หาดทรายและโคลนอยู่แยกชั้นกันแบบนี้ เพราะอะไร

เคยสงสัยกันไหม เวลาเดินเล่นริมชายหาดแล้วพบว่าตะกอนบนชายหาดนั้นถูกแยกออกเป็นสองชั้น คือ ตะกอนทราย และ ตะกอนโคลนหรือดินทรายขี้เป็ด โดนเฉพาะชายหาดบริเวณอ่าวไทยตอนบนที่มีแม่น้ำหลักหลายสายไหลลงทะเล กระบวนการนี้เกิดจากสาเหตุใดบ้าง Beach Lover ขอชวนอ่านสาเหตุหลักที่ทำให้เราเห็นหาดเป็นสองชั้นแบบนี้ 1. ลักษณะการสะสมตัวของตะกอนตามพลังงานของคลื่น 2. อิทธิพลของลักษณะชายฝั่งและกระแสน้ำ 3. การเปลี่ยนแปลงฤดูกาลและมรสุม 4. กิจกรรมมนุษย์หรือโครงสร้างริมชายฝั่ง ชายหาดที่มี “ทรายด้านบน–โคลนด้านล่าง” เกิดจาก การคัดแยกตะกอนตามพลังงานของคลื่นและการสะสมตะกอนตามระดับน้ำทะเล รวมถึงอิทธิพลของฤดูกาล กระแสน้ำ และกิจกรรมมนุษย์ร่วมด้วย ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติในพื้นที่ชายฝั่งที่มีพลวัตสูง อย่างชายหาดบริเวณอ่าวไทยตอนบน

Beachlover

June 3, 2025

สำรวจและเก็บตัวอย่างตะกอนทรายชายหาดทุ่งประดู่

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 17 พฤษภาคม 2568 กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง (กอช.) โดยส่วนวิศวกรรมและฟื้นฟูชายฝั่ง ลงพื้นที่สำรวจและเก็บตัวอย่างตะกอนทรายชายหาด บริเวณหาดทุ่งประดู่ ตำบลทับสะแก อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่จะดำเนินโครงการศึกษาวางแผนแม่บทและสำรวจออกแบบเสริมทรายป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง พื้นที่ดำเนินการระยะทางตามแนวชายฝั่งประมาณ 1,000 เมตร จากการสำรวจครั้งนี้เก็บตัวอย่างตะกอนทรายตลอดแนวชายฝั่งในพื้นที่โครงการดังกล่าวจำนวน 7 ตัวอย่าง เพื่อนำไปวิเคราะห์ด้วยวิธีการร่อนผ่านตะแกรงมาตรฐาน (Sieve analysis หรือ Mechanical analysis) ศึกษาลักษณะ ขนาด และศึกษาการเคลื่อนที่ของตะกอนทราย ที่มีผลต่อการกัดเซาะชายฝั่ง การสะสมตัวของตะกอน และโครงสร้างของระบบนิเวศชายฝั่งในพื้นที่ศึกษา ทั้งนี้ กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง จะนำข้อมูลที่ได้จากการเก็บตัวอย่างตะกอนในครั้งนี้ไปเป็นฐานข้อมูลและใช้ประกอบการวิเคราะห์ข้อมูลโครงการต่อไป

Beachlover

May 19, 2025

สำรวจตะกอนทรายชายหาดปราณบุรี

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 3 พฤษภาคม 2568 กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง โดยส่วนวิศวกรรมและฟื้นฟูชายฝั่ง ลงพื้นที่สำรวจและเก็บตัวอย่างตะกอนทรายชายหาด บริเวณหาดปราณบุรี ตำบลปากน้ำปราณ อำเภอปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งพื้นที่ดำเนินโครงการประเมินผลกระทบจากโครงสร้างป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเล และที่จะดำเนินโครงการติดตั้งหัวหาดเทียมผสมผสานแนวทางการแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เก็บตัวอย่างตะกอนทรายตลอดแนวชายฝั่งในพื้นที่โครงการดังกล่าว เพื่อนำไปวิเคราะห์ด้วยวิธีการร่อนผ่านตะแกรงมาตรฐาน (Sieve analysis หรือ Mechanical analysis) ศึกษาลักษณะ ขนาด และศึกษาการเคลื่อนที่ของตะกอนทราย ที่มีผลต่อการกัดเซาะชายฝั่ง การสะสมตัวของตะกอน และโครงสร้างของระบบนิเวศชายฝั่งในพื้นที่ศึกษา ทั้งนี้กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง จะนำข้อมูลที่ได้จากการเก็บตัวอย่างตะกอนในครั้งนี้ไปเป็นฐานข้อมูลและใช้ประกอบการวิเคราะห์ข้อมูลโครงการต่อไป

