กลยุทธ์ในการจัดการชายหาดท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

ชายหาดเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีคุณค่าในหลายมิติ ทั้งในด้านนิเวศวิทยา เศรษฐกิจ และสังคม โดยเฉพาะในประเทศไทยซึ่งมีแนวชายฝั่งทะเลยาวกว่า 3,000 กิโลเมตร และมีชายหาดที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม การพัฒนาและใช้ประโยชน์จากพื้นที่ชายหาดอย่างต่อเนื่องโดยปราศจากแนวทางการจัดการที่เหมาะสม ส่งผลให้เกิดปัญหาหลายประการ เช่น การกัดเซาะชายฝั่ง การเสื่อมโทรมของสิ่งแวดล้อมทางทะเล ความแออัดจากนักท่องเที่ยว และความขัดแย้งในการใช้ประโยชน์พื้นที่ระหว่างภาคส่วนต่างๆ ในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลและเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว ได้ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพของชายหาดและความสามารถในการรองรับกิจกรรมท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ดังนั้น จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องมีการจัดการพื้นที่ชายหาดท่องเที่ยวอย่างมีแบบแผน โดยผสานแนวคิดของการพัฒนาอย่างยั่งยืน การจัดสรรพื้นที่อย่างเหมาะสม (zoning) และการมีส่วนร่วมของภาคีทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ เอกชน และชุมชนท้องถิ่น การจัดการชายหาดในพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเป็นประเด็นที่มีความซับซ้อนหลายมิติ ซึ่งต้องอาศัยแนวทางแบบบูรณาการและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียหลายภาคส่วน การบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพไม่เพียงแต่ช่วยอนุรักษ์ระบบนิเวศธรรมชาติเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมประโยชน์ทางเศรษฐกิจและสังคมของการท่องเที่ยวด้วย แนวทางสำคัญในการจัดการชายหาดท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ได้แก่: 1. ความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานรัฐ ชุมชนท้องถิ่น นักท่องเที่ยว และองค์กรพัฒนาเอกชน มีความสำคัญต่อการรักษาความสะอาดและความยั่งยืนของชายหาด ความร่วมมือแบบมีส่วนร่วม เช่น การสื่อสารอย่างเป็นระบบและกิจกรรมร่วมกัน เช่น การเก็บขยะชายหาด ช่วยส่งเสริมการจัดการที่มีประสิทธิภาพ 2. การให้ความรู้และสร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อม การรณรงค์ให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวและประชาชนในพื้นที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมพฤติกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การลดขยะ การใช้ทรัพยากรอย่างระมัดระวัง […]

