ฟาร์มหอยในทะเล ส่งผลต่อการไหลเวียนของกระแสน้ำ อย่างไร

ฟาร์มหอยในทะเลมีผลต่อการไหลเวียนของกระแสน้ำในหลายรูปแบบ ทั้งทางกายภาพ ชีวภาพ และเคมี ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศทางทะเลโดยรวม ผลกระทบทางกายภาพ ผลกระทบทางชีวภาพ ผลกระทบทางเคมี ฟาร์มหอยในทะเล แม้ว่าจะมีประโยชน์ทางเศรษฐกิจ แต่ก็มีผลกระทบต่อการไหลเวียนของกระแสน้ำและระบบนิเวศทางทะเลโดยรวม การทำความเข้าใจผลกระทบเหล่านี้มีความสำคัญต่อการพัฒนาแนวทางปฏิบัติในการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำอย่างยั่งยืน ซึ่งช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในขณะที่ยังคงสนับสนุนการผลิตอาหารทะเล การตรวจสอบสภาพแวดล้อมอย่างสม่ำเสมอ การจัดการฟาร์มอย่างระมัดระวัง และการวิจัยอย่างต่อเนื่อง ล้วนมีบทบาทสำคัญในการทำให้มั่นใจว่าการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจะยังคงเป็นแหล่งอาหารที่ยั่งยืนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมในอนาคต

Beachlover

October 14, 2024

Coastal morphodynamics คืออะไรและสำคัญอย่างไร

Coastal morphodynamics คือการศึกษาเกี่ยวกับปฏิสัมพันธ์ระหว่างกระบวนการทางอุทกพลศาสตร์ (เช่น คลื่น กระแสน้ำ และลม) กับลักษณะภูมิประเทศ (เช่น ชายหาด แนวชายฝั่ง หรือพื้นท้องทะเล) โดยเน้นที่การเปลี่ยนแปลงรูปร่างและรูปแบบของภูมิประเทศเหล่านี้เมื่อเวลาผ่านไป ประเด็นสำคัญ ตัวอย่างการประยุกต์ใช้ Morphodynamics โดยสรุป Morphodynamics เป็นสาขาที่สำคัญในการทำความเข้าใจพลวัตของพื้นผิวโลกและมีบทบาทสำคัญในการจัดการทรัพยากรชายฝั่งและบรรเทาภัยพิบัติทางธรรมชาติ

Beachlover

October 11, 2024

สำรวจมวลทรายและติดตามสังคมพืชป่าชายหาด แนวรั้วไม้ดักทรายหาดปากเมง

ที่มา: https://www.facebook.com/mnpoc.trang3 วันที่ 9 ตุลาคม 2567 ศูนย์ปฏิบัติการอุทยานแห่งชาติทางทะเลที่ 3 จังหวัดตรัง ร่วมกับเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม ทำการสำรวจเก็บข้อมูลการสะสมตัวของมวลทรายและติดตามการเจริญเติบโตของสังคมพืชป่าชายหาด บริเวณแนวรั้วไม้ดักทรายหาดปากเมง อุทยานแห่งชาติหาดเจ้าไหม จังหวัดตรัง ประจำเดือนตุลาคม เบื้องต้นพบว่า มีการหายไปของมวลทรายแนวเดิม และรั้วไม้ไผ่เฉลี่ย -19.2 และ -10 เซนติเมตร ตามลำดับ ปัจจุบันพบพันธุ์ไม้ทั้งหมด 10 ชนิด จำนวน 44 ต้น มีพันธุ์ไม้เด่นที่พบคือ ต้นปอทะเล (Hibiscus tiliaceus L.) จำนวน 12 ต้น รองลงมาคือต้นเตยทะเล (Pandanus odoratissimus L.f.) จำนวน 9 ต้น และต้นหูกวาง (Terminalia catappa L.) 5 ต้น ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบข้อมูลเบื้องต้น ในเดือนที่ผ่านมา พบว่า มีต้นไม้และกล้าไม้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้เมื่อช่วงวันที่ […]

