กรมเจ้าท่า ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่อ่าวปัตตานี หลังขุดลอกอ่าวแล้วเสร็จ [25ม.ค.2563]

ที่มาข่าว: https://www.facebook.com/กรมเจ้าท่า วันเสาร์ที่ 25 มกราคม 2563 เวลา 9.30 น. อธิบดีกรมเจ้าท่า (นายวิทยา ยาม่วง) เป็นประธานเปิดโครงการ “เจ้าท่า ร่วมใจ ปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำคืนสู่ธรรมชาติ” บริเวณอ่าวปัตตานี ณ สะพานท่าเทียบเรือปัตตานี โดยมีนายสมนึก พรหมเขียว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานีให้การกล่าวต้อนรับ และขอบคุณกรมเจ้าท่าที่ดำเนินการขุดลอกร่องน้ำในอ่าวปัตตานีให้ประชาชนรอบอ่าวปัตตานีเดินเรือได้สะดวกและช่วยให้มีการไหลเวียนของน้ำในอ่าวปัตตานีดีขึ้น อันเป็นการฟื้นฟูระบบนิเวศน์ของอ่าวปัตตานี  นายสมพงษ์ จิรศิริเลิศ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า(ด้านปฏิบัติการ)กล่าวรายงานโครงการฯ และมีนายณัฐชัย พลกล้า ผู้เชี่ยวชาญวิชาชีพเฉพาะด้านการวางแผนพัฒนาทางน้ำ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสำนักพัฒนาและบำรุงรักษาทางน้ำ นายวิชัย คำคง ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคที่ 4 นายอนันต์ แก้ววิเชียร ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาและบำรุงรักษาที่ 4 ผู้นำทางศาสนา ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นายกองค์การบริหารส่วนตำบล และ ประชาชนรอบอ่าวปัตตานี พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ และเจ้าหน้าที่จากกรมเจ้าท่า ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคเข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียงกัน จำนวน 1,000 คน อ่าวปัตตานีแห่งนี้ เป็นพื้นที่ที่ชุมชนใช้ร่วมกันในการทำอาชีพทางการประมง และกิจกรรมในครั้งนี้มีการปล่อยพันธุ์สัตว์ร่วมกับตัวแทนประชาชนรอบอ่าวปัตตานีประกอบด้วย […]

Beachlover

January 26, 2020

กำแพงกันคลื่นใน 3 พื้นที่ ที่ต้องตั้งงบประมาณ “ต่อไปเรื่อยๆ” [17ม.ค.2563]

กําแพงกันคลื่น มีลักษณะเป็นกําแพงวางตัวตามแนวประชิดและขนานชายฝั่ง เพื่อรับแรงปะทะจากคลื่น ทําให้พื้นที่ด้านหลัง กําแพงกันคลื่นไม่ถูกกัดเซาะ มักใช้ในการป้องกันชายฝั่งที่มีพื้นที่แคบๆ นิยมใช้ในการป้องกันพื้นที่ของเอกชนเนื่องจากมีค่าใช้จ่าย ไม่สูงมากนัก อาจมีได้หลากหลายรูปแบบเช่น กําแพงกันคลื่นแบบหินทิ้ง แบบเข็มพืด แบบ Tetrapod แบบเกเบียน เป็นต้น ซึ่งขึ้นอยู่กับความเหมาะสมเชิงพื้นที่และงบประมาณ ผลกระทบที่เกิดขึ้นคือ เกิดการสะท้อนกลับของคลื่นที่เข้ามากระทบโดยจะมีความ รุนแรงมากหน้ากําแพง ส่งผลให้เกิดอันตรายต่อการใช้ประโยชน์ ด้านหน้ากําแพงได้ เมื่อคลื่นเข้าปะทะกําแพงจะเกิดการตะกุยตะกอนทรายจากชายหาดด้านหน้ากําแพงกันคลื่น แล้วกระแสน้ําในทิศทางออกจากฝั่งซึ่งเกิดจากคลื่นจะพาตะกอนทรายเหล่านั้นออกไปนอกชายฝั่ง ทําให้เกิดการกัดเซาะบริเวณหน้ากําแพงกันคลื่น ทําให้การเข้าถึงชายหาดถูกปรับเปลี่ยนสภาพไป อาจเกิดความไม่สะดวกขึ้น ทําให้เกิดการกัดเซาะที่ฐานและด้านท้ายน้ําของกําแพง (Downdrift) โดยมีลักษณะเป็น Local effect หากเป็นกําแพงกันคลื่นแบบหินทิ้งมักก่อให้เกิดอันตรายเมื่อลม พายุขนาดใหญ่หอบเอาหินเข้ามาที่ชายฝั่งด้านใน เป็นอันตรายต่อ พื้นท่ีใกล้เคียงได้ ส่งผลเสียต่อทัศนียภาพริมทะเล ที่สำคัญ หากจุดสิ้นสุดของปลายกำแพงไม่ใช่หัวหาด หัวแหลม โครงสร้างป้องกันชายฝั่ง หรือโครงสร้างปากแม่น้ำ จะเกิดการกัดเซาะต่อเนื่องทางด้านท้ายน้ำ จนอาจจะต้องสร้างกำแพง “ต่อไปเรื่อยๆ” ใช้งบประมาณ “ต่อไปเรื่อยๆ” เพื่อแก้ไขปัญหานี้ “ต่อไปเรื่อยๆ” ตามรูป คำถามตัวโตๆคือ ประเทศไทยร่ำรวยพอที่จะแก้ไขปัญหาด้วยวิธีการเดิมๆ “ต่อไปเรื่อยๆ” หรือไม่

Beachlover

January 17, 2020

ข้อสังเกตบางประการ: โครงการป้องกันการกัดเซาะหาดทรายแก้ว จ.สงขลา [14 ม.ค.2563]

จากเอกสาร “รายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง บริเวณตำบลชิงโค ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร จ.สงขลา (บริเวณหาดทรายแก้ว)” ที่ได้จัดทำไว้เมื่อพฤษภาคม 2558 โดยบริษัท เอส ที เอส เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนท์ จำกัด โดยมีเจ้าของงานคือกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม พบรายละเอียดของโครงการดังนี้ (หน้า 2-57 ถึง 2-58) การก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณหาดทรายแก้ว ได้ออกแบบให้เป็น เขื่อนกันคลื่นนอกฝั่งสันต่ำ จำนวน 6 ตัว ทำหน้าที่สลายพลังงานคลื่น และมีหัวหาด (Head land) ทั้งทางด้านเหนือ (NHL) และด้านใต้ (SHL) ของโครงการเป็นตัวควบคุมความสมดุลของแนวชายฝั่ง โดยหัวหาดเหนือห่างจาก Spending beach breakwater ประมาณ 100 เมตร และหัวหาดด้านใต้ห่างออกจากฝั่งประมาณ 300 เมตร นอกจากนี้ ยังได้ออกแบบให้มีช่องระบายน้ำอยู่ชิดกับหัวหาด และมีกำแพงกันดินแบบหินทิ้ง (RR1 และ RR2) ทั้ง 2 ข้างของช่องทางระบายน้ำ เพื่อกันทรายไม่ให้ถูกพัดเข้าไปทับถมในทางระบายน้ำดังรูป สำหรับการเสริมทราย จะดำเนินการรื้อรอดักทรายบริเวณเดิมออก […]

Beachlover

January 14, 2020
1 11 12