วิชาการ: ระยะถอยร่นชายฝั่งทะเล

ระยะถอยร่นเปรียบเสมือนแนวกันชนระหว่างทะเลกับผืนแผ่นดิน เพราะเป็นการรักษาความสมดุลของกระบวนการชายฝั่งไม่ให้ถูกรบกวนจากกิจกรรมของมนุษย์บนพื้นที่ชายฝั่ง และเป็นการลดผลกระทบจากปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทะเลจากภัยธรรมชาติ ที่อาจมีต่อชีวิตและทรัพย์สินของรัฐและเอกชนที่อยู่บริเวณชายฝั่ง  ระยะถอยร่นเป็นหนึ่งในมาตรการเพื่อจัดการชายฝั่งทะเล ทั้งเพื่อการจัดการภัยพิบัติชายฝั่งทะเลและส่งเสริมการใช้ประโยชน์จากพื้นที่ชายฝั่งทะเลอย่างยั่งยืน โดยมากมักกำหนดจากแนวระดับน้ำทะเลขึ้นเฉลี่ยถึงแนวที่พิจารณาแล้วว่าจะปลอดภัยต่อภัยพิบัติที่เกิดขึ้นในอดีตและอาจเกิดขึ้นในอนาคต โดยทั่วไประยะถอยร่นเป็นระยะที่หากจะมีการพัฒนาใดๆ จะต้องถอยร่นห่างจากชายฝั่งเข้าไปให้พ้นระยะนี้เพื่อป้องกันความเสียหายจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น เป็นระยะทางสงวนไว้ให้กระบวนการชายฝั่งทะเลจะสามารถปรับสมดุลได้ตามปกติไม่ถูกแทรกแซง จึงเป็นมาตรการที่ไม่รบกวนต่อกระบวนการทางธรรมชาติของชายฝั่งทะเล และไม่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำเหมือนการใช้โครงสร้างชายฝั่งทะเล โดยมีจุดประสงค์หลักเพื่อ ป้องกันชีวิตและทรัพย์สินจากพิบัติภัยที่เกิดขึ้นบริเวณชายฝั่งทะเล เช่น พายุซัดฝั่ง การกัดเซาะ  เป็นต้น ลดงบประมาณเพื่อใช้ในการป้องชายฝั่ง สงวนพื้นที่ชายฝั่งให้คงทัศนียภาพที่งดงามตามธรรมชาติ  ลดความขัดแย้งในการใช้ประโยชน์ร่วมกันบริเวณชายฝั่ง ประชาชนสามารถเข้าถึงชายฝั่งทะเลได้อย่างเท่าเทียม รักษาพื้นที่ชายฝั่งเพื่อเป็นที่อยู่อาศัยของพืชและสัตว์ ลดความเสี่ยงภัยที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ ในความเป็นจริง พื้นที่ใดที่ปล่อยให้มีการพัฒนามากเกินไปแล้ว พื้นที่นั้นจะกำหนดระยะถอยร่นได้ยาก เนื่องจากจะเกิดแรงต่อต้านทางสังคม ทั้งยังไม่คุ้มกับค่าเวนคืนที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ถูกพัฒนาไปแล้วก่อนหน้านี้  การใช้มาตรการระยะถอยร่นชายฝั่งจึงควรเร่งประกาศใช้ในพื้นที่ที่ยังไม่มีการพัฒนา เพื่อจำกัดการพัฒนาไม่ให้ประชิดชายฝั่งมากเกินไป โดยกำหนดเป็นเขตห้ามรุกล้ำสำหรับสิ่งปลูกสร้างถาวร ซึ่งอาจใช้ร่วมกับนโยบายผังเมืองชายฝั่งทะเล จะช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น ลดความเสียหายต่อสิ่งชีวิตและทรัพย์สิน ตลอดจนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐและเอกชน และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ของพื้นที่บนชายหาดได้อย่างยั่งยืน การพิจารณาว่าระยะถอยร่นในแต่ละพื้นที่ควรเป็นระยะเท่าใดนั้น มีปัจจัยและรายละเอียดที่จำเป็นต้องคำนึงถึงมากมายที่จำเป็นต้องศึกษาอย่างรอบด้านก่อนการนำมาตรการนี้มาใช้เพื่อคุ้มครองชายหาด อ่านเพิ่มเติมเรื่องระยะถอยร่น ได้จาก https://conference.thaince.org/index.php/ncce25/article/view/578 และ https://beachlover.net/การกำหนดระยะถอยร่น/ และ https://beachlover.net/setback-negombo-srilanka/

