จากน้ำท่วมถึงทะเล ตอนที่ 3: เมื่อน้ำหลากพาตะกอนลงทะเล เราได้อะไรและเสียอะไร?

จากสองตอนที่ผ่านมา เราได้เห็นแล้วว่า น้ำหลากพาตะกอนจำนวนมากจากแผ่นดินลงสู่ทะเล แต่ตะกอนเหล่านั้นไม่ได้ตกสะสมอยู่ตรงปากแม่น้ำทั้งหมด และการมีตะกอนมากในทะเลก็ไม่ได้หมายความว่าชายฝั่งจะงอกเพิ่มขึ้นเสมอไป คำถามสุดท้ายที่ Beach Lover อยากชวนคิดคือ เราสามารถจัดการน้ำหลากให้ตะกอนเกิดประโยชน์ต่อชายฝั่งได้หรือไม่ ? เรื่องนี้มีบทเรียนที่น่าสนใจจากอีกฟากหนึ่งของโลก บทเรียนจากน้ำท่วมใหญ่แม่น้ำมิสซิสซิปปี ในปี ค.ศ. 2011 แม่น้ำมิสซิสซิปปีในสหรัฐอเมริกาเกิดน้ำหลากครั้งใหญ่ มีน้ำและตะกอนจำนวนมหาศาลไหลลงสู่อ่าวเม็กซิโก นักวิจัย Falcini และคณะ (2012) ใช้ข้อมูลดาวเทียมร่วมกับการสำรวจภาคสนาม เพื่อศึกษาว่าตะกอนจากเหตุการณ์น้ำหลากครั้งนั้นเดินทางไปอยู่ที่ไหน ผลการศึกษาพบเรื่องที่น่าสนใจมาก บริเวณปากแม่น้ำมิสซิสซิปปี ซึ่งมีการควบคุมทางไหลด้วยโครงสร้างริมแม่น้ำ กระแสน้ำที่ไหลออกสู่ทะเลอย่างแรงสามารถพาตะกอนออกไปไกลจากชายฝั่ง แต่บริเวณแม่น้ำ Atchafalaya ซึ่งมีการกระจายของน้ำผ่านพื้นที่ชุ่มน้ำและชายฝั่ง กลับสามารถกักเก็บตะกอนได้มากกว่าในบางบริเวณ จนเกิดการสะสมตัวของตะกอนหนาหลายเซนติเมตร งานวิจัยนี้จึงให้บทเรียนสำคัญว่า แม่น้ำที่ขนตะกอนมากที่สุด ไม่จำเป็นต้องเป็นแม่น้ำที่ช่วยสร้างพื้นที่ชายฝั่งได้มากที่สุด เพราะสิ่งที่สำคัญไม่แพ้ปริมาณตะกอน คือกระบวนการทางไหลของน้ำและตำแหน่งที่ตะกอนตกสะสม ตะกอนเป็นทั้งทรัพยากรและสิ่งที่ต้องเฝ้าระวัง สำหรับชายฝั่งทะเล ตะกอนเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ ตะกอนที่ตกสะสมในพื้นที่หาดเลนและป่าชายเลนอาจช่วยเพิ่มระดับพื้นดิน และช่วยให้ระบบชายฝั่งบางแห่งสามารถปรับตัวต่อระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นได้ แต่ในอีกด้านหนึ่ง น้ำหลากอาจนำตะกอนแขวนลอย สารอาหาร และสารปนเปื้อนจากแผ่นดินลงสู่ทะเลด้วย หากมีตะกอนแขวนลอยมาก น้ำทะเลอาจขุ่นจนแสงส่องผ่านลงไปได้น้อยลง ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตที่ต้องการแสง เช่น หญ้าทะเล ส่วนสารอาหารที่มากับน้ำจากแผ่นดิน หากมีปริมาณสูงร่วมกับสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ก็อาจกระตุ้นการเพิ่มจำนวนของแพลงก์ตอนบางชนิด และนำไปสู่ปัญหาคุณภาพน้ำได้ […]

Beachlover

October 22, 2026

จากน้ำท่วมถึงทะเล ตอนที่ 2: ตะกอนมากมายไหลลงทะเลแล้วทำไมชายฝั่งยังถูกกัดเซาะ?

