พีพีกำลังเข้าสู่ High Season แต่ซากปรักหักพังยังคงอยู่

ปลายเดือนกันยายน 2569 เครือข่ายของ Beach Lover ไปเยือนเกาะพีพีดอน จ.กระบี่ เกาะท่องเที่ยวชื่อดังที่ใครๆ ก็รู้จัก ทั้งน้ำทะเลสีสวย หาดทรายขาว และบรรยากาศคึกคักของเรือท่องเที่ยวที่เข้าออกอ่าวต้นไทรตลอดทั้งวัน แต่ท่ามกลางความสวยงามเหล่านั้น ยังมีเรื่องหนึ่งที่อดเป็นห่วงไม่ได้ นั่นคือ ซากโครงสร้างป้องกันชายฝั่งและทางเดินริมทะเลที่พังเสียหายมาตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2567 หรือกว่าสองปีมาแล้ว ยังคงไม่ได้รับการจัดการให้เรียบร้อยทั้งหมด Beach Lover เคยลงพื้นที่สำรวจความเสียหายนี้เมื่อเดือนสิงหาคม 2567 และเขียนไว้ในบทความ สำรวจความเสียหายของโครงสร้างป้องกันชายฝั่ง เกาะพีพี หลังพังยับเยิน ในครั้งนั้นเราพบว่าโครงสร้างทางเดินคอนกรีตที่วางอยู่บนกำแพงกันคลื่นแบบเกเบี้ยน (Gabion) พังเสียหายอย่างหนัก หลายส่วนแตกร้าว หลุดออกจากกัน และมีเศษวัสดุกระจัดกระจายอยู่ตามแนวชายหาด ต่อมาในเดือนเมษายน 2568 Beach Lover กลับไปสำรวจอีกครั้ง พบว่าโครงสร้างที่พังยังคงอยู่ และบางส่วนเสียหายมากขึ้นจากการถูกคลื่นซัดอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังไม่มีการจัดการพื้นที่อันตรายอย่างเหมาะสม เวลาผ่านไปสองปีกว่า สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่เพียงโครงสร้างที่พัง แต่คือการปล่อยให้ซากโครงสร้างเหล่านี้อยู่ร่วมกับการใช้ประโยชน์ชายหาดของนักท่องเที่ยวมาเป็นเวลานาน เศษคอนกรีตที่แตกหัก เหล็กเส้นที่อาจโผล่ออกมา หินที่หลุดจากโครงสร้าง รวมถึงพื้นทางเดินที่ไม่มั่นคง ล้วนเป็นอันตรายที่อาจทำให้นักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บ โดยเฉพาะคนที่ไม่คุ้นเคยกับพื้นที่ หรือเดินผ่านบริเวณดังกล่าวในช่วงน้ำขึ้น จากภาพล่าสุด เริ่มเห็นความเคลื่อนไหวของงานซ่อมแซมแล้ว ซึ่งอย่างน้อยก็เป็นสัญญาณว่าปัญหานี้กำลังได้รับการดำเนินการเสียที ในมุมของวิศวกรรมชายฝั่ง การซ่อมโครงสร้างที่พังไม่ใช่แค่การทำให้กลับมาแข็งแรงหรือสวยงามเหมือนเดิมเท่านั้น แต่ต้องย้อนกลับไปหาคำตอบด้วยว่า ทำไมโครงสร้างเดิมจึงพัง เพราะหากปัจจัยที่ทำให้เกิดความเสียหายยังคงอยู่ ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งของโครงสร้างที่ยื่นลงไปในเขตที่คลื่นปะทะโดยตรง ลักษณะท้องทะเลด้านหน้า […]

Beachlover

October 13, 2026

กำแพงสองชั้นที่หาดชิงโค…เมื่อกำแพงแรกเอาไม่อยู่ คำตอบคือกำแพงชั้นที่สอง?

