14 ปีผ่านไป กับสันทรายโบราณบ้านโคกสัก

บ้านโคกสักอยู่บริเวณทิศเหนือของปากคลองสะกอม จ.สงขลา เป็นพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากการก่อสร้างเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำสะกอม จนชาวบ้านที่นี่ลุกขึ้นมาใช้สิทธิที่ตนเองพึงมีเมื่อมกราคมปี 2551 เพื่อฟ้องร้องกรมเจ้าท่าในฐานะเจ้าของโครงการเขื่อนกันทรายและคลื่นปากร่องน้ำสะกอมที่ได้ดำเนินการแล้วเสร็จไปตั้งแต่ปี 2541 นับจนถึงมกราคม 2465 นี้ครบรอบ 14 ปีพอดีหลังจากเรื่องราวนี้ได้ถูกนำขึ้นสู่กระบวนการยุติธรรม ติดตามเรื่องราวของคดีสะกอม ซึ่งถือเป็นคดีชายหาดประวัติศาสตร์คดีแรกของประเทศไทยที่ประชาชนลุกขึ้นมาใช้สิทธิฟ้องร้องการดำนินงานของรัฐได้จาก https://beachlover.net/คดีสะกอม-จ-สงขลา/ และผลการนั่งพิจารณาคดีครั้งแรกของศาลปกครองสูงสุดได้ที่ https://beachlover.net/นั่งพิจารณาคดีครั้งแรก-ตุลาการผู้แถลงคดีศาลปกครองสูงสุด-กรณีเขื่อนกันคลื่นหาดสะกอม/ รวมถึงหนังสือเรื่องคดีชายหาดทั้ง 4 คดีได้จาก https://beachlover.net/การฟ้องคดีปกครอง/ Beach Lover ขอพาไปชมสภาพจริงของสันทรายชายหาดบ้านโคกสักในเดือนธันวาคม 2564 พื้นที่บริเวณนี้ถือเป็นสันทรายโบราณอายุมากกว่า 6000 ปี ต่อเนื่องตลอดแนวริมทะเลแถบนี้เรื่อยไปจนถึงบ้านสวนกง ไปจนถึงทางทิศใต้ของปากน้ำนาทับ สันทรายนี้ดูเผินๆเหมือนหินหรือวัสดุอะไรสักอย่างที่แข็งคล้ายหิน แต่อันที่จริงที่เราเห็นทั้งหมดนี้คือทรายที่ถูกทับถมมาอย่างเนิ่นนานจนแข็งคล้ายหิน มีสีสันและความหนาของแต่ละชั้นทรายที่แตกต่างกันไปตามสภาพแวดล้อมในช่วงเวลานั้นๆ อย่างชัดเจนมาก สันทรายโบราณลักษณะนี้มิได้พบเห็นมากนักในประเทศไทย อันที่จริงควรเป็นทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ควรถูกอนุรักษ์หวงแหนไว้ด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับพื้นที่บริเวณนี้และยาวต่อเนื่องไปจนถึงทิศใต้ของปากน้ำนาทับคือการถูกคุกคามอย่างต่อเนื่องจากโครงการพัฒนาของภาครัฐและเอกชน ขอร่วมติดตามอย่างใจเย็นกันต่อไปถึงการดำรงอยู่ของสันทรายโบราณแถบนี้

