ท้ายกำแพงกันคลื่น หาดแม่รำพึง

Beach Lover ลงสำรวจพื้นที่ชายฝั่งหาดแม่รำพึง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังจากโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองแล้วเสร็จ พบความเปลี่ยนแปลงของชายฝั่งที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณด้านทิศเหนือของปลายกำแพง ซึ่งเริ่มปรากฏร่องรอยการกัดเซาะชัดเจนมากขึ้น ทั้งจากสภาพชายหาดที่แคบลง ระดับทรายที่ลดต่ำลง ภาพถ่ายจากการสำรวจภาคสนามช่วยยืนยันว่ากระบวนการกัดเซาะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นเป็น “ผลพวง” จากโครงสร้างที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องพื้นที่ด้านหลังของชายฝั่งบริเวณทิศใต้ของหาด กำแพงกันคลื่นที่แม่รำพึงมีความสูงมากกว่า 2 เมตรและทอดยาวไปตามแนวชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง เมื่อคลื่นเดินทางเข้าปะทะชายหาด พลังงานส่วนหนึ่งถูกกำแพงสะท้อนกลับ ส่งผลให้ทรายหน้ากำแพงถูกพัดพาออกไปทีละน้อย ระดับหาดจึงค่อยๆ ลดลงจนสามารถเห็นฐานโครงสร้างได้ชัดเจนขึ้น ภาพที่เห็นในปัจจุบันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาอันสั้น แต่เป็นผลสะสมจากการปะทะซ้ำของคลื่นกับโครงสร้างแข็งตลอดช่วงเวลาหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ ขณะเดียวกัน ความต่อเนื่องของกำแพงยังทำให้ทิศทางของกระแสน้ำเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะบริเวณปลายสุดกำแพงทางด้านทิศเหนือ ซึ่งตรงกับตำแหน่งที่พบการกัดเซาะมากที่สุดในการสำรวจครั้งนี้

Beachlover

January 11, 2026

สำรวจ “แม่รำพึง” หลังการสร้างกำแพงกันคลื่น

Beach Lover ลงสำรวจพื้นที่ชายฝั่งหาดแม่รำพึง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หลังจากโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นโดยกรมโยธาธิการและผังเมืองแล้วเสร็จ พบความเปลี่ยนแปลงของชายฝั่งที่กำลังเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณด้านทิศเหนือของปลายกำแพง ซึ่งเริ่มปรากฏร่องรอยการกัดเซาะชัดเจนมากขึ้น ทั้งจากสภาพชายหาดที่แคบลง ระดับทรายที่ลดต่ำลง ภาพถ่ายจากการสำรวจภาคสนามช่วยยืนยันว่ากระบวนการกัดเซาะนี้ไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติเพียงอย่างเดียว แต่เกิดขึ้นเป็น “ผลพวง” จากโครงสร้างที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องพื้นที่ด้านหลังของชายฝั่งบริเวณทิศใต้ของหาด กำแพงกันคลื่นที่แม่รำพึงมีความสูงมากกว่า 2 เมตรและทอดยาวไปตามแนวชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง เมื่อคลื่นเดินทางเข้าปะทะชายหาด พลังงานส่วนหนึ่งถูกกำแพงสะท้อนกลับ ส่งผลให้ทรายหน้ากำแพงถูกพัดพาออกไปทีละน้อย ระดับหาดจึงค่อยๆ ลดลงจนสามารถเห็นฐานโครงสร้างได้ชัดเจนขึ้น ภาพที่เห็นในปัจจุบันไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นในเวลาอันสั้น แต่เป็นผลสะสมจากการปะทะซ้ำของคลื่นกับโครงสร้างแข็งตลอดช่วงเวลาหลังการก่อสร้างแล้วเสร็จ ขณะเดียวกัน ความต่อเนื่องของกำแพงยังทำให้ทิศทางของกระแสน้ำเปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะบริเวณปลายสุดกำแพงทางด้านทิศเหนือ ซึ่งตรงกับตำแหน่งที่พบการกัดเซาะมากที่สุดในการสำรวจครั้งนี้ ในทางวิศวกรรมชายฝั่ง ปรากฏการณ์นี้เรียกว่า “การกัดเซาะท้ายโครงสร้าง” หรือ Downdrift effect ซึ่งเป็นผลที่เกิดขึ้นกับกำแพงกันคลื่นหรือโครงสร้างป้องกันชายฝั่งที่ยาวเกินระยะสมดุลของชายหาด เมื่อกระแสน้ำถูกบีบให้เปลี่ยนทิศ พลังงานของคลื่นจะถูกรวมตัวและทวีความรุนแรงขึ้นบริเวณด้านท้ายของโครงสร้าง พัดพาทรายออกจากพื้นที่ข้างเคียงเร็วกว่าปกติ จึงเกิดแนวชายฝั่งเว้าเข้าอย่างที่เห็นในภาพด้านบน สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นที่หาดแม่รำพึงจึงไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของ “ความสวยงามของชายหาดที่ลดลง” เท่านั้น แต่เป็นตัวอย่างของผลกระทบเชิงระบบที่เกิดจากการสร้างโครงสร้างทางวิศวกรรมเพื่อแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งในพื้นที่หนึ่ง แต่กลับสร้างปัญหาใหม่ในอีกพื้นที่หนึ่ง หากไม่มีการติดตามอย่างใกล้ชิดหรือวางแผนรองรับระยะยาว การกัดเซาะในบริเวณปลายกำแพงอาจลุกลามต่อไปเรื่อย ๆ จนในที่สุดชุมชนหรือหน่วยงานอาจต้องพิจารณาสร้างกำแพงเพิ่มเติมเพื่อป้องกันพื้นที่ข้างเคียง ซึ่งกลายเป็นวงจรที่เรียกว่า “Domino Effect” ที่หลายพื้นที่ชายฝั่งของไทยเคยเผชิญมาแล้ว Beach Lover อยากสื่อสารและร้องขอไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบว่า […]

