เม็ดทรายสุดท้ายที่ปลายแหลม(ตาชี)

แหลมตาชีหรือแหลมโพธิ์ สัญลักษณ์ที่สำคัญของชายฝั่งทะเลจังหวัดปัตตานี ณ ที่แห่งนี้ตะกอนทรายที่เดินทางเลียบชายฝั่งมาตั้งแต่ปากแม่น้ำโกลกจะเคลื่อนที่มาสะสม เติมเต็มให้แหลมตาชีงอกยื่นยาวออกไปเรื่อยๆ โดยฝั่งซ้ายหรือทิศใต้ของปลายแหลมเป็นป่าชายเลนในอ่าวปัตตานี ส่วนฝั่งขวาหรือทิศเหนือเป็นป่าชายหาดและทะเลฝั่งอ่าวไทย ปลายแหลมนี้ยื่นยาวขึ้นเกือบทุกปี รวมถึงลักษณะรูปทรงของสันทรายที่ปลายแหลมก็เปลี่ยนแปลงไปตามกระบวนการทางธรรมชาติตลอดเวลา บริเวณปลายสุดนี้เป็นสันทรายขนาดใหญ่ กว้างประมาณ 180 เมตร ยื่นยาวออกไปจากแนวป่าสนประมาณ 320 เมตร และพบสันทรายเล็กๆที่ปลายแหลม ประหนึ่งเป็นเกาะขนาดเล็กที่สามารถเดินข้ามไปได้ยามน้ำลง สังเกตได้ว่าเกิดบ่อน้ำ ร่องน้ำ บนแหลมทรายนี้ ซึ่งเกิดจากการที่คลื่นซัดข้ามสันทรายที่มีระดับสูงกว่าระดับน้ำทะเลไม่มากนัก เข้ามายังพื้นที่ด้านใน จนเกิดบ่อ เกิดร่องน้ำ โดยพบว่าในหลายแห่งเริ่มเน่าเสียเพราะน้ำถูกขังไว้เป็นเวลานาน ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของปลายแหลมนี้คืออ่าวปัตตานี ส่วนทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือนี้คือทะเลฝั่งอ่าวไทย นักวิชาการบางสำนักชี้ว่า ปลายแหลมนี้กำลังค่อยๆโค้งเข้าไปปิดปากอ่าวปัตตานีในอนาคต ในขณะที่บางสำนักชี้ว่า โอกาสเกิดแบบนั้นน่าจะมีความเป็นไปได้น้อยตราบเท่าที่ยังมีน้ำไหลออกจากปากแม่น้ำปัตตานี เรื่องราวนี้คงจะได้พิสูจน์โดยใช้ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ วิเคราะห์กันด้วยหลักเหตุผลได้อย่างไม่ยากเย็นนัก … รอติดตามต่อไป