Beachlover

January 10, 2022

ถนนเส้นใหม่เลียบหาดปากแตระ ระโนด

ปากแตระ อ.ระโนด จ.สงขลา ในอดีตเป็นหาดทรายยาวต่อเนื่อง แต่ปัจจุบันพื้นที่หมู่ 3,4 และ 5 ของปากแตระนี้ เป็นพื้นที่ที่มีงานก่อสร้างโครงการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งพร้อมปรับภูมิทัศน์จำนวน 4 โครงการ ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปีงบประมาณ 2561-2565 รวมความยาวตามแนวชายฝั่ง 2.7085 กิโลเมตร งบประมาณรวมทั้งสิ้น 386.08 ล้านบาท เฉลี่ยแล้วกำแพงกันคลื่นแบบที่กรมโยธาธิการและผังเมืองกำลังก่อสร้างอยู่ และจะแล้วเสร็จในปีงบประมาณ 2565 นี้ มีราคากิโลเมตรละ 142.54 ล้านบาท !!! อ่านเพิ่มเติมได้จาก https://beachlover.net/กำแพง-หาดปากแตระ/ Beach Lover ได้มีโอกาสลงสำรวจภาคสนามหาดแถบนี้อีกครั้ง พบว่าบัดนี้ไม่มีชายหาดให้ลงเหยียบย่ำทรายให้เปียกเปื้อนเท้าอีกแล้ว หาดปากแตระส่วนนี้ถูกแทนที่ด้วยกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันไดและหินเรียง รวมถึงถนนสองเลนริมชายหาด และฟุตบาทกว้างสองฝั่งถนน ก่อสร้างแล้วเสร็จอย่างสมบูรณ์โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง พบว่ามีการสร้างทางลาดเพื่อขึ้นลงเรือ แต่ไม่พบการลากเรือขึ้นลงแต่อย่างใดเนื่องจากมีความลาดชันค่อนข้างสูงและช่องเปิดเพื่อลากเรือขึ้นนั้นค่อนข้างแคบ สังเกตจากสภาพแล้วคาดว่าจะไม่เคยมีการใช้งานมาก่อน คำถามที่น่าสนใจคือ อดีตของหาดแถบนี้ไม่เคยมีถนนเลียบชายหาดมาก่อน ระยะต่อมาได้มีการนำดินลูกรังมาถมเพื่อทำเส้นทางสัญจรขนาดเล็กๆสำหรับชาวบ้าน (ไม่ทราบหน่วยงาน) เหตุผลใดจึงมีการขยายขนาดถนนให้มีความกว้างระดับทางหลวงสายหลักพร้อมฟุตบาทถึงสองฝั่งถนนขนาดใหญ่ ยังไม่รวมความกว้างของกำแพงกันคลื่นขนาดใหญ่นี้ที่วางทับลงไปบนชายหาดอีก  หากพื้นที่นี้เกิดการกัดเซาะรุนแรงจริงในระดับที่ต้องใช้โครงสร้างทางวิศวกรรม และหากวัตถุประสงค์หลักของโครงสร้างกำแพงกันคลื่นนี้คือป้องกันรักษาพื้นที่ชายฝั่งให้รอดพ้นจากการถูกกัดเซาะรุนแรงนี้ ก็ควรสร้างกำแพงกันคลื่นในขนาดเท่าที่จำเป็นตามวัตถุประสงค์หลัก แต่จากสภาพที่เห็นพบว่าโครงสร้างนี้มีขนาดที่เกินจำเป็นไปมาก  การสร้างโครงสร้างป้องกันชายฝั่งเมื่อมีเหตุจำเป็นนั้นไม่ผิด ผิดที่มันมีขนาดที่เกินจำเป็นไปมาก และเมื่อเป็นเช่นนั้น มันจะรบกวนกระบวนการทางธรรมชาติของชายฝั่งอย่างเกินพอดีเช่นเดียวกัน