จากตอนที่แล้ว เราเห็นว่าช่วงน้ำหลาก แม่น้ำสามารถพาตะกอนจำนวนมากลงสู่อ่าวไทยได้ คำถามที่น่าสนใจคือ ในเมื่อมีตะกอนลงทะเลมากมาย ทำไมชายฝั่งอ่าวไทยตอนบน โดยเฉพาะบริเวณสมุทรปราการ สมุทรสาคร และพื้นที่ใกล้เคียง จึงยังประสบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง? คำตอบอาจไม่ตรงกับสิ่งที่เราคิด เพราะการมีตะกอนอยู่ในทะเล ไม่ได้หมายความว่าตะกอนเหล่านั้นจะกลับมาสร้างชายฝั่งเสมอไป ตะกอนมาก ไม่ได้แปลว่าชายฝั่งจะงอกเสมอไป ชายฝั่งจะงอกหรือถูกกัดเซาะ ขึ้นอยู่กับความสมดุลระหว่างปริมาณตะกอนที่เข้ามาและออกจากพื้นที่ หากมีตะกอนเข้ามาสะสมมากกว่าที่ถูกพัดพาออก ชายฝั่งก็มีโอกาสงอกเพิ่มขึ้น แต่หากตะกอนถูกพัดพาออกมากกว่าที่เข้ามาทดแทน ชายฝั่งก็อาจเกิดการกัดเซาะ นอกจากนี้ ตะกอนที่ไหลลงทะเลไม่ได้มีคุณสมบัติเหมือนกันทั้งหมด ตะกอนทรายอาจเป็นวัตถุดิบสำคัญในการสร้างชายหาด ส่วนตะกอนดินเหนียวและทรายแป้งมักมีบทบาทกับหาดเลนและพื้นที่ชุ่มน้ำชายฝั่งมากกว่า แม้ตะกอนจะตกสะสมอยู่บริเวณชายฝั่ง แต่หากพื้นที่นั้นทรุดตัวลงอย่างต่อเนื่อง หรือระดับน้ำทะเลสูงขึ้นเร็วกว่าการสะสมตัวของตะกอน พื้นที่ชายฝั่งก็ยังอาจสูญเสียระดับและความมั่นคงได้ ดังนั้น การประเมินการกัดเซาะชายฝั่งจึงไม่สามารถดูเพียงปริมาณตะกอนที่แม่น้ำขนส่งลงทะเลเท่านั้น งานวิจัยของ Wei และคณะ (2025) ศึกษาสมดุลตะกอนในอ่าวไทยตอนบน พบข้อมูลที่น่าคิดอย่างยิ่ง เมื่อเปรียบเทียบช่วงก่อนและหลังปี ค.ศ. 1975 ปริมาณตะกอนจากแม่น้ำที่เข้าสู่อ่าวไทยตอนบนลดลงจากประมาณ 6.6 ล้านตันต่อปี เหลือ 5.4 ล้านตันต่อปี แต่ในทางกลับกัน ปริมาณตะกอนที่สะสมอยู่ในอ่าวไทยตอนบนกลับเพิ่มขึ้นจากประมาณ 20.8 ล้านตันต่อปี เป็น 29.5 ล้านตันต่อปี ฟังดูอาจขัดแย้งกัน แม่น้ำส่งตะกอนลงทะเลน้อยลง […]

