สำรวจเก็บข้อมูลและติดตามสถานภาพชายฝั่งช่วงมรสุม บริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเล อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 5 โดยเจ้าหน้าที่ส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ลงพื้นที่สำรวจเก็บข้อมูลและติดตามสถานภาพชายฝั่งช่วงมรสุม รวมถึงรวบรวมข้อมูลส่งให้กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง เพื่อเป็นข้อมูลพิจารณากลั่นกรองโครงการด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ บริเวณพื้นที่ชายฝั่งทะเล ม.6 ต.หน้าสตน อ.หัวไทร จ.นครศรีธรรมราช จากการลงพื้นที่ พบการกัดเซาะชายฝั่งในช่วงฤดูมรสุม และทางด้านทิศเหนือชายฝั่งมีความสมดุล มีตะกอนทรายสะสมมากและหน้าหาดกว้าง ทั้งนี้ สทช.5 จะดำเนินการรวบรวมข้อมูล เพื่อนำไปประกอบการจัดทำรายงานสถานภาพชายฝั่งทะเลประจำปี 2569 พร้อมทั้งรวบรวมรายงานกองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่งเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการพิจารณาของคณะทำงานกลั่นกรองโครงการฯ ต่อไป

Beachlover

November 17, 2025

การเมืองเรื่องเม็ดทราย…ความเชื่อ ผลประโยชน์ และอำนาจ

“ชายหาด” เส้นบางๆ ระหว่างแผ่นดินกับทะเล ไม่ใช่เพียงภูมิทัศน์งดงาม หากแต่เป็นสนามของความขัดแย้งทางนโยบาย งบประมาณ และอุดมการณ์ “โครงสร้างแข็งหรืออ่อน” “คอนกรีตหรือธรรมชาติ” กลายเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบเดียว เมื่อรัฐ นักวิชาการ นักอนุรักษ์ และชุมชนต่างยืนอยู่บนคนละฝั่งของคลื่นแห่งผลประโยชน์ บทความ  การเมืองเรื่องเม็ดทราย  โดย รศ.ดร.สมปรารถนา ฤทธิ์พริ้ง ชวนมองให้ลึกกว่าการกัดเซาะชายฝั่ง ว่าปัญหานี้ไม่ได้มีแค่ทรายที่ถูกคลื่นซัด แต่ยังมี “ความเชื่อ ผลประโยชน์ และอำนาจ” ที่กำลังกัดเซาะกันเองในสังคมไทย นี่ไม่ใช่เพียงเรื่องของวิศวกรรมชายฝั่ง แต่คือเรื่องของความโปร่งใส ความเป็นธรรม และอนาคตของชายหาดที่เราจะส่งต่อให้รุ่นลุกหลาน ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งเป็นวิกฤตที่เกิดขึ้นในหลายประเทศทั่วโลก ทั้งจากปัจจัยธรรมชาติ และกิจกรรมของมนุษย์ ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นจากภาวะโลกร้อนทำให้ชายฝั่งถูกน้ำทะเลกัดเซาะอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ที่ดินริมชายฝั่งพังทลาย ประชาชนสูญเสียพื้นที่อาศัยและทำกิน รวมถึงแหล่งท่องเที่ยวถูกทำลาย สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างมาก นอกจากภาวะโลกร้อนแล้ว ปัจจัยฝีมือมนุษย์ เช่น การสร้างเขื่อนหรือท่าเรือที่รุกล้ำชายฝั่ง ก็อาจรบกวนการไหลเวียนตามธรรมชาติของตะกอนทราย ทำให้พื้นที่ท้ายน้ำขาดทรายและเกิดการกัดเซาะรุนแรงขึ้น ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งจึงเป็นเรื่องซับซ้อนที่ต้องการการจัดการที่รอบคอบรอบด้าน ชายหาดตามธรรมชาติเป็นระบบที่ไม่หยุดนิ่งมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คลื่นลมตามฤดูกาลสามารถพัดพาทรายเข้าฝั่งและออกจากฝั่งสลับกัน บางช่วงหาดทรายอาจแคบลงหรือหายไป แต่เมื่อฤดูกาลเปลี่ยนทรายใหม่ก็ถูกพัดกลับมาสะสมกลายเป็นชายหาดอีกครั้งเป็นวัฏจักรตามธรรมชาติ แท้จริงแล้วชายหาดยังทำหน้าที่เสมือนปราการธรรมชาติที่ช่วยซับแรงคลื่น ปกป้องผืนแผ่นดินด้านหลังจากพายุและคลื่นลมแรง หากมนุษย์เข้าไปแทรกแซงวงจรนี้อย่างไม่ระมัดระวัง เช่น การสร้างสิ่งปลูกสร้างถาวรรุกล้ำลงบนชายหาด ก็อาจทำให้กระบวนการตามธรรมชาติของชายหาดเปลี่ยนแปลงไปทั้งหมด และก่อให้เกิดผลกระทบตามมา โจทย์สำคัญของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือจะปกป้องชุมชนชายฝั่งจากภัยการกัดเซาะนี้อย่างไร โดยไม่ทำลายสมดุลธรรมชาติของชายหาดจนเกินจำเป็น โดยทั่วไปในการแก้ปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง มาตรการที่นิยมใช้กันทั่วไปมักแบ่งเป็นสองแนวทางหลักๆ คือ มาตรการใช้โครงสร้างแข็ง (Hard Engineering) และ มาตรการใช้โครงสร้างอ่อน […]

