เศรษฐกิจสีน้ำเงินของประเทศไทย: จุดเปลี่ยนที่สำคัญ

ชายฝั่งทะเลยาวกว่า 3,000 กิโลเมตรของประเทศไทย ทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ถือเป็นรากฐานแห่งความมั่งคั่งของประเทศและเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ทางนิเวศวิทยา พื้นที่ชายฝั่งและทรัพยากรทางทะเลใน 23 จังหวัดชายทะเลของประเทศได้หล่อหลอมให้เกิดเศรษฐกิจ “สีน้ำเงิน” ที่มีชีวิตชีวาและมีบทบาทสำคัญในฐานะกลไกขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยประมาณว่ามีส่วนร่วมในผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ถึงราวร้อยละ 30 และสร้างการจ้างงานคิดเป็นหนึ่งในสี่ของประชากรทั้งประเทศ เศรษฐกิจชายฝั่งนี้ประกอบด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการท่องเที่ยวซึ่งพึ่งพาชายหาดอันงดงามระดับโลกในจังหวัดภูเก็ต กระบี่ และสุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งสร้างรายได้หลักจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ โดยสร้างรายได้เข้าประเทศรวมหลายล้านล้านบาทต่อปี ในช่วงเพียง 4 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2568 รายได้จากการท่องเที่ยวทะลุ 1 ล้านล้านบาท แสดงถึงบทบาททางเศรษฐกิจที่ทรงพลังของภาคส่วนนี้ นอกเหนือจากการท่องเที่ยว พื้นที่ชายฝั่งยังเป็นที่ตั้งของอุตสาหกรรม ท่าเรือ และศูนย์กลางการค้าสำคัญ ในมิติทางสังคม เศรษฐกิจชายฝั่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ประมาณ 11 ล้านคน หรือร้อยละ 17 ของประชากรไทย อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายฝั่ง โดยมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับสภาพแวดล้อมชายฝั่งอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่ประมงพื้นบ้าน การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การเกษตร ไปจนถึงบริการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมประมงทะเลซึ่งไม่เพียงตอบสนองความต้องการบริโภคภายในประเทศ แต่ยังเป็นหนึ่งในฐานสำคัญของการส่งออกที่สร้างรายได้ให้กับจังหวัดชายฝั่งตอนใต้ ในเชิงระบบนิเวศ ชายฝั่งทะเลไทยถือเป็นคลังความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญของภูมิภาค ระบบนิเวศชายฝั่ง เช่น ป่าชายเลน […]

