งานก่อสร้างกำแพง หาดบางเกตุ เพชรบุรี

หาดบางเกตุตั้งอยู่หมู่ 7  บ้านบางเกตุ  อ.ชะอำ  จ.เพชรบุรี   ซึ่งมีความสวยงามมีสวนสาธารณะไว้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของคนในชุมชนและนักท่องเที่ยว  โดยมีแนวทางการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติในแง่การพักผ่อนอยู่กับธรรมชาติอย่างแท้จริง  ที่หาดบางเกตุมีทั้งโรงแรมหรือจะกางเต็นท์ก็ได้ เป็นชายหาดที่มีความร่มรื่น เงียบสงบ และสะอาด ตลอดแนวชายหาดจะมีต้นไม้ขึ้นเรียงราย จึงเหมาะสำหรับครอบครัวและนักท่องเที่ยวที่ต้องการจะมาเล่นน้ำและพักผ่อน และบริเวณใกล้ชายหาดมีน้อยหน่าที่มีรสชาติดีที่สุดในจังหวัดเพชรบุรีสามารถหาซื้อได้บริเวณริมถนนบ้านบางเกตุเท่านั้น ในช่วงเดือนมิถุนายน- กันยายน ของทุกปี (http://www.bangkao.go.th)

หาดบางเกตุมีบรรยากาศแบบชายฝั่งชุมชนมากกว่าหาดท่องเที่ยว มีบ้านเรือน ร้านเล็กๆ ทางลงหาดที่คนท้องถิ่นคุ้นเคย และชายหาดที่ทำหน้าที่เป็นทั้งที่พักผ่อน ที่ทำกิจกรรม และที่รับแรงกระแทกจากมรสุมแทนชุมชนมาโดยตลอด “หาด” จึงไม่ใช่แค่ภูมิทัศน์ แต่เป็นพื้นที่กันชน แม้ไม่ได้คึกคักแบบแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ใกล้ๆอย่างหาดชะอำก็ตาม

Beach Lover เคยพาสำรวจหาดแห่งนี้ไปแล้วเมื่อ 6 ปีก่อน ตามอ่านได้จาก https://beachlover.net/ต้นสนล้ม-ณ-หาดบางเกตุ/ ครั้งนี้ Beach Lover พาเดินสำรวจหาดบางเกตุอีกครั้งช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ พบงานก่อสร้างกำแพงตามภาพ

กำแพงหินก่อที่กำลังก่อสร้างยาวตามแนวชายฝั่ง จากการสอบถามพบว่าสร้างเพื่อ “กันเขตที่ดินเอกชน” ซึ่งหากสังเกตจากภาพที่ Beach Lover ถ่ายและเขียนไว้เพื่อ 6 ปีก่อน ก็คือมาทดแทนรั้วเสาคอนกรีตและลวดหนามที่น่าจะพังทลายไปก่อนหน้านั่นเอง

ถ้ามองผ่านสายตาคนทั่วไป กำแพงลักษณะนี้ดูมั่นคง แข็งแรง แต่ถ้ามองด้วยสายตาของวิศวกรชายฝั่ง โครงสร้างแบบกำแพงตั้งตรง (หรือเกือบตั้งตรง) โดยธรรมชาติมักถูกสร้างขึ้นเพื่อ “ปกป้องทรัพย์สินด้านหลัง” ไม่ใช่เพื่อ “รักษาชายหาดด้านหน้า” ซึ่งก็คงไม่ได้ผิดอะไรเนื่องจากเจ้าของที่ดินน่าจะต้องการปกป้องพื้นที่ดินของตัวเองเป็นหลัก มากกว่ารักษาชายหาดสาธารณะด้านหน้าที่ดินอยู่แล้ว ในกรณีนี้ Beach Lover ต้องการชี้ให้เห็นว่า สองอย่างนี้ไม่เหมือนกัน และความต่างนี้เองที่เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวที่บางเกตุอาจจะต้องเผชิญในอนาคต

ชายหาดเป็นระบบที่ต้องขยับตัวตามฤดูกาล คลื่นมรสุมพาทรายออกไปช่วงหนึ่ง แล้วบางช่วงของปีทรายก็ค่อยๆ กลับมา ถ้าด้านหลังหาดยังมีพื้นที่ให้ถอยร่น หาดสามารถ “หายใจ” และปรับรูปร่างได้ แต่เมื่อมีสิ่งกีดขวางแข็งๆ ตั้งตรงปักลงไปตลอดแนว ระบบจะถูก “ล็อก” ไว้ให้ขยับยากขึ้น พอถึงวันที่คลื่นสูง น้ำหนุน หรือพายุเข้า แรงคลื่นที่เข้าชนกำแพงจะสะท้อนกลับ ทำให้เกิดความปั่นป่วนและการขุดลึกบริเวณหน้ากำแพงได้มากกว่าชายหาดธรรมชาติที่มีความลาดเอียง ที่มักค่อยๆ รับคลื่นอย่างนุ่มนวล ผลที่ตามมาซึ่งพบได้บ่อยในหลายพื้นที่คือ หน้าหาดจะเริ่มถูกเซาะให้ลึกและแคบลง โดยเฉพาะช่วงน้ำขึ้นหรือฤดูมรสุม จนท้ายที่สุดเราอาจเห็นสภาพที่คนเดินหาดต้องเดินประชิดกำแพงมากขึ้น เดินลำบากขึ้น และในบางช่วงของปีอาจไม่มีหาดให้เดิน เหลือเพียงแนวคลื่นปะทะฐานกำแพง

นี่คือภาพที่อยากชวนคิดต่อจากนี้ว่า พื้นที่หน้าหาดบางเกตุมีแนวโน้มจะค่อยๆ แคบลง ไม่ใช่เพราะกระบวนการทางธรรมชาติอย่างเดียว แต่เพราะเรากำลังเปลี่ยนวิธีที่ชายหาดรับพลังงานคลื่น จากเดิมที่หาดทรายทำหน้าที่เป็นเบาะรองรับแรง ให้กลายเป็นการชนกับผนังแข็งที่สะท้อนแรงกลับไปกลับมา เมื่อแรงสะท้อนทำงานซ้ำๆ โดยเฉพาะในช่วงน้ำหนุนสูง ผลที่เกิดจึงไม่ใช่แค่การกัดเซาะตามฤดูกาล แต่เป็นการเร่งให้เกิดสภาวะที่ชายหาดถูกบีบ (coastal squeeze) ระหว่างทะเลที่รุกขึ้นกับกำแพงที่ไม่ยอมถอยหนี และในสภาวะแบบนี้ “พื้นที่สาธารณะของชุมชน” มักเป็นฝ่ายสูญเสียก่อนเสมอ

Beach Lover จะพยายามลงพื้นที่เพื่อติดตามผลที่เกิดจากการสร้างกำแพงนี้มาเล่าสู่กันฟังอย่างต่อเนื่อง…โปรดติดตาม