Beachlover

October 14, 2025

ปัจจัยการออกแบบที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพของรั้วไม้ป้องกันชายฝั่ง

Beach Lover ได้เคยพาชมโครงการปักไม้ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลไปแล้วในหลายพื้นที่ ติดตามได้จากโพสเก่าๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมักเรียกโครงสร้างนี้ว่า “รั้วไม้ดักทราย (sand fence)” ซึ่งหากเราสืบค้นคำนี้ในหลากหลายช่องทางจะพบว่า มีการใช้โครงสร้างลักษณะนี้เพื่อดักทรายที่ถูกพัดพาเข้าหาฝั่งโดยลมในหลายประเทศ แต่จากภาพเชิงประจักษ์ที่พบเห็นได้บนชายหาดในประเทศไทย รั้วไม้ที่ว่านี้วางตัวในแนวเกือบขนานกับชายฝั่ง (ซิกแซกในบางพื้นที่) อีกทั้งยังจมอยู่ในน้ำในบางช่วงเวลาและรับแรงปะทะของคลื่นโดยตรง Beach Lover วิเคราะห์แล้วพบว่า โครงสร้างลักษณะนี้ทำหน้าที่คล้ายกับ “โครงสร้างป้องกันคลื่นแบบสันเตี้ยชนิดโปร่ง (Low-Crested Permeable Coastal Protection Structure)” มากกว่าที่จะเป็น “รั้วดักทราย” ที่ใช้ควบคุมการเคลื่อนที่ของทรายโดยลม (Aeolian Transport) ไม่ว่ารั้วไม้นี้จะใช้เพื่อการดักจับทรายที่ถูกพัดพามาโดยลม หรือที่ถูกพัดพามาจากกระบวนการชายฝั่งทะเล ประสิทธิภาพของแนวรั้วไม้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่การนำไม้ไปปัก แต่ขึ้นอยู่กับการออกแบบเชิงวิศวกรรม โดยมีตัวแปรสำคัญหลายประการที่ต้องพิจารณา ดังนี้ 1. ความพรุน (Porosity หรือ Permeability): ถือเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการออกแบบ ความพรุนคืออัตราส่วนของพื้นที่ช่องว่างต่อพื้นที่ทั้งหมดของแนวรั้ว สำหรับกระบวนการโดยลม: ความพรุนเป็นตัวกำหนดรูปแบบการลดความเร็วลมและการสะสมตัวของทราย แนวรั้วที่มีความพรุนต่ำ (ทึบ) จะทำให้ลมลดความเร็วอย่างรวดเร็วและทรายจะกองสูงชันอยู่ชิดกับแนวรั้ว ในขณะที่แนวรั้วที่มีความพรุนสูงขึ้นจะช่วยให้การสะสมตัวของทรายกระจายออกไปด้านหลังมากขึ้น เกิดเป็นเนินทรายที่มีลักษณะเป็นธรรมชาติและมีความเสถียรมากกว่า งานวิจัยหลายชิ้นชี้ว่าความพรุนประมาณ 40-50% มีประสิทธิภาพในการดักจับทรายได้ดีที่สุด สำหรับกระบวนการโดยคลื่น: ความสัมพันธ์จะซับซ้อนกว่า ความพรุนที่ต่ำเกินไป […]