Beachlover

November 17, 2025

เมื่อหาดทรายหายไป…เหลือไว้เพียงบันไดคอนกรีต @ คลองวาฬ

“หาดคลองวาฬ” เคยเป็นหนึ่งในชายหาดที่มีชื่อเสียงของเมืองประจวบคีรีขันธ์ ด้วยแนวโค้งของอ่าวที่ทอดยาวจากเชิงเขาไปจรดท่าเทียบเรือประมง ชายหาดทรายละเอียดสีอ่อน และบรรยากาศสงบ ที่พักราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับหาดใกล้เคียง นักท่องเที่ยวมักเลือกมาพักมองทะเลในวันหยุดสุดสัปดาห์ ที่นี่เคยมีแนวหาดธรรมชาติที่คลื่นสามารถซัดขึ้นลงได้อย่างอิสระ และเป็นพื้นที่ที่ชาวบ้านใช้ลากเรือขึ้นฝั่ง จับปู หาปลา หรือจัดกิจกรรมริมชายหาดในช่วงน้ำลง แต่ปัจจุบัน “หาดคลองวาฬ” ที่หลายคนจำได้ได้เปลี่ยนโฉมไปอย่างสิ้นเชิง แนวชายหาดธรรมชาติแทบไม่เหลือให้เห็น เพราะพื้นที่ส่วนใหญ่ถูกแทนที่ด้วย “กำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได” ที่ยาวต่อเนื่องตลอดแนวฝั่ง หลายปีที่ผ่านมา หาดคลองวาฬเริ่มประสบปัญหาการกัดเซาะอย่างต่อเนื่อง ชายหาดถูกกัดเซาะเข้าใกล้แนวถนนและสิ่งปลูกสร้างริมฝั่ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเริ่มหามาตรการป้องกัน ทั้งการสร้างเขื่อนกันคลื่นนอกชายฝั่งแบบหินทิ้งจำนวน 11 ตัว ความยาวตัวละ 50 ม. จำนวน 5 ตัว และยาวตัวละ 100 ม. จำนวน 6 ตัว ตลอดแนวชายฝั่งยาวประมาณ 1.3 ก.ม. สร้างเมื่อปี 2548  พร้อมกำแพงกันคลื่นแบบต่างๆประชิดชายฝั่ง เกือบตลอดทั้งแนว (อ่านและดูภาพเพิ่มเติมได้ที่ https://beachlover.net/คดีคลองวาฬ-จ-ประจวบคีรีข/) อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังมองว่ากำแพงกันคลื่นที่สร้างขึ้นประชิดหาดนั้นต่างคนต่างทำ ไม่มีความมั่งคงถาวรและไม่เป็นระเบียบ (อ่านเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/ระเนระนาด-หาดคลองวาฬ-ปร/) ในเวลาต่อมา กรมโยธาธิการและผังเมืองจึงได้มีการก่อสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่งถาวร เริ่มจากบริเวณใกล้ท่าเทียบเรือและขยายต่อเนื่องไปตามแนวหาดระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร […]