Beachlover

July 10, 2025

Green–Gray Infrastructure : ตอนที่ 2 กุญแจสำคัญ

ตามอ่านตอนที่ 1 ได้จาก https://beachlover.net/greengray-infrastructure-1/ “กุญแจสำคัญ” ในการรับมือกับปัญหาต่าง ๆ คือ การเข้าใจ ประเมิน และนำแนวคิด “ความหลากหลายของหน้าที่” (multifunctionality) ของโครงสร้างพื้นฐานชายฝั่งมาใช้ กล่าวคือ โครงสร้างหนึ่ง ๆ ควรให้ประโยชน์หลายด้าน นอกเหนือจากแค่การลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ การออกแบบโครงสร้างพื้นฐานชายฝั่งให้มีความยืดหยุ่นและหลากหลายฟังก์ชัน โดยการผสมผสานระหว่างโครงสร้างแบบสีเขียว (green infrastructure) และแบบสีเทา (gray infrastructure) จะเปิดโอกาสให้สามารถบูรณาการฟังก์ชันของการบรรเทาและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเข้าไปในโครงสร้างพื้นฐานแบบเดิมได้ การเพิ่มความหลากหลายของฟังก์ชันในโครงสร้างจะช่วยเพิ่มโอกาสในการดึงดูดการลงทุนทางการเงิน ในขณะที่โครงสร้างพื้นฐานแบบเดิมมักมุ่งเน้นการควบคุมภูมิทัศน์โดยรอบ แต่โครงสร้างพื้นฐานในอนาคตที่มีความยืดหยุ่นควรทำงานไปกับพลวัตของธรรมชาติเพื่อรับมือกับแรงกระแทกและฟื้นตัวจากความเสียหาย หากได้รับการออกแบบอย่างเหมาะสม โครงสร้างพื้นฐานแบบผสมสีเขียว–สีเทานี้จะสามารถสร้างประโยชน์หลากหลาย ได้แก่ การดูดซับคาร์บอน ความหลากหลายทางชีวภาพ ความมั่นคงทางอาหาร การสร้างรายได้ การกรองน้ำ และสุขภาวะของมนุษย์และควรมีความยืดหยุ่นในการออกแบบ ก่อสร้าง และดูแลรักษา แม้แนวคิดนี้จะเริ่มถูกนำมาใช้ในบางพื้นที่ แต่ในบริบทของชายฝั่ง ยังถือว่า “เพิ่งเริ่มต้น” เท่านั้น นอกจากนี้ การวัดผลว่าโครงสร้างเหล่านี้มีประโยชน์หลากหลายแค่ไหน และคุ้มค่าแค่ไหน เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับพื้นที่ชายฝั่งทะเล ซึ่งต้องใช้ประโยชน์บนชายฝั่งและในทะเลอย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในด้านการป้องกันภัย การผลิตอาหาร และการพักผ่อนท่องเที่ยว เมื่อโลกของเรากำลังเปลี่ยนแปลง และมีโอกาสสร้างสิ่งใหม่ เราจึงควรถามตนเองว่า… “ในอนาคต…เราต้องการให้โครงสร้างชายฝั่งของเรา […]

