กำแพงกันคลื่นพัง…เพราะคลื่น หรือเพราะใคร?

Beach Lover ลงสำรวจพื้นที่ชายหาดบริเวณ อ่าวประจวบคีรีขันธ์ ช่วงถนนปิ่นอนุสรณ์ เมื่อตุลาคม 2568 พบเห็นความเสียหายของกำแพงกันคลื่นพร้อมทางเดินริมทะเลที่ถูกแรงคลื่นซัดจนแตกร้าวและทรุดตัวหลายจุด จนไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ บางช่วงของทางเดินเสียหายโดยสิ้นเชิง อ่าวประจวบคีรีขันธ์ ช่วงถนนปิ่นอนุสรณ์ ซึ่งเป็นแนวชายฝั่งที่เปิดรับคลื่นโดยตรง โดยเฉพาะในช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่คลื่นแรงและระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ทำให้คลื่นซัดถึงโครงสร้างกำแพงกันคลื่นที่มีตลอดทั้งแนว จากการเดินเท้าสำรวจเบื้องต้นพบว่า แนวกำแพงกันคลื่นและทางเดินสร้างอยู่ประชิดแนวน้ำมาก เมื่อถูกคลื่นซัดซ้ำๆ จึงเกิดการกัดเซาะใต้ฐานโครงสร้างซึ่งสร้างด้วยกล่องเกเบี้ยน ส่งผลให้หินที่อยู่ในกล่องหลุดออกไปบ้าง ละลายไปบ้าง (บางส่วนพบว่าเป็นหินโคลนที่ละลายน้ำได้) เมื่อเกเบี้ยนแต่ละกล่องทรุดตัวไม่เท่ากัน ก็จะส่งผลให้แผ่นพื้นคอนกรีตที่วางอยู่ด้านบนเกิดการแตกร้าวและยุบตัวลง จนเกิดความเสียหายตลอดทั้งแนวตามภาพที่เห็น ปัจจุบันพื้นที่นี้ไม่พบว่ามีการปิดกั้นการใช้ประโยชน์เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด ทั้งยังไม่มีป้ายเตือนใดๆ และยังไม่พบการซ่อมแซม

Beachlover

October 20, 2025

5 ปี ผ่านไปยัง หาดสวนสน ยังไม่ถูกซ่อมแซม

หาดสวนสน สถานที่พักผ่อนหย่อนใจริมทะเลขึ้นชื่ออีกแห่งหนึ่งของ จ.ระยอง ด้วยความที่เป็นชายหาดสาธารณะ ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ อาหารการกินที่มีอยู่อย่างหลากหลาย หรือจะเลือกขนทุกอย่างมาปิคนิคกันริมทะเลก็เป็นภาพที่ชินตาสำหรับที่นี่ โดยเราจะสามารถมองเห็นเกาะเสม็ดทั้งเกาะได้อย่างเต็มตา ทางทิศตะวันตกของชายหาดคือที่เทียบเรือไปเกาะเสม็ด ที่บรรดานักท่องเที่ยวจะต้องนำรถมาจอดฝากค้างคืน เป็น hub ของการต่อรถลงเรือ รวมถึงของฝากจากทะเลนานาชนิด ด้านหน้าของท่าเรือจะพบเขื่อนกันคลื่นท่าเทียบเรือ (Habour breakwater) ขนาดใหญ่ ความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ทำหน้าที่ป้องกันท่าเรือและพื้นที่ด้านในให้ปลอดจากคลื่นลมแรง ทำให้การขึ้นลงเรือทำได้อย่างสะดวกปลอดภัยมากยิ่งขึ้น Beach Lover เคยมาชมการใช้ประโยชน์ของชายหาดแถบนี้ไปแล้วในหลายโพสเก่าๆ เช่น ปรักหักพัง@สวนสน และ พาชมกำแพงกันคลื่นริมทะเล ณ หาดบ้านเพ และ อ่างเก็บน้ำ ณ หาดสวนสน บ้านเพ ช่วงเดือนตุลาคม 2568 นี้ Beach Lover ได้ลงสำรวจพื้นที่นี้อีกครั้ง ในตำแหน่งเดิมที่เคยพบความเสียหายของพื้นที่ด้านหลังกำแพงกันคลื่นแบบตั้งตรงของอุทยานฯ ตั้งแต่ปี 2563 พบว่ามีสภาพตามรูปด้านล่าง พบว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นเมื่อ 5 ปีก่อนนั้น ในบางพื้นที่ยังไม่ถูกซ่อมแซม พบเพียงมีการนำเศษวัสดุอื่นๆมาเททับไว้เพิ่มขึ้นเท่านั้น โดยความเสียหายของพื้นที่ด้านหลังกำแพงที่เกิดขึ้นนี้ คาดว่าเกิดจากคลื่น Overtop […]