Beachlover

December 19, 2021

เกิดอะไรขึ้น ณ ปลายสุดหาดกำแพง ชิงโค

Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของหาดทรายแก้ว-ชิงโค ไปแล้วหลายครั้ง ติดตามได้จาก https://beachlover.net/หาดคอนกรีต-ชิงโค/ ในช่วงฤดูมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือปีนี้ Beach Lover ขอพาไปชมโครงการนี้อีกครั้ง ณ ปลายสุดทางทิศเหนือของกำแพงกันคลื่นระยะที่ 4 ซึ่งมีระยะทาง 801 เมตร งบประมาณ 90 ล้านบาท (จากทั้งหมด 4 ระยะ งบประมาณรวม 375.5 ล้านบาท ระยะทางรวมทั้งสิ้น 2.617 กิโลเมตร) โดยครั้งนี้โครงสร้างหลักทั้งหมดได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว เหลือเพียงการปรับภูมิทัศน์เท่านั้น จากสภาพที่เห็นพบว่า เกิดความชำรุดเสียหายของเลนจักรยานสีฟ้า กล่าวคือมีการแตกร้าวและทรุดตัว ส่วนพื้นที่ด้านหลังกำแพงนั้น คลื่นได้ปะทะและข้ามสันกำแพงโดยนำตะกอนทรายและขยะมาทับถมจำนวนมาก เมื่อสังเกตด้านท้ายน้ำของโครงสร้างกำแพงกันคลื่น หรือทางด้านทิศเหนือพบว่า มีร่องรอยของการกัดเซาะให้เห็นชัดเจนมากกว่าเมื่อครั้งก่อนๆ รวมถึงครั้งล่าสุเมื่อ ตุลาคม 2564 ที่ Beach Lover ได้ทำการบันทึกภาพมุมสูงเอาไว้ ซากของเสาไม้ที่ปักอยู่นี้ คือมาตรการลดผลกระทบด้านท้ายน้ำที่อาจเกิดจากโครงสร้างกำแพงกันคลื่นแบบคอนกรีตทางทิศใต้ โดยกรมโยธาธิการและผังเมืองในฐานะเจ้าของโครงการทดลองดำเนินการเป็นที่แรก โดยได้รับคำแนะนำจากนักวิชาการของกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง มีแบบก่อสร้างเป็นรูปโค้งรับหน้าคลื่น และมีการปักเป็นแถวเสริมด้านหน้ากำแพงด้วยตามแบบ เมื่อตรวจสอบกับภาพมุมสูงที่ Beach Lover ได้เคยบันทึกเอาไว้เมื่อ […]

Beachlover

December 17, 2021

พ่อเมืองสงขลา นำแก้ปัญหากัดเซาะพื้นที่ชายฝั่งเพื่อความยั่งยืน

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๒๗ ตุลาคม ๒๕๖๔ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๕ (สงขลา) ร่วมกับ ทสจ. เจ้าท่าภูมิภาคสาขาสงขลา โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด และกลุ่ม Beach for life รวม ๒o คน ร่วมประชุมรับฟังข้อคิดเห็นและแนวทางการทำงาน ตามคำสั่งจังหวัดสงขลาที่ ๕๑๒๓/๒๕๖๔ เรื่องแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ลงวันที่ ๒๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๔ โดยมีนายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เป็นประธาน ณ ห้องประชุมชั้น ๕ ศาลากลางจังหวัดสงขลา ทั้งนี้ เนื่องจากเมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๔ ที่ผ่านมา ผู้ประสานงานกลุ่ม Beach for life และเครือข่ายประชาชนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืน จังหวัดสงขลา ได้ยื่นหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เพื่อยื่นข้อเสนอในการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืน และผู้ว่าราชการจังหวัดได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืนของชายฝั่งจังหวัดสงขลา จึงได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงขึ้นมาโดยให้แล้วเสร็จภายใน […]

Beachlover

October 29, 2021

เครือข่ายประชาชนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง อย่างยั่งยืน เข้าพบผู้ว่าราชการสงขลา

