ที่เปิด Google Maps ไว้ราวกับไม่แน่ใจว่าจะเชื่ออันไหน “ทรายยยย!” เขาโบกมือไกลๆ พอเห็นรถของหยกเลี้ยวเข้ามา เม็ดทรายกระโดดลงจากรถแล้ววิ่งไปกอด เพื่อนเก่าจากสมัยมัธยมที่ไม่ได้เจอกันนานมากแล้ว “ต๊ะขับมาจากในเมืองเองเลยเหรอ” “ก็บ้านอยู่นครฯ จะให้ทำไง” ต๊ะยิ้มแล้วเหลือบไปที่หาดข้างหน้า สีหน้าเปลี่ยนนิดหนึ่ง “แต่ตอนเห็นมันจากรถ เราก็งงว่าเกิดอะไรขึ้นแถวนี้” หลังจากที่เม็ดทรายแนะนำต๊ะ เพื่อนสนิทให้พี่หยกฟังแล้ว ก็ชวนกันเดินไปดูสิ่งหนึ่งริมทะเลด้วยกัน แนวรั้วไม้ที่ทอดยาวตลอดแนวชายหาดหน้าสตน อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ดูไม่เหมือนรั้วอีกต่อไป หลายช่วงเอียงล้มออกจากแนว บางต้นหักกลางลำ บางส่วนถูกถอนจนเหลือแต่รูโหว่ในทราย และตรงโคนแนวไม้มีกระสอบทรายเก่า ถุงบิ๊กแบ็กฉีกขาด และเศษวัสดุอะไรก็ไม่รู้กองระเกะระกะ “อะไรคือสิ่งที่พวกเราเห็นอยู่ตรงหน้าอ่ะ” ต๊ะถามตรงๆ “รั้วไม้ดักทรายครับ” เสียงตอบมาจากชายหนุ่มในเสื้อยืดโปโลสีน้ำเงินที่เดินเข้ามาพร้อมกระเป๋าสะพายและไม้วัด “มอสครับ กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ลงมาสำรวจพื้นที่ครับ” พี่หยกและเม็ดทรายสลับมองหน้ากัน แล้วยิ้ม “รั้วไม้ดักทรายเหรือครับ …. อืม… มันคืออะไร ยังไงอ่ะครับพี่” ต๊ะถามมอส น้ำเสียงอยากรู้จริงๆ ไม่ได้ถามเพื่อเถียง “หลักการคือมันเป็นโครงสร้างโปร่ง ให้น้ำผ่านได้บ้าง แต่ลดความเร็วลง ทรายก็จะตกทับถมสะสมอยู่หน้ารั้วและหลังรั้วค่อยๆเพิ่มขึ้น” มอสอธิบายพลางชี้ให้ดูโครงสร้างส่วนที่ยังยืนอยู่ “มันเหมาะกับช่วงที่คลื่นไม่แรงมาก […]

