โครงการนำร่องพลังงานมหาสมุทรอยู่ที่ไหนบ้าง

มหาสมุทรเป็นแหล่งทรัพยากรที่กว้างใหญ่และยังไม่ได้ถูกใช้อย่างเต็มศักยภาพ มีศักยภาพที่จะสนับสนุนการผลิตไฟฟ้าทั่วโลก เพื่อใช้ศักยภาพนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด รัฐบาล ผู้นำในอุตสาหกรรม และนักวิจัยได้ลงทุนในโครงการนำร่องที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นไปได้ของเทคโนโลยีพลังงานมหาสมุทรต่าง ๆ โครงการนำร่องพลังงานมหาสมุทรที่สำคัญ 1. โครงการพลังงานน้ำขึ้นน้ำลง (Tidal Energy Pilot Project) – อ่าวฟันดี้ ประเทศแคนาดา โครงการในอ่าวฟันดี้เป็นหนึ่งในโครงการพลังงานน้ำขึ้นน้ำลงที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยติดตั้งกังหันน้ำขึ้นน้ำลงหลายตัวในอ่าว ซึ่งสามารถคาดการณ์และพึ่งพาพลังงานจลน์จากกระแสน้ำได้ โครงการเริ่มดำเนินการในปี 2013 และสร้างผลลัพธ์ที่น่าประทับใจ กังหันสามารถผลิตไฟฟ้าได้กว่า 2 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ในปีแรก แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของพลังงานน้ำขึ้นน้ำลงในการเป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่เสถียรและน่าเชื่อถือ 2. โครงการพลังงานคลื่น (Wave Energy Pilot Project) – หาดมิมาส ประเทศสกอตแลนด์ โครงการพลังงานคลื่นในสกอตแลนด์เป็นหนึ่งในโครงการนำร่องพลังงานคลื่นที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป โดยติดตั้งเครื่องกำเนิดพลังงานคลื่นหลายเครื่องบริเวณชายหาด เครื่องกำเนิดเหล่านี้ใช้พลังงานจากคลื่นในมหาสมุทรเพื่อผลิตไฟฟ้า โครงการเริ่มดำเนินการในปี 2012 และผลิตไฟฟ้าได้กว่า 1 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ในปีแรก แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของพลังงานคลื่นในการเป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่เชื่อถือได้ 3. โครงการนำร่อง OTEC (Ocean Thermal Energy Conversion) – ฮาวาย สหรัฐอเมริกา โครงการ OTEC ในฮาวายเป็นหนึ่งในโครงการพลังงานมหาสมุทรที่มีความทะเยอทะยานที่สุดในโลก โดยใช้ระบบ OTEC ที่ใช้ความแตกต่างของอุณหภูมิระหว่างน้ำผิวมหาสมุทรที่อุ่นและน้ำลึกที่เย็น โครงการเริ่มดำเนินการในปี 2011 และผลิตไฟฟ้าได้กว่า 100 ล้านกิโลวัตต์-ชั่วโมง (kWh) ในปีแรก แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของ OTEC ในการเป็นแหล่งพลังงานหมุนเวียนที่เสถียรและต่อเนื่อง 4. โครงการแนวปะการังเทียม (Artificial Reefs Pilot Project) – ทะเลเมดิเตอร์เรเนียน โครงการนี้ใช้แนวปะการังเทียมหลายแห่งในการดึงพลังงานจากกระแสน้ำในมหาสมุทรเพื่อผลิตไฟฟ้า เริ่มดำเนินการในปี 2015 และผลิตไฟฟ้าได้กว่า 500,000 กิโลวัตต์-ชั่วโมง […]

Beachlover

February 19, 2025

ศาลปกครองสูงสุดนัดนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก คดีชายหาดชลาทัศน์

