บาเฆะ…เละเหมือนเดิม?

Beach Lover เคยเขียนถึงชายหาดแห่งนี้ไปเมื่อหลายปีก่อน ตามอ่านได้จากโพส “หาดทรายกลายเป็นหิน @ หาดบาเฆะ นราธิวาส”

ต้นเดือนตุลาคม 2569 Beach Lover มีโอกาสกลับไปที่ หาดบาเฆะ จังหวัดนราธิวาส อีกครั้ง สิ่งที่เห็นอย่างเต็มตาตอนนี้คือแนวหินทิ้งยาวไปตามชายฝั่ง ทั้งบริเวณที่มีชุมชนและบริเวณชายหาดธรรมชาติที่ไม่มีบ้านเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างอยู่ด้านหลัง

ในวันนี้ หาดยังคงกัดเซาะและกองหินก็ยังคงเพิ่มขึ้น จากการเดินเท้าสำรวจพบว่า มีกองหินใหม่ๆวางเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยสังเกตได้ไม่ยากจากสีของหิน บางช่วง “ชายหาด” แทบจะไม่เหลืออยู่แล้ว เพราะพื้นที่ที่เคยเป็นหาดทรายถูกกองหินวางทับลงไปโดยตรง ส่วนตรงด้านหน้าของแนวหินก็ไม่มีพื้นที่หาดให้เราเดินอีกต่อไป

ภาพที่เห็นจึงชวนให้คิดว่า เรากำลังป้องกันอะไรกันแน่ หากเป้าหมายคือการรักษาบ้าน ถนน หรือโครงสร้างพื้นฐานที่มีความจำเป็น การป้องกันชายฝั่งในบางตำแหน่งอาจมีเหตุผลความจำเป็น แต่ถ้าพื้นที่ด้านหลังยังเป็นพื้นที่ธรรมชาติ ไม่มีสิ่งปลูกสร้างสำคัญ และชายหาดยังมีพื้นที่ให้สามารถปรับตัวตามธรรมชาติได้ คำถามคือ เราจำเป็นต้องเอาหินไปวางทุกครั้งที่แนวชายฝั่งถูกกัดเซาะหรือไม่ ?

เพราะชายหาดไม่ใช่สิ่งที่อยู่นิ่ง ตามธรรมชาติ หาดสามารถแคบลง กว้างขึ้น ถอยเข้าฝั่ง หรือสะสมตัวกลับมาได้ตามฤดูกาล คลื่น และปริมาณตะกอน แต่เมื่อเราเอาหินก้อนใหญ่ไปวางบนพื้นที่หาด สิ่งหนึ่งที่เกิดขึ้นแน่นอนคือ พื้นที่ตรงนั้นจะไม่ใช่หาดทรายแบบเดิมอีกแล้ว การวางหินอาจช่วยรักษา “แนวชายฝั่ง” ให้อยู่ในตำแหน่งเดิมได้บางส่วน แต่ไม่ได้หมายความว่าเราจะรักษา “ชายหาด” ไว้ได้

สองคำนี้ไม่เหมือนกัน เราสามารถรักษาแนวฝั่งไว้ แต่ในขณะเดียวกันอาจสูญเสียชายหาดไปก็ได้

หาดบาเฆะวันนี้จึงเหมือนภาพต่อเนื่องจากเรื่องที่ Beach Lover เคยเขียนไว้เมื่อหลายปีก่อน จากหาดทราย
มีกองหิน … จากกองหินเดิมมีกองหินใหม่เพิ่มขึ้น…และเมื่อแนวกัดเซาะขยับไปกัดที่ใหม่…เราก็วางหินตามไปอีกเรื่อยๆ

คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียงว่า “จะวางหินเพิ่มตรงไหน?” แต่อาจต้องย้อนกลับมาถามตั้งแต่ต้นว่า “ตรงไหนจำเป็นต้องป้องกันจริงๆ และตรงไหนเราควรปล่อยพื้นที่ให้ชายหาดได้ปรับตัวตามธรรมชาติ?”

เพราะหากทุกครั้งที่ชายฝั่งถูกกัดเซาะ แล้วเราเลือกตอบสนองกระบวนการทางธรรมชาตินี้ด้วยกองหิน วันหนึ่งเราอาจรักษาเส้นชายฝั่งไว้ได้ แต่อาจไม่มีชายหาดเหลือไว้ให้รักษาเลยก็เป็นได้