Beachlover

May 30, 2025

กลยุทธ์การจัดการพื้นที่ชายฝั่งโดยชุมชนให้ประสบความสำเร็จ

กลยุทธ์การจัดการพื้นที่ชายฝั่งโดยชุมชนให้ประสบความสำเร็จ ต้องใช้แนวทางที่หลากหลาย ซึ่งบูรณาการทั้งด้านนิเวศวิทยา สังคม และเศรษฐกิจเข้าด้วยกัน จำเป็นต้องมีความร่วมมือจากหลายภาคส่วน รวมถึงชุมชนท้องถิ่น หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรภายนอก เพื่อให้เกิดการใช้และการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งอย่างยั่งยืน กลยุทธ์นี้ควรมีลักษณะที่ปรับตัวได้ ครอบคลุม และสอดคล้องกับบริบทเฉพาะของแต่ละพื้นที่ชายฝั่ง โดยต้องตอบสนองต่อทั้งความท้าทายและโอกาสที่แตกต่างกัน ส่วนประกอบสำคัญของกลยุทธ์ ได้แก่ การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การจัดการแบบบูรณาการ และการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน การมีส่วนร่วมของผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย การมีส่วนร่วมของชุมชน:การดึงชุมชนท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทตั้งแต่ขั้นตอนการวางแผนและดำเนินงานถือเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งรวมถึงการเสริมสร้างศักยภาพและให้ความรู้แก่ชุมชน เพื่อกระตุ้นความรู้สึกเป็นเจ้าของและความรับผิดชอบต่อทรัพยากรชายฝั่ง การสร้างความร่วมมือ:การสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ องค์กรพัฒนาเอกชน สถาบันการศึกษา และภาคเอกชน จะช่วยเสริมสร้างประสิทธิภาพในการบริหารจัดการทรัพยากรและการดำเนินนโยบาย การเข้าถึงชุมชนที่ขาดโอกาส:ควรให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับการเข้าถึงกลุ่มชุมชนที่มักถูกมองข้าม เพื่อให้แน่ใจว่าความรู้ทางวัฒนธรรมและปัจจัยทางเศรษฐกิจสังคมของพวกเขาได้รับการบูรณาการในการจัดการพื้นที่ชายฝั่ง แนวปฏิบัติการจัดการแบบบูรณาการ การจัดการพื้นที่ชายฝั่งแบบบูรณาการ (ICZM): (อ่านเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/iczm/)แนวทางนี้เน้นการประสานนโยบายและการดำเนินงานข้ามภาคส่วนและหลายระดับของรัฐบาล เพื่อบริหารจัดการทรัพยากรชายฝั่งอย่างยั่งยืน โดยให้ความสำคัญกับการออกกฎหมายที่ครอบคลุมและการปฏิรูประบบสถาบัน การบูรณาการความรู้ทางวิทยาศาสตร์และภูมิปัญญาท้องถิ่น:การใช้ข้อมูลวิทยาศาสตร์ควบคู่กับความรู้ท้องถิ่นสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการตัดสินใจและผลลัพธ์ในการจัดการ รวมถึงการใช้เครื่องมือ เช่น ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) เพื่อติดตามและประเมินสภาพชายฝั่ง การจัดการแบบปรับตัว:กลยุทธ์ควรมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับตัวต่อสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงได้ เช่น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว โครงการส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน การสร้างทางเลือกอาชีพ:การจัดหาอาชีพทางเลือกให้แก่ชุมชนชายฝั่งสามารถช่วยลดแรงกดดันต่อทรัพยากรทางทะเลและเสริมสร้างความยืดหยุ่นทางเศรษฐกิจ เช่น โครงการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ และการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน การอนุรักษ์และฟื้นฟู:การอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพและการฟื้นฟูระบบนิเวศที่เสื่อมโทรม เช่น โครงการปลูกป่าชายเลน […]

