เกเบี้ยนและรั้วไม้ ณ หาดม่วงงาม ยามนี้

จากข้อมูลสำรวจวันที่ 20 มี.ค.2564 พบว่าสภาพของไม้ที่ปักยังคงอยู่ดีและอยู่ในแนวเดิมตามรูป A และยังพบร่องรอยของทรายหน้าชายหาดถูกเกลี่ยและปรับแต่งให้เรียบร้อย (ไม่ทราบหน่วยงาน) ในตำแหน่งที่กรมโยธาและผังเมืองอ้างว่ามีการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรง (ทิศใต้/ทิศเหนือ/ด้านหน้า ของลานปูนซึ่งอยู่ในพื้นที่โครงการเพียงบางส่วน) ซึ่งนั่นหมายความว่า การดำเนินมาตรการป้องกันชายฝั่งแบบชั่วคราวร่วมกับการปรับแต่งหาดทรายให้เรียบร้อยหลังมรสุม นั้นก็เพียงพอแล้วกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหากชายหาดถูกกัดเซาะ  แม้กระทั่งแนวป้องกันแบบเกเบียนเดิมที่ทางกรมโยธาธิการและผังเมืองได้สร้างไว้เมื่อประมาณ 10 ปีที่แล้ว และกรมโยธาธิการและผังเมืองได้อ้างว่าชำรุดเสียหายจนเป็นหนึ่งในสาเหตุของการดำเนินโครงการนี้ ณ ชายหาดม่วงงาม จากข้อมูลสำรวจสนามพบว่ายังสามารถป้องกันพื้นที่ชายฝั่งได้ในช่วงมรสุม แม้ไม่ได้สมบูรณ์เหมือนเมื่อครั้งสร้างใหม่ๆ เนื่องจากมีการชำรุดเสียหายไปบ้างตามการใช้งาน พบว่าโดยส่วนมากของเกเบี้ยนเดิมยังคงใช้งานได้ตามวัตถุประสงค์ (รูปที่ B และ C)  เพราะหากเสียหาย 100% และป้องกันไม่ได้ ควรจะพบร่องรอยของการซ่อมแซมถนนบ้าง แต่ตามหลักฐานพบว่าไม่มีร่องรอยการซ่อมแซมในพื้นที่โครงการแต่ประการใด (ติดตามได้จาก Link: https://www.youtube.com/watch?v=eBsizPSlqh0) ที่บันทึกเมื่อวันที่ 10 ตุลาคม 2563 ในหมู่ที่ 7 และ 8 ซึ่งเป็นพื้นที่โครงการในระยะที่ 1 และระยะที่ 2) หากแม้ว่าโครงสร้างเกเบี้ยนนี้จะมีชำรุดเสียหายไปบ้างตามสภาพการใช้งาน ก็ควรใช้วิธีการซ่อมแซมให้โครงสร้างกลับมาทำหน้าที่ได้อีกครั้ง ด้วยงบประมาณไม่มากมายขนาดที่ต้องใช้เพื่อการสร้างโครงสร้างเขื่อนกันคลื่นแบบขั้นบันได และยังไม่นำพาความเสียหายต่อชายหาดที่ยังคงสมบูรณ์อีกด้วย

