ผลกระทบของการพัฒนาท่าเรือขนาดใหญ่ต่อการไหลเวียนของน้ำบริเวณชายฝั่ง

การพัฒนาท่าเรือขนาดใหญ่ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการเปลี่ยนแปลงของกระแสน้ำในชายฝั่ง ซึ่งได้รับการยืนยันจากการศึกษาหลายกรณีเกี่ยวกับการก่อสร้างและขยายท่าเรือ กิจกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น การขุดลอก การสร้างเขื่อนกันคลื่น และการดัดแปลงโครงสร้างชายฝั่ง ทำให้กระบวนการไหลเวียนของน้ำและการเคลื่อนย้ายตะกอนเปลี่ยนไป นำไปสู่การกัดเซาะ การสะสมของตะกอน และการเปลี่ยนแปลงของแนวชายฝั่ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลโดยรอบ การเปลี่ยนแปลงของการเคลื่อนย้ายตะกอนและลักษณะชายฝั่ง การพัฒนาท่าเรือมักเกี่ยวข้องกับการขุดลอกและการสร้างโครงสร้าง เช่น เขื่อนกันคลื่นและเขื่อนกันทราย ซึ่งรบกวนกระบวนการพัดพาตะกอนตามธรรมชาติ โดยปกติแล้ว ด้านเหนือน้ำ (Updrift) ของโครงสร้างจะมีการสะสมของตะกอน ขณะที่ด้านท้ายน้ำ (Downdrift) มักเกิดการกัดเซาะอย่างรุนแรง ทำให้แนวชายฝั่งเปลี่ยนแปลงไปมาก (Kudale, 2010) อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี ท่าเรืออาจช่วยรักษาเสถียรภาพของแนวชายฝั่ง เช่น ท่าเรือ Tangier Med ในโมร็อกโก พบว่าช่วยลดผลกระทบจากพายุและคลื่นสูงได้ แม้ว่าจะต้องคำนึงถึงผลกระทบเชิงซ้อนระหว่างการเปลี่ยนแปลงที่เกิดจากมนุษย์กับปัจจัยธรรมชาติ (Zayoun, 2023) การเปลี่ยนแปลงของค่าความเค็มและคุณภาพน้ำ การพัฒนาท่าเรือสามารถทำให้ระดับความเค็มของน้ำในบริเวณใกล้เคียงเพิ่มขึ้น ตัวอย่างเช่น ในท่าเรือ Savannah Harbor พบว่าการรุกล้ำของน้ำเค็มส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชุ่มน้ำและแหล่งที่อยู่อาศัยของปลาในน้ำจืด (Brown et al., 1987) นอกจากนี้ ตะกอนแขวนลอยที่เพิ่มขึ้นจากการก่อสร้างท่าเรือสามารถทำให้คุณภาพน้ำเสื่อมโทรมและกระทบต่อสิ่งมีชีวิตในทะเล เช่น ที่ท่าเรือ Dongjiakou […]