ต้นเดือนตุลาคม 2569 Beach Lover กลับมาเยือนหาดชิงโค หรือหาดแก้ว อ.สิงหนคร จ.สงขลา อีกครั้ง หลังจากที่เคยติดตามการเปลี่ยนแปลงของชายหาดแห่งนี้มาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่ก่อนสร้างกำแพงกันคลื่น ระหว่างก่อสร้าง จนถึงวันที่โครงสร้างเริ่มมีปัญหา รวมถึงผลกระทบด้านท้ายกำแพง (Click ที่ชื่อเรื่องเพื่อนำสู่โพสเดิม) ย้อนกลับไปในปี 2565 Beach Lover เคยเขียนเรื่อง “ระเนระนาด @ หาดแก้ว ชิงโค” (Click ที่ชื่อเรื่องเพื่อนำสู่โพสเดิม) ที่ชื่อเรื่อง) เพื่อบอกเล่าความเสียหายของพื้นที่ด้านหลังกำแพงกันคลื่นที่กรมโยธาธิการและผังเมืองก่อสร้างขึ้น ทั้งทางเดิน ทางจักรยาน และระบบระบายน้ำที่พังเสียหายจากคลื่นที่ซัดข้ามสันกำแพงเข้ามา หรือที่เรียกว่า Wave Overtopping ครั้งนั้นเราตั้งคำถามไว้ว่า หน่วยงานเจ้าของโครงการจะจัดการกับความเสียหายที่เกิดขึ้นอย่างไร วันนี้เราได้เห็นคำตอบแล้วบางส่วน คำตอบนั้นคือการสร้างกำแพงกันคลื่นขึ้นมาอีกหนึ่งชั้น! กำแพงเดิมเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก ส่วนกำแพงใหม่ที่สร้างอยู่ด้านหน้าฝั่งทะเลเป็นกำแพงหินเรียงขนาดใหญ่ เรียงตัวทอดยาวขนานไปกับกำแพงเดิม โดยมีกำแพงทั้งสองแนวและร่องลึกคั่นอยู่ตรงกลาง เท่าที่เข้าใจ แนวคิดของการสร้างกำแพงชั้นใหม่นี้คือ เพื่อรับแรงคลื่นจากทะเลก่อนที่จะเข้าถึงกำแพงเดิม และลดโอกาสที่คลื่นจะกระโจนข้ามเข้ามาสร้างความเสียหายแก่พื้นที่ด้านในอีก ในทางวิศวกรรม แนวคิดการใช้โครงสร้างหลายแนวเพื่อช่วยลดพลังงานคลื่นไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่สิ่งที่น่าตั้งคำถามคือ ทำไมการแก้ปัญหาที่หาดชิงโคจึงลงเอยด้วยการสร้างกำแพงขนาดใหญ่ซ้อนกันถึงสองชั้น เมื่อเดินสำรวจบริเวณนี้ สิ่งที่สะดุดตาที่สุดไม่ใช่เพียงขนาดของกองหิน แต่เป็นร่องระหว่างกำแพงทั้งสองแนวที่ทอดยาวไปตามชายฝั่ง ภาพที่เห็นทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่า ร่องนี้ถูกออกแบบให้ทำหน้าที่อะไร มีการระบายน้ำที่ซัดข้ามกำแพงหินเข้ามาอย่างไร และในระยะยาวจะดูแลรักษากันอย่างไร ที่สำคัญ […]