Beachlover

October 18, 2025

พาชม กำแพงกันคลื่นปากน้ำแขมหนูกันอีกรอบ

กำแพงกันคลื่น ณ ปากน้ำแขมหนู ต.ตะกาดเง้า อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เป็น โครงการกำแพงคอนกรีตขั้นบันไดและหินใหญ่เรียง พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ถนนเลียบชายฝั่ง ระยะทาง 530 เมตร ด้วยงบประมาณ 54.643 ล้านบาท (ผูกพัน 2561-2564) โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง Beach Lover เดินทางมาปากน้ำแขมหนูเพื่อสำรวจสภาพชายฝั่งทะเลครั้งแรกในปี 2553 ในครั้งนั้น หาดแถบนี้แม้ไม่สวยมากเนื่องจากสีทรายค่อนข้างดำและน้ำไม่ใส แต่ก็พบว่าชายหาดกว้างมากและไร้ร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่ง หลังจากนั้นก็ได้แวะเวียนมาอีกหลายรอบ รวมถึงครั้งที่ได้มาเห็นในช่วงระหว่างงานก่อสร้างกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดนี้พอดี ในเดือน ก.ค.2563 ต่อมาเมื่อ พ.ย.2564 ได้พบร่องรอยการชำรุดตำแหน่งแรกบริเวณทางระบายน้ำด้านหลังของกำแพง ดังภาพ ในช่วงเดือนตุลาคม 2568 Beah Lover ได้มีโอกาสกลับมาสำรวจพื้นที่นี้อีกรอบ พบว่า รอยชำรุดเดิมเมื่อ พ.ย.2564 ยังไม่ถูกแก้ไข รวมถึงพบแนวชำรุดใหม่อีกหลายแนวตามภาพ โดยพบว่าทางกรมโยธาธิการและผังเมืองได้นำป้ายมาวางเพื่อเตือนประชาชนแล้ว ทั้งนี้ ยังไม่พบว่าโครงสร้างหลักของกำแพงกันคลื่นเสียหายแต่อย่างใด

Beachlover

October 16, 2025

สำรวจงานปักไม้หน้ารีสอร์ท หาดบางเกตุ เพชรบุรี

Beach Lover ได้เคยพาชมโครงการปักไม้ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลไปแล้วในหลายพื้นที่ ติดตามได้จากโพสเก่าๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมักเรียกโครงสร้างนี้ว่า “รั้วไม้ดักทราย (sand fence)” ซึ่งหากเราสืบค้นคำนี้ในหลากหลายช่องทางจะพบว่า มีการใช้โครงสร้างลักษณะนี้เพื่อดักทรายที่ถูกพัดพาเข้าหาฝั่งโดยลมในหลายประเทศ แต่จากภาพเชิงประจักษ์ที่พบเห็นได้บนชายหาดในประเทศไทย รั้วไม้ที่ว่านี้วางตัวในแนวเกือบขนานกับชายฝั่ง (ซิกแซกในบางพื้นที่) อีกทั้งยังจมอยู่ในน้ำในบางช่วงเวลาและรับแรงปะทะของคลื่นโดยตรง Beach Lover วิเคราะห์แล้วพบว่า โครงสร้างลักษณะนี้ทำหน้าที่คล้ายกับ “โครงสร้างป้องกันคลื่นแบบสันเตี้ยชนิดโปร่ง (Low-Crested Permeable Coastal Protection Structure)” มากกว่าที่จะเป็น “รั้วดักทราย” ที่ใช้ควบคุมการเคลื่อนที่ของทรายโดยลม (Aeolian Transport) ตามหลักการที่ควรจะเป็นที่ได้กล่าวถึงไว้ข้างต้น ช่วงเดือนตุลาคม 2568 นี้ Beach Lover ได้มีโอกาสลงพื้นที่สำรวจชายหาด จ.เพชรบุรี บริเวณหาดบางเกตุ ทิศเหนือของเขื่อนกันทรายและคลื่นปากน้ำชะอำ ที่มีการปักไม้ชะลอคลื่นไว้ด้านหน้ารีสอร์ทมาแล้วหลายครั้งและหลายปีต่อเนื่องกัน จากการสำรวจพบว่ามีการปักไม้แบบซิกแซก จำนวน 3 แถว และมีไม้เกิดความเสียหายในหลายตำแหน่ง เส้นผ่านศูนย์กลางเฉลี่ยของไม้ที่ใช้มีขนาดประมาณ 9 cm มีระยะห่างระหว่างซี่ไม้เฉลี่ยประมาณ 11.6 cm โดยมีความสูงจากพื้นชายหาดถึงปลายไม้เฉลี่ยประมาณ 86.4 cm ทั้งนี้ […]

