กำแพงกันคลื่นปกป้องใคร ณ หาดปราณบุรี… เมื่อ “ทางออก” กลายเป็น “ปัญหา” ของคนถัดไป

เวลาพูดถึง “กำแพงกันคลื่น” หลายคนมักนึกภาพโครงสร้างแข็งแกร่งที่ยืนหยัดต้านพลังของคลื่นริมทะเลได้ แต่สิ่งที่ภาพต่อไปนี้จะบอกเล่า กลับเป็นเรื่องราวอีกด้านหนึ่งที่ไม่ค่อยมีใครพูดถึง นั่นคือ สิ่งที่เกิดขึ้นกับหาดทรายที่อยู่ ข้างๆ กำแพง ก่อนจะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นที่หาดปราณบุรี ต้องเข้าใจหลักการพื้นฐานก่อนว่า ทรายบนชายหาดนั้นไม่ได้หยุดอยู่กับที่ แต่มีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลาตามแนวชายฝั่ง (Longshore Sediment Transport) โดยคลื่นและกระแสน้ำจะพัดพาตะกอนทรายจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่งอย่างต่อเนื่อง ลองนึกภาพสายพานลำเลียงทรายที่วิ่งไปตลอดแนวชายฝั่ง ทรายจากหาดหนึ่งถูกพัดพาไปเติมให้กับหาดถัดๆ ไปเป็นวัฏจักร ชายหาดจึงมีสมดุลอยู่ได้ก็เพราะกระบวนการนี้ เมื่อมีการก่อสร้างกำแพงกันคลื่น (Seawall) ขึ้นมาในบริเวณใดบริเวณหนึ่ง กำแพงนั้นจะทำหน้าที่ปกป้องทรัพย์สินที่อยู่เบื้องหลังได้จริง แต่ในเวลาเดียวกัน มันก็ขัดขวางการไหลเวียนของตะกอนตามแนวชายฝั่ง เปรียบเสมือนการสร้างเขื่อนกลางสายพานลำเลียง ทรายที่ควรจะไหลผ่านไปเติมให้หาดด้านล่าง ก็ถูกตัดหายไป ปรากฏการณ์นี้เรียกในทางวิชาการว่า Downdrift erosion หรือ Flanking erosion คือการกัดเซาะที่รุนแรงขึ้นบริเวณปลายสุดและข้างๆ ของกำแพง ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการที่โครงสร้างแข็งดึงดูดพลังงานคลื่นให้มาซัดกระจุกในจุดนั้น พร้อมกันนั้นก็ตัดการลำเลียงทรายที่หาดข้างเคียงเคยได้รับ Beach Lover ชวนเดินเท้าสำรวจภาพตอนกลางของหาดปราณบุรี ภาพที่พบได้บอกเล่าเรื่องราวนี้อย่างชัดเจนมาก บริเวณที่มีกำแพงกันคลื่นอยู่นั้นยังพอมีแผ่นดินเหลือ แต่หาดที่อยู่ถัดออกไปทางด้านข้าง ซึ่งไม่มีกำแพงป้องกัน กลับถูกกัดเซาะอย่างรุนแรง จนเกิดเป็นหน้าผาทรายสูงชัน ดินพังทลาย และสิ่งก่อสร้างถูกกลืนหายไปต่อหน้าต่อตา ท่อระบายน้ำที่เคยฝังอยู่ใต้ดิน บัดนี้โผล่ขึ้นมานอนบนหาดหลังจากดินถูกคลื่นกัดเซาะออกไปจนหมด สะท้อนให้เห็นว่าการกัดเซาะนั้นลึกและรุนแรงเพียงใด ไม่ใช่แค่ผิวดินชั้นบน แต่กัดลึกลงไปถึงโครงสร้างพื้นฐานที่ฝังอยู่ใต้ดิน ปัญหาที่ซับซ้อนกว่านั้นคือ วงจรของการกัดเซาะที่จะไม่มีวันสิ้นสุดได้ด้วยตัวเอง เมื่อหาดข้างกำแพงถูกกัดเซาะมากขึ้น […]