Beachlover

May 9, 2025

Green–Gray Infrastructure : ตอนที่ 1 ความจำเป็น

ชายฝั่งที่อุดมสมบูรณ์ได้หล่อเลี้ยงชีวิตมนุษย์มาเป็นหมื่นๆ ปี ตลอดช่วงเวลานั้น มนุษย์มีการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ช่วยให้เปลี่ยนผ่านจากการดำรงชีวิตแบบล่าสัตว์และเก็บของป่า ไปสู่การตั้งถิ่นฐานในรูปแบบชุมชนเกษตรกรรมขนาดเล็ก และในที่สุดก็กลายเป็นสังคมรัฐที่ซับซ้อน พื้นที่ชายฝั่งอย่างปากแม่น้ำ อ่าว และทะเลสาบ เป็นท่าเรือธรรมชาติมาแต่เดิม เมื่อชุมชนชายฝั่งเติบโตขึ้น พื้นที่เหล่านี้ก็ถูกปรับเปลี่ยนตามไปด้วย ผู้คนพัฒนาแหล่งน้ำสำหรับการเกษตร สร้างโครงข่ายคมนาคม และจัดการสภาพแวดล้อมชายฝั่งให้เหมาะกับการดำรงชีพและขยายตัวของเศรษฐกิจ เมื่อความมั่งคั่งของประเทศต่างๆเพิ่มขึ้น เมืองและชุมชนจึงขยายตัวครอบคลุมพื้นที่ชายฝั่งมากขึ้น แต่การขยายตัวของเมืองที่หนาแน่นก็ทำให้ระบบนิเวศตามธรรมชาติของชายฝั่งรับภาระเกินขีดจำกัด ทั้งด้านการดูดซับมลพิษและการรองรับจำนวนประชากรที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในโลกยุคปัจจุบันที่มีประชากรเกือบ 8 พันล้านคน และกว่าครึ่งอาศัยอยู่ห่างจากทะเลไม่เกิน 200 กิโลเมตร พื้นที่ที่สามารถใช้สำหรับการอยู่อาศัยและการดำเนินไปของธรรมชาติก็เหลือน้อยลงเรื่อยๆ พื้นที่ธรรมชาติถูกลดทอนและรบกวนด้วยสิ่งปลูกสร้างของมนุษย์อย่างต่อเนื่อง เมื่อระบบธรรมชาติไม่สามารถรองรับผู้คนได้อีกต่อไป ประชากรจำนวนมากจึงย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองที่เติบโตอย่างไร้ระเบียบ เป็นชุมชนแออัดที่ขาดโครงสร้างพื้นฐานที่เพียงพอ ทั้งทางกายภาพและการบริการของรัฐ หลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศพัฒนาแล้ว กำลังทุ่มงบประมาณจำนวนมหาศาลเพื่อซ่อมแซมและปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่เก่าแก่ ในขณะที่ประเทศกำลังพัฒนาก็เร่งลงทุนเพื่อรองรับการขยายตัวของเมือง ประชากร และอุตสาหกรรม แต่คำถามสำคัญคือ การพัฒนาเหล่านี้จะยั่งยืนหรือไม่ ขึ้นอยู่กับการวางแผน การดำเนินงาน และการกำกับดูแลอย่างเหมาะสม หากลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่ไม่ยั่งยืน อาจกลายเป็นภาระของคนรุ่นหลัง ทั้งในรูปแบบของหนี้สิน ความเสี่ยงต่อภัยพิบัติที่เพิ่มขึ้น และการเสียโอกาสในการปรับตัวด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่านี้ในอนาคต ขณะที่สังคมเริ่มตระหนักถึงความท้าทายจากการเพิ่มขึ้นของประชากรและการพัฒนาอย่างยั่งยืน เราก็ต้องเผชิญกับภัยคุกคามที่ใหญ่อีกประการหนึ่ง นั่นคือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยเฉพาะประชาชนในพื้นที่ชายฝั่งกำลังเผชิญกับความเสี่ยงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้จาก สภาพอากาศรุนแรง ที่เกิดขึ้นถี่ขึ้นและหนักขึ้นเพราะโลกร้อน เช่น พายุขนาดใหญ่หรือฝนตกหนักผิดปกติ ในอนาคตอันใกล้ปัญหา ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น จะกลายเป็นอุปสรรคใหญ่ของชุมชนชายฝั่ง เพราะมันเพิ่มความเสี่ยงทั้งจากน้ำท่วมและน้ำเค็มที่ซึมเข้าแหล่งน้ำใต้ดิน […]

Beachlover

May 2, 2025

เศรษฐกิจสีน้ำเงิน “Blue Economy” คืออะไร

การบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งด้านการท่องเที่ยวเป็นส่วนหนึ่งของการบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง เพื่อนำไปสู่การสร้างมูลค่าอย่าง ยั่งยืนหรือที่เรียกว่า “เศรษฐกิจสีน้ำเงิน” หรือ Blue Economy ที่ผ่านมามีความพยายามขับเคลื่อนแนวคิด Blue Economy เพื่อการพัฒนาและขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่พัฒนาบนฐานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน (https://tdri.or.th/2020/09/blue-economy-thailand/) Beach Lover ขอพาสำรวจนิยามของ Blue Economy จากที่ต่างๆเพื่อใช้เป็นแนวอ้างอิงทางทฤษฎี ดังนี้ เศรษฐกิจสีน้ำเงิน (Blue Economy) คือ แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจบนพื้นฐานการใช้ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างยั่งยืน เป็นแนวทางการขับเคลื่อนให้เกิดการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาระบบนิเวศอย่างยั่งยืน (http://www.seafdec.or.th/knowledge/blue-economy/) แนวคิดเศรษฐกิจสีน้ำเงิน  กิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ด้านบนนั้นเป็นนิยามที่หน่วยงานในประเทศไทยได้เผยแพร่ไว้ ทั้งนี้ยังมีอีกหลายนิยามที่หน่วยงานต่างประเทศได้ให้ไว้ เป็นต้นว่า ธนาคารโลก (World Bank) เศรษฐกิจสีน้ำเงินหมายถึง “การใช้ทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน เพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ ยกระดับคุณภาพชีวิต และสร้างงาน โดยคำนึงถึงการรักษาสุขภาพของระบบนิเวศทางทะเล” สหประชาชาติ (UN) ได้นิยามเศรษฐกิจสีน้ำเงินไว้มื่อเร็ว ๆ นี้ว่า เป็นเศรษฐกิจที่ครอบคลุมภาคเศรษฐกิจและนโยบายที่เกี่ยวข้องหลากหลาย ซึ่งร่วมกันกำหนดว่า การใช้ทรัพยากรทางทะเลนั้นยั่งยืนหรือไม่ ความท้าทายสำคัญของเศรษฐกิจสีน้ำเงินคือ การทำความเข้าใจและการจัดการ อย่างดียิ่งในหลาย ๆ ด้านของความยั่งยืนของมหาสมุทร ตั้งแต่การประมงแบบยั่งยืน ไปจนถึงสุขภาพของระบบนิเวศ และการป้องกันมลพิษ ประการที่สอง เศรษฐกิจสีน้ำเงิน […]