Beachlover

October 30, 2025

กำแพงกันคลื่นพัง…เพราะคลื่น หรือเพราะใคร?

Beach Lover ลงสำรวจพื้นที่ชายหาดบริเวณ อ่าวประจวบคีรีขันธ์ ช่วงถนนปิ่นอนุสรณ์ เมื่อตุลาคม 2568 พบเห็นความเสียหายของกำแพงกันคลื่นพร้อมทางเดินริมทะเลที่ถูกแรงคลื่นซัดจนแตกร้าวและทรุดตัวหลายจุด จนไม่สามารถใช้งานได้ตามปกติ บางช่วงของทางเดินเสียหายโดยสิ้นเชิง อ่าวประจวบคีรีขันธ์ ช่วงถนนปิ่นอนุสรณ์ ซึ่งเป็นแนวชายฝั่งที่เปิดรับคลื่นโดยตรง โดยเฉพาะในช่วงมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่คลื่นแรงและระดับน้ำทะเลสูงขึ้น ทำให้คลื่นซัดถึงโครงสร้างกำแพงกันคลื่นที่มีตลอดทั้งแนว จากการเดินเท้าสำรวจเบื้องต้นพบว่า แนวกำแพงกันคลื่นและทางเดินสร้างอยู่ประชิดแนวน้ำมาก เมื่อถูกคลื่นซัดซ้ำๆ จึงเกิดการกัดเซาะใต้ฐานโครงสร้างซึ่งสร้างด้วยกล่องเกเบี้ยน ส่งผลให้หินที่อยู่ในกล่องหลุดออกไปบ้าง ละลายไปบ้าง (บางส่วนพบว่าเป็นหินโคลนที่ละลายน้ำได้) เมื่อเกเบี้ยนแต่ละกล่องทรุดตัวไม่เท่ากัน ก็จะส่งผลให้แผ่นพื้นคอนกรีตที่วางอยู่ด้านบนเกิดการแตกร้าวและยุบตัวลง จนเกิดความเสียหายตลอดทั้งแนวตามภาพที่เห็น ปัจจุบันพื้นที่นี้ไม่พบว่ามีการปิดกั้นการใช้ประโยชน์เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่และนักท่องเที่ยวแต่อย่างใด ทั้งยังไม่มีป้ายเตือนใดๆ และยังไม่พบการซ่อมแซม