Beachlover

March 26, 2026

สำรวจหาดทรายแก้ว พบตะกอนทรายเพิ่มต่อเนื่อง หลังใช้รั้วดักทราย

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 22 มีนาคม 2569 กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง โดยส่วนวิศวกรรมและฟื้นฟูชายฝั่ง ร่วมกับส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 10 ลงพื้นที่สำรวจการเปลี่ยนแปลงชายหาดบริเวณโครงการปักรั้วไม้ดักทราย หาดทรายแก้ว ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นพื้นที่วิกฤตด้านการกัดเซาะชายฝั่งในเขตอุทยานแห่งชาติสิรินาถ ผลการสำรวจพบว่า บริเวณด้านหลังแนวรั้วไม้ดักทรายมีการสะสมตัวของตะกอนทรายเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนเกิดเป็นเนินทรายที่มีความสูง โดยเจ้าหน้าที่ได้บันทึกข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศด้วยอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ครอบคลุมระยะทางประมาณ 1,600 เมตร เพื่อนำไปใช้เป็นฐานข้อมูลในการวิเคราะห์และติดตามผลในระยะยาว ทั้งนี้ การดำเนินงานดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของนายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ที่ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเน้นการใช้มาตรการที่สอดคล้องกับธรรมชาติ ควบคู่กับการนำเทคโนโลยีและข้อมูลเชิงวิชาการมาสนับสนุนการบริหารจัดการ เพื่อให้เกิดผลลัพธ์อย่างยั่งยืน กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งจะติดตามประเมินผลอย่างต่อเนื่อง พร้อมพัฒนาแนวทางการฟื้นฟูชายฝั่งในพื้นที่อื่น ๆ ที่ประสบปัญหา เพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของประเทศต่อไป

Beachlover

March 22, 2026

รั้วไม้ป้องกันชายฝั่งปากคลองกลาย: เมื่อโครงสร้างไม่อ่อนพอต่อคลื่น

ชายหาดปากคลองกลาย อำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช นับเป็นหนึ่งในพื้นที่ที่เผชิญกับปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งมาอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากเป็นชายหาดด้านทิศเหนือของปากร่องน้ำที่มีโครงสร้าง Jetty และ Breakwater ต่อเนื่องไปทางทิศเหนือ หรือ ด้านท้ายน้ำของโครงสร้าง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ได้ดำเนินโครงการปักไม้สนเพื่อป้องกันคลื่นและชะลอการกัดเซาะเป็นแนวยาวตลอดแนวชายหาด เมื่อ Beach Lover เดินทางมาสำรวจในต้นปี 2569 ภาพที่เห็นกลับทำให้ต้องตั้งคำถามสำคัญ  “รั้วไม้หายไปหมดแล้ว และชายหาดยังคงถูกกัดเซาะอยู่ต่อไป” การปักไม้ เป็นหนึ่งในมาตรการป้องกันชายฝั่งแบบ “โครงสร้างอ่อน”  ซึ่งมีแนวคิดพื้นฐานว่า หากเราชะลอความเร็วของคลื่นและกระแสน้ำที่วิ่งเข้าหาฝั่ง ตะกอนจะค่อย ตกสะสมระหว่างแนวไม้ และในที่สุดจะช่วยเสริมสร้างชายหาดได้เองตามธรรมชาติ หลักการนี้ใช้ได้ผลดีในหลายพื้นที่ทั่วโลก โดยเฉพาะชายฝั่งที่มีลักษณะความลาดชันของหน้าหาดไม่สูงมาก คลื่นมีพลังงานต่ำถึงปานกลาง มีตะกอนในระบบเพียงพอที่จะถูกพัดพามาสะสม และกระแสน้ำชายฝั่งไม่รุนแรง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกชายหาดจะตอบสนองต่อมาตรการนี้ในแบบเดียวกัน สีเข้มของตะกอนบ่งชี้ถึงองค์ประกอบของอนุภาคที่ละเอียดและมีความหนาแน่นสูง ซึ่งมักเกิดจากการผสมของทรายกับแร่หนัก หรือตะกอนโคลนละเอียดที่ถูกพัดมาจากปากแม่น้ำหรือแหล่งน้ำใกล้เคียง ลักษณะตะกอนแบบนี้มีนัยสำคัญในแง่ของพลวัตชายฝั่ง กล่าวคือตะกอนละเอียดมีแนวโน้มถูกพัดพาออกได้ง่ายกว่าตะกอนหยาบ เมื่อคลื่นและกระแสน้ำมีพลังงานเพียงพอ แม้จะมีแนวไม้ปักขวางอยู่ก็ตาม นอกจากนี้ ชายหาดที่อยู่ใกล้ปากคลองหรือบริเวณอิทธิพลของน้ำจืด มักมีรูปแบบการไหลเวียนของตะกอนที่ซับซ้อน ทำให้การประเมินว่าตะกอนจะ “สะสม” หรือ “สูญเสีย” ต้องอาศัยข้อมูลเชิงลึก เช่น การตรวจวัดกระแสน้ำ การเก็บตัวอย่างตะกอน และการวิเคราะห์ภาพถ่ายดาวเทียมย้อนหลัง ก่อนที่จะนำโครงสร้างใดๆ ไปติดตั้ง […]