Beachlover

October 12, 2026

หาดเกาะยาว: หาดยังเปลี่ยน หินก็ยังเพิ่ม

กลับมาที่ ชายหาดเกาะยาว อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส อีกครั้งในช่วงต้นเดือนตุลาคม 2569 Beach Lover เคยมาที่นี่และเขียนถึงชายหาดแห่งนี้ไว้เมื่อปี 2562 (Link บทความ) ตอนนั้นก็พบโครงสร้างป้องกันชายฝั่งอยู่หลายรูปแบบแล้ว ทั้งรอดักทรายที่เรียงต่อกันตามแนวชายฝั่ง และกำแพงหินทิ้งบางช่วง เวลาผ่านไปหลายปี เมื่อกลับมาอีกครั้ง สิ่งที่เห็นชัดคือ ชายหาดแห่งนี้ยังคงเปลี่ยนแปลงต่อเนื่อง และโครงสร้างชายฝั่งก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย มีทั้งกองหินใหม่ที่ถูกนำมาวางเพิ่ม มีการสร้างรอดักทรายเพิ่มเติม รวมถึงกำแพงหินทิ้งตามแนวชายฝั่งในบางช่วง ภาพที่เห็นจึงทำให้เกิดคำถามเดิมอีกครั้งว่า ชายหาดแห่งนี้จำเป็นต้องมีโครงสร้างเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ขนาดนั้นเลยหรือ? สิ่งหนึ่งที่แตกต่างจากชายหาดหลายแห่งที่ Beach Lover ไปติดตาม คือ หาดเกาะยาวยังมีพื้นที่ชายหาดค่อนข้างกว้าง และบริเวณริมฝั่งก็ไม่ได้มีบ้านเรือนหรือชุมชนตั้งประชิดทะเลเลย ดังนั้น แม้ชายหาดจะมีช่วงที่กัดเซาะหรือแนวชายฝั่งเคลื่อนตัวเข้าออกตามฤดูกาล แต่การกัดเซาะในหลายบริเวณ ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดความเสียหายต่อบ้านเรือนหรือทรัพย์สิน ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะเราต้องแยกให้ออกระหว่าง “ชายหาดกำลังเปลี่ยนแปลง” กับ “ความเสียหายที่จำเป็นต้องป้องกัน” สองเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเดียวกัน ชายหาดตามธรรมชาติไม่เคยอยู่นิ่ง บางช่วงทรายหาย บางช่วงทรายกลับมา บางปีแนวชายฝั่งถอย บางปีอาจงอกออกมา การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของพลวัตชายฝั่ง โดยเฉพาะพื้นที่อย่างเกาะยาวที่ยังมี พื้นที่ว่างระหว่างทะเลกับชุมชน พื้นที่ชายหาดตรงนี้เองสามารถทำหน้าที่เป็นเหมือน “พื้นที่กันชน” ให้ชายฝั่งได้ขยับตัวตามธรรมชาติ จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย หากทุกครั้งที่เราเห็นการกัดเซาะ แล้วรีบตอบสนองด้วยการนำหินลงไปวาง หรือสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่งเพิ่มเติมทันที เพราะเมื่อมีโครงสร้างหนึ่งเกิดขึ้น ระบบชายฝั่งก็อาจตอบสนองต่อโครงสร้างนั้น และบางครั้งผลกระทบก็อาจถูกส่งต่อไปยังพื้นที่ข้างเคียง จนนำไปสู่การสร้างโครงสร้างใหม่ตามมาอีก จากรอดักทราย […]

Beachlover

October 9, 2026

บาเฆะ…เละเหมือนเดิม?

Beach Lover เคยเขียนถึงชายหาดแห่งนี้ไปเมื่อหลายปีก่อน ตามอ่านได้จากโพส “หาดทรายกลายเป็นหิน @ หาดบาเฆะ นราธิวาส” ต้นเดือนตุลาคม 2569 Beach Lover มีโอกาสกลับไปที่ หาดบาเฆะ จังหวัดนราธิวาส อีกครั้ง สิ่งที่เห็นอย่างเต็มตาตอนนี้คือแนวหินทิ้งยาวไปตามชายฝั่ง ทั้งบริเวณที่มีชุมชนและบริเวณชายหาดธรรมชาติที่ไม่มีบ้านเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอยู่ด้านหลัง ในวันนี้ หาดยังคงกัดเซาะและกองหินก็ยังคงเพิ่มขึ้น จากการเดินเท้าสำรวจพบว่า มีกองหินใหม่ๆวางเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยสังเกตได้ไม่ยากจากสีของหิน บางช่วง “ชายหาด” แทบจะไม่เหลืออยู่แล้ว เพราะพื้นที่ที่เคยเป็นหาดทรายถูกกองหินวางทับลงไปโดยตรง ส่วนตรงด้านหน้าของแนวหินก็ไม่มีพื้นที่หาดให้เราเดินอีกต่อไป ภาพที่เห็นจึงชวนให้คิดว่า เรากำลังป้องกันอะไรกันแน่ หากเป้าหมายคือการรักษาบ้าน ถนน หรือโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็น การป้องกันชายฝั่งในบางตำแหน่งอาจมีเหตุผลความจำเป็น แต่ถ้าพื้นที่ด้านหลังยังเป็นพื้นที่ธรรมชาติ ไม่มีสิ่งปลูกสร้างสำคัญ และชายหาดยังมีพื้นที่ให้สามารถปรับตัวตามธรรมชาติได้ คำถามคือ เราจำเป็นต้องเอาหินไปวางทุกครั้งที่แนวชายฝั่งถูกกัดเซาะหรือไม่ ? เพราะชายหาดไม่ใช่สิ่งที่อยู่นิ่ง ตามธรรมชาติ หาดสามารถแคบลง กว้างขึ้น ถอยเข้าฝั่ง หรือสะสมตัวกลับมาได้ตามฤดูกาล คลื่น และปริมาณตะกอน แต่เมื่อเราเอาหินก้อนใหญ่ไปวางบนพื้นที่หาด สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นแน่นอนคือ พื้นที่ตรงนั้นจะไม่ใช่หาดทรายแบบเดิมอีกแล้ว การวางหินอาจช่วยรักษา “แนวชายฝั่ง” ให้อยู่ในตำแหน่งเดิมได้บางส่วน แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะรักษา “ชายหาด” ไว้ได้ […]