Beachlover

October 20, 2026

จากน้ำท่วมถึงทะเล ตอนที่ 1: น้ำท่วมจบแต่การเดินทางของตะกอน…ยังไม่จบ

ช่วงปลายเดือนกันยายน 2569 หลายพื้นที่ในภาคกลางต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำหลากและน้ำท่วม เรามักเห็นข่าวการเร่งระบายน้ำลงแม่น้ำและคลองสายต่างๆ เพื่อให้น้ำไหลออกสู่ทะเลโดยเร็วที่สุด แต่เคยสงสัยไหมว่า เมื่อน้ำไหลลงทะเลแล้วเกิดอะไรขึ้นต่อ? ภาพถ่ายดาวเทียมจาก GISTDA ที่เผยแพร่โดย National Geographic Thailand แสดงให้เห็นมวลน้ำสีแตกต่างกันบริเวณอ่าวไทยตอนบน หรือที่เรียกกันว่า “อ่าวตัว ก.” โดยเฉพาะบริเวณปากแม่น้ำสำคัญ ได้แก่ แม่น้ำแม่กลอง ท่าจีน เจ้าพระยา และบางปะกง ภาพลักษณะนี้สะท้อนให้เห็นกระบวนการสำคัญอย่างหนึ่งของธรรมชาติ นั่นคือ แม่น้ำไม่ได้พาเฉพาะน้ำลงทะเล แต่ยังพาตะกอนและสารต่างๆ จากแผ่นดินลงไปด้วย ทำไมน้ำทะเลบริเวณปากแม่น้ำจึงมีสีต่างกัน? เมื่อฝนตกหนัก น้ำไหลบ่าผ่านพื้นดิน พื้นที่เกษตรกรรม และลำน้ำต่างๆ จะพัดพาเอาดิน ทรายแป้ง โคลน และสารอินทรีย์ติดมาด้วย ตะกอนขนาดเล็กเหล่านี้บางส่วนลอยอยู่ในน้ำ เราเรียกว่า ตะกอนแขวนลอย เมื่อน้ำจืดจากแม่น้ำไหลออกสู่ทะเล จะเกิดการแผ่กระจายของมวลน้ำที่มีคุณสมบัติแตกต่างจากน้ำทะเลโดยรอบ เรียกว่า River Plume ซึ่งอาจมองเห็นเป็นแถบน้ำสีน้ำตาล เหลือง หรือเขียวจากภาพถ่ายดาวเทียม อย่างไรก็ตาม สีของน้ำไม่ได้เกิดจากตะกอนเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกี่ยวข้องกับแพลงก์ตอน สารอินทรีย์ และคุณสมบัติทางแสงของน้ำด้วย เราจึงไม่สามารถบอกปริมาณตะกอนจากสีของภาพถ่ายเพียงภาพเดียวได้ น้ำหลากไม่กี่เดือน อาจขนส่งตะกอนเป็นจำนวนมาก งานวิจัยของ Park และคณะ […]

Beachlover

October 18, 2026

จากต้นน้ำถึงทะเล (From ridge to reef): การเดินทางของน้ำท่วมหาดใหญ่และผลกระทบต่อทะเลสาบสงขลา

ปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ภาพข่าวจากหาดใหญ่กลายเป็นภาพจำของทั้งประเทศ ถนนสายหลักกลายเป็นคลอง บ้านสองชั้นน้ำท่วมถึงพื้นชั้นสอง รถยนต์จมน้ำเรียงกันทั้งย่านการค้า โรงพยาบาล โรงเรียน ร้านค้าเสียหายไปพร้อมกัน น้ำฝนที่เทลงมาในเพียงไม่กี่วันสร้างความเสียหายระดับประวัติการณ์ บันทึกของหน่วยงานรัฐระบุว่าเมืองหาดใหญ่รับฝนสะสมราว 630 มิลลิเมตรในสามวัน และมีถึง 335 มิลลิเมตรในวันเดียว ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณฝนใน 24 ชั่วโมงที่มากที่สุดในรอบราว 300 ปีของเมืองนี้  ภาพที่เราพบเห็นตามสื่อส่วนใหญ่เล่าเรื่องหาดใหญ่จมบาดาลในมุมของเมือง น้ำท่วมบ้านเท่าไร ถนนสายไหนใช้ไม่ได้ มียอดผู้เสียชีวิตและผู้ประสบภัยเท่าไร รัฐบาลเยียวยาอย่างไร ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญต่อการช่วยเหลือผู้คน แต่ในฐานะเมืองที่ตั้งอยู่กลางลุ่มน้ำใหญ่ Beach Lover ชวนคิดและตั้งคำถามสำคัญที่มักหายไปจากพื้นที่สื่อก็คือ น้ำทั้งหมดที่ท่วมในหาดใหญ่… มันไหลไปไหน?มันแค่หายไปจากสายตาเรา หรือมันกำลังเดินทางไปสร้างผลกระทบต่อพื้นที่อื่น? คำตอบคือ น้ำท่วมหาดใหญ่ไม่ได้ “จบ” ที่การระบายออกจากเมือง หากแต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวชุดใหญ่ของทั้ง “ทะเลสาบสงขลาและทะเลอ่าวไทย” ภาพใหญ่ที่หลายคนมองข้าม: น้ำทุกหยดจากหาดใหญ่ไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลา ด้วยความที่เมืองหาดใหญ่นั้นตั้งอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มต่ำที่มีลักษณะคล้ายแอ่งกระทะ ทุกหยดน้ำที่ไหลผ่านเมืองจะออกทางคลองอู่ตะเภาและคลอง ร.1 ซึ่งไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลาที่บริเวณบ้านแหลมโพธิ์ ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่ เมื่อเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่เช่นครั้งนี้ ที่มีปริมาณฝนสะสมถึง 881 มิลลิเมตรในเพียง 5 วัน ปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลาจึงมีมากเป็นพิเศษและเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่รวดเร็ว ทะเลสาบสงขลาเองเป็น Lagoon […]