Beachlover

April 18, 2021

หาดกัดเพราะรัฐสร้าง? @ หน้าสตน

Beach Lover ได้ลงสำรวจพื้นที่ชายหาดหน้าสตน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราชเมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ พบว่ากำลังมีการสร้างกำแพงกันคลื่นแบบหินเรียงโดยกรมโยธาธิการและผังเมือง โดยพบว่าปลายสุดของโครงสร้างกำแพงทางทิศเหนือ เกิดการกัดเซาะเข้ามาพื้นที่ด้านใน ซึ่งเป็นพื้นที่ทำกินของชาวบ้าน และพบว่าทางท้องถิ่นได้นำไม้และถุงกระสอบมาป้องกันให้ชาวบ้านเป็นการชั่วคราว จากภาพมุมสูงเผยให้เห็นชัดเจนว่า โครงสร้างกำแพงนี้ยื่นล้ำลงไปในทะเลค่อนข้างมาก โดยยืนยันจากภาพถ่ายดาวเทียม google Earth พบว่างานก่อสร้างนี้เป็นการถมหินทับลงไปบนชายหาดโดยน่าจะยึดเอาระดับชายน้ำเป็นแนวของการถมกำแพงหินนี้ นอกจากนั้นเป็นที่น่าสังเกตว่าปลายของโครงสร้างทางทิศเหนือเกิดการหักเบนออกไปในทิศทางนอกชายฝั่ง ซึ่งนี่เป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่ส่งผลกระทบให้พื้นที่ชายหาดด้านในเกิดการกัดเซาะในอัตราเร่งอย่างรุนแรง ซึ่งกรณีนี้เป็นที่ชัดเจนว่าเหตุเกิดจากการเลี้ยวเบนของคลื่นด้านหลังโครงสร้างกำแพงหิน ส่งผลให้เกิดการกัดเซาะตามภาพความเสียหายที่ปรากฏ คำถามที่หน่วยงานที่รับผิดชอบต้องตอบคือ (1) ความจำเป็นของการสร้างโครงสร้างขนาดใหญ่ทับลงไปบนชายหาดตลอดแนว (2) เหตุใดจึงเลือกที่จะเบนส่วนปลายสุดของโครงสร้างออกนอกชายฝั่ง (3) จะเยียวยาความเสียหายนี้ต่อชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบอย่างไร กรณีแบบนี้แหล่ะ “หาดกัดเพราะรัฐสร้าง” ของจริง

Beachlover

March 15, 2021

สำรวจสถานภาพแนวชายฝั่งทะเลท่าชนะ สุราษฎร์ธานี

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH/ วันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ร่วมกับสำนักงาน ทช.ที่๔ (สุราษฎร์ธานี) สำรวจ ติดตามและประเมินสถานภาพพื้นที่แนวชายฝั่งทะเล จ.สุราษฎร์ธานี บริเวณชายฝั่งหาดสำเร็จ ม.๕ ต.ท่าชนะ อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี จัดอยู่ในระบบหาดละแม-ท่าชนะ (T๕H๑๓๓) ผลการสำรวจสภาพแนวชายฝั่งทะเลโดยอากาศยานไร้คนขับ (Drone) พบว่า มีเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ และเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่ง ๔ ตัว อยู่ทางด้านทิศเหนือ และยังพบเขื่อนหินทิ้งริมชายฝั่ง ทำให้บริเวณจุดสิ้นสุดโครงสร้างเกิดการกัดเซาะลึกเข้าไปในแผ่นดิน ทั้งนี้ กำลังศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้นและจัดเวทีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน เพื่อก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลของกรมโยธาธิการและผังเมือง และบริเวณชายฝั่งหาดสมบูรณ์ ม.๓ ต.วัง อ.ท่าชนะ จ.สุราษฎร์ธานี จัดอยู่ในระบบหาดละแม-ท่าชนะ (T๕H๑๓๓) ผลการสำรวจเป็นหาดทราย ไม่มีการกัดเซาะชายฝั่ง มีตะกอนทรายสะสมตัว และมีโครงสร้างเขื่อนหินทิ้งริมชายฝั่งความยาว ๙๒๐ เมตร ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างของกรมโยธาธิการและผังเมือง สำรวจสภาพแนวชายฝั่งทะเลโดยอากาศยานไร้คนขับ (Drone) พบว่า มีการขุดทรายจากบริเวณหน้าโครงสร้างเดิมขึ้นมาถมโครงสร้างเพื่อเตรียมก่อสร้างโครงการดังกล่าว

Beachlover

January 31, 2021

ข้อสังเกตต่อโครงการป้องกันการกัดเซาะชายหาดมหาราช จ.สงขลา: ประเด็นชวนคิด 2 (ตอนที่ 4/4)