Beachlover

October 10, 2024

ลงพื้นที่จุดวิกฤตกัดเซาะชายฝั่ง ทางหลวงหมายเลข 43 เทพา สงขลา

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 8 ต.ค. 67 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ลงพื้นที่บริเวณจุดวิกฤตการกัดเซาะชายฝั่ง ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 43 อ.เทพา จ.สงขลา เพื่อติดตามการป้องกันทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 43 จากการกัดเซาะชายฝั่งที่อาจจะมีผลกระทบมาจากคลื่นลมมรสุมประจำปีนี้ ของแขวงทางหลวงที่ 12 (นาหม่อม) กรมทางหลวง โดยดำเนินการในรูปแบบหินเรียง บริเวณไหลทางซึ่งอยู่ในพื้นที่ดูแลของ แขวงทางฯ ภายใต้โครงการบำรุงรักษาทางหลวง งานแก้ไขและป้องกันน้ำกัดเซาะ ทางหลวงหมายเลข43 ซึ่งมีความก้าวหน้าของงานไปแล้วกว่า 70 % ของโครงการ พร้อมทั้งมีการดำเนินการเก็บภาพถ่ายมุมสูงทั้งรูปแบบภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว โดยใช้อุปกรณ์อากาศยานไร้คนขับ(Drone) ทั้งนี้ สทช.5 โดย สอช.จะดำเนินการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว เพื่อจัดทำรายงานสถานภาพชายฝั่งทะเลประจำปี 2568 จ.สงขลา พร้อมทั้งรายงานต่อกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ต่อไป

Beachlover

October 9, 2024

พายุเฮอริเคนมิลตันจ่อขึ้นฝั่งฟลอริดาวันนี้! คาดการณ์น้ำท่วมสูง-คลื่นซัดฝั่ง

ที่มา: https://www.usgs.gov พายุเฮอริเคนมิลตัน คาดว่าจะขึ้นฝั่งบริเวณชายฝั่งอ่าวฟลอริดาในคืนวันนี้ (9 ตุลาคม 2567) ด้วยความรุนแรงระดับเฮอริเคน พร้อมด้วยลมกระโชกแรง คลื่นพายุซัดฝั่งที่เป็นอันตรายถึงชีวิต และฝนตกหนัก USGS คาดการณ์ว่าเกือบทั้งชายฝั่งมีโอกาสประมาณ 90% ที่จะเกิดน้ำท่วม การกัดเซาะ และคลื่นซัดฝั่ง หากใครสนใจสามารถใช้ Coastal Change Hazards Portal เพื่อสำรวจผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับชายฝั่งได้ ในพอร์ทัลนี้ ยังสามารถดูการคาดการณ์ที่สร้างขึ้นโดยใช้ COAWST ซึ่งเป็นแบบจำลองกระบวนการพายุทางกายภาพที่ค่อนข้างสมจริง ส่วน Total Water Level and Coastal Change Forecast Viewer จะแสดงเวลาและตำแหน่งของผลกระทบที่อาจเกิดจากการเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง สำหรับชายฝั่งทะเลประเทศไทยไม่ได้มีผลกระทบใดๆจากพายุลูกนี้ แต่ Beach Lover อยากชวนกันเข้าไปศึกษาระบบเตือนภัยและแสดงผลข้อมูลด้านชายฝั่งทะเลของ USGS ที่ทำไว้ค่อนข้างดีมีประโยชน์และสื่อสารแบบไม่ยากมากนัก หน่วยงานที่รับผิดชอบในประเทศไทยถ้ารับเอามาเป็นเยี่ยงอย่าง จะขอบคุณยิ่ง

Beachlover

October 9, 2024

Star sand คืออะไร ?

Star Sand บนเกาะ Okinawa ประเทศญี่ปุ่น เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กชนิดหนึ่งที่มีรูปร่างคล้ายดาว 5 แฉก พวกมันเป็นสัตว์จำพวก Foraminifera ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวที่มีเปลือกแข็งห่อหุ้มตัว เมื่อพวกมันตายลง เปลือกแข็งเหล่านี้ก็จะถูกพัดพาขึ้นมาสะสมบนชายหาด ทำให้ดูเหมือนมีทรายรูปดาวอยู่เต็มไปหมด Star Sand เกิดจากอะไร? Star Sand เกิดจากซากเปลือกของ Foraminifera ชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Baculogypsina sphaerulata ซึ่งอาศัยอยู่ในทะเลบริเวณใกล้แนวปะการัง เมื่อพวกมันตายลง เปลือกของพวกมันก็จะถูกคลื่นซัดขึ้นมาสะสมบนชายหาด โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เกาะ Iriomote และ Hatoma ใน Okinawa ลองจินตนาการถึงแนวปะการังที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาใต้ท้องทะเล บริเวณนั้น Foraminifera ตัวเล็กๆ นับล้านกำลังสร้างเปลือกแข็งรูปดาวของพวกมัน เมื่อพวกมันตาย เปลือกเหล่านี้ก็จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของชายหาดที่สวยงาม ความสำคัญของ Star Sand: ข้อควรระวัง: Star Sand บนเกาะ Okinawa เป็นสิ่งมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่สวยงามและมีความสำคัญทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม วัฒนธรรม และการท่องเที่ยว หากมีโอกาสได้ไปเยือน Okinawa อย่าลืมไปชมความงามของ Star […]