Beachlover

October 15, 2025

การเมืองเรื่องเม็ดทราย…ความเชื่อ ผลประโยชน์ และอำนาจ

“ชายหาด” เส้นบางๆ ระหว่างแผ่นดินกับทะเล ไม่ใช่เพียงภูมิทัศน์งดงาม หากแต่เป็นสนามของความขัดแย้งทางนโยบาย งบประมาณ และอุดมการณ์ “โครงสร้างแข็งหรืออ่อน” “คอนกรีตหรือธรรมชาติ” กลายเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบเดียว เมื่อรัฐ นักวิชาการ นักอนุรักษ์ และชุมชนต่างยืนอยู่บนคนละฝั่งของคลื่นแห่งผลประโยชน์ บทความ  การเมืองเรื่องเม็ดทราย  โดย รศ.ดร.สมปรารถนา ฤทธิ์พริ้ง ชวนมองให้ลึกกว่าการกัดเซาะชายฝั่ง ว่าปัญหานี้ไม่ได้มีแค่ทรายที่ถูกคลื่นซัด แต่ยังมี “ความเชื่อ ผลประโยชน์ และอำนาจ” ที่กำลังกัดเซาะกันเองในสังคมไทย นี่ไม่ใช่เพียงเรื่องของวิศวกรรมชายฝั่ง แต่คือเรื่องของความโปร่งใส ความเป็นธรรม และอนาคตของชายหาดที่เราจะส่งต่อให้รุ่นลุกหลาน ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งเป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ทั้งจากปัจจัยธรรมชาติ และกิจกรรมของมนุษย์ ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นจากภาวะโลกร้อนทำให้ชายฝั่งถูกน้ำทะเลกัดเซาะอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ที่ดินริมชายฝั่งพังทลาย ประชาชนสูญเสียพื้นที่อาศัยและทำกิน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวถูกทำลาย สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างมาก นอกจากภาวะโลกร้อนแล้ว ปัจจัยฝีมือมนุษย์ เช่น การสร้างเขื่อนหรือท่าเรือที่รุกล้ำชายฝั่ง ก็อาจรบกวนการไหลเวียนตามธรรมชาติของตะกอนทราย ทำให้พื้นที่ท้ายน้ำขาดทรายและเกิดการกัดเซาะรุนแรงขึ้น ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งจึงเป็นเรื่องซับซ้อนที่ต้องการการจัดการที่รอบคอบรอบด้าน ชายหาดตามธรรมชาติเป็นระบบที่ไม่หยุดนิ่งมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คลื่นลมตามฤดูกาลสามารถพัดพาทรายเข้าฝั่งและออกจากฝั่งสลับกัน บางช่วงหาดทรายอาจแคบลงหรือหายไป แต่เมื่อฤดูกาลเปลี่ยนทรายใหม่ก็ถูกพัดกลับมาสะสมกลายเป็นชายหาดอีกครั้งเป็นวัฏจักรตามธรรมชาติ แท้จริงแล้วชายหาดยังทำหน้าที่เสมือนปราการธรรมชาติที่ช่วยซับแรงคลื่น ปกป้องผืนแผ่นดินด้านหลังจากพายุและคลื่นลมแรง หากมนุษย์เข้าไปแทรกแซงวงจรนี้อย่างไม่ระมัดระวัง เช่น การสร้างสิ่งปลูกสร้างถาวรรุกล้ำลงบนชายหาด ก็อาจทำให้กระบวนการตามธรรมชาติของชายหาดเปลี่ยนแปลงไปทั้งหมด และก่อให้เกิดผลกระทบตามมา โจทย์สำคัญของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือจะปกป้องชุมชนชายฝั่งจากภัยการกัดเซาะนี้อย่างไร โดยไม่ทำลายสมดุลธรรมชาติของชายหาดจนเกินจำเป็น โดยทั่วไปในการแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง มาตรการที่นิยมใช้กันทั่วไปมักแบ่งเป็นสองแนวทางหลักๆ คือ มาตรการใช้โครงสร้างแข็ง (Hard Engineering) และ มาตรการใช้โครงสร้างอ่อน […]

