ตอม่อสะพาน ทำให้กระแสน้ำเปลี่ยนไปจากเดิมยังไง

บริเวณรอบๆ ตอม่อสะพานเข้าท่าเรือ กระแสน้ำจะเปลี่ยนแปลงไปจากสภาพเดิม เนื่องจากตอม่อทำหน้าที่เป็นอุปสรรคต่อการไหลของน้ำ ส่งผลให้เกิดรูปแบบการไหลที่ซับซ้อนขึ้น โดยปกติแล้วจะเกิดลักษณะของกระแสน้ำดังนี้:

1. บริเวณเหนือน้ำ (Upstream) ของตอม่อ

  • กระแสน้ำจะ ชะลอตัว เนื่องจากตอม่อทำหน้าที่เป็นสิ่งกีดขวางน้ำบางส่วน
  • หากอัตราการไหลของน้ำสูง อาจเกิด แรงดันสูง ที่ด้านหน้าตอม่อ
  • อาจเกิดกระแสน้ำไหลแยก ทำให้เกิดกระแสน้ำหมุนวนบางส่วนด้านหน้า

2. บริเวณข้างตอม่อ (Sides of the Pier)

  • กระแสน้ำจะเร่งความเร็วขึ้นเนื่องจากต้องไหลผ่านช่องที่แคบลงระหว่างตอม่อ
  • อาจเกิดแรงเฉือนของน้ำสูงซึ่งอาจทำให้เกิดการกัดเซาะฐานรากของตอม่อ (Scour)

3. บริเวณท้ายน้ำ (Downstream) ของตอม่อ

  • หลังจากที่น้ำไหลผ่านตอม่อ อาจเกิดกระแสน้ำปั่นป่วน (Wake Vortex)
  • อาจเกิดกระแสน้ำหมุนวน (Eddy Currents) ซึ่งทำให้เกิดการกัดเซาะพื้นทะเลด้านหลังตอม่อ
  • หากกระแสน้ำแรงพอ อาจเกิดโพรงน้ำที่เป็นบริเวณน้ำไหลวน ทำให้เกิดการสะสมของตะกอน

4. ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

  • การกัดเซาะฐานราก )
    • บริเวณรอบฐานตอม่อมีแนวโน้มถูกกัดเซาะ โดยเฉพาะด้านเหนือน้ำและท้ายน้ำ
    • ระดับการกัดเซาะจะขึ้นอยู่กับความเร็วกระแสน้ำ ขนาดเม็ดตะกอน และขนาดตอม่อ
    • หากความเร็วกระแสน้ำสูงกว่า 0.5-1.0 เมตรต่อวินาที การกัดเซาะอาจเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • การสะสมของตะกอน
    • บริเวณที่กระแสน้ำไหลช้าลง เช่น ด้านท้ายน้ำของตอม่อ อาจเกิดการสะสมของตะกอน
    • หากกระแสน้ำแรงพอที่จะพัดพาตะกอนไปแต่ไม่แรงพอที่จะทำให้ตะกอนแขวนลอยต่อเนื่อง อาจเกิดการสะสมของตะกอนรอบๆ ตอม่อ
  • ผลกระทบต่อเรือที่สัญจรผ่าน
    • กระแสน้ำที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะการเร่งตัวของน้ำข้างตอม่อและกระแสน้ำหมุนวนท้ายน้ำ อาจทำให้เรือเล็กเสียการควบคุม
    • หากความเร็วกระแสน้ำสูงกว่า 1.5-2.0 เมตรต่อวินาที อาจเป็นอันตรายต่อเรือประมงพื้นบ้านขนาดเล็กที่แล่นผ่านตอม่อ

5. แนวทางลดผลกระทบจากกระแสน้ำรอบตอม่อ

  • ติดตั้งหินใหญ่หรือ Riprap รอบฐานตอม่อ เพื่อป้องกันการกัดเซาะ
  • ออกแบบฐานตอม่อให้มีรูปทรงเพรียวลมลดการเกิดกระแสน้ำปั่นป่วน
  • ตรวจสอบกระแสน้ำด้วยแบบจำลองไหล (Hydrodynamic Modeling) เพื่อประเมินผลกระทบและออกแบบให้เหมาะสม