Beachlover

June 10, 2024

Blue Economy คีย์ฟื้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวทางทะเล

ที่มา: https://tdri.or.th/2020/09/blue-economy-thailand/ [เผยแพร่ใน กรุงเทพธุรกิจ เมื่อ 10 กันยายน 2563] COVID-19 ส่งผลให้นานาประเทศต้องระงับกิจกรรมต่างๆ รวมทั้งการปิดประเทศเพื่อควบคุมการระบาดของโรค การกระทำดังกล่าวส่งผลกระทบบั่นทอนเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะธุรกิจการท่องเที่ยวที่ปิดตัวลงในหลายพื้นที่ส่งผลต่อการจ้างงานและรายได้ของประชาชน แต่ท่ามกลางความตกต่ำของเศรษฐกิจพบว่า COVID-19 กลับสร้างแรงกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคมในทิศทางที่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในหลายๆ ด้าน เช่น การ Work From Home หรือการประชุมออนไลน์ ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นในรูปการประหยัดการเดินทางและการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น การสั่งซื้อสินค้าออนไลน์ที่เป็นการลดต้นทุนด้านสถานที่ และการเดินทางให้กับทั้งผู้บริโภคและผู้ประกอบการ (ลด Transaction Cost) การทำธุรกรรมทางการเงิน Internet Banking หรือ e-commerce ที่ช่วยลดค่าโสหุ้ยต่างๆ เป็นการประหยัดทรัพยากรของประเทศทำให้แรงงานและปัจจัยการผลิตสามารถนำไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์ทางอื่นมากขึ้น เพียงแต่ในช่วงการปรับตัวเข้าสู่สังคม New Normal จะทำให้เกิดการว่างงานขึ้นและ รัฐบาลต้องดำเนินมาตรการจุนเจือผู้ได้รับผลกระทบจากการถูกลด การว่างงาน และถ่ายโอนทรัพยากรเข้าสู่กิจการใหม่ของสังคม New Normal อีกครั้ง นอกจากการปรับเปลี่ยนการใช้ชีวิตสู่สังคม New Normal เป็นการสร้างโอกาสให้สังคมสามารถตักตวงประโยชน์จากการเป็นสังคมดิจิทัล ยังพบว่าการลดลงของกิจกรรมการท่องเที่ยวโดยเฉพาะการท่องเที่ยวทางทะเลได้ส่งผลกระทบต่อฐานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอย่างเห็นได้ชัด การลดลงของจำนวนนักท่องเที่ยวส่งผลทำให้ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของประเทศไทยฟื้นตัวขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการที่คุณภาพน้ำทะเลดีขึ้นและการลดลงของกิจกรรมทางทะเล ภายหลังการที่ประเทศไทยประกาศ Lockdown ประมาณ 1-2 […]

Beachlover

September 12, 2020