ความเสียหายที่เกิดจากการสร้างไม่ได้สัดส่วนกับวัตถุประสงค์ที่ต้องการ พบว่าฐานของโครงสร้างกำแพงกันคลื่นนี้จะจมอยู่ใต้ระดับน้ำทะเลตลอดเวลา (สังเกตได้จากเสาเข็มต้นที่อยู่ฝั่งทะเลและแนวถุงทรายตามรูปที่ 7 ในตอนแรก https://beachlover.net/ข้อสังเกต-มหาราช-ตอน1-4/และ ระดับน้ำตามรูปที่ 1 ในโพสนี้) เมื่อน้ำขึ้นจะมีบางส่วนของกำแพงที่อยู่ใต้น้ำเพิ่มเติม และเมื่อโครงสร้างอยู่ในแนวที่น้ำท่วมถึงคลื่นจะวิ่งเข้ามาถึง นั่นหมายถึงโครงสร้างนั้นกำลังรบกวนสมดุลของกระบวนการชายฝั่งทะเล แม้ตามแบบจะปรากฏชัดว่าจะมีการถมทรายกลับทับจนถึงบันไดขั้นที่หก (จากด้านบน) แต่เมื่อคลื่นวิ่งเข้าปะทะทรายที่ถูกถมทับไปบนกำแพงขั้นบันได คลื่นจะค่อยๆชักเอาทรายด้านบนและด้านหน้าบันไดออกไป และเมื่อทรายด้านบนที่ถมทับถูกชักออกไปทั้งหมด คลื่นจะสามารถวิ่งเข้ามาปะทะกำแพงโดยตรงและจะส่งผลให้เกิดคลื่นสะท้อนด้านหน้ากำแพง ยิ่งเหนี่ยวนำให้ทรายด้านหน้ากำแพงถูกดึงออกนอกชายฝั่ง และชายหาดด้านหน้ากำแพงหดหายไปอย่างถาวร แสดงผลกระทบของโครงสร้างกำแพงกันคลื่นดังรูปที่ 2 นอกจากนั้นกำแพงจะยิ่งส่งผลให้ชายหาดส่วนถัดไปจากสุดปลายกำแพงเกิดการกัดเซาะได้เนื่องจากการเลี้ยวเบนของคลื่นและกระแสน้ำ แสดงดังรูปที่ 3 หากใช้มาตรการสร้างกำแพงกันคลื่น จำเป็นต้องสร้างตลอดทั้งแนว มิฉะนั้นพื้นที่ใกล้เคียงที่ปราศจากโครงสร้างป้องกันจะเกิดผลกระทบดังรูปที่ 4 ซึ่งจะยิ่งเป็นการสิ้นเปลืองงบประมาณโดยไม่จำเป็น งานป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งโดยใช้โครงสร้างที่ผ่านมาในประเทศไทยนั้น โดยมากเป็นการดำเนินงานเฉพาะพื้นที่ ทั้งที่จริงแล้วชายฝั่งทะเลเป็นเขตติดต่อที่ยาวต่อเนื่องกัน การดำเนินการในพื้นที่ใดย่อมส่งผลกระทบต่ออีกพื้นที่หนึ่งบริเวณใกล้เคียง พบว่าปัญหาการกัดเซาะที่เกิดขึ้นตลอดแนวชายฝั่งทะเลประเทศไทยส่วนใหญ่ต้นเหตุแห่งปัญหามาจากโครงสร้างป้องกันชายฝั่ง ซึ่งแท้จริงแล้วมีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการกัดเซาะ แต่กลับกลายเป็นต้นเหตุแห่งปัญหาเสียเอง (https://beachlover.net/แก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่ง/) ประเทศที่มีดินแดนติดชายฝั่งหลายประเทศ โดยเรียนรู้จากบทเรียนเดิมที่เคยเกิดขึ้นว่า มาตรการใช้โครงสร้างป้องกันชายฝั่งนั้นมีข้อจำกัดทั้งเรื่องงบประมาณที่ต้องใช้เพื่อการก่อสร้างและบำรุงรักษาที่นับวันจะมีมูลค่าสูงขึ้นเรื่อยๆ (Luciana S. Esteves, 2014) รวมถึงผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กลายเป็นว่ายิ่งสร้างโครงสร้างป้องกันยิ่งจะส่งผลให้ต้องสร้างต่อไปเรื่อยๆ เพราะชายหาดที่ไม่ถูกป้องกันจะถูกกัดเซาะเป็นโดมิโน่ (Domino effect) แนวโน้มของการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในปัจจุบันจึงได้พยายามปรับเปลี่ยนวิธีการ จากการตรึงชายฝั่งให้อยู่กับที่โดยใช้โครงสร้างป้องกัน มาเป็นใช้มาตรการที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียงน้อยที่สุด สำหรับประเทศไทยนั้น หลายหน่วยงานได้ดำเนินโครงการป้องกันชายฝั่งทะเลในหลายพื้นที่  […]