Beachlover

October 5, 2026

50 ปีของงานวิจัยที่ถูกเมิน: เมื่อศาลตัดสินให้เจ้าของบ้านสร้างกำแพงกันคลื่นเองได้

ที่มาข่าว: https://www.abc.net.au/news/2026-08-05/beach-erosion-expert-claims-research-ignored/106746240 วิศวกรชายฝั่งในออสเตรเลียชื่อ Angus Gordon เป็นผู้ร่วมร่างกฎหมายคุ้มครองชายฝั่งฉบับแรกของรัฐนิวเซาท์เวลส์เมื่อปี 1978 และร่วมปรับปรุงฉบับแก้ไขในปี 2016 ด้วย พูดง่ายๆ คือหลักการจัดการการกัดเซาะชายฝั่งของรัฐนี้ มีลายมือของเขาอยู่แทบทุกหน้า เดือนกรกฎาคม 2569 ศาลที่ดินและสิ่งแวดล้อมของรัฐนิวเซาท์เวลส์ตัดสินว่า เจ้าของบ้านริมหาดที่ The Entrance North มีสิทธิตามกฎหมายในการสร้างกำแพงกันคลื่นยาว 90 เมตรเพื่อป้องกันบ้านของตัวเอง กอร์ดอนเรียกคำตัดสินนี้ว่าเป็นบรรทัดฐานที่ไม่ควรเกิดขึ้นเลย และบอกว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ คือสิ่งที่เขากับเพื่อนร่วมงานเตือนไว้แล้วตั้งแต่ปลายทศวรรษ 1970 รายงานปี 1978 ที่เขียนไว้ล่วงหน้า 48 ปี ปีนั้น กรมโยธาธิการรัฐนิวเซาท์เวลส์ว่าจ้างคณะผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงกอร์ดอน ให้ศึกษาการกัดเซาะชายฝั่งช่วง Byron Bay–Hastings Point หลังปัญหาพุ่งขึ้นอย่างรุนแรงในทศวรรษก่อนหน้า ข้อสรุปของรายงานฉบับนั้นสั้นและคม นั่นคือ “การแก้ปัญหาเฉพาะจุดของแต่ละราย ไม่เพียงไม่ได้ผล แต่แน่นอนว่าจะทำให้เกิดปัญหาเพิ่มขึ้นในที่อื่น“ คณะผู้ศึกษายังพบด้วยว่ามาตรการอย่างรอดักทรายและการเติมทรายให้ผลเพียงระยะสั้นเท่านั้น พร้อมเสนอว่าบางพื้นที่ควรปล่อยไว้โดยไม่พัฒนา และบางพื้นที่ควรวางแผนถอยร่นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยแนะนำให้ท้องถิ่นควบคุมการพัฒนาในระยะ 1 กิโลเมตรจากชายฝั่ง และระบุชัดว่าใครที่ฝ่าฝืน ต้องรับความเสี่ยงเอง Beach Lover ขอชวนคิดว่า นี่คือหลักการเดียวกับที่นักวิชาการชายฝั่งไทยพูดกันทุกวันนี้ […]