Beachlover

March 7, 2025

งานถมทะเลเพื่อสร้างท่าเรือน้ำลึกในประเทศไทย

งานถมทะเลเพื่อสร้างท่าเรือน้ำลึกในประเทศไทยที่ผ่านมาอยู่ตรงไหนกันบ้าง Beach Lover ขอพาสำรวจท่าเรือขนาดใหญ่ในนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก 2 แห่ง คือ แหลมฉบัง จ.ชลบุรี และมาบตาพุด จ.ระยอง ที่เกิดขึ้นมานานมากแล้วจากนโยบายรัฐในอดีตที่ต้องการเปลี่ยนพื้นที่ภาคตะวันออกแถบนี้ให้เป็นพื้นที่อุตสาหกรรม จนถึงปัจจุบันได้มีการถมทะเลเพื่อขยายท่าเรือไปหลายครั้ง โดยในปี 2568 กำลังถมทะเลเพื่อขยายท่าเรือต่อในระยะที่ 3 ทั้งสองพื้นที่ (https://www.eeco.or.th/th/laem-chabang-port-phase-3 และ https://maptaphut3.com/#) ส่วนอีกโครงการหนึ่งซึ่งมาขนาดใหญ่กว่า ยังไม่ได้ก่อสร้างแต่มีแผนว่าจะแล้วเสร็จเฟสแรกในปี 2583 คือโครงการถมทะเลเพื่อสร้างท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่ภายใต้โครงการแลนด์บริดจ์สองฝั่งทะเลบริเวณแหลมริ่ว จ.ชุมพร และ อ่าวอ่าง จ.ระนอง (https://www.landbridgethai.com) โครงการถมทะเลเพื่อสร้างท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่ภายใต้โครงการแลนด์บริดจ์สองฝั่งทะเลบริเวณแหลมริ่ว จ.ชุมพร (5,808 ไร่) และ อ่าวอ่าง จ.ระนอง (6,975 ไร่) นั้น  หากเทียบเคียงกับโครงการถมทะเลขนาดใหญ่ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีตอย่างท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง จ.ชลบุรี (5,257 ไร่ รวมระยะที่ 3 ที่กำลังดำเนินการ) และท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุด จ.ระยอง (3,362 ไร่ รวมระยะที่ 3 ที่กำลังดำเนินการ) พบว่า โครงการถมทะเลเพื่อสร้างท่าเรือภายใต้โครงการแลนด์บริดจ์ทั้งสองฝั่งทะเลในสองจังหวัดรวมกันนั้นกินพื้นที่ใหญ่กว่าท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังประมาณ 2.4 เท่า และใหญ่กว่าท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุดประมาณ 3.8 เท่า หรือหากเทียบเคียงพื้นที่กับเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น จะพบว่าพื้นที่ถมทะเลของแต่ละโครงการนั้นใหญ่กว่าเกาะหลีเป๊ะ1.6 ถึง 3.4 เท่าตัว   สิ่งที่แตกต่างกันคือ  ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังและมาบตาพุดนั้นเป็นการถมทะเลที่ประชิดติดกับชายฝั่งในระบบนิเวศที่เป็นทราย โครงสร้างท่าเรือเชื่อมต่อกับชายฝั่งทะเลเลยโดยไม่มีสะพานข้ามทะเลไปยังท่าเรือแตกต่างจากท่าเรือที่อาจเกิดขึ้นภายใต้โครงการแลนด์ที่ถมทะเลห่างฝั่งออกไปโดยมีสะพานเชื่อม

Beachlover

February 26, 2025

ความคืบหน้างานถมทะเล 3,000 ไร่ ท่าเรือแหลมฉบัง

ที่มา: https://www.facebook.com/@ThailandUpdateFanPage/ ความคืบหน้าการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ระยะที่ 3 เกือบ 3,000 ไร่ ในส่วนงานที่ 1 งานก่อสร้างงานถมทางทะเลทั้งหมด คืบหน้าไปกว่า 60% แล้ว ส่วนงานที่ 2 งานก่อสร้างอาคาร ท่าเทียบเรือ ระบบถนน และระบบสาธารณูปโภค เข้าพื้นที่แล้ว และส่วนงานที่ 3 ก่อสร้างระบบรถไฟ กับส่วนที่ 4 จัดหาและติดตั้งระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ อยู่ระหว่างทำร่าง TOR จะประมูลต้นปี 68 ซึ่งทั้งหมดจะเริ่มเปิดท่าเรือ F ก่อนในปลายปี 70

Beachlover

December 24, 2024

โครงการถมทะเลสร้างเกาะเทียมรัฐปีนัง

Beach Lover เคยพาชมชายหาดของรัฐปีนังมาหลายครั้งหลายหน แต่ยังไม่เคยพาชมโครงการถมทะเลที่กำลังเกิดขึ้นเลย โครงการถมทะเลที่ปีนังเรียกว่า Penang South Reclamation (PSR) มีเป้าหมายเพื่อสร้างเกาะเทียม 3 เกาะ รวมพื้นที่ประมาณ 4,500 เอเคอร์ (11,381 ไร่) บริเวณชายฝั่งทะเลทิศตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะ โครงการนี้ได้รับการอนุมัติจากกระทรวงสิ่งแวดล้อมของมาเลเซียตั้งแต่ปี 2019 โดยผู้ดำเนินการถมทะเลจำเป็นต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม คาดว่าใช้เวลาสร้างทั้งหมดประมาณ 15-20 ปี ค่าใช้จ่ายในการถมทะเลที่ปีนังอยู่ที่ประมาณ 60 ริงกิต (ประมาณ 460 บาท) ต่อตารางฟุต สำหรับพื้นที่เกาะแรกที่มีขนาด 2,300 เอเคอร์ (5,817 ไร่) ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาถมทะเลประมาณ 3 ปี นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายทั้งหมดของโครงการนี้คาดว่าจะมีมูลค่าประมาณ 46,000 ล้านริงกิต (354,200 ล้านบาท) โดย SRS Consortium จะต้องระดมทุนประมาณ 2,000 ล้านริงกิต (15,400 ล้านบาท) สำหรับการดำเนินการในระยะแรก โครงการถมทะเลที่ปีนังมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหลายด้าน […]

