จากต้นน้ำถึงทะเล (From ridge to reef): การเดินทางของน้ำท่วมหาดใหญ่และผลกระทบต่อทะเลสาบสงขลา

ปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ภาพข่าวจากหาดใหญ่กลายเป็นภาพจำของทั้งประเทศ ถนนสายหลักกลายเป็นคลอง บ้านสองชั้นน้ำท่วมถึงพื้นชั้นสอง รถยนต์จมน้ำเรียงกันทั้งย่านการค้า โรงพยาบาล โรงเรียน ร้านค้าเสียหายไปพร้อมกัน น้ำฝนที่เทลงมาในเพียงไม่กี่วันสร้างความเสียหายระดับประวัติการณ์ บันทึกของหน่วยงานรัฐระบุว่าเมืองหาดใหญ่รับฝนสะสมราว 630 มิลลิเมตรในสามวัน และมีถึง 335 มิลลิเมตรในวันเดียว ซึ่งถือว่าเป็นปริมาณฝนใน 24 ชั่วโมงที่มากที่สุดในรอบราว 300 ปีของเมืองนี้  ภาพที่เราพบเห็นตามสื่อส่วนใหญ่เล่าเรื่องหาดใหญ่จมบาดาลในมุมของเมือง น้ำท่วมบ้านเท่าไร ถนนสายไหนใช้ไม่ได้ มียอดผู้เสียชีวิตและผู้ประสบภัยเท่าไร รัฐบาลเยียวยาอย่างไร ซึ่งทั้งหมดเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญต่อการช่วยเหลือผู้คน แต่ในฐานะเมืองที่ตั้งอยู่กลางลุ่มน้ำใหญ่ Beach Lover ชวนคิดและตั้งคำถามสำคัญที่มักหายไปจากพื้นที่สื่อก็คือ น้ำทั้งหมดที่ท่วมในหาดใหญ่… มันไหลไปไหน?มันแค่หายไปจากสายตาเรา หรือมันกำลังเดินทางไปสร้างผลกระทบต่อพื้นที่อื่น? คำตอบคือ น้ำท่วมหาดใหญ่ไม่ได้ “จบ” ที่การระบายออกจากเมือง หากแต่กำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวชุดใหญ่ของทั้ง “ทะเลสาบสงขลาและทะเลอ่าวไทย” ภาพใหญ่ที่หลายคนมองข้าม: น้ำทุกหยดจากหาดใหญ่ไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลา ด้วยความที่เมืองหาดใหญ่นั้นตั้งอยู่ในพื้นที่ราบลุ่มต่ำที่มีลักษณะคล้ายแอ่งกระทะ ทุกหยดน้ำที่ไหลผ่านเมืองจะออกทางคลองอู่ตะเภาและคลอง ร.1 ซึ่งไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลาที่บริเวณบ้านแหลมโพธิ์ ตำบลคูเต่า อำเภอหาดใหญ่ เมื่อเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่เช่นครั้งนี้ ที่มีปริมาณฝนสะสมถึง 881 มิลลิเมตรในเพียง 5 วัน ปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลาจึงมีมากเป็นพิเศษและเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่รวดเร็ว ทะเลสาบสงขลาเองเป็น Lagoon […]

Beachlover

December 1, 2025

งานถมทะเลเพื่อสร้างท่าเรือน้ำลึกในประเทศไทย

งานถมทะเลเพื่อสร้างท่าเรือน้ำลึกในประเทศไทยที่ผ่านมาอยู่ตรงไหนกันบ้าง Beach Lover ขอพาสำรวจท่าเรือขนาดใหญ่ในนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก 2 แห่ง คือ แหลมฉบัง จ.ชลบุรี และมาบตาพุด จ.ระยอง ที่เกิดขึ้นมานานมากแล้วจากนโยบายรัฐในอดีตที่ต้องการเปลี่ยนพื้นที่ภาคตะวันออกแถบนี้ให้เป็นพื้นที่อุตสาหกรรม จนถึงปัจจุบันได้มีการถมทะเลเพื่อขยายท่าเรือไปหลายครั้ง โดยในปี 2568 กำลังถมทะเลเพื่อขยายท่าเรือต่อในระยะที่ 3 ทั้งสองพื้นที่ (https://www.eeco.or.th/th/laem-chabang-port-phase-3 และ https://maptaphut3.com/#) ส่วนอีกโครงการหนึ่งซึ่งมาขนาดใหญ่กว่า ยังไม่ได้ก่อสร้างแต่มีแผนว่าจะแล้วเสร็จเฟสแรกในปี 2583 คือโครงการถมทะเลเพื่อสร้างท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่ภายใต้โครงการแลนด์บริดจ์สองฝั่งทะเลบริเวณแหลมริ่ว จ.ชุมพร และ อ่าวอ่าง จ.ระนอง (https://www.landbridgethai.com) โครงการถมทะเลเพื่อสร้างท่าเรือน้ำลึกขนาดใหญ่ภายใต้โครงการแลนด์บริดจ์สองฝั่งทะเลบริเวณแหลมริ่ว จ.ชุมพร (5,808 ไร่) และ อ่าวอ่าง จ.ระนอง (6,975 ไร่) นั้น  หากเทียบเคียงกับโครงการถมทะเลขนาดใหญ่ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วในอดีตอย่างท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบัง จ.ชลบุรี (5,257 ไร่ รวมระยะที่ 3 ที่กำลังดำเนินการ) และท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุด จ.ระยอง (3,362 ไร่ รวมระยะที่ 3 ที่กำลังดำเนินการ) พบว่า โครงการถมทะเลเพื่อสร้างท่าเรือภายใต้โครงการแลนด์บริดจ์ทั้งสองฝั่งทะเลในสองจังหวัดรวมกันนั้นกินพื้นที่ใหญ่กว่าท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังประมาณ 2.4 เท่า และใหญ่กว่าท่าเรือน้ำลึกมาบตาพุดประมาณ 3.8 เท่า หรือหากเทียบเคียงพื้นที่กับเกาะหลีเป๊ะ จ.สตูล เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น จะพบว่าพื้นที่ถมทะเลของแต่ละโครงการนั้นใหญ่กว่าเกาะหลีเป๊ะ1.6 ถึง 3.4 เท่าตัว   สิ่งที่แตกต่างกันคือ  ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังและมาบตาพุดนั้นเป็นการถมทะเลที่ประชิดติดกับชายฝั่งในระบบนิเวศที่เป็นทราย โครงสร้างท่าเรือเชื่อมต่อกับชายฝั่งทะเลเลยโดยไม่มีสะพานข้ามทะเลไปยังท่าเรือแตกต่างจากท่าเรือที่อาจเกิดขึ้นภายใต้โครงการแลนด์ที่ถมทะเลห่างฝั่งออกไปโดยมีสะพานเชื่อม

Beachlover

February 26, 2025