Beachlover

April 17, 2022

ความพยายามของชาวบ้านม่วงงาม ยามมรสุม

มรสุมตะวันออกเฉียงเหนือเป็นช่วงเวลาที่ชาวบ้านริมชายฝั่งอ่าวไทยตอนล่าง ต้องรับมือกับความรุนแรงของคลื่นลมเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ตุลาคมไปจนถึงประมาณมีนาคม โดยที่ช่วงเวลาและความรุนแรงอาจเปลี่ยนแปลงไปในแต่ละปี ชาวบ้านม่วงงามหมู่ 3 (นอกพื้นที่พิพาทคดีม่วงงาม) ก็ได้รับผลกระทบนี้เช่นเดียวกัน ผลกระทบที่รุนแรงที่สุดสำหรับมรสุมตั้งแต่ตุลาคม 2564 ถึงปัจจุบันคือเหตุการณ์ช่วงปลายเดือนกุมภาพันธ์ 2565 จากเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ ทำให้เทศบาลเมืองม่วงงามและชาวบ้านนำทรายมาบรรจุใส่กระสอบและช่วยกันวางเพื่อป้องกันคลื่นและน้ำไหลเข้าบ้านชาวบ้านที่อยู่ประชิดชายหาด Beach Lover ได้มีโอกาสลงสำรวจภาคสนามพื้นที่เดียวกันนี้ในช่วงเดือนมีนาคมซึ่งผ่านพ้นช่วงวิกฤตไปแล้วพบแนวกระสอบทรายหลายจุด ทั้งที่ยังอยู่ในแนวเดิมและที่โดนคลื่นซัดไปบ้าง จมทรายไปแล้วบ้าง เหตุการณ์รุนแรงนี้แม้เกิดขึ้นเพียงชั่วระยะเวลาไม่นาน แต่ส่งผลกระทบต่อทั้งชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้ตั้งถิ่นฐานและใช้ประโยชน์บนชายหาดเป็นอย่างมาก ถือเป็นภัยพิบัติที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเข้ามาแก้ไขปัญหานี้แบบเร่งด่วนฉุกเฉินเหมือนที่จัดการกับภัยพิบัติอื่นๆ อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อเสนอในประเด็นนี้ได้จาก https://dxc.thaipbs.or.th/post-special/กัดเซาะชายฝั่ง-สาธารณ/ ซึ่งหากนำมาถือปฏิบัติได้จริง หน่วยงานก็ไม่จำเป็นต้องสร้างโครงสร้างที่ใหญ่โตเกินความจำเป็น ทั้งยังแก้ไขปัญหาได้อย่างไม่เท่าทันต่อสถานการณ์ ซึ่งหมายความว่าเราไม่จำเป็นต้องสร้างโครงสร้างป้องกันแบบถาวรต่อไปเรื่อยๆ สร้างเฉพาะที่จำเป็นเพื่อบรรเทาผลกระทบและรื้อถอนออกได้ยามหมดความจำเป็น ซึ่งจะเป็นการลดผลกระทบที่ถูกส่งต่อไปยังพื้นที่ข้างเคียงจากโครงสร้างป้องกันชายฝั่งแบบถาวร ถือเป็นการสมประโยชน์ทั้งรัฐเองที่ได้ทำหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชน และประชาชนเองก็ได้รับความปลอดภัยและสวัสดิภาพกลับมา น่าติดตามกันต่อไปว่า ท้องถิ่นอย่างเทศบาลเมืองม่วงงามจะจัดการกับปัญหานี้อย่างไร รวมถึงโครงสร้างการแก้ปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นอย่างการแก้ไข พรบ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จะมีส่วนช่วยให้การแก้ไขปัญหากรณีเร่งด่วนฉุกเฉินนี้ออกมาในรูปแบบใด … ติดตามต่อไปอย่างใจเย็น

Beachlover

April 15, 2022

เชิญประชุมรับฟังความคิดเห็น อ.หลังสวน ชุมพร [25 เม.ย. 2565]