Beachlover

December 1, 2025

ฝนตกหนักบนแผ่นดิน ส่งผลกระทบต่อปากแม่น้ำอย่างไร

จากข่าวฝนตกหนักทางภาคเหนือภาคอีสานของประเทศในช่วงเดือนสิงหาคม 2567 รวมถึงส่งผลให้เกิดภัยพิบัติในหลายพื้นที่ตามข่าวนั้น Beach Lover ชวนมองต่อถึงผลที่อาจเกิดขึ้นเมื่อน้ำจืดไหลลงแม่น้ำ และรวมตัวกันไหลลงทะเลว่า สภาวะฝนตกหนักบนแผ่นดินสามารถส่งผลกระทบต่อปากแม่น้ำได้หลากหลายมิติอย่างไร: ผลกระทบของฝนตกหนักต่อปากแม่น้ำจึงมีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับหลายมิติ การจัดการทรัพยากรน้ำอย่างยั่งยืน การวางแผนรับมือกับภัยพิบัติ และการอนุรักษ์ระบบนิเวศ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการลดผลกระทบจากฝนตกหนัก และสร้างความมั่นคงให้กับชุมชนที่อาศัยอยู่ใกล้ปากแม่น้ำ

Beachlover

August 30, 2024

ปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุนสูง ส่งผลยังไง

ในช่วงที่ผ่านมามีข่าวที่เกี่ยวข้องกับ “ปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุนสูง” จนส่งผลกระทบต่อการใช้ประโยชน์บริเวณชายหาดและพื้นที่ลุ่มต่ำจำนวนมาก เช่น เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงใน 4 แม่น้ำสายหลัก  ปรากฏการณ์​น้ำทะเลบางแสนหนุนสูง ระวังน้ำทะเลหนุนสูง หลายจังหวัดจมบาดาล “ปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุนสูง” คือ ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นเมื่อระดับน้ำทะเลสูงขึ้นมากกว่าปกติ ซึ่งมักเกิดขึ้นในช่วงที่ดวงอาทิตย์ ดวงจันทร์ และโลก โคจรมาอยู่ในแนวเดียวกัน ทำให้แรงดึงดูดของดวงอาทิตย์และดวงจันทร์มีผลต่อระดับน้ำทะเลมากขึ้น ซึ่งปกติจะเกิดขึ้นปีละหลายครั้ง แต่ความรุนแรงและความถี่ของปรากฏการณ์นี้กำลังเพิ่มขึ้นเนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน ผลกระทบที่หลากหลาย ผลกระทบของ “ปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุนสูง” ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เพียงน้ำท่วมชายฝั่งเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตของผู้คนในหลายด้าน ตัวอย่างเช่น การรับมือและการปรับตัว การรับมือกับ “ปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุนสูง” จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป ตัวอย่างมาตรการที่สามารถนำมาใช้ได้แก่ “ปรากฏการณ์น้ำทะเลหนุนสูง” เป็นภัยคุกคามที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะจากผลกระทบของโลกร้อนหรือโลกรวน ดังนั้น การเตรียมความพร้อมและการปรับตัวจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