ที่มา: https://www.facebook.com/songkhlasatun/ ตัวเเทนเครือข่ายประชาชนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืนจังหวัดสงขลา เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา โดยมีตัวเเทนหน่วยงานได้เเก่ เจ้าท่าส่วนภูมิภาคสาขาสงขลา โยธาธิการเเละผังเมืองจังหวัดสงขลา สำนักงานบริหารจัดการทรัพยากรทางทะเลเเละชายฝั่ง จ.สงขลา สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติเเละสิ่งเเวดล้อม เข้าร่วมโดยเครือข่ายภาคประชาชนฯ ได้ยื่นข้อเสนอ 3 ข้อต่อการเเก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งจังหวัดสงขลา ดังนี้ 1. ขอให้ยุติการดำเนินการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นในพื้นที่ชายหาดของจังหวัดสงขลาต่อไปเรื่อยๆ และขอให้จำกัดความเสียหายของผลกระทบจากกำแพงกันคลื่นด้วยมาตรการอื่นๆที่เหมาะสม ไม่ใช่การสร้างโครงสร้างกำแพงกันคลื่นไปเรื่อย เนื่องจากบทเรียนที่ผ่านมาพิสูจน์ชัดเจนแล้วว่า การสร้างกำแพงกันคลื่นต่อไปนั้นทำให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่ง และความเสียหายต่อทรัพยากรธรรมชาติ ทรัพย์สินของประชาชนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด 2. ต้องผลักดันให้เกิดการใช้มาตรการชั่วคราว ที่สามารถรื้อถอนได้เมื่อผ่านมรสุมไป อย่างที่ปรากฏชัดเจนในหลายพื้นที่ชายหาดของประเทศไทยว่า การกัดเซาะชายฝั่งในหลายพื้นที่เกิดขึ้น เพียงชั่วคราว การใช้มาตรการชั่วคราว ที่เหมาะสมกับสภาพการณ์และสิ่งแวดล้อม จึงเป็นทางออกที่เหมาะสมเพื่อการแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งอย่างยั่งยืน โดยส่งเสริมให้เกิดการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น ในการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งชั่วคราวในช่วงมรสุม 3. รัฐบาลต้องส่งเสริม และผลักดันให้มีการใช้มาตรการที่เป็นมิตรกับชายหาด เช่น การเติมทราย การกำหนดแนวถอยร่น การรื้อถอนโครงสร้างป้องกันชายฝั่งที่ไม่จ าเป็น และการป้องกันการกัดเซาะตามวิถีภูมิปัญญาดั้งเดิม เพื่อให้ชายฝั่งได้ฟื้นคืนและเกิดความสมดุล โดยที่มาตรการเหล่านี้เป็นมาตรการที่ก่อให้เกิดความยั่งยืนต่อสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรชายฝั่ง จากข้อเสนอ ทางผู้ว่าฯ ได้เเต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการกัดเซาะชายฝั่ง โดยมีหน่วยราชการต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเเละให้ตัวเเทนเครือข่ายประชาชนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ร่วมด้วย ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา ยืนยันว่า การเเก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ต้องจัดการอย่างยั่งยืน […]

Beachlover

October 27, 2021

เติมทรายหาดชลาทัศน์ ถึงไหน ยังไง?

หาดสมิหลา-ชลาทัศน์ ชายหาดทรายขาวยาว 7.8 กิโลเมตร ใจกลางเมืองสงขลา มีความพยายามเพื่อป้องกันชายฝั่งอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2545 ทั้งกระสอบเล็กใหญ่ ยางรถยนต์ รอดักทราย กำแพงกันคลื่นแบบหิ้งทิ้ง กำแพงกันคลื่นแบบกระสอบทรายขนาดใหญ่ รวมถึงการเติมทรายชายหาดจำนวน 3 ครั้ง ตั้งแต่ปี 2555 เป็นต้นมา ซึ่งมีทั้งที่ประสบผลสำเร็จ มีทั้งที่ล้มเหลว และมีทั้งที่นำเรื่องขึ้นสู่ชั้นศาลเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดี กรมเจ้าท่ากำลังดำเนินการเติมทรายชายหาดเพื่อแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง ณ บริเวณหาดสมิหลา-ชลาทัศน์ จ.สงขลา ตั้งแต่ชุมชนเก้าเส้งถึงสนามกีฬาติณสูลานนท์ระยะทางเกือบ 5 กิโลเมตร โดยเริ่มมาตั้งแต่ มิถุนายน 2559 ด้วยงบประมาณ 269,600,000 บาท จวบจนถึงปัจจุบัน (ต.ค.2564) ยังไม่แล้วเสร็จ โดยมีการปรับเปลี่ยนวิธีการไปเพื่อแก้ไขปัญหาเชิงเทคนิคที่เกิดขึ้น (ติดตามได้จากโพสเก่าๆ) Beach Lover ได้สำรวจภาคสนามติดตามความคืบหน้างานเติมทรายชายหาดชลาทัศน์มาอย่างต่อเนื่อง ในครั้งนี้ได้ลงพื้นที่ติดตามในวันที่ 21 ต.ค.2564 พบสภาพชายหาดทางตอนใต้ที่ผ่านการเติมทรายชายหาดไปแล้วบางส่วนตัดเป็นหน้าผาชัน โดยมีระดับแตกต่างกันไปตามแต่ละบริเวณ โดยมีระยะตัดแนวดิ่งที่มากที่สุดประมาณ 1.2 เมตรจากระดับพื้นทรายเดิม โดยยังคงพบการแยกชั้นของทรายเดิมและทรายที่นำมาถมอย่างชัดเจน และยังคงพบการพังทลายเป็นร่องตามแนวการไหลของน้ำฝนลงทะเลเหมือนเช่นเดิม จากการสังเกตไม่พบเครื่องจักรหนัก ท่อส่งทราย หรือการดำเนินงานก่อสร้างใดๆบนชายหาดส่วนนี้ […]