Beachlover

May 5, 2025

สนทะเล…ดีหรือไม่กับชายหาด

ต้นสนทะเล (Casuarina equisetifolia) เป็นไม้กลางแจ้ง ที่เจริญเติบโตได้ในดินร่วนซุย มีความชื้นหรือเป็นดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำได้ดี โดยสามารถเจริญเติบโตได้ดีตั้งแต่ในพื้นดินที่มีระดับต่ำเท่ากับระดับน้ำทะเลไปจนถึงพื้นที่ที่มีความสูงถึง 1,500 เมตร จากระดับน้ำทะเล โดยมักพบขึ้นอยู่ตามชายฝั่งทะเลเป็นส่วนมาก (https://kubiodiversity.ku.ac.th/) ระบบรากของต้นสนทะเลมีลักษณะพิเศษคือ รากแผ่กระจายในแนวราบและแนวดิ่ง ช่วยยึดเกาะดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถสร้างโครงข่ายรากที่แน่นหนาภายในระยะ 1-2 เมตรจากโคนต้น ลดอัตราการพังทลายของดินได้มากถึง 50-70% ในพื้นที่ชายฝั่ง คุณสมบัติทางสรีระวิทยาที่สำคัญคือ มีต่อมขับเกลือพิเศษบนใบ สามารถทนความเค็มได้สูง ใบมีลักษณะเรียวเล็ก ลดการคายน้ำในสภาพอากาศร้อน ระบบรากสามารถดูดซึมน้ำและธาตุอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ สนทะเลยังมีความสามารถในการเติบโตได้ดีในดินทรายที่มี pH 5.5-7.5 ทนต่ออุณหภูมิสูงถึง 40-45 องศาเซลเซียส ต้านทานโรคและแมลงศัตรูพืชได้ดี ต้นสนทะเล (Casuarina equisetifolia) มีทั้งผลกระทบเชิงบวกและเชิงลบต่อชายหาดและระบบนิเวศริมหาด สรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้: ผลกระทบเชิงบวก 1. การป้องกันการพังทลายของชายหาด 2. การให้ร่มเงาและลดอุณหภูมิ 3. การฟื้นฟูระบบนิเวศ ผลกระทบเชิงลบ 1. การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างชายหาด 2. ผลกระทบต่อพันธุ์ไม้ท้องถิ่น 3. ความเป็นกรดของดิน

Beachlover

December 23, 2024

รอยคลื่นบนชายหาด เกิดจากอะไร?