Beachlover

May 12, 2021

ตะโละสะมิแล …ยังสบายดีไหม

Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของหาดตะโละสะมิแล หาดท่องเที่ยว ที่นำพาผู้คนหลั่งไหลมาที่ปลายแหลมตาชี จ.ปัตตานี ไปแล้วครั้งหนึ่ง ติดตามได้จาก https://beachlover.net/ตะโล๊ะสะมิแล-เคยหายไป/ เมื่อเปรียบเทียบแนวชายฝั่งเบื้องต้นโดยใช้ข้อมูล Google earth พบว่า ชายหาดบ้านตะโละสะมิแลนั้นเกิดการพัฒนาอย่างมากระหว่างปี 2554-2563 พื้นที่เดิมที่เคยเป็นป่าชายหาด หนองบึง ตามธรรมชาติ ถูกเปลี่ยนสภาพเป็นรีสอร์ทและร้านอาหารริมทะเล จากการสำรวจปีที่แล้วนั้น Beach Lover ได้พบหลายรีสอร์ทกำลังสร้างใหม่เพิ่มเติม โดยหลายรีสอร์ทที่สร้างไปแล้วพบว่ามีบางส่วนของพื้นที่ใช้ประโยชน์ด้านในที่ดูเหมือนจะล้ำลงมาที่ชายหาดค่อนข้างมาก อย่างถนนดินลูกรังที่ถมทับลงไปบนชายหาดตามภาพเดือนสิงหาคม 2563 อีกทั้งยังมีการนำท่อซีเมนต์และกองหินมาวางริมชายหาดด้านหน้ารีสอร์ทเพื่อป้องกันชายฝั่ง ทั้งวางตัวขนานและวางตั้งฉากกับชายฝั่ง คาดว่าแต่ละรีสอร์ทดำเนินการกันเอง ครั้งนี้ Beach Lover พาบินสำรวจมุมสูงเพื่อเปรียบเทียบให้เห็นการเปลี่ยนแปลงของสภาพพื้นที่ริมชายหาดเมื่อครั้งเดือนสิงหาคม ปีที่แล้ว กับเมษายนในปีนี้ พบว่า กองหินที่นำมาวางขวางการเคลื่อนที่ของตะกอนชายฝั่ง หรือทำหน้าที่เหมือนรอดักทรายนั้น (อ่านเพิ่มเติมเรื่องรอดักทรายจาก https://beachlover.net/groin/) บัดนี้ได้มีทรายมาถมระหว่างช่องว่างจนเต็ม โดยสามารถสังเกตเห็นได้อย่างชัดเจนจากภาพ อีกสิ่งหนึ่งที่ปรากฏชัดจากภาพด้านบนนี้คือผลกระทบด้านท้ายน้ำ (Downdrift) จากโครงสร้างรอดักทรายตัวสุดท้ายทางทิศเหนือของภาพ โดยพบว่าเกิดการเว้าแหว่งของชายหาดกินลึกเข้าไปถึงรีสอร์ทด้านใน ซึ่งจากภาพในเดือนสิงหาคมนั้นยังอยู่ห่างจากทะเลค่อนข้างมาก แต่มาวันนี้ ทะเลได้รุกเข้ามาถึงเสาต้นนอกแล้ว ทำให้รีสอร์ทต้องนำเสาไม้และถุงกระสอบทรายมาปักและวางด้านหน้าเพื่อบรรเทาผลกระทบพลางไปก่อน จุดเริ่มต้นของการกัดเซาะพื้นที่นี้ เท่าที่พอจะหาภาพเชิงประจักษ์มาเล่าเรื่องได้ คาดว่าเกิดการกำแพงกันคลื่นแบบแนวดิ่งทางด้านทิศใต้ของบ้านตะโละสะมิแล ซึ่งส่งผลให้ชายหาดด้านทิศเหนือเกิดการกัดเซาะแบบเว้าแหว่ง โดยสังเกตได้จากภาพแรกของโพสนี้ […]

Beachlover

May 1, 2021

ปลายสุดแหลมตาชีสุดสวย ไม่พบแนวกัดเซาะชายฝั่ง

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๒๖ เมษายน ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๙ (ปัตตานี) สำรวจเก็บข้อมูล และติดตามสถานภาพชายฝั่ง พื้นที่ปลายสุดแหลมตาชี ต.แหลมโพธิ์ อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ซึ่งอยู่ในระบบหาดแหลมโพธิ์-บางมะรวด ผลการสำรวจพื้นที่มีการสะสมตัวของตะกอนทรายจำนวนมาก มีลักษณะปลายแหลมที่ยื่นออกไปในทะเล ซึ่งมีชื่อเรียกทางธรณีสัณฐานว่า สันดอนจะงอย (sand spit) เป็นสันดอนที่โผล่พ้นน้ำ มีรูปร่างยาวแคบเหมือนกับแหลมงอกยื่นยาวจากชายฝั่งออกไปในทะเล มีทิศทางเกือบขนานไปกับแนวชายฝั่ง ส่วนปลายของสันดอนมีรูปร่างโค้งงอ เป็นจะงอยหรือตะขอ เกิดจากอิทธิพลของกระแสน้ำเรียบชายฝั่ง (longshore current) สันดอนจะงอยนี้ยังเป็นพื้นที่กันลมมรสุมและคลื่นลมให้กับอ่าวปัตตานีอีกด้วย ไม่พบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง อีกทั้งปลายสุดแหลมตาชีมีการใช้ประโยชน์พื้นที่โดยรอบเป็นพื้นที่สาธารณะสำหรับการท่องเที่ยวชายหาด และพื้นที่พักผ่อนหย่อนใจทั้งของประชาชนในพื้นที่ และพื้นที่ใกล้เคียง พร้อมทั้งเป็นพื้นที่จอดเรือประมงชายฝั่ง

Beachlover

April 26, 2021

ติดตามผลกระทบการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งทะเลปัตตานี