Beachlover

October 20, 2025

เร่งหาแนวทางแก้ปัญหากัดเซาะชายฝั่งบ้านปูลาโต๊ะบีซู

ที่มา: https://www.facebook.com/DPT.PR.GO.TH วันที่ 16 ตุลาคม 2568 กรมโยธาธิการและผังเมือง เดินหน้าแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลอย่างเป็นระบบ จัดการประชุมรับฟังความคิดเห็น ครั้งที่ 3 โครงการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดฯ บริเวณบ้านปูลาโต๊ะบีซู ต.ศาลาใหม่ อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ณ โรงเรียนบ้านปูลาเจ๊ะมูดอ โดยมีนายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส เป็นประธานการประชุม เพื่อรับฟังข้อเสนอแนะเชิงสร้างสรรค์จากทุกภาคส่วน ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณบ้านปูลาโต๊ะบีซู ได้ทวีความรุนแรงในระดับสูง ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อบ้านเรือน ที่ดินทำกิน และทรัพย์สินของทางราชการ รวมถึงโรงเรียนและสถานีประมงชายฝั่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงสร้างป้องกันปัจจุบันไม่สามารถต้านทานการถดถอยของแนวชายฝั่งจากคลื่นกัดเซาะในช่วงฤดูมรสุมได้ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนอย่างมาก นายวีรพัฒน์ บุณฑริก รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้กล่าวถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว พร้อมเน้นย้ำให้ประชาชนที่เข้าร่วมประชุมสะท้อนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ เพื่อนำไปบูรณาการร่วมกับการศึกษาด้านอื่น ๆ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาสนองตอบต่อความต้องการของชุมชนและลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ​สำหรับโครงการดังกล่าว กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย บริษัท แมคโคร คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท เอส ที เอส กรีน จำกัด เข้ามาดำเนินการศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียด […]

Beachlover

October 16, 2025

พาชม กำแพงกันคลื่นปากน้ำแขมหนูกันอีกรอบ

กำแพงกันคลื่น ณ ปากน้ำแขมหนู ต.ตะกาดเง้า อ.ท่าใหม่ จ.จันทบุรี เป็น โครงการกำแพงคอนกรีตขั้นบันไดและหินใหญ่เรียง พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์ถนนเลียบชายฝั่ง ระยะทาง 530 เมตร ด้วยงบประมาณ 54.643 ล้านบาท (ผูกพัน 2561-2564) โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง Beach Lover เดินทางมาปากน้ำแขมหนูเพื่อสำรวจสภาพชายฝั่งทะเลครั้งแรกในปี 2553 ในครั้งนั้น หาดแถบนี้แม้ไม่สวยมากเนื่องจากสีทรายค่อนข้างดำและน้ำไม่ใส แต่ก็พบว่าชายหาดกว้างมากและไร้ร่องรอยการกัดเซาะชายฝั่ง หลังจากนั้นก็ได้แวะเวียนมาอีกหลายรอบ รวมถึงครั้งที่ได้มาเห็นในช่วงระหว่างงานก่อสร้างกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดนี้พอดี ในเดือน ก.ค.2563 ต่อมาเมื่อ พ.ย.2564 ได้พบร่องรอยการชำรุดตำแหน่งแรกบริเวณทางระบายน้ำด้านหลังของกำแพง ดังภาพ ในช่วงเดือนตุลาคม 2568 Beah Lover ได้มีโอกาสกลับมาสำรวจพื้นที่นี้อีกรอบ พบว่า รอยชำรุดเดิมเมื่อ พ.ย.2564 ยังไม่ถูกแก้ไข รวมถึงพบแนวชำรุดใหม่อีกหลายแนวตามภาพ โดยพบว่าทางกรมโยธาธิการและผังเมืองได้นำป้ายมาวางเพื่อเตือนประชาชนแล้ว ทั้งนี้ ยังไม่พบว่าโครงสร้างหลักของกำแพงกันคลื่นเสียหายแต่อย่างใด

