ชายหาดปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีความยาวประมาณ 7.5 กิโลเมตร ต่อเนื่องจากทิศใต้ของปากน้ำปราณเรื่อยลงไปถึงหาดเขากะโหลก เป็นพื้นที่ที่ถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีรีสอร์ท ร้านอาหาร ตลอดทั้งแนว เราสามารถแบ่งหาดแถบนี้ได้เป็นสองแบบ คือโซนที่ติดกับปากน้ำปราณมีลักษณะเป็นชายหาดที่มีถนนเลียบพร้อมพื้นที่สาธารณะริมชายหาด ส่วนทางทิศใต้ติดกับเขากะโหลกเป็นรีสอร์ทประชิดชายหาดและมีถนนเล็กๆอยู่ด้านใน เรามักเรียกขานหาดทางทิศใต้นี้ว่าหาดเขากะโหลก และทางทิศเหนือว่าหาดปากน้ำปราณ

ชายหาดปากน้ำปราณถูกกัดเซาะรุนแรงมากขึ้นหลังการเกิดขึ้นของเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (Jetty) (อ่านเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/jetty/) แม้ตะกอนชายฝั่งจะมีทิศทางหลักไปทางทิศเหนือก็จริง แต่ในบางฤดูกาลก็นำพาให้เกิดปัญหากัดเซาะทางทิศใต้ของปากร่องน้ำได้เช่นกัน หลังจากนั้นจึงเกิดโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทางทิศใต้ของปากร่องน้ำทั้งกำแพงกันคลื่นแบบตั้งตรง แบบขั้นบันได และแบบหินทิ้ง พร้อมการปรับภูมิทัศน์โดยการถมพื้นที่ลงบนชายหาดและในทะเลเพื่อเพิ่มพื้นที่สาธารณะด้านหลังกำแพง พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวริมทะเล จากทั้งท้องถิ่นและกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อยมาตั้งแต่ปี 2554, 2557 และ 2559 รวมระยะทางยาวกว่า 2.9 กิโลเมตร โดยหลังจากนั้นชายหาดปากน้ำปราณก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

จนเมื่อต้นปี 2565 กรมโยธาธิการและผังเมืองได้วางแผนดำเนินโครงการสร้างแนวกำแพงกันคลื่น แบบขั้นบันไดต่อจากแนวกำแพงเดิมทางทิศใต้ ไปสิ้นสุดบริเวณหาดทรายหน้าศาลเสด็จเตี่ยปากน้ำปราณบุรี (เว้นระยะบริเวณหน้าศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกปราณบุรี ของกรมประมง) โดยโครงการก่อสร้างทั้งหมดมี 3 ระยะ รวมความยาว 888 เมตร งบประมาณการก่อสร้างรวมการปรับปรุงภูมิทัศน์ โดยรอบ เป็นจำนวนเงินกว่า 144 ล้านบาท โดยในช่วงนั้นได้มีการคัดค้านจากประชาชนบางกลุ่ม ตามอ่านเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/กรมโยธาฯยอมถอย-สร้างกำแ/


Beach Lover ได้มาสำรวจพื้นที่นี้หลายครั้งแล้ว โดยเฉพาะช่วงที่กรมโยธาธิการและผังเมืองเริ่มลงมือก่อสร้างในปลายปี 2565 ตามอ่านเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/ลงมือแล้ว-กำแพงกันคลื่น/
ชาวบ้านบางส่วนระบุว่าชายหาดบริเวณด้านหน้าหน้าศาลเสด็จเตี่ยปากน้ำปราณบุรี ระยะทางประมาณ 230 เมตรนั้น เป็นจุดที่มีหาดทรายสมบูรณ์ จากนั้นจึงมีการเจรจาเพื่อปรับรูปแบบโครงสร้างจากกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดเป็นรูปแบบที่เล็กลง และขยับแนวให้เข้ามาหาชายฝั่งมากขึ้น พร้อมๆกับการยกและย้ายเรือรบเข้ามาด้านในด้วย
Beach Lover เดินเท้าสำรวจกำแพงแห่งใหม่นี้อีกครั้งในช่วงปลายเดือน พ.ค.2568 ในช่วงน้ำลงต่ำสุด พบว่าโครงสร้างหลักเสร็จสมบูรณ์แล้ว จากสภาพน่าจะเหลือเพียงการปรับปรุงพื้นที่ภายในสวนสาธารณะด้านใน


พบว่าแนวกำแพงได้ถูกขยับเข้ามาประชิดฝั่งมากกว่ารูปแบบเดิมที่กรมโยธาธิการได้เคยนำเสนอไว้ก่อนปรับรูปแบบตามการเจรจากับผู้เห็นต่าง มีการวางกระสอบทรายขนาดใหญ่ด้านหน้ากำแพง ทั้งนี้ Beach Lover ไม่แน่ใจว่ากำแพงคอนกรีตที่อยู่ด้านหลังกระสอบทรายนี้มีรูปแบบอย่างไร เนื่องจากถูกกระสอบวางทับไปหมดแล้ว



เมื่อสำรวจชายหาดด้านหน้าพบเศษวัสดุที่น่าจะเกิดการจากก่อสร้างบางส่วนอยู่บนชายหาด และเนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่น้ำลงต่ำสุด จึงพบเห็นได้อย่างชัดเจน


ส่วนทิศเหนือสุดของกำแพงซึ่งเป็นส่วนที่ประชิดกับถนนมากๆ ณ เวลานี้ยังไม่พบผลกระทบที่เกิดขึ้น