Beachlover

March 22, 2026

ใต้รอยล้อ: เมื่อกิจกรรมนันทนาการเปลี่ยนกายภาพของหาด

หาดทรายที่เราเห็นนั้นไม่ได้เป็นเพียงพื้นผิวนิ่งๆ แต่เป็น ระบบตะกอนพลวัต  ที่เม็ดทรายมีการเคลื่อนที่ตลอดเวลาตามแรงของคลื่น ลม และกระแสน้ำชายฝั่ง โดยปกติ เม็ดทรายบนชายหาดจะมีช่องว่างระหว่างเม็ด ช่วยให้น้ำซึมผ่านได้ดี และให้อากาศแทรกอยู่ได้ สภาพนี้สำคัญมากต่อสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กในชั้นทราย และการฟักไข่ของเต่าทะเล เมื่อล้อรถวิ่งทับ แรงกดจะทำให้เม็ดทรายอัดแน่นขึ้น เรียกว่า การบดอัดของตะกอน ส่งผลให้ ความแข็งของพื้นทรายเพิ่มขึ้น ทรายอัดแน่นจนสิ่งมีชีวิตที่อาศัยในชั้นทรายลึกลงไปไม่ได้ การระบายน้ำแย่ลง ส่งผลให้น้ำที่ไหลบ่าในช่วงน้ำขึ้นหรือฝนตกจะไหลออกได้ช้าลง โครงสร้างผิวหน้าเปลี่ยนไป  เกิดร่องทรายตามรอยล้อ ทำให้พื้นที่ไม่สม่ำเสมอ ซึ่งส่งผลต่อทิศทางไหลของน้ำและการสะสมตัวของตะกอนในระยะยาว สิ่งที่น่าห่วงไม่ใช่รอยล้อที่มองเห็น เพราะน้ำทะเลและลมจะลบรอยเหล่านั้นไปได้ในเวลาไม่นาน แต่คือผลกระทบสะสม ที่เกิดขึ้นเมื่อการบดอัดเกิดซ้ำในบริเวณเดิมอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ สูญเสียแหล่งอยู่อาศัยของสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังในทราย ลดความสามารถของหาดในการฟื้นตัวตามธรรมชาติ โดยเฉพาะหลังพายุหรือคลื่นแรง และเพิ่มความเสี่ยงในพื้นที่วางไข่เต่าทะเล ซึ่งต้องการทรายที่ร่วนและมีอุณหภูมิสม่ำเสมอสำหรับการฟักไข่ Beach Lover พาสำรวจชายหาดเขากะโหลก จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดีของปัญหาที่พบได้ทั่วไปในหาดท่องเที่ยวของไทย คือการใช้พื้นที่ชายหาดในฐานะสนามกิจกรรม โดยยังขาดกลไกจัดการเชิงพื้นที่ที่ชัดเจน เช่น การกำหนดโซนกิจกรรม การจำกัดพื้นที่วิ่งรถ หรือการติดตามสถานะกายภาพชายหาดอย่างสม่ำเสมอ รอยล้อบนทรายเป็นหลักฐานที่มองเห็นได้ง่าย แต่ผลกระทบที่แท้จริงซ่อนอยู่ใต้ผิวทราย และนั่นต่างหากคือสิ่งที่ควรนำมาพิจารณาในการวางแผนการท่องเที่ยวชายหาดอย่างยั่งยืน

