การออกแบบและก่อสร้างกำแพงกันคลื่น (Seawall) มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อป้องกันการกัดเซาะและลดผลกระทบจากคลื่นหรือระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม กำแพงกันคลื่นอาจเกิดความเสียหายหรือ ได้จากหลากหลายปัจจัย ซึ่งมักเกี่ยวข้องกับเงื่อนไขทางกายภาพ คุณสมบัติของวัสดุ รวมถึงวิธีการก่อสร้างและการบำรุงรักษา ปัจจัยเหล่านี้อาจทำให้โครงสร้างสูญเสียเสถียรภาพหรือประสิทธิภาพในการป้องกันชายฝั่งไม่เป็นไปตามที่ออกแบบ ในภาพรวมสามารถแบ่งปัจจัยที่ก่อให้เกิดความล้มเหลวของกำแพงกันคลื่นได้ดังต่อไปนี้

- การกัดเซาะที่ฐานโครงสร้าง (Toe Scour)
- การเคลื่อนตัวของตะกอนใต้น้ำบริเวณส่วนฐาน (toe) ของกำแพงกันคลื่น สามารถทำให้วัสดุรองรับใต้ฐานถูกชะล้างออกไป ส่งผลให้โครงสร้างสูญเสียการรองรับ เกิดการทรุดตัว หรือแตกร้าวจนในที่สุดอาจล้มเหลวโดยสมบูรณ์
- การกัดเซาะแบบเร่งอาจเกิดจากคลื่นที่มีพลังงานสูง คลื่นพายุซัดฝั่ง หรือกระแสน้ำวนบริเวณฐานของกำแพง (wave-induced local scour)
- น้ำล้นข้ามโครงสร้าง (Overtopping)
- การออกแบบความสูงสันกำแพง (crest elevation) อาจไม่เพียงพอกับระดับคลื่นสูงสุดหรือระดับน้ำทะเลที่เพิ่มขึ้น (เช่น ในกรณีเกิดพายุซัดฝั่งหรือคลื่นพายุซัดชายฝั่ง)
- การสูญเสียเสถียรภาพอาจเกิดเมื่อมีน้ำทะลักข้ามกำแพง (overtopping) ในปริมาณมาก ทำให้เกิดแรงดันหรือน้ำท่วมด้านหลังโครงสร้าง และทำให้วัสดุบางส่วนทรุดตัวหรือชะล้างได้
- ฐานรากและคุณสมบัติทางธรณีเทคนิค (Foundation and Geotechnical Factors)
- การออกแบบฐานรากที่ไม่สอดคล้องกับสภาพชั้นดิน (soil strata) หรือขาดการประเมินพฤติกรรมชั้นดินเมื่อรับน้ำหนักกำแพงกันคลื่นและแรงดันน้ำ อาจนำมาสู่การวิบัติรูปแบบต่างๆ เช่น การทรุดตัวไม่สม่ำเสมอ (differential settlement) หรือดินเลนด้านหลังดันโครงสร้าง (backfill pressure)
- ปัญหาการไหลซึม (seepage) ผ่านชั้นดินใต้กำแพงกันคลื่น หากไม่มีระบบระบายน้ำที่เหมาะสมก็อาจเกิดแรงดันน้ำใต้ฐานโครงสร้าง (pore pressure) เพิ่มขึ้นจนโครงสร้างสูญเสียเสถียรภาพได้
- คุณภาพวัสดุและการเสื่อมสภาพ (Material Quality and Deterioration)
- การเลือกใช้วัสดุที่ไม่ทนทานต่อสภาพแวดล้อมทางทะเล (เช่น การกัดกร่อนจากน้ำเค็ม การผุกร่อนของเหล็ก หรือการเสื่อมสภาพของคอนกรีต) หรือไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้กำแพงกันคลื่นเสื่อมสภาพเร็ว
- การไม่บำรุงรักษา (maintenance) อย่างสม่ำเสมออาจนำไปสู่การแตกร้าว หรือเกิดช่องว่างในชั้นกรวดและชั้นกรอง ส่งผลให้โครงสร้างอ่อนแอและพร้อมพังทลายเมื่อเผชิญแรงกระทำที่รุนแรง
- การออกแบบและก่อสร้างที่ขาดความเหมาะสม (Inadequate Design and Construction)