Beachlover

September 3, 2026

กำแพงยาว 500 กิโลเมตร: อินโดนีเซียกำลังเดิมพันครั้งใหญ่ที่สุดกับทะเล

ที่มาข่าว: https://en.antaranews.com เดือนกันยายนปี 2569 อินโดนีเซียจะเริ่มลงเสาเข็มโครงการที่อาจเรียกได้ว่าเป็นงานวิศวกรรมชายฝั่งที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ Giant Sea Wall หรือกำแพงกันคลื่นยักษ์ ทอดยาวจากจังหวัดบันเตินทางตะวันตก ไปจนถึงเกรสิกในชวาตะวันออก ระยะทางรวมประมาณ 500 กิโลเมตร มูลค่าโครงการที่ประเมินไว้อยู่ที่ราว 80,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 2.8 ล้านล้านบาท เฉพาะเฟสแรกในอ่าวจาการ์ตาก็ใช้งบประมาณ 8,000–10,000 ล้านดอลลาร์เข้าไปแล้ว ประธานาธิบดีปราโบโว ซูเบียนโต ประกาศกลางสภาเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาว่าจะเริ่มโครงการนี้ให้ได้ในสมัยของตน พร้อมยอมรับตรงๆ ว่าโครงการจะใช้เวลา 15–20 ปี และเขาเองก็ไม่รู้ว่าประธานาธิบดีคนไหนจะได้เป็นคนตัดริบบิ้น ทำไมชวาถึงต้องสร้างกำแพง พื้นที่ชายฝั่งเหนือของชวามีประชากรอาศัยอยู่ราว 50 ล้านคน และหลายเมือง เช่น จาการ์ตา เซอมารัง เดอมัก เกินดัล กำลังเผชิญปัญหาสองทางพร้อมกัน คือ น้ำทะเลสูงขึ้น และ แผ่นดินทรุดตัว ตัวเลขการทรุดตัวในบางพื้นที่อยู่ที่ 5–20 เซนติเมตรต่อปี นั่นหมายความว่าในบางจุดของชายฝั่งชวา แผ่นดินทรุดเร็วกว่าน้ำทะเลขึ้นถึง 50 เท่า สิ่งที่ชาวบ้านเห็นว่าเป็น น้ำท่วมมากขึ้นจึงไม่ใช่เรื่องของทะเลฝ่ายเดียว แต่คือเมืองที่กำลังจมลงไปหาทะเล คำถามทางวิศวกรรมเริ่มน่าสนใจคือ “กำแพงหยุดน้ำได้ แต่หยุดการทรุดตัวไม่ได้” โดยสาเหตุหลักของการทรุดตัวในชวาคือการสูบน้ำบาดาลขึ้นมาใช้อย่างหนัก เมื่อดึงน้ำออกจากชั้นดินตะกอน […]

Beachlover

September 1, 2026

สำรวจปากน้ำปราณ เร่งวางแผนฟื้นฟูชายฝั่ง มุ่งแก้ปัญหาด้วยธรรมชาติอย่างยั่งยืน

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 15 สิงหาคม 2569 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) โดยกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ลงพื้นที่ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สำรวจและเก็บข้อมูลภาพถ่ายทางอากาศด้วยอากาศยานไร้คนขับ (Drone) บริเวณโครงการติดตั้งหัวหาดเทียมผสมผสานแนวทางการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน รวมทั้งสำรวจแหล่งทรายบริเวณเขื่อนกันทรายและคลื่นปากน้ำปราณ การสำรวจครั้งนี้ มุ่งเก็บข้อมูลสภาพพื้นที่และองค์ประกอบชายฝั่งอย่างละเอียด เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลประกอบการออกแบบและวางแผนฟื้นฟูชายฝั่งให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่ ลดผลกระทบต่อระบบนิเวศ และสนับสนุนการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งด้วยแนวทางที่สอดคล้องกับธรรมชาติ หรือ Nature-based Solution ซึ่งเป็นแนวทางที่ ทช. ให้ความสำคัญในการฟื้นฟูสมดุลระบบนิเวศชายฝั่งอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ ส่วนวิศวกรรมและฟื้นฟูชายฝั่งจะรวบรวมข้อมูลจากการสำรวจ เพื่อนำไปวิเคราะห์และประกอบการจัดทำแผนดำเนินโครงการต่อไป โดยมุ่งให้การฟื้นฟูชายฝั่งปากน้ำปราณเกิดประโยชน์ต่อระบบนิเวศ ชุมชน และประชาชนในพื้นที่อย่างสมดุลและยั่งยืน

