การกัดเซาะชายหาด เกิดขึ้นเมื่อคลื่นและกระแสน้ำพัดพาทรายออกจากระบบชายหาด ซึ่งการสูญเสียทรายนี้จะทำให้ชายหาดแคบลงและระดับความสูงลดต่ำลง โดยในช่วงที่เกิดพายุ คลื่นลมแรงจะพัดพาทรายออกนอกฝั่ง และสะสมตัวอยู่ในรูปของสันดอนทรายขนาดใหญ่ใต้ทะเล แต่เมื่อพายุสงบลงในช่วงหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนหลังจากนั้น คลื่นที่สงบจะค่อย ๆ พาทรายกลับคืนมายังชายหาดอีกครั้ง

ชายหาดสามารถเกิดการกัดเซาะอย่างฉับพลันในระยะสั้นเมื่อเกิดพายุ เนื่องจากกลไกหลักดังต่อไปนี้:
- คลื่นและกระแสน้ำที่รุนแรง: พายุทำให้เกิดคลื่นสูงและกระแสน้ำที่มีพลังงานสูง ซึ่งสามารถพัดพาทรายและตะกอนจากชายหาดออกไปยังทะเลได้อย่างรวดเร็ว ทำให้ชายหาดแคบลงและระดับความสูงลดลง
- ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นชั่วคราว : พายุสามารถทำให้ระดับน้ำทะเลสูงขึ้นอย่างมากในช่วงเวลาสั้น ๆ ซึ่งทำให้น้ำทะเลเข้าถึงพื้นที่ที่ปกติไม่ถูกน้ำทะเลสัมผัส ส่งผลให้เกิดการกัดเซาะของชายหาดและพื้นที่ใกล้เคียง
- การเคลื่อนที่ของตะกอนใต้ทะเล: คลื่นและกระแสน้ำที่เกิดจากพายุสามารถพัดพาตะกอนจากชายหาดไปสะสมในบริเวณอื่น เช่น การสร้างสันดอนทรายใต้ทะเล ซึ่งทำให้ชายหาดสูญเสียทรายและเกิดการกัดเซาะ
การกัดเซาะเหล่านี้สามารถเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วในช่วงที่พายุพัดผ่าน แต่ในบางกรณี ทรายและตะกอนที่ถูกพัดพาออกไปอาจกลับมาสะสมที่ชายหาดอีกครั้งเมื่อสภาพอากาศสงบลง อย่างไรก็ตาม หากพายุเกิดขึ้นบ่อยครั้งหรือมีความรุนแรงมาก การฟื้นตัวของชายหาดอาจใช้เวลานานหรือไม่สมบูรณ์