Beachlover

October 24, 2021

นั่งพิจารณาคดีครั้งแรก ตุลาการผู้แถลงคดีศาลปกครองสูงสุด คดีหาดสะกอม [7ก.ย.2564]

ที่มา: https://www.facebook.com/CommunityresourcecentreThailand/ Beach Lover ได้เคยนำเสนอเรื่องราวของการฟ้องคดีที่เกี่ยวข้องกับชายหาดไปแล้วทั้งหมด 7 คดี สามารถติดตามได้จากหมวด คดีชายหาด มาวันนี้ 1 ใน 7 คดีที่ถือได้ว่าเป็นคดีประวัติศาสตร์ของการฟ้องร้องคดีที่เกี่ยวข้องกับชายหาดคดีแรกของประทศไทยคือ หาดสะกอม จ.สงขลา ได้มีความเคลื่อนไหวครั้งแรกในรอบ เกือบ 10 ปีนับตั้งแต่ศาลปกครองชั้นต้นจังหวัดสงขลาได้มีคำพิพากษาในปี 2555 เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2564 ศาลปกครองสูงสุดนัดนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก คดีหมายเลขดำที่ อ.924/2554 ระหว่าง นายสาลี มะประสิทธิ์ ที่ 1 กับพวกรวม 3 คน ผู้ฟ้องคดี กับ กรมเจ้าท่า ที่ 1 ที่ 2 กรมทรัพยากรทางชายฝั่งทางทะเล ที่ 3 ซึ่งเป็นการฟ้องเกี่ยวกับผลกระทบจากโครงการเขื่อนกันคลื่นและเขื่อนกันทรายบริเวณหาดสะกอม อ.จะนะ จ.สงขลา ที่มีการดำเนินการก่อสร้างมาตั้งแต่ปี 2541 ซึ่งได้มีการฟ้องคดีต่อศาลปกครองสงขลาเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2551 […]

Beachlover

September 23, 2021

ติดตามการเปลี่ยนแปลงชายหาดม่วงงาม [29 ส.ค.2564]

เครือข่าย Save หาดม่วงงาม ได้ติดตามการเปลี่ยนแปลงชายหาดม่วงงามต่อเนื่องมาเป็นประจำทุกเดือน ตั้งแต่กลางปี 2563 ซึ่งครอบคลุมช่วง ก่อนมรสุม ช่วงมรสุม และปลายมรสุม โดยในวันที่ 29 ส.ค. 2564 ถือเป็นครั้งที่ 15 แล้ว มีชาวบ้านม่วงงาม เเวะเวียนมาร่วมวัดหาด เรียนรู้การเก็บข้อมูลเพื่อยืนยันความสมบูรณ์ของหาดม่วงงาม สำหรับการติดตามสภาพชายหาดม่วงงามนั้น เป็นกิจกรรมที่ทำโดยระบบอาสาสมัครต่อเนื่องกันมา พร้อมๆกับวาระที่มีการนำคดีม่วงงามขึ้นส่งศาลปกครองจังหวัดสงขลา ติดตามเรื่องราวในคดีได้จาก โพสเก่าๆ โดยค้นหาจาก Search Icon ทางมุมขวาบนของเวบ และอ่านคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวได้จาก https://beachlover.net/คุ้มครอง-ม่วงงาม/

Beachlover

August 30, 2021
1 2 8