Beachlover

October 9, 2024

พายุ กับ มรสุม แตกต่างกันอย่างไร

Beach Lover ลงพื้นที่ชายฝั่งทะเลเพื่อสำรวจความเสียหายจากเหตุการณ์พายุและลมมรสุมในหลายพื้นที่ และต่อเนื่องยาวนานมาหลายปี เมื่อสอบถามชาวบ้านถึงความเสียหายที่เกิดขึ้นมักได้คำตอบคล้ายๆกันคือพายุเข้า ทั้งๆที่ในช่วงเวลานั้นไม่มีพายุเข้าประเทศไทยแต่อย่างใด ความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากลมมรสุมตามฤดูกาลที่อาจมีกำลังแรงขึ้นกว่าปกติ จึงส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายฝั่งมากกว่าปกติ จนชาวบ้านคิดว่าคลื่นใหญ่ลมแรงที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ชายหาดหน้าบ้านคือพายุ Beach Lover ขอชวนมองความแตกต่างของพายุและมรสุม เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจมากยิ่งขึ้น โดยพายุและมรสุมเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติที่เกี่ยวข้องกับสภาพอากาศและลม แต่มีความแตกต่างกันในหลายประเด็น: 1. ลักษณะการเกิด: 2. ขอบเขตและระยะเวลา: 3. ผลกระทบ: สรุปว่า พายุเป็นระบบลมที่หมุนวนรุนแรง เกิดขึ้นในระยะเวลาสั้น และมีผลกระทบรุนแรงในพื้นที่จำกัด ส่วนมรสุมเป็นระบบลมขนาดใหญ่ที่พัดประจำฤดู มีระยะเวลานาน และมีผลกระทบต่อสภาพอากาศและฤดูกาลในวงกว้าง ความเข้าใจลักษณะและความแตกต่างดังกล่าวจะสามารถทำให้เราเข้าใจธรรมชาติของพายุและมรสุมที่อาจส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตของเราได้ และสามารถปรับตัวและอยู่รอดได้อย่างปลอดภัย

Beachlover

October 7, 2024

ทรายทะเล ใช้ในงานก่อสร้างได้หรือไม่?

ทรายทะเลแม้มีอยู่มากมายตามชายฝั่ง แต่การนำมาใช้ในงานก่อสร้างจำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เนื่องจากมีข้อจำกัดสำคัญที่อาจส่งผลต่อคุณภาพและความทนทานของโครงสร้าง ปัญหาจากเกลือ: เกลือที่แทรกซึมอยู่ในทรายทะเลเป็นอุปสรรคสำคัญ เกลือเหล่านี้เมื่อทำปฏิกิริยากับความชื้นและเหล็กเสริมภายในคอนกรีต จะก่อให้เกิดสนิมและการกัดกร่อน ทำให้โครงสร้างอ่อนแอลงในระยะยาว อาคารหรือสิ่งก่อสร้างที่ใช้ทรายทะเลโดยไม่ผ่านกระบวนการล้างเกลืออย่างเหมาะสม อาจประสบปัญหาแตกร้าว ผุพัง หรือทรุดตัวก่อนเวลาอันควร ขนาดและสิ่งเจือปน: ทรายทะเลมีลักษณะเฉพาะ คือมีขนาดเม็ดทรายที่ละเอียดกว่าทรายแม่น้ำ ซึ่งอาจส่งผลต่อการยึดเกาะของคอนกรีต นอกจากนี้ ทรายทะเลยังอาจมีสิ่งเจือปนอื่น ๆ เช่น เศษเปลือกหอย ซากปะการัง หรือสารอินทรีย์ ซึ่งอาจลดคุณภาพของคอนกรีตลง หากไม่ผ่านกระบวนการคัดแยกและทำความสะอาดอย่างดี การใช้งานที่จำกัด: แม้จะมีข้อจำกัด แต่ทรายทะเลที่ผ่านการล้างเกลือและคัดแยกสิ่งเจือปนอย่างเหมาะสม ก็ยังสามารถนำมาใช้ในงานก่อสร้างบางประเภทได้ เช่น งานถมดิน งานปรับพื้นที่ หรืองานคอนกรีตที่ไม่ได้รับน้ำหนักมาก อย่างไรก็ตาม การใช้ทรายทะเลในงานโครงสร้างหลักที่ต้องรับน้ำหนักมาก เช่น เสา คาน หรือพื้น อาจไม่เหมาะสมนัก ทางเลือกและข้อควรระวัง: ก่อนตัดสินใจใช้ทรายทะเล ควรพิจารณาทางเลือกอื่น ๆ เช่น ทรายแม่น้ำ หรือทรายบดจากหิน ซึ่งอาจมีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับงานก่อสร้างมากกว่า นอกจากนี้ การนำทรายทะเลมาใช้อาจมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การกัดเซาะชายฝั่ง หรือทำลายระบบนิเวศทางทะเล ดังนั้น ควรคำนึงถึงผลกระทบเหล่านี้และปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยสรุปคือทรายทะเลสามารถนำมาใช้ในงานก่อสร้างได้ แต่ต้องผ่านกระบวนการเตรียมทรายที่เหมาะสม และพิจารณาข้อจำกัดในการใช้งานอย่างรอบคอบ