Beachlover

August 7, 2025

รั้วไม้ดักทราย…ได้จริงหรือ?

Beach Lover ได้เคยพาชมโครงการปักไม้ป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งทะเลไปแล้วในหลายพื้นที่ ติดตามได้จากโพสเก่าๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมักเรียกโครงสร้างนี้ว่า “รั้วไม้ดักทราย (sand fence)” ซึ่งหากเราสืบค้นคำนี้ในหลากหลายช่องทางจะพบว่า มีการใช้โครงสร้างลักษณะนี้เพื่อดักทรายที่ถูกพัดพาเข้าหาฝั่งโดยลมในหลายประเทศ หลักการทำงานคือการลดความเร็วลมที่พัดพาทรายเข้าหาฝั่ง เมื่อกระแสลมพัดผ่านรั้วที่มีความโปร่งส่วนหนึ่ง ลมจะสูญเสียพลังงานและเกิดกระแสวนหลังรั้ว ส่งผลให้ทรายซึ่งถูกลมพัดมากับกระแสลมตกสะสมบริเวณด้านหน้าหรือด้านหลังรั้วได้มากขึ้น ด้วยความที่รั้วไม้มีลักษณะเป็นสิ่งกีดขวางกึ่งผ่านได้ จึงช่วยลดความเร็วลมลงโดยไม่กีดขวางลมทั้งหมด ผลคือแรงลมไม่เพียงพอจะพัดพาทรายต่อไป ทำให้เม็ดทรายตกทับถมบริเวณรอบๆ รั้วทั้งด้านเหนือลมและใต้ลมของรั้ว (ด้านใต้ลมจะมีการสะสมทรายมากกว่า) กระบวนการนี้คล้ายคลึงกับการใช้พืชชายหาดช่วยดักทราย กล่าวคือรั้วไม้ทำหน้าที่เลียนแบบกลไกธรรมชาติของพืชที่ลดความเร็วลมและดักจับเม็ดทรายไว้กับที่ เมื่อติดตั้งรั้วใหม่แรกเริ่มจะเกิดการสะสมทรายอย่างรวดเร็ว ทั้งการทับถมในแนวดิ่ง (เพิ่มความสูง) และแนวระดับ จากนั้นอัตราการสะสมจะช้าลงจนเข้าสู่สมดุลเมื่อปริมาณทรายรอบรั้วเพิ่มขึ้นถึงระดับหนึ่ง ปริมาณทรายที่สะสมสามารถพอกพูนจนมีความสูงใกล้เคียงกับความสูงรั้วในที่สุด แต่จากภาพเชิงประจักษ์ที่พบเห็นได้บนชายหาดในประเทศไทย รั้วไม้ที่ว่านี้วางตัวในแนวเกือบขนานกับชายฝั่ง (ซิกแซกในบางพื้นที่) อีกทั้งยังจมอยู่ในน้ำในบางช่วงเวลาและรับแรงปะทะของคลื่นโดยตรง Beach Lover วิเคราะห์แล้วพบว่า โครงสร้างลักษณะนี้ทำหน้าที่คล้ายกับ “โครงสร้างป้องกันคลื่นแบบสันเตี้ยชนิดโปร่ง (Low-Crested Permeable Coastal Protection Structure)” มากกว่าที่จะเป็น “รั้วดักทราย” ที่ใช้ควบคุมการเคลื่อนที่ของทรายโดยลม (Aeolian Transport) ตามหลักการที่ควรจะเป็นที่ได้กล่าวถึงไว้ในต้นโพส ประสิทธิภาพของโครงสร้างในการดักทรายจึงขึ้นอยู่กับความสามารถในการปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมทางอุทกพลศาสตร์บริเวณใกล้ชายฝั่งเป็นสำคัญ ไม่ใช่การเคลื่อนที่และพัดพาของตะกอนโดยลมอีกต่อไป โดยกลไกหลักนั้นประกอบด้วย 3 ส่วน คือ 1) การลดทอนพลังงานคลื่น: โครงสร้างทำให้พลังงานคลื่นที่เคลื่อนที่ผ่านลดลง ผ่านกระบวนการส่งผ่าน […]