Beachlover

October 14, 2025

ชาวบ้านหาดทรายรี คัดค้านการปักเสาไม้กันคลื่น

ที่มา: https://www.facebook.com/SouthernThaiPBS เมื่อวานนี้ (29 ส.ค. 68) ที่วัดสุวรรณคูหาวารีวงศ์ (วัดถ้ำโพงพาง) ต.หาดทรายรี อ.เมือง จ.ชุมพร ผู้นำชุมชน เจ้าอาวาสวัด และชาวบ้านกว่า 300 คน จาก 7 หมู่บ้าน ร่วมประชาคมแสดงจุดยืนคัดค้านการปักเสาไม้กันคลื่น หลังใช้งานมา 3 ปีไม่แก้ปัญหายั่งยืน แถมเสาไม้ผุหักเป็นตอฝังดิน อันตรายต่อชาวบ้านและนักท่องเที่ยว อีกทั้งทำให้ภูมิทัศน์ชายหาดเสื่อมโทรม ชาวบ้านเรียกร้องหน่วยงานรัฐเลิกปักไม้ซ่อมแซมเพิ่มเติม พร้อมเร่งดำเนินการสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งถาวรตามแบบวิศวกรโยธา ควบคู่กับการปรับปรุงภูมิทัศน์ให้สวยงาม และจัดเวทีประชาคมเพื่อฟังเสียงประชาชนโดยเร็วที่สุด นางสกุลตลา ไมตรีจิตร นายก อบต.หาดทรายรี ยืนยันว่า การใช้เสาไม้ที่ผ่านมาไม่ช่วยแก้ปัญหาน้ำกัดเซาะชายฝั่ง แต่กลับสร้างปัญหาเพิ่ม จึงต้องหามาตรการถาวรเพื่อคุ้มครองพื้นที่และการท่องเที่ยวในระยะยาว

Beachlover

August 30, 2025

Coastal squeeze เพราะชายหาดถูกตรึง?

Coastal squeeze หมายถึงกระบวนการที่ที่อยู่อาศัยบริเวณชายฝั่ง (โดยเฉพาะพื้นที่ระหว่างน้ำขึ้นน้ำลง เช่น ที่ลุ่มน้ำเค็มหรือป่าชายเลน) สูญเสียไปเนื่องจากขอบเขตด้านบนถูกตรึงไว้ด้วยโครงสร้างป้องกันชายฝั่งหรือที่ดินสูง และขอบเขตด้านล่างเคลื่อนเข้าหาฝั่งเพราะระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้น กล่าวคือ เมื่อระดับน้ำทะเลสูงขึ้น พื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งจะพยายามเคลื่อนที่ร่นขึ้นที่สูง แต่หากด้านฝั่งถูกขวางด้วยกำแพงกันคลื่น เขื่อนหรือโครงสร้างถาวรอื่น ๆ พื้นที่ระหว่างน้ำขึ้นน้ำลงจะถูก “บีบ” จนแคบลงหรือหายไป ซึ่งก็คือ ปรากฏการณ์ coastal squeeze นั่นเอง แนวคิดนี้เริ่มใช้ในสหราชอาณาจักรช่วงปลายทศวรรษ 1980 เพื่ออธิบายการสูญเสียพื้นที่สลับน้ำขึ้นน้ำลงหน้าสิ่งปลูกสร้างชายฝั่ง และปัจจุบันกลายเป็นประเด็นสำคัญในการจัดการพื้นที่ชายฝั่งทั่วโลก Pontee (2013) ได้เสนอคำจำกัดความอย่างชัดเจนว่า “coastal squeeze เป็นรูปแบบหนึ่งของการสูญเสียที่อยู่อาศัยชายฝั่ง ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อพื้นที่ระหว่างน้ำขึ้นน้ำลงสูญเสียไปเนื่องจากระดับน้ำสูงสุดถูกตรึงด้วยโครงสร้างชายฝั่ง (เช่น กำแพงริมทะเล) ในขณะที่ขอบเขตน้ำลงเคลื่อนเข้าฝั่งเพราะระดับทะเลที่สูงขึ้น” กลไกนี้ชี้ว่าโครงสร้างป้องกันชายฝั่งทะเลที่ประชิดกับชายฝั่ง สามารถ “ตรึง” ชายฝั่งด้านบนไว้ ทำให้เมื่อทะเลหนุนสูง พื้นที่ชุ่มน้ำไม่สามารถย้ายขึ้นฝั่งตามได้ และท้ายที่สุดจะถูกน้ำท่วมทำลายหรือเสื่อมโทรมลงไปเรื่อยๆ ปรากฏการณ์ coastal squeeze ก่อให้เกิดผลกระทบสำคัญต่อระบบนิเวศชายฝั่งหลายประเภททั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำเค็ม (saltmarsh), ป่าชายเลน (mangrove) หรือพื้นที่ชายเลนที่น้ำลง (tidal flats) เนื่องจากสิ่งมีชีวิตและระบบนิเวศเหล่านี้ต้องอาศัยพื้นที่ระหว่างระดับน้ำทะเลขึ้น-ลงที่เหมาะสม การถูกบีบพื้นที่จึงนำไปสู่การเสื่อมโทรมหรือสูญเสียถิ่นที่อยู่อย่างกว้างขวาง โครงสร้างป้องกันชายฝั่งที่มนุษย์สร้าง แม้จะมีประโยชน์ในการลดการกัดเซาะในพื้นที่จำเพาะ แต่ก็มี บทบาทซ่อนเร้นในการเร่งให้เกิด […]

