หาดชะอำเหนือ-ใต้ ยามน้ำขึ้น-น้ำลง

Beach Lover ชวนไปศึกษาชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี ในจังหวะน้ำลงและจังหวะน้ำขึ้น

Beach Lover ยืนที่จุดเดิมใช้ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ใช้เสาไฟและทางลงชายหาดเป็นตำแหน่งอ้างอิง แล้วถ่ายภาพซ้ำเพื่อเทียบการเปลี่ยนแปลงยามน้ำขึ้น-ลง พบว่า หาดที่มีกำแพงกันคลื่นแบบนี้ “มีหาด” เฉพาะบางเวลา และ “ไม่มีหาด” ในบางเวลา

หาดชะอำใต้

ตอนน้ำลง ผืนทรายยังโผล่ให้เห็นพอสมควร หลายคนมองแล้วอาจรู้สึกว่าก็ยังมีหาดอยู่ เดินเล่นได้ ถ่ายรูปได้ ลงไปแช่น้ำได้บ้าง แต่ถ้ามองด้วยสายตาคนทำงานชายฝั่ง จะพบว่าชายหาดถูกบีบให้แคบ ด้วยโครงสร้างกำแพงกันคลื่นตลอดแนวพื้นที่ว่างที่ควรเป็นชายหาดธรรมชาติถูกแทนที่ด้วยผิวคอนกรีตแบบขั้นบันได

และสิ่งที่สะดุดตาที่สุดในช่วงน้ำลงคือสีเขียวๆ ที่เกาะตามขั้นบันไดคอนกรีต แผ่นเขียวนี้ไม่ใช่เรื่องสวยงามแบบธรรมชาติ แต่มันคือสัญญาณของพื้นที่ที่โดนน้ำทะเลสาดซ้ำๆ ชื้น เค็ม มีแสงแดด และเหมาะกับการเกิดคราบชีวภาพ/สาหร่าย

ปัญหาคือมันลื่นมาก ลื่นชนิดที่คนทั่วไปมักประเมินต่ำกว่าความจริง ยิ่งถ้ามีคลื่นบางๆ เคลือบผิวไว้ หรือมีน้ำขังตามร่องขั้นบันได ความลื่นจะเพิ่มขึ้นทันที และเมื่อพื้นลื่นอยู่บนขอบเหลี่ยมคอนกรีต การล้มไม่ได้จบแค่เปียก แต่จบได้ด้วยการกระแทก ฟกช้ำ แตกหัก หรือแผลฉีกได้ง่ายกว่าการล้มบนทราย

หาดชะอำใต้

ช่วงน้ำลงแม้ว่ายังพอมีชายหาดอยู่บ้าง แต่เป็นหาดที่คนลงไปใช้งานแบบต้องระวังภัยตลอดเวลา โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และคนที่ใส่รองเท้าไม่เหมาะกับพื้นลื่น

สิ่งที่เห็นชัดจากการลงพื้นที่ครั้งนี้คือ เมื่อชะอำใต้น้ำขึ้นแล้วหาดหาย บรรยากาศการท่องเที่ยวนั้นเปลี่ยนไปจากแต่ก่อนสร้างกำแพงกันคลื่นมาก แม้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ยังซบเซา

เมื่อเทียบกับชายหาดฝั่งชะอำเหนือในช่วงเวลาเดียวกัน พบว่าแม้ยามน้ำขึ้นหรือน้ำลงก็ยังมีชายหาดให้ได้ใช้ประโยชน์ได้อย่างปลอดภัย

หาดชะอำเหนือ

นักท่องเที่ยวจำนวนมากเลือกย้ายไปหาพื้นที่ที่ยังให้ประสบการณ์ชายหาดได้ครบกว่า โดยการย้ายจากหาดชะอำใต้ไปยังโซนหาดชะอำเหนือ ที่ยังมีทรายให้เดิน มีพื้นที่ให้เล่นน้ำ มีพื้นที่ให้ทำกิจกรรมแบบชายหาดจริงๆ นี่คือสิ่งที่กำแพงกันคลื่นมักส่งผลกระทบกับกับเมืองท่องเที่ยวชายทะเลโดยที่เราไม่ค่อยพูดถึง

หาดชะอำเหนือ
หาดชะอำเหนือ

เราอาจปกป้องแนวหลังหาดได้ดี แต่เรากำลังสูญเสีย “ตัวชายหาด” ในฐานะพื้นที่สาธารณะและเศรษฐกิจการท่องเที่ยวไปพร้อมกัน และเมื่อหาดหาย นักท่องเที่ยวไม่ได้หายไปเฉยๆ…..เขาแค่ย้ายไปที่อื่น