ที่มา: กรมโยธาธิการและผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมือง และสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ได้ก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทยสำหรับป้องกันทรัพย์สินของประชาชนและของราชการมิให้คลื่นกัดเซาะจมลง ในทะเล แม้ว่าการก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลจะสามารถป้องกันชายฝั่งและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาคลื่นกัดเซาะชายฝั่งได้ตามวัตถุประสงค์ แต่การดำเนินโครงการดังกล่าวในบางพื้นที่ อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ชุมชนและสังคม วัฒนธรรม อาชีพ ความปลอดภัย วิถีชีวิตของประชาชน รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงทางธรณีสัณฐานและสภาพชายหาด กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดทำ “โครงการประเมินผลและติดตามผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ระยะที่ 2” ในพื้นที่ศึกษาจำนวน 10 พื้นที่ โดยพื้นที่ชายฝั่งทะเล บริเวณตำบลบางมะพร้าว (ระยะที่1-2 และระยะที่ 3 เฉพาะ ด้านทิศใต้) อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร เป็นหนึ่งในพื้นที่ศึกษาของโครงการนี้

Beachlover

April 10, 2022

ของฝากจาก “ปาบึก” เมื่อพายุพัดพาชายหาด ?

ที่มา: https://www.sarakadee.com/2022/04/07/pabuk/ เมื่อช่วงต้นปี ๒๕๖๒ พายุโซนร้อนปาบึก (PABUK) ได้เคลื่อนตัวเข้าสู่อ่าวไทยและพัดขึ้นชายฝั่งภาคใต้ตอนล่างที่จังหวัดนครศรีธรรมราช หลายคนน่าจะยังจำเหตุการณ์ รวมถึงการรายงานข่าวพายุหมุนเขตร้อนนอกฤดูมรสุมที่รุนแรงมากที่สุดลูกหนึ่งพัดเข้าสู่เมืองไทยครั้งนั้นได้ “พายุปาบึก” มีจุดก่อตัวอยู่ในทะเลจีนใต้ ช่วงแรกๆ มีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางอยู่ในระดับพายุดีเปรสชั่น หลังจากนั้นเคลื่อนตัวมาทางทิศตะวันตก เพิ่มความเร็วลมจนกลายเป็นพายุโซนร้อน เมื่อเดินทางมาถึงชายฝั่งภาคใต้ตอนล่างของประเทศไทย ความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางอยู่ประมาณ ๗๕-๘๕ กิโลเมตรต่อชั่วโมง แม้จะยังเทียบไม่ได้กับพายุไต้ฝุ่นเกย์ หรือพายุแฮร์เรียต แต่ก็ใกล้เคียงกับความรุนแรงของพายุลินดาเมื่อปี ๒๕๔๐ นับเป็นพายุหมุนที่มีความรุนแรงมากในรอบหลายสิบปีที่พัดเข้าสู่ประเทศไทย การมาของพายุปาบึก ทำให้เกิดฝนตกอย่างหนัก และมีคลื่นสูงพัดเข้าสู่ชายฝั่ง พายุหมุนลูกนี้เคลื่อนขึ้นฝั่งที่อำเภอปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ ๔ มกราคม ๒๕๖๒ ส่งผลให้จังหวัดต่างๆ ไล่ตั้งแต่เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ลงไปถึงชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี ยะลา ฯลฯ เกิดฝนตกอย่างหนัก น้ำป่าไหลหลาก ต้นไม้หักโค่น มีรายงานว่าทางการต้องสั่งอพยพประชาชนกว่า ๓ หมื่นคน ใน ๖ อำเภอติดชายทะเลจังหวัดนครศรีธรรมราช สายการบินที่ให้บริการเส้นทางเกาะสมุยและจังหวัดนครศรีธรรมราชต้องยกเลิกเที่ยวบิน ผู้ให้บริการบริการเรือเฟอร์รี่และเรือโดยสารที่รับส่งผู้โดยสารตามเกาะต่างๆ หยุดให้บริการ ชาวประมงพื้นบ้านพากันนำเรือเข้ามาจอดเก็บตามร่องน้ำเพื่อความปลอดภัย […]

