ปลายเดือนกันยายน 2569 เครือข่ายของ Beach Lover ไปเยือนเกาะพีพีดอน จ.กระบี่ เกาะท่องเที่ยวชื่อดังที่ใครๆ ก็รู้จัก ทั้งน้ำทะเลสีสวย หาดทรายขาว และบรรยากาศคึกคักของเรือท่องเที่ยวที่เข้าออกอ่าวต้นไทรตลอดทั้งวัน
แต่ท่ามกลางความสวยงามเหล่านั้น ยังมีเรื่องหนึ่งที่อดเป็นห่วงไม่ได้ นั่นคือ ซากโครงสร้างป้องกันชายฝั่งและทางเดินริมทะเลที่พังเสียหายมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 หรือกว่าสองปีมาแล้ว ยังคงไม่ได้รับการจัดการให้เรียบร้อยทั้งหมด

Beach Lover เคยลงพื้นที่สำรวจความเสียหายนี้เมื่อเดือนสิงหาคม 2567 และเขียนไว้ในบทความ สำรวจความเสียหายของโครงสร้างป้องกันชายฝั่ง เกาะพีพี หลังพังยับเยิน ในครั้งนั้นเราพบว่าโครงสร้างทางเดินคอนกรีตที่วางอยู่บนกำแพงกันคลื่นแบบเกเบี้ยน (Gabion) พังเสียหายอย่างหนัก หลายส่วนแตกร้าว หลุดออกจากกัน และมีเศษวัสดุกระจัดกระจายอยู่ตามแนวชายหาด ต่อมาในเดือนเมษายน 2568 Beach Lover กลับไปสำรวจอีกครั้ง พบว่าโครงสร้างที่พังยังคงอยู่ และบางส่วนเสียหายมากขึ้นจากการถูกคลื่นซัดอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังไม่มีการจัดการพื้นที่อันตรายอย่างเหมาะสม
เวลาผ่านไปสองปีกว่า สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงโครงสร้างที่พัง แต่คือการปล่อยให้ซากโครงสร้างเหล่านี้อยู่ร่วมกับการใช้ประโยชน์ชายหาดของนักท่องเที่ยวมาเป็นเวลานาน เศษคอนกรีตที่แตกหัก เหล็กเส้นที่อาจโผล่ออกมา หินที่หลุดจากโครงสร้าง รวมถึงพื้นทางเดินที่ไม่มั่นคง ล้วนเป็นอันตรายที่อาจทำให้นักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะคนที่ไม่คุ้นเคยกับพื้นที่ หรือเดินผ่านบริเวณดังกล่าวในช่วงน้ำขึ้น

จากภาพล่าสุด เริ่มเห็นความเคลื่อนไหวของงานซ่อมแซมแล้ว ซึ่งอย่างน้อยก็เป็นสัญญาณว่าปัญหานี้กำลังได้รับการดำเนินการเสียที ในมุมของวิศวกรรมชายฝั่ง การซ่อมโครงสร้างที่พังไม่ใช่แค่การทำให้กลับมาแข็งแรงหรือสวยงามเหมือนเดิมเท่านั้น แต่ต้องย้อนกลับไปหาคำตอบด้วยว่า ทำไมโครงสร้างเดิมจึงพัง
เพราะหากปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสียหายยังคงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งของโครงสร้างที่ยื่นลงไปในเขตที่คลื่นปะทะโดยตรง ลักษณะท้องทะเลด้านหน้า การกัดเซาะบริเวณฐานราก หรือความสามารถในการรับแรงของโครงสร้าง การซ่อมแซมโดยไม่จัดการสาเหตุเหล่านี้ก็อาจนำไปสู่ปัญหาเดิมในอนาคต

อีกคำถามที่สำคัญไม่แพ้กันคือ โครงสร้างที่ซ่อมใหม่จะส่งผลต่อชายหาดอย่างไร จะทำให้หาดด้านหน้าแคบลงหรือไม่ จะเกิดการกัดเซาะบริเวณฐานหรือปลายโครงสร้างหรือเปล่า และสุดท้ายแล้ว เรากำลังป้องกันชายหาด หรือกำลังป้องกันสิ่งปลูกสร้างที่วางอยู่บนชายหาดกันแน่ แน่นอนว่าเราไม่อาจตัดสินผลกระทบเหล่านี้ได้จากการมองเห็นงานซ่อมเพียงครั้งเดียว จำเป็นต้องทราบรายละเอียดแบบก่อสร้างและติดตามผลหลังดำเนินการด้วย
ที่น่าห่วงไปกว่านั้นคือ อีกไม่นานเกาะพีพีก็จะเข้าสู่ฤดูกาลท่องเที่ยว (High Season) ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนเป็นต้นไป นักท่องเที่ยวจำนวนมากจะกลับมาใช้พื้นที่ชายหาดและเดินทางผ่านบริเวณอ่าวต้นไทรอีกครั้ง

คำถามเร่งด่วนที่สุดในเวลานี้จึงอาจไม่ใช่ว่าจะสร้างกำแพงรูปแบบไหน แต่คือจะทำอย่างไรให้พื้นที่นี้ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้ชายหาดก่อนที่นักท่องเที่ยวจะหลั่งไหลเข้ามา
ซากโครงสร้างที่อันตรายควรได้รับการจัดการ พื้นที่ก่อสร้างควรมีการกั้นเขตและป้ายเตือนที่ชัดเจน รวมถึงต้องมีทางสัญจรที่ปลอดภัยสำหรับผู้ใช้พื้นที่ ไม่ใช่ปล่อยให้นักท่องเที่ยวต้องเดินหลบเศษคอนกรีตหรือหาทางผ่านพื้นที่ชำรุดกันเอง

เกาะพีพีเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สร้างรายได้มหาศาลให้กับจังหวัดกระบี่และประเทศไทย ภาพลักษณ์ของแหล่งท่องเที่ยวระดับโลกจึงไม่ควรมีเพียงน้ำทะเลสีสวยและหาดทรายขาว แต่ควรรวมถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและการจัดการพื้นที่สาธารณะที่ดีด้วย
Beach Lover ไม่ได้คัดค้านการซ่อมแซมโครงสร้างที่เสียหาย หากจำเป็นต้องซ่อมก็ต้องซ่อม แต่ควรซ่อมด้วยความเข้าใจในกระบวนการชายฝั่ง เรียนรู้จากความล้มเหลวครั้งที่ผ่านมา รวมถึงเปิดเผยข้อมูลให้สาธารณชนได้ร่วมติดตาม

เพราะสิ่งที่น่ากังวลกว่ากำแพงที่พังไปแล้ว คือการสร้างกำแพงใหม่โดยไม่ได้เรียนรู้อะไรจากกำแพงเดิมที่พัง
หวังว่าการกลับมาเยือนเกาะพีพีครั้งหน้า เราจะได้เห็นไม่เพียงโครงสร้างที่ซ่อมเสร็จแล้ว แต่ยังได้เห็นชายหาดที่ปลอดภัย ใช้ประโยชน์ได้จริง และโครงสร้างที่อยู่ร่วมกับธรรมชาติชายฝั่งได้ดีกว่าเดิม