ที่มา: https://www.facebook.com/profile.php?id=61550099754739 คดีชายหาดชลาทัศน์ ในโครงการป้องกันแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งหาดสมิหลา-ชลาทัศน์ ที่ดำเนินการโดยผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยที่สงขลาฟอรั่ม กลุ่ม Beach for life กลุ่ม Law long beach และสหกรณ์ประมงพื้นบ้าชุมชนบาลาเซาะเก้าเส้ง ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองสงขลา เมื่อปี 2558 โดยยื่นฟ้อง ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา(ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1) สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสงขลา(ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2) กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 3) กรมเจ้าท่า(ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 4) และเทศบาลนครสงขลา(ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 5) ภายหลังศาลปกครองสงขลาได้มีคำพิพากษา ผู้ฟ้องคดีผู้ถูกฟ้องคดีได้อุทธรณ์คำพิพากษาต่อศาลปกครองสูงสุด ในวันนี้(18 กุมภาพันธ์ 2568) ศาลปกครองสูงสุด นัดนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก และ ตุลาการผู้แถลงคดี รับฟังข้อเท็จจริงได้ตามตุลาการเจ้าของสำนวนสรุปข้อเท็จจริงในคดี มีประเด็นที่ต้องวินิจฉัย 3 ประเด็นดังนี้ (1) การดำเนินโครงการป้องกันแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งหาดชลาทัศน์-สมิหลา ของผู้ถูกฟ้อองคดีชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ (2) การดำเนินการโครงการของผู้ถูกฟ้องคดีนั้นละเลยต่อการปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ และ(3) การกระทำละเลยของผู้ถูกฟ้องคดีเป็นการละเมิดหรือไม่ ตุลาการผู้แถลงคดีเห็นว่า ประเด็น “การดำเนินโครงการป้องกันแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งหาดชลาทัศน์-สมิหลา ของผู้ถูกฟ้องคดีชอบด้วยกฎหมายหรือไม่” […]

Beachlover

February 18, 2025

ปรากฏการณ์ลานีญา (La Niña) ส่งผลยังไงต่อชายฝั่ง

ปรากฏการณ์ลานีญา (La Niña) เป็นช่วงของความแปรปรวนทางมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศในเขตร้อน (ENSO: El Niño-Southern Oscillation) ซึ่งมีลักษณะ “ตรงข้าม” กับเอลนิโญ (El Niño) โดยในช่วงลานีญา น้ำทะเลบริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกตอนกลางและตะวันออกจะมีอุณหภูมิเฉลี่ยต่ำกว่าปกติ ในขณะที่กระแสลมสินค้า (Trade winds) จะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้มีการพัดพามวลน้ำอุ่นไปสู่ฝั่งตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิกมากขึ้น ส่งผลให้ระดับน้ำทะเลในแถบตะวันตกของแปซิฟิก (รวมถึงแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้) อาจสูงกว่าปกติ และอาจกระทบกับระบบสภาพอากาศทั่วโลก 1. การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิและกระแสน้ำ 2. ผลกระทบต่อระบบชายฝั่งและทะเล ปรากฏการณ์ลานิญญ่ามีผลอย่างมากต่อสภาพอากาศ กระแสน้ำ และระดับน้ำทะเล ส่งผลกระทบทั้งทางบวกและทางลบต่อระบบทะเลและชายฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มโอกาสการเกิดพายุหมุนเขตร้อน การกัดเซาะชายฝั่ง การเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศ และการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมประมง การศึกษาวิจัยอย่างต่อเนื่องและการจัดการพื้นที่ชายฝั่งอย่างยั่งยืนจึงมีความสำคัญ เพื่อเตรียมความพร้อมและรับมือกับความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นในช่วงที่มีลานิญญ่าได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