Beachlover

April 8, 2022

หาดชมการกัดเซาะ @ หาดคลองเจ้า เกาะกูด

ประเทศไทยมีเกาะในทะเลกว่า 1,400 เกาะ (ไม่รวมเกาะภูเก็ต) รวมระยะทางตามแนวชายฝั่งของเกาะประมาณ 4,000 กิโลเมตร โดยปกติแล้ว ชายฝั่งบนเกาะต่างๆมักมีสภาพสมดุล โอกาสที่ต้องเผชิญกับปัญหากัดเซาะชายฝั่งมีค่อนข้างน้อย หากเกิดขึ้นมักเกิดในช่วง Extreme event หรือ ถูกแทรกแซงจากกิจกรรมของมนุษย์เป็นหลัก Beach Lover ได้ลงสำรวจภาคสนามของชายหาดรอบๆเกาะกูด จ.ตราด ไม่พบร่องรอยของการกัดเซาะชายฝั่งเลยยกเว้นบริเวณปากคลองเจ้า ณ หาดคลองเจ้า หน้า Peterpan Resort ที่พักชื่อดังของเกาะกูด จากสภาพที่เห็น พบกระสอบทรายทั้งขนาดเล็กและใหญ่ พร้อมซากต้นไม้ล้มอยู่บ้างตลอดแนวยาวประมาณ 50 เมตร ใกล้ปากคลอง ไม่แน่ใจว่าการกัดเซาะนี้เกิดขึ้นเมื่อใดแต่คาดเดาได้ว่าน่าจะมรสุมครั้งล่าสุดเพราะกระสอบทรายยังคงสภาพดีอยู่ แม้จะดูหลุดออกจากที่ตั้งเดิมไปบ้าง หากชายหาดบนเกาะที่มีความงดงามของชายหาดเป็นจุดขายหลักเกิดการกัดเซาะ หนทางรอด คือการป้องกันแบบชั่วคราวเฉพาะพื้นที่และช่วงเวลาที่จำเป็นจริงๆเท่านั้น และควรรื้อถอนออกในช่วงเวลาที่หมดความจำเป็น มิฉะนั้นชายหาดสวยงาม ที่เป็นแรงดึงดูดนักท่องเที่ยวจะหมดมูลค่าลง และยากที่จะฟื้นคืนกลับสู่ความงดงามได้เหมือนเดิม

Beachlover

April 1, 2022

กำแพงกันคลื่นหาดแม่รำพึง ประจวบคีรีขันธ์ ๙๖๖ เมตร บนคำถาม

ที่มา: https://www.sarakadee.com/2022/03/28/หาดแม่รำพึง/?fbclid=IwAR38vGqVlfXFZYNeWikSQedrzT9u8cyBEazveXUStbw5eBf5k8hFQ4rPhuc เมื่อวันที่ ๒๑ มีนาคม ๒๕๖๕ กลุ่มประชาชนที่อ้างว่ามีส่วนได้ส่วนเสียในการใช้ประโยชน์ชายหาดแม่รำพึงในนาม “เครือข่ายประชาชน Saveหาดแม่รำพึง” ได้เดินทางไปยื่นหนังสือให้กับนายกองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เเม่รำพึง ขอให้ยกเลิกโครงการสร้างกำเเพงกันคลื่นของกรมโยธาธิการและผังเมือง รวบรวมรายชื่อประชาชนที่คัดค้านได้ทั้งหมด ๑๙๓ รายชื่อ โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งแม่รำพึง ตั้งอยู่ที่ตำบลแม่รำพึง อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นโครงการก่อสร้างของกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย มีลักษณะเป็นเขื่อนหินใหญ่วางเรียง กำแพงกันคลื่น (Block Revetment) และกำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได ความยาว ๙๖๖ เมตร หรือเกือบ ๑ กิโลเมตรตามแนวชายหาด ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน ๒๕๖๔ กรมโยธาธิการและผังเมืองเคยจัดให้มีการประชุมชี้แจงโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเลพร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ชายฝั่งทะเลหาดแม่รำพึงมาแล้วที่หอประชุมองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) แม่รำพึง โดยมีประชาชนผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ผู้แทนส่วนราชการ เข้าร่วมรับฟังรายละเอียดโครงการ มีการระบุว่าโครงการผ่านการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนในพื้นที่มาแล้ว ๔ ครั้ง กิจกรรมที่เกิดขึ้นเป็นการชี้แจงแผนงานของโครงการก่อนที่ผู้รับจ้างจะเข้ามาทำงานในพื้นที่ อ้างอิงตามการนำเสนอข่าวของสำนักข่าวกรมประชาสัมพันธ์ ชัชชัย อภินันทิตยา วิศวกรบริษัทที่ปรึกษาโครงการ ชี้แจงว่า จังหวัดประจวบฯ มีแนวชายฝั่งยาวติดทะเลอ่าวไทย บางพื้นที่ประสบปัญหาถูกน้ำทะเลกัดเซาะจากมรสุมคลื่นลมแรงที่ซัดเข้าหาฝั่ง สร้างความเสียหายให้กับประชาชน กรมโยธาธิการและผังเมือง จึงดำเนินโครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล พร้อมปรับปรุงภูมิทัศน์พื้นที่ชายฝั่งทะเลของตำบลแม่รำพึง โดยเป็นการก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง ๒ รูปแบบ ได้แก่  เขื่อนคอนกรีตขั้นบันไดความยาว ๒๔๗ เมตร โครงสร้างทั้งหมดอยู่บนเสาเข็ม เน้นจุดที่เป็นพื้นที่สาธารณะและมีบ้านเรือนประชาชน  และอีกรูปแบบหนึ่งคือกำแพงคอนกรีตกันคลื่น ความยาว ๗๑๙ เมตร คาดว่าจะเริ่มงานก่อสร้างได้ช่วงต้นปี ๒๕๖๕ ระยะก่อสร้างประมาณ ๒๔ เดือน  หลังจากโครงการแล้วเสร็จจะเกิดความมั่นคงแข็งแรงในการป้องกันปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง รวมทั้งป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นต่อบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างที่ตั้งอยู่ริมฝั่ง ช่วยลดผลกระทบต่อชุมชน ส่งผลดีทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และการท่องเที่ยวในพื้นที่ หนังสือ องค์ความรู้ตามประเด็นยุทธศาสตร์กรมโยธาธิการและผังเมือง ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๖๑ เรื่องแนวทางการป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลในประเทศไทย ให้รายละเอียดของ เขื่อนคอนกรีตขั้นบันได (Stepped […]