Beachlover

January 24, 2021

ข้อสังเกตต่อโครงการป้องกันการกัดเซาะชายหาดมหาราช จ.สงขลา: ประเด็นชวนคิด 1 (ตอนที่ 3/4)

การใช้มาตรการที่เกินจำเป็น โครงการนี้ใช้โครงสร้างป้องกันชายฝั่งขนาดใหญ่วางทับลงไปบนชายหาดที่ไม่เกิดการกัดเซาะที่รุนแรง แม้พบว่าช่วงเวลาที่เคยถูกกัดเซาะนั้นมีอัตราที่รุนแรงจริง (เดือนมีนาคมถึงสิงหาคมของปี 2558 ในรูปที่ 2 อัตราการเปลี่ยนแปลงของชายหาดมหาราช จากตอนที่ 2/4) แต่พบว่าชายหาดฟื้นคืนสภาพกลับมาตามธรรมชาติได้อีกครั้งในปีเดียวกัน นั่นแปลว่าชายหาดเกิดการเปลี่ยนแปลงเพียงช่วงระยะเวลาหนึ่งตามฤดูกาลเท่านั้น หากเกิดการกัดเซาะอย่างถาวรเราจะไม่พบกระบวนการฟื้นคืนสภาพชายหาดเช่นนี้ และยังพบว่าในภาพรวมตั้งแต่ปี 2556 ถึง 2562 ชายหาดมหาราชระยะทาง 1.9 กิโลเมตรเกิดเปลี่ยนแปลงสุทธิในลักษณะของการทับถมในอัตรา 0.431 เมตรต่อปี ซึ่งถือว่าเป็นชายหาดที่มีเสถียรภาพ ตามเกณฑ์ที่ระบุไว้โดยกรมทรัพยากรธรณีและยึดถือปฏิบัติมาถึงกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, 2562)  นอกจากนั้น จากรูปความเสียหายจนเป็นเหตุจำเป็นให้หน่วยงานต้องดำเนินโครงการป้องกันชายฝั่งบริเวณนี้ตามรูปที่ 4 (ภาพความเสียหายเมื่อ พ.ศ.2558 จากตอนที่ 2/4) พบว่า การกัดเซาะที่ปรากฏนั้นเกิดขึ้นเฉพาะจุด โดยเฉพาะตำแหน่งใกล้ๆกับทางระบายน้ำลงทะเล มิได้เกิดขึ้นตลอดทั้งแนวชายหาดแต่อย่างใด หากเกิดการกัดเซาะอย่างรุนแรงจนเป็นเหตุแห่งการก่อสร้างโครงสร้างป้องกันตลอดทั้งแนวชายหาดจริง เราจะพบการกัดเซาะตลอดทั้งแนวถนนเลียบชายหาด นั่นแปลได้ว่าชายหาดเกิดการเปลี่ยนแปลงเพียงบางตำแหน่งและเฉพาะช่วงระยะเวลาหนึ่งตามฤดูกาลเท่านั้น เพราะหลังจากนั้นชายหาดในตำแหน่งใกล้ๆกับทางระบายน้ำก็ฟื้นคืนกลับมาในสภาพปกติ สังเกตได้จากสภาพชายหาดที่กลับคืนมาจากภาพ Google street view ตามรูปที่ 3 (ร่องรอยกัดเซาะบนถนนเลียบชายหาดจาก Google street view จากตอนที่ 2/4) ซึ่งถ่ายไว้ 1 […]

Beachlover

January 22, 2021

ข้อสังเกตต่อโครงการป้องกันการกัดเซาะชายหาดมหาราช จ.สงขลา: การเปลี่ยนแปลงของชายหาด (ตอนที่ 2/4)