Beachlover

July 31, 2025

กำแพงไม้สน หาดทรายแก้ว ภูเก็ต – ตอนที่ 1

การปักไม้ลงบนหาดทรายแก้วเพื่อแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งนั้น ได้ถูกใช้เป็นหนึ่งในมาตรการ Nature-based solution ในบางพื้นที่ โดยทั่วไปจะใช้ไม้สน ไม้เนื้อแข็ง หรืออาจเป็นไม้ไผ่ โดยการปักเป็นแนวหรือรั้วเพื่อชะลอการเคลื่อนที่ของทราย ลดแรงของคลื่นที่กระทบชายฝั่ง และช่วยสร้างสันทรายใหม่ ซึ่งมีผลในการป้องกันการกัดเซาะทางธรรมชาติ อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จของวิธีนี้จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ตามอ่านได้จาก https://beachlover.net/sand-fance-erosion/ และ https://beachlover.net/sandfence-trap-yes-or-no-july2025/ หาดทรายแก้ว ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ประสบปัญหาการกัดเซาะรุนแรงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ต้นสนทะเลริมชายหาดจำนวนมากรากโผล่และล้มลง และบางช่วงในฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ คลื่นได้ซัดน้ำทะเลทะลักขึ้นมาถึงผิวถนนหลังหาด ทำให้แนวถนนเสี่ยงต่อความเสียหาย หน่วยงานภาครัฐจึงได้เร่งหาแนวทางแก้ไขเพื่อปกป้องชายหาดและโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว สืบเนื่องจากพื้นที่นี้อยู่ในความรับผิดชอบของกรมอุทยานแห่งชาติฯ ในปี 2567–2568 กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (กรมอุทยานแห่งชาติฯ ร่วมกับกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง) จึงได้ดำเนินโครงการติดตั้งรั้วไม้ดักทรายแบบซิกแซก บริเวณหาดทรายแก้ว โดยมีความยาวประมาณ 500 เมตร ใช้งบประมาณ 4.789 ล้านบาท วางเรียงขนานชายหาด 2 แถวในรูปแบบฟันปลา มีเป้าหมายเพื่อชะลอคลื่นและดักตะกอนทราย สร้างเนินทรายตามธรรมชาติขึ้นเพื่อป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ติดตามข่าวสารที่เกี่ยวข้องไปจาก Website ข่าวหลักๆเช่น https://www.thairath.co.th/scoop/interview/2858208# และ https://mgronline.com/south/detail/9680000047124#google_vignette และ https://www.bangkokbiznews.com/environment/1178811 Beach Lover พาชมส่วนแรกของงานปักไม้สน ทางทิศเหนือของหาดทรายแก้ว จ.ภูเก็ต […]