Beachlover

May 23, 2025

Digital Twin เพื่อการจัดการชายฝั่ง

พื้นที่ชายฝั่งทะเลของประเทศไทยมีบทบาทสำคัญทั้งในเชิงเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการท่องเที่ยว ประมง และการคมนาคมทางทะเล อย่างไรก็ตาม พื้นที่ชายฝั่งเหล่านี้กำลังเผชิญกับความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นผลจาก การกัดเซาะชายฝั่ง, การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล, พายุซัดฝั่ง, หรือ การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดิน ซึ่งล้วนแล้วแต่มีผลต่อความมั่นคงของระบบนิเวศ ชุมชนชายฝั่ง และโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ ในปัจจุบัน กระบวนการบริหารจัดการชายฝั่งยังขาดเครื่องมือที่สามารถติดตาม วิเคราะห์ และประเมินสถานการณ์ได้แบบองค์รวมและทันต่อเหตุการณ์จริง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีพลวัตสูงและการเปลี่ยนแปลงที่ซับซ้อน ส่งผลให้การวางแผนหรือออกแบบมาตรการป้องกันยังคงเป็นไปในลักษณะเฉพาะจุด ขาดการบูรณาการเชิงระบบ เทคโนโลยี Digital Twin ซึ่งหมายถึงการสร้างแบบจำลองเสมือนของพื้นที่ชายฝั่งที่สะท้อนสภาพแวดล้อมจริงอย่างแม่นยำ โดยอาศัยข้อมูลจากเซ็นเซอร์ การสแกนเลเซอร์ โฟโตแกรมเมตรี และแบบจำลองเชิงคำนวณ มีศักยภาพสูงในการยกระดับการบริหารจัดการชายฝั่งอย่างยั่งยืน ด้วยการสนับสนุนการจำลองสถานการณ์ต่าง ๆ เช่น คลื่น พายุ การเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่ง การพังทลายของโครงสร้าง การคาดการณ์ผลกระทบในอนาคต และการประเมินทางเลือกเชิงนโยบายในลักษณะ “what-if scenario” ดังนั้น การพัฒนา Digital Twin สำหรับพื้นที่ชายฝั่งในบริบทของประเทศไทย จึงเป็นแนวทางที่มีศักยภาพในการเสริมสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับกระบวนการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งในระดับพื้นที่ และเป็นกลไกสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถในการปรับตัวและการบริหารความเสี่ยงจากภัยชายฝั่งในอนาคต เทคโนโลยีขั้นสูง เช่น การสแกนด้วยเลเซอร์และโฟโตแกรมเมตรี มีบทบาทสำคัญในการพัฒนา Digital Twin เพื่อการจัดการชายฝั่งทะเล โดยสามารถให้ข้อมูลที่มีความแม่นยำและความละเอียดสูง ซึ่งนำมาใช้ในการจำลองและติดตามสภาพแวดล้อมชายฝั่งได้อย่างมีประสิทธิภาพ เทคโนโลยีเหล่านี้ช่วยให้สามารถสร้างแบบจำลองสามมิติที่แสดงสภาพจริงของพื้นที่ชายฝั่งได้อย่างละเอียด ซึ่งถือเป็นองค์ประกอบที่จำเป็นสำหรับการบริหารจัดการและการตัดสินใจอย่างมีประสิทธิผล […]

Beachlover

May 20, 2025

พัทยา…มาได้ทุกเดือน (แม้ยามค่ำคืน)

Beach Lover ได้เพิ่งพาเดินสำรวจหาดพัทยาเหนือถึงพัทยากลางไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้ ติดตามได้จาก https://beachlover.net/pattaya-mayday/ หาดพัทยาเป็นหาดที่แทบจะไม่เคยหลับไหลเลยก็ว่าได้ นักท่องเที่ยวมีการใช้ประโยชน์อย่างหลากหลายในทุกช่วงเวลา เป็นต้นว่า ช่วงเช้าก็จะพบเห็นผู้คนออกมาวิ่ง เดิน ออกกำลังกายบนชายหาด และบนทางเดินสาธารณะที่มีระยะทาง 2.7 กิโลเมตร เลียบชายหาดพัทยาเหนือ-กลาง-ใต้ สายๆหน่อยจนถึงบ่ายแก่ๆ ก็จะมีนักท่องเที่ยวมานอนอาบแดด เล่นน้ำ ขึ้นเรือไปเที่ยวตามเกาะต่างๆ ร้านค้า ร้านอาหาร ร่มเตียงผ้าใบจะเปิดบริการกันในช่วงเวลานี้ ช่วงแดดร่มลมตกเย็นๆจนถึงค่ำ จะเป็นช่วงที่นักท่องเที่ยวใช้ประโยชน์มากที่สุด หลายคนมาเฝ้ารอพระอาทิตย์ตกกันที่นี่ นักท่องเที่ยวชาวไทยมักมากันเป็นหมู่คณะ นำเสื่อมาปู โต๊ะเก้าอี้ camping มากาง ทานอาหาร เล่นน้ำ เล่นทราย กินดื่มกันแบบง่ายๆ ยาวไปจนถึงดึกๆ ที่เป็นแบบนี้ได้ ส่วนหนึ่งเกิดจากเมืองพัทยาติดตั้งไฟแสงสว่างพลังงานสูงตลอดทั้งแนวในระยะห่างกันประมาณ 100 เมตร รวมถึงกล้องวงจรปิดเพื่อสอดส่องความปลอดภัยเกือบตลอดทั้งแนว ทำให้นักท่องเที่ยวสะดวกที่จะใช้ประโยชน์บนชายหาดแห่งนี้ยามค่ำคืน ยังขาดเพียงห้องน้ำสาธารณะ และ Lifeguard เท่านั้น หากกินดื่มกันยาวๆจำเป็นต้องหาห้องน้ำเอกชนตามร้านค้าร้านอาหารที่มีค่าบริการ รวมถึงต้องรับผิดชอบชีวิตกันเอาเอง เมื่อเทียบกับหลายๆชายหาดท่องเที่ยวในประเทศเพื่อนบ้านเราอย่าง เมืองปีนังที่มาเลเซีย หรือ เมืองดานังที่เวียดนาม (ตามอ่านได้จากโพสเก่าๆในหมวดเยี่ยมหาดบ้านเพื่อน) หาดพัทยามีชื่อเสียงกว่ามาก แต่ยังคงรอการจัดการที่เป็นมิตรต่อนักท่องเที่ยวมากกว่านี้