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH/ วันที่ ๖ มกราคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๙ (ปัตตานี) สำรวจ ติดตามผลกระทบการเปลี่ยนแปลงพื้นที่ชายฝั่งท้องที่ จ.ปัตตานี จากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ตามประกาศศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ฉบับที่ ๓ (๗/๒๕๖๔) ฝนตกหนักบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกตอนล่าง ส่งผลให้คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ ๒ เมตร พบว่าพื้นที่ ต.แหลมโพธิ์ อ.ยะหริ่ง ได้รับผลกระทบจากคลื่นลมมรสุมทำให้เกิดการกัดเซาะตลอดแนวชายฝั่งตั้งแต่จุดสิ้นสุดโครงสร้างกำแพงกันคลื่น ระยะทางประมาณ ๕๐๐ เมตร ส่วนพื้นที่ชายฝั่ง ต.ปะนาเระ อ.ปะนาเระ ไม่พบผลกระทบจากมรสุม ทั้งนี้ได้สอบถามข้อมูลจากชาวบ้านในพื้นที่ถึงการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งที่เกิดขึ้น ทั้งในอดีตและปัจจุบันเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการวางแผนการบริหารจัดทรัพยากรชายฝั่งในพื้นที่ จ.ปัตตานีต่อไป

Beachlover

January 6, 2021

ปลายแหลมตาชี มีอะไร ?

แหลมตาชีหรือแหลมโพธิ์ สัญลักษณ์ที่สำคัญของชายฝั่งทะเลจังหวัดปัตตานี ณ ที่แห่งนี้ตะกอนทรายที่เดินทางเลียบชายฝั่งมาตั้งแต่ปากแม่น้ำโกลกจะเคลื่อนที่มาสะสม เติมเต็มให้แหลมตาชีงอกยื่นยาวออกไปเรื่อยๆ โดยฝั่งซ้ายหรือทิศใต้ของปลายแหลมเป็นป่าชายเลนในอ่าวปัตตานี ส่วนฝั่งขวาหรือทิศเหนือเป็นป่าชายหาดและทะเลฝั่งอ่าวไทย Beach Lover พาชมปลายสุดแหลมตาชีในมุมสูง ซึ่งเผยให้เห็นป่าชายหาด ป่าชายเลน ที่ค่อนข้างสมบูรณ์ทั้งสองฝั่งของปลายแหลม นักวิชาการบางสำนักชี้ว่า ปลายแหลมนี้กำลังค่อยๆโค้งเข้าไปปิดปากอ่าวปัตตานีในอนาคต ในขณะที่บางสำนักชี้ว่า โอกาสเกิดแบบนั้นน่าจะมีความเป็นไปได้น้อยตราบเท่าที่ยังมีน้ำไหลออกจากปากแม่น้ำปัตตานี เรื่องราวนี้คงจะได้พิสูจน์โดยใช้ข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์ วิเคราะห์กันด้วยหลักเหตุผลได้อย่างไม่ยากเย็นนัก … รอติดตามต่อไป

Beachlover

September 5, 2020

ตะโล๊ะสะมิแล พื้นที่นี้เคยหายไปจากแผนที่เป็นร้อยๆไร่ ?!?!?