Beachlover

March 28, 2022

เชิญประชุมรับฟังความคิดเห็น ปากน้ำแขมหนู [21 มี.ค. 2565]

กรมโยธาธิการและผังเมือง และสำนักงานโยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ได้ก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทยสำหรับป้องกันทรัพย์สินของประชาชนและของราชการมิให้คลื่นกัดเซาะจมลง ในทะเล แม้ว่าการก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลจะสามารถป้องกันชายฝั่งและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหาคลื่นกัดเซาะชายฝั่งได้ตามวัตถุประสงค์ แต่การดำเนินโครงการดังกล่าวในบางพื้นที่ อาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสภาพแวดล้อม ชุมชนและสังคม วัฒนธรรม อาชีพ ความปลอดภัย วิถีชีวิตของประชาชน รวมทั้งการเปลี่ยนแปลงทางธรณีสัณฐานและสภาพชายหาด กรมโยธาธิการและผังเมืองได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงได้จัดทำ “โครงการประเมินผลและติดตามผลกระทบจากการก่อสร้างเขื่อนป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเล ระยะที่ 2” ในพื้นที่ศึกษาจำนวน 10 พื้นที่ โดยพื้นที่ชายฝั่งทะเล บริเวณถนนเลียบชายฝั่งทะเลบ้านปากน้ำแขมหนู ตำบล ตะกาดเง้า อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เป็นหนึ่งในพื้นที่ศึกษาของโครงการนี้

Beachlover

March 19, 2022

ติดตามผลกระทบโครงสร้างเขื่อนริมตลิ่งหาดมหาราช สงขลา

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๖๕ กรม ทช. โดยสำนักงาน ทช.ที่๕ (สงขลา) ติดตามสถานภาพการเปลี่ยนแปลงชายฝั่ง บริเวณพื้นที่โครงการก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล พื้นที่ชายฝั่งหาดมหาราช เทศบาลตำบลจะทิ้งพระ อ.สทิงพระ จ.สงขลา ระยะทาง ๑,๑๐๒ เมตร พบว่าหลังมรสุมมีตะกอนทรายกลับคืนมามาก เมื่อเปรียบเทียบกับในช่วงวันที่ ๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕ ที่พบมีการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณทางด้านทิศเหนือของจุดสิ้นสุดโครงการก่อสร้างฯ ระยะทางยาวประมาณ ๒๒๕ เมตร ซึ่งช่วงนั้นเป็นช่วงมรสุมและคลื่นลมแรง ซึ่งลักษณะดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนแปลงตามฤดูกาล ทั้งนี้ จะมีการติดตามสถานการณ์และผลกระทบต่อชายฝั่งทะเลต่อไป