Beachlover

February 17, 2025

เราศึกษาผลกระทบของกำแพงกันคลื่นกันอย่างไร

การเลือกมาตรการป้องกันโดยใช้โครงสร้างทางวิศวกรรมควรเลือกเฉพาะพื้นที่ที่มีความจำเป็นมากทางเศรษฐกิจสังคมวัฒนธรรม โดยพิจารณาทางเลือกอื่นๆประกอบการพิจารณา หากไม่สามารถหลีกเลี่ยงการใช้โครงสร้างได้ ควรใช้อย่างจำกัดที่สุด และเลือกรูปแบบที่รบกวนกระบวนการธรรมชาติให้น้อยที่สุดเท่านั้น   โครงสร้างกำแพงกันคลื่นเป็นทางเลือกเพื่อการป้องกันชายฝั่งทะเลที่นิยมใช้กันมากในยุคปัจจุบัน โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบมักระบุว่าเป็นแนวทางเลือกที่ประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับโครงการป้องกันชายฝั่งในหลายๆพื้นที่เห็นพ้องต้องกันมากที่สุด เช่น หาดมหาราช หาดม่วงงาม จ.สงขลา หาดชะอำ จ.เพชรบุรี ปากน้ำปราณ จ.ประจวบคีรีขันธ์ เป็นต้น ส่วนหนึ่งของคำอธิบายโดยหน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อประกอบการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนมีดังนี้ (1) ก่อสร้างได้ง่าย และรวดเร็วกว่าโครงสร้างประเภทอื่นๆ (2) เป็นโครงสร้างทางทะเลที่ไม่ต้องจัดทำรายการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (ณ เวลานั้น ซึ่งเป็นช่วงก่อนปี 2566 ที่การก่อสร้างกำแพงกันคลื่นไม่ต้องจัดทำ EIA) ยิ่งส่งผลให้กระบวนการใช้ระยะเวลาสั้นลงกว่ารูปแบบอื่น (3) ง่ายต่อการบำรุงรักษาเพราะเป็นโครงสร้างประชิดชายฝั่ง  (4) พื้นที่บนสันกำแพงและด้านหน้าสามารถใช้เป็นพื้นที่สาธารณะและปรับภูมิทัศน์ให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวได้ (5) พื้นที่ด้านหลังกำแพงปลอดภัยจากการการกัดเซาะชายฝั่ง ข้อเท็จจริงตามทฤษฎีคือ โครงสร้างกำแพงกันคลื่นมีลักษณะเป็นกําแพงวางตัวตามแนวประชิดและขนานชายฝั่ง เพื่อรับแรงปะทะจากคลื่น ทำหน้าที่ตรึงแนวชายฝั่งให้อยู่กับที่ ช่วยรักษาเสถียรภาพของพื้นที่บริเวณริมชายฝั่งด้านหลังกำแพงกันคลื่นไม่ให้ถูกกัดเซาะ แต่ไม่ช่วยป้องกันพื้นที่ชายหาดบริเวณด้านหน้ากำแพงกันคลื่น และบริเวณข้างเคียง บริเวณชายฝั่งที่มีปัญหาการกัดเซาะพบว่าชายหาดด้านหน้ากำแพงกันคลื่นจะมีขนาดแคบลง และมักจะหายไปในที่สุดถ้าตะกอนบริเวณชายฝั่งมีปริมาณไม่เพียงพอ โดยจะออกแบบไปเป็นรูปแบบใดก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมเชิงพื้นที่ทั้งในแง่ของลักษณะทางกายภาพ กระบวนการทางชายฝั่ง การยอมรับของประชาชน ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และงบประมาณ  กำแพงกันคลื่นทำให้ปฏิสัมพันธ์ระหว่างน้ำและตะกอนทรายรวมไปถึงคลื่นและกระแสน้ำ ไม่เหมือนเดิมกับชายหาดธรรมชาติในส่วนที่ไม่มีโครงสร้างกำแพงกันคลื่น ดังนั้นพื้นที่ชายฝั่งและบริเวณข้างเคียงกำแพงกันคลื่นจึงจะมีการเปลี่ยนแปลงที่แตกต่างไปจากกรณีที่ไม่มีโครงสร้างกำแพงกันคลื่น ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ตามอ่านเพิ่มเติมได้จากโพส กำแพงกันคลื่น…ไปต่อหรือพอแค่นี้ หากเราจะศึกษาผลกระทบของกำแพงกันคลื่นที่สร้างไปแล้ว เราต้องทำยังไง? […]

