ตะกอนจากแม่น้ำลงทะเล ส่งผลต่อสมดุลชายหาดหรือไม่?
ปริมาณตะกอนที่แม่น้ำพัดพาลงสู่ทะเลมีบทบาทสำคัญต่อเสถียรภาพของชายฝั่ง การสร้างโครงสร้างในลำน้ำ เช่น เขื่อน, ฝาย, อาคารบังคับน้ำ, กำแพงกันตลิ่ง, และโครงสร้างบนลำน้ำอื่นๆ อาจส่งผลกระทบต่อ sediment balance ได้ในหลายรูปแบบ เช่น: 1.ลดปริมาณตะกอนที่ไหลลงสู่ทะเล เขื่อนและฝายสามารถกักเก็บตะกอนในอ่างเก็บน้ำ ทำให้มีตะกอนไหลไปถึงปากแม่น้ำน้อยลง ผลที่ตามมาคือชายฝั่งที่เคยได้รับตะกอนจากแม่น้ำอาจเริ่มเกิดการกัดเซาะ เพราะไม่มีการเติมตะกอนใหม่ที่สมดุลกับการพัดพาของคลื่นและกระแสน้ำชายฝั่ง 2.เปลี่ยนแปลงรูปแบบการสะสมตะกอนที่ปากแม่น้ำ การลดปริมาณตะกอนอาจทำให้ปากแม่น้ำเกิดการลึกตัวและกระแสน้ำพัดพาตะกอนออกจากบริเวณที่เคยสะสมอยู่ ทำให้เกิดผลกระทบต่อแนวปะการัง หรือหาดทรายบริเวณใกล้เคียง 3.การเปลี่ยนแปลงกระแสน้ำที่ปากแม่น้ำ กำแพงกันตลิ่ง หรือโครงสร้างอื่นๆ อาจเปลี่ยนทิศทางการไหลของน้ำ ทำให้ตะกอนถูกพัดไปสะสมที่อื่นแทนที่จะกระจายไปตามแนวชายฝั่ง 4.ผลกระทบต่อระบบนิเวศชายฝั่ง การเปลี่ยนแปลงปริมาณและองค์ประกอบของตะกอนอาจส่งผลต่อสัตว์น้ำที่พึ่งพาตะกอนแม่น้ำ เช่น หญ้าทะเล หรือปะการังที่อ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของปริมาณตะกอนแขวนลอย หากเราจะศึกษาเชิงลึกในประเด็นนี้ อาจใช้แบบจำลองเช่น Delft3D, XBeach, หรือ COAST2D เพื่อจำลองการเปลี่ยนแปลงของปริมาณตะกอนที่ปากแม่น้ำและผลต่อชายฝั่ง หรือการสำรวจภาคสนาม เช่น การวัดปริมาณตะกอนแขวนลอย หรือการเปลี่ยนแปลงแนวชายฝั่งก่อนและหลังการสร้างโครงสร้างจากการวิเคราะห์ข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมและเทคนิค Remote Sensing เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงของปากแม่น้ำในระยะยาว ก็ทำได้เช่นกัน