รอยคลื่นบนชายหาดและเนินทรายนั้นเกิดจากกระบวนการทางธรรมชาติอันทรงพลัง ซึ่งมีทั้งลมและกระแสน้ำเป็นกลไกหลักในการก่อกำเนิด เมื่อคลื่นเคลื่อนเข้าสู่ชายฝั่ง การไหลเวียนของน้ำทะเลจะพัดพาเม็ดทรายให้เคลื่อนที่ไปด้วย เมื่อน้ำลดลง จะเกิดร่องเล็กๆ บนพื้นทราย คลื่นลูกถัดมาจะดันทรายกลับขึ้นไปจนเกิดสันทรายขนาดเล็ก วัฏจักรของการทับถมและการกัดเซาะนี้จะก่อให้เกิดรอยคลื่นที่มีลักษณะสมมาตร เรียงตัวขนานไปกับแนวชายฝั่ง อันเป็นผลมาจากการเคลื่อนที่ของคลื่นที่สม่ำเสมอ ในกรณีที่กระแสน้ำมีความรุนแรงมากขึ้น เช่น กระแสน้ำที่เกิดจากน้ำขึ้นน้ำลง หรือกระแสน้ำที่ไหลขนานไปกับชายฝั่ง จะส่งผลให้เกิดแรงกระทำต่อเม็ดทรายรุนแรงยิ่งขึ้น เม็ดทรายจะถูกพัดพาไปในทิศทางเดียวกัน ทำให้เกิดรอยคลื่นแบบไม่สมมาตร โดยมีความลาดเอียงชันไปทางทิศทางของกระแสน้ำ ร่องรอยเหล่านี้เป็นเครื่องบ่งชี้ถึงพลังอันซ่อนเร้นของกระแสน้ำที่ค่อยๆ กัดกร่อนพื้นผิวชายฝั่งอย่างต่อเนื่อง บนชายหาดและเนินทรายที่แห้ง ลมจะทำหน้าที่เป็นผู้สลักเสลาธรรมชาติ เมื่อลมพัดผ่านพื้นผิวทราย มันจะพัดพาเม็ดทรายไปด้วย เมื่อลมปะทะสิ่งกีดขวาง เช่น ก้อนหิน หรือกลุ่มพืช จะทำให้ความเร็วลมลดลง และเกิดการทับถมของทรายเป็นเนินขนาดเล็ก จากนั้นลมจะพัดพาเม็ดทรายจากด้านหนึ่งของเนินไปทับถมอีกด้านหนึ่งอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดรอยคลื่นแบบไม่สมมาตร โดยมีความลาดเอียงชันไปทางทิศทางของลม คล้ายกับเนินทรายขนาดเล็ก ขนาดและระยะห่างของรอยคลื่นจะแตกต่างกันไปตามความเร็วและทิศทางของลมหรือกระแสน้ำ รวมถึงขนาดของเม็ดทราย ปัจจัยเหล่านี้ทำให้เกิดรูปแบบของรอยคลื่นที่หลากหลาย ตั้งแต่รอยคลื่นขนาดเล็กที่มีระยะห่างใกล้กัน ไปจนถึงรอยคลื่นขนาดใหญ่ที่มีระยะห่างมาก แต่ละรูปแบบล้วนสะท้อนถึงสภาพแวดล้อมและปัจจัยต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อการเกิดรอยคลื่น ซึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้ถึงพลวัตของธรรมชาติที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงบริเวณชายฝั่ง

Beachlover

July 14, 2024

ความสัมพันธ์ระหว่างความลาดชันชายหาดกับขนาดเม็ดทราย

ความสัมพันธ์ระหว่างความลาดชันชายหาดกับขนาดเม็ดทรายเป็นหัวข้อที่น่าสนใจและมีความสำคัญในการศึกษาด้านชายฝั่งทะเล โดยสามารถอธิบายความสัมพันธ์เบื้องต้นได้ดังนี้: ความลาดชันชายหาด (Beach Slope): ขนาดเม็ดทราย (Grain Size): ความสัมพันธ์ระหว่างความลาดชันชายหาดกับขนาดเม็ดทราย: งานวิจัยจำนวนมากทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศพบว่า ชายหาดที่มีเม็ดทรายหยาบกว่า มักมีหน้าหาดที่ชันกว่าเมื่อเทียบกับชายหาดที่มีเม็ดทรายละเอียดกว่า ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ กลไกที่เกี่ยวข้อง: ความสำคัญในการศึกษา: ความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างความลาดชันชายหาดกับขนาดเม็ดทรายมีความสำคัญต่อการจัดการชายฝั่ง การป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง งานออกแบบการเติมทรายชายหาด และการวางแผนการใช้ประโยชน์ชายฝั่งอย่างยั่งยืน ข้อควรพิจารณาเพิ่มเติม:

Beachlover

July 4, 2024

พาสำรวจตะกอนทรายชายหาดปัตตานี

ตะกอนบนชายฝั่งแต่ละแห่งมีคุณลักษณะที่แตกต่างกันไปตามบริบทของสิ่งแวดล้อมในพื้นที่นั้นๆ แรงกระทำจากภายนอกอย่างคลื่น ลม กระแสน้ำ ตลอดจนแหล่งกำเนิดของตะกอน แม้กระทั่งบนพื้นที่เดียวกันแต่ต่างช่วงเวลากัน ตะกอนชายฝั่งก็อาจมีลักษณะที่แตกต่างกันไปตามปัจจัยที่ว่ามานี้ ชายหาด จ.ปัตตานี มีระยะทางกว่า 140 กิโลเมตร ส่วนมากเป็นหาดทรายทั้งหมดมีโคลนปะปนบ้างบริเวณปากร่องน้ำและปากอ่าวปัตตานี Beach Lover ได้มีโอกาสลงสำรวจชายหาด จ.ปัตตานี ในหลายพื้นที่ ขอนำภาพทรายของแต่ละชายหาดมานำเสนอให้ได้ชมกันว่าแม้จะเป็นหาดทรายที่อยู่ใกล้เคียงในจังหวัดเดียวกัน ก็พบว่ามีคุณลักษณะที่แตกต่างกันทั้งขนาดและสี