Beachlover

December 12, 2024

ความท้าทายในการสร้างประตูน้ำระหว่างเกาะเทียมเพื่อจัดการน้ำอ่าวไทยตอนบน

แนวคิดการสร้างประตูน้ำระหว่างเกาะเทียมเพื่อจัดการน้ำในอ่าวไทยตอนบน (https://beachlover.net/7pt-artificial-island-ugot/) เป็นแนวคิดที่มุ่งแก้ปัญหาแบบบูรณาการ ซึ่งอาจช่วยบรรเทาปัญหาสำคัญๆ เช่น น้ำท่วม น้ำเค็มรุก และการกัดเซาะชายฝั่ง รวมถึงช่วยบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ให้เกิดประโยชน์สูงสุด อย่างไรก็ตาม โครงการนี้มีความซับซ้อน และอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ และสังคม จึงจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ข้อดีของประตูน้ำ ความท้าทาย สิ่งที่ต้องคำนึงถึง การสร้างประตูน้ำระหว่างเกาะเทียม เป็นโครงการขนาดใหญ่ ที่มีความซับซ้อน และต้องใช้ความระมัดระวัง การตัดสินใจ ต้องอยู่บนพื้นฐานของข้อมูล ความรู้ และการมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย เพื่อให้โครงการ ประสบความสำเร็จ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ และประชาชน อย่างแท้จริง

Beachlover

October 16, 2024

7 ข้อชวนคิด กับโครงการถมทะเลอ่าวไทย…เอาไงดี

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงโครงการถมทะเลในบริบทของการพัฒนาและขยายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ในงาน Vision for Thailand 2024 เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2567 โดยเสนอให้มีการถมทะเลที่บางขุนเทียนและปากน้ำ เพื่อให้ได้พื้นที่ลดความแออัดของกรุงเทพฯ ส่วนหนึ่ง และเป็นเมืองสีเขียวและเมืองใหม่ ให้เฉพาะรถไฟฟ้าวิ่งเท่านั้นและมีรถไฟเชื่อม และป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯได้ (อ้างอิง) นายทักษิณเน้นย้ำถึงความสำคัญของการลงทุนภาครัฐในช่วงสามปีของรัฐบาลนี้ และกล่าวว่าโครงการถมทะเลจะช่วยให้เกิดการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมกับการเติบโตทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน (อ้างอิง) หลังจากนั้นตัวแทนของพรรคเพื่อไทยได้ออกมาอธิบายถึงแนวคิดหลักของโครงการนี้เพิ่มเติมในชื่อใหม่ที่เรียกว่า “โครงการสร้อยไข่มุกอ่าวไทย” โดยการสร้างสิ่งปลูกสร้างลงไปในทะเลในลักษณะของเกาะ ซึ่งเบื้องต้นอาจจะมีเกาะจำนวน 9 เกาะ และให้แต่ละเกาะมีเขื่อนเป็นแนวกั้นน้ำ และมีประตูเปิด-ปิดได้ซึ่งเกาะแรกจะสร้างในพื้นที่ของชายทะเลบางขุนเทียน จากนั้นจะสร้างเกาะอื่นไปจนถึงชลบุรี รวมระยะทางตลอดอ่าวตัว ก.ประมาณ 100 กิโลเมตร  ทั้งนี้พื้นที่เกาะที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดเชื่อมของเขื่อนกั้นน้ำแต่ละเกาะจะมีขนาดประมาณ 50 ตารางกิโลเมตร และสร้างห่างจากชายฝั่งไป 1 กิโลเมตร มีถนนเชื่อมกับพื้นที่ชายฝั่งเพื่อความสะดวกในการเดินทางไปยังพื้นที่เกาะต่างๆ ได้  สำหรับแนวทางการลงทุนจะเป็นหน้าที่ของภาคเอกชน โดยผู้ที่เข้ามาลงทุนจะได้สัมปทานการใช้ที่ดินอาจจะเป็น 99 ปี ซึ่งสามารถพัฒนาเกาะนี้ใช้ประโยชน์ในหลายรูปแบบต่างๆ อาทิ การพัฒนาเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่จะเป็นแลนด์มาร์คใหม่ หรือเป็นเมืองใหม่ที่เป็นสมาร์ตซิตี้ใช้พลังงานสะอาด โดยจะมีการติดตั้งกังหันลมหรือโซลาร์เซลล์ก็สามารถที่จะออกแบบได้ โดยเมื่อหมดระยะเวลาสัมปทานแล้วพื้นที่นี้ก็จะเป็นของภาครัฐ (อ้างอิง) สำหรับแนวความคิดนี้ทำให้เกิดประโยชน์ทั้งในแง่ของภาครัฐที่ได้โครงสร้างพื้นฐานในการป้องกันน้ำท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ และพื้นที่ลุ่มในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล […]

