ความเร็วกระแสน้ำที่ส่งผลต่อวิถีประมงพื้นบ้าน

วิถีชีวิตของชาวประมงพื้นบ้านที่ใช้เรือขนาดเล็กออกทะเลเพื่อทำมาหากินนั้น จะขึ้นอยู่กับธรรมชาติเป็นหลัก หากกระบวนการทางธรรมชาติเปลี่ยนแปลงไป เช่น น้ำตื้นขึ้น ลึกขึ้น กระแสน้ำไหลเร็วขึ้น หรือช้าลง อาจกระทบต่อแหล่งวางไข่ของสัตว์น้ำ แหล่งทำมาหากิน เส้นทางเดินเรือของชาวประมงได้ เพราะวิถีพื้นบ้านนั้นไม่สามารถออกทะเลไปได้ไกลจากฝั่งมากมายเหมือนเรือประมงพาณิชย์ ที่แม้หากธรรมชาติใกล้ๆฝั่งเปลี่ยนแปลงไปก็อาจไม่กระทบมากเนื่องจากมีแหล่งทำมาหากินอยู่บริเวณทะเลน้ำลึกห่างจากฝั่งไปค่อนข้างไกล

Beach Lover ชวนศึกษาข้อมูลเบื้องต้นของความเร็วกระแสน้ำที่อาจส่งผลต่อการตกตะกอน การเดินเรือ การอยู่รอดของปะการัง รวมถึงแหล่งวางไข่ของสัตว์ทะเลดังนี้

ความเร็วกระแสน้ำที่ทำให้ตะกอนทรายตกสะสม

o โดยทั่วไป ตะกอนทรายขนาดกลาง (~0.25 มม.) จะเริ่มตกสะสมเมื่อความเร็วกระแสน้ำลดลงต่ำกว่า 0.2–0.3 เมตรต่อวินาที

o ตะกอนขนาดเล็กกว่า เช่น ทรายละเอียดมาก หรือโคลน อาจตกสะสมที่ความเร็วต่ำกว่า0.1 เมตรต่อวินาที

o หากความเร็วกระแสน้ำต่ำกว่า 0.05 เมตรต่อวินาที พื้นที่บริเวณนั้นมีแนวโน้มจะเกิดการสะสมของตะกอนอย่างต่อเนื่อง จนอาจทำให้ท้องทะเลตื้นเขิน

ความเร็วกระแสน้ำที่ส่งผลกระทบต่อปะการัง

o ปะการังต้องการกระแสน้ำเพื่อช่วยหมุนเวียนออกซิเจน นำพาสารอาหาร และพัดพาสิ่งตกค้างออกจากโครงสร้างปะการัง

o หากกระแสน้ำมีความเร็วต่ำกว่า 0.05 เมตรต่อวินาที อาจเกิดการสะสมของตะกอนบนแนวปะการัง ทำให้ปะการังขาดแสงแดดและสารอาหาร ส่งผลให้เกิดภาวะปะการังฟอกขาวหรือการตายของปะการัง

o แต่หากกระแสน้ำเร็วเกินไป (มากกว่า 1 เมตรต่อวินาที) อาจส่งผลกระทบทางกายภาพ เช่น ทำให้ปะการังแตกหัก

ความเร็วกระแสน้ำที่อาจเป็นอันตรายต่อเรือประมงพื้นบ้านขนาดเล็ก

o กระแสน้ำที่มีความเร็ว มากกว่า 0.5 เมตรต่อวินาที (1 น็อต) อาจเริ่มเป็นอุปสรรคต่อเรือประมงพื้นบ้านที่ใช้กำลังเครื่องยนต์ต่ำ โดยเฉพาะในบริเวณที่ต้องเข้าออกท่าเรือหรือช่องแคบ

o หากกระแสน้ำไหลแรงเกิน 1.0–1.5 เมตรต่อวินาที (2-3 น็อต) อาจทำให้เรือขนาดเล็กเสียการทรงตัวได้ง่าย โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนทิศทางการเดินเรือหรือในบริเวณที่มีคลื่นกระทบจากเรือลำอื่น

ความเร็วกระแสน้ำที่เหมาะสมสำหรับแหล่งวางไข่

o ส่วนใหญ่สัตว์น้ำต้องการกระแสน้ำที่ ไม่แรงเกินไป เพื่อป้องกันไม่ให้ไข่และตัวอ่อนถูกพัดออกจากพื้นที่ก่อนฟักตัว

o ความเร็วกระแสน้ำที่เหมาะสมมักอยู่ในช่วง 0.05 – 0.3 เมตรต่อวินาที

o ต่ำกว่า 0.05 เมตรต่อวินาที: อาจทำให้เกิดการสะสมของตะกอน ปกคลุมไข่ ทำให้ขาดออกซิเจนและตายได้

o สูงกว่า 0.3 เมตรต่อวินาที: อาจทำให้ไข่และตัวอ่อนถูกพัดพาออกไปยังพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม

ฉะนั้น หากโครงการพัฒนาริมชายฝั่งใด ที่ส่งผลให้ความเร็วกระแสน้ำเป็นไปตามเกณฑ์ข้างต้น ควรพิจารณาถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อวิถีประมงพื้นบ้านและระบบนิเวศชายฝั่งทะเลอย่างรอบคอบและรอบด้าน