Beachlover

March 19, 2022

หาดสุรินทร์…หาดที่เกือบแปลงร่างเป็นขั้นบันได

หาดสุรินทร์ อยู่ใน ตำบลเชิงทะเล อำเภอถลาง เป็นชายหาดที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งของ จังหวัดภูเก็ต อยู่ระหว่างหาดกมลาและหาดบางเทา ชายหาดมีเม็ดทรายสีขาวละเอียด พร้อมกับน้ำทะเลสีคราม ปลายหาดทั้งสองด้านจะเป็นแหลมยื่นไปในทะเล เต็มไปด้วยแนวต้นมะพร้าว และมีพระอาทิตย์ตกยามเย็นสาดส่องแสงสีทองอย่างสวยงาม และด้วยบริเวณชายหาดจะมีคลื่นลมค่อนข้างแรงกำลังดี ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ยอดนิยมในการเล่นกระดานโต้คลื่น (https://travel.trueid.net/detail/mX1azM4pA4oX) จากเหตุการณ์คลื่นลมแรงในฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ เมื่อ กรกฎาคม 2557 ส่งผลให้บางส่วนของชายหาดสุรินทร์เกิดการกัดเซาะ โดยบริเวณที่มีปัญหาการกัดเซาะค่อนข้างมาก คือบริเวณที่มีการทำเขื่อนกั้นและมีการนำดินมาถมจนสูง ถูกคลื่นซัดจนแนวกันคลื่นพังทลายระยะประมาณ 200-300 เมตร ขณะเดียวกันก็พบต้นไม้สนขนาดใหญ่และต้นไม้ชนิดอื่นๆ จำนวนถูกคลื่นซัดจนหักโค่นล้มลงมากองอยู่ริมหาด (https://www.bangkokbiznews.com/news/593988) เมื่อประมาณกันยายน 2557 ได้มีการจัดประชุมรับฟังความคิดเห็นโครงการก่อสร้างกำแพงกันคลื่นริมชายหาดสุรินทร์ (https://mgronline.com/south/detail/9570000110061) ซึ่งมีที่มาจากคำร้องขอจากท้องถิ่นให้กรมโยธาธิการและผังเมืองช่วยเข้ามาแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง หลังจากนั้นก็มีการจัดประชุมกลุ่มย่อยเรื่อยมาจนถึงช่วงกลางปี 2558 โดยรูปแบบที่สรุปว่าจะก่อสร้างบนหาดแห่งนี้คือ กำแพงกันคลื่นแบบขั้นบันได และได้ลงนามสัญญาจัดจ้างผู้รับเหมาไปเมื่อปี 2559 หลังจากนั้นเมื่อผู้รับเหมาได้เริ่มขุดและดำเนินการนำเสาเข็มมาวางบริเวณริมชายหาด ประมาณ พฤศจิกายน 2560 ก็เกิดกระแสต่อต้านโครงการนี้ขึ้น โดยชาวบ้านบางส่วนเชื่อว่า โครงการนี้ไม่จำเป็นและจะส่งผลให้เกิดการกัดเซาะชายฝั่งเพิ่มมากขึ้น โดยระบุในข่าวว่า การกัดเซาะของชายหาดแห่งนี้เกิดจากการปล่อยให้นายทุนบุกรุกสร้างเขื่อนบนชายหาด ทำให้ในช่วงหน้ามรสุมคลื่นเข้ามากระแทก ทำให้ร่องน้ำ และกระแสน้ำเปลี่ยน ผลักให้คลื่นซัดมายังฝั่งที่ไม่มีเขื่อนจึงเกิดการกัดเซาะ หน่วยงานที่รับผิดชอบ คือ กรมโยธาฯ ได้มีการนำภาพปัญหาการกัดเซาะที่เกิดขึ้นไปจัดทำโครงการสร้างเขื่อนดังกล่าว […]

Beachlover

March 18, 2022
1 … 26 27 28 … 46