Beachlover

August 15, 2026

ทางเลือกการป้องกันชายฝั่งด้วยธรรมชาติ กรณีศึกษา: ชายฝั่ง Marysville

Beach Lover ได้นำเสนอบทความที่เกี่ยวข้องกับงานป้องกันชายฝั่งแบบเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไปแล้วในหลายโพส ครั้งนี้ขอเล่าเรื่องกรณีศึกษาที่ประสบความสำเร็จกันบ้าง กรณีศึกษานี้อยู่ที่เมือง Marysville รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา บริเวณริมแม่น้ำ St. Clair ซึ่งเป็นพื้นที่ชายฝั่งแบบแม่น้ำ ไม่ใช่ชายฝั่งทะเลเปิด เทคนิคที่ใช้เป็นแนวทางป้องกันชายฝั่งแบบอิงธรรมชาติ หรือ Nature-Based Shoreline Protection โดยประกอบด้วยแนวหินสันต่ำ หรือ sill ร่วมกับการปลูกพืชพรรณชายฝั่ง และการใช้แนวหินช่วยป้องกันขอบตลิ่ง ภาพรวมของโครงการ เมือง Marysville ได้เปลี่ยนแนวกำแพงกันตลิ่งยาว 1,885 ฟุต ริมแม่น้ำ St. Clair ให้กลายเป็นแนวบึงน้ำตื้นร่วมกับแนวหินสันต่ำ หรือ marsh sill จุดประสงค์หลักคือเพื่อลดการสูญเสียถิ่นอาศัยของปลาและสัตว์ป่าในแม่น้ำ ก่อนเริ่มก่อสร้าง ชายฝั่งบริเวณนี้ประกอบด้วยกำแพงกันตลิ่งแบบแผ่นเหล็กและหิน ซึ่งอยู่ในสภาพเสื่อมโทรม ด้านบนของตลิ่งเป็นสนามหญ้าที่ถูกตัดสั้น ชายฝั่งบริเวณนี้ได้รับพลังงานคลื่นระดับปานกลางจากคลื่นท้ายเรือขนาดใหญ่ เพราะตั้งอยู่บนเส้นทางเดินเรือระหว่างทะเลสาบ Erie และทะเลสาบ Huron โครงการนี้ได้รับทุนจาก Great Lakes Restoration Initiative และเมือง Marysville ร่วมกับพื้นที่ปัญหาสิ่งแวดล้อม St. Clair River Area of […]