Beachlover

October 16, 2025

การเมืองเรื่องเม็ดทราย…ความเชื่อ ผลประโยชน์ และอำนาจ

“ชายหาด” เส้นบางๆ ระหว่างแผ่นดินกับทะเล ไม่ใช่เพียงภูมิทัศน์งดงาม หากแต่เป็นสนามของความขัดแย้งทางนโยบาย งบประมาณ และอุดมการณ์ “โครงสร้างแข็งหรืออ่อน” “คอนกรีตหรือธรรมชาติ” กลายเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบเดียว เมื่อรัฐ นักวิชาการ นักอนุรักษ์ และชุมชนต่างยืนอยู่บนคนละฝั่งของคลื่นแห่งผลประโยชน์ บทความ  การเมืองเรื่องเม็ดทราย  โดย รศ.ดร.สมปรารถนา ฤทธิ์พริ้ง ชวนมองให้ลึกกว่าการกัดเซาะชายฝั่ง ว่าปัญหานี้ไม่ได้มีแค่ทรายที่ถูกคลื่นซัด แต่ยังมี “ความเชื่อ ผลประโยชน์ และอำนาจ” ที่กำลังกัดเซาะกันเองในสังคมไทย นี่ไม่ใช่เพียงเรื่องของวิศวกรรมชายฝั่ง แต่คือเรื่องของความโปร่งใส ความเป็นธรรม และอนาคตของชายหาดที่เราจะส่งต่อให้รุ่นลุกหลาน ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งเป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ทั้งจากปัจจัยธรรมชาติ และกิจกรรมของมนุษย์ ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นจากภาวะโลกร้อนทำให้ชายฝั่งถูกน้ำทะเลกัดเซาะอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ที่ดินริมชายฝั่งพังทลาย ประชาชนสูญเสียพื้นที่อาศัยและทำกิน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวถูกทำลาย สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างมาก นอกจากภาวะโลกร้อนแล้ว ปัจจัยฝีมือมนุษย์ เช่น การสร้างเขื่อนหรือท่าเรือที่รุกล้ำชายฝั่ง ก็อาจรบกวนการไหลเวียนตามธรรมชาติของตะกอนทราย ทำให้พื้นที่ท้ายน้ำขาดทรายและเกิดการกัดเซาะรุนแรงขึ้น ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งจึงเป็นเรื่องซับซ้อนที่ต้องการการจัดการที่รอบคอบรอบด้าน ชายหาดตามธรรมชาติเป็นระบบที่ไม่หยุดนิ่งมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คลื่นลมตามฤดูกาลสามารถพัดพาทรายเข้าฝั่งและออกจากฝั่งสลับกัน บางช่วงหาดทรายอาจแคบลงหรือหายไป แต่เมื่อฤดูกาลเปลี่ยนทรายใหม่ก็ถูกพัดกลับมาสะสมกลายเป็นชายหาดอีกครั้งเป็นวัฏจักรตามธรรมชาติ แท้จริงแล้วชายหาดยังทำหน้าที่เสมือนปราการธรรมชาติที่ช่วยซับแรงคลื่น ปกป้องผืนแผ่นดินด้านหลังจากพายุและคลื่นลมแรง หากมนุษย์เข้าไปแทรกแซงวงจรนี้อย่างไม่ระมัดระวัง เช่น การสร้างสิ่งปลูกสร้างถาวรรุกล้ำลงบนชายหาด ก็อาจทำให้กระบวนการตามธรรมชาติของชายหาดเปลี่ยนแปลงไปทั้งหมด และก่อให้เกิดผลกระทบตามมา โจทย์สำคัญของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือจะปกป้องชุมชนชายฝั่งจากภัยการกัดเซาะนี้อย่างไร โดยไม่ทำลายสมดุลธรรมชาติของชายหาดจนเกินจำเป็น โดยทั่วไปในการแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง มาตรการที่นิยมใช้กันทั่วไปมักแบ่งเป็นสองแนวทางหลักๆ คือ มาตรการใช้โครงสร้างแข็ง (Hard Engineering) และ มาตรการใช้โครงสร้างอ่อน […]