Beachlover

May 5, 2025

พัทยา…มาได้ทุกเดือน

หลังการเติมทรายชายหาดพัทยาที่แล้วเสร็จไปเมื่อ กุมภาพันธ์ 2562 ด้วยงบประมาณ 420 ล้านบาท โดยกรมเจ้าท่า พัทยาก็ซบเซาจากสถานการณ์โควิดไปหลายปี จากนั้นเมืองพัทยาได้จัดกิจกรรมบนชายหาดเพื่อโปรโมทการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ยิ่งเป็นที่ประจักษ์ว่า หากเรามีพื้นที่ชายหาดกว้างๆ การดึงนักท่อเที่ยวเข้ามาก็ไม่ยากเย็นนัก จริงอยู่ที่ในอดีตนั้นพัทยาอาจมีชื่อเสียเรื่องสีเทาอื่นๆมากกว่าชายหาด นักท่องเที่ยวโดยเฉพาะต่างชาติที่เดินทางมาเมืองพัทยาอาจไม่ได้แม้แต่กระทั่งเหยียบลงไปบนชายหาดเลย เนื่องจากมีเป้าหมายเพื่อกิจกรรมอื่นมากกว่า รวมถึงในอดีตชายหาดพัทยาก็ไม่ได้กว้างหรือมีสภาพเหมือนในปัจจุบัน แต่จากการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายหาดพัทยาโดยวิธีการเติมทรายชายหาด ส่งผลให้ชายหาดมีความกว้างประมาณ 35-80 เมตร ขึ้นอยู่กับระดับน้ำขึ้นน้ำลง นักท่องเที่ยวไทยที่เดิมไม่คิดอยากเดินทางมาเที่ยวหาดพัทยาเนื่องจากสภาพหาดที่ย่ำแย่ในอดีต รวมถึงมิได้มีเป้าหมายเพื่อกิจกรรมสีเทาอื่นๆ ก็เปลี่ยนเป้าหมายมาเที่ยวเพิ่มขึ้น Beach Lover ได้ทั้งเดินทางมาสำรวจหาดพัทยาบ่อยครั้งและหลากหลายช่วงเวลา เช่นระหว่างการเติมทรายชายหาด หลังการเติมทรายชายหาด หลังทรายชายหาดหายไปจากฝนตกหนัก ช่วงโควิด และหลังโควิด รวมถึงเดินสำรวจความพึงพอใจของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากโครงการ หากต้องการข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสืบค้นได้จาก Search icon มุมขวาบนได้ ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ของต้นเดือน พ.ค. และเป็นช่วงที่เมืองพัทยาจัดกิจกรรมบนชายหาด Beach Lover ได้เดินเท้าสำรวจการใช้ประโยชน์บนชายหาดพัทยาเหนือถึงพัทยากลาง ในช่วงน้ำลงประมาณ MSL (Mean Sea Level) พอดี พบชายหาดกว้างประมาณ 60-70 เมตร และพบสันทรายขนาดเล็กหลายตำแหน่งใกล้ฝั่ง ผู้คนที่ใช้ประโยชน์บนชายหาดมาจากหลากหลายเชื้อชาติ โดยส่วนมากที่มาเป็นกลุ่มนั้นเป็นนักท่องเที่ยวคนไทย […]