Beachlover

August 23, 2024

ฝนถล่มเกาะภูเก็ต ส่งผลต่อชายหาดอย่างไร

ฺBeach Lover ชวนมองสถานการณ์ฝนถล่มเกาะภูเก็ตในช่วงวันที่ 29-30 มิถุนายน 2567 ตามข่าวบางส่วนดังนี้ น้ำท่วมภูเก็ตเสียหายหนักทั้ง 3 อำเภอ: น้ำท่วมขังถนนหลายสาย รถเล็กสัญจรลำบาก บ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหาย มีการอพยพประชาชนในบางพื้นที่ (มติชนออนไลน์, https://www.matichon.co.th/region/news_4656712) น้ำท่วมภูเก็ตอ่วม ทำเครื่องบินลงจอดไม่ได้ รวม 14 เที่ยวบิน จนท.เร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือ: น้ำท่วมขังบริเวณทางวิ่งของสนามบินนานาชาติภูเก็ต ทำให้ต้องยกเลิกและเปลี่ยนเส้นทางเที่ยวบินหลายเที่ยว (มติชนออนไลน์,https://www.matichon.co.th/region/news_4655815) “น้ำท่วม” ภูเก็ตทำเครื่องบินลงจอดไม่ได้ 14 เที่ยวบิน: สนามบินภูเก็ตต้องปิดทำการชั่วคราวเนื่องจากน้ำท่วม ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารจำนวนมาก (ฐานเศรษฐกิจ, https://www.thansettakij.com/business/tourism/600512) Beach Lover ขอชวนเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงกันของฝนตกหนักและน้ำท่วมบนแผ่นดิน กับการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ชายฝั่งบรเวณท้ายน้ำดังนี้ ฝนตกหนักในพื้นที่ต้นน้ำ (Upstream) เช่น บนภูเขา ในแผ่นดิน สามารถส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงชายหาดในพื้นที่ท้ายน้ำ(Downstream) เนื่องจากปัจจัยต่างๆ ที่เชื่อมโยงกันดังนี้ สิ่งที่อาจเกิดขึ้นทันทีที่น้ำจำนวนนี้ไหลบ่าล้นพื้นที่ชายฝั่ง นั่นคือทรายบนชายหาดอาจถูกน้ำฝนเซาะเป็นร่องตามทางน้ำและไหลออกไปนอกจากฝั่งอย่างรวดเร็วความความแรงของน้ำและแรงโน้มถ่วงของโลก ดังที่เกิดขึ้นแล้วหลายครั้งที่ชายหาดพัทยาตามโพส https://beachlover.net/อีกแล้ว-ฝนถล่มหาดพัทยา/ และ https://beachlover.net/ฝนตกหนักที่พัทยาทำหาดพ/ และ https://beachlover.net/หาดพังรับฝนหนัก-อีกแล้ว/ และโพสเก่าๆในเวบนี้ ค้นหาได้จาก search icon มุมขวาบนของเวบ เมื่อผ่านช่วงเวลาฝนตกหนักและตะกอนบนแผ่นดินไหลลงทะเลเป็นจำนวนมากไประยะหนึ่ง ในบางพื้นที่อาจส่งผลกระทบต่อเนื่องดังต่อไปนี้ […]

Beachlover

July 1, 2024

น้ำท่วมหาดพัทยา อีกแล้ว !

ที่มา: Facebook page: PattayaWatchDog ชายหาดพัทยา เวลาฝนตกหนัก มวลน้ำไหลบ่ากัดเซาะชายหาดบางจุดกว้างเป็นเมตรๆ แต่เมืองพัทยาใช้งบประมาณ 100 ล้านบาท วางท่อระบายน้ำขนาด 60 เซนติเมตร หวังรับน้ำฝน สุดท้ายน้ำกัดเซาะชายหาดเหมือนเดิม แยกมุมอร่อย งบทำบ่อสูบน้ำ 100 กว่าล้านบาทขุดถนนเป็นปีๆ เมืองพัทยารู้ว่า มวลน้ำจากซอย 5 ธันวา ไหลแรง 7 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่ตั้งเครื่องสูบน้ำ 3 ตัวที่บ่อสูบน้ำสุขุมวิท ซอย 5 ธันวา รับมวลน้ำได้ 1 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ปล่อยน้ำอีก 6 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ไหลไปรวมที่แยกมุมอร่อยสายสาม ซึ่งมีบ่อสูบน้ำ มีเครื่องสูบน้ำ 2 ตัว รับมวลน้ำได้ 0.52 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงมีมวลน้ำเหลือ 5.48 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ท่วมขังบนถนน

Beachlover

October 24, 2023

หาดพัทยาพัง! รอบที่เท่าไหร่แล้ว?