Beachlover

July 21, 2025

Sanur – ต้นแบบของ Beach restoration

Beach Lover ขอพาชมชายหาด Sanur ชายหาดฝั่งตะวันออกของเกาะบาหลีในช่วงเดือนมิถุนายน 2568 หากเราเดินเท้าสำรวจพื้นที่แถบนี้จะพบโครงสร้างป้องกันชายฝั่งละลานตา อยู่ร่วมกันกับทางเดินเลียบชายหาด ร้านอาหาร ร่มเตียงผ้าใบ และที่พักหลากหลายแบบ ทั้งราคาที่เป็นมิตรและไม่เป็นมิตรต่อเงินในกระเป๋า ในช่วงทศวรรษ 1970-1990 หาด Sanur ซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่ท่องเที่ยวยุคแรกๆ ของบาหลี ประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรงจนน่าเป็นห่วง โดยมีสาเหตุหลักมาจาก: 1.การขุดลอกแนวปะการัง: ในอดีต มีการนำหินปะการังจำนวนมหาศาลไปใช้เป็นวัสดุก่อสร้างสำหรับโรงแรมและอาคารต่างๆ การกระทำดังกล่าวเป็นการทำลายแนวป้องกันตามธรรมชาติที่เคยช่วยสลายพลังงานคลื่นก่อนจะเข้าถึงชายฝั่ง เมื่อไม่มีแนวปะการัง คลื่นจึงพัดเข้าปะทะชายหาดได้โดยตรง 2.การก่อสร้างที่รุกล้ำชายหาด: การพัฒนาการท่องเที่ยวที่รวดเร็วทำให้มีการก่อสร้างโครงสร้างต่างๆ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร และกำแพงป้องกันของเอกชนประชิดแนวชายฝั่งมากเกินไป เมื่อเกิดการกัดเซาะจึงไม่มีพื้นที่ให้ชายหาดได้ปรับสมดุลตามธรรมชาติ 3.พลวัตชายฝั่งที่เปลี่ยนไป: การไม่มีแนวปะการังป้องกันทำให้คลื่นและกระแสน้ำสามารถพัดพาทรายออกจากพื้นที่ชายหาดได้อย่างรวดเร็ว ผลกระทบที่เกิดขึ้น: ชายหาดบางส่วนหายไปจนเกือบหมด แนวชายฝั่งร่นถอยเข้าไปประมาณ 10-30 เมตร ต้นมะพร้าวและสิ่งปลูกสร้างริมหาดถูกทำลาย ทัศนียภาพที่สวยงามเสื่อมโทรมลง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการท่องเที่ยวซึ่งเป็นรายได้หลัก รวมถึงคุณภาพชีวิตของคนในพื้นที่ลดลง ด้วยสถานการณ์ที่วิกฤต รัฐบาลอินโดนีเซียจึงขอความช่วยเหลือไปยังรัฐบาลญี่ปุ่น และได้เกิดเป็น “โครงการอนุรักษ์ชายหาดบาหลี” (Bali Beach Conservation Project – BBCP) ซึ่ง JICA เข้ามามีบทบาทสำคัญในหลายมิติ ทั้งในรูปแบบของเงินกู้เพื่อการพัฒนา (ODA Loan) และการให้ความช่วยเหลือทางวิชาการ โครงการ […]

Beachlover

July 3, 2025

สำรวจสถานการณ์ของทรัพยากรชายฝั่ง คลองด่าน สมุทรปราการ

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 โดยส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ลงพื้นที่ติดตามสำรวจสถานการณ์ของทรัพยากรชายฝั่ง ท้องที่จังหวัดสมุทรปราการ บริเวณตำบลคลองด่าน อ.บางบ่อ เพื่อสำรวจสถานภาพพื้นที่ปัจจุบัน พร้อมทั้งบันทึกภาพ ลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดินชายฝั่งทะเลและสถานการณ์ชายฝั่ง ด้วยอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ซึ่งบริเวณที่สำรวจอยู่ในระบบหาดบางปะกง-เจ้าพระยา(T3A061) ความยาวระบบหาด 33.87 กม. โดยการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นชุมชน ที่อยู่อาศัย เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และประมงชายฝั่ง มีโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งตลอดแนวชายฝั่ง เช่น การปักไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่นที่มีสภาพชำรุด เขื่อนหินริมชายฝั่ง เขื่อนหินนอกชายฝั่ง ทั้งนี้จะดำเนินการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการวางแผนดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง และจัดทำรายงานสถานภาพชายฝั่งทะเลประจำปี 2568 ต่อไป

Beachlover

July 3, 2025
1 2 7