Beachlover

November 1, 2023

พาสำรวจตะกอนชายหาดบนเกาะภูเก็ต

Beach Lover ได้พาสำรวจสภาพชายหาด รวมถึงโครงสร้างป้องกันชายฝั่ง บริเวณเกาะภูเก็ตฝั่งตะวันตกไปแล้ว ติดตามได้จากโพสในหมวดสถานการณ์ชายฝั่ง ครั้งนี้ขอพาสำรวจตะกอนทรายบนชายหาดทั้ง 47 ตำแหน่งกันบ้าง ว่ามีคุณสมบัติเป็นอย่างไร ข้อมูลคุณสมบัติของตะกอน ได้จากการนำตัวอย่างทรายจากตำแหน่งสำรวจบริเวณชายหาดส่วนหน้า (Foreshore) จำนวน 1.5 กิโลกรัม มาทำการอบแห้งเป็นเวลา 24 ชั่วโมง และนำไปร่อนผ่านตะแกรงเพื่อหาขนาดกลางของตะกอน (D50) โดยวิธี Sieve analysis ในห้องปฏิบัติการปฐพีกลศาสตร์ ตามมาตรฐาน ASTM จากการนำทรายไปร่อนผ่านตะแกรงจะได้ข้อมูลน้ำหนักทรายคงค้างบนตะแกรงร่อนขนาดต่างๆ เมื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์และพล็อตกราฟความสัมพันธ์ระหว่างขนาดเม็ดทรายซึ่งเป็น Semi-logarithmic scale และเปอร์เซ็นต์โดยน้ำหนักของเม็ดทรายที่มีขนาดเล็กกว่าจะได้เป็นกราฟการกระจายของขนาดเม็ดทรายของแต่ละตำแหน่งสำรวจ แล้วนำมาหาค่าขนาดกลางของตะกอน ณ ตำแหน่งสำรวจ จากการสำรวจภาคสนามในพื้นที่ศึกษา 47 ตำแหน่งสำรวจ บริเวณที่เป็นหาดทรายฝั่งตะวันตกของเกาะภูเก็ต เมื่อวิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธี Sieve analysis พบว่า ขนาดกลางของตะกอนมีการกระจายตัวดัง Histrogram ด้านล่าง พบว่าขนาดกลางของตะกอน ณ ตำแหน่งสำรวจจำนวน 47 ตำแหน่ง มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 0.37 มิลลิเมตร มีค่าขนาดกลางของตะกอนใหญ่ที่สุด 2.90 มิลลิเมตร และค่าขนาดกลางของตะกอนเล็กที่สุด 0.13 มิลลิเมตร โดยพบว่าค่าเฉลี่ยของขนาดกลางของตะกอนในพื้นที่ศึกษามีขนาดใหญ่กว่าค่าเฉลี่ยของขนาดกลางของตะกอนชายหาดในประเทศไทยซึ่งมีขนาด 0.33 มิลลิเมตร […]

Beachlover

August 19, 2022

ชายหาด มี “Character”

ชายหาดแต่ละแห่งมีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ทั้งเชิงกายภาพและการใช้ประโยชน์บนชายหาด เหล่านี้ส่งผลให้ชายหาดมี “Character” ที่แตกต่างกัน ไม่ต่างจากตัวละครในหนังและละคร ยิ่งมองร่วมกับปัจจัยภายนอกอย่างสภาพคลื่นลมที่ส่งอิทธิพลต่อชายหาดแต่ละแห่งด้วย Degree ที่แตกต่างกันด้วยแล้ว ยิ่งทำให้ “Character” ของแต่ละหาดนั้นมีความแตกต่างกันมากขึ้นไปอีก หากเราเข้าใจ “Character” ของตัวละครที่โลดแล่นอยู่ในจอทีวี จะทำให้เราเข้าใจเนื้อหา เรื่องราวและการ Re-act ของตัวละครนั้นได้เป็นอย่างดี เฉกเช่นเดียวกันกับชายหาด หากเราได้เข้าใจ “Character” ของแต่ละหาดเป็นอย่างดีแล้ว เราจะสามารถเข้าใจกระบวนการเปลี่ยนแปลง ความเป็นพลวัตของชายหาด ตลอดจนวิธีการรักษาดูแลให้สอดคล้องเหมาะสมแบบที่ยังคงเก็บ “Character” เดิมไว้ ไม่เปลี่ยนแปลง

Beachlover

April 19, 2021