ที่มา: https://web.facebook.com/STVPattaya เรื่องมันจบยาก…ฝนตกทุกครั้ง ชายหาดพัทยาพังทุกเที่ยว ชาวบ้านถามหาแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่ดีแต่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ปัญหาน้ำท่วมขัง นอกจากจะเป็นปัญหาผูกขาดที่อยู่คู่กับเมืองพัทยามาอย่างยาวนาน เรียกได้ว่าแก้ไขไม่เด็ดขาด เบ็ดเสร็จเสียที ทั้งที่ผ่านมาแม้ว่าเมืองพัทยาจะมีการตั้งงบประมาณและโครงการต่างๆเพื่อรองรับแก้ไขมาแล้วหลายครั้ง หลายรอบ หลายยุคสมัย หลายสมัยการปกครอง หมดงบประมาณไปหลายร้อยล้านบาท ทั้งโครงการแก้น้ำท่วมบนถนนสุขุมวิทซึ่งเป็นสายหลัก ตลาดนาเกลือ หนองใหญ่ ถนนเลียบทางรถไฟ เขาตาโล เขาน้อย ซอยบัวขาว ถนนพัทยาสาย 3 หรือแม้แต่ถนนพัทยาสายเลียบชายหาด และที่เด่นชัดที่สร้างภาพลักษณ์ที่เสียหายต่อการท่องเที่ยว คือการระบายน้ำฝนที่ปะปนกับน้ำเสียลงสู่ทะเล รวมและปริมาณน้ำที่หลาลงบนชายหาดพัทยา ที่กรมเจ้าท่าเป็นเจ้าภาพในการทุ่มงบประมาณ 400 กว่าล้านบาทในการเสริมทรายในระยะ 50 เมตรจากแนวฟุตบาทเพื่อเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว ด้วยพบว่ามีนัยยะของการกัดเซาะอย่างรุนแรง แต่ทุกครั้งตามข้อตกลงก่อนดำเนินการที่เมืองพัทยาตบปากรับคำว่าจะจัดทำระบบดักน้ำเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำพัดทรายไหลลงสู่ทะเล แต่ท้ายที่สุดเมื่อมีพายุฝนตกต่อเนื่องลงครั้งใด เมืองพัทยาก็ต้องประสบพบเจอกับปัญหาท่วมขังซ้ำซากแบบนี้ทุกครั้ง แม้จะตอบได้ว่าปัจจุบันมีการระบายน้ำที่รวดเร็วขึ้นก็ตาม โดทุกครั้งมัก จะมีเหตุผลที่วาเมืองพัทยาอยู่ในพื้นที่ต่ำที่ต้องรองรับมวลน้ำจากเทศบาลข้างเคียงที่มีพื้นที่สูงกว่าถึง 60 เมตร ในขณะที่ท่อระบายน้ำเดิมของเมืองพัทยาที่ใช้กันมาแต่อดีตรวมระยะทางนับพันกิโลเมตรนั้นมีขนาดความกว้างไม่เกิน 60-800 ม.ม.เท่านั้น ส่วนโครงการที่จัดทำไปก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่เป็นการจัดทำเพื่อให้มีการระบายน้ำที่รวดเร็วมากขึ้นและลดความเสียต่อทรัพย์สินของประชาชนและนักท่องเที่ยวให้น้อยที่สุด โดยขณะที่กำลังรอแผนแม่บทของกรมโยธาธิการและผังเมือง ที่รัฐบาลมอบหมายจะให้เข้ามาดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมในงบประมาณนับหมื่นล้านบาท ซึ่งยังคงตอบไม่ได้ว่าจะดำเนินการเมื่อใด ปัจจุบันสิ่งที่ทำได้อย่างเดียวก็การใช้งบประมาณในการนำกำลังคนและเครื่องจักรลงพื้นที่ชายหาดพัทยาเพื่อเกลี่ยทรายให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิมโดยเร็วที่สุด เพราะเมื่อเกิดปัญหาน้ำหลากครั้งใด ก็จะมีภาพความเสียหายต่อชายหาดเกิดขึ้นเมื่อนั้น กรณีนี้มีให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ต่อสายตานักท่องเที่ยวออกไปทั่วโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง ทั้งๆที่ปัจจุบันเมืองพัทยาได้ถูกวางให้เป็นศูนย์กลางของ […]

Beachlover

October 11, 2022
1 2