Beachlover

October 14, 2025

ข้อควรพิจารณาที่สำคัญสำหรับการรื้อถอนเสาเข็มบนหาดทราย

บทความนี้ เขียนขึ้นเพื่อให้สอดรับการปฏิบัติการรื้อถอนเสาเข็มบนชายหาดม่วงงาม จ.สงขลา ตามคำสั่งของศาลปกครอง อ่านเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/mng-pile-demolition-june2025/ พิจารณาคุณลักษณะเฉพาะของพื้นที่ ก่อนที่จะเจาะลึกถึงวิธีการเฉพาะเจาะจง สิ่งสำคัญคือต้องพิจารณาคุณลักษณะเฉพาะของพื้นที่ที่ต้องการรื้อถอน ดังต่อไปนี้ 1.สภาพดิน: ดินทราย โดยเฉพาะบนชายหาด สามารถซึมน้ำได้ดีและมีแนวโน้มที่จะทรายไหล หรือไม่มั่นคงเมื่อถูกรบกวนด้วยแรงสั่นสะเทือนหรือการขุด สิ่งนี้อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพของวิธีการรื้อถอนบางอย่างและอาจต้องใช้มาตรการเพิ่มเติม เช่น การใช้พนังกั้นน้ำชั่วคราวหรือการระบายน้ำ 2.น้ำใต้ดิน/กระแสน้ำ: ระดับน้ำใต้ดินริมชายหาดที่สูงและการขึ้นลงน้ำทะเลในแต่ละวัน จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อการปฏิบัติงาน การทำงานในช่วงน้ำลงอาจเหมาะสมกว่าสำหรับบางวิธี หรืออาจต้องใช้การระบายน้ำเข้าช่วย 3.ความอ่อนไหวทางสิ่งแวดล้อม: หาดทรายมักเป็นพื้นที่ที่มีความอ่อนไหวทางนิเวศวิทยา จะต้องลดการรบกวนตะกอนให้เหลือน้อยที่สุด จัดการเสียงและการสั่นสะเทือนที่อาจเกิดขึ้น และตรวจสอบให้แน่ใจว่าได้กำจัดเศษคอนกรีต หิน เหล็ก อย่างเหมาะสมเพื่อป้องกันอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตในทะเลและสิ่งแวดล้อมชายฝั่ง รวมถึงผู้ใช้ชายหาดด้วย 4.สภาพเสาเข็ม: เสาเข็มยังคงสภาพดีอยู่หรือไม่ หรือเสียหายหรือแตกหัก สิ่งนี้จะกำหนดว่าสามารถถอนเสาเข็มออกทั้งหมดได้หรือไม่ หรือจำเป็นต้องตัดและถอนออกบางส่วน 5.การเข้าถึง: จะนำอุปกรณ์เข้าไปยังเสาเข็มได้อย่างไร หาดทรายอาจจำกัดประเภทและขนาดของเครื่องจักรที่คุณสามารถใช้ได้ และอาจต้องใช้อุปกรณ์ที่มีแรงดันต่ำบนพื้นดินพิเศษหรือถนนชั่วคราว 6.ความปลอดภัย: พัฒนาแผนความปลอดภัยที่ครอบคลุม ซึ่งรวมถึงมาตรการสำหรับการทำงานใน น้ำ การจัดการเครื่องจักรหนัก และการจัดการเศษคอนกรีต วิธีการรื้อถอนเสาเข็ม Beach Lover ได้รวบรวมตัวอย่างของวิธีการทั่วไปหลายวิธีสำหรับการรื้อถอนเสาเข็มคอนกรีต พร้อมกับความเป็นไปได้และข้อควรพิจารณาสำหรับสภาพแวดล้อมหาดทราย: 1. การถอนด้วยแรงสั่นสะเทือน (Vibratory Extraction) หลักการทำงาน: หัวค้อนแบบสั่น (มักติดตั้งบนรถขุดหรือเครน) จะถูกยึดเข้ากับด้านบนของเสาเข็ม การสั่นสะเทือนจะช่วยลดแรงเสียดทานระหว่างเสาเข็มกับทรายโดยรอบ ทำให้สามารถดึงเสาเข็มออกได้ […]

Beachlover

June 27, 2025

ติดตามงานรื้อเสาเข็มหาดม่วงงาม ครั้งที่ 1

Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของชายหาด ม่วงงาม จ.สงขลา ไปแล้วในหลายวาระโอกาส ตั้งแต่ช่วงแรกๆของการฟ้องร้องคดีปกครอง จนถึงช่วงปลายปี 2567 ที่การตัดสินคดีแล้วเสร็จ ติดตามได้จากโพสเก่าๆรวมถึงคำพิพากษาศาลปกครองสงขลาจาก “คำพิพากษาศาลปกครองสงขลา คดีหาดม่วงงาม จ.สงขลา วันที่ 25ธ.ค.2567” ช่วงต้นเดือนมิถุนายน 2568 ได้มีการดำเนินการตามคำสั่งของศาลปกครองที่ให้รื้อถอนโครงการเสาเข็มเดิมที่เคยตอกไปแล้วบางส่วนก่อนศาลปกครองสงขลาออกคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวจำนวน 164 ต้น ออกจากชายหาด แล้วคืนสภาพชายหาดให้เหมือนเดิม โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง Beach Lover ขอพาชมปฏิบัติการนี้ในวันที่ 21 มิถุนายน หลังการลงมือรื้อถอนไปได้ 5 วัน พบว่ามีการประกาศแจ้งเตือนประชาชนผู้เข้าใช้ชายหาด โดยมีป้ายแจ้งเตือนจำนวน 1 ป้าย เสาเข็ม (คอนกรีตอัดแรง) ที่ต้องรื้อนั้นคือเสาเข็มตัวนอกสุด ที่ถูกตอกไปแล้วจำนวน 164 ต้น (328 เมตร) แต่ละต้นมีขนาด 0.35X0.35 เมตร โดยมีความยาวต้นละ 15 เมตร และมีบางส่วนได้หล่อคานปิดหัวเสาเข็ม (Cap Beam) ไปแล้วเป็นระยะทาง 110 […]