วิธีการที่ง่ายและประหยัดที่สุดในยุคนี้ที่จะสามารถศึกษาประวัติการเปลี่ยนแปลงชายฝั่งได้ในระยะยาวคือการศึกษาจากภาพถ่ายดาวเทียม Google Earth ที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายใช้งานสะดวกโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย หากศึกษาจาก Google earth ย้อนหลังไปตั้งแต่ปี 2013 (หรือ พ.ศ.2556) จนถึงปี 2019 (หรือ พ.ศ.2562) ณ พื้นที่ชายหาดมหาราช พบการเปลี่ยนแปลงดังรูปที่ 1 ข้อมูลจากภาพถ่ายดาวเทียมลักษณะนี้ แม้จะมีข้อจำกัดเรื่องของแนวชายฝั่งที่เป็นแนวน้ำตัดกับทราย ที่จะแปรเปลี่ยนไปตามระดับน้ำขึ้นลง หากเราต้องการกำจัดอิทธิพลเรื่องระดับน้ำแตกต่างกันที่ว่านี้ออกไป นิยามของแนวชายฝั่งอีกตัวหนึ่งที่ใช้กันอย่างแพร่หลายคือ แนวพืชขึ้นถาวร (Permanent vegetation line) [ศึกษาเพิ่มเติมจาก https://beachlover.net/shoreline-detection/] เมื่อเรามองภาพรวมของหาดมหาราชทั้งสี่ภาพด้านบนจะพบว่า แนวพืชขึ้นถาวร (แนวขอบของหญ้า ผักบุ้งทะเล หรือต้นสน) นั้นไม่มีร่องรอยการเปลี่ยนแปลงที่จะสามารถบ่งบอกได้ว่าบริเวณนี้เผชิญปัญหากัดเซาะชายฝั่งจนต้องสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่ง นอกจากนั้นยังพบว่ากำแพงกันดินที่ท้องถิ่นเคยสร้างไว้เดิมเพื่อปรับภูมิทัศน์ยังถูกปกคลุมมิดด้วยหญ้าและผักบุ้งทะเล (จากโพสตอนที่ 1/4) นั่นย่อมชี้ให้เห็นว่าชายหาดมีเสถียรภาพต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลานาน เมื่อนำแนวชายฝั่งของแต่ละชุดข้อมูลมาซ้อนทับกันเพื่อวิเคราะห์อัตราการเปลี่ยนแปลง พบว่าชายหาดมหาราชระยะทางตามแนวชายฝั่ง 1.9 กิโลเมตร มีอัตราการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556-2562 (ค.ศ.2013-2019) แสดงดังกราฟรูปที่ 2 จากรูปที่ 2 พบการกัดเซาะในช่วงเดือนมีนาคมถึงสิงหาคมของปี 2558 (ค.ศ.2015) […]

Beachlover

January 20, 2021

ข้อสังเกตต่อโครงการป้องกันการกัดเซาะชายหาดมหาราช จ.สงขลา: ความเป็นมา(ตอนที่ 1/4)

หาดมหาราช หาดทรายชายทะเลที่สงบร่มรื่นและมีความเป็นส่วนตัวมาก หาดทรายขาวน้ำไม่ลึกมากสามารถเล่นน้ำได้ มีชายหาดร่มรื่นด้วยทิวสน มีการจัดแต่งเป็นที่พักผ่อนที่ชมทิวทัศน์ ให้ความสะดวกในการพักผ่อนที่กลมกลืนกับธรรมชาติพอสมควร ด้านหลังแนวหาดเป็นสวนหย่อมและเป็นที่ตั้งของพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 5 ประทับยืนหันหน้าออกสู่ทะเล มีที่พักและร้านอาหารให้บริการนักท่องเที่ยว หาดมหาราชยังมีสภาพชายหาดที่ค่อนข้างสมบูรณ์ ไม่ปรากฏร่องรอยของการกัดเซาะชายฝั่งอย่างรุนแรง สังเกตได้จากพืชที่ขึ้นปกคลุมแสดงให้เห็นถึงความมีเสถียรภาพของชายหาด ชายหาดแห่งนี้เคยมีการสร้างกำแพงกันดินเพื่อปรับภูมิทัศน์ไปแล้วหนึ่งครั้ง (รูปที่ 1) ซึ่งปัจจุบันกำแพงนั้นได้ถูกพืชชายหาดปกคลุมจนเกือบมิด นั่นย่อมแสดงให้เห็นว่า ชายหาดแห่งนี้ค่อนข้างเสถียร แทบไม่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงกายภาพใดๆ แม้ช่วงที่เกิดพายุซัดฝั่งอย่างพายุปาบึกเมื่อเดือนมกราคม 2562 จากการลงพื้นที่สำรวจก็ไม่ปรากฏร่องรอยของการกัดเซาะชายฝั่ง มีเพียงทรายที่ถูกคลื่นซัดขึ้นมาบนถนนและน้ำที่กระเซ็นข้ามมาด้านในเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ชายหาดมหาราชเริ่มมีเสาเข็มจำนวนมากมาวางริมชายหาด มีการปักหมุดเขตการก่อสร้าง เมื่อเดือน พ.ย.2562 (รูปที่ 2) โดยในช่วงเวลานั้นยังไม่มีป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ หลังจากนั้นไม่ถึง 1 เดือน ได้มีป้ายประชาสัมพันธ์โครงการ (รูปที่ 3) มาวางอยู่ริมชายหาดบริเวณหัวมุมทางเลี้ยวโค้งหน้าร้านอาหารพร้อมกับการลงมือเปิดพื้นที่ทำงานบางส่วน รายละเอียดบนป้ายระบุว่ากำลังจะมีการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดยาว 1.102 กิโลเมตร พร้อมปรับภูมิทัศน์โดยทำซุ้มไม้ระแนงอีก 5 แห่ง งบประมาณทั้งสิ้น 167.2 ล้านบาท โดยใช้ระยะเวลาก่อสร้าง 2 ปี 1 เดือน คิดเป็น 151.72 ล้านบาท ต่อ […]