Beachlover

May 3, 2025

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นส่งผลต่อชั้นน้ำบาดาลชายฝั่งทะเล อย่างไร

การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเล (Sea Level Rise: SLR) ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการแทรกซึมของความเค็มในชั้นน้ำบาดาลชายฝั่ง (salinity intrusion) และยิ่งเพิ่มความเสี่ยงต่อทรัพยากรน้ำจืดในพื้นที่เหล่านี้ การที่ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นทำให้สมดุลระหว่างน้ำจืดและน้ำเค็มในชั้นน้ำบาดาลบริเวณชายฝั่งเสียไป ก่อให้เกิดการแทรกซึมของน้ำเค็ม (Saltwater Intrusion: SWI) มากขึ้น ปรากฏการณ์นี้อยู่ภายใต้อิทธิพลของปัจจัยหลายประการ อาทิ โดยสรุป การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้สมดุลระหว่างน้ำจืดและน้ำเค็มในชั้นน้ำบาดาลชายฝั่งเปลี่ยนไป นำไปสู่การแทรกซึมของน้ำเค็มมากขึ้น การเสื่อมคุณภาพน้ำ และการลดลงของปริมาณน้ำจืดที่มีอยู่ในพื้นที่ชายฝั่งในระยะยาว. กลยุทธ์การบรรเทาผลกระทบ ความท้าทายและข้อพิจารณา โดยสรุป แม้การเพิ่มขึ้นของระดับน้ำทะเลจะก่อให้เกิดภัยคุกคามสำคัญต่อชั้นน้ำบาดาลชายฝั่งผ่านการแทรกซึมของความเค็ม แต่ประสิทธิภาพของมาตรการบรรเทาผลกระทบย่อมแตกต่างกันตามลักษณะเฉพาะของแต่ละพื้นที่ ตลอดจนพลวัตของการแทรกซึมความเค็มที่ซับซ้อนด้วยปัจจัยธรรมชาติและกิจกรรมมนุษย์ เช่น การสูบน้ำบาดาลและการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ดังนั้น การทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมท้องถิ่นอย่างถ่องแท้และการเลือกใช้แนวทางบรรเทาที่เหมาะสมจะมีความสำคัญยิ่งต่อการอนุรักษ์ทรัพยากรน้ำจืดบริเวณชายฝั่งในระยะยาว.