Beachlover

July 23, 2025

สำรวจหาดแหลมสน และหาดอ่าวมะขามป้อม จังหวัดระยอง

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 11-13 กรกฎาคม 2568 กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง (กอช.) โดยส่วนวิจัย พัฒนา และธรณีวิทยาชายฝั่ง ร่วมกับส่วนจัดการพื้นที่ชายฝั่ง และส่วนแผนและยุทธศาสตร์ ลงพื้นที่บริเวณหาดแหลมสน ตำบลเนินฆ้อ และหาดอ่าวมะขามป้อม ตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง เพื่อดำเนินการสำรวจสัณฐานชายฝั่ง แนวชายฝั่งทะเล (Coastline) ความลาดชัน และความกว้างชายหาด ในช่วงฤดูมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ การสำรวจดำเนินการโดยใช้เครื่องมือหาพิกัดด้วยดาวเทียมระบบ GNSS ผ่านเครือข่ายการรังวัดด้วยดาวเทียมแบบจลน์ (RTK GNSS Network) และระบบอากาศยานไร้คนขับ (UAV) ที่ติดตั้งระบบนำทางด้วยดาวเทียม RTK ครอบคลุมแนวชายฝั่งระยะทางประมาณ 3,000 เมตร จากการสำรวจพบว่า พื้นที่มีความลาดชันชายหาดประมาณ 0–14 องศา ระดับความสูงของพื้นที่อยู่ระหว่าง -0.40 ถึง 2.55 เมตร โดยบริเวณดังกล่าวมีโครงสร้างกำแพงกันคลื่นริมชายฝั่ง ประเภทตั้งตรง (Vertical Seawall) ความยาวประมาณ 750 เมตร และเขื่อนป้องกันตลิ่งริมทะเล […]