Beachlover

February 14, 2025

สองเดือนผ่านไป หาดยังสบายดีไหม?…พาสำรวจชายหาดผ่าน CCTV

Beach Lover ร่วมกับ Beach for Life และพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน จ.เพชรบุรี ร่วมกันทำให้เกิดโครงการนี้ขึ้นตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม และได้เคยพาสำรวจสภาพชายหาดด้วยกล้อง CCTV มาแล้วในโพส https://beachlover.net/beach-view-mtw-palace-dec2024/ โดยผู้อ่านสามารถติดตามโครงการเล็กๆนี้ได้จาก https://www.beachwatchthailand.net จวบจนถึงปัจจุบันนี้ CCTV ที่ติดตั้งไปมีอายุครบ 2 เดือนเต็มแล้ว มีติดๆดับๆบ้าง ตามความบกพร่องของกระแสไฟฟ้าและระบบโครงข่าย Internet ซึ่งทางพระราชนิเวศน์ได้แจ้งพวกเรามาก่อนหน้านี้แล้ว อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่กระแสไฟและระบบ Internet สมบูรณ์ เราได้ภาพถ่ายจำนวนมาก นำมา Train ระบบที่กำลังทำควบคู่กันไปกับ CCTV ภาพด้านล่างคือการเปลี่ยนแปลงชายหาดในระยะเวลาสองเดือน พบว่าหญ้าที่เคยขึ้นเขียวสลับน้ำตาลบนเนินทรายด้านซ้ายมือเมื่อสองเดือนก่อนนั้นหายไปจำนวนมาก เหลือเพียงพื้นหาดทราย แต่ยังปรากฏร่องรอยของเนินทรายที่ชัดเจนในภาพด้านขวามือ เมื่อสังเกตด้วยตาเพียงอย่างเดียวจะพบว่าในช่วงสองเดือนที่ผ่านมานั้น สันของเนินทรายด้านบนไม่เปลี่ยนแปลง มีเพียงการหายไปของพืชปกคลุมเนินทรายเท่านั้น

Beachlover

February 12, 2025

Empirical Orthogonal Function (EOF) เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง

การวิเคราะห์ EOF เป็นวิธีที่มีการใช้งานอย่างแพร่หลายและมีประสิทธิภาพสำหรับการศึกษาการเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการระบุรูปแบบหลักของความแปรปรวนในข้อมูลแนวชายฝั่ง และทำความเข้าใจกระบวนการที่มีอิทธิพลต่อการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ โดย EOF ถูกนำไปใช้ในด้านต่างๆ เพื่อศึกษาการเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่งดังนี้ ข้อดีของ EOF ในการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง ถึงแม้ว่า EOF จะเป็นเครื่องมือที่ทรงพลังสำหรับการวิเคราะห์การเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่ง แต่ในบางกรณี เช่น การศึกษาทรายสันดอนที่เคลื่อนที่ (migrating sandbars) อาจต้องใช้วิธีการที่ปรับปรุงเพิ่มเติม เช่น Extended EOF หรือ Complex Principal Component Analysis เพื่อความเหมาะสมยิ่งขึ้น

Beachlover

February 12, 2025

ตรวจสอบข้อเท็จจริงการขุดลอกร่องน้ำอ่าวคุ้งกระเบน

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณี การขุดลอกร่องน้ำ บริเวณอ่าวคุ้งกระเบน ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 1 นำโดย ว่าที่ ร.ต.วิษณุพงศ์ วิเชียรรัตนกุล ผอ.ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล และเจ้าหน้าที่ศูนย์บริหารจัดการทรัพยากรป่าชายเลนจังหวัดจันทบุรี เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข้อสั่งการของอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เรื่อง การขุดลอกร่องน้ำ บริเวณอ่าวคุ้งกระเบน ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี โดยมีเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 5 กรมเจ้าท่า และผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาจันทบุรี ร่วมลงพื้นที่ด้วย จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงสำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำที่ 5 กรมเจ้าท่า เป็นผู้ดำเนินโครงการฯ โดยมีแผนปฏิบัติงานขุดลอกและบำรุงรักษาร่องน้ำ ภายในประเทศ (ดำเนินการเอง) ตั้งแต่วันที่ 29 ม.ค. 2568 – 27 ก.พ.2568 ระยะเวลาขุดลอก ประมาณ 30 วัน ซึ่งพื้นที่ดำเนินการขุดลอง และพื้นที่กองวัสดุขุดลอกห่างจากพื้นที่หญ้าทะเลประมาณ 180 […]