Beachlover

January 6, 2025

แนวคิดเพื่อป้องกันชายฝั่งแบบ Utopia

Utopia (ยูโทเปีย) เป็นแนวคิดเกี่ยวกับสังคมหรือสถานที่ในอุดมคติที่ทุกสิ่งสมบูรณ์แบบและไร้ปัญหา โดยคำนี้เกิดจากหนังสือชื่อ Utopia ของเซอร์โธมัส มอร์ (Sir Thomas More) นักเขียนชาวอังกฤษในปี ค.ศ. 1516 ซึ่งใช้คำว่า “Utopia” เพื่อบรรยายถึงเกาะสมมติที่มีระบบสังคม การเมือง และเศรษฐกิจที่สมบูรณ์แบบ คำว่า “Utopia” มาจากภาษากรีกที่มีความหมายสองนัย “Ou-topos” แปลว่า “ไม่มีที่ใด” หรือ “สถานที่ที่ไม่มีอยู่จริง”ส่วน “Eu-topos” แปลว่า “สถานที่ดี” ยูโทเปียจึงเป็นทั้งสัญลักษณ์ของความหวังและคำวิจารณ์ที่แฝงนัยว่าความสมบูรณ์แบบนั้นอาจเป็นไปไม่ได้จริงในโลกความเป็นจริง แนวคิดการปกป้องชายฝั่งแบบ Utopia หรือแบบ อุดมคติ (Utopia Coastal Protection) ไม่ได้เป็นคำที่ถูกบัญญัติอย่างเป็นทางการในด้านวิศวกรรมชายฝั่งหรือการจัดการชายฝั่ง แต่สามารถตีความได้ว่าเป็นแนวทางที่มุ่งเน้นการปกป้องพื้นที่ชายฝั่งอย่างสมบูรณ์แบบ โดยคำนึงถึงสมดุลระหว่างการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ความต้องการของสังคม และความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ ลักษณะของการป้องกันชายฝั่งแบบอุดมคติ 1. แนวทางองค์รวม (Holistic Approach): ผสานความรู้ด้านวิศวกรรม วิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อม และปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคม เพื่อพัฒนาแนวทางแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน โดยการสร้างสมดุลระหว่างโครงสร้างแข็ง (เช่น กำแพงกันคลื่น) และโครงสร้างอ่อน […]

Beachlover

January 1, 2025

7 ข้อชวนคิด กับโครงการถมทะเลอ่าวไทย…เอาไงดี

นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงโครงการถมทะเลในบริบทของการพัฒนาและขยายพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร ในงาน Vision for Thailand 2024 เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2567 โดยเสนอให้มีการถมทะเลที่บางขุนเทียนและปากน้ำ เพื่อให้ได้พื้นที่ลดความแออัดของกรุงเทพฯ ส่วนหนึ่ง และเป็นเมืองสีเขียวและเมืองใหม่ ให้เฉพาะรถไฟฟ้าวิ่งเท่านั้นและมีรถไฟเชื่อม และป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพฯได้ (อ้างอิง) นายทักษิณเน้นย้ำถึงความสำคัญของการลงทุนภาครัฐในช่วงสามปีของรัฐบาลนี้ และกล่าวว่าโครงการถมทะเลจะช่วยให้เกิดการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมกับการเติบโตทางเศรษฐกิจและคุณภาพชีวิตของประชาชน (อ้างอิง) หลังจากนั้นตัวแทนของพรรคเพื่อไทยได้ออกมาอธิบายถึงแนวคิดหลักของโครงการนี้เพิ่มเติมในชื่อใหม่ที่เรียกว่า “โครงการสร้อยไข่มุกอ่าวไทย” โดยการสร้างสิ่งปลูกสร้างลงไปในทะเลในลักษณะของเกาะ ซึ่งเบื้องต้นอาจจะมีเกาะจำนวน 9 เกาะ และให้แต่ละเกาะมีเขื่อนเป็นแนวกั้นน้ำ และมีประตูเปิด-ปิดได้ซึ่งเกาะแรกจะสร้างในพื้นที่ของชายทะเลบางขุนเทียน จากนั้นจะสร้างเกาะอื่นไปจนถึงชลบุรี รวมระยะทางตลอดอ่าวตัว ก.ประมาณ 100 กิโลเมตร  ทั้งนี้พื้นที่เกาะที่สร้างขึ้นเพื่อเป็นจุดเชื่อมของเขื่อนกั้นน้ำแต่ละเกาะจะมีขนาดประมาณ 50 ตารางกิโลเมตร และสร้างห่างจากชายฝั่งไป 1 กิโลเมตร มีถนนเชื่อมกับพื้นที่ชายฝั่งเพื่อความสะดวกในการเดินทางไปยังพื้นที่เกาะต่างๆ ได้  สำหรับแนวทางการลงทุนจะเป็นหน้าที่ของภาคเอกชน โดยผู้ที่เข้ามาลงทุนจะได้สัมปทานการใช้ที่ดินอาจจะเป็น 99 ปี ซึ่งสามารถพัฒนาเกาะนี้ใช้ประโยชน์ในหลายรูปแบบต่างๆ อาทิ การพัฒนาเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่จะเป็นแลนด์มาร์คใหม่ หรือเป็นเมืองใหม่ที่เป็นสมาร์ตซิตี้ใช้พลังงานสะอาด โดยจะมีการติดตั้งกังหันลมหรือโซลาร์เซลล์ก็สามารถที่จะออกแบบได้ โดยเมื่อหมดระยะเวลาสัมปทานแล้วพื้นที่นี้ก็จะเป็นของภาครัฐ (อ้างอิง) สำหรับแนวความคิดนี้ทำให้เกิดประโยชน์ทั้งในแง่ของภาครัฐที่ได้โครงสร้างพื้นฐานในการป้องกันน้ำท่วมพื้นที่เศรษฐกิจ และพื้นที่ลุ่มในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล […]