Beachlover

July 14, 2025

เศรษฐกิจสีน้ำเงินของประเทศไทย: จุดเปลี่ยนที่สำคัญ

ชายฝั่งทะเลยาวกว่า 3,000 กิโลเมตรของประเทศไทย ทั้งฝั่งอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ถือเป็นรากฐานแห่งความมั่งคั่งของประเทศและเป็นส่วนหนึ่งของอัตลักษณ์ทางนิเวศวิทยา พื้นที่ชายฝั่งและทรัพยากรทางทะเลใน 23 จังหวัดชายทะเลของประเทศได้หล่อหลอมให้เกิดเศรษฐกิจ “สีน้ำเงิน” ที่มีชีวิตชีวาและมีบทบาทสำคัญในฐานะกลไกขับเคลื่อนการเติบโตทางเศรษฐกิจ โดยประมาณว่ามีส่วนร่วมในผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ถึงราวร้อยละ 30 และสร้างการจ้างงานคิดเป็นหนึ่งในสี่ของประชากรทั้งประเทศ เศรษฐกิจชายฝั่งนี้ประกอบด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคการท่องเที่ยวซึ่งพึ่งพาชายหาดอันงดงามระดับโลกในจังหวัดภูเก็ต กระบี่ และสุราษฎร์ธานี เป็นแหล่งสร้างรายได้หลักจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศ โดยสร้างรายได้เข้าประเทศรวมหลายล้านล้านบาทต่อปี ในช่วงเพียง 4 เดือนแรกของปี พ.ศ. 2568 รายได้จากการท่องเที่ยวทะลุ 1 ล้านล้านบาท แสดงถึงบทบาททางเศรษฐกิจที่ทรงพลังของภาคส่วนนี้ นอกเหนือจากการท่องเที่ยว พื้นที่ชายฝั่งยังเป็นที่ตั้งของอุตสาหกรรม ท่าเรือ และศูนย์กลางการค้าสำคัญ ในมิติทางสังคม เศรษฐกิจชายฝั่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการดำรงชีวิตของประชาชน ประมาณ 11 ล้านคน หรือร้อยละ 17 ของประชากรไทย อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายฝั่ง โดยมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับสภาพแวดล้อมชายฝั่งอย่างลึกซึ้ง ตั้งแต่ประมงพื้นบ้าน การเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ การเกษตร ไปจนถึงบริการท่องเที่ยว โดยเฉพาะอุตสาหกรรมประมงทะเลซึ่งไม่เพียงตอบสนองความต้องการบริโภคภายในประเทศ แต่ยังเป็นหนึ่งในฐานสำคัญของการส่งออกที่สร้างรายได้ให้กับจังหวัดชายฝั่งตอนใต้ ในเชิงระบบนิเวศ ชายฝั่งทะเลไทยถือเป็นคลังความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญของภูมิภาค ระบบนิเวศชายฝั่ง เช่น ป่าชายเลน […]

Beachlover

July 10, 2025

สำรวจสถานการณ์ของทรัพยากรชายฝั่ง คลองด่าน สมุทรปราการ

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 2 กรกฎาคม 2568 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 โดยส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ลงพื้นที่ติดตามสำรวจสถานการณ์ของทรัพยากรชายฝั่ง ท้องที่จังหวัดสมุทรปราการ บริเวณตำบลคลองด่าน อ.บางบ่อ เพื่อสำรวจสถานภาพพื้นที่ปัจจุบัน พร้อมทั้งบันทึกภาพ ลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดินชายฝั่งทะเลและสถานการณ์ชายฝั่ง ด้วยอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ซึ่งบริเวณที่สำรวจอยู่ในระบบหาดบางปะกง-เจ้าพระยา(T3A061) ความยาวระบบหาด 33.87 กม. โดยการใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นชุมชน ที่อยู่อาศัย เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และประมงชายฝั่ง มีโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งตลอดแนวชายฝั่ง เช่น การปักไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่นที่มีสภาพชำรุด เขื่อนหินริมชายฝั่ง เขื่อนหินนอกชายฝั่ง ทั้งนี้จะดำเนินการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการวางแผนดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง และจัดทำรายงานสถานภาพชายฝั่งทะเลประจำปี 2568 ต่อไป

Beachlover

July 3, 2025

สำรวจและติดตามผลกระทบของโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่ง หาดแหลมเสด็จ จันทบุรี

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 30 มิถุนายน 2568 กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง โดยส่วนวิศวกรรมและฟื้นฟูชายฝั่ง ลงพื้นที่สำรวจและติดตามผลกระทบของโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งบริเวณหาดแหลมเสด็จ ตำบลคลองขุด อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี โดยทำการสำรวจสัณฐานชายหาดด้วยอากาศยานไร้คนขับ (Drone lidar) เป็นระยะทาง 7,000 เมตร โดยแบ่งแนวการบินสำรวจออกเป็น 2 ระยะ จากการสำรวจในครั้งนี้ไม่พบปัญหาการกัดเซาะในพื้นที่ดังกล่าว อีกทั้งยังพบการสะสมตัวของตะกอนทรายเพิ่มขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับการสำรวจเดือนมีนาคมและพฤษภาคม 2568 ทั้งนี้ ส่วนวิศวกรรมและฟื้นฟูชายฝั่งจะรวบรวมข้อมูลมาเป็นฐานข้อมูลในการวิเคราะห์และประเมินผลกระทบของโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งต่อไป

