เคยสงสัยกันไหม เวลาเดินเล่นริมชายหาดแล้วพบว่าตะกอนบนชายหาดนั้นถูกแยกออกเป็นสองชั้น คือ ตะกอนทราย และ ตะกอนโคลนหรือดินทรายขี้เป็ด โดนเฉพาะชายหาดบริเวณอ่าวไทยตอนบนที่มีแม่น้ำหลักหลายสายไหลลงทะเล กระบวนการนี้เกิดจากสาเหตุใดบ้าง Beach Lover ขอชวนอ่านสาเหตุหลักที่ทำให้เราเห็นหาดเป็นสองชั้นแบบนี้

1. ลักษณะการสะสมตัวของตะกอนตามพลังงานของคลื่น
- พื้นที่บนชายหาด (ส่วนบน) จะถูกคลื่นซัดแรงกว่าในช่วงน้ำขึ้นและฤดูมรสุม คลื่นแรงจะพัดพาเอาตะกอนละเอียดอย่างดินโคลนออกไป เหลือไว้แต่ทรายเม็ดหยาบ ในขณะที่พื้นที่ล่างชายหาด ใกล้ระดับน้ำทะเลปานกลาง หรือ MSL เป็นบริเวณที่คลื่นพัดแรงน้อยลงในช่วงน้ำลง จึงสะสม ดินโคลนหรือตะกอนละเอียด ได้ง่าย
2. อิทธิพลของลักษณะชายฝั่งและกระแสน้ำ
- หากบริเวณนี้อยู่ใกล้ แหล่งน้ำจืด เช่น คลองหรือท่อระบายน้ำจากฝั่ง ตัวดินโคลนอาจเป็นผลจากการไหลบ่าของน้ำจืดที่พัดพาตะกอนละเอียดมาทับถมเฉพาะช่วงล่าง กระแสน้ำตามชายฝั่ง อาจพัดพาตะกอนทรายไปทางหนึ่ง และดินโคลนอีกทางหนึ่ง ส่งผลให้เกิด การแยกชั้นของตะกอน
3. การเปลี่ยนแปลงฤดูกาลและมรสุม
- สำหรับอ่าวไทยตอนบนฝั่งตะวันออก (โซนทะเล จ.ชลบุรี) ในฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ ( พ.ค.–ต.ค.) ทะเลมีคลื่นแรง พัดพาโคลนออกและสะสมทรายบนชายหาด ในขณะที่ช่วงหลังมรสุมหรือมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ (พ.ย.–เม.ย.) คลื่นอ่อนลง ทำให้ตะกอนโคลนเริ่มตกตะกอนในส่วนล่างใกล้ระดับน้ำทะเล

4. กิจกรรมมนุษย์หรือโครงสร้างริมชายฝั่ง
- หากมีการถมดิน สร้างเขื่อนกันคลื่น หรือท่อระบายน้ำใกล้ชายหาด อาจทำให้เกิดตะกอนดินโคลนในทะเลและมาสะสมในพื้นที่ล่างชายหาด หรือการ เสริมทราย (beach nourishment) เฉพาะส่วนบนก็อาจทำให้ดูแยกชั้นชัดเจนระหว่างทรายกับโคลน
ชายหาดที่มี “ทรายด้านบน–โคลนด้านล่าง” เกิดจาก การคัดแยกตะกอนตามพลังงานของคลื่นและการสะสมตะกอนตามระดับน้ำทะเล รวมถึงอิทธิพลของฤดูกาล กระแสน้ำ และกิจกรรมมนุษย์ร่วมด้วย ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติในพื้นที่ชายฝั่งที่มีพลวัตสูง อย่างชายหาดบริเวณอ่าวไทยตอนบน