Beachlover

June 26, 2025

พาชมกำแพงกันคลื่นแห่งใหม่ ณ หาดปราณบุรี

ชายหาดปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีความยาวประมาณ 7.5 กิโลเมตร ต่อเนื่องจากทิศใต้ของปากน้ำปราณเรื่อยลงไปถึงหาดเขากะโหลก เป็นพื้นที่ที่ถูกพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว มีรีสอร์ท ร้านอาหาร ตลอดทั้งแนว เราสามารถแบ่งหาดแถบนี้ได้เป็นสองแบบ คือโซนที่ติดกับปากน้ำปราณมีลักษณะเป็นชายหาดที่มีถนนเลียบพร้อมพื้นที่สาธารณะริมชายหาด ส่วนทางทิศใต้ติดกับเขากะโหลกเป็นรีสอร์ทประชิดชายหาดและมีถนนเล็กๆอยู่ด้านใน เรามักเรียกขานหาดทางทิศใต้นี้ว่าหาดเขากะโหลก และทางทิศเหนือว่าหาดปากน้ำปราณ ชายหาดปากน้ำปราณถูกกัดเซาะรุนแรงมากขึ้นหลังการเกิดขึ้นของเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำ (Jetty) (อ่านเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/jetty/) แม้ตะกอนชายฝั่งจะมีทิศทางหลักไปทางทิศเหนือก็จริง แต่ในบางฤดูกาลก็นำพาให้เกิดปัญหากัดเซาะทางทิศใต้ของปากร่องน้ำได้เช่นกัน หลังจากนั้นจึงเกิดโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทางทิศใต้ของปากร่องน้ำทั้งกำแพงกันคลื่นแบบตั้งตรง  แบบขั้นบันได  และแบบหินทิ้ง พร้อมการปรับภูมิทัศน์โดยการถมพื้นที่ลงบนชายหาดและในทะเลเพื่อเพิ่มพื้นที่สาธารณะด้านหลังกำแพง พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวริมทะเล จากทั้งท้องถิ่นและกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อยมาตั้งแต่ปี 2554, 2557 และ 2559 รวมระยะทางยาวกว่า 2.9 กิโลเมตร โดยหลังจากนั้นชายหาดปากน้ำปราณก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป จนเมื่อต้นปี 2565 กรมโยธาธิการและผังเมืองได้วางแผนดำเนินโครงการสร้างแนวกำแพงกันคลื่น แบบขั้นบันไดต่อจากแนวกำแพงเดิมทางทิศใต้ ไปสิ้นสุดบริเวณหาดทรายหน้าศาลเสด็จเตี่ยปากน้ำปราณบุรี (เว้นระยะบริเวณหน้าศูนย์ควบคุมการแจ้งเรือเข้าออกปราณบุรี ของกรมประมง) โดยโครงการก่อสร้างทั้งหมดมี 3 ระยะ รวมความยาว 888 เมตร งบประมาณการก่อสร้างรวมการปรับปรุงภูมิทัศน์ โดยรอบ เป็นจำนวนเงินกว่า 144 ล้านบาท โดยในช่วงนั้นได้มีการคัดค้านจากประชาชนบางกลุ่ม ตามอ่านเพิ่มเติมได้จาก […]

Beachlover

June 10, 2025
1 2 21