Beachlover

September 17, 2024

Managed realignment กลยุทธ์เพื่อการบริหารจัดการชายฝั่ง

Managed realignment-MR (หรือเรียกอีกอย่างว่า managed retreat) เป็นวิธีการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น โดยการปรับเปลี่ยนแนวป้องกันชายฝั่งเดิมให้ถอยร่นเข้ามาในแผ่นดิน เพื่อให้พื้นที่ชายฝั่งเดิมกลายเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำตามธรรมชาติ เช่น ป่าชายเลน หรือหาดเลน Managed Realignment คือกลยุทธ์เพื่อการบริหารจัดการชายฝั่งแบบหนึ่ง เพื่อให้พื้นที่ชายฝั่งที่อยู่ภายใต้อิทธิพลของน้ำขึ้นน้ำลงได้ปรับตัวได้ตามธรรมชาติตามธรรมชาติ โดยไม่มีการแทรกแซงหรือรบกวนจากภายนอก แนวทางนี้ได้รับความสนใจในยุโรปและอเมริกาเหนือในฐานะวิธีแก้ปัญหาตามธรรมชาติสำหรับการกัดเซาะชายฝั่ง การสูญเสียถิ่นที่อยู่อาศัย และการจัดการความเสี่ยงจากอุทกภัย หลักการสำคัญของ Managed Realignment: มีการเริ่มใช้ Managed Realignment ครั้งแรกในปี 1990 ที่เกาะ Northey ใน Essex และต่อมามีการใช้กันอย่างแพร่หลายมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสหราชอาณาจักร ซึ่งมีพื้นที่ที่ดำเนินการ Managed Realignment มากที่สุดในยุโรป จุดประสงค์ของ Managed Realignment คือการให้ประโยชน์หลายประการ ซึ่งรวมถึงการป้องกันน้ำท่วม การสร้างแหล่งที่อยู่อาศัย และการกักเก็บคาร์บอน ตัวอย่างเช่น Steart Marshes ในสหราชอาณาจักรแสดงให้เห็นถึงอัตราการสะสมคาร์บอนที่สำคัญ โดยการสะสมของตะกอนมีส่วนทำให้เกิดการกักเก็บคาร์บอนในระดับสูง Managed Realignment มักประสบปัญหาความท้าทาย เช่น การต่อต้านจากชุมชน ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากการสูญเสียที่ดินที่มีค่า […]