Beachlover

September 17, 2024

โครงการสร้างเกาะเทียม อาจส่งผลอะไรบ้าง

โครงการถมทะเลเพื่อสร้างเกาะเทียม เป็นโครงการขนาดใหญ่ที่พบได้ทั่วโลก โดยมีวัตถุประสงค์หลากหลาย เช่น เพื่อการอยู่อาศัย การท่องเที่ยว หรือเพื่อสร้างพื้นที่อุตสาหกรรม การก่อสร้างเกาะเทียมเป็นปรากฏการณ์ระดับโลกที่มีโครงการสำคัญในหลากหลายภูมิภาค ซึ่งแต่ละโครงการมีผลกระทบที่แตกต่างกันต่อสิ่งแวดล้อมและภูมิทัศน์ทางสังคมและการเมือง ในทะเลจีนใต้ สาธารณรัฐประชาชนจีนได้พัฒนาเกาะเทียมอย่างรวดเร็ว เพิ่มการควบคุมทางการเมืองเหนือภูมิภาค ในขณะที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก รวมถึงการทำลายแหล่งที่อยู่อาศัยตามธรรมชาติและระบบนิเวศ ในทำนองเดียวกัน ในช่องแคบ Qiongzhou การก่อสร้างเกาะเทียม Ruyi ได้เปลี่ยนแปลงสนามกระแสน้ำขึ้นน้ำลง และก่อให้เกิดการกัดเซาะและการทับถมของตะกอน ซึ่งส่งผลกระทบต่อผืนน้ำโดยรอบ ในอ่าวเปอร์เซีย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) เป็นผู้บุกเบิกในการสร้างเกาะเทียม ด้วยโครงการต่างๆ เช่น Palm Jumeirah ในดูไบ ซึ่งได้ทำลายสิ่งมีชีวิตทางทะเล เพิ่มความขุ่นของน้ำ และรบกวนการเคลื่อนที่ของตะกอนตามธรรมชาติ แม้ว่าจะมีการดำเนินมาตรการบรรเทาผลกระทบ แล้วก็ตาม ในทะเลเหลืองตอนใต้ การก่อสร้างเกาะเทียม Xitaiyang Sand Shoal ได้รับการศึกษาถึงผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมทางอุทกพลศาสตร์และตะกอน ซึ่งเผยให้เห็นว่าจำเป็นต้องมีมาตรการป้องกันการกัดเซาะที่มีประสิทธิภาพเพื่อรักษาเสถียรภาพของพื้นที่ นอกจากนี้ ใน Tang Shan Bay การก่อสร้างเกาะเทียมได้ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงลักษณะทางอุทกพลศาสตร์และเปลี่ยนแปลงลักษณะของการกัดเซาะ-ทับถม โดยรวมแล้ว ในขณะที่เกาะเทียมเสนอผลประโยชน์เชิงกลยุทธ์และเศรษฐกิจ เช่น ความมั่นคงด้านพลังงานของจีนในทะเลจีนใต้ แต่ก็ก่อให้เกิดความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมอย่างมาก ซึ่งต้องมีการกำกับดูแลด้านกฎระเบียบที่เข้มงวดและกลยุทธ์การบรรเทาผลกระทบที่เป็นนวัตกรรมใหม่เพื่อลดผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์ต่อระบบนิเวศทางทะเลและพลวัตของชายฝั่ง […]

Beachlover

July 10, 2024