Beachlover

October 5, 2024

SimaPro สำหรับการประเมินวัฏจักรชีวิต (LCA) ของการก่อสร้างโครงสร้างทางทะเล

SimaPro สามารถใช้สำหรับการประเมินวัฏจักรชีวิต (LCA) ของการก่อสร้างโครงสร้างทางทะเลได้อย่างมีประสิทธิภาพผ่านขั้นตอนต่อไปนี้: ด้วยการทำตามขั้นตอนและข้อควรพิจารณาเหล่านี้ คุณสามารถใช้ SimaPro เพื่อดำเนินการประเมินวัฏจักรชีวิตอย่างครอบคลุมของการก่อสร้างโครงสร้างทางทะเล สนับสนุนการตัดสินใจเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางทะเลที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น

Beachlover

October 3, 2024

ทำไม น้ำทะเลขึ้นลงแต่ละแห่งไม่เท่ากัน

น้ำทะเลขึ้นลงแต่ละแห่งไม่เท่ากันเนื่องจากปัจจัยหลายประการ: นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่อาจส่งผลต่อระดับน้ำขึ้นน้ำลงในแต่ละพื้นที่ เช่น กระแสน้ำในมหาสมุทร ซึ่งเป็นการเคลื่อนที่ของน้ำขนาดใหญ่ในมหาสมุทรที่เกิดจากความแตกต่างของอุณหภูมิ ความเค็ม และการหมุนของโลก และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศในระยะยาว ซึ่งอาจทำให้ระดับน้ำทะเลเฉลี่ยสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อรูปแบบและความรุนแรงของน้ำขึ้นน้ำลงในอนาคต แล้ว Tidal range ที่มากที่สุดในโลก อยู่ที่ไหน? Bay of Fundy ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างรัฐ Nova Scotia และ New Brunswick ในประเทศแคนาดา เป็นที่รู้จักในฐานะสถานที่ที่มีช่วงน้ำขึ้นน้ำลงที่มากที่สุดในโลก ด้วยความแตกต่างสูงสุดถึง 16.3 เมตร (53.5 ฟุต) ระหว่างระดับน้ำขึ้นและน้ำลงสูงสุด ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติอันน่าทึ่งนี้เกิดจากรูปทรงเฉพาะของอ่าว Bay of Fundy ที่มีลักษณะคล้ายกรวย เมื่อน้ำขึ้น น้ำทะเลจำนวนมหาศาลจะถูกบีบให้ไหลเข้ามาในพื้นที่ที่แคบลงเรื่อย ๆ ทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและสูงมากในช่วงน้ำขึ้น ลองนึกภาพว่าคุณกำลังยืนอยู่บนชายหาดใน Bay of Fundy ในช่วงน้ำลง คุณจะเห็นท้องทะเลที่กว้างใหญ่ไพศาล และอาจจะเห็นเรือประมงเกยตื้นอยู่บนพื้นทราย แต่เมื่อน้ำขึ้น น้ำทะเลจะเริ่มไหลเข้ามาอย่างรวดเร็ว และภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ระดับน้ำจะสูงขึ้นจนท่วมพื้นที่ที่เคยเป็นชายหาดทั้งหมด เรือประมงที่เคยเกยตื้นจะลอยขึ้นมา และคุณอาจจะต้องปีนขึ้นไปบนหน้าผาเพื่อชมวิวทะเลอันกว้างใหญ่ […]

Beachlover

October 1, 2024
1 … 32 33 34 … 125