Beachlover

February 11, 2025

การประเมินความเสถียรของปากร่องน้ำชายฝั่งทะเล ด้วย RAPSTA

การประเมินความเสถียรของปากร่องน้ำชายฝั่งทะเลที่มีการเคลื่อนตัวของตะกอนตามแนวชายฝั่ง (littoral drift shore) จำเป็นต้องอาศัยความรู้ที่ครอบคลุมเกี่ยวกับไฮดรอลิกของน้ำขึ้นน้ำลง กลศาสตร์ของคลื่น และการเคลื่อนที่ของตะกอน  ปากร่องน้ำที่มีความ “เสถียร” อย่างแท้จริงบนชายฝั่งที่มีการเคลื่อนตัวของตะกอนไม่มีอยู่จริง ปากน้ำเหล่านี้มักจะเปลี่ยนแปลงรูปแบบ รูปตัดขวาง และรูปทรงเรขาคณิตของมันไปเรื่อยๆ ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาลของสภาพคลื่นและความแตกต่างของช่วงน้ำขึ้นน้ำลง สำหรับปากร่องน้ำชายฝั่งที่มีการเคลื่อนตัวของตะกอน แรงสมดุลหลักๆ จะมาจากการเคลื่อนที่ของตะกอนตามแนวชายฝั่ง (littoral drift) ซึ่งถูกพัดพาไปยังปากน้ำด้วยกระแสน้ำขึ้น (flood currents) ที่นำตะกอนมาสะสมบริเวณแนวสันทรายด้านในและด้านนอก (inner and outer bars) แนวตื้นเขิน (shoals) และพื้นที่ราบ (flats) ที่พยายามปิดปากน้ำ ในขณะที่กระแสน้ำลง (ebb tidal) และกระแสน้ำอื่น ๆ จะพยายามพัดพาตะกอนเหล่านี้ออกไปเพื่อรักษาพื้นที่ตัดขวางของปากร่องน้ำ หากปากร่องน้ำไม่สามารถรักษาช่องเปิดให้มีความเสถียรได้ จะต้องมีการเสริมด้วยวิธีการที่มนุษย์สร้างขึ้น จึงจำเป็นต้องพิจารณาวิธีการปรับปรุงต่าง ๆ เช่น การควบคุมการตกตะกอนในปากน้ำ ซึ่งอาจทำได้โดยการเบี่ยงเบนการไหล การขุดลอก การสร้างหลุมดักตะกอน (traps) หรือด้วยวิธีการโครงสร้าง เช่น การสร้างรอบังคับกระแสน้ำ (training walls) เขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (jetties) เป็นต้น แบบจำลอง RAPSTA หรือชื่อเต็มคือ RAPid […]