Beachlover

March 21, 2026

หาดชะอำเหนือ-ใต้ ยามน้ำขึ้น-น้ำลง

Beach Lover ชวนไปศึกษาชายหาดชะอำ จ.เพชรบุรี ในจังหวะน้ำลงและจังหวะน้ำขึ้น Beach Lover ยืนที่จุดเดิมใช้ช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ ใช้เสาไฟและทางลงชายหาดเป็นตำแหน่งอ้างอิง แล้วถ่ายภาพซ้ำเพื่อเทียบการเปลี่ยนแปลงยามน้ำขึ้น-ลง พบว่า หาดที่มีกำแพงกันคลื่นแบบนี้ “มีหาด” เฉพาะบางเวลา และ “ไม่มีหาด” ในบางเวลา ตอนน้ำลง ผืนทรายยังโผล่ให้เห็นพอสมควร หลายคนมองแล้วอาจรู้สึกว่าก็ยังมีหาดอยู่ เดินเล่นได้ ถ่ายรูปได้ ลงไปแช่น้ำได้บ้าง แต่ถ้ามองด้วยสายตาคนทำงานชายฝั่ง จะพบว่าชายหาดถูกบีบให้แคบ ด้วยโครงสร้างกำแพงกันคลื่นตลอดแนวพื้นที่ว่างที่ควรเป็นชายหาดธรรมชาติถูกแทนที่ด้วยผิวคอนกรีตแบบขั้นบันได และสิ่งที่สะดุดตาที่สุดในช่วงน้ำลงคือสีเขียวๆ ที่เกาะตามขั้นบันไดคอนกรีต แผ่นเขียวนี้ไม่ใช่เรื่องสวยงามแบบธรรมชาติ แต่มันคือสัญญาณของพื้นที่ที่โดนน้ำทะเลสาดซ้ำๆ ชื้น เค็ม มีแสงแดด และเหมาะกับการเกิดคราบชีวภาพ/สาหร่าย ปัญหาคือมันลื่นมาก ลื่นชนิดที่คนทั่วไปมักประเมินต่ำกว่าความจริง ยิ่งถ้ามีคลื่นบางๆ เคลือบผิวไว้ หรือมีน้ำขังตามร่องขั้นบันได ความลื่นจะเพิ่มขึ้นทันที และเมื่อพื้นลื่นอยู่บนขอบเหลี่ยมคอนกรีต การล้มไม่ได้จบแค่เปียก แต่จบได้ด้วยการกระแทก ฟกช้ำ แตกหัก หรือแผลฉีกได้ง่ายกว่าการล้มบนทราย ช่วงน้ำลงแม้ว่ายังพอมีชายหาดอยู่บ้าง แต่เป็นหาดที่คนลงไปใช้งานแบบต้องระวังภัยตลอดเวลา โดยเฉพาะเด็ก ผู้สูงอายุ และคนที่ใส่รองเท้าไม่เหมาะกับพื้นลื่น สิ่งที่เห็นชัดจากการลงพื้นที่ครั้งนี้คือ เมื่อชะอำใต้น้ำขึ้นแล้วหาดหาย บรรยากาศการท่องเที่ยวนั้นเปลี่ยนไปจากแต่ก่อนสร้างกำแพงกันคลื่นมาก แม้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ยังซบเซา […]

Beachlover

February 22, 2026

รั้วไม้ดักทรายหน้าสตน ยังสบายดี?