Beachlover

January 18, 2021

คลื่นซัด!! หาดปากน้ำปราณแนวเขื่อนพังราบ

ที่มา: http://www.prachuppostnews.com/ คลื่นลมแรงในทะเลพัดเข้าทาโถมเข้าหาชายฝั่ง น้ำทะเลกัดเซาะจนเขื่อนกันคลื่น ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ พังได้รับความเสียหายยาวเพิ่มมากขึ้น เทศบาลตำบลปากน้ำปราณ ต้องนำธงแดงมาปักห้ามไม่ให้เข้าบริเวณพื้นที่ถูกน้ำทะเลกัดเซาะเกรงจะเป็นอันตราย วันนี้(วันที่14มกราคม2563)   ผู้สื่อข่าวเดินทางลงไปบริเวณ  ชายหาดปากน้ำปราณ ต.ปากน้ำปราณ  อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งได้รับการแจ้งจากชาวบ้านว่าเขื่อนกันคลื่นได้รับความเสียหายต่อเนื่องมาหลายปียังไม่มีหน่วยงานภาครัฐ   ที่เกี่ยวข้องมาแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน       ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวยังเป็นแหล่งท่องเที่ยว    มีทั้งร้านอาหาร   โดยปัจจุบันการกัดเซาะชายหาดปากน้ำปราณ หนักขึ้นอย่างต่อเนื่อง    ซึ่งสภาพเขื่อนกันคลื่นได้รับความเสียหายเป็นแนวยาวบริเวณตั้งแต่     เลยสะพานปลามาถึงบริเวณร้านอาหารจนไปถึงบริเวณแนวเขื่อนกันคลื่นอีกส่วนที่ยังไม่เสียหาย บริเวณจุดที่เสียหายเกิดจากคลื่นลมมรสุมรุนแรงของทุกปีที่ซัดเข้าหาชายฝั่งปากน้ำปราณ  จนสร้างความเสียหายอย่างหนัก พื้นที่หาดถูกกัดเซาะเข้ามาด้านในกว่า5เมตรทั้งที่เป็นร้านอาหารและบริเวณลานพักผ่อนปูตัวหนอนแนวต้นสนหายไปถึง2ชั้นแล้ว ในปัจจุบันนี้ ด้านนายธงชัย สุณาพันธ์ปลัดเทศบาล ปฏิบัติหน้าที่นายกเทศมนตรีตำบลปากน้ำปราณ  กล่าวว่าปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่องทุกปีและปีนี้ยอมรับว่าหนักการกัดเซาะลึกเข้ามาในพื้นที่ด้านใน ซึ่งปัญหาการกัดเซาะที่นี่ ตนเองได้ทำหนังสือให้อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองได้รับทราบแล้วเมื่อวานนี้ถึงความเสียหายแนวยาวหลายร้อยเมตร ซึ่งการดำเนินการต้องอาศัยกรมโยธาธิการและผังเมือง  ลำพังเทศบาลฯไม่สามารถดำเนินการได้ ยิ่งตอนนี้สะพานปลาเก่าเหลือแต่เสาทำให้กระแสคลื่นซัดเข้ามาในจุดที่พบเสียหายอย่างหนักและรุนแรงขึ้น ทางเทศบาลฯทำได้เพียงปักธงแดง และกั้นแนวเชือกและแนวรั้วไม้ไผ่เท่านั้น ว่าห้ามทุกคนเข้าไปเป็นจุดอันตราย หากแก้ไขเฉพาะหน้าก็ต้องรอให้คลื่นลมสงบในช่วงเดือนมีนาคมนี้   จะนำถุงบิ๊กแบ็คไปทิ้งเอาไว้เพื่อเป็นแนวป้องกันชั่วคราว จนกว่าหน่วยงานที่เกี่ยวจะเข้ามาซ่อมแซมและน่าจะต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก นางสาวธนวัฒน์  ธนศร เจ้าของร้านอาหารชวนนั่ง กล่าวว่าคลื่นลมแรงตั้งแต่ก่อนปีใหม่ซัดเข้าหาฝั่งอย่างหนัก จนกัดเซาะเข้ามาด้านใต้พื้นศูนย์อาหาร  และมาหลังปีใหม่ก็ยังหนักอยู่จึงว่าจ้างรถลงไปตักทรายเข้ามาถมด้านใต้ไปบ้างแล้วโชคดีวันนี้คลื่นลมเริ่มเบาเริ่มพัดทรายเข้ามาบ้าง แต่ก็อยากให้หน่วยงานเกี่ยวข้องเร่งแก้ไข  เพราะเกิดขึ้นทุกปี และเป็นอันตราย