Beachlover

February 10, 2025

สำรวจปลายสุดกำแพงหาดชะอำใต้

Beach Lover พาชมหาดชะอำ จ.เพชรบุรี มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ก่อนสร้างกำแพงกันคลื่น ระหว่างงานก่อสร้าง จน กำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดแล้วเสร็จ มาเมื่อหลายปีก่อน สามารถหาอ่านได้จากโพสเก่าๆ วันนี้ขอพาเดินสำรวจสภาพชายหาดทางทิศใต้ของกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได ซึ่งเป็นปลายสุดของระยะสุดท้ายของโครงการกันบ้าง โดยอันที่จริงแล้วพื้นที่บริเวณโครงสร้างกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดระยะสุดท้ายที่ดำเนินการโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองนั้น ในอดีตมีกำแพงกันคลื่นแบบตั้งตรงเกือบตลอดทั้งแนวแล้ว น่าตั้งคำถามว่าเหตุผลใดจึงต้องสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่งทับลงบนพื้นที่ที่มีโครงสร้างเดิมอยู่แล้ว และไม่มีร่องรอยความเสียหายอย่างรุนแรงจนต้องซ่อมแซมด้วย พื้นที่ทางทิศใต้ของกำแพงกันคลื่นหาดชะอำใต้นั้น เป็นชายหาดทรายค่อนข้างตรงยาวประชิดด้วยพื้นที่เอกชน ไม่มีพื้นที่หรือถนนสาธารณะเหมือนดังเช่นหาดชะอำเหนือและใต้ ผู้ใช้ประโยชน์ชายหาดคือนักท่องเที่ยวต้องตั้งใจเดินเท้ามาเท่านั้นหรือไม่ก็พักอยู่บริเวณรีสอร์ทแถบนี้ พบร่องรอยการกัดเซาะเล็กน้อยโดยพบหินทิ้งวางระเกะระกะตามแนวชายฝั่งประมาณ 60 เมตร และถุงปูนซีเมนต์ที่ถูกทำให้แข็งและวางอยู่ประชิดหาดความยาวตลอดแนวประมาณ 60 เมตร ถัดจากนั้นลงมาทางใต้เป็นพื้นที่รกร้างยังไม่มีการใช้ประโยชน์และพบกำแพงกันดินขนาดเล็ก โดยไม่พบร่องรอยของการกัดเซาะใดๆ แม้โดยภาพรวมพื้นที่ส่วนนี้จะเป็นทิศเหนือน้ำ (Up-drift) ซึ่งเป็นด้านที่ได้รับผลกระทบจากกำแพงกันคลื่นค่อนข้างน้อย แต่พบร่องรอยความพยายามป้องกันเขตที่ดินของเอกชนอยู่บ้าง คาดว่าอาจถูกกัดเซาะในบางฤดูกาล มีระยะทางประมาณ 120 เมตร

Beachlover

February 7, 2025

ต้นทุนของพลังงานมหาสมุทร

แม้ว่าพลังงานมหาสมุทรจะมีศักยภาพที่ยิ่งใหญ่ แต่ความคุ้มค่าด้านต้นทุนก็เป็นปัจจัยสำคัญในการกำหนดการยอมรับในวงกว้าง โดยมีการวิเคราะห์ต้นทุนการติดตั้ง การบำรุงรักษา และการดำเนินงาน ดังนี้ การเปรียบเทียบกับแหล่งพลังงานอื่น (หน่วยค่าเงินเป็น US Dollar) แหล่งพลังงาน ต้นทุนการติดตั้ง (ต่อ MW) ต้นทุนการบำรุงรักษา (ต่อปีต่อ MW) ต้นทุนการดำเนินงาน (ต่อ MWh) พลังงานน้ำขึ้นน้ำลง $1.5-$2.5 ล้าน $500,000-$750,000 3-4 เซนต์ พลังงานคลื่น $1.8-$3.0 ล้าน $600,000-$900,000 4-6 เซนต์ พลังงานลม $1.2-$2.5 ล้าน $300,000-$500,000 2-4 เซนต์ พลังงานแสงอาทิตย์ $1.0-$2.0 ล้าน $200,000-$400,000 1-3 เซนต์ ถ่านหิน $0.5-$1.5 ล้าน $10,000-$20,000 6-12 เซนต์ พลังงานนิวเคลียร์ $2.0-$4.0 ล้าน $50,000-$100,000 8-16 เซนต์ จากตาราง พลังงานมหาสมุทรมีความคุ้มค่ากว่าพลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ โดยต้นทุนรวมเทียบได้กับหรือสูงกว่าพลังงานนิวเคลียร์ในบางกรณี กรอบนโยบายและกฎระเบียบ เพื่อสนับสนุนการพัฒนาพลังงานมหาสมุทร […]

Beachlover

February 7, 2025
1 … 23 24 25 … 125