Beachlover

July 12, 2024

ชุมชนชายฝั่ง: พลังสำคัญในการปกป้องและฟื้นฟูหาดทรายไทย

ชายหาดของไทยไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม หรือแหล่งทรัพยากรทางธรรมชาติที่รอการเข้ามาใช้ประโยชน์ หากแต่เป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตและวัฒนธรรมของชุมชนชายฝั่ง ที่ผูกพันและพึ่งพาอาศัยกันมาอย่างยาวนาน ชุมชนชายฝั่งจึงเปรียบเสมือนผู้พิทักษ์หาดทราย ที่มีความรู้ ความเข้าใจ และประสบการณ์ในการใช้ชีวิตและทำมาหากินกับทรัพยากรเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง การให้ความสำคัญและส่งเสริมบทบาทของชุมชนชายฝั่ง จึงเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความยั่งยืนให้กับชายหาดไทย ภูมิปัญญาท้องถิ่น: มรดกทางปัญญาที่สั่งสมจากรุ่นสู่รุ่น ชุมชนชายฝั่งไทยมีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมาอย่างยาวนานในการจัดการทรัพยากรชายฝั่งอย่างยั่งยืน ภูมิปัญญาเหล่านี้เป็นเหมือนตำราชีวิตที่บอกเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติ ที่สั่งสมจากการสังเกต ทดลอง และเรียนรู้จากประสบการณ์จริงของคนรุ่นก่อนๆ ตัวอย่างเช่น ชาวประมงพื้นบ้านที่รู้จักฤดูกาลวางไข่ของปลาและสัตว์น้ำชนิดต่างๆ จึงมีกฎระเบียบในการจับปลาที่สอดคล้องกับธรรมชาติ เพื่อให้มีปลาเหลือไว้ให้ขยายพันธุ์ต่อไป หรือชาวบ้านที่รู้จักใช้ประโยชน์จากพืชชายหาด เช่น ผักบุ้งทะเล หรือเหงือกปลาหมอ ในการรักษาโรคภัยไข้เจ็บตามตำรับยาพื้นบ้าน นอกจากนี้ ภูมิปัญญาท้องถิ่นยังครอบคลุมไปถึงการสร้างที่อยู่อาศัยและการดำรงชีวิตที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมชายฝั่ง เช่น การสร้างบ้านยกพื้นสูงเพื่อป้องกันน้ำท่วม การปลูกต้นไม้เพื่อลดแรงลม หรือการทำนาเกลือที่อาศัยความรู้เกี่ยวกับการขึ้นลงของน้ำทะเล ภูมิปัญญาเหล่านี้เป็นทรัพยากรที่มีค่าที่ควรได้รับการอนุรักษ์ สืบทอด และต่อยอด เพื่อนำไปสู่การจัดการชายฝั่งที่ยั่งยืนและเหมาะสมกับบริบทของแต่ละพื้นที่ การมีส่วนร่วมของชุมชน: เสียงที่ทรงพลังในการกำหนดอนาคต การจัดการชายฝั่งอย่างยั่งยืนไม่สามารถทำได้โดยภาครัฐหรือหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชนชายฝั่งอย่างแท้จริง ชุมชนควรมีสิทธิและโอกาสในการแสดงความคิดเห็นและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์และการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งในพื้นที่ของตนเอง การมีส่วนร่วมของชุมชนไม่เพียงแต่ทำให้แผนการจัดการชายฝั่งมีความเหมาะสมและตอบสนองความต้องการของชุมชนได้ดีขึ้น แต่ยังช่วยสร้างความเป็นเจ้าของและความรับผิดชอบต่อทรัพยากรชายฝั่ง เมื่อชุมชนรู้สึกว่าตนเองมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของชายหาด พวกเขาก็จะมีแรงจูงใจในการดูแลรักษาและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรเหล่านี้อย่างยั่งยืน ความท้าทายและโอกาสในการเสริมสร้างศักยภาพชุมชน ชุมชนชายฝั่งหลายแห่งต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ เช่น ความยากจน การขาดโอกาสทางการศึกษา การเข้าไม่ถึงบริการสาธารณะ การขาดแคลนทรัพยากร และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเสริมสร้างศักยภาพของชุมชนชายฝั่งจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้พวกเขามีความเข้มแข็งและสามารถรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ได้ การเสริมสร้างศักยภาพชุมชนอาจรวมถึงการให้ความรู้เกี่ยวกับการจัดการทรัพยากรชายฝั่งอย่างยั่งยืน […]

Beachlover

June 29, 2024
1 2