- หากกระบวนการออกแบบไม่ได้วิเคราะห์พฤติกรรมคลื่น กระแสน้ำ และกระบวนการขนส่งตะกอน (sediment transport) อย่างรอบด้าน หรือไม่ได้คำนึงถึงเหตุการณ์สุดขั้ว (extreme events) เช่น คลื่นพายุหรือสภาพอากาศเปลี่ยนแปลงในระยะยาว อาจทำให้กำแพงกันคลื่นรับแรงเกินกว่าที่โครงสร้างจะรองรับได้
- ข้อบกพร่องในการก่อสร้าง เช่น การวางชั้นกรอง (filter layer) ไม่ถูกต้องหรือมีช่องว่างในชั้นป้องกันการซึม อาจเปิดทางให้เกิดการสูญเสียวัสดุใต้โครงสร้างและส่งผลต่อความแข็งแรงโดยรวม
- การเปลี่ยนแปลงสัณฐานชายฝั่งและระดับน้ำทะเล (Morphological Changes and Sea-Level Rise)
- การเปลี่ยนแปลงของชายฝั่งตามฤดูกาลหรือระยะยาว เช่น การตกตะกอน (accretion) และการกัดเซาะ (erosion) สามารถเปลี่ยนตำแหน่งแนวชายฝั่งและระดับท้องน้ำ จึงส่งผลต่อประสิทธิภาพและความเสถียรของกำแพงกันคลื่นในระยะยาว
- ภาวะโลกร้อน (global warming) และระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น อาจเร่งให้โครงสร้างมีความเสี่ยงต่อการถูกคลื่นกัดเซาะและน้ำล้นข้ามมากยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงออกแบบแรกเริ่ม



coastline_Where_do_we_go_from_here
ความเสียหายลักษณะต่างๆ รวบรวมโดย Thomas&Hall (Thomas & Hall, 2015)
| ความเสียหายของกำแพงกันคลื่น | จำนวนครั้งที่เกิด |
|---|---|
| การพังทลาย (Collapse) | 16 |
| คอนกรีตแตกสลาย (Disintegration of concrete) | 9 |
| การยกตัวของชั้นเกราะ (Armouring uplift) | 3 |
| การหลุดของชั้นเกราะในโครงสร้างลาดหิน (Armour removal in revetments) | 19 |
| การกัดเซาะบริเวณฐาน (Erosion in toe) | 63 |
| การสึกกร่อน (Abrasion) | 16 |
| การชะล้างวัสดุถมด้านหลังกำแพงกันคลื่น (Wash-out filled materials behind seawalls) | 10 |
| การแตกร้าวในคอนกรีต (Cracking in concrete) | 2 |
| การทรุดตัว (Settlement) | 2 |
| ความเสียหายบริเวณทางเดิน/พื้นที่สาธารณะริมน้ำ (Promenades damage) | 4 |
| การกัดกร่อน (Corrosion) | 3 |
| ความเสียหายบางส่วนที่สันกำแพง (Partial failure in crest) | 26 |
| การถูกกัดเซาะด้านข้าง (Outflanking) | 3 |
| การหลุดร่อนของคอนกรีต (Concrete spalling) | 2 |
| ความเสียหายในองค์ประกอบโครงสร้าง (Failure in structural members) | 5 |
| การเลื่อนไถลของดิน (Landslip) | 5 |
| รวมทั้งหมด (Total) | 188 |
ความเสียหายของกำแพงกันคลื่นเกิดได้จากหลายสาเหตุ ทั้งในแง่การออกแบบ การก่อสร้าง การเลือกใช้วัสดุ การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม และการขาดการบำรุงรักษาที่เหมาะสม การทำความเข้าใจปัจจัยเหล่านี้อย่างลึกซึ้งจะช่วยให้สามารถวางแผนออกแบบและเลือกใช้มาตรการป้องกันชายฝั่งที่เหมาะสม มีความคงทนถาวร และรองรับความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติตลอดอายุการใช้งานของโครงสร้างได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น