Beach Lover ลงสำรวจภาคสนามที่ชายหาดหน้าสตน จ.นครศรีธรรมราช ในช่วงที่ทะเลมีกำลังแรงในเดือนกุมภาพันธ์ ช่วงฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพอดี ภาพที่เห็นตรงหน้าให้บทเรียนที่ชัดมากเรื่องหนึ่งคือ มาตรการปักไม้/ทำรั้วไม้ดักทราย ที่หลายคนเชื่อว่าจะช่วยลดการกัดเซาะได้ แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงคลื่นลมรุนแรงจริงๆ มันไม่ทำงานอย่างที่หวัง จากสภาพพื้นที่ที่พบ รั้วไม้ถูกปักเรียงเป็นแนวขนานชายฝั่งต่อเนื่องยาวพอสมควร มีการเสริมฐานด้วยวัสดุชั่วคราวหลายชนิด เช่น กระสอบ/ถุงบิ๊กแบ็ก วัสดุผ้า (ลักษณะคล้ายจีโอเท็กซ์ไทล์) และซากวัสดุแตกหัก กระจายอยู่บริเวณโคนแนวไม้และพื้นที่ด้านใน แนวไม้หลายช่วง เอียง บิด แตกหัก หรือถูกถอน/พังจนเหลือเป็นซี่  ให้เห็นว่าคลื่นไม่ได้มาแค่ซัดผ่าน แต่มาแบบมีพลังพอจะทำลายได้ ขณะเดียวกัน บริเวณด้านในที่ควรจะเป็นพื้นที่ได้ประโยชน์จากการดักทรายจากรั้วไม้ ก็ยังเห็นร่องรอยการถูกกระทำจากคลื่น ทั้งการชะล้าง และพังทลายอย่างต่อเนื่อง ประเด็นคือ ต้องเข้าใจก่อนว่า รั้วไม้ดักทราย (sand fence ตามนิยามของกรมทรัพยากรทางทะเลแและชายฝั่ง) โดยหลักการไม่ใช่กำแพงกันคลื่น มันถูกออกแบบให้เป็นโครงสร้าง โปร่ง (porous) เพื่อลดความเร็วของกระแสน้ำ และช่วยให้ทรายตกทับถมทีละน้อย เหมาะกับสภาพพลังงานคลื่นต่ำถึงปานกลาง หรือใช้เป็นมาตรการเสริมในพื้นที่ที่เป้าหมายคือ ฟื้นรูปทรงชายหาด/สันทราย/เนินทราย แบบค่อยเป็นค่อยไป แต่เมื่อเข้าสู่ฤดูมรสุมของอ่าวไทยตอนล่าง คลื่นสูงขึ้น คาบคลื่นยาวขึ้น น้ำหนุนสูงขึ้น และเกิดการกัดเซาะเชิงฤดูกาลอย่างเด่นชัด สภาพแวดล้อมในช่วงนี้เปลี่ยนจาก “ระบบสะสมตะกอน” เป็น “ระบบพังทลายตะกอน” ทันที Beach Lover ได้เคยตั้งคำถามและชวนคิดผ่านการนำเสนอภาพและเรื่องราวของรั้วไม้ดักทรายมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้เป็นอีกครั้งที่อยากชวนสังคมคิดต่อว่า  รั้วไม้ดักทรายนั้น ‘ได้ผล’ […]

Beachlover

February 20, 2026

หาดหาย… ท้ายกำแพง!!!

หาดทรายแก้ว ชิงโค จังหวัดสงขลา เป็นหาดที่เป็นทั้งพื้นที่พักผ่อน พื้นที่ทำกิจกรรมชายหาด และที่สำคัญคือเป็นแนวกันชนธรรมชาติที่คอยรับแรงคลื่นแทนถนนด้านหลังมานาน เมื่อไรที่หาดยังกว้างพอ ถนนริมทะเลก็ยังพอมีระยะปลอดภัย แต่เมื่อไรที่หาดเริ่มหาย ความเสี่ยงจะตรงเข้าหาโครงสร้างพื้นฐานทันที และนี่คือบริบทที่ทำให้ Beach Lover หยิบยกเรื่องกำแพงกันคลื่นที่นี่มาเล่าซ้ำแล้วซ้ำเล่า (ติดตามได้จากโพสเก่าๆ) เมื่อมีการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นเพื่อป้องกันชายฝั่งในพื้นที่ชิงโค ฟังดูเหมือนเป็นคำตอบตรงไปตรงมาสำหรับการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นหลังการก่อสร้างกลับเป็นภาพความเสียหายในพื้นที่ทางทิศเหนือที่ชัดเจนมาก ด้านทิศเหนือของกำแพงถูกกัดเซาะอย่างรุนแรง และวันนี้ถนนริมทะเลที่เคยห่างจากชายฝั่งโดยมีป่าสนและชายหาดเป็นพื้นที่กันชนนั้นขาดไปแล้ว ภาพถนนที่ถูกคลื่นกัดเซาะจนหาย เหลือเพียงขอบแอสฟัลต์แตกหักและเศษวัสดุพังทลายไหลลงทะเล ไม่ได้เป็นแค่ภาพความเสียหายเฉพาะหน้า เราตรึงแนวชายฝั่งไว้ด้วยกำแพง ณ จุดหนึ่ง ความเสียหายมักถูกผลักให้ไปปะทุอีกที่หนึ่งเสมอ โดยเฉพาะบริเวณท้ายโครงสร้าง ตรงนี้ต้องพูดให้ชัดว่า คำว่าป้องกันชายฝั่งในทางปฏิบัติมักถูกใช้กันอยู่สองความหมาย ความหมายแรกคือป้องกันทรัพย์สินด้านหลัง เช่น ถนน บ้าน รีสอร์ต ไม่ให้ถูกคลื่นซัดจนพังเสียหาย ความหมายที่สองคือป้องกันให้ชายหาดยังอยู่ต่อไปในฐานะพื้นที่ธรรมชาติและพื้นที่สาธารณะ ซึ่งสองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน โดยกำแพงกันคลื่นจำนวนมากทำงานได้ดีในความหมายแรก แต่กลับทำให้ความหมายที่สองแย่ลง เพราะกำแพงไม่ได้สร้างหาดทราย และไม่ได้ทำให้ระบบตะกอนกลับมาสมดุล มันเพียงแค่ขวางคลื่น ณ ตำแหน่งที่เราสร้าง ส่วนพลังงานและการขนส่งตะกอนตามธรรมชาติยังคงทำงานต่อ และมักไปแสดงผลที่ท้ายโครงสร้างหรือพื้นที่ข้างเคียงแทน กลไกที่ทำให้ชายหาดด้านท้ายน้ำของกำแพงกันคลื่นถูกกัดเซาะอย่างรุนแรงนั้น Beach Lover ได้เขียนไว้แล้วในหลายๆโพส ตามอ่านได้จากโพสเก่าๆ เมื่อมองในภาพใหญ่ สงขลาคือหนึ่งในจังหวัดที่มีการถกเถียงเรื่องกำแพงกันคลื่นมาอย่างต่อเนื่อง เพราะหลายพื้นที่ต้องการความปลอดภัยของถนนและทรัพย์สิน […]