Beachlover

April 17, 2026

การเดินทางของเม็ดทราย ตอนที่ 23 : วันที่ทรายกลับบ้าน

“เฮ้ ทราย ดูสิ” น้ำฝนผู้ซื่งเพิ่งเสร็จจากการช่วยงานอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย ตามมาสมทบกับทีมที่หาดมหาราช หยุดเดินกลางหาด แล้วชี้ลงไปที่ทรายใต้เท้า “มันมีสันนูนๆขึ้นมาเลยนะ อันนี้คืออะไร” เม็ดทรายก้มมองตามที่น้ำฝนชี้ แล้วยิ้ม “สันทราย ทรายที่คลื่นพัดพามาสะสมจนนูนขึ้นมาเป็นสัน มันเกิดขึ้นเองตามธรรมชาติเลย ไม่มีใครมาถมไม่มีใครมาวาง” ทั้งสามคนยืนอยู่บนหาดมหาราช ตำบลจะทิ้งพระ อำเภอสทิงพระ จังหวัดสงขลา ในวันที่แดดออกหลังมรสุมเพิ่งสงบ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 เพิ่งเดินสำรวจผ่านมาไม่นาน เม็ดทรายสังเกตเห็นพวกเขาถ่ายรูปและจดบันทึกอย่างละเอียด “เค้ามาทำอะไรอ่ะ” หยกถามน้อง “สำรวจสถานภาพชายฝั่งหลังมรสุม เป็นงานประจำของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อเก็บข้อมูลทำรายงานสภาพชายฝั่งทะเลประจำปี” ฝนตอบ “ที่นี่น่าสนใจมากเลยพี่ เพราะตอนมรสุมที่ผ่านมา คลื่นพัดเอาทรายออกไปมากเหมือนกัน ฝนมาทำกิจกรรมเก็บขยะกับน้องๆในค่ายพอดี แต่พอมรสุมหมด ทรายมันกลับมาเอง” “กลับมาได้ไงอ่ะ” “มันเป็นกระบวนการปรับสมดุลของชายฝั่ง ช่วงมรสุมคลื่นแรง ทรายถูกพัดออกไปสะสมอยู่ในน้ำ พอพ้นมรสุม คลื่นเล็กลง มันก็ค่อยๆพัดทรายกลับเข้ามาที่หาดใหม่ หาดที่มีสุขภาพดีจะทำแบบนี้ได้เองตามฤดูกาล” เม็ดทรายพูดพลางกางมือวัดระยะสายตาไปตามแนวหาด “ที่นี่หาดกว้างขึ้นมาประมาณสิบถึงสิบห้าเมตรเลยนะเทียบกับช่วงมรสุม” “สิบห้าเมตรเองรึ ดูกว้างกว่านั้นนะ” หยกเดินออกไปยืนที่แนวน้ำแล้วหันกลับมา “แล้วโครงสร้างที่เห็นอยู่ตรงนั้นล่ะ มีผลอะไรไหม” เม็ดทรายมองไปตามที่หยกชี้ มีโครงสร้างป้องกันชายฝั่งตั้งอยู่ในพื้นที่ ก่อสร้างมาก่อนหน้านี้แล้วสองระยะ “ที่น่าสนใจคือหาดด้านหน้าโครงสร้างทั้งสองระยะ […]

Beachlover

April 8, 2026

LiDAR ติดตามผลการปักไม้ไผ่ชะลอคลื่น จ.ตราด

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH กรมทะเล ใช้เทคโนโลยี LiDAR ติดตามผลการปักไม้ไผ่ชะลอคลื่น จ.ตราด พบตะกอนเลนสะสมตัวหนาแน่น-พื้นที่ป่าชายเลนเพิ่มขึ้นกว่า 7 ไร่ วันที่ 4 เมษายน 2569 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง โดยกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง (กอช.) เดินหน้าติดตามประสิทธิภาพโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง เผยผลสำเร็จหลังการปักไม้ไผ่ชะลอคลื่นในพื้นที่จังหวัดตราด พบช่วยฟื้นฟูระบบนิเวศชายฝั่งได้อย่างมีนัยสำคัญ ณ ตำบลอ่าวใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดตราด โดยเจ้าหน้าที่ได้นำเทคโนโลยี อากาศยานไร้คนขับ (Drone LiDAR) มาใช้ในการเก็บข้อมูลระยะไกลด้วยแสงเลเซอร์ เพื่อสร้างภาพจำลอง 3 มิติ หรือ Point Cloud ที่มีความละเอียดสูง ช่วยให้เห็นสภาพพื้นที่จริงและการเปลี่ยนแปลงของแนวชายฝั่งได้อย่างแม่นยำกว่าการสำรวจแบบดั้งเดิม จากการตรวจสอบแนวไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่น ซึ่งดำเนินการปักมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2564 รวมระยะทางประมาณ 2,500 เมตร พบความคืบหน้า ดังนี้ • เกิดการตกตะกอนเลนอย่างต่อเนื่องบริเวณหลังแนวไม้ไผ่ • พบการขยายตัวของพืชพรรณชายฝั่งและป่าชายเลน คิดเป็นพื้นที่รวมประมาณ 7.79 ไร่ แนวไม้ไผ่ยังคงทำหน้าที่เป็นปราการธรรมชาติ ช่วยลดพลังงานคลื่นที่ปะทะชายฝั่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ ข้อมูลจากการสำรวจด้วย […]

Beachlover

April 6, 2026
1 2 3 … 10