Beachlover

June 29, 2026

กฎของบรูน: ชายหาดปรับตัวอย่างไรเมื่อน้ำทะเลสูงขึ้น

เมื่อพูดถึงผลกระทบของระดับน้ำทะเลสูงขึ้นต่อชายหาด หนึ่งในแนวคิดที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุดในวิศวกรรมชายฝั่งคือ กฎของบรูน หรือ Bruun rule แนวคิดนี้เสนอโดย Per Bruun ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1954 และต่อมาถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในการประเมินว่า ชายฝั่งทรายจะถอยร่นเข้าไปทางแผ่นดินมากน้อยเพียงใด เมื่อระดับน้ำทะเลสูงขึ้น หัวใจสำคัญของกฎนี้คือ ชายหาดไม่ได้เป็นเพียงรูปร่างเดิมที่สืบทอดมาจากอดีตทางธรณีวิทยาเท่านั้น แต่เป็นรูปร่างที่เกิดจากการปรับตัวต่อสภาพคลื่น กระแสน้ำ และกระบวนการชายฝั่งในปัจจุบัน หากเงื่อนไขของคลื่นยังคงเหมือนเดิม แต่ระดับน้ำทะเลสูงขึ้น โปรไฟล์ชายหาดหรือหน้าหาดใต้น้ำจะต้องขยับทั้งขึ้นด้านบนและถอยเข้าแผ่นดิน เพื่อรักษารูปร่างสมดุลเดิมไว้  1. แนวคิดเรื่อง “โปรไฟล์สมดุล” ของชายหาด กฎของบรูนตั้งอยู่บนแนวคิดที่เรียกว่า โปรไฟล์สมดุล หรือ equilibrium profile หมายถึง รูปร่างเฉลี่ยของชายหาดและพื้นทะเลตื้นบริเวณหน้าหาด ที่อยู่ในภาวะสมดุลกับสภาพคลื่นและกระแสน้ำโดยรวมในระยะยาว ในความเป็นจริง ชายหาดไม่เคยหยุดนิ่ง คลื่นลมในแต่ละวัน แต่ละฤดู หรือแต่ละปี ทำให้ทรายถูกพัดขึ้นลงตามแนวหน้าหาดอยู่ตลอดเวลา บางช่วงคลื่นแรง ทรายอาจถูกพัดออกไปนอกฝั่ง บางช่วงคลื่นสงบ ทรายอาจกลับเข้ามาสะสมที่ชายหาดอีกครั้ง นอกจากนี้ ตะกอนยังอาจถูกพัดไปตามแนวชายฝั่ง หรือได้รับตะกอนเพิ่มจากบริเวณอื่นด้วย ดังนั้น “โปรไฟล์สมดุล” จึงไม่ใช่รูปร่างที่เราจะเห็นได้คงที่ ณ วันใดวันหนึ่ง แต่เป็นแนวคิดเชิงทฤษฎีที่ใช้มองภาพเฉลี่ยในช่วงเวลายาวพอสมควร และในพื้นที่ชายฝั่งที่ยาวพอสมควร โดยเฉพาะชายฝั่งที่มีลักษณะต่อเนื่อง ไม่ถูกรบกวนมากจากหัวแหลม ปากแม่น้ำ หรือโครงสร้างชายฝั่งขนาดใหญ่  ถ้าพิจารณาชายฝั่งเป็นระยะทางสั้นๆ เราอาจเห็นการเปลี่ยนแปลงเฉพาะจุด เช่น […]

Beachlover

June 24, 2026

บทเรียนจากงานวิจัยเรื่องโครงสร้างพื้นฐานชายฝั่งแบบธรรมชาติและแบบผสม

เมื่อพูดถึงการป้องกันชายฝั่ง หลายคนมักนึกถึง “กำแพงกันคลื่น” “เขื่อนกันคลื่น” ซึ่งเป็นโครงสร้างทางวิศวกรรมที่มนุษย์สร้างขึ้น แต่ในช่วงหลัง นักวิจัยจำนวนมากเริ่มตั้งคำถามว่า เราจำเป็นต้องพึ่งพาโครงสร้างแข็งเพียงอย่างเดียวหรือไม่ หรือธรรมชาติเองก็สามารถเป็น “แนวป้องกันชายฝั่ง” ได้เช่นกัน Beach Lover ขอนำเสนอบทสรุปของบทความวิจัยของ Sutton-Grier และคณะ จาก NOAA ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Environmental Science & Policy เมื่อปี ค.ศ. 2015 ซึ่งได้รวบรวมและวิเคราะห์องค์ความรู้เกี่ยวกับ “โครงสร้างพื้นฐานชายฝั่งแบบธรรมชาติ” และ “โครงสร้างแบบผสม” เพื่อดูว่าทางเลือกเหล่านี้ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้ชายฝั่งได้อย่างไร งานวิจัยนี้เกิดขึ้นในช่วงที่สหรัฐอเมริกาให้ความสนใจกับทางเลือกใหม่ในการป้องกันชายฝั่งมากขึ้น โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์พายุเฮอริเคนแซนดี ในปี ค.ศ. 2012 ซึ่งสร้างความเสียหายอย่างรุนแรงต่อพื้นที่ชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ โครงสร้างสีเทา ธรรมชาติ และแบบผสม คืออะไร โครงสร้างป้องกันชายฝั่งแบบเดิม เช่น กำแพงกันคลื่น เขื่อนกันคลื่น มักถูกเรียกว่า “โครงสร้างสีเทา” เพราะเป็นสิ่งก่อสร้างแข็งที่ทำจากคอนกรีต หิน หรือวัสดุก่อสร้างอื่นๆ ในขณะที่ “โครงสร้างพื้นฐานแบบธรรมชาติ” หมายถึงระบบนิเวศที่มีอยู่ตามธรรมชาติ หรือได้รับการฟื้นฟูขึ้นมาเพื่อช่วยลดแรงคลื่นและพายุ เช่น ป่าชายเลน พื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่ง […]

Beachlover

June 22, 2026
1 2 … 10