Beachlover

February 17, 2026

งานก่อสร้างกำแพง หาดบางเกตุ เพชรบุรี

หาดบางเกตุตั้งอยู่หมู่ 7  บ้านบางเกตุ  อ.ชะอำ  จ.เพชรบุรี   ซึ่งมีความสวยงามมีสวนสาธารณะไว้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของคนในชุมชนและนักท่องเที่ยว  โดยมีแนวทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติในแง่การพักผ่อนอยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริง  ที่หาดบางเกตุมีทั้งโรงแรมหรือจะกางเต็นท์ก็ได้ เป็นชายหาดที่มีความร่มรื่น เงียบสงบ และสะอาด ตลอดแนวชายหาดจะมีต้นไม้ขึ้นเรียงราย จึงเหมาะสำหรับครอบครัวและนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะมาเล่นน้ำและพักผ่อน และบริเวณใกล้ชายหาดมีน้อยหน่าที่มีรสชาติดีที่สุดในจังหวัดเพชรบุรีสามารถหาซื้อได้บริเวณริมถนนบ้านบางเกตุเท่านั้น ในช่วงเดือนมิถุนายน- กันยายน ของทุกปี (http://www.bangkao.go.th) หาดบางเกตุมีบรรยากาศแบบชายฝั่งชุมชนมากกว่าหาดท่องเที่ยว มีบ้านเรือน ร้านเล็กๆ ทางลงหาดที่คนท้องถิ่นคุ้นเคย และชายหาดที่ทำหน้าที่เป็นทั้งที่พักผ่อน ที่ทำกิจกรรม และที่รับแรงกระแทกจากมรสุมแทนชุมชนมาโดยตลอด “หาด” จึงไม่ใช่แค่ภูมิทัศน์ แต่เป็นพื้นที่กันชน แม้ไม่ได้คึกคักแบบแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้ๆอย่างหาดชะอำก็ตาม Beach Lover เคยพาสำรวจหาดแห่งนี้ไปแล้วเมื่อ 6 ปีก่อน ตามอ่านได้จาก https://beachlover.net/ต้นสนล้ม-ณ-หาดบางเกตุ/ ครั้งนี้ Beach Lover พาเดินสำรวจหาดบางเกตุอีกครั้งช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ พบงานก่อสร้างกำแพงตามภาพ กำแพงหินก่อที่กำลังก่อสร้างยาวตามแนวชายฝั่ง จากการสอบถามพบว่าสร้างเพื่อ “กันเขตที่ดินเอกชน” ซึ่งหากสังเกตจากภาพที่ Beach Lover ถ่ายและเขียนไว้เพื่อ 6 ปีก่อน ก็คือมาทดแทนรั้วเสาคอนกรีตและลวดหนามที่น่าจะพังทลายไปก่อนหน้านั่นเอง ถ้ามองผ่านสายตาคนทั่วไป กำแพงลักษณะนี้ดูมั่นคง แข็งแรง แต่ถ้ามองด้วยสายตาของวิศวกรชายฝั่ง […]