Beachlover

January 15, 2021

คลื่นยักษ์ซัดชายหาดชะอำ ต้นสนอายุกว่า10-20ปี ล้มลงทะเลหลายสิบต้น ตลิ่งทรุด 200 เมตร

ที่มา: https://www.matichon.co.th/region/news_2526150 เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 12 ม.ค.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเช้าวันเดียวกันนี้เกิดลมมรสุมเข้าพัดชายทะเลชายหาดชะอำ ต.ชะอำ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ทำให้บริเวณชายทะเลชายหาดชะอำทิศใต้ห่างจาก ถูกคลื่นซัดเข้ากัดเซาะ ชายฝั่งชายหาดชะอำตลิ่งชายหาดเกิดการทรุดตัวเป็นระยะทางยาวกว่า 200 เมตรทำให้ต้นสนขนาดใหญ่ ล้มระเนระนาดกว่า 10 ต้น แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ไม่มีทรัพย์สินหรืออาคารเสียหาย นายกเทศมนตรีเมืองชะอำ ฝากเตือนประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเที่ยว ชายหาดชะอำในช่วงนี้ ช่วงนี้เป็นช่วงลมมรสุม จะมีคลื่นลมทะเลซัดกัดเซาะชายฝั่งเป็นประจำทุกปีขอให้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเที่ยวชะอำควรงดลงเล่นน้ำ ชายหาดชะอำอาจจะเกิดอันตรายกับนักท่องเที่ยวได้ สำหรับ การกัดเซาะชายฝั่ง โดยในปีนี้ ได้รับผลกระทบ อย่างหนัก โดยกัดเซาะ ชายหาดลึกเข้ามากว่า3 เมตร ทางด้านทิศใต้ เป็นแนวยาวกว่า 200 เมตรทำให้ต้นสนขนาดใหญ่ ล้มลงเป็นจำนวนมาก ซึ่งทางเทศบาลชะอำได้มีการ แก้ไขปัญหาในระยะยาวโดยการของบประมาณโดยการทำเขื่อนกัดเซาะชายหาดเป็นแนวขั้นบันได เพื่อให้ประชาชนสะดวกต่อการเดินลงไปเล่นน้ำทะเลได้อย่างปลอดภัย เส้นทางเทศบาล ชะอำ และกรมโยธาได้มีการศึกษา กันมาเป็นอย่างดี เพื่อ เป็นการช่วยลดความรุนแรงของกระแสคลื่น ให้เบาลงได้ และไม่ให้ มีผลกระทบต่อ สิ่งแวดล้อม อาจจะเป็นประโยชน์ต่อชายหาดชะอำ และเป็นความสะดวกต่อนักท่องเที่ยวที่จะลงไปเล่นน้ำได้อย่างสะดวก […]

Beachlover

January 13, 2021
1 15 16 17 22