หาดตะโล๊ะสะมิแล ตั้งอยู่บนแหลมตาชีหรือแหลมโพธิ์ จ.ปัตตานี ในอดีตเป็นพื้นที่ค่อนข้างรกร้างว่างเปล่า มีบ้านเรือนกระจัดกระจายนับได้ประมาณ 7 หลังคาเรือนริมชายหาดแห่งนี้ ตลอดแนวประมาณ 3 กิโลเมตร (นับจากภาพถ่ายดาวเทียมปี 2554) ด้วยเหตุการณ์ความไม่สงบเรียบร้อยในภาคใต้ที่ต่อเนื่องยาวนานมาเกือบ 20 ปี ส่งผลให้พื้นที่นี้ยังถูกพัฒนาไปไม่มาก แต่ในปัจจุบันพบว่าเริ่มมีรีสอร์ทเข้ามาปลูกสร้างริมชายหาดมากมาย ส่วนใหญ่เป็นรีสอร์ทที่ราคาไม่สูงมากนัก และมักจะรองรับลูกค้าเป็นครอบครัวหรือกลุ่มใหญ่ Beach Lover ได้ลงสำรวจพื้นที่นี้เมื่อเดือนสิงหาคม 2563 พบหลายรีสอร์ทกำลังสร้างใหม่เพิ่มเติม และหลายรีสอร์ทที่สร้างไปแล้วพบหลายโครงสร้างที่ประชิดชายหาดมาก และ(ดูเหมือน)รุกล้ำลงไปบนชายหาด อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของชายหาดตะโล๊ะสะมิแลที่ถูกเผยแพร่ผ่าน Website ต่างๆ พบการให้ข้อมูลในลักษณะที่ว่า พื้นที่นี้เคยถูกกัดเซาะไปกว่า 100 ไร่ [เพิ่มเติมจาก http://pattaniheritagecity.psu.ac.th/pattanistory/พื้นดินงอกใหม่-หาดตะโละ/] จากภาพถ่ายดาวเทียมปี 2563 ที่ถูกทาบกับเส้นชายฝั่งปี 2554 (ใช้นิยาม Permanent vegetation line) พบว่าชายหาดแถบมีการเปลี่ยนแปลงน้อยมาก รวมถึงในช่วงเวลาอื่นๆระหว่าง 2554-2563 ด้วย ซึ่งไม่ตรงกับข้อมูลที่ปรากฏอยู่ใน website ต่างๆ จึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจตามต่อว่า พื้นที่ไหนที่บ้านและที่ดินของประชาชนถูกกัดเซาะหายไปเป็นร้อยๆไร่ตามข่าว โดยหายไปในปีใด และด้วยสาเหตุใดกันแน่จึงทำให้พื้นที่นั้นคืนสภาพกลับมาเป็นร้อยๆไร่ […]

Beachlover

August 26, 2020

กำแพงกันอะไร ? ช่วงปลอดมรสุม

ภาพเมื่อ: สิงหาคม 2563 แหลมตาชีหรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าแหลมโพธิ์ ถือเป็นสัญลักษณ์หนึ่งที่สำคัญเมื่อกล่าวถึงชายหาดแห่งเมืองปัตตานี โดยสภาพทั่วไปแล้วแหลมตาชีจะงอกยาวขึ้นเรื่อยๆเนื่องจากตะกอนทรายเลียบชายฝั่งที่เคลื่อนตัวจากทิศใต้สู่ทิศเหนือ Beach Lover ได้ลงสำรวจชายหาดบริเวณแหลมตาชีช่วงกลางเดือนสิงหาคม 2563 ซึ่งเป็นช่วงปลอดมรสุม พบตะกอนทรายไหลมากองอยู่บริเวณชายทะเลแถบนี้จำนวนมาก พบว่ากำแพงกันคลื่นแบบหินทิ้งความยาวประมาณ 320 เมตร ที่เคยสร้างไว้เดิม (ไม่ทราบหน่วยงานเจ้าของงาน) เพื่อป้องกันชายฝั่งยามมรสุมนั้นหมดหน้าที่ลงเนื่องจากคลื่นไม่สามารถวิ่งเข้ามาปะทะกำแพงได้ อย่างไรก็ตาม คาดเดาได้ว่าในช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ คลื่นและน้ำทะเลน่าจะเข้ามาปะทะถนนที่ตัดประชิดชายหาดมากๆแห่งนี้จนชำรุดเสียหาย เนื่องจากพบร่องรอยการซ่อมแซมถนน สำหรับชายฝั่งทะเลประเทศไทยระยะทางสามพันกว่ากิโลเมตรนั้น มีถนนจำนวนมากที่ตัดประชิดเลียบชายหาด จำนวนไม่น้อยวางตัวอยู่บนสันทรายธรรมชาติริมชายหาด ยามปลอดมรสุมถนนเส้นนั้นก็คงอยู่รอดปลอดภัย แต่ยามมรสุมเข้าเมื่อใด ก็มักจะเรียกร้องหาโครงสร้างมาป้องกันถนน เป็นเรื่องน่าคิดว่า เราจะอนุญาตให้ถนนตัดเลียบประชิดชายฝั่งแบบนี้ แล้วเรียกร้องหาโครงสร้างทางวิศวกรรมอีกชั้นหนึ่งมาป้องกันถนนจากอิทธิพลของคลื่นลมยามมรสุม ซึ่งนั่นหมายถึงงบประมาณที่ต้องใช้เพื่อการก่อสร้างและบำรุงรักษา หรือเราควรสงวนพื้นที่บางส่วนริมชายฝั่งไว้ ให้คลื่นได้มีพื้นที่ “Exercise” ช่วงมรสุม โดยการถอยถนนออกมาอยู่ในระยะปลอดภัย

Beachlover

August 20, 2020