Beachlover

February 14, 2026

ติดตามสถานการณ์กัดเซาะชายฝั่งหาดปะนาเระ จ.ปัตตานี

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 9 โดยส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ลงพื้นที่สำรวจและตรวจสอบบริเวณ หาดปะนาเระ ตำบลปะนาเระ อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี ซึ่งอยู่ในระบบหาดบางแหลมโพธิ์–บางมะรวด จากการสำรวจพบว่า ช่วงที่ผ่านมาเกิดฝนฟ้าคะนองและคลื่นลมแรงสูงมากกว่า 2 เมตร ส่งผลให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่ง และทำให้ถนนเลียบชายทะเลบางช่วงได้รับความเสียหาย นอกจากนี้ ยังพบโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่ใกล้เคียง ได้แก่ เขื่อนหินทิ้งริมชายฝั่ง รอดักทรายรูปตัวไอ ทั้งนี้ สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 9 จะดำเนินการติดตามสถานภาพพื้นที่และโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินผลกระทบและวางแนวทางบริหารจัดการอย่างเหมาะสมต่อไป

Beachlover

February 13, 2026

“รากโกงกางเทียม” โครงสร้างแบบอ่อนที่อาจไม่อ่อนต่อคลื่น

Beach Lover พาสำรวจหาดสามร้อยยอดจากโพสนี้ https://beachlover.net/c-aoss-300yod-jan2026/ และอีกหลายโพสก่อนหน้า พบแนวโครงสร้างที่ถูกเรียกกันว่า “รากโกงกางเทียม” วางเป็นแถวอยู่ในน้ำ ลักษณะเป็นเสาตั้งจำนวนมากและมีชิ้นส่วนคล้ายรากรวมตัวอยู่ด้านล่าง โดยมีการระบุว่าใช้เพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง แต่จากการสังเกตสภาพพื้นที่จริง กลับสะท้อนประเด็นสำคัญอย่างน้อย 2 เรื่อง (1) แนวชายหาดด้านในยังคงถูกคลื่นซัดขึ้นมาถึงแนวถนนและพื้นที่ชายหาดค่อนข้างแคบ (2) โครงสร้างอยู่ในตำแหน่งที่ดูเหมือนลดพลังงานคลื่นได้ไม่มากพอเมื่อเทียบกับพลังงานคลื่นที่ยังขึ้นมาบนชายหาดด้านในอยู่ดี ในประเทศไทย โครงสร้างลักษณะนี้มักถูกอ้างอิงในชื่อทางการค้า “C-Aoss” และถูกขึ้นทะเบียนในบัญชีนวัตกรรมไทยในรายการ “ไม้โกงกางเทียมเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งและรากไม้เทียมเพื่อเร่งการตกตะกอน”   แนวคิดหลักไม่ใช่ “กำแพงกันคลื่น” แต่เป็น โครงสร้างแบบโปร่ง (permeable structure) ที่เพิ่มความขรุขระ/แรงต้านในน้ำ (drag & roughness) ให้คลื่นและกระแสน้ำสูญเสียพลังงานบางส่วนระหว่างไหลผ่าน และหวังผลต่อเนื่องคือให้ ตะกอนตกทับถม ด้านหลังแนวโครงสร้าง จนระดับพื้นท้องทะเลยกขึ้นและเกิดสภาพที่ชายฝั่งด้านในเสถียรมากขึ้น กล่าวง่ายๆ คือ ลดแรงและช่วยให้ตะกอนตก นี่คือเหตุผลที่หลายประเทศใช้โครงสร้างโปร่งในงานฟื้นฟูชายฝั่งโคลนและป่าชายเลน โดยเฉพาะในกรอบคิด Building with Nature/Nature-based solutions “C-Aoss” มีการระบุราคาต่อหน่วยในเอกสารบัญชีนวัตกรรมไทยไว้ชัดเจนว่า “ไม้โกงกางเทียมพร้อมราก” มีราคาประมาณ 14,750-20,590 ต่อต้น แล้วแต่ความยาวไม้ ตัวเลขนี้นำไปสู่คำถามเชิงนโยบายที่สำคัญกว่า คือ คุ้มค่าหรือไม่คุ้มค่า เพราะโครงสร้างชนิดนี้ไม่ได้ใช้ 1–2 […]

Beachlover

February 9, 2026
1 2 3 120