Beachlover

July 1, 2025

สำรวจและติดตามผลกระทบของโครงสร้างบริเวณหาดชะอำ

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 25 มิถุนายน 2568 กองอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง โดยส่วนวิศวกรรมและฟื้นฟูชายฝั่ง ส่วนจัดการพื้นที่ชายฝั่ง พร้อมด้วยสำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 3 (เพชรบุรี) ลงพื้นที่สำรวจและติดตามผลกระทบของโครงสร้างบริเวณหาดชะอำ ตำบลชะอำ อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี โดยทำการสำรวจสัณฐานชายหาดด้วยอากาศยานไร้คนขับ (Drone lidar) ระยะทางตามแนวชายฝั่ง 9,500 เมตร ในบริเวณดังกล่าวพบโครงสร้างกำแพงป้องกันคลื่นริมชายฝั่งแบบขั้นบันได ความยาวโครงสร้างประมาณ 2,971 เมตร โดยกรมโยธาธิการและผังเมือง จากการสำรวจในครั้งนี้พบปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งทางด้านทิศเหนือของจุดชมวิวหาดชะอำ ระยะทางประมาณ 200 เมตร ทั้งนี้ ส่วนวิศวกรรมและฟื้นฟูชายฝั่งจะรวบรวมข้อมูลมาเป็นฐานข้อมูลในการวิเคราะห์และประเมินผลต่อไป

Beachlover

June 27, 2025

สำรวจทรัพยากรชายฝั่ง จังหวัดชลบุรี และสมุทรปราการ

ที่มา: https://www.facebook.com/DMCRTH วันที่ 16 มิถุนายน 2568 สำนักงานทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่ 2 โดยส่วนอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง ลงพื้นที่ติดตามสำรวจสถานการณ์ของทรัพยากรชายฝั่ง ท้องที่จังหวัดชลบุรี ตำบลคลองตำหรุ อ.เมืองชลบุรี บริเวณตำบลสองคลอง อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา ไปจนถึงตำบลบางปู อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อสำรวจสถานภาพพื้นที่ปัจจุบัน พร้อมทั้งบันทึกภาพลักษณะการใช้ประโยชน์ที่ดินชายฝั่งทะเลและสถานการณ์ชายฝั่ง ด้วยอากาศยานไร้คนขับ (Drone) ซึ่งบริเวณที่สำรวจอยู่ในระบบหาดบางปะกง-เจ้าพระยา(T3A061) ความยาวระบบหาด 50.42 กม. การใช้ประโยชน์ที่ดินเป็นชุมชน ที่อยู่อาศัย เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ และประมงชายฝั่ง มีโครงสร้างป้องกันการกัดเซาะชายฝั่งตลอดแนวชายฝั่ง เช่น การปักไม้ไผ่ชะลอความรุนแรงของคลื่นที่มีสภาพชำรุด เขื่อนหินริมชายฝั่ง เขื่อนหินนอกชายฝั่ง ซีออส มีการเจริญเติบโตของพันธุ์ไม้ป่าชายเลนหลังแนวเขื่อนหินนอกชายฝั่ง ทั้งนี้จะดำเนินการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลดังกล่าว เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูลในการวางแผนดำเนินงานด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรชายฝั่ง และจัดทำรายงานสถานภาพชายฝั่งทะเลประจำปี 2568 ต่อไป

Beachlover

June 16, 2025
1 2 20